นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



    ท่านติ๋วเป็นเดือดเป็นแค้นแทนหญิงเล็กที่ไม่ได้มีความผิดอะไรแต่โดนท่านต้อมถอนหมั้นเพียงเพราะเหตุผลที่เขาบอกว่าไม่ได้รักเธอ แต่รักพจมานเด็กก้นครัวที่ใครๆในบ้านทรายทองไม่นับเป็นญาติ

    เมื่อเห็นน้องโวยวายคับแค้นจนน้ำตาคลอ ท่านต้อมยอมรับผิด แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อตนรักพจมาน แล้วก็บอกชายกลางไปตรงๆแล้วด้วย เขาคงเห็นใจถึงรับปากว่าจะพูดให้ ท่านติ๋วโกรธ ประกาศว่าตนไม่มีวันรับพจมานเป็นพี่สะใภ้เด็ดขาด คนอย่างมันทั้งจนและไม่มีอะไรดี ที่ผ่านมาหญิงเล็กสังหรณ์ใจถูกจริงๆ แล้วบ่นทิ้งท้ายว่ากรรมเวรอะไรถึงทำให้เจ้าพี่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

    ท่านต้อมพยายามสะกดใจ เบือนหน้ามามองน้องสาวคนเล็กที่เคร่งขรึม บอกว่าตนไม่ได้รังเกียจพจมานแต่ถามพี่ชายว่าทราบแน่แล้วหรือว่าพจมานรักเขา

    “พี่เข้าใจว่าเขาคงไม่รังเกียจพี่”

    “แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่ารักใช่ไหมคะ”

    “เขาไม่มีใครไม่ใช่หรือ เธอเป็นเพื่อนเขา เธอควรจะรู้ดี”

    “เราไม่เคยคุยกันเรื่องนี้ค่ะ ยิ่งในระยะหลังๆมานี่เราแทบจะไม่ได้พบกันเลย”

    “ถึงพจมานจะยังไม่รักพี่ แต่ถ้าหัวใจเขายังว่าง พี่คิดว่าพี่จะสามารถทำให้เขารักพี่ได้ ผู้หญิง...สำคัญที่ความใกล้ชิดและเห็นอกเห็นใจ หญิงเล็กอาจจะโกรธพี่มาก แต่จะทำอย่างไรได้ พี่รักเด็กคนนี้เพราะเขาเอง ไม่ใช่ใคร”

    ท่านติ๋วโกรธจนทนฟังไม่ได้ เดินหนีออกไป ขณะ ที่ท่านตุ้มถอนใจ ยังคาดเดาไม่ได้ว่าพจมานรู้สึกอย่างไรกับพี่ชายของตน

    ooooooo

    หญิงเล็กลุกขึ้นแต่งตัวออกจากบ้านทรายทองไปวังท่านต้อมด้วยรถโดยสาร เพราะรถที่บ้านไม่อยู่สักคัน ชายกลางไปทำงาน ส่วนหม่อมกับแพรวพรรณ ออกไปเล่นไพ่

    ท่านติ๋วต้อนรับเพื่อนรักด้วยความเห็นใจ หญิงเล็กมาเพื่อต้องการได้ยินเหตุผลจากปากท่านต้อมว่าตนผิดอะไรถึงถอนหมั้น แต่ท่านต้อมไม่อยู่ และท่านตุ้มก็ไปวังหญิงอ้อม ท่านติ๋วจึงชวนหญิงเล็กอยู่คุยฆ่าเวลารอพี่ชายของตน

    ท่านตุ้มนัดเพื่อนๆมาหารือกันเรื่องท่านต้อมขอหมั้นพจมาน ทุกคนสุดแท้แต่การตัดสินใจของพจมาน ยกเว้นหญิงอ้อมที่ไม่อยากให้พจมานทำเรื่องไม่เหมาะสม แต่ไม่กล้าพูดหรือแสดงความเห็นอะไรมากนัก

    วันเดียวกันนั้น พจมานมาส่งนกุลที่สถานีรถไฟ นกุลต้องกลับกรุงเทพฯไปเรียนต่อ พจมานวางตัวกับนกุลในฐานะเพื่อนมาตลอด ทั้งที่นกุลแอบรักและคาดหวังหากเรียนจบหมออาจได้ลงเอยกันถ้าพจมานยังไม่มีใคร

    ส่งนกุลแล้วพจมานกลับมาบ้านเจอคุณนายลมุลกับลูกชายมารออยู่ด้วยธุระต่อเนื่องจากเมื่อวาน กำจรเปิดทางให้แม่เจรจากับพจมานตามลำพัง ลมุลใช้ความจริงใจหว่านล้อมแต่ไม่สำเร็จ เพราะพจมานไม่ได้รักกำจร แต่เมื่อแม่ถามว่าลูกรักใคร พจมานก็ไม่ตอบ เบือนหน้า มองไปยังสายน้ำเบื้องหน้าพลางถอนใจเบาๆ จนแม่สงสัย

    ooooooo

    เย็นนั้น ท่านต้อมเผชิญหน้ากับหญิงเล็กที่รอคอยอย่างอดทน เขายอมรับผิดทุกอย่างและไม่ขอแก้ตัวอะไรเลย หญิงเล็กน้ำตานองหน้า อ้อนวอนขอ
    กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ เขาไม่ชอบอะไร เธอจะไม่ทำอีก

    แต่ท่านต้อมไม่ใจอ่อน ย้ำแต่คำว่าขอโทษ หญิงเล็กเจ็บแค้นใจเป็นที่สุดแผดเสียงด่าพจมานอย่างหยาบคายแล้วผลุนผลันกลับไป โดยท่านติ๋วอาสาไปส่งด้วยความสงสารและเห็นใจ

    ท่านตุ้มกลับมาทันเห็นหญิงเล็กร้องไห้ออกไปกับท่านติ๋ว เข้ามาถามท่านต้อมว่าเกิดอะไรขึ้นก็ได้

    คำตอบว่าเรื่องเดิมนั่นแหละ ท่านตุ้มหนักใจ เล่าว่า หญิงอ้อมเห็นว่าพี่ต้อมเป็นฝ่ายผิด ท่านต้อมไม่ค่อยพอใจหาว่าหญิงอ้อมเป็นเด็กเป็นเล็ก รวมทั้งน้องตุ้มด้วย

    “เจ้าพี่ลืมไปแล้วว่าหญิงอ้อมกับน้องอายุเท่าพจมาน ถ้าเราสองคนเป็นเด็กเป็นเล็ก พจมานก็เป็นเด็กเป็นเล็กด้วยเหมือนกัน หญิงอ้อมบอกว่าเธอเองก็ไม่ชอบคุณหญิงเล็ก แต่เรื่องนี้เธอเห็นใจคุณหญิงเล็กมาก”

    ท่านต้อมพูดไม่ออก ผละไปด้วยท่าทีหงุดหงิด ส่วนท่านตุ้มรีบโทร.หาหญิงอ้อม ทั้งคู่อยากไปหาพจมานที่บ้านแต่ไม่รู้จักทาง หญิงอ้อมจึงอาสาเขียนจดหมายไปเอง หากพจมานตอบกลับมายังไงแล้วเราค่อยปรึกษากันอีกที

    ท่านติ๋วไม่ได้พาหญิงเล็กกลับไปส่งบ้านทันทีทันใด แต่พาไปเที่ยวเพื่อให้คลายความทุกข์ หม่อมกับแพรวพรรณกลับเข้าบ้านไม่เจอหญิงเล็กก็ซักถามสาวใช้จนรู้ว่าไปวังท่านต้อม หม่อมเป็นห่วงลูกสาวคนโปรด พอเจอหน้าชายกลางก็ทำท่าจะตำหนิ แต่พอดีโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

    ชายกลางรับสายครู่หนึ่งก่อนเดินมาบอกหม่อมแม่ว่าท่านต้อมโทร.มา หม่อมเชิดหน้าคาดเดาว่าคงจะง้องอนหญิงเล็ก แพรวพรรณอยู่ด้วยผสมโรงทันทีว่า

    “ทรงรู้สึกกระมังว่าหญิงเล็กมีคุณค่าแค่ไหน น้องบอกแล้วไงคะว่าหญิงเล็กเปรียบเหมือนเพชร”

    “ท่านรับสั่งถามว่าท่านหญิงทรงพาหญิงเล็กมาส่งบ้านหรือยัง”

    แม่กับน้าชะงักหน้าเจื่อน ชายกลางเอ่ยต่อไปเสียงเรียบว่า

    “หญิงเล็กไปที่วังเมื่อเช้า แล้วออกไปกับท่านติ๋ว คงจะไปเที่ยวกันอย่างที่เคยน่ะครับ”

    “หญิงเล็กไม่ควรจะไปที่นั่นเล้ย” แพรวพรรณบ่นแก้เก้อ ขณะที่หม่อมเปลี่ยนเรื่องร้องเรียกเอมมาเอาน้ำให้กินแก้คอแห้ง

    ท่านติ๋วพาหญิงเล็กมาส่งหน้าบ้าน และก่อนกลับได้ชวนไปเที่ยวศรีราชา หญิงเล็กเห็นดีเห็นงาม ถือโอกาสพักผ่อนและพักใจ พอท่านติ๋วให้ชวนชายกลางไปด้วย เธอแบ่งรับแบ่งสู้จะลองดู แต่ไม่รู้จะสำเร็จหรือเปล่า

    หญิงเล็กเดินหน้าเศร้าเข้ามาในบ้านแทบไม่มองหน้าพี่ชาย ทำราวกับเขาไม่มีตัวตน แถมยังเค้นเสียงลอดไรฟันว่าเกลียดหน้าพี่ชายกลาง หม่อมบ่นเป็นห่วง หญิงเล็กได้ทีตอบประชดประชันให้พี่ชายได้ยินว่า

    “หม่อมแม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยังไงหญิงก็ไม่ยอมตายเพราะผู้ชายคนเดียวหรอกค่ะ”

    “ต๊าย...ฉลาดมากจ้ะหญิงเล็กของน้า ผู้ชายในโลกนี้ไม่ได้มีแต่ท่านชายอเนกนพรัตน์สักหน่อย”

    “หญิงจะชวนหม่อมแม่กับน้าแพรวไปศรีราชากัน”

    ทั้งแม่และน้าสนับสนุน อยากไปให้พ้นบ้านนี้เต็มที โดยหม่อมให้เอาเอมไปคอยรับใช้ด้วย

    ooooooo

    แม้จะอยู่บ้านสวนที่บรรยากาศแสนดีแต่จิตใจพจมานเศร้าหมอง พะวักพะวนคิดถึงแต่ชายกลางที่เธอแอบรัก แม่จับสังเกตอยู่หลายวันก่อนตัดสินใจซักถาม แต่พจมานก็ตอบเลี่ยงไปเรื่องท่านต้อม ทำให้แม่เข้าใจว่าเธอมีใจให้เขา โดยชายกลางทำหน้าที่มาเจรจา

    พจนามีลูกเมื่อยังไม่พร้อม เขาหงุดหงิดที่ลูกร้องไห้โยเยจนไม่ได้พักผ่อน วันนี้พาลูกเมียมาที่บ้านแม่แล้วเผลอตัวโวยวาย จึงโดนพจมานตำหนิให้ว่า

    “ทั้งหมดก็เป็นเพราะตัวเองทั้งนั้น มีลูกเมื่อยังไม่พร้อมก็เป็นอย่างนี้แหละ”

    “อย่าบ่นได้ไหม ขอที ห้องหับก็เลอะเทอะ ไม่มีใครทำเลย”

    “ก็แล้วจะให้ใครทำล่ะ คุณแม่หรือไง” พจนานิ่งเงียบ พจมานอบรมต่อไปว่า “ม่วยเขาดูแลลูก ตัวเองนั่นแหละทำความสะอาดห้องไป ถึงเบื่อก็ต้องทน ในเมื่อทุกอย่างเราเป็นคนทำเองทั้งนั้น ไม่มีใครเขาเกี่ยวข้องด้วยเลย”

    พจนาเถียงไม่ออก ยกสองมือกุมขมับแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ พจมานปลอบน้อง น้ำเสียงอ่อนลง

    “ลูกผู้ชายใครเขาร้องไห้กันบ้าง”

    “ผม...ผมไม่รู้จะทำยังไง มันเครียดไปหมด”

    “ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว มันก็ต้องสู้ พี่ขอให้ร้องไห้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะถ้าเราอ่อนแอ ลูกเมียที่เขาหวังพึ่งเราจะเป็นอย่างไร”

    “ผมจะไปทำงานกับคุณกำจร เลยต้องเอาลูกกับเมียมาไว้ที่นี่”

    พจมานพยักหน้าแล้วสำทับว่า “ตั้งใจทำงานก็แล้วกัน หนักเบาก็ต้องอดทน”

    ooooooo

    คณะของหม่อมเดินทางไปศรีราชา โดยมีกรดขับรถให้ ส่วนท่านติ๋วตามไปด้วยรถของมานิดาซึ่งมีคนรถขับให้เหมือนกัน

    มานิดาบ่นสงสารหญิงเล็ก ท่านติ๋วหน้าสลด บอกว่าเพราะอย่างนี้ตนถึงต้องชวนมานิดามาศรีราชาด้วย อย่างน้อยหญิงเล็กยังมีเพื่อน แล้วคนที่ทำให้หญิงเล็กอกหักขนาดนี้ก็เป็นพี่ชายของตน ตนต้องรับผิดชอบ

    “เพราะคุณชายกลางด้วยกระมังเพคะ”

    “ก็ไม่เชิง เพราะหญิงเล็กเป็นเพื่อนสนิทของติ๋วมากกว่า เขาเคยสนับสนุนติ๋วกับพี่ชายเขาเต็มที่ เราต่างฝ่ายต่างคิดจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน หญิงเล็กแต่งงานกับพี่ต้อม ติ๋วกับคุณชายกลาง แต่ต่างฝ่ายต่างผิดหวังทั้งคู่”

    “หญิงเล็กน่ะผิดหวังแน่ๆ แต่ท่านหญิง...”

    “คุณชายกลางไม่เคยแสดงท่าทีว่าจะชอบติ๋วเลย แต่หญิงก็ไม่แคร์แล้ว เพราะคุณชายกลางไม่ใช่เจ้าของบ้านทรายทองอีกต่อไป คุณชายกลางมีพร้อมทุกอย่าง ยกเว้นทรัพย์สมบัติ โดยเฉพาะบ้านทรายทอง ถ้าติ๋วจะออกจากวังไปอยู่ที่อื่น ที่ที่เหมาะสมที่สุดคือบ้านทรายทองเท่านั้น”

    “หมายความว่าท่านหญิงรักบ้านทรายทองมากกว่าคุณชายกลางหรือเพคะ”

    “สำหรับติ๋ว...มันยังมีบางอย่างที่สำคัญกว่าความรัก”

    มานิดารับฟังด้วยความสงสัยแต่ไม่กล้าซักถามต่อ...

    หม่อมกับหญิงเล็กถึงบ้านพักที่ศรีราชาก่อนท่านติ๋วกับมานิดา...แม้จะห่างบ้านทรายทองมาแต่จิตใจหญิงเล็กก็ไม่เป็นสุข หมกมุ่นครุ่นคิดแต่เกลียดชังพจมานและโกรธเคืองท่านต้อม แทนที่จะมาเที่ยวเลยเอาแต่หมกตัวในห้อง หม่อมเห็นแล้วหนักใจ ขณะที่ท่านติ๋วเห็นใจ ปลอบหม่อมว่า

    “ของอย่างนี้ต้องใช้เวลาค่ะ ติ๋วเชื่อว่าหญิงเล็กต้องดีขึ้น”

    “เจ้าพี่ของท่านหญิงพระทัยร้ายเหลือเกิน หม่อมฉันไม่นึกเลย...นังพจมานมันทั้งต่ำทั้งไพร่ เทียบกับหญิงเล็กไม่ได้แม่แต่น้อย ท่านต้อมทรงคิดอย่างไรถึงได้ขว้างเพชรทิ้งไปแล้วหยิบก้อนกรวดขึ้นมาแทน ถ้าหากเป็นคนธรรมดา...”

    ท่านติ๋วเคืองแทนพี่ชาย แทรกขึ้นทั้งที่หม่อมยังพูดไม่จบว่า “ติ๋วขอตัวกลับบ้านพักก่อนนะคะหม่อมป้า...ไป มานิดา”

    สองสาวไหว้ลาหม่อมที่นั่งคอแข็งสีหน้าเย็นชา... เมื่อพ้นออกมาท่านติ๋วก็บ่นกับมานิดาว่าถ้าหญิงเล็กยังเป็นอย่างนี้อีก พรุ่งนี้เรากลับกันดีกว่า มานิดาพยักหน้าและว่าหม่อมดูเหมือนจะเคืองท่านชายอยู่ แล้วเลยพาลมาเคืองท่านติ๋วด้วย

    “ติ๋วไม่ชอบตอนนี้ล่ะ ไม่ชอบเลย”

    “อย่าเครียดค่ะ ไปไล่จับปูลมกันดีกว่า ไฟฉายเราก็เอามาด้วย” มานิดาจูงท่านติ๋วไปทางชายหาด

    ส่วนหญิงเล็กที่หมกตัวในห้อง หม่อมเข้าปลอบประโลมด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูก หญิงเล็กเศร้าสะเทือนใจถึงกับสะอื้นไห้ออกมา ผ่านไปอีกครู่รู้สึกดีขึ้นจึงให้หม่อมแม่กลับไปนอน ตนอยู่คนเดียวได้

    เช้าขึ้นหม่อมบอกท่านติ๋วว่าถ้าจะกลับก็ไม่เป็นไร ตนอยู่กับลูกได้ ท่านติ๋วฟังแล้วฉุนทันที

    “ความจริงติ๋วอยากจะกลับพร้อมๆกับหม่อม แล้วก็หญิงเล็ก แต่ก็อย่างที่เห็นเมื่อคืนซึ่งติ๋วก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น”

    “นั่นหม่อมฉันต้องขออภัยด้วย”

    ท่านติ๋วแทบไม่ได้ฟัง หันไปชวนมานิดากลับ และฝากหม่อมลาหญิงเล็กให้ตนด้วย...ขณะสองสาวพากันเดินออกไป หญิงเล็กยืนมองจากหน้าต่างห้อง เม้มปากอย่างหงุดหงิด เห็นสองคนคุยหัวเราะกันก็คิดระแวงไปเองว่านินทาตน ใจยิ่งพลุ่งพล่านผลุนผลันลงมาหาหม่อมแม่

    “ไปกันหมดแล้วลูก”

    “หญิงเห็นแล้วค่ะ หม่อมแม่เห็นไหมคะว่าพอฐานะเราเปลี่ยนไป ทุกคนก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน อย่างท่านติ๋วปกติก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับมานิดามากมาย พอรู้ว่าเราไม่ใช่เจ้าของบ้านทรายทอง ก็กลับไปสนิทกัน”

    “หรือว่าแม่มานิดานี่เองที่ยุท่านติ๋ว”

    “ดีไม่ดีกับท่านต้อมด้วย หญิงบอกแม่แล้วว่าอย่าไปเที่ยวเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ท่านผู้หญิงไฉไลฟังมากนักแต่แม่ก็ไม่เชื่อ แล้วตอนนี้เป็นยังไงล่ะคะ เขาเป็นแม่ผัวลูกสะใภ้กัน”

    “ถึงไม่เล่า...ท่านผู้หญิงก็รู้อยู่แล้ว”

    “ยังไงก็ไม่มากเท่าเราไปเล่าหรอกค่ะ แม่ไม่ได้สังเกตหรอกหรือคะที่ท่านติ๋วดูไม่ได้อาลัยไยดีพี่ชายกลางเท่าที่ควร มันก็เพราะบ้านทรายทองนี่แหละค่ะ”

    “หญิงคิดมากไปหรือเปล่า”

    “ไม่หรอกค่ะ ดีเหมือนกันที่พี่ชายกลางไม่ได้รักท่านติ๋ว นี่หญิงก็ภาวนาขอให้นังพจมานมันคืนบ้านทรายทองให้เราจริงๆเถอะ อยากจะรู้นักว่าถ้าเรายังเป็นเจ้าของบ้านทรายทอง คนพวกนั้นจะว่ายังไง”

    “แม่เชื่อว่านังพจมานมันไม่กลับมาบ้านทรายทองแล้วล่ะ น้ำหน้าอย่างมันจะมีปัญญาดูแลรักษาให้สวยงามอย่างที่เป็นอยู่ได้ยังไง อย่างดีก็กั้นสังกะสีเป็นห้องๆให้พวกบ้านนอกมาอยู่ด้วยกัน มันอยู่ใหญ่ๆสวยๆ ไม่เป็นหรอก อีกหน่อยบ้านก็จะต้องมีแต่ขยะโสโครก มีหนูมาอาศัย”

    “โอ๊ยตาย...แค่คิดก็ขยะแขยงแล้วค่ะ แต่ถ้ามันเกิดจะยึดบ้านทรายทองไปเป็นของมันจริงๆล่ะคะ บอกตรงๆว่าหญิงนึกภาพตัวเองไปอยู่ที่ไหนไม่ออก นอกจากบ้านทรายทอง”

    “ก็ชายน้อยไง นังพจมานมันรักชายน้อยจะตาย ถ้าเกิดมันกลับมา เราก็ใช้ชายน้อยนี่แหละเป็นเครื่องมือ” หม่อมเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ หญิงเล็กพยักหน้าน้อยๆ นัยน์ตาเป็นประกายด้วยความหวัง

    ooooooo

    เมื่อท่านต้อมต้องไปราชการต่างประเทศ ก่อนเดินทางได้โทร.ถามชายกลางว่าพจมานส่งข่าวมาบ้างไหมว่าจะกลับกรุงเทพฯเมื่อไหร่ ชายกลางไม่ทราบจริงๆ และตอบไม่ได้ด้วยว่าเธอคิดยังไงหลังจากตนบอกเรื่องท่านต้อมขอหมั้นไปแล้ว

    ท่านต้อมขอบใจชายกลางและบอกว่ากลับจากราชการต่างประเทศแล้วพจมานยังไม่มากรุงเทพฯ ตนจะไปพบเธอที่ต่างจังหวัด...ปรากฏว่าวันเดียวกันนี้

    พจมานกลับมาที่บ้านทรายทอง ชายน้อยกับพวกป้านมดีใจกันใหญ่ ฟักที่เคยฝักใฝ่อยู่ข้างหม่อมก็มาประจ๋อประแจ๋เจ้าของบ้านคนใหม่ ยกเว้นเอมที่ยังจงรักภักดีหม่อมเช่นเดิม คอยสอดส่องเอาไว้รายงานเจ้านายประสาขี้ข้าสอพลอ

    ชายกลางทราบว่าพจมานกลับมาก็เรียกมาบอกกล่าวว่าครอบครัวของตนกำลังจะย้ายออกเพราะได้บ้านเช่าหลังใหม่แล้ว อีกทั้งเรื่องท่านต้อมก็ให้เร่งไปพูดจาเพราะท่านกำลังจะไปราชการต่างประเทศวันพรุ่งนี้

    พจมานน้อยใจอย่างที่สุด กลับออกมาทั้งน้ำตาเคลือบคลอ บอกแจ่มว่าไม่ต้องจัดเสื้อผ้าเข้าตู้เพราะตนคงอยู่ไม่กี่วัน เสร็จแล้วพจมานไปกราบหญิงใหญ่ กลับโดนเธอเหน็บแนมให้น้อยใจยิ่งขึ้นไปอีกว่า

    “มาแล้วรึ กว่าจะตัดสินใจได้ นึกว่าจะต้องให้ชายกลางไปตามอีกรอบเสียแล้ว”

    “พจไม่ได้เล่นตัวค่ะ เพียงแต่มีหลายอย่างที่ต้องตัดสินใจ”

    “งั้นก็หมายความว่าตัดสินใจได้แล้วใช่ไหม แล้วครอบครัวตัวล่ะ มาพร้อมกันหรือเปล่า จะได้ให้นังแจ่มนังฟักมันทำความสะอาด”

    “พจมาคนเดียวค่ะ แล้วก็อยู่แค่ไม่กี่วัน พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพจจะไม่มาที่นี่อีกเลย พจต้องการทำทุกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยืนยันว่าพจไม่ต้องการบ้านทรายทองจริงๆจะได้ไม่มีใครแอบอ้างอะไรได้ภายหลัง”

    “ชายกลางเขาก็ตัดสินใจแล้วเหมือนกัน แล้วจะไม่มีใครหรืออะไรมาเปลี่ยนแปลงเขาได้ ตัวก็รู้ดีพอๆกับฉัน ฉันเองก็ตัดสินใจแล้วเหมือนกัน”

    “คุณหญิงใหญ่อย่าไปไหนเลยค่ะ อยู่ที่นี่กับคุณชายน้อย พจแน่ใจว่าคุณปู่คุณย่า ตลอดจนบรรพบุรุษของคุณหญิงใหญ่ทุกท่านก็คงต้องการจะอยู่ที่นี่ต่อไป”

    “เธอรู้ได้อย่างไร คนตายแล้วก็ต้องจากไปสู่ภพภูมิใหม่ ไม่มีใครมาอยู่ติดในโลกนี้ตลอดไปหรอก”

    พจมานลอบถอนใจกับอาการยืนกรานของหญิงใหญ่... เวลานั้นที่ในครัว คนรับใช้ที่ชื่นชอบพจมานกำลังเชิดชูสรรเสริญเธอ แต่ถ้าเจ้านายเก่าย้ายออกจากบ้านทรายทองพวกตนก็ต้องตามไป เพราะอยู่กันมานานจนผูกพัน ยกเว้นฟักที่ประกาศชัดเจนว่าขออยู่กับเจ้านายใหม่ที่นี่ ป้าหลงว่าฟักเป็นพวกข้าสองเจ้า บ่าวสองนาย หรือที่เรียกง่ายๆว่านกสองหัว แล้วถามแจ่มจะเอายังไง แจ่มพูดชัดว่าตนต้องติดสอยห้อยตามคุณชายน้อยอยู่แล้ว เคยช่วยป้านมดูแลตั้งแต่อ้อนแต่ออกจะให้ทิ้งไปได้อย่างไร ถึงตนจะรักคุณพจมานก็เถอะ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โตโน่-ริชชี่" ชวนสัมผัสความรักเหนือธรรมชาติ ใน "พระจันทร์แดง" ลงจอ 1 พ.ย.นี้

    "โตโน่-ริชชี่" ชวนสัมผัสความรักเหนือธรรมชาติ ใน "พระจันทร์แดง" ลงจอ 1 พ.ย.นี้
    27 ต.ค. 2564

    02:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 04:50 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์