นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



    ธุระร้อนของแม่ที่ต้องการให้พจมานรีบกลับบ้านก็คือการหนีตามผู้ชายไปของพจนีย์น้องสาวคนเล็กของเธอ...พจนาเล่าให้พี่สาวฟังขณะมารอรับที่สถานีรถไฟ โดยมีนกุลร่วมรับฟังอยู่ด้วย

    “พจนีย์ไม่น่าทำอย่างนั้นเลย ทำไมไม่คิดว่าคุณแม่จะเสียใจและอับอายสักแค่ไหน”

    “ผมน่ะสังหรณ์ใจตั้งแต่แรกแล้วว่าขืนปล่อยพี่นีย์ไปเรียนดนตรีที่บ้านนั้นต้องเกิดเรื่องแน่ๆ แต่พอพูดไปคุณแม่กับพี่นีย์ก็ไม่เชื่อ คิดว่าเขาจิตใจสูงจะเป็นศิลปิน”

    “พจนีย์น่าจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้”

    “เราไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วล่ะพจ นอกจากจะต้องพยายามทำใจ คิดเสียว่าเขาไปมีครอบครัว มีความสุข”

    “มีความสุขอะไรล่ะ ไอ้เจ้าผู้ชายมันทำผกาแก้วลูกสาวข้าหลวงท้องได้สองเดือนแล้ว วุ่นวายขายหน้ากันไปหมด มันทิ้งผกาแก้วได้ อีกหน่อยมันก็ทิ้งพี่นีย์ได้”

    พจมานตะลึงหน้าซีดเผือด นกุลปลอบว่ากรรมใครก็กรรมมัน เขาเลือกทางเดินของเขาเอง...ถึงกระนั้นพจมานก็น้ำตาคลอด้วยความเสียใจ รู้สึกสลดหดหู่อย่างที่สุด

    ไม่ทันจะถึงบ้านเจอหน้าแม่ พจมานก็ได้รับรู้เรื่องน่าเสียใจอีกหนึ่งเรื่อง นั่นก็คือพจนาได้ลูกสาวตาแป๊ะปลูกผักมาเป็นเมีย มีลูกวัยเดือนเศษแล้วด้วย พจมานรู้สึกท้อแท้ใจจนพูดไม่ออก นกุลเห็นใจ ปลอบพจมานด้วยคำเดิมว่าอย่าคิดมาก กรรมใครก็กรรมมัน...

    พอถึงบ้าน ทั้งแม่และพจมานต่างก็กอดกันร่ำไห้ แม่รำพันด้วยความอัดอั้นว่า

    “แม่เลี้ยงลูกไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหม คนนึงหนีตามผู้ชายไป อีกคนก็ชิงสุกก่อนห่าม มีลูกทั้งๆยังเรียนหนังสือ”

    พจมานจับมือแม่ ปลอบโยนทั้งที่ตัวเองก็เศร้าสะเทือนใจไม่แพ้กัน “เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วค่ะคุณแม่ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว”

    “ถ้าคุณพ่อยังอยู่ ก็คงไม่เป็นอย่างนี้ แม่เสียใจ เสียใจเหลือเกิน มีแต่ลูกพจคนเดียวที่ได้อย่างใจ ลูกพจคนเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จสมความปรารถนาของคุณพ่อ”

    พจมานหลับตาลง พยายามกลั้นสะอื้นด้วยความสะเทือนใจกับคำพูดของแม่ที่แทงใจดำ แม่จับไหล่ลูกออกห่าง ยิ้มทั้งน้ำตา

    “ลูกตัดผมแล้วสวยขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน แม่จะไปทำความสะอาดห้องให้”

    “ไม่ต้องค่ะ พจทำเองได้ เดี๋ยวนี้พจกวาดถูบ้านเก่งนะคะ” พูดไปแล้วชะงักกับสายตาแม่ที่มองมา

    “ลูกพจ นี่คนที่บ้านทรายทอง...”

    พจมานปรับสีหน้า อธิบายเพื่อให้แม่สบายใจว่า “พจอยากช่วยเองค่ะ บ้านทรายทองหลังใหญ่โต พจไม่อยากไปสร้างภาระให้เขาเหนื่อยเพิ่มขึ้น ก็เลยหัดทำความสะอาดห้องตัวเอง พจไปจัดห้องล่ะค่ะ”

    พจมานปั้นยิ้ม หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้าไปข้างใน

    ooooooo

    เวลาเดียวกันนั้นท่านต้อมกำลังกระวนกระวายอยากรู้เหลือเกินว่าชายกลางพูดเรื่องขอหมั้นกับพจมานให้ตนหรือยัง แต่ชายกลางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพจมานไปแล้ว เมื่อกลับจากทำงานรู้จากนายจรคนขับรถ ก็เดินหน้าตึงเข้าข้างใน เจอหญิงใหญ่กำลังอยากพบอยู่พอดี

    “พจมานไปแล้วเมื่อเช้า เขาเองก็อยากจะลาเธอด้วยตัวเอง แต่พอดีท่านต้อมเสด็จมา”

    “ดูเหมือนอะไรๆจะบังเอิญไปหมด เขาคงอยากจะรีบไปอยู่แล้วเลยเอาเรื่องโทรเลขมาอ้าง”

    “แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตกลงบ้านทรายทองก็เลยยังคาราคาซัง”

    “ไม่มีคาราคาซังแน่นอนครับ บ้านทรายทองเป็นของเขา พวกเราควรเก็บข้าวของและเตรียมตัวให้พร้อมที่จะออกจากบ้านทันที...ผมทำถูกไหมครับพี่หญิงใหญ่ สว่างวงศ์ยอมยากจนมากกว่าจะให้ใครสักคนมาดูหมิ่น”

    “พี่รักและเข้าใจเธอเสมอ”

    “ขอบคุณมากครับ”

    ชายกลางได้กำลังใจจากพี่สาว แต่กับน้องสาว เขายังไม่รู้จะเริ่มต้นกับเธออย่างไรเรื่องท่านต้อมขอถอนหมั้น

    แล้วค่ำนั้นเอง หญิงเล็กเป็นฝ่ายเสนอหน้าเข้ามาหาพี่ชาย รายงานด้วยรอยยิ้มว่าพจมานไปแล้ว มันหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามคู่รักของมันไป ชายกลางพยายามแทรกปรามแต่หญิงเล็กก็ยังลอยหน้าพูดอย่างสะใจ

    “ในที่สุดชัยชนะก็เป็นของพวกเรา ธรรมะย่อมชนะอธรรม บ้านทรายทองยังคงเป็นของสว่างวงศ์ ท่านต้อมก็ยังทรงเป็นคู่หมั้นของหญิง”

    “นี่เธอไม่รู้ตัวเลยหรือ”

    “รู้สิคะ ทำไมจะไม่รู้ หญิงรู้ว่าหญิงเป็นผู้ชนะ นังพจมานมันกลับบ้านนอกคอกนาของมันแล้ว ท่านต้อมก็ต้องซานมาหาหญิงเพราะท่านทรงทราบแล้วว่าหญิงคือเพชร ส่วนนังพจมานมันก็แค่ก้อนกรวดไร้ราคาที่นับวันจะถูกคนเขาเหยียบให้จมดิน”

    “เมื่อตอนเช้าท่านชายเสด็จมาหาพี่”

    “หญิงทราบแล้วค่ะ ท่านรับสั่งเรื่องงานแต่งหรือเปล่าคะ”

    “ท่านมาขอเลิกการหมั้นกับพี่”

    หญิงเล็กชะงัก รอยยิ้มค่อยๆจางหาย นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเหมือนจะช็อก

    “แล้วขอหมั้นพจมานแทน”

    จบประโยคนั้นของชายกลาง...หญิงเล็กส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง แล้วสะอึกสะอื้นจนตัวโยนเหมือนใจจะขาด ชายกลางโอบน้องไว้ด้วยความเวทนาสุดแสน ปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

    “ร้องออกมาเถอะ ร้องให้พอ เธอรู้จากพี่ดีกว่ารู้จากปากท่านต้อม ถึงจะเสียใจมากแค่ไหน แต่เธอก็ควรเผชิญกับมันอย่างกล้าหาญ กล้าหาญสมกับที่เป็นสว่างวงศ์”

    หญิงเล็กผลักชายกลางออก ตะโกนใส่ทั้งน้ำตานองหน้า

    “พี่ชายกลางพูดได้น่ะสิ เพราะพี่ชายกลางไม่ใช่หญิง ไม่ใช่คนที่สูญเสีย ใครไม่มาเป็นหญิงไม่มีวันรู้หรอกว่าหญิงเจ็บปวดแค่ไหน เอาสิคะ หัวเราะเยาะหญิงให้พอ สมใจพี่ชายกลางกับพี่หญิงใหญ่แล้ว ที่ช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมนังบ้านนอกนั่นจนมันย้อนมาแว้งกัดหญิง”

    หญิงเล็กยิ่งพูดยิ่งเต็มไปด้วยอารมณ์ แล้วปิดหน้าร้องไห้วิ่งออกไป ชายกลางขยับจะเรียกน้อง แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นถอนใจยาว

    เสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของหญิงเล็กทำให้หม่อมกับแพรวพรรณตกใจ หม่อมก้าวเข้าไปถามลูกสาวว่าเป็นอะไร หญิงเล็กสะบัดเสียงใส่ว่าให้ไปถามพี่ชายกลางเอาเอง เขารู้ดีไปหมดทุกอย่าง

    หม่อมกับแพรวพรรณมองหน้ากันงงๆ หญิงเล็กวิ่งพรวดขึ้นบันไดไปพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น

    “นี่มันวันโลกาวินาศหรืออะไรกันคะคุณพี่”

    “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เฮ้อ! นังพจมานก็ไปแล้ว นึกว่าบ้านจะสงบ เธอไปถามชายกลางซิ พี่จะไปดูหญิงเล็กหน่อย” หม่อมพูดพลางขยับเดินขึ้นบันได แพรวพรรณรีบดึงแขนพี่สาวไว้

    “เดี๋ยวค่ะคุณพี่ คุณพี่ไปถามชายกลาง น้องไปดูหญิงเล็กน่าจะปลอดภัยกว่า”

    “ใครปลอดภัย”

    “ก็น้องน่ะสิคะ”

    “เอางั้นก็ได้” หม่อมเดินย้อนกลับไป ขณะที่แพรวพรรณขึ้นบันไดตามหญิงเล็ก

    ชายกลางเปิดประตูห้องสมุดรับหม่อมแม่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หม่อมหน้าตึงส่งเสียงค่อนข้างดัง

    “มันเรื่องอะไรกัน หญิงเล็กวิ่งร้องห่มร้องไห้ พอแม่ถามก็บอกให้มาถามชาย”

    “เชิญหม่อมแม่ข้างในก่อนครับ”

    หม่อมเดินเข้ามานั่ง โดยตายังคงมองตามชายกลางซึ่งปิดประตูเดินตามมาทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้าม

    “ชายว่าอะไรน้องถึงได้วิ่งร้องไห้ยังกับช้ำอกช้ำใจอะไรหนักหนา”

    “ผมบอกหญิงเล็กเรื่องท่านต้อม”

    “เรื่องท่านต้อม เรื่องอะไร”

    ชายกลางมองแม่แน่วแน่ ถอนใจยาวก่อนบอกเล่าความจริง...ฝ่ายแพรวพรรณทราบข่าวร้ายจากหญิงเล็กแล้ว เธอยกมือทาบอกตกใจสุดขีด

    “คุณพระคุณเจ้าช่วย นี่จริงหรือจ๊ะหญิงเล็ก”

    “ถ้าไม่จริง หญิงจะมานั่งร้องไห้อยู่อย่างนี้หรือคะ หญิงเกลียดนังพจมาน เกลียดทั้งท่านต้อม”

    “อุ๊ย...อย่าพูดอย่างนั้นจ้ะหญิง เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า”

    “ใครที่ไหนจะมาได้ยินคะ หญิงน่ะอยากให้ท่านต้อมได้ยินด้วยซ้ำ”

    “น้าว่าใจเย็นๆก่อนดีกว่า”

    “น้าแพรวคะ...”

    “จ๋า...หญิงจะให้น้าช่วยอะไรก็บอกมาเลยจ้ะ”

    “น้าแพรวช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ หญิงอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ”

    แพรวพรรณหน้าเจื่อน ทำตามที่หลานขอ ลุกเดินออกไป ทิ้งให้หญิงเล็กนั่งร่ำไห้น้ำตาไหลเป็นทาง

    ส่วนหม่อมพรรณรายที่รู้เรื่องจากปากชายกลางก็น้ำตารื้นด้วยความเวทนาสงสารและเจ็บแค้นแทนหญิงเล็ก เดินซับน้ำตาออกมาหน้าห้องสมุด แล้วหันกลับไปบอกชายกลางว่า

    “คอยดูนะ แม่ไม่ยอมหรอก พรุ่งนี้แม่จะเข้าเฝ้าเสด็จในกรมฯ ท่านไม่มีวันยอมรับหลานสะใภ้บ้านนอกแน่”

    “ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ถ้าใจไม่ได้รัก แต่งงานกันไปก็ไม่มีประโยชน์ ดีไม่ดีอาจจะต้องหย่าร้างในที่สุด แล้วหญิงเล็กจะเสียหายไปมากกว่านี้”

    “ชาย! ทำไมชายถึงชอบแช่งน้องนัก อีเด็กนั่นมันมีอะไรดีนักหนา ชายถึงได้ชอบเข้าข้างมัน”

    “หม่อมแม่กำลังโกรธ...”

    “อ๋อ! แน่นอน แม่คนไหนก็ต้องโกรธทั้งนั้นที่พี่ไม่รักน้อง เห็นคนอื่นดีกว่าน้อง”

    ชายกลางพยายามจะอธิบาย แต่หม่อมตัดบทว่าพอที แม่ไม่ฟังอีกต่อไปแล้ว...

    หม่อมเดินน้ำตาซึมกลับไปเจอแพรวพรรณดักรออยู่อย่างร้อนใจ

    “หญิงเล็กเป็นอย่างไรบ้าง”

    “ก็ร้องห่มร้องไห้จนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือดด้วยความชอกช้ำระกำใจไปน่ะสิคะ”

    “โถ...ลูกแม่” หม่อมขยับเดินเพื่อไปหาหญิงเล็ก แพรวพรรณรีบบอกว่าอย่าเพิ่งดีกว่า หญิงเล็กเพิ่งไล่ตนออกมา เธออยากอยู่คนเดียวเงียบๆ

    หม่อมรับรู้แต่ยังก้าวเดินออกไป แพรวพรรณสงสัย ตามประกบแล้วถามว่า

    “นั่นคุณพี่จะไปไหนคะ”

    “ไม่ต้องตามมา พี่ก็อยากอยู่คนเดียวเงียบๆเหมือนกัน”

    แพรวพรรณชะงัก ค่อยๆเดินกลับไปทางห้องของตน ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างขุ่นมัว เห็นประสพไม่สนใจจะถามไถ่กันสักคำ ก็เลยพาลพาโลบ่นโน่นนี่ ก่อนจะสรุปเหมือนทุกทีว่ามีผัวไม่ได้อย่างใจเหมือนคนอื่นเขาเลย

    พูดเสร็จก็หยิบหมอนผ้าห่มโยนใส่ประสพให้ไปนอนนอกห้อง ตนอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ แล้วย้ำเสียงดังว่า

    “บอกให้ออกไป วันนี้ใครๆเขาก็อยากอยู่คนเดียวเงียบๆกันทั้งนั้น”

    ooooooo

    พจมานกับแม่ตื่นแต่เช้า ใส่บาตรพระที่พายเรือบิณฑบาตมาถึงหน้าบ้าน เสร็จแล้วแม่ชวนกินข้าวที่นอกชาน พจมานไม่มีกะจิตกะใจ เหม่อลอยจนแม่สังเกตเห็น

    “หน้าตาลูกดูซีดๆนะ”

    “คงจะเหนื่อยจากการเดินทางเมื่อวานนี้น่ะค่ะ นี่พจนายังไม่ตื่นอีกหรือคะ”

    “เขาไปนอนบ้านเมียเขา”

    พจมานพยักหน้าแล้วตักข้าวกิน แต่แม่กลับกินไม่ลง วางช้อนก่อนพูดเสียงเครือๆ

    “ลูกพจคงคิดว่าแม่เลี้ยงพจนีย์กับพจนาไม่ดี”

    “เปล่าเลยค่ะ”

    แม่น้ำตาพรั่งพรูเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดใหญ่หลวง รำพึงรำพันอย่างชอกช้ำ “แม่ไม่รู้เลยว่าเขาจะเหลวไหลขนาดนั้น ไม่รู้เลยจริงๆ มารู้อีกทีเขาก็มาบอกว่าม่วยมันท้องแล้ว แม่จนปัญญา”

    “เรื่องมันแล้วไปแล้ว...เราแก้ไขอะไรไม่ได้”

    “พจนีย์ก็เหมือนกัน คืนที่เขาหนีไป พจนาไปอยู่บ้านม่วย”

    แม่เล่าต่อไปว่า คืนนั้นพจนีย์ทำทีมาขอยืมกุญแจบ้าน แม่ถามว่าจะเอาไปทำไมก็ทำฮึดฮัดใส่อย่างไม่พอใจ

    “ทำไมคุณแม่ต้องถามด้วยคะ หรือคิดว่านีย์จะขโมยข้าวของ โธ่เอ๊ย ของมีค่าสักชิ้นยังหาไม่เจอ”

    “เปล่า แม่เพียงแต่แปลกใจ”

    “นีย์จะออกไปข้างนอกหน่อยค่ะ”

    “มืดค่ำแล้วจะออกไปไหนอีก”

    “ไปบ้านผกาแก้วเดี๋ยวเดียว นีย์ลืมของเอาไว้ที่นั่น คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง นีย์กลับมาจะได้ไม่ต้องเรียกให้คุณแม่ไปเปิดประตู ไปนะคะ นีย์จะรีบไปรีบมา”

    พจนีย์รับกุญแจจากแม่แล้วเดินออกไป แม่ไม่ได้เฉลียวใจว่าลูกจะไปแล้วไปลับไม่กลับมา...

    เล่าแล้วแม่ก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ยกชายเสื้อซับน้ำตา รำพันต่อไปว่า

    “แม่ไม่รู้จริงๆว่าเขาจะหนีไป พอรุ่งเช้า แม่ไปดูที่ห้อง เขาเก็บเสื้อผ้าข้าวของไปหมด ถ้าเขาเข้าตามตรอกออกตามประตู แม่จะไม่ว่าอะไรสักคำเดียว นี่ไม่รักดีหอบของหนีตามผู้ชายไปให้ขึ้นชื่อลือชาทั่วคุ้งน้ำ แล้วเจ้าคนนั้นก็หาใช่คนดิบคนดีอะไร มันทำผกาแก้วท้อง

    สองเดือน...แม่เสียใจ เสียใจเหลือเกินที่น้องของลูกประพฤติตัวไม่สมกับที่แม่รักแม่ถนอม แล้วไหนยังจะพจนาอีก”

    “เรื่องมันแล้วไปแล้วค่ะ คุณแม่จะมากังวลเสียใจก็ไม่มีประโยชน์ ดีไม่ดีอาจจะไม่สบายไปอีก รับข้าวต่อเถอะค่ะ สักสี่ห้าคำก็ยังดี”

    “แม่กินไม่ลงแล้ว”

    “ถ้าคุณแม่กินไม่ลง พจจะกินลงได้อย่างไร”

    พจมานตักกับข้าวใส่จานให้แม่ แม่พยายามหักห้ามความเสียใจ ฝืนกินไปทั้งที่ฝืดคอเหลือเกิน

    ooooooo

    ความผิดหวังเสียใจทำให้หญิงเล็กเก็บตัวอยู่ในห้องไม่ลงมาร่วมโต๊ะอาหาร แต่เมื่อเป็นคำสั่งของชายกลางที่ต้องการให้ทุกคน ยกเว้นครอบครัวแพรวพรรณมาร่วมรับฟังเรื่องบ้านทรายทองต่อหน้านายพร หญิงเล็กก็ไม่กล้าขัด

    แพรวพรรณขออยู่ด้วยทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ยินชายกลางประกาศว่าตนไม่ต้องการบ้านทรายทองก็แทบตกเก้าอี้ไปพร้อมหม่อมพรรณราย หญิงใหญ่สนับสนุนน้องชายทำถูกต้อง เลยมีปากเสียงกับแม่ ก่อนที่ชายกลางจะรวบรัดแทรกขึ้นมาว่าเราทุกคนจะออกจากบ้านทรายทองภายในหนึ่งเดือน โดยตนจะหาบ้านให้ใหม่ แต่ระหว่างอยู่ที่นี่ทุกคนต้องทำตามที่ตนบอก และขอให้คิดว่าเวลานี้เราอยู่ในฐานะผู้อาศัย เจ้าของบ้านเขายินยอมให้เราอยู่ชั่วคราว

    “สำหรับนายพร ฉันขอให้จัดการสะสางบัญชีเงินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนสิ้นเดือน ทั้งกองกลาง และทั้งสว่างวงศ์ เราต้องการรู้ว่าเป็นหนี้กองกลางอยู่เท่าใด”

    ทุกคนรับรู้ด้วยสีหน้าและอารมณ์แตกต่างกัน ถึงเวลานายพรบอกลา ชายกลางเดินออกไปส่ง นายพรอยากรู้ว่าถ้าพจมานไม่ยอมรับบ้านทรายทองคุณชายจะทำยังไง

    “ก็ปล่อยให้ร้างไปเลย” ชายกลางตอบเด็ดเดี่ยวจนนายพรไม่กล้าพูดอะไรอีก

    ในวันเดียวกัน ท่านต้อมโทร.มาถามชายกลางเรื่องพจมานว่าได้พูดกับเธอตามที่ตนขอหรือยัง ชายกลางบอกว่ายังไม่ได้พูดเพราะพจมานกลับไปบ้าน ไม่ทราบว่าจะกลับเมื่อไหร่ แต่ถ้าเธอกลับมาจะพูดให้ทันที

    ขณะที่มีคนทางกรุงเทพฯเฝ้ารอ พจมานบอกนกุลว่าเธอจะไม่กลับไปกรุงเทพฯอีกแล้ว และขอร้องนกุลอย่าพูดถึงบ้านทรายทองและคนที่นั่นอีก

    พจมานต้องการให้พจนาเรียนต่อให้จบ แต่น้องชายไม่ยอมเพราะอยากทำงานเลี้ยงลูกเมียด้วยการไปเป็นหัวหน้าคนเดินรถของกำจรลูกชายคุณนายลมุลเศรษฐีท้องถิ่น พจมานรู้สึกท้อแท้ใจ แต่อะไรไม่ร้ายเท่า แม่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอแต่งงานกับกำจรเพื่อกู้หน้าและพยุงฐานะของครอบครัว

    ในวันที่ลมุลพาลูกชายมาเจรจากับแม่และพจมาน ไม่คาดคิดว่าชายกลางจะมาปรากฏตัวพร้อมนายจร

    สองแม่ลูกจึงพากันกลับไปก่อน โดยลมุลจะกลับมาอีกครั้งเพื่อฟังคำตอบ

    พจมานดีใจมากที่เห็นชายกลาง แต่ข่าวที่ได้รับคือการคืนบ้านทรายทองให้แก่เธอ และชายกลางจะย้ายจากไป กับการทาบทามเธอให้กับท่านต้อม

    “เธอมีสิทธิจะตัดสินใจ จะอยู่เป็นคุณนายบ้านนอก หรือว่าจะกลับไปมีโอกาสดีที่กรุงเทพฯก็ได้ ฉันยังพูดเรื่องท่านต้อมไม่จบ ก่อนจะเสด็จกลับเมื่อวาน ท่านขอร้องให้ฉันมาพูดกับคุณน้าผู้หญิงเรื่องเธอ”

    “แล้วคุณหญิงเล็กล่ะคะ”

    “ไม่เคยมีปัญหาอะไรยากสำหรับพวกสว่างวงศ์ ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่ ถึงเธอเองก็ไม่ต้องกระดากใจ ถ้าเธอกับท่านต้อมจะชอบพอกันจริงๆ ฉันยินดีจะช่วยเหลือส่งเสริมทุกประการ เธอจะให้ฉันพูดกับคุณน้าผู้หญิงเลย หรือว่าจะตกลงใจอย่างไร ที่จริงเธอกับท่านต้อมก็คุ้นเคยกันดีแล้วไม่ใช่หรือ”

    พจมานเม้มปากแน่น สองมือกำแน่น เมินมองไปทางอื่น ชายกลางมองสีหน้าเธออย่างเพ่งพิศ

    คุยธุระกันเสร็จ ชายกลางกลับไปทันที พจมานเดินกลับเข้าบ้าน แม่กำลังสาละวนเตรียมอาหาร มองไปเห็นก็อุทานว่า

    “ตายจริง! กลับมากันแล้วหรือ แม่ยังทำกับข้าวไม่เสร็จเลย”

    “ไม่ต้องทำแล้วค่ะ คุณชายกลางกลับไปแล้ว”

    “คุณชายเธอไม่พอใจอะไรหรือเปล่า”

    “เปล่าค่ะ ของพวกนี้พจเก็บให้เองค่ะ คุณแม่ไปพักผ่อนเถอะ”

    “ไม่เป็นไร แม่จะทำกับข้าวต่อ ยังไงเราก็ต้องกินกันไม่ใช่หรือ” พจมานไม่ตอบ แม่ชี้มือไปที่ข้าวของจำนวนไม่น้อย บอกว่าคุณชายเอามาฝาก

    “คุณชายกลางเป็นคนมีน้ำใจเหมือนคุณหญิงยายของเธอ ดูสิ ของดีๆทั้งนั้น”

    พจมานก้มหน้าก้มตาเก็บของไปเรื่อยๆ แม่มองลูกสาวอย่างใคร่ครวญครุ่นคิด

    ooooooo

    ค่ำลงแล้ว พจมานนั่งในความสลัวท่ามกลางแสงตะเกียงเพียงดวงเดียวในห้องนอน หวนคิดถึงการสนทนาระหว่างตนเองกับชายกลางเมื่อตอนเย็น

    “ถ้าเธอตกลงใจ บ้านทรายทองคงจะให้ความสุขแก่เธออย่างมาก ท่านต้อมก็นับว่าเป็นสุภาพบุรุษที่ดีน่านับถือคนหนึ่ง ท่านเหมาะสมที่จะช่วยเธอทำนุบำรุงบ้านทรายทอง”

    “คุณชายอุตส่าห์มาที่นี่ด้วยธุระเท่านี้หรือคะ ดิฉันขอบคุณมากค่ะ” พจมานพนมมือไหว้ ชายกลางเดินมาใกล้ ขมวดคิ้วเมื่อเห็นหยดน้ำตาของเธอ

    “เหลวไหล ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่ชอบเห็นคนร้องไห้เหมือนคุณน้าพนา ทำไมจะต้องร้องไห้เมื่อดีใจหรือเสียใจ ทำไมไม่เข้มแข็ง การตัดสินใจเลือกระหว่างลูกชายคุณนายอะไรนั่นกับท่านต้อมจะต้องใช้น้ำตาเชียวหรือ”

    พจมานน้ำตาพรูออกมา แต่พยายามกลั้นสะอื้น

    “ถูกล่ะ เขาวานฉันมาทำธุระให้ แล้วฉันก็มาเพื่อคนทั้งหลายจะได้รู้ว่าฉันใจกว้างพอที่จะสนับสนุนเธอให้มีความสุข กลับบ้านทรายทองเถอะ ฉันขอร้อง ที่นั่นจะให้ทั้งเกียรติยศและคุณงามความดีแก่เธอ เป็นความจริงที่อาจจะมีบางคนเคยดูถูกดูแคลนเธอ แต่เธอต้องคิดว่าเป็นเพราะเขาเหล่านั้น เธอจึงได้มีโอกาสเป็นตัวของเธอเองด้วยความระมัดระวังตลอดมา ฉันขอร้องให้เธอกลับไปและตกลงใจกับท่านต้อมเสีย ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงไม่กล้าแนะนำ แต่นี่เป็นท่านชาย มันคงจะเป็นบาปหนาติดประทับกับพวกสว่างวงศ์ด้วยซ้ำไป ถ้าอนาคตของเธอมืดมัว ฉันขอเป็นผู้ล้างบาป ฉันขอเป็นผู้ฟอกสว่างวงศ์ให้สะอาดกันเสียที แล้วเราจะเป็นญาติที่ดี พึ่งพาอาศัยกันต่อไปในวันหน้า เข้าใจหรือยัง”

    “เข้าใจค่ะ”

    “ขอบใจมาก...เธอจะให้ฉันบอกคุณแม่ว่าอย่างไร”

    “ไม่ต้องค่ะ”

    “ตามใจ” ชายกลางจับไหล่ทั้งสองข้างของพจมานอย่างอ่อนโยน “จำได้ไหมว่า ฉันกับชายน้อยได้ไปงานโรงเรียนของเธอ เพื่อเป็นกำลังใจแทนคุณน้าพนา ถ้าเธอจะแต่งงานกับท่านชายหรือคนใดก็ได้ที่เธอรักเขาและเขารักเธอจริงๆ ฉันจะทำทุกอย่างให้เธอเหมือนดังคุณน้าพนายังมีชีวิตอยู่ และทำให้แก่ลูกสาวที่ท่านรัก”

    พจมานสะอื้นออกมาด้วยความเศร้าสะเทือนใจสุดแสน ชายกลางนิ่วหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ แล้วปล่อยมือหันหลังเดินจากไป...

    ยิ่งคิดพจมานก็ยิ่งเศร้าเสียใจ เธอกะพริบตาถี่ๆ ให้น้ำตาที่คลอออกมาไหลย้อนกลับลงไป แล้วสูดลมหายใจยาว เชิดหน้าขึ้นเพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา

    ooooooo

    เช้าวันนี้ภายในห้องอาหารว่างเปล่า ชายกลางในชุดเสื้อผ้าไปทำงานเดินเข้ามาสีหน้าประหลาดใจ มองอาหารเช้าวางไว้ที่เดียวคือที่นั่งหัวโต๊ะของตน แจ่มมาคอยรับใช้ รายงานคุณชายว่า

    “หม่อมท่านกับคุณแพรวออกไปข้างนอกค่ะ คุณหญิงเล็กยังไม่ลงมา คุณหญิงใหญ่รับประทานในห้อง ส่วนคุณประสพ...”

    สายตาเคร่งขรึมของชายกลางที่มองมาทำให้แจ่มหน้าเจื่อนลงทันที เสียงก็หายไป

    ชายกลางนั่งทานอาหารเงียบๆได้ครู่เดียว ฟักเข้ามาบอกว่ามีโทรศัพท์ถึงคุณชาย...ชายกลางพยักหน้า บอกแจ่มให้เก็บโต๊ะได้เลยแล้วเดินออกไป

    โทรศัพท์จากท่านต้อมนั่นเอง ท่านต้อมสีหน้าผิดหวังหลังสอบถามชายกลางแล้วได้คำตอบที่ไม่ชัดเจนเรื่องพจมาน อยากรู้ว่าเธอไม่พูดอะไรเลยหรือ

    “เขากำลังมีเรื่องไม่สบายใจเกี่ยวกับน้องๆ หม่อมคิดว่าควรจะให้เวลาอีกสักหน่อย”

    “หรือว่า...ผมควรจะไปพบเขาด้วยตัวเอง”

    “หม่อมคิดว่าพจมานอาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับฟังในตอนนี้”

    “นั่นสินะ...ไม่เป็นไร ผมจะอดใจรอ ผมเชื่อว่าพจมานคงไม่ปฏิเสธแน่ ขอบคุณมากที่คุณภราดาช่วยเป็นธุระให้”

    “ด้วยความยินดีหม่อม” ชายกลางวางโทรศัพท์ลงแต่ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

    ฝ่ายท่านต้อมพอวางสายหันกลับมาก็เจอท่านตุ้มยืนมองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม และท่านติ๋วมองพี่ชายด้วยแววตาผิดหวัง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 03:53 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์