ข่าว

วิดีโอ



บ้านทรายทอง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า - โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาวิต

กำกับการแสดงโดย: เพ็ญลักษณ์ อุดมศิลป์

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วีรภาพ สุภาพไพบูลย์,พีชญา วัฒนามนตรี

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

หญิงเล็กร้อนใจเรื่องซื้อบ้านทรายทอง เธอไม่รอให้งานศพชายน้อยเสร็จสิ้นก็เร่งเร้าหม่อมแม่ให้นัดชายกลางมาคุย เมื่อเขามาถึงตึกขวาง หม่อมจึงออกตัวว่า

“แม่รู้ว่าเรื่องที่แม่จะพูดอาจจะผิดกาลเทศะอยู่สักหน่อย แต่หญิงเล็กร้อนใจอยากรู้เร็วๆ คือหญิงเล็กเขาอยากจะซื้อบ้านทรายทองน่ะจ้ะ”

ชายกลางนิ่งฟังอย่างเดียว หม่อมสบตาหญิงเล็กแล้วพยายามต่อ

“คุณเติมเขายินดีสู้ราคาเต็มที่นะ ใช่ไหมหญิง”

“ค่ะ คุณเติมเขาชอบบ้านทรายทองมาก หญิงเองก็อยากจะซื้อเก็บเอาไว้ให้ลูกหลาน”

“ถ้าเธออยากได้จริงๆ ก็ต้องลองพูดกับพจมานเขาดู เขาเป็นเจ้าของ ไม่ใช่พี่”

“ถ้าพี่ชายกลางขาย...มันก็ต้องยอมขาย”

“ทำไมเธอถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ พจเขาก็คงต้องการเก็บไว้ให้ลูกให้หลานเหมือนกัน”

“แต่ลูกหลานของมันไม่สมควรจะอยู่ในบ้านผู้ดีอย่างบ้านทรายทอง”

“ถ้าพจมีลูกหลาน...เด็กพวกนั้นก็ต้องเป็นลูกหลานของพี่เหมือนกัน แล้วถ้าเธอจะอ้างเธอเป็นผู้ดี เป็นลูกของท่านพ่อกับท่านแม่ พี่ก็ไม่ต่างอะไรกับเธอ ส่วนพจมานที่เธอดูถูกเขาว่าต่ำว่าบ้านนอก ครึ่งหนึ่งของเขาก็เป็นเลือดพินิตนันทน์เช่นเดียวกับเรา ผิดกับสามีของเธอ ขอโทษ...

พี่ไม่ได้ดูถูกเขา เพราะพี่เห็นว่ามนุษย์มีความเท่าเทียมกัน แต่ในเมื่อเธอลงถึงรายละเอียด พี่ก็จะลงบ้างเหมือนกัน”

หญิงเล็กโกรธจนตัวสั่น พูดไม่ออก หม่อมโกรธแทนลูกคนโปรด เถียงว่าถึงยังไงเติมก็ดีกว่านังพจมาน

“หม่อมแม่เอาอะไรมาวัดหรือครับ”

“เออ! นังเมียไพร่ของแกมันดีที่สุด ขนาดคบชู้สู่ชายก็ยังเป็นคนดี พยายามยัดเยียดนังน้องสาวให้ชายก็ยังเป็นคนดี ผู้หญิงอย่างนั้นชายยังจะรักยังจะยกย่องมันอยู่อีกหรือ มันเป็นตัวเสนียด”

ชายกลางไม่พอใจนัยน์ตาเป็นประกายวาวโรจน์ “หม่อมแม่ไม่ใช่แค่ดูถูกเมียผม แต่ยังดูถูกผมด้วย”

“ก็แล้วชายทำตัวให้สมควรดูถูกไหมล่ะ เวลานี้ใครๆเขาก็พูดเรื่องนังพจมานคบชู้ แล้วก็ยัดเยียดนังพจนีย์ให้ชายทั้งนั้น”

“แล้วใครล่ะครับที่ทำให้เรื่องพวกนี้กระจายออกไป...ก็คนในบ้านทั้งนั้น แทนที่จะช่วยกันพูดช่วยกันรักษาชื่อเสียงของพวกเรากันเอง กลับช่วยกันทำลายให้ย่อยยับ”

“ชายกลาง! นี่รักเมียหลงเมียจนกล้าด่าแม่ด่าน้องเชียวรึ ไม่นึกเลยจริงๆที่แม่ที่น้องพูดก็เพราะต้องการช่วยรักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลของเรา”

“ถ้าพี่ชายกลางไล่มันไป...ทุกคนก็จะเลิกพูด”

“ทำไมหญิง...ทำไมหม่อมแม่ถึงได้เกลียดพจมานนัก เพราะเขาจน เพราะเขาเป็นลูกสาวคุณน้าพนา เพราะเขาเป็นเมียผม หรือว่าเพราะเขาเป็นเจ้าของบ้านทรายทองที่แท้จริง”

“หญิงตอบได้เลยว่าทุกข้อเลยค่ะ แล้วก็ขอเพิ่มเติมด้วยว่าเพราะมันจองหอง ไม่เจียมตัว ก้าวร้าวกับทุกคนไม่เว้นแม้แต่หม่อมแม่ ซึ่งเป็นแม่แท้ๆของพี่ชายกลาง”

“พจจะไม่ก้าวร้าวใครถ้าคนคนนั้นไม่ไปแตะคุณพ่อคุณแม่ของเขา...พี่ต้องกลับไปเตรียมตัวรับแขกที่จะมาฟังสวดก่อน ผมไปล่ะครับหม่อมแม่”

หม่อมน้อยใจและแค้นใจ สบถไล่หลังลูกชายไปว่า “เลี้ยงมาแทบตาย พอมีเมียก็ลืมแม่!”

หญิงเล็กยังไม่ลดละ รีบตามพี่ชายออกไป “พี่ชายกลางคะ หญิงขอเวลาอีกหน่อยค่ะ แขกที่มาก็เป็นพี่เป็นน้องหรือคนคุ้นเคยสนิทสนมกันทั้งนั้น ช้านิดช้าหน่อยคงไม่เป็นไร แล้วพี่หญิงใหญ่ก็อยู่ทั้งคน”

“เธอยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีก”

“อย่าเพิ่งรำคาญค่ะ ถ้าพี่ชายกลางยอมลดทิฐิ เปิดใจให้กว้างสักนิด จะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และสะเทือนถึงทุกคนในตระกูลเรา พี่ชายกลางจึงควรต้องทำความจริงกระจ่าง”

“หญิงเล็ก...เธอคิดว่าเธอรู้อะไรมากกว่าคนอื่น มากกว่าพี่ เธอแต่งงานแล้วก็ควรจะเป็นธุระแต่กับเรื่องของครอบครัวเธอ เรื่องของพี่ เรื่องของเราที่บ้าน เรารู้ว่าจะปฏิบัติอย่างไร หญิงไม่ควรมาเกี่ยวข้อง แล้วก็ทำให้หม่อมแม่ต้องอารมณ์เสียไปด้วย”

“หญิงยังยืนยันว่าหญิงต้องเกี่ยว เพราะที่ผ่านมาจนถึงเดี๋ยวนี้ พี่ชายกลางเคยปรักปรำหญิงสารพัดเรื่องนังพจมาน หญิงยังจำได้ พี่ชายกลางเคยกล่าวหาว่าหญิงพิการทางใจมากกว่าชายน้อย พร้อมกันนั้นก็ยกย่องมันซึ่งเป็นศัตรูของหญิงขึ้นเป็นเมีย...ไหนๆก็จะพูดแล้ว หญิงขอพูดให้หมดทีเดียว เมื่อวันก่อนพี่ชายกลางสูญเสีย

ชายน้อยผู้พิการทางร่างกาย วันนี้ก็อาจจะต้องสูญเสียหญิงผู้ที่พี่ชายกลางบอกว่าพิการทางใจด้วย”

“ไม่ต้องมาตีสำนวนโวหาร เธอมาอ้างเรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วเรื่องของเธอเองล่ะ เธอขอยืมสร้อยคอของพจมานไปแล้วคิดที่จะคืนเขาหรือยัง หรือหาวิธีจะไม่คืนของให้เขาแล้วก็พาลรีพาลขวางว่าเขาเลวอย่างโน้นอย่างนี้ใช่ไหม ฉันเป็นพี่ ฉันเข้าใจนิสัยสันดานของน้องดี น่าเสียดายที่สว่างวงศ์ของเราบางคนมีอันเป็นไปเช่นนี้”

“อ้อ! พี่ชายกลางก็รู้เหมือนกันหรือคะว่าเมียของตัวเองเลว แต่ก็ยังยกย่องเกรงใจมันอยู่ เพราะมันป้อๆยอๆ ยกน้องสาวให้ใช่ไหม เข้าทำนองเมื่อผัวเสีย...เมียจะได้เลวได้...อนิจจา!”

ชายกลางโกรธจัดอย่างที่ไม่เคยโกรธมาก่อน ก้าวเข้ามาใกล้หญิงเล็ก แต่แล้วก็ระงับสติไว้ได้ไม่ทำร้ายหรือเอะอะโวยวาย

“ใครเป็นคนบอกเธอเรื่องพจมานยกผู้หญิงคนนั้น นี่ขนาดน้องของพี่เองยังไม่มีความเข้าใจพี่เลย หญิงเล็ก...ถ้าพี่ไม่ใช่พี่ของน้อง พี่ที่น้องเคยนับถือ การกล่าวหาที่สกปรกโสมมเช่นนี้จะทำให้น้องลำบากมาก ขนาดที่น้องพูดครั้งแรก...พี่พยายามจะไม่ใส่ใจแล้วแต่นี่ยังอุตส่าห์มาพูดซ้ำซากอีก พี่เข้าใจล่ะ การพยาบาท อิจฉาริษยา แข่งดี ทำให้เธอเป็นศัตรูกับพจมานไม่รู้จบ เธอควรจะเสียใจเมื่อพี่บอกว่าเรื่องนั้นสกปรกโสมม บ้านทรายทองของเรา...สว่างวงศ์เช่นพี่ไม่ใช่คนไร้สติอย่างนั้น ขอให้เข้าใจเสียใหม่”

“แต่เขาพูดกัน มีคนเขาเห็น”

“ใครพูด...ใครเห็น มันเป็นวิธีการของคนชั้นต่ำ จิตใจสกปรก แล้วเธอก็เชื่อ หลงคิดว่ามันเป็นความจริง แม้แต่เรื่องที่พูดกันเป็นบ้าเป็นหลังว่าพจมานคบผู้ชาย ยักยอกเงินให้กัน ทำไมเขาจะให้ทานใคร จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์บ้างไม่ได้เชียวรึ”

“สายใจเห็น...นายกรด...นายจรก็เห็น...พจนีย์ก็รู้”

ชายกลางระอาใจแต่จำต้องอธิบายต่อไปอย่างอดทน “พี่ไม่เห็นนายกรดหรือนายจรพูดอะไร มีแต่คนของหม่อมแม่ทั้งนั้น ทำไมพี่จะไม่รู้ว่าหม่อมแม่ส่งคนคอยจับผิดพจมาน เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องก็พยายามจะทำให้เป็นเรื่อง พี่ไม่เคยเชื่อว่าเมียของพี่จะเหลวไหล แต่พี่เชื่อว่าเธอและพรรคพวกของเธอเกลียดชังเมียพี่ พยายามจะทำลายความสุขของเรา พี่ขอร้องเถอะ หญิงเล็ก ปล่อยเราไว้ตามลำพัง หญิงแต่งงานแล้ว แยกไปอยู่คนละบ้านแล้ว หน้าที่ของลูกผู้หญิงของแม่บ้านไม่ใช่คอยวุ่นวายจุ้นจ้านกับเรื่องของบ้านอื่น คนเราหากมีจิตใจบริสุทธิ์ต่อกัน วันหน้าวันหลังยังจะพึ่งพากันได้ ถนนในเมืองไทยยังแคบ เราต้องยังพบหน้ากันอีก บ้านทรายทองยินดีจะเปิดประตูรับญาติพี่น้องที่ดีที่น่ารักเสมอ ปล่อยเราไว้ตามลำพัง เราจะดีจะชั่วอย่างไรเป็นเรื่องของเรา”

หญิงเล็กเม้มปากแน่น ได้ยินพี่ชายพูดเรื่องสร้อยคอก็ยิ่งเจ็บแค้นใจ

“สำหรับเรื่องสร้อยคอ ถ้าเธออยากได้จริงๆ บอกกับเขาตรงๆ พี่เชื่อว่าพจมานคงไม่ขัด พี่รู้ว่าเขารักพี่ เขาทำทุกอย่างให้พี่มานานแล้ว ทั้งๆที่สายเลือดเดียวกับพี่ ไม่เคยทำอะไรสักอย่างตอบแทนความรักของพี่เลย ร่างของชายน้อยยังอยู่ในห้องโถง เธอควรจะคิดถึงและอาลัยรักน้องของเรามากกว่าจะเห็นเรื่องอื่นเป็นเรื่องสำคัญ”

หญิงเล็กนิ่งอึ้ง เถียงไม่ออกจริงๆเรื่องชายน้อย

ooooooo

แล้วค่ำนั้นเอง หญิงเล็กก็มากับหม่อมแม่นำสร้อยมาคืนให้พจมานด้วยท่าทีกระแทกกระทั้น

“เอ้า! เอาคืนไป! จะได้หมดเรื่องหมดราวเสียที ฉันไม่อยากได้นักหรอก...ทุกคนเป็นพยานด้วยนะคะว่าหญิงเอาสร้อยมาคืนนังพจมานแล้ว จะได้ไม่ต้องมาทวงซ้ำทวงซาก”

“ก็ของของเขา...เขาก็ทวงเป็นธรรมดา”

“พี่หญิงใหญ่ยกให้เขาเป็นของขวัญไม่ใช่หรือคะ ทีน้องแท้ๆของตัวเองไม่ให้อะไรสักอย่าง ไม่ได้ไปงานด้วยซ้ำ ที่พูดนี่ไม่ได้จะทวงหรือว่าอยากจะได้ของของใครหรอกนะคะ เพราะหญิงมีแล้ว มีมากเสียด้วย หมดธุระแล้วกลับเถอะค่ะหม่อมแม่”

“ไปสิลูก แม่ก็ไม่ได้อยากจะเหยียบบ้านเขานานนักหรอก”

สองแม่ลูกเดินเชิดออกไป หญิงใหญ่บ่นว่าเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชายกลางเสริมว่าคงยากแล้ว ไม้แก่ดัดยากกันทั้งนั้น

“พจไปนอนเถอะ แล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ใครจะพูดอะไรก็ให้มันผ่านหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ต้องเอามาเป็นอารมณ์”

พจมานรับคำหน้าเศร้าแล้วผละไป ฝ่ายสองแม่ลูกพอกลับไปถึงตึกขวางก็ยังไม่จบ หม่อมบ่น

หญิงเล็กว่าคืนสร้อยให้พจมานทำไม ทั้งที่ของอยู่ในมือเราแท้ๆ

“ก็หม่อมแม่ไม่รู้นี่คะว่าเมื่อเย็นพี่ชายกลางเขาพูดว่ายังไงกับหญิง ไอ้เราก็พยายามจะพูดให้เขาตาสว่างเสียที อ้างหลักฐานว่ามีคนเห็น คนพูดกันว่ายังไงบ้าง เขากลับหาว่าหญิงเหลวไหลหาเรื่องใส่ความเมียเขา เขาไม่เชื่อว่าเมียเขาจะเลวเช่นนั้น เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าคนเราเวลาหลง มันหมดสติไปเลย”

“แล้วเรื่องนังพจนีย์ล่ะลูก หญิงถามหรือเปล่า”

“ถามค่ะ เขาว่าไม่เป็นความจริง โถ...ถึงจริงใครเขาจะยอมรับล่ะคะ ว่าแต่หม่อมแม่เคยถามพจนีย์มันหรือเปล่า”

หม่อมบอกว่าไม่เคยถามกันจริงจัง แต่พรุ่งนี้จะต้องถาม

ooooooo

วันรุ่งขึ้นพจนีย์ถูกหม่อมเรียกมาถามว่ามีความสัมพันธ์กับชายกลางตามที่คนเขาลือกันหรือเปล่า เธอทำเหนียมอายบอกว่าตนเป็นผู้หญิงเรื่องแบบนี้พูดไม่ได้ หญิงเล็กที่นั่งอยู่ด้วยหมั่นไส้ถึงกับไล่ตะเพิดออกไปด้วยความหงุดหงิดรำคาญหญิงใหญ่ตำหนิสายใจที่ข้ามฝั่งไปรับใช้ที่ตึกขวางทั้งที่พจมานเป็นคนจ่ายเงินเดือน สายใจโดนหนักไปรายงานหม่อมกับหญิงเล็กว่าพจมานคงฟ้องหญิงใหญ่ หญิงเล็กไม่ชอบใจและต้องการหักหน้าพจมานว่าตนเองมีปัญญาจ่ายเงินเดือนแพงๆแก่สายใจ จึงขอหม่อมแม่ว่าจะเอาสายใจไปอยู่ที่บ้านเติม

หญิงเล็กยังจุ้นจ้านไม่เลิก เรียกพจนีย์มาสั่งให้แอบขึ้นไปบนห้องพจมานค้นหาหลักฐานเอาผิดเรื่องคบชู้โดยให้ใช้ช่วงเวลาที่พจมานลงมางานศพชายน้อย พจนีย์ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายแต่ไม่พบอะไรสักอย่างที่ผิดปกติ หญิงเล็กกับหม่อมไม่ยอมรามือ สั่งพจนีย์ไปค้นใหม่วันพรุ่งนี้ ต้องค้นจนกว่าจะพบชายกลางเป็นห่วงพจมานที่กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเรื่องชายน้อย จึงรบกวนหญิงใหญ่ช่วยทำให้เธอคลายความเศร้า หญิงใหญ่ใช้หลักธรรมปลอบพจมานว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดาของมนุษย์ แล้วยังหางานเล็กๆน้อยๆให้ทำเพื่อไม่ให้มีเวลาว่างจนหมกมุ่นคิดถึงแต่ชายน้อย

พจนีย์เห็นพจมานรับจดหมายฉบับหนึ่งจากนายจรก็คิดอกุศลว่าเป็นของชู้รักจึงจะไปรายงานหม่อมเพื่อเอาหน้า แต่พอดีหม่อมอยู่กับหญิงใหญ่ก็เลยยังไม่กล้าเข้าไป

หม่อมพูดเรื่องพจมานยกพจนีย์ให้ชายกลางแล้วตัวเองแอบคบชู้ให้หญิงใหญ่ฟังอีกครั้ง แต่หญิงใหญ่ก็ยืนกรานเหมือนเดิมว่าไม่เชื่อ และตนขอพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่าชายกลางรักเมีย พจมานเหมือนกัน คนจองหองอย่างนั้นเขาไม่คิดคบชู้อย่างแน่นอน...แล้วเสียงอ่อนลงว่า

“หม่อมแม่รักษาเนื้อรักษาตัวนะคะ อายุมากแล้วอย่าไปฟังใครมาก เดี๋ยวจะไม่สบายเปล่าๆ เอาอย่างนี้ไหมคะ หญิงกลับเพชรบุรีคราวหน้าหญิงจะพาหม่อมแม่ไปปฏิบัติธรรมด้วย”

“โอ๊ย! ฉันมันกิเลสหนา เข้าไม่ถึงรสพระธรรมอย่างตัวหรอก เชิญขึ้นสวรรค์ไปคนเดียวเถอะ”

หม่อมสะบัดเสียงฉุนๆ หญิงใหญ่นิ่งไปอย่างอ่อนใจ

ooooooo

เมื่อพจนีย์มาตอกย้ำเรื่องพจมานได้รับจดหมายอีกฉบับหม่อมก็ตีความไปอย่างเดิมว่าเป็นของชายชู้ จึงเคี่ยวเข็ญให้พจนีย์หาทางไปค้นห้องพจมานอีกครั้ง โดยตนจะหาวิธีเปิดทางสะดวกให้

ปะเหมาะพอดีทราบว่าหญิงใหญ่จะชวนพจมานไปทำสังฆทานให้ชายน้อย หม่อมใช้โอกาสนี้ให้พจนีย์เร่งจัดการ ปรากฏว่าไม่เจออะไรเหมือนเดิมแถมยังเกือบโดนพวกสายใจจับได้

พจนีย์กลับมาเล่าให้หม่อมและหญิงเล็กฟังว่าในห้องพจมานมีลิ้นชักที่ล็อกกุญแจ หลักฐานน่าจะอยู่ในนั้น หญิงเล็กจึงกำชับว่าครั้งต่อไปพจนีย์ต้องเตรียมเครื่องมือไปงัดลิ้นชักด้วย...

แม้งานศพชายน้อยจะผ่านพ้นไปแล้วแต่พจมานยังคงเศร้าสร้อย นมทิพย์บอกให้เธอดูแลตัวเองเพราะกำลังท้องอยู่ พจมานเกิดความเหนื่อยหน่ายจึงขอชายกลางไปอยู่บ้านแม่สักพักโดยเอานมทิพย์ไปด้วยตามที่ชายกลางแนะนำ

พจมานไปแล้วโอกาสทองจึงเป็นของพจนีย์ที่ได้รับคำสั่งจากหญิงเล็ก แต่สิ่งที่พจนีย์ค้นเจอในห้องพี่สาวคือจดหมายของนิเวศน์ที่เขียนมาขอบคุณสำหรับเงินรักษาตัวและสัญญาที่นิเวศน์ทำไว้กับพจมานว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับพจนีย์อีก

พจนีย์เพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนั้นเองว่าพจมานรักเธอมากแค่ไหน เธอสำนึกผิดมากรีบนำจดหมายนี้ไปให้ชายกลางอ่านต่อหน้าหญิงใหญ่

เมื่อความจริงประจักษ์ว่าพจมานเป็นคนดี หญิงใหญ่ตัดสินใจบอกชายกลางว่าพจมานท้อง ก่อนจะไปบอกหม่อมแม่และหญิงเล็กว่าพจนีย์สารภาพหมดแล้ว

สองแม่ลูกชะงักไปนิด แต่แล้วทำคอแข็งไม่สนใจว่าพจนีย์จะสารภาพเรื่องอะไร พวกตนไม่เกี่ยว

“เกี่ยวด้วยแน่ๆเลยค่ะ เพราะพจนีย์บอกว่าหญิงเล็กกับหม่อมแม่ให้เขาขึ้นไปค้นจดหมายในห้องพจมาน”

“อ๋อ...จดหมายชู้มันน่ะรึ”

“จดหมายสามีของพจนีย์ค่ะ เขาซมซานจะมาขอเงินพจนีย์ไปรักษาตัวเพราะป่วยเป็นฝีในท้อง พจมานให้เงินไปรักษาตัวด้วยความสงสาร และแลกกับสัญญาว่าเขาจะไม่มายุ่งกับพจนีย์อีกต่อไป เขารักน้องของเขามาก ไม่อยากให้พจนีย์รู้เรื่องเลยปิดบังไม่ให้ใครรู้เรื่อง” หม่อมกับหญิงเล็กหน้าม้าน สบตากันไปมา

“ฮึ! ไอ้คนที่เห็นก็ไปนินทากันสนุกปาก มิหนำซ้ำนังน้องสาวยังร่วมมือทำร้ายทำลายชื่อเสียงของพี่สาว แล้วเป็นยังไงล่ะคะ คนดีมันก็ต้องเป็นคนดีอยู่วันยังค่ำ ถึงแม้คนอื่นๆจะพยายามช่วยกันใส่ร้ายว่าเขาเลยก็ตามเถอะ”

“มันอาจจะปลอมจดหมายก็ได้”

“ใส่ร้ายคนไม่ผิดว่าผิดนี่มันบาปนะหญิงเล็กเวรกรรมมีจริง”

“เอ๊ะ! พี่หญิงใหญ่แช่งหญิงเหรอ”

“ก็ในเมื่อเธอไม่ได้ใส่ร้ายเขา แล้วเธอจะกลัวอะไร” ขาดคำหญิงใหญ่ทำท่าจะเดินไป แต่แล้วนึกได้หันกลับมาพูดกับแม่ว่า “หม่อมแม่คงยังไม่ทราบกระมังคะว่าพจมานท้อง แต่เขาไม่ได้บอกใคร”

“แล้วทำไมไม่บอก พิลึก”

หญิงใหญ่เดินจากไปเงียบๆ หญิงเล็กหันขวับมามองหม่อมซึ่งยังนั่งอึ้ง ถามว่าเป็นอะไรไป หรือว่าตื่นเต้นดีใจจนพูดไม่ออก

“ฉันยังไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย” หม่อมสวนเสียงขุ่นแล้วลุกออกไป ทิ้งให้หญิงเล็กหงุดหงิดใจที่ทำร้ายพจมานไม่สำเร็จ แถมความดีของพจมานยังปรากฏอีก

ooooooo

เมื่อรู้ว่าพจมานท้อง ชายกลางเตรียมตัวไปหาเธอ แต่ไม่ทันเดินทางก็มีคนส่งข่าวว่าเติมถูกตำรวจจับที่มะนิลา หญิงเล็กกำลังร้องไห้ฟูมฟายอยู่กับหม่อมที่ตึกขวาง

“ก็ไม่ดูให้ดีนี่นา...ชายกลางกับคุณประสพเขาก็เคยเตือนแล้ว”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ ท่าทางเขาก็ดี ร่ำรวย หม่อมแม่เองยังชอบเลย ถ้าหม่อมแม่เชื่อพี่ชายกลางกับคุณน้าประสพแล้วทำไมหม่อมแม่ไม่ห้ามหญิง”

“อ้าว...เลยกลายเป็นฉันผิดเอง”

หญิงใหญ่ก้าวเข้ามาไม่ทันพูดอะไร หญิงเล็กก็ชี้หน้าพูดดักคอว่า

“ไม่ต้องมาเยาะเย้ยกันเลย หญิงรู้ว่าพี่หญิงใหญ่แช่งหญิงเพราะหญิงไปแตะนังพจมานคนโปรด”

“ถ้าคุณเติมไม่ได้ทำผิด ต่อให้พี่แช่งชักหักกระดูกแทบตายเขาก็ไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าพี่ไม่ได้แช่งใคร แล้วก็ไม่เคยคิดจะแช่งใคร”

“ไม่เชื่อ”

“นี่จะทะเลาะกันหรือว่าจะหาทางช่วยกัน” หม่อมขึ้นเสียงแทรกขึ้นมา หญิงเล็กสะบัดหน้าพรืดไปจากพี่สาวหญิงใหญ่อ่อนใจแต่ยังเอ่ยอย่างใจเย็นก่อนหันกลับออกไปว่า “พี่มาด้วยความหวังดีอย่างจริงใจ แต่ถ้าเธอไม่เชื่อ ไม่ต้องการความหวังดีของพี่ก็ไม่เป็นไร”

“เห็นไหมคะหม่อมแม่ พี่หญิงใหญ่ตั้งใจจะมาเยาะเย้ยหญิง”

“แม่ไม่เห็นว่าเขาจะมาเยาะเย้ยตรงไหน”

“หม่อมแม่...”

“แม่เชื่อว่าถึงอย่างไรพี่น้องย่อมรักกัน มีความหวังดีต่อกัน ดูอย่างพจมานซิ มันยอมให้ทุกคนเข้าใจผิดเพื่อปกป้องน้องของมัน ถึงแม้นังพจนีย์จะอิจฉาริษยาคอยให้ร้ายอย่างไรก็ตาม”

“นี่...นี่หม่อมแม่...”

“แม่พูดกลางๆเพื่อเปรียบเทียบให้ฟังไม่ได้ยกย่องหรือเข้าข้างใคร หญิงจะคิดอย่างไร จะเกลียดชังใครก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้คนที่หญิงจะปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือได้ แม่ก็เห็นมีแต่พี่น้องกันเท่านั้น”

หญิงเล็กฟังแล้วสะท้อนใจ น้ำตาไหลเป็นทางอย่างน่าสมเพช

ooooooo

แน่นอนว่าหัวอกคนเป็นแม่ต้องดิ้นรนช่วยเหลือลูกอย่างเต็มที่ หม่อมลดความเจ้ายศเจ้าอย่างตามนายพรมาเจรจาทั้งที่แต่ก่อนรังเกียจลูกชายของเขาที่เคยชอบพอกับหญิงใหญ่แทบเป็นแทบตาย

ครั้งนั้นหม่อมกีดกันขัดขวางจนสองคนต้องแยกจากด้วยความเจ็บปวด และเป็นสาเหตุให้หญิงใหญ่ครองตัวเป็นโสดตลอดมา ส่วนลูกชายนายพรบัดนี้

ได้ดิบได้ดีเป็นถึงรัฐมนตรี หม่อมจึงต้องการขอความช่วยเหลือเรื่องเติมถูกจับที่มะนิลา ปรากฏว่านายพรแบ่งรับแบ่งสู้ว่าต้องถามลูกชายก่อน เพราะยังไม่รู้รายละเอียดการถูกจับ...

ภายในตึกใหญ่บ้านทรายทอง ชายกลางวางโทรศัพท์ลงแล้วหันกลับมาบอกแม่และพี่น้องว่า

“ได้เรื่องแล้ว...หลวงนฤสารบอกว่าเติมถูกจับเพราะเขาค้นเพชรได้ในรองเท้า พอลงจากเครื่องก็ถูกจับ ที่ส้นรองเท้าทั้งสองข้างบรรจุเพชรเม็ดเล็กคิดเป็นเงินไทยก็หลายแสน”

“มิน่า! เดี๋ยวๆก็เอาเพชรมาแจก” หม่อมโพล่งขึ้นมา...หญิงเล็กเจ็บปวดร้องไห้โฮ ขณะที่หญิงใหญ่ถามชายกลางว่า แล้วเขาจะจัดการกันอย่างไรรู้ไหม

“ยังไม่ทราบครับ โทรเลขละเอียดเพิ่งได้รับเมื่อครู่อยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ แต่ที่แน่ๆเขาก็ต้องจัดการตามกฎหมายของเขา”

หญิงเล็กเดินมาทรุดตัวลงกราบตักพี่ชาย วิงวอนขอร้องช่วยตนคิดว่าจะทำอย่างไรดี ตนหมดปัญญาแล้วจริงๆ

“จะทำยังไง เฮอะ! ก็อับอายขายหน้าจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีน่ะสิ แล้วก่อนหน้านี้หญิงไม่รู้เรื่องเขาเลยหรือว่าเขาค้าขายไอ้ของพรรค์นั้น โธ่...กรรมเวรแท้ๆ แต่งงานกันไปได้ไม่เท่าไหร่”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ เขาไม่เคยบอก หญิงรู้แต่ว่าเขารวย แล้วหม่อมแม่เองก็ยังชอบเขาเลย”

“เปล๊า...ใครว่าแม่ชอบเขา โธ่เอ๊ย! คุณประสพเขาก็เคยเตือนแล้ว ชายกลางก็เคยเตือนแล้ว...มันน่าจะฟังกันบ้าง”

หม่อมกับหญิงเล็กเริ่มทะเลาะกันเองจนหญิงใหญ่ต้องขอให้เลิกกล่าวโทษกันเสียที

“หญิงเล็ก...พี่ยังไม่รับปากว่าจะช่วยได้แค่ไหน บอกได้แต่ว่าจะวิ่งเต้นอะไรมันก็คงยาก ดีไม่ดีเราไม่รู้เรื่องจะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปด้วย หญิงไปนอนพักก่อนเถอะ หม่อมแม่ด้วยครับ เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว”

ชายกลางสรุปชัดเจนก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน...คืนนั้นชายกลางบอกหญิงใหญ่ว่าตนจะไปหาพจมานในวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องทางนี้ตนทำอะไรไม่ได้ พอหญิงเล็กรู้ตอนเช้าถึงกับร่ำไห้หาว่าพี่ชายใจร้ายไม่ช่วยน้อง

“ชายกลางคงช่วยไม่ได้ ไม่ได้ใจร้ายใจดำอะไรหรอก”

“แล้วทำไมไม่พยายามล่ะคะ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นบ้างว่าพยายาม ไม่ใช่รีบไปหาเมีย”

“ก็เมียของเขานี่ กำลังท้องกำลังไส้เสียด้วย เมียเขาถูกใส่ร้ายจนต้องกลับไปบ้าน...เดี๋ยวรอดูทางลูกชายนายพรอีกคนนึง เขาเป็นถึงรัฐมนตรี ถ้าคนนี้ยังช่วยไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”

หญิงเล็กลุกขึ้นเดินแกมวิ่งร้องไห้ออกไป หม่อมมองตามพลางทอดถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

ชายกลางไปหาพจมานที่บ้านและบอกเธอว่าเขารักเธอมากแค่ไหน เป็นสิ่งที่พจมานอยากได้ยินมาตลอด นมทิพย์ รวมทั้งแม่และน้องชายของพจมานต่างดีใจที่ทั้งคู่เข้าอกเข้าใจกัน

ส่วนที่บ้านทรายทอง หญิงเล็กเฝ้ารอชายกลางกลับมาช่วยเหลือ ความทุกข์ร้อนและทุกข์ใจทำให้เธอฟาดหัวฟาดหางเอากับพจนีย์อีกครั้งอย่างคนพาล เอาคนละเรื่องมาปนกันอย่างสติแตก

“แกนั่นแหละตัวดี ไปเอาจดหมายบ้านั่นให้พี่ชายกลางอ่านทำไม อะไรๆมันก็เลยวุ่นวายไปหมด”

หม่อมปรามอย่างไม่เห็นด้วย แต่หญิงเล็กกลับตอบโต้ว่า

“ก็จริงนี่คะหม่อมแม่ ถ้ามันไม่สาระแนเอาจดหมายฉบับนั้นมาประกาศความดีของนังพจมาน...”

“คุณหญิงเองไม่ใช่หรือคะ ที่สั่งให้นีย์ไปเอาจดหมายฉบับนั้นมา”

“เออ! ใช่! แต่ในเมื่อมันไม่ใช่จดหมายชู้อย่างที่เข้าใจ แกก็เก็บเอาไว้อย่างเดิมสิ”

“แล้วก็ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจพี่สาวของนีย์ผิดต่อไปทั้งๆที่เขาตั้งใจจะช่วยนีย์หรือคะ นีย์ทำไม่ได้หรอกค่ะ พี่พจเป็นคนดีอย่างที่นีย์คิดไม่ถึง”

“ออกไป๊!” หญิงเล็กตวาดลั่น หม่อมระอาเต็มทนดุลูกสาวว่าจะเสียงดังไปทำไม “ก็หญิงเกลียดนังพจนีย์นี่คะ มาลอยหน้าสาธยายความดีของพี่สาวอยู่ได้”

“แล้วเราไปรื้อฟื้นเรื่องนั้นอีกทำไม”

ระหว่างที่แม่ลูกเสียงดังใส่กัน พจนีย์เดินออกไปเงียบๆ หญิงเล็กนั่งร้องไห้หมดสภาพ หม่อมมองอย่างรำคาญแกมหงุดหงิด อบรมสั่งสอนว่า

“ถึงหญิงจะร้องไห้คร่ำครวญหรืออาละวาดยังไงมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ หญิงต้องตั้งสติให้ดี ไม่อย่างนั้นก็รังแต่จะอับอายขายหน้า”

แทนที่หญิงเล็กจะตั้งสติ เธอกลับกรีดร้องราวคนบ้าอีกครั้งเมื่อแจ่มนำการ์ดเชิญงานหมั้นระหว่างท่านอ้อมกับท่านต้อมเข้ามาให้ หาว่าเขาส่งมาเยาะเย้ย หม่อมเหนื่อยหน่ายใจถามลูกสาวว่าเขาจะเยาะเย้ยทำไม

“พี่หญิงใหญ่เคยบอกว่าบ้านทรายทองจะต้องมีสาวทึนทึกสองคน แล้วมันก็กำลังจะกลายเป็นจริง ทุกคนเขากำลังจะมีความสุขกัน มีแต่หญิงคนเดียวที่ผัวถูกจับติดคุก ได้ยินไหมคะหม่อมแม่ คำที่พี่หญิงใหญ่แช่งหญิงกำลังจะเป็นจริงแล้ว”

หญิงเล็กร้องไห้คร่ำครวญ หม่อมน้ำตาไหลเดินขึ้นข้างบนไปนั่งทอดถอนใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงเล็กร้องกรี๊ดดังลั่น หม่อมรีบกลับลงมาดุอย่างเหลือทน

“นี่หญิงจะบ้ารึ ร้องกรี๊ดๆอยู่ได้ ทำไมไม่รู้จักอายคนใช้มันบ้าง แม่พูดแล้วพูดอีกจนปากจะฉีกแล้วยังไม่รู้จักฟัง”

“ก็มันส่งบัตรเชิญ...”

“มันเมินที่ไหน ท่านเป็นเจ้าเป็นนายนะลูก จะโกรธจะแค้นจะเกลียดจะชังก็เรียกอย่างนั้นไม่ได้”

“ทีหญิงเจ็บปวด หญิงเสียใจทำไมหม่อมแม่ไม่ปกป้องหญิงบ้าง หม่อมแม่ปกป้องแต่คนอื่น หญิงพยายามร้อนรนจะแต่งงานเพื่อแก้หน้าที่ถูกไอ้เจ้าของบัตรเชิญใบนี้ทิ้ง หญิงหนีจากบ้านทรายทองไปอยู่ที่อื่นโดยมีความหวังว่าที่นั่นจะยิ่งใหญ่ อบอุ่น มีความสุข และเชิดหน้าชูตาหญิงยิ่งกว่าบ้านทรายทอง แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม ที่นั่นล้วนแต่คนหลอกลวง หญิงต้องซานกลับมาที่นี่อย่างผู้แพ้ยับเยิน ชื่อเสียงเกียรติยศและสามีไม่มีอะไรเหลือเลย แล้วหญิงจะสู้หน้าผู้หญิงคนนั้นอย่างไรได้ ผู้หญิงที่ชื่อพจมาน ผู้หญิงที่หิวกระเป๋าเดินทางเก่าๆเข้ามาปกครองบ้านทรายทอง”

หญิงเล็กร้องกรี๊ดออกมาอีก หม่อมลูบหลังลูกอย่างปลอบประโลม หญิงใหญ่เดินเข้ามาถามว่าหญิงเล็กเป็นอะไร หม่อมตอบประชดว่าจะเป็นอะไรเสียอีกนอกจากเป็นบ้า โทษหญิงใหญ่ว่าแช่งน้องจะให้เป็นสาวทึนทึกเหมือนกัน หญิงใหญ่ปฏิเสธและว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะการกระทำของตนเอง กรรมคือการกระทำ ใครทำอะไรก็จะได้อย่างนั้น หม่อมโมโหไล่ตะเพิดลูกสาวคนโตให้ไปขึ้นสวรรค์คนเดียว แต่พออยู่คนเดียวในห้อง หม่อมก็อดคิดทบทวนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ รำพึงอย่างสุดเศร้าสะเทือนใจว่า

“ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะการกระทำของฉันงั้นหรือ...ลูกที่ดีที่สุดก็เป็นของหญิงอื่น ลูกที่อาภัพที่สุดก็ตายไปแล้ว...เหลือแต่ลูกที่รักที่สุด และชังที่สุดเพียงสองคน และกลายเป็นสาวทึนทึกทั้งสองคน”

ooooooo

ชายกลางและพจมานกลับมาอยู่ที่บ้านทรายทองด้วยรักและเข้าใจ ขณะที่หญิงเล็กต้องเป็นม่ายและซมซานกลับมาขออยู่ด้วย เพราะไม่มีใครช่วยเติมได้

พจมานเปิดใจต้อนรับหญิงเล็กด้วยความยินดี หม่อมพรรณรายก็ลดทิฐิยอมมาร่วมโต๊ะอาหารเย็นที่จัดงานเลี้ยงกันเองภายในบ้านด้วยท่าทีที่ยังปั้นปึ่งอยู่บ้าง ส่วนพจนีย์ขอกลับไปใช้ชีวิตคู่กับนิเวศน์

อีกครั้งหลังจากเขามาเอ่ยปากด้วยตัวเอง ซึ่งอาการป่วยของเขาหายดีเกือบเป็นปกติเพราะเงินช่วยเหลือของพจมานทุกอย่างในบ้านทรายทองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ชายกลางโอบกอดพจมานด้วยความรักความอบอุ่นและพูดถึงลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ชายกลางถามพจมานว่ามีความสุขไหม เพราะเขาอยากให้เธอมีความสุข พจมานไม่ตอบ มีเพียงประกายตาของเธอเท่านั้นที่จะบอกได้ว่ากว่าเธอจะมีความสุขได้นั้น เธอต้องผ่านอะไรมาบ้างอย่างอดทนและเข้มแข็ง...

ooooooo

-อวสาน-


ละครบ้านทรายทอง ตอนที่ 23(ตอนจบ) อ่านบ้านทรายทอง ติดตามบ้านทรายทอง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วีรภาพ สุภาพไพบูลย์,พีชญา วัฒนามนตรี 8 ม.ค. 2559 08:01 2016-01-09T00:54:35+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ