นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อถึงเวลาแถลงข่าว นักข่าวและพนักงานจำนวนมากมานั่งที่โถงแถลงข่าว มีการถ่ายทอดสดทางทีวี ทำให้ทั้งที่ไร่อุ่นรักและที่บ้านสัตยารักษ์ต่างรับรู้สถานการณ์พร้อมกัน

    อนาวินทร์ถือสคริปต์เดินไปที่โพเดียม เริ่มอ่านตามสคริปต์ที่บรรยายความเป็นมาและประวัติการทำงานของสัตยาอสังหาในเวลา 10 ปีที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการจัดสรร บรรยายยืดยาวยืดยาดเหมือนการแก้ตัว จนนักข่าวขอให้เข้าประเด็นเสียทีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันนั้นเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร

    อนาวินทร์ถูกขัดจังหวะก็สับสน พลิกหาคำตอบ พอเจอก็พึมพำ “ปัญหา...ปัญหา...อ้อ...อยู่นี่เอง”

    ลูกบ้านไม่พอใจโวยวายว่าคำตอบไม่ตรงปัญหา พากันวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง บ้างประกาศจะฟ้องให้เจ๊งกันไปเลย

    ทันใดนั้น อนาวินทร์ขยำสคริปต์ในมือทิ้ง ก้าวลงจากโพเดียมตรงไปหาพวกลูกบ้าน การันต์กับชวกรต่างยิ้มน้อยๆ คิดว่าคงเป็นเรื่องแน่ พวกนักข่าวก็แตกฮือ พุดชมพูและกรรมการบริษัทต่างตกใจกลัวว่าเขาจะไปเอาเรื่องกับลูกบ้านเหล่านั้น

    อนาวินทร์เดินไปหยุดเบื้องหน้าลูกบ้านที่กำลังไม่พอใจอย่างมาก ทันใดนั้นเขายกมือไหว้บรรดาลูกบ้านเหล่านั้น ทำเอาพวกลูกบ้านที่กำลังจะฮือขึ้นหยุดกึกมองอึ้ง พวกพุดชมพูก็มองตะลึงในขณะที่อนาวินทร์เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพเยือกเย็นว่า

    “ผมอนาวินทร์ สัตยารักษ์ ต้องขอโทษลูกบ้านทุกคนจากใจของผม ที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นในโครงการของเรา” ทุกคนเงียบฟัง เขาพูดจากหัวใจตัวเองว่า “บ้าน...ต้องเป็นที่ที่คนอยู่แล้วมีความสุข ปู่ของผมเชื่อเช่นนี้ครับ พวกเราสัตยารักษ์เลือกอาชีพ ‘สร้างบ้านให้คนอยู่’ ด้วยความคิดที่ว่า ‘สร้างให้เหมือนบ้านของเราเอง’ ปู่ยึดมั่นในหลักการนี้และย้ำเสมอว่า คนซื้อบ้านฝากชีวิตไว้กับเรา เราต้องตอบแทนความไว้วางใจนี้ให้ดีที่สุด”

    ทั้งห้องเงียบกริบ พวกพุดชมพูมองหน้ากันตะลึงทึ่ง พวกลูกบ้านคลายความเครียดฟังอย่างตั้งใจ

    “ปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้ ถ้าปู่รับรู้คงเสียใจเหมือนทุกท่านในที่นี้ ผมเอง...ก็เสียใจและขออภัยจากใจจริง ผมขอยืนยันว่าจะรับผิดชอบและจะเร่งซ่อมแซมทุกหลังเหมือนเป็นบ้านของผมเองตามเจตนารมณ์ของปู่ ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า บ้านของคุณคือบ้านของผมครับ”

    พออนาวินทร์พูดจบ ทั้งห้องโถงก็เงียบงัน อึดใจเดียวลูกบ้านคนหนึ่งลุกขึ้นจับมืออนาวินทร์ด้วยมือทั้งสองข้างเอ่ยอย่างซาบซึ้ง “ลุงฝากบ้านด้วยนะคุณอนาวินทร์” ลูกบ้านคนอื่นต่างเอ่ยฝากบ้านตัวเองกันมากมาย

    ขณะที่พุดชมพูกับกรรมการคนอื่นๆมองอนาวินทร์อึ้ง ทึ่งนั้น ช่อม่วงก็ปรบมือขึ้น ทุกคนพากันปรบมือตามด้วยความชื่นชม ส่วนการันต์กับชวกรตะลึง คิดไม่ถึงว่าอนาวินทร์จะพูดได้ดีจนพลิกสถานการณ์ได้ขนาดนี้

    อนาวินทร์ยิ้มแย้มอยู่ในวงล้อมของลูกบ้านที่มาแสดงความยินดีกัน

    เมื่อเลิกประชุม นักข่าวยังตามถามอนาวินทร์เรื่องการทุจริตภายในเป็นความจริงหรือไม่ เขาตอบว่าต้องขอเวลาตรวจสอบก่อนจึงจะให้คำตอบได้ อีกคนถามว่า...

    “แล้วคุณจะดำเนินการยังไง หากพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นคะ”

    “ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าพบว่ามีทุจริตจริง ผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

    คำตอบที่จริงจังดุดันของอนาวินทร์ ทำให้ชวกร ที่ตามฟังอยู่ถึงกับเหงื่อแตก

    ooooooo

    ทรงรบกับช่อม่วงชมอนาวินทร์ว่าเขาพูดได้ดีมาก ช่อม่วงถึงกับน้ำตาคลอ อนาวินทร์ขอบคุณช่อม่วงที่ช่วยร่างคำแถลงการณ์ เธอพูดเขินๆว่าแถลงการณ์ที่เตรียมมาจืดชืดไปเลย ตอนเขาพูดเอง นักข่าวงี้ เงียบกริบเลย

    “ผมว่างานนี้คุณวินเรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้บริษัทได้เยอะเลยนะครับ” ทรงรบชื่นชม

    อนาวินทร์มองพุดชมพูทำนองว่ามีอะไรไหม เธอพูดกับเขาว่า “ฉันบอกแล้วว่านายต้องทำได้!” เขายิ้มรับ แล้วหน้าเครียดทันทีเมื่อนึกอะไรได้ บอกช่อม่วงให้ช่วยตามชวกรมาพบตนด่วน

    ช่อม่วงไปเคาะประตูห้องทำงานของชวกร แต่ไม่มีเสียงตอบจากข้างในเลยเปิดเข้าไป เธอตะลึงเมื่อเห็นที่พื้นห้องมีแฟ้มเกลื่อนกลาดไปหมด เธอเปิดประตูออกไปเห็นพนักงานเดินอยู่ถามว่าเห็นชวกรไหม พนักงานบอกว่าออกไปเมื่อครู่นี้เอง

    เวลาเดียวกัน การันต์หอบแฟ้มปึกใหญ่ไปให้อนาวินทร์ที่อยู่กับพุดชมพูบอกว่า

    “นี่คือเอกสารทั้งหมดที่ฉันตรวจสอบมา เป็นอย่างที่นายคาด คนทุจริตคือนายชวกร”

    อึดใจเดียวทรงรบก็นำเอกสารอีกตั้งมาให้บอกว่านี่คือหลักฐานที่ชวกรสร้างบริษัทปลอมขึ้นมา การันต์ทำเป็นถามว่าจริงหรือ ถ้างั้นตนก็โดนหลอกเต็มๆ

    อนาวินทร์โกรธจัดประกาศว่าวันนี้ตนจะจบเรื่องนี้ให้ได้ ช่อม่วงก็กระหืดกระหอบเข้ามาบอกว่าชวกรหนีไปแล้ว!

    ทุกคนมองหน้าอนาวินทร์ พุดชมพูถามว่าแล้วเราจะทำยังไงดี การันต์จับตาดูอย่างประเมินเพื่อวางแผนต่อไป

    ที่หลังตึก ชวกรกำลังขับรถจะหนีไปได้อยู่แล้ว จู่ๆก็มีรถตำรวจเข้ามาสกัดแจ้งว่าเขาคือผู้ต้องหาเชิญไปให้ปากคำที่โรงพักด้วย พวกอนาวินทร์วิ่งมาทันต่างดูเหตุการณ์ใจระทึก ชวกรลงจากรถตัวเองมองการันต์ที่มองอยู่ก่อนแล้ว การันต์ปรายตาไปทางพุดชมพูทำนองว่าเธอเป็นคนแจ้งตำรวจ พอดีพุดชมพูบอกกับตำรวจว่า

    “ถ้าต้องการหลักฐานอะไร ทางเรายินดีให้ความร่วมมือนะคะ”

    ชวกรมองเธออย่างเคียดแค้น เมื่อชวกรถูกตำรวจนำตัวไปแล้ว ช่อม่วงถามการันต์ที่ยังยืนอยู่ว่า

    “ตำรวจมาได้ยังไงคะ?”

    “ผมเป็นคนแจ้งเองล่ะครับ” การันต์ตอบหน้านิ่ง ทุกคนมองเขาอย่างชื่นชมมาก

    ooooooo

    เมื่อกลับมาที่บ้านสัตยารักษ์ ทิพนาถขออนาวินทร์อย่าเอาเรื่องชวกรได้ไหม เขาบอกว่าชวกรทำความผิดร้ายแรงกับบริษัท ทิพนาถถามเสียงขุ่นว่าเพราะพุดชมพูใช่ไหมที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป เขาถูกเธอล้างสมองไปแล้วใช่ไหม

    “พุดเขาไม่ได้เปลี่ยนอะไรผมหรอกครับ เขาแค่ทำให้ผมรู้ว่า ผมควรจะเปลี่ยนตัวเองได้แล้ว”

    “ตกลงลูกจะไม่ยอมช่วยกรจริงๆใช่ไหมวิน”

    ทิพนาถเสียงกระด้างอย่างผิดหวัง

    อนาวินทร์นิ่ง เขารู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากหัวเสียกับอะไรอีกแล้ว

    พวกคนรับใช้ในบ้านสัตยารักษ์ต่างตื่นเต้นดีใจที่คุณวินของพวกตนกลับมาแล้ว และอัศจรรย์ใจมาก เมื่อเห็นคุณวินเปลี่ยนแปลงเป็นคนละคนกับตอนก่อนไปอยู่ไร่ คุณวินวันนี้คุยกับคนใช้อย่างสนิทสนม ตื่นมารดน้ำต้นไม้ตั้งแต่ตีสี่

    เมื่ออนาวินทร์ไปที่ห้องครัวเจอป้านุ่ม ป้าดีใจมากขอกอดให้หายคิดถึงทีได้ไหม พอเขาพยักหน้าป้านุ่มก็โผกอด เขากอดตอบด้วยความคิดถึง ป้านุ่มพูดเสียงเครือน้ำตาคลอว่า

    “ถ้าวันนี้คุณท่านยังอยู่ ท่านต้องภูมิใจในตัวคุณหนูมากค่ะ” อนาวินทร์กอดป้านุ่มอย่างซึ้งใจ

    คืนนี้ เมื่ออยู่กับพุดชมพูเขาบ่นหิวขอให้เธอหาอะไรให้กินหน่อยได้ไหม เพราะอ้อยกับตาลหมดเวลาทำงานแล้ว เธอจึงไปต้มบะหมี่มาให้ เขาขอบคุณ เธอบอกว่าไม่เป็นไรต้มบะหมี่แค่นี้เอง

    “ไม่ใช่...ขอบคุณที่เธอทำให้ฉันอยากจะเป็นคนที่ดีขึ้นต่างหาก”

    พูดแล้วก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ เลยไม่เห็นพุดชมพูยิ้ม...หน้าแดง...

    ooooooo

    รุ่งขึ้น ขณะอนาวินทร์กับพุดชมพูนั่งกินอาหารเช้ากันที่โต๊ะ ทิพนาถลงมาเห็น ถามป้านุ่มว่าทำไมไม่เชิญตนมากินข้าวพร้อมกัน ป้านุ่มบอกว่าพอดีคุณวินกับคุณพุดลงมาก่อน ทิพนาถหาว่าป้านุ่มจะเอาของเหลือให้ตนกิน

    “ให้กินของเหลือใครฉันยังพอรับได้นะ แต่อย่าเอาอาหารที่อีบ้านนอกกินมาเสิร์ฟให้ฉันเด็ดขาด” ทิพนาถเสียงดังอนาวินทร์ถามว่าแม่ว่าใครเป็นบ้านนอก ทิพนาถไม่พูดกับอนาวินทร์แต่หันไปด่าพุดชมพูผ่านป้านุ่มว่า “เห็นไหมป้านุ่ม นังบ้านนอกมันร้ายกาจ นี่คงเสี้ยมให้ลูกชายเกลียดฉันแล้วละมั้ง”

    อนาวินทร์โต้ว่าพุดชมพูไม่เคยพูดให้ตนเกลียดใคร ก็หาเรื่องว่าทำไมเขาต้องปกป้องมันด้วย อนาวินทร์บอกว่าตนพูดความจริง ทิพนาถพูดอย่างผิดหวังว่า “วิน...ลูกเปลี่ยนไปมากรู้ไหม”

    “เปลี่ยนดีขึ้นหรือแย่ลงล่ะครับ ถ้าดีขึ้น แม่ก็ต้องขอบคุณเขา ไม่ใช่ไปว่าเขาแบบนี้”

    ทิพนาถเถียงไม่ออกลุกสะบัดออกไป อนาวินทร์มองพุดชมพูอย่างเห็นใจ ป้านุ่ม อ้อยกับตาลแอบสบตากันกิ๊วก๊าว...

    เมื่อเดินมาห้องทำงานของปู่ อนาวินทร์หยุดมองรูปปู่นิ่ง พุดชมพูเดินตามมาจึงหยุดรอ เขาเอ่ยกับรูปปู่ว่า

    “ปู่ครับ...ผมเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมปู่ถึงอยากให้ผมไปอยู่ไร่อุ่นรักนัก” พุดชมพูเห็นว่าตนไม่ควรอยู่ตรงนั้นจึงจะถอย เขาได้ยินเสียงหันมายิ้ม เธอทำตัวไม่ถูกบอกว่า พอดีตนตามเขาจะไปขึ้นรถ วันนี้มีประชุมเช้า เขาบอกว่าไม่ลืมหรอก อย่าเพิ่งไปไหน มานี่ก่อน พุดชมพูก้าวไปยืนข้างๆเขา อนาวินทร์พูดกับรูปปู่ว่า “ปู่ครับ ผมกับพุดเราสัญญาว่า...” เขาหันมองหน้าเธอ พุดชมพูใจเต้นแรงไม่กล้าสบตา เขาหันกลับไปมองรูปปู่พูดต่อ “จะแก้ปัญหาบริษัทให้ได้ ปู่เอาใจช่วยเราสองคนด้วยนะครับ”

    พุดชมพูโล่งใจ มองหน้าเขาเต็มตา ยิ้มให้กันเหมือนยืนยันคำสัญญานั้น...

    ooooooo

    การันต์ดูทีวีอยู่ที่คอนโดเป็นรายงานข่าวตอนที่อนาวินทร์พูดกับบรรดาลูกบ้านและได้รับการปรบมือยาวนาน จากนั้นผู้ประกาศสรุปว่า

    “หลังจากที่ทายาทสัตยารักษ์ได้แถลงข่าวแสดงความรับผิดชอบเมื่อบ่ายนี้ หุ้นของสัตยาอสังหาก็ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปิดตัวในแดนบวกค่ะ”

    การันต์จ้องโทรทัศน์ มือบีบกระป๋องน้ำอัดลมที่ถืออยู่จนบู้บี้

    วันต่อมามีการประชุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมทั้งทีมวิศวกร ทีมจัดซื้อและทีมบัญชี วิศวกรรายงานว่า จากการสำรวจพบว่าสาเหตุที่บ้านทรุดกำแพงร้าวเกิดจากการลักลอบใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานหลายรายการและกำลังไล่ตรวจสอบอยู่

    ฝ่ายบัญชีก็ตรวจสอบพบว่า เราสั่งซื้อของมีมาตรฐานทุกอย่างแต่วัสดุที่เซ็นรับหน้างานไม่เป็นไปตามสเปกหลายอย่าง อนาวินทร์ถามว่า “ใครรับผิดชอบเรื่องนี้บ้าง?”

    “เรื่องนี้อยู่ในความดูแลของฝ่ายผมเอง แต่ได้ตามสืบอย่างละเอียดแล้วพบว่า ทุจริตจริงๆมีอยู่ 3 คน คือนายชวกรหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อกับวิศวกรคุมไซต์อีก 2 คน ตอนนี้คนผิดทุกคนถูกจับหมดแล้ว” การันต์พูดแทรกขึ้น

    “เลวจริงๆ ฉันจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด” อนาวินทร์แค้นมาก สั่งให้จัดการซ่อมแซมบ้านที่มีปัญหาและเช็กโครงการเก่าๆให้หมด อย่าให้บริษัทเสียชื่ออีก

    จากเหตุการณ์นี้ ทำให้อนาวินทร์รู้สึกผิด เพราะที่ผ่านมาตนไม่ได้ทำตัวให้น่าไว้วางใจ ขอเวลาในการพิสูจน์ตัวเองต่อไป เอ่ยอย่างจริงใจ มุ่งมั่นต่อหน้าทุกคนว่า

    “แต่สำหรับความดีความชอบครั้งนี้ ผมคงต้องยกเครดิตให้คุณพุดชมพูและทีมด้วย ที่คอยช่วยผมทุกอย่าง” เขามองไปทางช่อม่วงและทีมงาน “เอาล่ะ ผมหวังว่าความผิดพลาดครั้งนี้จะเป็นบทเรียนของพวกเราทุกคน... โดยเฉพาะผม และต่อไปนี้ผมจะพยายามศึกษางานของบริษัทให้ละเอียดขึ้น ทุกโครงการของบริษัทจะต้องผ่านการตรวจสอบจากผมและคุณพุดชมพูก่อน”

    อนาวินทร์สบตากับพุดชมพู การันต์แอบสังเกตอย่างไม่สบายใจ

    วันต่อมาชวกรก็ได้รับการประกันตัว ชวกรรู้ว่าใครมาประกันตัวให้ คืนนี้จึงไปขอบคุณการันต์ที่คอนโด การันต์ถามทันทีว่าเขาได้ซัดทอดหรือเปล่า ชวกรส่ายหน้าบอกว่าตนบอกไปว่าทำกันอยู่แค่ที่โดนจับ

    การันต์ชมว่าดี บอกว่าตนไม่ทิ้งเขาแน่ เอาโทรศัพท์ให้บอกว่าต่อไปใช้เบอร์นี้ติดต่อตน ให้ไปเก็บตัวเงียบๆ จนกว่าตนจะเรียก และตั้งแต่พรุ่งนี้ตนจะกลับไปอยู่บ้านสัตยารักษ์ ชวกรถามว่าทำไมหรือ เขาตอบหน้าเครียดว่า

    “ไอ้วินกลับมาคราวนี้เปลี่ยนไปมาก ฉันต้องไปจับตาดูมันหน่อย”

    ooooooo

    อนาวินทร์ชวนพรรคพวกไปกินข้าวฉลองกัน การันต์บอกว่าวันนี้มีธุระตนขอตัว ช่อม่วงก็ขอตัวเพราะทรงรบต้องกลับไปกินข้าวกับคุณแม่

    อนาวินทร์เลยได้ความคิดชวนไปฉลองกันที่บ้านทรงรบพรุ่งนี้ดีไหม ทรงรบตอบรับทันทีแต่ต้องเป็นมะรืนนี้เพราะพรุ่งนี้ช่อม่วงไม่ว่างติดไปเรียนภาษาเกาหลี

    อนาวินทร์เลยนัดมะรืนนี้ แต่วันนี้ตนกับพุดชมพูจะไปฉลองกันสองคน เดี๋ยวจะให้ป้านุ่มทำอาหารที่เธอชอบให้ แล้วโทรศัพท์บอกป้านุ่มให้ทำน้ำพริกปลาทูให้หน่อย

    ป้านุ่มตะโกนถามมาว่า ยำปลาดุกฟูหรือ บ่นว่าไม่ค่อยได้ยินเลย อนาวินทร์เลยบอกว่าแค่นี้ก่อนเดี๋ยวเจอกันที่บ้าน

    พอกลับถึงบ้าน ปรากฏว่าป้านุ่มทำไข่เจียวปูให้คุยอวดว่าทำสุดฝีมือเลย เขาถามว่าป้านุ่มฟังตนพูดชัดไหมแล้วขอดูโทรศัพท์ พอเห็นโทรศัพท์ป้านุ่มที่หน้าจอเก่าซ้ำมีรอยแตกบิ่น เขามองพุดชมพูทำนองว่า อย่างนี้นี่เองถึงฟังน้ำพริกปลาทูเป็นยำปลาดุกฟูและสุดท้ายกลายเป็นไข่เจียวปู

    การันต์วางแผนที่จะใช้หวายเป็นเครื่องมือสร้างปัญหาระหว่างอนาวินทร์กับพุดชมพู พบหวายที่ฟิตเนสถามว่าพรุ่งนี้วันเกิดเธอใช่ไหม หวายดี๊ด๊าที่การันต์จำวันเกิดตนได้ เชื่อว่าอนาวินทร์ก็ต้องจำได้ จึงเตรียมจัดงานฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆ

    การันต์ชวนอนาวินทร์ไปงานวันเกิดหวายพรุ่งนี้ อนาวินทร์บอกว่าพรุ่งนี้ตนมีนัดแล้ว การันต์ทั้งดักคอและหว่านล้อมถึงความสัมพันธ์กับหวายและการพบปะเพื่อนฝูงที่ไม่ได้เจอกันนาน จนอนาวินทร์ต้องรับปากจะไปแต่ขอไปแป๊บเดียว

    อนาวินทร์บอกพุดชมพูว่าพรุ่งนี้ให้เธอไปก่อนตนจะไปงานวันเกิดหวาย ทุ่มหนึ่งจะรีบตามไปที่บ้านทรงรบ

    ooooooo

    เมื่อไปงานที่บ้านหวาย อนาวินทร์เจอเพื่อนฝูงหลายคนถามเรื่องเขาต้องไปอยู่ไร่หนึ่งปี แซวว่าอย่างนี้ก็เหงาแย่ห่างกับหวายตั้งปี

    วันชัยถือโอกาสนี้คุยเรื่องให้อนาวินทร์มาร่วมหุ้นในบริษัท เขาขอเวลาเพราะช่วงนี้บริษัทมีเรื่องยุ่งๆ อยู่ การันต์ฟังอยู่ด้วย พออนาวินทร์ขอตัวไปเขาพูดกับวันชัยว่า

    “วินเขาอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้นานหน่อยครับ เพิ่งจะเริ่มมาทำงานจริงจัง แต่ถ้าคุณอามีอะไรให้ผมช่วย บอกได้เลยนะครับ” วันชัยยิ้มให้การันต์อย่างสนใจ

    อนาวินทร์ไปงานวันเกิดหวาย พอไปถึงก็ไลน์บอกเธอ เซลฟี่หน้าเบื่อๆส่งให้ดูด้วย เธอดูแล้วอดยิ้มไม่ได้

    ฝ่ายการันต์วางแผนที่จะทำให้พุดชมพูกับอนาวินทร์เข้าใจผิดกัน นอกจากยั่วยุให้หวายฉอเลาะเกาะแจอนาวินทร์แล้วก็ยังสร้างบรรยากาศให้เพื่อนฝูงชวนดื่มและเฮฮากันจนอนาวินทร์ลืมโทรศัพท์ถึงพุดชมพู ลืมเวลาที่นัดกับเธอไว้

    การันต์ทำตามแผน เขาโทรศัพท์บอกให้พุดชมพูมารับอนาวินทร์กลับเพราะเมามากขับรถกลับเองกลัวจะไม่ปลอดภัย พูดจนพุดชมพูต้องไปรับ เขาแชร์โลเกชั่นบ้านหวายให้ พอกะว่าพุดชมพูมาใกล้ถึงก็ให้ดีเจเปิดเพลงให้หวายออกโชว์ตัว พอหวายออกไป การันต์ไปกระซิบอะไรกับดีเจอีก ดีเจถามผ่านไมค์ว่าพวกเราอยากดูหวายโชว์สเต็ปไหม ทุกคนตะโกนอยากดู

    ระหว่างนี้พุดชมพูมาถึงแล้ว เธอต้องถามยามว่าเขาจัดงานกันที่ไหน แล้วเดินตามเสียงเพลงไป

    หวายโชว์สเต็ปเสร็จ การันต์ไปกระซิบกับดีเจอีก ดีเจบอกให้หวายอธิษฐานแล้วตนจะเสกให้เป็นจริง พอหวายอธิษฐานเสร็จก็เชิญอนาวินทร์คนรู้ใจออกมาอวยพร อนาวินทร์ถูกเพื่อนๆผลักออกไป เขาอวยพรให้เธอมีความสุขมากๆ เสียงเชียร์กึกก้องขึ้นว่า

    “จูบเลย...จูบเลย...จูบเลย...”

    ทันใดนั้น มีมือลึกลับผลักอนาวินทร์เข้าไปหอมแก้มหวาย เสียงเฮลั่น หวายบอกให้เขาจูบค้างไว้นานๆ ตนจะถ่ายรูป

    พุดชมพูเดินมาถึงเห็นภาพนั้นพอดี เธอตะลึงอึ้ง หันกลับทันที แต่ถูกแขกคนหนึ่งเดินเมาๆมาชนเธอตกน้ำ แขกในงานเลยแตกตื่นกัน การันต์ที่ยืนดูอยู่ยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปเกินแผน

    พุดชมพูใส่เสื้อขาวมา พอเปี๊ยกน้ำก็โป๊มาก เธอว่ายขึ้นจากสระได้ก็กอดตัวเองเดินห่อตัวก้มงุดท่ามกลางเสียงเฮ ฮิ้วของพวกหนุ่มๆ ซ้ำยังถูกหวายและเพื่อนๆ ตำหนิว่าแต่งตัวอย่างนี้มางานไม่ให้เกียรติกันเลย

    อนาวินทร์เห็นพุดชมพูตกอยู่ในสภาพนี้ก็ตกใจ วิ่งไปหาถามว่ามาได้ยังไง ถอดแจ็กเกตคลุมให้แล้วอุ้มเธอไปให้พ้นจากสายตาและเสียงตำหนิ การันต์มองตาม ไม่คิดว่าอนาวินทร์จะทำถึงขนาดนี้ เขาเสียดายที่ตอนจบผิดแผน!

    ooooooo

    เมื่อกลับถึงบ้านสัตยารักษ์ อนาวินทร์พยายามอธิบายว่าเรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็น ตนถูกผลักไปหอมหวาย

    “ช่างเหอะ...ฉันผิดเอง ที่หวังกับนายมากเกินไป นายอนาวินทร์!”

    พุดชมพูเข้าห้องปิดประตูใส่หน้าไม่ยอมคุยด้วย อนาวินทร์เคาะประตูไม่หยุดจะคุยให้ได้ พอเธอไม่ยอมเปิดก็โทรศัพท์เข้ามือถือ เธอปิดโทรศัพท์อีก สุดท้ายเขาขนผ้าปูที่นอนหมอนผ้าห่มมานอนหน้าห้อง เคาะประตูบอกว่าถ้าเธอไม่ยอมคุยด้วยก็จะนอนเคาะอย่างนี้ทั้งคืน

    แต่ค่อนคืนแล้วก็ยังไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนใหม่เขียนข้อความสอดเข้าใต้ประตูง้ออยู่นาน จนสัญญาว่า

    “ถ้าเธอไม่เชื่อฉัน...คงไม่มีใครในโลกยอมเชื่อฉันแล้ว” และ “ฉันสัญญานะว่าต่อไปจะไม่ทำให้เธอผิดหวังอีก”

    สุดท้ายพุดชมพูใจอ่อนเปิดประตูออกมาย้ำว่า “สัญญานะ” เขาตอบทันที “อืม...สัญญา” แล้วถามว่าทำไมเธอไปบ้านหวายได้ถูก เธอบอกว่าการันต์แชร์โลเกชั่นให้ บอกว่าเขาเมามากขับรถไม่ไหว

    “โหยยย...ไอ้รันมันห่วงฉันเกินไป สนุกมากน่ะใช่ แต่ฉันไม่ได้เมา”

    ฟังอนาวินทร์แล้ว พุดชมพูนึกสงสัยเจตนาของการันต์ขึ้นมาตงิดๆ

    ooooooo

    เพราะวันก่อนเห็นโทรศัพท์ป้านุ่มทั้งเก่าและแก่โทร.สั่งอย่างได้อีกอย่าง วันนี้อนาวินทร์จึงซื้อโทรศัพท์ รุ่นใหม่มาให้ป้าเครื่องหนึ่ง บอกป้าว่าเครื่องนี้ทำได้หลายอย่างถ่ายรูปได้ถ่ายวีดิโอได้ แล้วทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

    ป้านุ่มดีใจมากที่ได้ของเล่นใหม่ ประเดิมด้วยการอัดวีดิโอสนุกสนาน อนาวินทร์มีความสุขที่เห็นป้าเห่อของใหม่

    และเช้าวันนี้เอง การันต์ก็หิ้วกระเป๋าใบย่อมกลับมาอยู่ที่บ้านสัตยารักษ์ บอกพุดชมพูที่เจอกันว่าจะได้ช่วยงานเธอกับวินได้มากขึ้น พุดชมพูขอบคุณเขาที่เมื่อวานบอกเรื่องอนาวินทร์ การันต์มีท่าทีอึดอัดเพราะเป็นแผนการของตนจนพุดชมพูสังเกตออก เธอจึงเปลี่ยนเรื่อง

    “งั้นไปทานข้าวกันเถอะ คุณวินรออยู่แล้ว กระเป๋าวางไว้ตรงนั้นก็ได้ เดี๋ยวให้อ้อยกับตาลมาขนไป”

    พุดชมพูเดินนำไปเลย การันต์ตามไปอย่างอดหวั่นไม่ได้กับท่าทีบางอย่างของพุดชมพู

    เมื่อไปพบอนาวินทร์ที่ห้องอาหาร การันต์บอกว่า เมื่อคืนพอเขากลับงานก็ล่มเลย อนาวินทร์บอกว่าเขากลับมาอยู่บ้านก็ดีเวลามีปัญหาตนจะได้ไม่ต้องคอยตามหา การันต์เหน็บว่าคงไม่ต้องตามหาตนเพราะมีพุดชมพูช่วยอยู่แล้ว

    อนาวินทร์ถามป้านุ่มว่าแม่ล่ะ ป้านุ่มบอกว่าคุณทิพไม่ยอมลงมา เขาเลยบอกให้จัดไปให้ข้างบนก็แล้วกัน

    อ้อยเอาขนมปังกับเนยมาเสิร์ฟ การันต์จึงขอไปล้างมือก่อน อนาวินทร์บอกพุดชมพูว่าถึงการันต์กลับมาอยู่ที่นี่เธอก็ทำตัวเหมือนเดิมนะ พอดีโทรศัพท์ของการันต์ที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารดังขึ้น พุดชมพูเห็นเบอร์แต่ไม่มีชื่อ มันเรียกอยู่พักใหญ่ อนาวินทร์จึงร้องบอกการันต์ เขารีบออกมาหยิบโทรศัพท์ พอเห็นเบอร์ก็กดรับแล้วเดินเลี่ยงไปคุย

    พุดชมพูเห็นการันต์กดรับทันทีก็แน่ใจว่าเขาต้องรู้ว่าใครโทร.มา พอการันต์เดินห่างออกไปก็ถามเบาๆ ห้วนๆว่ามีอะไร? เป็นสายจากชวกรบอกว่าตนมีเรื่องด่วนจำเป็นต้องใช้เงินสักก้อน การันต์ถามว่าเท่าไหร่

    พุดชมพูทำเป็นเดินออกมาสูดอากาศใกล้ๆ แต่การันต์ไม่เห็น เขาบอกชวกรว่า

    “เดี๋ยวถ้าเงินพร้อมเมื่อไหร่จะเอาไปให้ ตอนนี้ก็เก็บตัวอยู่เงียบๆไปก่อน” พูดจบกดวางสายหันมองแต่ไม่เห็นใคร

    พุดชมพูหลบได้ทัน เธอนิ่งคิดอย่างสงสัย ฝ่ายชวกรพอวางสายจากการันต์ก็ต่อสายถึงทิพนาถทันที

    “พี่ทิพเหรอครับ...คิดถึงเหมือนกันครับ...คือตอนนี้ผมจำเป็นต้องใช้เงินสักก้อนพี่พอจะมีไหม”

    “กรรอก่อนนะ แล้วพี่จะรีบไป” ทิพนาถยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงหัวบันไดสีหน้าเครียด

    พุดชมพูกำลังจะออกไปทำงาน ทิพนาถเดินไปขวางถามอย่างหาเรื่องว่าทำไมเธอไม่ยอมช่วยกร ทำไมต้องเอาเรื่องเขาหรือเธอเกลียดตนจึงหาเรื่องเขา พุดชมพูบอกว่าเพราะชวกรโกงบริษัท ทิพนาถโต้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ไม่จนตรอกจนต้องทำอย่างนั้น เชื่อว่าต้องมีคนใส่ร้ายเขาแน่ พุดชมพูตัดบทว่าเอาไว้ให้เขาบอกตำรวจก็แล้วกัน

    “เรื่องนี้มันต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง คอยดูนะถ้ากรไม่ผิดฉันจะให้เขาฟ้องกลับเธอ”

    คำอาฆาตของทิพนาถ ทำให้พุดชมพูฉุกคิดว่าน่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังการกระทำของชวกร

    เวลาเดียวกัน ทรงรบก็ได้รับแจ้งจากตำรวจว่ามีคนมาประกันตัวชวกรออกไปแล้ว ช่อม่วงสงสัยว่าเป็นญาติ

    “ถ้าเป็นญาติจริงก็ควรจะมาด้วยสิ แต่นี่ตำรวจบอกว่าทนายมาคนเดียว แสดงว่าคนที่จ้างทนายนั้นมาไม่อยากเปิดเผยตัว”

    เมื่อช่อม่วงเล่าเรื่องมีคนมาประกันตัวชวกรออกไปให้พุดชมพูฟังและสงสัยว่าจะเป็นทิพนาถ แต่พุดชมพูไม่เชื่อเพราะดูๆทิพนาถไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชวกรได้ประกันตัวไปแล้ว ช่อม่วงวิเคราะห์ว่าคนคนนี้ต้องมีส่วนรู้เห็นกับการโกงบริษัทแน่

    “อาจจะเป็นคนที่เราคิดไม่ถึงก็ได้นะคะ” พุดชมพูเอ่ยกับทรงรบ ในใจเธอเริ่มสงสัยการันต์แต่ยังไม่พูดออกมาเพราะยังไม่มีหลักฐาน ทรงรบเสนอว่าเราต้องหาหลักฐานเพิ่ม ทั้งสามจึงไปค้นแฟ้มเอกสารในห้องทำงานของชวกร

    พุดชมพูคิดถึงที่ตนได้ยินการันต์พูดโทรศัพท์ว่า “เก็บตัวเงียบๆสักพัก” และนึกถึงเบอร์โทรศัพท์ที่โทร.เข้ามือถือของการันต์ขณะเขาไปล้างมือ พุดชมพูจึงใช้โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของชวกรโทร.ออกตามเบอร์ที่จำได้และกดสปีกเกอร์ไว้ อึดใจเดียวปลายสายก็ทักมาว่า

    “ครับ คุณการันต์?” ทั้งสามจำได้ว่าคือเสียงของชวกร ต่างอึ้ง เงียบ “มีอะไรหรือเปล่าครับคุณการันต์...ฮัลโหล ฮัลโหล...” พุดชมพูตัดสินใจกดตัดสาย มองหน้ากันเครียด

    เมื่อทิพนาถเอาเงินไปให้ชวกรที่คอนโด ชวกรอารมณ์เสียมากเมื่อได้แค่ครึ่งเดียวที่ขอ ทิพนาถถามว่าเขาออกมาได้ยังไง เขาอึกอักก่อนบอกว่า “ก็...ผมไม่ผิด ยังไงเขาก็ต้องปล่อยผม”

    “พี่ว่าแล้ว ยัยพุดมันใส่ร้ายกร นี่พี่อุตส่าห์ไปขอตาวินไม่ให้เอาเรื่องกร แต่นังพุดนี่แหละที่ไม่ยอม บอกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มันคงอยากเอากรเข้าคุกให้ได้”

    “ยัยตัวแสบ” ชวกรฟังแล้วยิ่งแค้นพุดชมพู

    ooooooo

    จากเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อกันลับๆของชวกรกับการันต์ พุดชมพูกับช่อม่วงเชื่อว่าการันต์เป็นคนประกันตัวชวกรออกมา ช่อม่วงเปรยๆว่าเอาเข้าจริงๆ การันต์ก็ไม่ได้ดีอย่างที่เราเห็น ทรงรบก็ยังติงว่าอย่าเพิ่งใช้อคติส่วนตัวตัดสินดีกว่า

    “อย่าเถียงกันเลยค่ะ” พุดชมพูขัดขึ้นบอกทรงรบว่า “พุดเข้าใจคุณรบนะคะที่ว่าเราไม่มีหลักฐาน แต่จากที่พุดเห็นพุดว่าคุณการันต์ก็น่าสงสัย”

    พอดีเลขามาบอกว่าอนาวินทร์ให้มาตามพุดชมพูเพราะใกล้เวลาประชุมกรรมการบริหารแล้ว เป็นการประชุมเรื่องจะประมูลที่ดินโครงการใหญ่ที่สุดของปีนี้ที่การันต์รับผิดชอบ

    เมื่อมีความสงสัยในตัวการันต์ พุดชมพูจึงไม่อยากให้เขารับผิดชอบงานใหญ่นี้ เธอจึงเสนอในที่ประชุมให้อนาวินทร์เป็นคนรับผิดชอบโครงการนี้

    อ้างว่าเพื่อสร้างความเชื่อถือให้เขาต่อเนื่องจากที่แก้ปัญหาบ้านร้าวซึ่งเขาทำได้ดีมากมาแล้ว ทรงรบเห็นด้วย กรรมการอื่นก็ไม่มีใครคัดค้าน พุดชมพูจึงสรุปว่า

    “ถ้าไม่มีใครคัดค้านเป็นอันว่าโครงการประมูลที่ดินนี้มอบให้คุณอนาวินทร์รับผิดชอบค่ะ”

    แม้การันต์ไม่โต้แย้งและนิ่งเงียบ แต่ในใจนั้นแค้นแทบลุกเป็นไฟ เมื่อกลับมาห้องทำงานเขาถอดสูทเหวี่ยงทิ้ง ถูมือพึมพำแค้น

    “มันจะมากไปแล้วนะ!”

    เมื่อเขาเอาเงินไปให้ชวกรที่ย้ายที่อยู่ใหม่แล้ว บอกชวกรว่าระหว่างนี้ให้เก็บตัวเงียบๆไว้ เพราะพุดชมพูกำลังคุมอำนาจในบริษัทและไม่ปล่อยเขาไว้แน่ ชวกรพึมพำว่ายัยนี่อีกแล้ว!

    “ใช่ ยัยพุดนี่แหละร้ายที่สุด ถ้าไม่มีมันสักคนนายก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้ มันสืบเรื่องของนายทุกอย่างและแจ้งตำรวจ คงอยากทำงานเอาหน้ากับกรรมการคนอื่นๆมั้ง...แถมวันนี้มันยังกล้ายกโครงการที่ฉันดูแลไปให้ไอ้วินด้วย”

    สร้างเรื่องเป่าหูจนชวกรถามว่าจะให้ตนสั่งสอนไหม การันต์ทำเป็นห้ามว่าอย่าเพิ่ง เพราะเรื่องของเขาเองยังไม่เรียบร้อย แต่ให้เขาตามดูว่าอนาวินทร์กำลังจะเริ่มโครงการประมูลที่ดิน ให้ตามดูว่าพวกเขาทำอะไรบ้างแล้วรายงานตน

    ชวกรรับงานแล้วฉุกคิดได้ถามว่าเมื่อเช้าเขาโทร. หาตนคงจะเรื่องนี้ใช่ไหม การันต์บอกว่าตนไม่ได้โทร.

    “ทีหลังห้ามรับเบอร์อื่นนอกจากเบอร์ฉันเด็ดขาด” การันต์กำชับ สงสัยว่าใครที่รู้เบอร์ลับของชวกรและโทร.หาทำไม

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์