นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อไข้ลดอาการดีขึ้น อนาวินทร์ลงไปข้างล่าง ภัทราบอกให้พุดชมพูพาเขาไปเดินพักผ่อนที่ “บัลลังก์ดอกไม้”

    “บัลลังก์ดอกไม้” ที่ภัทราพูดถึง คือสถานที่ที่คุณพ่อของพุดชมพูเตรียมที่ไว้ มีกระถางต้นไม้ที่มีดอกสีชมพูเล็กๆ อนาวินทร์ถามว่าดอกอะไร ดูใกล้ๆก็สวยดี

    “เขาเรียกว่าดอก ‘พุดชมพู’ พ่อปลูกไว้และพ่อก็ตั้งชื่อฉันตามดอกพุดชมพูนี่แหละ” เขาก้มดมบอกว่าไม่เห็นหอมเลย “บ้า ก็พุดชมพูเป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่น จะหอมได้ยังไง” เขายังติดใจที่ภัทราเรียกชื่อบัลลังก์ดอกไม้ เธอจึงเล่าให้ฟังว่า

    “พ่อเรียกน่ะ ที่ตรงนี้คือที่ผืนแรกที่พ่อซื้อไว้ พ่อตั้งใจจะสร้างศาลาที่นั่งเล่นให้ฉัน โรงเรือนนั่นเป็นที่ทำงานของพ่อ พ่อปลูกพุดชมพูไว้เพื่อจะเอามาแต่งศาลา แต่ก็ยังไม่ทันได้ทำ...” เล่าได้แค่นี้เธอก็พูดไม่ออก

    อนาวินทร์รับรู้ความสะเทือนใจของเธอ เขาขยับเข้าใกล้ เอามือวางบนไหล่เธอ บีบเบาๆอย่างปลอบใจ...

    ระหว่างนั้น ช่อม่วงโทร.มาบอกว่ากำลังจะตามชวกรกับทิพนาถเข้าไปในบ่อน อีกชั่วโมงถ้าตนไม่โทร.มาให้เธอไปแจ้งความตำรวจได้เลย แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมง พุดชมพูก็จะโทร.ไปหาเป็นห่วงกลัวเพื่อนจะเป็นอะไร อนาวินทร์ทักท้วงว่าช่อม่วงขอเวลาหนึ่งชั่วโมงเกิดโทร.ผิดจังหวะจะยิ่งแย่ เธอมองหน้าเขาอย่างกลุ้มใจ

    ooooooo

    ชวกรกลับไปหาทิพนาถที่โต๊ะพนันพร้อมชิปในถาด พอดีการ์ดตามมาบอกชวกรบอกว่าแขกหน้าใหม่ สองคนบอกว่ามากับเขา ชวกรจึงเดินตามการ์ดไปงงๆ

    ทรงรบกับช่อม่วงเห็นชวกรเดินมากับการ์ดก็จับมือกันเครียด จะหนีก็ถูกการ์ดคุมเข้มอยู่ ทันใดนั้น ทิพนาถโวยวายขึ้นที่โต๊ะพนันหาว่าถูกโกง ตนเพิ่งแลกชิปมาตั้งเยอะเสียหมดอีกแล้ว ชวกรได้ยินเสียงโวยวายจึงไปดู บอกให้ทิพนาถเงียบก่อนคนมองกันใหญ่แล้ว เธอขู่ว่าถ้าไม่เอาเงินมาคืนตนจะแจ้งตำรวจ

    การ์ดที่คุมทรงรบกับช่อม่วงเห็นความวุ่นวายบอกให้ทั้งสองรอที่นี่ก่อน แล้วรีบไปที่โต๊ะพนัน แต่พอทิพนาถได้ชิปเพิ่มมาก็เงียบ การ์ดจึงเดินกลับมาปรากฏว่าทรงรบกับช่อม่วงหายไปแล้ว ชวกรเลยไม่รู้ว่าใครที่อ้างว่ามากับตน

    แม้ทางบ่อนจะสั่งการ์ดให้ตามหาทั้งสอง แต่ก็หาไม่เจอ ทรงรบกับช่อม่วงวิ่งหนีสุดชีวิต ช่อม่วงทำโทรศัพท์หล่นพอดีมีสายเข้าเธอเห็นชื่อพุดชมพูโทร.มา กำลังจะเก็บ นักพนันคนหนึ่งเดินมาและเตะโทรศัพท์กระเด็นไป ช่อม่วงจะตามไปเก็บเพราะในนั้นมีรูปที่ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน ทรงรบบอก “ผมเอง” แล้วเขาก็หาจังหวะเข้าไปเก็บโทรศัพท์มาได้

    ช่อม่วงมองมาดแมนของเขาอย่างประทับใจสุดๆ แล้วพากันวิ่งออกจากประตูไป

    ขับรถหนีไปจนเห็นว่าปลอดภัยแล้ว ทรงรบจอดรถข้างทาง บอกเสียงที่ยังไม่หายตื่นเต้นว่า “เรารอดแล้ว” ทั้งสองสบตาหัวเราะกันอย่างโล่งอก ทันใดนั้น พุดชมพูโทร.เข้าพอดี ช่อม่วงรีบกดรับ

    “ช่อ!! เป็นยังไงบ้าง เมื่อกี๊โทร.ไปก็ไม่รับ ฉันเป็น ห่วงแทบแย่”

    “ฉันโอเค นี่สรุปว่าตึกนั้นน่ะ ที่แท้มันคือบ่อน นายชวกรพาคุณทิพนาถไปเล่นไพ่ ผู้จัดการบ่อนคือคนเดียวกับผู้จัดการบริษัทเจริญวัสดุที่ร่วมเสนอราคา นายชวกรมันสร้างเรื่องหลอกเราทั้งหมด!” ช่อม่วงเล่าเร็วปรื๋อ แล้วจะส่งรูปให้ดู แต่แบตหมด ทรงรบบอกว่าไม่ต้องรีบส่งก็ได้ ตอนนี้ตนหิวมากไปกินข้าวกันก่อน

    พอสั่งอาหารมาช่อม่วงกินอย่างหิวโหยจนทรงรบทักว่าไม่ยักรู้ว่าเธอกินเก่งขนาดนี้ เธอตอบไปกินไปว่า “ก็หิวนี่”

    “ปกติอยู่ต่อหน้าผู้ชายผู้หญิงเขาไม่กล้ากินเยอะกันไม่ใช่หรือ คุณนี่ดีจังนะ ง่ายๆสบายๆ เห็นยังไงก็อย่างนั้น” เขาเอื้อมมือไปหยิบไฝปลอมที่เธอลืมแกะออก มองแล้วบอกว่า “ค่อยกลับมาเป็น ‘ช่อ’ คนเดิมหน่อย” มองไฝในมือเปรยๆว่า “แปลกดีนะ กับบางคนขนาดไม่ได้ปลอมตัวเรายังไม่รู้เลยว่าเรารู้จักตัวจริงของเขาหรือเปล่า”

    ช่อม่วงฟังแล้วชะงักไม่รู้ว่าเขาหมายถึงตนหรือนิลลดา มองเขาแว่บหนึ่งแล้วทำตัวสดใสเหมือนเดิมบอกว่า “คุณเลี้ยงนะมื้อนี้” พอเขาเรียกคนขายให้คิดเงิน เธอรีบสั่งคนขาย “พี่คะโจ๊กหมูใส่ไข่สองถุงกลับบ้านค่ะ”

    สั่งเสร็จหันยิ้มกับเขาแบบได้ที เขามองเธอแล้วอดขำตลกบริโภคของเธอไม่ได้

    เมื่อกลับถึงบ้าน ทรงรบเอาหนังสือที่ช่อม่วงให้ออกมาวางคู่กับจดหมายของนิลลดาที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน เขาทำท่าจะอ่านนิยายเล่มนั้น แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะวันนี้เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรแล้ว

    ooooooo

    วันนี้ การันต์เจอกับหวายในฟิตเนส เขาทักเธอว่ามาออกกำลังกายแต่ใจลอย เธอบอกว่าคิดถึงวิน แต่ไปหาไม่ได้เพราะวินกำลังมีแผนทำดีกับพุดชมพูให้ตายใจเพื่อจะได้ยกมรดกคืน เขาถามว่าถ้าเกิดพุดชมพูอยากเป็นอะไรมากกว่านั้นล่ะ

    “ข้ามศพหวายไปก่อนเถอะ!” เธอคำรามแล้ว 

    ปรารภว่า พ่อกำลังเครียดอยากให้วินมาร่วมหุ้นด้วย ช่วยคิดทีว่าจะทำยังไง การันต์นิ่งไปก่อนบอกว่า ถ้าอนาวินทร์ กลัวเธอไปแล้วทำให้พุดชมพูอารมณ์เสีย เธอก็ไปแล้วทำให้เธออารมณ์ดีซิ ซื้อของไปเยี่ยมพุดกับแม่เขาหน่อยแค่นั้นเอง

    ขณะนั้นเอง วันชัยโทร.หาหวายแล้วไปหาที่โถงฟิตเนส หวายจึงแนะนำว่านี่คือการันต์ สัตยารักษ์ พอวันชัยได้ยินนามสกุลรู้ว่าเป็นหลานของอาทิตย์ก็ยกยอปอปั้นว่าทำงานเก่งมาก จนการันต์ออกตัวว่าตนไม่เก่งขนาดนั้น

    “วันหลังมากินข้าวที่บ้านสิ อาจะได้ขอคำแนะนำเรื่องธุรกิจบ้าง” วันชัยอ่อยเหยื่อตัวใหม่

    วันต่อมา พุดชมพูเปิดดูรูปผู้จัดการบริษัทเจริญวัสดุ เธอมองอย่างหมายมาดว่าได้หลักฐานมาแบบนี้ ชวกรไม่รอดแน่ ถามอนาวินทร์ว่ารู้หรือยังว่าตอนนี้ทิพนาถให้ชวกรย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านสัตยารักษ์แล้ว

    “อะไรนะ! มันจะมากไปแล้ว!!” อนาวินทร์ทั้งตกใจและโกรธมาก เขาโทร.ไปที่บ้านสัตยารักษ์ทันที อ้อยรับสายเขาขอสายป้านุ่ม อ้อยบอกว่าป้านุ่มกำลังจัดอาหารให้ชวกร เขาถามทันที “มันมาอยู่ในบ้านนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

    อ้อยบอกว่าตั้งแต่เขากับพุดชมพูกลับไร่ กระซิบว่าชวกรยังเอารถไปใช้ทุกคัน น้ำมันก็ไม่เติมให้ เขาถามว่าป้านุ่มเป็นยังไงบ้าง อ้อยไม่ทันตอบเสียงชวกรด่าป้านุ่มก็แทรกเข้ามาในโทรศัพท์อย่างเกรี้ยวกราดว่า

    “อย่าคิดว่าเป็นคนโปรดของอนาวินทร์แล้วจะมาย้อนฉันได้นะ ออกไป!”

    อนาวินทร์โกรธจัด ถามว่ามันกล้าพูดกับป้านุ่มอย่างนี้เชียวหรือ! เขาตัดสินใจจะกลับ ขอยืมรถพุดชมพูบอกว่าจะไปจัดการชวกรที่ทำตัวกร่างอยู่ในบ้าน พุดชมพูติงว่าถึงกลับไปก็ทำได้แค่ไล่ชวกรออกไปชั่วคราว พอเขากลับมาชวกรก็กลับไปอีก ถามว่าแล้วสัญญาที่จะปลูกเบญจมาศภายในสามเดือนล่ะ?

    ถามแล้วเห็นเขานิ่ง เธอจึงเอากุญแจรถให้ พูดทิ้งท้ายว่า “ถ้าคิดดีแล้วก็ตามใจนาย”

    คำพูดนี้ ทำให้อนาวินทร์ได้สติ เขาไปยืนดูกระบะเพาะต้นอ่อนเบญจมาศที่วางไว้บนศาลา คิดถึงความพยายามที่จะปลูกต้นเบญจมาศให้สำเร็จ อุตส่าห์หัดขุดดินหัดชำรากต้นอ่อนจากลุงเจือ ดูแลอย่างดีหวังจะได้เห็นมันโตและแข็งแรง

    ดูต้นอ่อนเบญจมาศแล้วอนาวินทร์คิดหนัก สุดท้ายตัดสินใจเอากุญแจรถไปคืนพุดชมพู แล้วโทร.ไปหาการันต์ขอให้ช่วยไล่ชวกรออกไปจากบ้านเพราะย้ายเข้ามาอยู่แล้วยังทำตัวยิ่งกว่าเจ้าของบ้านอีก การันต์รับปากจะจัดการให้

    “ฝากด้วยนะ ไอ้นี่มันไว้ใจไม่ได้ แกรู้ไหมยัยเลขากับทนายทรงรบจับได้ว่ามันหลอกเราเรื่องบริษัทค้าวัสดุ เพราะคนที่ออกหน้าว่าเป็นผู้จัดการบริษัทที่จริงมันทำงานอยู่ในบ่อนที่ชวกรไปเล่นประจำ”

    รู้จากอนาวินทร์แล้ว การันต์เครียดที่ชวกรกำลังจะทำทุกอย่างพังหมด เขาจึงคิดจะจัดการชวกรเพื่อตัดปัญหา

    ooooooo

    การันต์ไปที่บ้านสัตยารักษ์ เจอชวกรกำลังโต้เถียงกับป้านุ่มที่ทำความสะอาดห้องอนาวินทร์อยู่ เขาถือวิสาสะเข้าไปนอนเตียงรื้อข้าวของของอนาวินทร์ ป้านุ่มโกรธจนไล่ออกจากห้อง แต่ชวกรก็ยังกร่าง

    “ออกไปซะ!” การันต์มายืนหน้าตึงเสียงขุ่นอยู่หน้าห้อง “นายไม่มีสิทธิ์มาอยู่ที่นี่ เก็บข้าวของออกไปซะ” ชวกรอ้างว่าทิพนาถเป็นคนอนุญาตให้ตนมาอยู่ “ถ้ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมานายคิดว่าคุณทิพจะช่วยนายได้ไหม แค่นี้นายก็สร้างปัญหามากพอแล้วนะ เก็บข้าวของออกไปซะ คุณทิพนาถไม่ใช่เจ้าของบ้านนี้”

    ทิพนาถเข้ามาปกป้องชวกรโต้ว่าการันต์เองก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่คนของตนออกไป เพราะเขาก็เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง เป็นผู้อาศัยคนหนึ่งเหมือนกัน การันต์เจ็บจี๊ดที่ถูกจี้ใจดำ บอกว่าตนไม่ลืม แต่วันนี้ตนทำตามคำสั่งของอนาวินทร์

    เมื่ออ้างอนาวินทร์ทิพนาถก็พูดไม่ออก การันต์ปรามเธอว่า

    “คุณน้าระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะครับ อะไรที่ไม่ควรทำ ที่ไหนที่ไม่ควรไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาคุณน้าจะเสียชื่อเปล่าๆ”

    เมื่อทิพนาถมาพบชวกรที่ห้องเล่นเปียโน เธอสบถ อย่างเจ็บใจที่ถูกการันต์เอาชื่ออนาวินทร์มาขู่ให้ชวกรออกจากบ้าน เสนอว่าตนจะไปค้างกับเขาที่คอนโด ชวกร อ้างว่ากลัวเธอจะอยู่ไม่สบาย ชวนไปเที่ยวกันแล้วหาโรงแรมดีๆ ค้างกันดีกว่า แล้วบ่นว่าถ้าตนไปอยู่เองก็ลำบาก ไหนจะค่าผ่อนคอนโด ค่าผ่อนรถ อ้อนถามว่า “พี่พอจะมีเงินให้ผมยืมไหมครับ”

    ทิพนาถโอดครวญว่า วันก่อนก็เสียไพ่ไปเกือบสามแสน ตอนนี้ค่าใช้จ่ายในบ้านยัยพุดก็เอาไปดูแล แถมตาวินยังไม่ได้มรดก ตนจะเอาเงินจากไหน

    “ไม่เป็นไรครับ ถ้าพี่ช่วยผมไม่ได้ ผมก็คงต้องหาจากคนอื่น” ทิพนาถตกใจกลัวชวกรจะทิ้งตน จึงเอาเครื่องเพชรให้บอกว่าเอานี่ไปก่อนก็แล้วกัน ชวกรรับถุงชั่งน้ำหนักแล้วยิ้ม หอมทิพนาถทีหนึ่งเป็นการตอบแทน

    ooooooo

    ภัทราเห็นอนาวินทร์ท่าทางไม่สบายใจ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาบอกว่าที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อยแต่ตนยังกลับไม่ได้ ภัทราบอกว่า “ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องพยายามอย่าเอาใจไปผูกไว้ค่ะ”

    พอดีพุดชมพูจะออกไปซื้อของในเมืองเตรียมทำสังฆทานให้พ่อพรุ่งนี้ ภัทราบอกให้อนาวินทร์ไปด้วยจะได้ไม่จำเจอยู่แต่ในไร่

    พุดชมพูเดินหาซื้อของทำสังฆทาน อนาวินทร์ชี้ที่ถังสังฆทานที่วางขาย ถามว่าทำไมไม่ซื้อที่จัดสำเร็จแล้ว

    “ฉันชอบเลือกของเองมากกว่า จะได้เลือกของที่พระท่านเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆไง ฉันทำแบบนี้ทุกปีแหละ พ่อจะได้รู้ว่าฉันยังคิดถึงพ่ออยู่เสมอ”

    “งั้น...ฉันทำสังฆทานให้ปู่บ้างได้ไหม”

    “ได้สิ” พุดชมพูยิ้มยินดีที่เขาจะทำสังฆทานให้ปู่ พาเข้าไปในร้านช่วยกันหาซื้อของ

    ซื้อของเสร็จ พุดชมพูถามเขาว่าเหนื่อยไหม เขาส่ายหน้าบอกว่าสบายๆ

    “วันนี้ทำตัวดีแฮะไม่บ่นสักคำ เอางี้...เดี๋ยวฉันเลี้ยงกาแฟ นายไปนั่งรอในร้านก่อน สั่งเลยนะ เดี๋ยวฉันมา”

    สั่งกาแฟแล้ว อนาวินทร์เดินดูรูปที่ทางร้านติดโชว์ เขาเห็นรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มดอกเบญจมาศไว้เต็มแขนยิ้มสดใสน่ารักมาก เขามองภาพนั้นราวกับต้องมนต์ เมื่อเจ้าของร้านเอากาแฟมาให้ เขาชี้ที่รูปถาม “คนในรูปนี้...”

    “อ๋อ...หนูพุด เจ้าของไร่อุ่นรักน่ะครับ ผมถ่ายไว้นานแล้วล่ะครับ ตอนนั้นหนูพุดมาส่งดอกไม้กับพ่อ ยิ้มเขาดูสดใสมีชีวิตชีวายังไงบอกไม่ถูก ผมก็เลยขอถ่ายไว้ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนแนวไปจนคุณจำไม่ได้เลยล่ะ”

    เมื่อเจ้าของร้านเดินกลับไป อนาวินทร์มองรูปนั้นนิ่ง เป็นรูปที่มีชีวิตชีวามาก

    ทันใดนั้น มีเสียงโวยวายที่หน้าร้าน กระชากเขาจากภวังค์ เขาหันมองเห็นเด็กหญิงวัย 10 ขวบคนหนึ่งเนื้อตัวมอมแมมวิ่งมาทางหน้าร้านมือถืออะไรบางอย่างไว้อย่างมีค่ามาก

    ข้างหลังเด็กหญิงนั้น แม่ค้าคนหนึ่งตะโกนว่าขโมยให้ช่วยจับไว้ อนาวินทร์เดินออกไปดู พอดีเด็กวิ่งผ่านเขาจึงช่วยจับไว้ แม่ค้าตามมาทวงของคืน เด็กกอดของไว้อ้อนวอนว่า

    “หนูขอเถอะ หนูจะเอาไปให้แม่ แม่หนูไม่สบาย”

    อนาวินทร์ชะงักกึก มองเด็กอย่างสะเทือนใจ เห็นว่าสิ่งที่เด็กถืออยู่คือกับข้าวถุงหนึ่ง เขาตัดสินใจขอซื้อจากแม่ค้า บอกเด็กว่า

    “เอาไปให้แม่นะแต่คราวหลังอย่าทำอีก ขโมยของคนอื่นมันไม่ดี”

    เด็กไหว้ขอบคุณแล้ววิ่งอ้าวไปด้วยความดีใจ

    พุดชมพูยืนดูอยู่ เธอยิ้มปลื้มปีติกับสิ่งที่เห็น เมื่อกลับเข้าไปในร้าน เธอเอาขนมปังสังขยาออกมาวางบอกว่า “ฉันเลี้ยง วันนี้นายทำดีต้องให้รางวัลหน่อย” เขาอ้อนว่าป้อนให้ด้วยซิ เธอเลยป้อนแต่แกล้งล่อไปล่อมาจนสังขยาเปื้อนแก้ม เธอเช็ดให้หัวเราะกันขำๆ อนาวินทร์นึกถึงภาพที่ติดโชว์ ถามว่าทำไมเธอไม่ไว้ผมยาวอีกล่ะ

    เจ้าของร้านมาเห็นทั้งสองหัวเราะกันสนุกสนาน ถามว่ารู้จักกันเหรอ มิน่า เมื่อกี้ไปยืนดูรูปอยู่ตั้งนาน อนาวินทร์เขินเลยเปลี่ยนเรื่องถามว่าน้ำตกในรูปนั่นอยู่ที่ไหนสวยดี

    ooooooo

    นิลลดาอยากรู้ความสัมพันธ์ของทรงรบกับช่อม่วง วันนี้ไปหาช่อม่วงชวนออกมากินกาแฟกัน พูดหยั่งเชิงออกตัวว่า

    “คุณช่อคงรู้สึกว่าลดาตามตื๊อรบไม่หยุดใช่ไหมคะ” แล้วเล่าความสัมพันธ์กับทรงรบที่ขาดตอนไปว่า ตนไปอยู่ฝรั่งเศส ขาดการติดต่อกับเพื่อนๆ กลับมาก็เหลือแต่เขานี่แหละ แล้วเลียบเคียงว่า “คุณช่อนี่น่ารักจัง มิน่าล่ะรบเขาถึงชอบ” เห็นช่อม่วงอึ้งไปก็ถามต่อ “คุณช่อ รู้จักกับรบนานแล้วหรือคะ”

    ช่อม่วงบอกว่าคงไม่นานเท่าเธอ นิลลดาขอให้เล่าเรื่องทรงรบในช่วงที่ตนไม่อยู่ให้ฟัง ช่อม่วงเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน ที่สำคัญคือเธอไม่รู้ว่าควรจะเล่าอะไรดี นิลลดาจึงเป็นฝ่ายพูดว่า

    “รบเขาเปลี่ยนไปหลายอย่าง ลดาอยากรู้เรื่องของเขาบ้าง ลดาจะได้กลับมาสนิทกับรบได้เหมือนเมื่อก่อน...แบบเพื่อนน่ะค่ะ คุณช่อคงไม่คิดมากใช่ไหมคะ”

    แม้นิลลดาจะพูดออกตัวอย่างนั้น ช่อม่วงก็ดูออกว่าเธอตั้งใจมาแย่งทรงรบกับตน

    แต่เมื่อออกจากร้านกาแฟกลับที่ทำงาน เจอทรงรบกลับมาพอดี เขาถามนิลลดาอย่างไม่พอใจว่า มาทำไม นิลลดายิ้มระรื่นบอกว่าตนแค่มาหาเพื่อนใหม่ แล้วหันมาขอบคุณช่อม่วง ไว้นัดเจอกันอีก แล้วเดินไป

    ทรงรบสังเกตท่าทีของนิลลดาต่อช่อม่วงอย่างไม่เข้าใจ เขาเดินตามไปถามว่าเธอคิดจะทำอะไร อยู่ๆ ก็มาหาช่อม่วง

    “ลดาต้องคิดอะไรด้วยเหรอคะ? ลดาก็แค่เหงา แล้วคุณก็ไม่ค่อยมีเวลา ลดาก็เลยมาชวนคุณช่อไปกินกาแฟเป็นเพื่อนก็แค่นั้นเอง ทำไมคะกลัวลดาสนิทกับคุณช่อ...แล้วจะรู้อะไรงั้นเหรอคะ”

    นิลลดาถามดักคอจนทรงรบพูดไม่ออก แต่มั่นใจว่า นิลลดาต้องมีแผนอะไรแน่ๆ

    ooooooo

    ซื้อของเสร็จกลับมาจัดเตรียมถวายสังฆทานพรุ่งนี้ อนาวินทร์จัดของอย่างตั้งใจมาก พุดชมพูเอ่ยอย่างปีติว่าปู่คงดีใจมากที่เขาตั้งใจทำขนาดนี้ ภัทราก็เอ่ยว่าเขาคงรักปู่มากและตนรู้ด้วยว่าปู่เองก็รักเขามาก

    พุดชมพูถามว่าแม่รู้ได้ยังไง ภัทราเล่าอย่างมีความประทับใจว่า ตอนที่วินเพิ่งเกิด เวลาปู่มาที่ไร่ต้องเล่าถึงเขาไม่ขาดปากว่าน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้ เล่าถึงวันที่อนาวินทร์เรียกปู่ได้ครั้งแรกว่า

    “วันนั้นกลับบ้านดึกทั้งเครียดทั้งเหนื่อย คุณวิน เดินมาเกาะขาขอให้อุ้มแล้วบอก ‘ปู่...ปู่...วินรักปู่’ ปู่เล็ก บอกว่าได้ยินแค่นั้นความเหนื่อยก็หายไปไหนหมดไม่รู้”

    เล่าพลางหันยิ้มให้อนาวินทร์ เขายิ้มตอบแล้วหันไปสบตากับพุดชมพู น้ำตาคลอ...

    เมื่อไปถวายสังฆทาน พุดชมพูต้องคอยบอกและสอนการถวายสังฆทานและการพูดกับหลวงพ่อ

    เวลาเดียวกันนั้น หวายขับรถมาถึงบ้านพุดชมพูแล้ว เธอลงจากรถเปิดประตูหลังหยิบของฝากมาตะโกนเรียกทั้งอนาวินทร์และพุดชมพู จนลุงเจือมาบอกว่าทุกคนไปทำบุญที่วัดกันหมด หวายถามว่าวัดไหน อยู่ที่ไหน ลุงเจือจึงบอกเส้นทางให้แต่แกเป็นคนติดคำว่า “ใช่ไหม” อธิบายเส้นทางไปก็ต่อสร้อยว่าใช่ไหม จนตัวเองก็งง หวายทั้งงงและหงุดหงิด

    โชคดีที่โจ้ขับกระบะเข้ามาเจอ ถามหวายว่ามาทำอะไรที่นี่อีก เธออ้างว่ามาหาพุดชมพูกับวิน โจ้ถามลุงเจือว่าเขาหายไปไหนกันหมดตนเอาผักมาให้ ลุงเจือบอกว่าไปทำบุญให้คุณพ่อของพุดชมพูที่วัดกันหมด ระหว่างนั้นเอง หวายแอบไปขึ้นรถของโจ้เขาถามว่าขึ้นไปทำไม

    “ก็ฉันรู้น่ะสิว่านายจะต้องตามไปหายัยพุดชมพู... ใช่ไหม”

    โจ้พูดไม่ออก คิดว่าไล่ก็คงไม่ลง เลยขับรถไปวัด เป็นเวลาที่อนาวินทร์กับพุดชมพูถวายสังฆทานเสร็จพอดี เธอบอกอนาวินทร์ว่าจะพาไปเที่ยวน้ำตกที่เขาเห็นในรูปที่ร้านกาแฟ ภัทราบอกว่าตนกับน้าจิตไม่ไปด้วยจะอยู่ช่วยกันกวาดลานวัด

    ยังไม่ทันไปโจ้ก็มาถึง อนาวินทร์จำรถของโจ้ได้ พูดกับพุดชมพูเซ็งๆว่าไม่ต้องห่วง ไม่ได้ไปกันสองคนเพราะแฟนเธอมาโน่นแล้ว เขาพูดไม่ทันขาดคำ หวายก็เสียงแจ๋ลงจากรถ

    “วินนี่ขา...หวายมาแล้ววว...”

    “มาไงเนี่ย?” อนาวินทร์พึมพำเซ็งๆ เมื่อหวายรู้ว่าอนาวินทร์กำลังจะไปเที่ยวน้ำตกกันก็บอกว่าตนอยากไปเหมือนกันแล้วถลาเข้าเกาะแขนอนาวินทร์ทันที เขาสบตากับพุดชมพูเซ็งๆ

    ooooooo

    เมื่อไปถึงน้ำตก หวายเกาะอนาวินทร์แจ โจ้ชวนพุดชมพูไปปูเสื่อนั่งกันที่มุมหนึ่งของน้ำตก อนาวินทร์จะนั่งด้วยแต่ถูกหวายดึงไว้ชวนไปทางโน้นดีกว่า วิวสวยก็สวยกว่าด้วย แล้วทั้งดึงทั้งลากเขาไปเลย

    โจ้มองตามทั้งสองไปชมว่าคู่นี้เขาเหมาะกันดีนะ พุดชมพูไม่อยากพูดถึงอนาวินทร์จึงลุกไป โจ้มองตามอย่างผิดหวัง

    ส่วนหวาย เมื่อลากอนาวินทร์ไปแล้วก็ระริกระรี้ให้เขาถ่ายรูปให้ พอเขาถ่ายให้เธอวิ่งมาดูรูปแล้วติโน่นตินี่ว่าหน้าอ้วนบ้าง ขาใหญ่บ้าง แล้วรบเร้าให้เขาถ่ายให้ใหม่ จนอนาวินทร์เบื่อ

    พุดชมพูเดินมานั่งที่โขดหิน โจ้ตามมานั่งด้วยถามว่าทำไมถึงพาอนาวินทร์มาเที่ยวน้ำตก เธอบอกว่าวันก่อนเขาเห็นน้ำตกในรูปที่ร้านกาแฟแล้วชอบตนเลยพามา

    “พุดเปลี่ยนไปนะ ตอนแรกพุดบ่นเขาทุกวัน ถ้าไม่เห็นแก่คุณปู่พุดคงไล่เขากลับบ้านไปนานแล้ว แต่ตอนนี้...พุดดูแคร์เขาจัง” พูดแล้วเห็นเธอเงียบ เขาถามตรงๆว่า “พุดคิดอะไรกับคุณวินหรือเปล่า”

    “ทำไมพี่โจ้ถามแบบนี้” เธอตกใจ โจ้ย้ำถามอีกเธอจึงตอบ “พุดบอกแล้วว่าไม่มีอะไร ถ้าพี่โจ้ไม่เชื่อก็แล้ว แต่พี่โจ้จะคิดก็แล้วกัน” พูดเสียงสะบัดนิดๆแล้วลุกไปเลย

    โจ้มองตามอย่างน้อยใจ เพราะที่ผ่านมาพุดชมพูไม่เคยมีท่าทีแบบนี้กับตนเลย...เขาลุกเดินตามไปตัดสินใจพูดตรงๆว่า ถ้าเธอจะคิดอะไรกับอนาวินทร์ก็ไม่ผิดหรอก แต่เธอกับเขาแตกต่างกันเกินไปทั้งฐานะ การใช้ชีวิต ไม่มีทางไปด้วยกันได้ พุดชมพูบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องมาเตือนเพราะ “พุดไม่ได้คิดอะไรกับคุณวิน”

    “แล้วกับพี่ล่ะ พุดคิดอะไรบ้างไหม”

    พุดชมพูไม่ตอบเพราะเขาไม่เคยพูดเรื่องนี้ตรงๆ กับตนมาก่อน โจ้จึงเปลี่ยนเรื่องเล่าว่า ตนได้รับคัดให้เข้าร่วมโครงการอบรม Asean SME แล้ว คนสมัครตั้งหลายร้อย เขารับแค่ยี่สิบคนเอง พุดชมพูดีใจด้วย โจ้บอกว่า

    “พี่เขียนโครงการส่งออกผักอินทรีย์ตามที่พุดแนะนำไง พี่ต้องไปอบรมที่กรุงเทพฯสามเดือน จบเมื่อไหร่พี่จะเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง พุดรอพี่นะ”

    “รอ??” เธอทวนคำงงๆ โจ้รวบรวมความกล้าจับมือเธอบอก

    “พี่ทำทุกอย่างก็เพื่อจะพิสูจน์ตัวเองว่าพี่ดีพอที่จะดูแลพุดได้ ถ้าธุรกิจของพี่สำเร็จ พี่ก็จะให้พ่อมา...”

    พุดชมพูไม่รอให้เขาพูดจบ เธอค่อยๆดึงมือออก บอกเขาว่า

    “พุดดีใจด้วยที่พี่โจ้จะได้เรียน ได้ทำงานตามที่ฝัน แต่พี่ควรจะทำเพื่อตัวพี่เอง...ไม่ใช่เพื่อพุด”

    พูดจบเธอหันหลังเดินจากไป โจ้ยืนมองอย่างผิดหวังกับคำตอบที่ชัดเจนนั้น...

    หวายให้อนาวินทร์ถ่ายรูปไม่เลิก ท่ามากลีลาเยอะจนทำโทรศัพท์ตกน้ำ เธอตกใจอ้อนอนาวินทร์ช่วยเก็บให้ เขาบอกว่าตกน้ำขนาดนี้เสียแล้ว เดี๋ยวกลับไปซื้อใหม่ก็แล้วกัน แล้วเดินไปเลย

    หวายยืนโวยวายอยู่ตรงนั้นจนโจ้ได้ยินเสียงเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น หวายบอกว่าตนทำโทรศัพท์ตกน้ำ ตนไม่มีโทรศัพท์ไม่ได้ ขืนพ่อติดต่อไม่ได้ต้องโดนดุแน่เลย ถ้าบอกว่าโทรศัพท์ตกน้ำยิ่งจะโดนดุใหญ่ โจ้จึงลงไปงมให้

    พออนาวินทร์เดินออกจากหวายก็มาเจอพุดชมพูนั่งทบทวนความคิดตัวเองอยู่ เขาทักว่าคิดอะไรอยู่เหม่อเชียว พอเธอบอกว่าไม่มีอะไร เขาก็แซวว่าทะเลาะกับแฟนเหรอ เธอย้อนถามว่าแล้วแฟนเขาล่ะ เขาบอกว่าคงดำน้ำหาโทรศัพท์อยู่

    “แล้วทำไมนายไม่ช่วยเขา เป็นแฟนภาษาอะไร”

    “หวายไม่ใช่แฟนฉัน”

    “พี่โจ้ก็ไม่ใช่แฟนฉัน”

    ต่างยืนยันเช่นนั้นแล้วกลับเขินกันเอง จากนั้นก็นั่งเงียบกันอยู่อย่างนั้น จนอนาวินทร์พูดขึ้นว่า

    “ฉันเพิ่งเข้าใจนี่แหละที่เขาบอกว่าคนที่เข้าใจกัน จะนั่งคุยกันในความเงียบได้”

    พุดชมพูรู้ถึงความหมายที่เขาพูด แต่ไม่อยากให้พูดลึกไปกว่านี้จึงชวนกลับ อนาวินทร์ลุกขึ้นแล้วส่งมือมารับเธอ พุดชมพูมองแล้วส่งมือให้เขาฉุดขึ้น แรงดึงทำให้เธอถลำ เขาโอบเอวเธอไว้ หน้ากับหน้าใกล้กันมาก พริบตานั้นเขาก็จู่โจมหอมแก้มเธอ พุดชมพูตกใจอายจนหน้าแดงพยายามเบี่ยงตัวจนเกือบตกน้ำ เขากอดเธอไว้อีก จนเธอบอกให้ปล่อยเขาจึงปล่อย อ้างว่าถ้าไม่กอดไว้ เธอตกน้ำไปจะว่ายังไง

    พุดชมพูโล่งใจที่เขาไม่พูดอะไรมากกว่านี้ แล้วเดินกลับกันเงียบๆแต่หัวใจเต้นแรงจนกลัวอีกฝ่ายได้ยิน...

    ขากลับ พุดชมพูขับรถโดยมีอนาวินทร์และหวายนั่งมาด้วย โจ้ขับรถตามมา เขาต้องบีบแตรเตือนเมื่อเห็นพุดชมพูขับเลยทางเข้าไร่ และเมื่อไปถึงบ้าน เขาสังเกตเห็นอนาวินทร์กับพุดชมพูต่างมีท่าทีแปลกๆต่อกัน

    ooooooo

    เข้าบ้านยังไม่ทันทำอะไร น้าจิตก็ชี้ให้ดูข่าวทีวี ว่าเขาประท้วงกันใหญ่ ทุกคนไปดูทีวี เป็นการประท้วงของผู้ซื้อบ้านจัดสรรที่ซื้อบ้านไม่ทันไรกำแพงก็ร้าว

    ทุกคนตะลึงเมื่อผู้ประกาศรายงานว่าเป็นการประท้วงโครงการบ้านจัดสรรของ “สัตยาอสังหา”!

    อนาวินทร์เครียดจัด ขณะนั้นเองช่อม่วงโทร.บอกพุดชมพูว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว พุดชมพูถามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ช่อม่วงบอกว่าสงสัยว่าเรื่องทุจริตในบริษัทที่เราสืบๆกันจะส่งผลแล้ว

    ทรงรบดูข่าวอยู่ที่บ้าน ทรงศักดิ์บอกว่าคุณอาทิตย์บริหารสัตยาฯมา 40 กว่าปี ไม่เคยมีเรื่องอะไรแบบนี้เลย วิภาถามว่าแล้วอนาวินทร์จะจัดการยังไง? ทรงรบได้แต่ถอนใจเพราะปัญหาครั้งนี้ดูจะใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจัดการได้

    อนาวินทร์โทร.หาการันต์ถามว่าใครต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ชวกรใช่ไหม

    “เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ จริงๆแล้วเรื่องไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิดหรอก มันมีแค่ไม่กี่หลังที่เจอปัญหา ข่าวก็ออกไปเกินจริง แกวางใจเถอะเดี๋ยวฉันจัดการเอง”

    พุดชมพูเห็นอนาวินทร์เครียดจึงถามหยั่งเชิงว่าเขาอยากกลับกรุงเทพฯใช่ไหม เขาบอกว่าใช่ แต่ก็สองจิตสองใจเรื่องปลูกเบญจมาศ เธอถามว่าแล้วเขาไม่ห่วงบริษัทหรือ

    “ห่วงสิ ทั้งบริษัท...บ้าน...ฉันเป็นหลานปู่ ฉันควรจะอยู่ที่นั่น จัดการทุกอย่าง แต่เรื่องที่นี่...”

    “งั้นพรุ่งนี้เราไปกรุงเทพฯด้วยกัน” พุดชมพูแทรกขึ้นก่อนเขาพูดจบ อนาวินทร์อึ้งมองเธออย่างซึ้งใจที่เข้าใจความรู้สึกของเขาในยามที่ทุกข์ใจที่สุด...

    อนาวินทร์กับพุดชมพูเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น โดยฝากโครงการปลูกต้นเบญจมาศที่อนาวินทร์ทำค้างอยู่ให้ลุงเจือช่วยดูแล และพุดชมพูก็ฝากไร่อุ่นรักให้ลุงเจือกับแหลมช่วยกันดูแล

    เมื่อเกิดการประท้วงขึ้น ชวกรก็ตกใจกลัวความผิด บอกการันต์ว่า “คุณต้องช่วยผมนะครับ”

    ทรงรบต้องรับหน้านักข่าวที่มาสัมภาษณ์ เขาขอเวลารอผลการประชุมผู้บริหารออกมาก่อน แต่การันต์บอกนักข่าวว่าอยากรู้อะไรถามตนก่อนก็ได้ ทรงรบพยายามทักท้วงแต่การันต์ยืนกรานต้องบอกข้อมูลบางอย่างกับนักข่าว

    อนาวินทร์กับพุดชมพูมาถึงพอดี นักข่าวที่รู้ว่าอนาวินทร์เป็นทายาทตัวจริงของสัตยารักษ์ก็กรูกันเข้าไปสัมภาษณ์ อนาวินทร์ยังไม่มีข้อมูลอะไรก็ได้แต่เอ้อๆ อ้ำอึ้ง ทรงรบจึงเข้าแก้สถานการณ์ว่า

    “เอาเป็นว่ารอฟังการแถลงข่าวตอนบ่ายเลยดีไหมครับ จะได้ตอบทุกข้อสงสัยทีเดียวเลย”

    นักข่าวถามว่าอนาวินทร์จะแถลงด้วยตัวเองใช่ไหม แล้วแยกย้ายกันไป

    ระหว่างนั้น การันต์มองอนาวินทร์ด้วยสายตานิ่งลึก

    ooooooo

    ทุกคนเตรียมข้อมูลกันอย่างเร่งรีบ เคร่งเครียด อนาวินทร์ถามว่าใครรับผิดชอบเรื่องวัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ช่อม่วงบอกว่าชวกรเป็นคนดูแลจัดซื้อ เขาถามดุดันว่ามันอยู่ไหน!

    พุดชมพูเตือนว่า เราต้องสืบหาความจริงให้ได้ละเอียดกว่านี้ก่อน อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามทำอะไร ทรงรบเห็นด้วย ย้ำว่าเวลานี้เราต้องโฟกัสว่าจะอธิบายกับข่าวยังไง เพราะเราประกาศไปแล้วว่าบ่ายนี้จะมีแถลงข่าว

    อนาวินทร์บอกว่าการแถลงข่าวนั้นไม่ว่าปัญหาเกิดจากอะไร เราก็ต้องแสดงความรับผิดชอบให้มากที่สุด ความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญที่หนึ่ง เขาประกาศกับทุกคนว่า

    “ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความเชื่อมั่นที่ปู่เคยสร้างให้กับสัตยาอสังหาเด็ดขาด!”

    ชัชวาลกับวิเชียรเห็นด้วย วิเชียรเสนอว่าน่าจะให้พุดชมพูในฐานะรักษาการประธานบริษัทพูด การันต์แทรกขึ้นทันทีว่า นักข่าวอยากฟังจากทายาทตัวจริงมากกว่า อนาวินทร์กังวล บอกว่าตนไม่เคย...

    “นายควรแถลงด้วยตัวเองนะวิน” การันต์ย้ำ

    มองอนาวินทร์นิ่ง นิ่งจนดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่

    อนาวินทร์จำต้องรับหน้าที่นี้ เมื่อได้สคริปต์มาแล้วเขาก็อ่านตามสคริปต์ตะกุกตะกัก จนพุดชมพูต้องคอยปลอบ แนะนำและให้กำลังใจจนสภาพจิตใจเขาดีขึ้น

    การันต์จับตาดูความสัมพันธ์ของอนาวินทร์กับพุดชมพู รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของสองคนพัฒนาไปมาก ทำให้เริ่มกังวลว่า ถ้าสองคนนี้ร่วมมือกัน ตัวเองจะยิ่งลำบาก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์