นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    พุดชมพูโทรศัพท์บอกช่อม่วงว่าวันนี้ต้องกลับไร่ด่วนเพราะคุณหนูไฮโซจู่ๆก็บอกว่าจะไปไร่ ช่อม่วงถามว่าแล้วตนจะทำยังไง เธอบอกว่าไม่ต้องกลัว ทรงรบจะดูแลเอง

    ช่อม่วงดีใจได้คนถูกใจมาดูแล แต่ที่ไหนได้ พอทรงรบมาเขาก็มึนตึงไม่พูดด้วยเพราะยังโกรธที่เธอบุกไปถึงบ้านซ้ำเวลาขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน ยังไปแค่ชั้น 10 ไม่ไปห้องทำงานที่อยู่ชั้น 15 เขาไม่พูดกับเธอแต่กับคนอื่นคุยอย่างมีอัธยาศัยดี

    ขณะผ่านฝ่ายไอที ช่อม่วงได้ยินชวกรคุยโทรศัพท์กับใครคนหนึ่งในมือถือซองเอกสารด้วย เธอมองอย่างสังเกตเห็นเขาคุยแล้วหน้าเครียดจึงตัดสินใจแอบตามไปดู จึงรู้ว่าเขาไปพบการันต์อย่างลับๆล่อๆ การันต์ถามว่าทำงานไปถึงไหนแล้ว ชวกรชูแฟ้มให้ดูบอกว่าเสร็จแล้ว การันต์ถามว่าทางโน้นเขาว่ายังไง

    “ก็ดูกังวลนิดหน่อย แต่ผมก็ทำความเข้าใจใหม่แล้วล่ะครับ”

    “ทำงานให้รอบคอบหน่อย ต่อไปอย่าให้ผิดพลาดอีก”

    ชวกรรับคำแล้วส่งซองเอกสารให้ ช่อม่วงเห็น พฤติการณ์ทั้งหมดแต่อยู่ไกลฟังไม่ถนัดจับความไม่ได้จึงแอบตามการันต์ไป

    ครู่หนึ่งการันต์เอาซองเอกสารไปให้ช่อม่วงที่ห้องทำงานบอกว่าแก้ไขเอกสารแล้วเสนอให้คุณพุดเซ็น ช่อม่วงรับปากจะรีบเสนอให้แต่ต้องรอหน่อยเพราะตอนนี้

    คุณพุดกับคุณอนาวินทร์ไปไร่แล้ว

    “วินยอมไปไร่แล้วเหรอครับ...แบบนี้ทุกอย่างก็เป็น ไปตามพินัยกรรมแล้วสิครับ” พูดยิ้มๆว่าหวังว่าพุดชมพูจะช่วยเปลี่ยนนิสัยอนาวินทร์ให้พร้อมเป็นผู้นำสัตยารักษ์ได้ ทรงรบเชื่อว่าอนาวินทร์ต้องทำได้ ทรงรบพูดดีกับการันต์แต่พอช่อม่วงมาพูดด้วยเขาก็เบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่หายโกรธ

    ooooooo

    ตลอดทางที่ไปไร่ พุดชมพูต้องขับรถเองเพราะอนาวินทร์เอาแต่นอนและคอยปรามให้ขับดีๆเมื่อเจอถนนขรุขระ แต่ไปจนเกือบถึงไร่แล้วรถเกิดเสีย เขาสบถอย่างหัวเสีย พุดชมพูบอกให้เดินไปเพราะเหลืออีกสองสามกิโลเท่านั้นเอง

    อนาวินทร์ไม่ยอมเดินจะรออยู่ตรงนี้ถ้าเธอไปถึงแล้วให้เอารถมารับ เธอบอกว่าตามใจแต่ตนต้องขอกินข้าวก่อนค่อยมารับ เขาโวยทันทีว่าตนก็หิวเหมือนกัน เธอบอกงั้นก็เดินไปด้วยกัน เขาหยิบกระเป๋าสะพายหลังจะไป เธอถามว่าแล้วของที่เหลือล่ะ เดี๋ยวใครผ่านไปมาจะขโมยไป ของแพงๆทั้งนั้น อนาวินทร์ไม่มีทางเลือกลากกระเป๋าสองมือ สะพายหลังอีกสองใบ เดินตามพุดชมพูไปหน้าบอกบุญไม่รับ

    เมื่อไปถึงบ้านเขาโยนกระเป๋าอย่างไม่อินังขังขอบ พุดชมพูถามว่าไม่กลัวสกปรกหรือ เขาพูดหอบเหนื่อยว่าช่างมันเดี๋ยวซื้อใหม่

    โจ้เดินออกมารับเป็นคนแรก พุดชมพูจึงแนะนำให้รู้จักกับอนาวินทร์ บอกว่าโจ้เป็นเพื่อนรู้จักกันตั้งแต่เด็ก โจ้ช่วยเอากระเป๋าเข้าบ้าน เขายกกระเป๋าใบใหญ่ทั้งสองใบเดินไปสบายๆ อนาวินทร์มองทึ่งแต่ก็คิดว่าโจ้โชว์ออฟ

    พอภัทรากับจิตราออกมา อนาวินทร์ยกมือไหว้ พุดชมพูแซวๆว่านายก็มีมารยาทดีนี่ เขามองตาขวาง โจ้กระซิบถามพุดชมพูว่าไหนว่ามารยาทแย่ไง

    “ผีเข้ามั้ง เดี๋ยวรอดูตอนผีออกเถอะ” เธอกระซิบตอบขำๆ

    ooooooo

    ช่อม่วงตรวจเอกสารที่การันต์มาส่งหน้าเครียด พึมพำว่าเรียบร้อยดีแต่นั่งคิดแล้วตัดสินใจไปหาข้อมูลเพิ่มเติม

    เดินไปเจอแม่บ้านกำลังอ่านเรื่องย่อละครอยู่ก็เข้าไปคุยแบบคนคอเดียวกัน พอรู้ว่าแม่บ้านทำงานอยู่ที่นี่มาเจ็ดปีแล้วก็ถามประสาสาวๆว่าในบริษัทนี้ใครหล่อที่สุดแล้วถามถึงชวกร แม่บ้านบอกว่าเขาทั้งหล่อและรวยด้วย ได้ยินคนเขาพูดกันว่าชอบพาสาวๆที่ออฟฟิศไปเลี้ยงเป็นประจำ

    ทรงรบตามดูช่อม่วงอย่างสงสัย พอเห็นเธอเที่ยวคุยกับคนนั้นคนนี้ก็ไม่พอใจว่าเที่ยวคุยเล่นไม่ทำงานแล้วตามต่อไป เห็นเธอเข้าไปในฝ่ายบัญชี ฝ่ายก่อสร้างและฝ่ายบุคคลก็ยิ่งไม่พอใจหาว่าเธอทำแต่เรื่องไร้สาระ ทนไม่ได้ดักลากตัวเธอเข้าไปที่ลับตาตำหนิว่าทำแต่เรื่องไร้สาระ

    “ฉันกำลังทำ Survey research อยู่ คือก่อนหน้านี้ฉันตรวจสอบเอกสารเสนอราคาวัสดุแล้ว ซึ่งมันก็เรียบร้อยดี แต่งานของเราคือสืบหา ‘ความผิดปกติ’นะ! คุณอาทิตย์ฝากฝังคุณกับคุณพุดไว้อย่างนั้นไม่ใช่หรือ? ท่านรู้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในบริษัทแต่ยังจับไม่ได้”

    ช่อม่วงจึงถามว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับชวกรบ้าง ทรงรบบอกว่า เขาเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ทำงานที่นี่มาแล้ว 4-5 ปีเห็นจะได้ แล้วอ้อมแอ้มบอกเรื่องชวกรกับทิพนาถ ช่อม่วงหัวเราะบอกว่าเรื่องนั้นเขารู้กันไปทั่วแล้ว แต่ตนรู้มากกว่านั้นเยอะ

    ช่อม่วงให้ข้อมูลว่าชวกรกำลังจะซื้อรถใหม่ราคาหลายล้าน มาอยู่ที่นี่ด้วยการใช้เส้นสายของทิพนาถที่เจอกันในบ่อน ถูกเชิญออกจากบริษัทเก่าเพราะมีเรื่องยักยอกเงิน เล่าแล้วเห็นทรงรบทำหน้าเหวอ เธอบอกเขาว่า

    “ฉันว่าช่วงนี้เราต้องคอยจับตาดูนายชวกรให้ดีแล้วล่ะ”

    ฟังข้อมูลจากช่อม่วงแล้ว ทรงรบนิ่งคิดอย่างคล้อยตาม...

    ooooooo

    ที่ไร่อุ่นรัก...เพราะพุดชมพูกลับกะทันหัน อาหารมื้อเย็นวันนี้จึงมีแต่แกงจืดน้ำพริกผักลวกแบบบ้านๆ พอเปิดฝาชีออก อนาวินทร์ที่กำลังหิวโพล่งถามว่ามีแค่นี้หรือ

    ภัทราพูดออกตัวว่าไปตลาดไม่ทันเลยเตรียมได้เท่าที่มี ถามว่าน้ำพริกผักลวกกินเป็นไหม เขาตอบทันทีว่าไม่เป็น จิตราพูดเอาใจว่าเดี๋ยวน้าจะทำกับข้าวให้เองจะผัดถั่วงอกเด็ดหัวเด็ดหางให้สวยเลย เขาสวนทันทีว่าตนไม่กินถั่วงอก เหม็นเขียว

    “นี่ไง...ผีออกแล้ว ตัวจริงเป็นแบบนี้แหละ” พุดชมพูกระซิบบอกโจ้ขำๆ

    พอฝืนกินข้าวได้ไม่กี่คำเขาก็เอะอะว่าโทรศัพท์หาย สงสัยอยู่ในรถ พุดชมพูบอกว่าให้กินข้าวเสร็จก่อนค่อยไป เขาบอกว่าไม่เดินไปแล้วนะเมื่อยจะตาย พุดชมพูจึงให้โจ้ ขับซาเล้งพาไป อนาวินทร์นั่งหัวสั่นคอแทบเคล็ดฝุ่นตลบจนหัวแดง พอได้โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณอีก เขาโวยวายจนโจ้กระซิบกับพุดชมพูว่า “เขาเยอะจริงๆ”

    โจ้ตรวจดูรถกระบะบอกพุดชมพูว่ารถไม่ได้เป็นอะไรนี่ ถามเธอว่าแกล้งเขาหรือ เธอกระซิบบอกว่าหมั่นไส้อยากเรื่องเยอะนัก อนาวินทร์เห็นทั้งสองกระซิบกระซาบแล้วหัวเราะกันคิกคักก็ตะโกนถามอย่างอารมณ์เสียว่า

    “อ้าว...ซ่อมเสร็จหรือยัง มัวแต่จีบกันอยู่นั่นแหละ!”

    พอกลับถึงบ้าน อนาวินทร์ก็ถือโทรศัพท์เดินพล่านหาสัญญาณ บ่นว่าสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ดี ไวไฟก็ไม่มี...

    ooooooo

    ฝ่ายช่อม่วงถือโอกาสที่อยู่กับทรงรบตีสนิทแม่เพื่อใกล้ชิดลูก พอเลิกงานก็ตามไปที่บ้าน อ้างว่าจะเอาซีรีส์เกาหลีไปให้คุณแม่เขายืมแล้วจะกินข้าวเย็นด้วยเลยเพราะคุณแม่ไลน์มาชวนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เร่งให้รีบไปเดี๋ยวคุณแม่จะรอ

    แต่วันนี้ช่อม่วงต้องผิดหวังอย่างมาก เมื่อไปถึงวิภาบอกทรงรบว่านิลลดามารออยู่ พอเข้าไปเจอนิลลดาสาวสวยบุคลิกโดดเด่นแต่งตัวด้วยชุดแฟชั่นสวยเก๋ทรงรบถึงกับมองตะลึง จนช่อม่วงรู้สึก

    ที่โต๊ะอาหาร ทรงรบนั่งกับนิลลดาและวิภานั่งกับช่อม่วง ทรงศักดิ์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะแนะนำแก่ช่อม่วงว่า

    “หนูลดาเขาจบปริญญาเอกด้านศิลปะจากฝรั่งเศส ตอนนี้เป็นศิลปินระดับอินเตอร์เชียวนะ”

    “อย่างรูปนั้น ลดาเขาเป็นคนวาดให้เป็นของขวัญตารบตอนที่รบสอบเนติบัณฑิตได้ สวยไหมจ๊ะ” วิภาชี้ให้ดูรูปทรงรบที่วาดแนวแอบสแตรกต์

    “คุณลดาเก่งจังค่ะ ช่อสะดุดตาภาพนี้ตั้งแต่แรกเห็นแล้วล่ะทั้งองค์ประกอบภาพแล้วก็โทนสีดูแล้วเหมือนมีมนต์สะกดยังไงไม่รู้” ช่อม่วงชื่นชม

    “คุณช่อก็ชอบงานศิลปะเหมือนกันเหรอคะ แหมไม่เหมือนรบเลย ขนาดไปนั่งเฝ้าลดาวาดรูปเป็นวันๆ ก็ยังไม่เก็ทอะไรเลยสักอย่าง”

    ช่อม่วงฟังนิลลดาแล้วรู้สึกถึงความพิเศษบางอย่างในความสัมพันธ์ของทั้งสอง ทรงศักดิ์ถามว่านิลลดาหายไปไหนตั้งนาน ตนถามทรงรบหลายครั้งก็ไม่ยอมบอก นิลลดากับทรงรบสบตากันพอดีต่างชะงัก ทำตัวไม่ถูก ครู่หนึ่ง นิลลดาจึงเล่าว่าตนย้ายไปอยู่ที่ปารีส เผอิญมีโอกาสเปิดนิทรรศการที่นั่นก็เลยอยู่ยาว

    วิภาถามว่าแล้วที่กลับมาคราวนี้มาเยี่ยมบ้านหรืออยู่ยาวเลย เธอตอบเป็นนัยว่ายังไม่รู้ คงอยู่ที่คนทางนี้ด้วย พลางชายตาไปที่ทรงรบ เขาพูดกับแม่เหมือนกันท่า

    ในทีว่าที่นี่คงไม่มีหอศิลป์ให้เธอจัดนิทรรศการเหมือนที่ปารีส นิลลดาจึงเปลี่ยนเรื่องคุยถามทรงรบว่าสบายดีไหม

    ช่อม่วงนั่งฟังและสังเกตเงียบๆรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของทั้งสอง และเมื่อทรงศักดิ์บอกว่าทรงรบได้เป็นทนายประจำตระกูลสัตยารักษ์แทนตนแล้ว นิลลดาก็เอื้อมมือกุมมือทรงรบแสดงความยินดีที่เขาทำตามความฝันตัวเองจนสำเร็จ ทรงรบยิ้มฝืนๆ เอ่ยเบาๆ “ขอบคุณครับ...”

    ช่อม่วงจับตาดูทั้งสองตลอดเวลาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน เป็นคนนอกมากขึ้นทุกที...จึงขอตัวกลับ นิลลดาถามว่าเธอจะกลับยังไง เธอบอกว่าคงกลับแท็กซี่ ย้อนถามนิลลดาว่าจะกลับยังไง ได้รับคำตอบที่บาดใจว่า

    “แล้วไว้เจอกันค่ะ ส่วนฉันเดี๋ยวรบเขาคงไปส่ง... ใช่ไหมรบ”

    ทรงรบท่าทีอึดอัด ดูเขาสูญเสียความมั่นใจเมื่ออยู่ต่อหน้านิลลดา ช่อม่วงจึงลากลับซึมๆ

    ooooooo

    ฝ่ายอนาวินทร์ไปอยู่บ้านที่ไร่อุ่นรัก พุดชมพูพาเดินดูบ้านมาถึงห้องที่จัดให้เขา เธอชี้ให้ดูรูปที่ผนังบอกว่านั่นคือพ่อของตน ท่านเสียไปได้ 7 ปี 3 เดือนกับ 21 วันแล้ว

    อนาวินทร์ชมว่าเธอจำได้ละเอียดมาก ถามว่าเธอสนิทกับพ่อมากสินะ พอคุยกันถึงพ่อทั้งสองต่างมีอารมณ์ร่วมรู้สึกเป็นคนหัวอกเดียวกันที่ไม่มีพ่อแล้ว เดินมาถึงรูปปู่หอม พุดชมพูแนะนำว่า

    “นั่นปู่หอมปู่ของฉัน ท่านเป็นเพื่อนรักกับปู่เล็กมานาน เวลาปู่เล็กมาเยี่ยมก็จะมานอนที่ห้องนี้แหละ”

    อนาวินทร์พึมพำว่าไม่ยักรู้ว่าปู่เล็กชอบมาที่นี่ เพราะตนไปเรียนอยู่เมืองนอกเสียนาน

    พอเข้าไปในห้อง เขาก็มองหาห้องน้ำ ถามว่าไม่มีห้องน้ำในตัวหรือ พุดชมพูดบอกว่าที่นี่บ้านนะไม่ใช่รีสอร์ตมีห้องน้ำก็ดีถมไปแล้ว ชาวบ้านแถวนี้บางคนอาบน้ำคลองด้วยซ้ำ เขาฟังแล้วเซ็ง

    เมื่อพุดชมพูพาไปห้องน้ำ มีคนอยู่จึงรอ พอน้าจิตออกมาเขาจึงจะเข้า แต่แล้วก็ชะงักเพราะพื้นเปียก พุดชมพูหมั่นไส้ว่าเรื่องมาก หยิบหมวกอาบน้ำกับสบู่จากน้าจิตยัดใส่มือไล่ให้เข้าไปอาบเสีย เขามองอึ้งทำท่ารังเกียจแต่ไม่กล้าพูด

    พอเริ่มอาบก็โวยอีกว่าน้ำไม่ร้อน เพราะเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย พอครู่เดียวก็ร้องจ๊าก พุดชมพูตกใจถามว่าเป็นอะไร

    “น้ำมันเย็น” เขาบอกเสียงสั่นแล้วก็ร้องครางไม่หยุด จนพุดชมพูแอบขำอยู่ข้างนอก แต่พออาบเสร็จก็บอกว่าสบายตัวดีแล้วท้องเจ้ากรรมก็ร้องจ๊อกๆ พุดชมพูสมน้ำหน้าที่เวลากินทำเหมือนแมวดม ไล่ให้ไปนอนเสียเดี๋ยวก็หลับแล้ว เขาบ่นว่าเพิ่งสามทุ่มเอง

    ครู่ใหญ่พุดชมพูก็ต้มบะหมี่สำเร็จรูปมาให้ บอกว่ากินอิ่มก็รีบนอนพรุ่งนี้ต้องตื่นทำงานตั้งแต่ตีสี่ เขาฟังแล้วเซ็ง แต่หิวมากกว่าเลยเงียบ

    แล้วเช้ามืดวันรุ่งขึ้นก็เกิดเรื่องโกลาหล เมื่อพุดชมพูไปปลุกแล้วพบแต่ห้องว่างเปล่า น้าจิตตกใจคิดว่าเขาหนีกลับกรุงเทพฯไปแล้ว พุดชมพูบอกแม่กับน้าจิตช่วยกันตามหา กำลังจะขับรถออกไปเธอก็เหลือบเห็นรองเท้าเขายังอยู่ จึงช่วยกันตามหารอบบ้าน สุดท้ายไปเจอหลับอยู่ในห้องน้ำ!

    พุดชมพูรอนานมากก็ไม่ออกมาสักทีจึงบอกให้น้าจิตพาตามไปที่แปลงเพราะตนต้องรีบไปตัดดอกไม้ส่งตลาด

    พอน้าจิตพาไปส่ง พุดชมพูเห็นการแต่งตัวของเขาที่เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะเว่อร์แล้วขำแต่หัวเราะไม่ออก กำหนดให้เขาตัดดอกไม้แปลงหนึ่ง ส่วนที่เหลือตน ลุงเจือกับแหลมจะตัดเอง

    อนาวินทร์ตัดดอกไม้อย่างทุลักทุเล จะก้มกางเกงก็ฟิดจะเอื้อมเสื้อก็รั้ง พอพยายามเอี้ยวตัวก็เสียหลักล้มจนร้องเสียงหลง พุดชมพูได้ยินเสียงตกใจวิ่งมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาไม่ตอบแต่เอ็ดว่า “มองอยู่ได้ฉุดขึ้นทีสิ”

    พุดชมพูออกแรงฉุดก็ถูกเขาถลำล้มทับตัวเธอเต็มๆ เขาเห็นหนอนตัวใหญ่เกาะอยู่ก้านดอกเบญจมาศก็ตกใจพลิกตัวหนี กลายเป็นเหวี่ยงตัวทับตัวเธออีก! พุดชมพูหน้าร้อนผ่าวรีบผลักเขาออก พอดีลุงเจือกับแหลมวิ่งมาดูถามว่าลงไปทำอะไรกัน พุดชมพูอายแทบแทรกแผ่นดินหนี เลยต่างโวยแก้เกี้ยว

    “โอ๊ย...เสื้อผ้าเปื้อนหมดเลย!”

    “โอ๊ย...ดูซิดอกไม้ฉันพังหมดแล้ว!”

    ooooooo

    เมื่อต่างกลับไปตัดดอกไม้ต่อ พุดชมพูบอกให้ลุงเจือกับแหลมเร่งมือขนดอกไม้ขึ้นรถเดี๋ยวไปส่งไม่ทัน ส่วนตัวเธอทายาแผลถลอกและแก้คันให้อนาวินทร์ที่ร้องโอดโอยราวกับจะตาย เธอบ่นว่าสายเพราะเขาไม่ตื่น

    พอขนลังดอกไม้ขึ้นรถเสร็จ ก็พากันขึ้นรถตะบึงไปส่งที่ตลาด ป้าแดงถามว่าวันนี้ทำไมมาส่งเอาป่านนี้ใครเขาจะรอเพราะบางเจ้าเขารับไปขายต่ออีกตั้งไกล พรุ่งนี้ถ้าจะมาสายให้โทร.บอกด้วย พุดชมพูขอบคุณป้าแดง แต่อนาวินทร์ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ซ้ำออกมายังบ่นว่าจะสักกี่ตังค์กันตนซื้อให้ก็ได้ เธอถามว่าซื้อไปทำอะไร

    “ไม่ทำอะไร ก็ทิ้งไป”

    “นายอนาวินทร์! ดอกเบญจมาศพวกนี้ฉันปลูกมาตั้งสามเดือนกว่าจะออกดอก ชำรากเองทีละต้น รดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยจนถึงวันที่ดอกงามที่สุดก็ตัดอย่างทะนุถนอม ฉันเลี้ยงดอกไม้มาเพื่อให้คนซื้อไปมีความสุข ไม่ใช่ซื้อไปทิ้ง!!”

    อนาวินทร์ยังตะแบงไม่เลิก พุดชมพูนึกได้ว่าเขาบอกว่าถ้าเอามาขายไม่ทันก็จะรับผิดชอบเอง เธอจึงให้เขาเดินขายดอกไม้ที่เหลือ คาดโทษว่าถ้าขายไม่หมดไม่ต้องกินข้าว!

    ขณะพุดชมพูคุมอนาวินทร์ขนดอกไม้จากรถกระบะใส่รถเข็นเพื่อให้เขาไปเดินเร่ขาย โจ้ที่มาส่งผักมาเห็นพอรู้ก็ถามว่าเยอะแยะอย่างนี้จะขายหมดยังไงไหว

    อนาวินทร์เข็นรถไปขายดอกไม้สองกำร้อย เดินจนเมื่อยก็เพิ่งขายได้ไม่ถึงสิบกำ พุดชมพูบอกให้ร้องขาย เขาก็ร้องไม่เป็น โจ้อาสาจะแบ่งใส่รถตนไปช่วยขาย อนาวินทร์มองเขม่นบอกว่าไม่ต้อง ตนทำเองได้ โจ้จึงขอตัวกลับก่อน

    พุดชมพูดบอกให้ร้องขายก็ร้องไม่เป็น พอเธอสอนร้องก็เถรตรงร้องตามทุกคำ แม้แต่คำสั่ง พุดชมพูหิวจึงไปซื้อลูกชิ้นปิ้งกิน เขาต่อว่าที่ไม่แบ่งเพราะตนก็หิวเหมือนกัน เธอบอกว่ารีบขายดอกไม้ให้หมดตนจะได้พาไปกินข้าว

    “ขายยังไงหมดล่ะ ตะโกนจนคอจะแตกแล้วนี่”

    “ก็หาวิธีสิ ขายดอกไม้แค่นี้ยังทำไม่ได้แล้วจะไปบริหารสัตยาอสังหาได้ยังไง?”

    “โห...พูดขนาดนี้ เธอลองมาทำเองไหม”

    ขณะนั้นเอง มีคนร้องขายไข่ติดเครื่องขยายเสียงผ่านมาพอดี “ไข่ไก่ครับไข่ไก่ซื้อ 10 ฟอง แถมครึ่งฟอง ซื้อ 20 ฟองแถมฟองนึงซื้อ 30 ฟองแถมใจคนขายไปเลยจ้า...”

    พุดชมพูฉุกคิดได้ ท้าเขาว่า ถ้าตนทำสำเร็จล่ะ? แล้วยิ้มอย่างมีแผน อนาวินทร์ชักหวั่นว่าเธอจะมาไม้ไหนอีก

    ooooooo

    ครู่ใหญ่ ที่บริเวณแผงขายผลไม้และผัก บรรดาแม่ค้าทั้งสาวและไม่สาว ต่างเคลื่อนไหวกันคึกคัก ยายแป้นตะโกนถามว่าไปไหนกันทำไมวิ่งกันวุ่นไปหมดไปทีก็หอบดอกไม้กลับมาคนละกำสองกำ

    แม่ค้าคนหนึ่งบอกให้ยายไปดูเอาเอง อีกคนบอกว่าป่านนี้คิวยาวไปถึงท้ายตลาดแล้วมั้ง ยายแป้นลุกเดินย่องแย่งไปดูพอใกล้ที่จอดรถเห็นกระดาษแข็งติดไว้ข้างรถขอพุดชมพูเขียนหนังสือตัวเป้งว่า

    “ขายดอกไม้ แถมหอม หนึ่งกำหนึ่งฟอด สามกำห้าฟอด”

    สาวน้อยสาวใหญ่ต่อคิวกันยาวเหยียด ยายแป้นวิ่งมาอ่านแล้วย่องแย่งไปต่อคิวทันที และที่มุมหนึ่งของรถ อนาวินทร์นั่งหลบมุมตัวลีบอยู่ โดยพุดชมพูเป็นคนหยิบดอกไม้ขาย เธอตะโกนบอกว่าดอกไม้หมดแล้ว เหลือแค่กำเดียวเท่านั้น อนาวินทร์ถูกจูบจนสะบักสะบอมหน้าแดงไปด้วยรอยลิปสติก

    กว่าอนาวินทร์จะได้กินข้าวก็ถูกสาวแก่แม่ม่ายจูบเสียแก้มช้ำไปหมด ระหว่างกินข้าวด้วยกันใต้ร่มไม้ใหญ่ พุดชมพูก็อบรมให้เห็นคุณค่าของเงินว่ายากลำบากขนาดไหนกว่าจะได้มาแต่ละบาท นอกจากนี้เธอยังซื้อชุดทำไร่ให้เขาด้วย

    ooooooo

    วันนี้ ช่อม่วงกับทรงรบกำลังเดินทางไปหาพุดชมพูกับอนาวินทร์ที่ไร่ เพื่อนำเอกสารการประมูลที่การันต์เสนอไปให้ดู ช่อม่วงขนกระเป๋าไปมากมาย ทรงรบจะช่วยถือเธอตอบงอนๆว่าไม่ต้อง ตนถือเองได้ ทรงรบมองงงๆว่าเธอเป็นอะไร

    วันเดียวกัน หวายไปที่บริษัทสัตยาอสังหา รู้จากการันต์ว่าพุดชมพูไปไร่และอนาวินทร์ก็ไปด้วย เขาเป่าหูหวายว่า จู่ๆอนาวินทร์ก็ย้ายไปนั่งห้องทำงานเดียวกับพุดชมดูแล้วนี่ยังไปไร่ด้วยกันอีก ยุว่า

    “ผมว่ามันไม่น่าไว้ใจนะ พินัยกรรมคุณปู่ยังไม่เรียบร้อย อาจะมีคนอยากหาประโยชน์จากวินก็ได้หวาย... ผมรู้นะว่าคุณกับวินรักกันมากแต่การที่สองคนนั้นได้อยู่ใกล้ชิดกันทุกวันมันอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเราก็ไม่รู้ ผมก็เลย...”

    “หยุด ไม่ต้องพูดอะไรแล้วรัน...” หวายทนฟังไม่ได้ แล้วคิดว่าตนจะบอกพ่อยังไงดี พอเธอโทร.บอก ก็ถูกพ่อสั่งให้เตรียมตัวไปที่ไร่เลย หวายเกี่ยงว่าตนไม่อยากไปเมื่อถูกสั่งให้ไปก็ขอไปวันมะรืนเพราะพรุ่งนี้ต้องไปงานวันเกิดเพื่อน

    “ยกเลิกนัดไปเลย! ไร้สาระ! แกต้องไปไร่นั่นพรุ่งนี้เลย เข้าใจไหม” หวายรับคำพ่อเซ็งๆ

    ช่อม่วงไปถึงไร่พร้อมของฝากที่ถูกใจทุกคน ป้านุ่มก็ฝากขนมของโปรดไปให้อนาวินทร์ด้วย เขากินขนมอย่างมีความสุขมาก เมื่อพุดชมพูเรียกประชุมเรื่องงาน เพราะดูเอกสารที่ช่อม่วงเอามาแล้ว บริษัทที่ประมูลสามบริษัทมีจุดที่ผิดสังเกตหลายอย่าง เธอถามว่าเขาคิดยังไง

    “ไม่รู้ ฉันไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย” เคี้ยวขนมตุ้ยๆตอบอย่างไม่สนใจ

    “ถึงเวลาที่นายต้อง‘รู้’ได้แล้ว ตอนนี้บริษัทนายมีคนทุจริต ปู่เล็กตามสืบเรื่องนี้มาตลอด เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครท่านก็มาจากไปเสียก่อน” พุดชมพูพูดจริงจัง จนอนาวินทร์อึ้ง...

    ooooooo

    ขณะนั่งกินข้าวเที่ยงที่บ้าน พุดชมพูนั่งข้างอนาวินทร์และทรงรบนั่งข้างช่อม่วง ช่อม่วงบอกว่าคุณวินโชคดีที่ได้ชิมรสมือน้าภัทที่อร่อยไม่เปลี่ยนเลย

    แต่อนาวินทร์ไม่ได้สนใจฟังเพราะมัวคิดเรื่องบริษัทถูกโกง พุดชมพูเห็นเขาเงียบก็แอบเหยียบเท้าเตือน พอเขาสะดุ้งรู้สึกตัวก็บอกว่าอร่อยดีเสียแต่ผักเยอะเนื้อน้อยไปหน่อย ทรงรบถามว่ามาทำไร่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง เขาเบ้ปากบอกว่าอยากรู้ก็มาทำดูสิ ถูกพุดชมพูเหยียบเท้าอีกเขาจึงตอบรัวเป็นชุดว่า

    “ก็ตื่นเช้า ง่วงก็ง่วง เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน ผื่นก็ขึ้น คัน แสบ แดง โอ๊ยสารพัด!”

    คราวนี้พุดชมพูยกเท้าจะกระทืบแต่เขารู้ทันหลบได้หวุดหวิด พอถูกจ้องหน้าก็ยักคิ้วกวนๆ

    หลังอาหารขณะช่วยกันเก็บครัวช่อม่วงถามพุดชมพูว่าสงสัยใครเป็นพิเศษในบริษัทหรือเปล่า

    พุดชมพูถามว่าชวกรเป็นคนยังไง ช่อม่วงตาโตบอกว่าคิดเหมือนตนเลย คนนี้แหละน่าสงสัยที่สุด

    เมื่อได้คุยร่วมกับทรงรบ ช่อม่วงสงสัยว่าทิพนาถเป็นคนให้เงินชวกร ทรงรบติงว่าตอนนี้ทิพนาถไม่ได้คุมการเงินของบ้านแล้วไม่น่าจะมีเงินให้ชวกร พุดชมพูจึงตัดสินใจจะเซ็นผ่านเอกสารนี้ไปก่อนเพื่อให้คนโกงตายใจเราก็จะได้มีเวลาหาหลักฐานด้วย ให้ช่อม่วงสืบข้อมูลของสามบริษัท และให้ทุกคนจับตาดูชวกรด้วย

    ระหว่างทรงรบกับช่อม่วงกลับกรุงเทพฯ ช่อม่วงหิวชวนแวะกินข้าวก่อนไหม เขาบอกว่าตนจะกลับไปกินที่บ้านป่านนี้แม่คงทำอาหารรอแล้ว ช่อม่วงบอกว่าดีจังที่เขากลับบ้านมีพ่อกับแม่รออยู่ เขาถามว่าแล้วเธอล่ะ?

    “ฉันอยู่คอนโดคนเดียวพ่อแม่ฉันย้ายไปอยู่ที่ออสเตรเลียตั้งหลายปีแล้ว เมื่อก่อนบ้านฉันก็อยู่อำเภอเดียวกับพุดนี่แหละ แต่แม่เห็นว่ามีลู่ทางไปเปิดร้านอาหารที่เมืองนอกแล้วดีกว่าเลยย้ายไป แต่ฉันอยากอยู่ที่นี่มากกว่า”

    ทรงรบเปรยว่าคงเหงาแย่ เธอบอกว่าไม่เหงาเพราะตนมีหนังสือกับซีรีส์เป็นเพื่อน เขาพูดอย่างอาทรว่าทนหิวหน่อยนะ อีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้านตนแล้ว เห็นช่อม่วงงงๆเขาบอกว่า

    “ก็ไปกินข้าวด้วยกันที่บ้านผมก่อน แล้วเดี๋ยวผมค่อยไปส่งคุณที่คอนโด”

    ช่อม่วงตาโตยิ้มแก้มแทบปริด้วยความดีใจ...

    ooooooo

    ฝ่ายอนาวินทร์ หลังจากเห็นความใส่ใจและทุ่มเททำงานให้บริษัทของพุดชมพู ช่อม่วงและทรงรบที่จะหาคนโกงบริษัทให้ได้ตามที่ปู่เล็กฝากฝังไว้ ก็เริ่มรู้สึกตัวและเป็นห่วงบริษัทขึ้นมา พูดกับพุดชมพูว่าให้เธอทำงานแทนตนสักปีบริษัทก็คงไม่แย่เท่าไหร่นะ พุดชมพูเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขา แต่ก็ดูออกว่าเขายังฟอร์มจัดไม่ยอมรับตรงๆ

    หวายขับรถไปไร่อุ่นรักตามคำสั่งของพ่อ เธอไปตามแผนที่ที่พ่อเขียนให้ ใจไม่ดีเมื่อน้ำมันใกล้จะหมดจะถามใครก็ไม่มีคนให้ถาม เธอดีใจเมื่อเห็นรถกระบะคันหนึ่งวิ่งอยู่ข้างหน้า เธอพยายามแซงเพื่อถามทาง

    โจ้เป็นคนขับรถกระบะคันนั้น เห็นหวายขับรถไล่จี้ซ้ำบีบแตรลั่นจึงจอดรถถามว่ามีปัญหาอะไร

    หวายบอกว่าตนจะไปไร่อุ่นรัก รู้จักไหม โจ้ถามว่าจะไปทำไม หวายก็ไม่ยอมบอก โจ้เลยบอกว่าไม่รู้จัก หวายไม่เชื่อ โจ้บอกว่าเธอต้องบอกก่อนว่าจะไปทำไม พอเธอบอกว่าจะไปพาแฟนชื่ออนาวินทร์กับกรุงเทพฯ โจ้ก็รีบพาไปเลย

    พอไปถึงไร่อุ่นรัก หวายทำหน้ารับไม่ได้ที่อนาวินทร์มาอยู่ในบ้านเล็ก กันดาร สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่ค่อยมี น้ำไฟเข้าถึงหรือเปล่าก็ไม่รู้ บ่นว่า “โถ...วินนี่คงลำบากมาก น่าสงสารที่ต้องมาตกระกำลำบาก”

    วันนี้ภัทราจะทำข้าวต้มมัด ตักข้าวเหนียวถั่วดำที่ผัดแล้วมาให้ช่วยกันห่อ อนาวินทร์เก้ๆกังๆ แต่ก็พยายามทำ พุดชมพูเข้าไปช่วยสอนให้ห่อแล้วพับใบตองและเอาตอกมัด พุดชมพูสอนจริงจังแต่อนาวินทร์มัวแต่มองหน้าเธอ พอเธอเงยหน้าขึ้นจึงสบตากันอึ้ง

    เป็นจังหวะที่หวายมาเห็นพอดี ลมเพชรหึงพุ่งปรี๊ดทันที ตวาด “หยุดนะ!!! ทำอะไรกันเนี่ย”

    อนาวินทร์สะดุ้งจากภวังค์ ตกใจเมื่อเห็นหวายเขาถามว่ามาได้ยังไง หวายไม่สนใจจะเอาเรื่องพุดชมพูให้ได้ หาว่าเธอมีแผนจะแย่งวินไปจากตนโดยเอาเรื่องพินัยกรรมมาอ้าง หวายโวยวายจนพุดชมพูดสั่งให้หยุด หวายไม่เพียงไม่หยุดยังเอาข้าวต้มมัดที่อนาวินทร์ยังทำไม่เสร็จปาหน้าพุดชมพู โจ้โดดขวางเลยโดนข้าวเหนียวผัดกับถั่วดำแปะเต็มหน้า

    โจ้โกรธจัด เมื่อหวายไม่หยุดอาละวาดจึงจะเข้าจับ หวายกลัวเลยวิ่งหนีออกไปทั้งที่ใส่ร้องเท้าส้นสูง โจ้ไล่ตามครู่เดียวก็ทันเพราะส้นรองเท้าหวายหักล้มกุมเท้าร้องลั่น โจ้ยืนมองก็ถูกด่าว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษใจดำ โจ้เห็นเธอเจ็บจริงๆจึงช่วยประคองกลับ พุดชมพูดูอยู่ เธอส่ายหน้าพูดกับอนาวินทร์ว่า “แฟนนายนี่ เหมือนนายไม่มีผิด”

    อนาวินทร์เห็นพฤติกรรมของหวายก็พูดไม่ออก รู้สึกละอายใจเมื่อนึกถึงตัวเองที่ผ่านมา...

    หวายพยายามจะพาอนาวินทร์กลับไปให้ได้จนเขาต้องอ้างว่าตนจำเป็นต้องอยู่และทำดีกับพุดชมพู เพื่อทำตามพินัยกรรมของปู่ ไม่อย่างนั้นตนก็จะไม่ได้รับมรดก

    อนาวินทร์หว่านล้อมหลอกล่อจนหวายยอมกลับ เธอถามอย่างเป็นห่วงว่าเขาอยู่ที่นี่ลำบากมากไหม

    “โอ๊ย...ไม่เห็นจะมีอะไรเลยแค่รดน้ำแล้วก็คอยตัดดอกไม้ไปขาย ง่ายจะตายแทบไม่ต้องใช้สมองเลย”

    อนาวินทร์พูดเพื่อให้หวายยอมกลับไป เมื่อหวายกลับไปแล้ว พุดชมพูบอกว่าวันหลังอย่าให้แฟนเขามาก่อเรื่องแบบนี้อีก อนาวินทร์ถามว่าหึงหรือ เธอเลยบอกว่ามาก็ได้แต่อย่าให้เขามาวุ่นวายเหมือนวันนี้อีกตนเกรงใจแม่

    “เหอะ ทีแฟนเธอยังมาวุ่นวายได้เกือบทุกวัน” อนาวินทร์พึมพำอย่างหมั่นไส้โจ้ที่มาบ้านนี้บ่อยเกินเหตุ

    ooooooo

    เมื่ออนาวินทร์กับพุดชมพูไม่อยู่ ทิพนาถก็ให้ชวกรย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ชวกรวางตัวอยู่อย่างเป็นเจ้าของบ้านไม่พอยังใช้รถหรูของอนาวินทร์อีกด้วย วางอำนาจบาตรใหญ่โดยมีทิพนาถให้ท้าย จนป้านุ่มกับพลที่ดูแลบ้านกับรถอึดอัด

    ทั้งหว่านล้อมหลอกล่อจนหวายกลับไปแล้ว รุ่งขึ้นเมื่อไปตัดดอกไม้อนาวินทร์รู้สึกพุดชมพูเงียบขรึมผิดปกติถามว่าเธอเป็นอะไร เธอบอกว่าพรุ่งนี้เขาไม่ต้องมาตัดดอกไม้แล้ว เพราะตนมีงานอื่นให้ทำ ตัดของวันนี้ให้เสร็จแล้วตามมา พูดแล้วเดินไปเลย

    อนาวินทร์มองตามงงๆว่าวันนี้เธออารมณ์เสียมาจากไหนแต่เช้า

    พุดชมพูพาเขาไปที่แปลงปลูกที่ยังเป็นดินเปล่าๆ บอกเขาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมว่า

    “ฉันขอสั่งให้นายปลูกดอกเบญจมาศบนแปลงนี้เองคนเดียว ให้ตัดดอกขายได้ภายใน 3 เดือน ถ้าทำไม่สำเร็จถือว่าไม่ผ่านเงื่อนไขการได้มรดก”

    อนาวินทร์โวยว่าแกล้งกันชัดๆไม่อยากให้ตนได้มรดกใช่ไหม “ฉันไม่ได้แกล้ง ถ้านายทำสำเร็จภายใน 3 เดือนนี้ ก็เชิญนายกลับบ้านไปได้เลย ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ฉันจะเซ็นให้นายได้มรดกทันที”

    “สัญญาแล้วนะ! ได้...ฉันจะทำให้เสร็จเร็วกว่า3 เดือนอีก คอยดู!”

    เพื่อจะเอาชนะให้ได้ อนาวินทร์ยืมรถซาเล้งของลุงเจือไปซื้อต้นกล้าเบญจมาศที่อีก 2-3 สัปดาห์จะออกดอกเหมาทั้งร้านเอาไปปลูกที่แปลง พุดชมพูบอกว่าตนไม่ได้ให้ซื้อกล้ามาปลูกแบบนี้ เขาสวมวิญญาณศรีธนญชัยเถียงว่า

    “อ้าว...เมื่อเช้าเธอบอกให้ฉันปลูกคนเดียว แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามซื้อกล้ามาปลูกนี่” ดักคอว่า “เธอกลัวดอกจะออกเร็วกว่า 3 เดือนใช่ไหมล่ะฉันไม่หลงกลหรอก...อีก 2-3 สัปดาห์มันจะออกดอก ถึงตอนนั้นเธออย่าลืมสัญญาก็แล้วกัน”

    ลุงเจือถามว่าทำไมคุณวินไม่เพาะกล้าเองล่ะพุดชมพูเห็นว่าเขาเล่นแง่จึงบอกลุงเจือว่าปล่อยเขาทำไปเถอะ แล้วมองอนาวินทร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    ooooooo

    เย็นวันนี้...ขณะทรงรบกำลังจะกลับบ้าน เจอนิลลดามาดักพบชวนไปกินข้าวเย็นกัน เขาบอกว่าต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านเพราะแม่เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว เธอจึงขอเวลาแป๊บเดียว เปิดกระเป๋าเอาตำรากฎหมายเก่าๆส่งคืนให้เขาแล้วผละไป

    ทรงรบไปนั่งพลิกตำรากฎหมายที่เธอยืมไปอ่านในรถ เขาคิดถึงเมื่อ 7 ปีก่อนเธอเคยยืมหนังสือเขาไปอ่านแต่เพราะชอบวาดรูปเธอจึงวาดรูปเขาไว้ในหนังสือ เมื่อเอาไปคืนเธอขอโทษที่ทำหนังสือเขาเลอะถามว่า “โกรธไหมเนี่ย?”

    “ผมไม่มีวันโกรธลดาได้หรอก” เขาตอบมองเธอด้วยความรัก เห็นหนังสือเล่มนี้ที่เธอเพิ่งเอามาคืนและเธอวาดรูปเขาไว้ ทรงรบคิดถึงอดีตแล้วขับรถตามไปเรียกเธอขึ้นรถถามว่า “คุณอยากกินอะไร”

    เมื่อพาไปร้านอาหารที่เคยกินด้วยกันในอดีต ต่างรู้สึกถึงความหลัง คิดถึงบรรยากาศเก่าๆที่เคยมากินด้วยกัน ทรงรบจำได้ฝังใจที่เธอบอกว่า เขาเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่ตนเคยรู้จักมา เขาถามว่าตอนนี้เธอไม่คิดอย่างนั้นแล้วใช่ไหม ถ้ายังคิดเหมือนเดิมเธอคงไม่หนีไปฝรั่งเศส...

    เธอถอนใจบอกว่า “ลดาต้องไปตามความฝัน...”

    “คุณก็พูดแบบนี้ทุกที เวลาไม่อยากตอบคำถาม”

    “ถ้าได้อยู่กับคนที่พร้อมจะเข้าใจเรา จะพูดมากไปทำไมล่ะคะ” เธอซบไหล่เขาอย่างที่เคยทำ

    ทรงรบมองเธออย่างชั่งใจว่าจะยอมเธออีกแล้วใช่ไหม แต่ก็ปล่อยให้เธอซบไหล่อยู่อย่างนั้น....

    เมื่อกลับไปพลิกหนังสือที่นิลลดาเอามาคืน ทรงรบยังพบจดหมายที่เธอเขียนใส่ซองสอดไว้ในหนังสือ เขาหยิบจดหมายออกมาดูทำท่าจะฉีกซองออกอ่าน แต่แล้วก็เปลี่ยนใจสอดซองจดหมายไว้ตามเดิม...พึมพำสีหน้าแฝงความเจ็บปวดว่า

    “ผมไม่มีวันโกรธคุณหรอกลดา...แต่ผมจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว”

    ooooooo

    อนาวินทร์สบายอกสบายใจมากที่ไปซื้อกล้าเบญจมาศมาปลูก อีกสองสามอาทิตย์ก็ออกดอกตัดได้ แต่วันนี้พอไปรดน้ำเขาตกใจเมื่อเห็นต้นใบเหี่ยวเฉา ลุงเจือมาดูบอกว่ามันเป็นโรคใบแห้ง ต้องถอนและเผาทิ้งเท่านั้น

    ลุงเจือบอกเขาว่า ปกติที่ไร่เราขยายพันธุ์เองตลอดเลยคุมโรคนี้ได้ พุดชมพูถือโอกาสสอนว่า

    “จะทำอะไรให้สำเร็จมันไม่มีทางลัดหรอก นายเหลือเวลาไม่ถึงสามเดือนแล้วนะ จะทำอะไรก็รีบทำเข้า”

    ฝ่ายช่อม่วงกับทรงรบกลับถึงกรุงเทพฯก็เร่งสืบบริษัทที่ร่วมประมูลอีกสองบริษัท หาทางอินเตอร์เน็ตก็ไม่มีข้อมูล โทรศัพท์ไปตามหมายเลขในเอกสารโทรศัพท์ก็ถูกระงับการใช้บริการชั่วคราวไปแล้ว ครั้นลุยไปยังที่ตั้งบริษัทก็พบแต่ตึกร้างปิดประตูตาย ทั้งสองสรุปว่า เราถูกหลอกแล้ว

    เมื่อการซื้อกล้าเบญจมาศมาปลูกล้มเหลว อนาวินทร์จึงขอให้ลุงเจือช่วยสอนการปลูกเบญจมาศตั้งแต่ขั้นแรกเลย ลุงเจือสอนให้พลิกดินขึ้นมาตากไว้สักสองอาทิตย์ก่อน พอเขาลงมือขุดดินก็เก้ๆกังๆ โจ้จึงสอนวิธีใช้แรงขุดดินที่ถูกต้องให้ เขาจับจอบขุดดินโดยไม่ใส่ถุงมือ พุดชมพูทักก็ประชดว่าไม่จำเป็นตนไม่ใช่พวกอ่อนแอ

    แต่พอขุดดินใช้แรงถูกวิธีอนาวินทร์ก็มุขุดแข่งกับโจ้จนลุงเจือเตือนว่าช้าๆก็ได้ แดดร้อนแบบนี้เดี๋ยวเป็นลม

    เย็นนี้หลังกินข้าวขณะอนาวินทร์ช่วยเก็บแก้วน้ำไปล้าง พุดชมพูเห็นเขาจับแก้วไม่เต็มมือถามว่าเป็นอะไร แล้วจับมือพลิกดู ปรากฏว่ามือพอง แตกจนเลือดซึม เธอจึงทำแผลให้ทำไปบ่นไปว่าบอกแล้วให้ใส่ถุงมือก็ไม่เชื่อ ดูอย่างพี่โจ้สิเขาทำจนชำนาญแล้วก็ยังใส่ถุงมือเลย

    อนาวินทร์ประชดว่าโจ้ทำอะไรก็ถูกตลอดแหละ พุดชมพูหมั่นไส้เลยเอาสำลีจิ้มแผลจนเขาสะดุ้งจับมือเธอไว้ เขาสัมผัสถึงความสากของมือเธอจึงพลิกขึ้นมาดูถามว่าทำไมมือด้านจัง พอทายาเสร็จก็ฉุดมือเธอพาไปที่ห้องตัวเอง เอาครีมบำรุงผิวให้ เธอไม่เอา ขณะกำลังยัดเยียดให้กันนั้น มือถือพุดชมพูดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงช่อม่วงจากปลายสายพุดชมพูก็หน้าเครียด...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:25 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์