นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ทรงรบฝากป้านุ่มให้ช่วยดูแลพุดชมพู ป้าจึงพาไปดูในบ้านแนะนำทั้งผู้อยู่อาศัยในบ้านและห้องต่างๆ ป้าบอกว่าตอนนี้ที่บ้านมีคุณวินกับคุณทิพนาถอยู่ การันต์เคยอยู่แต่ย้ายออกไปอยู่คอนโดได้สองปีแล้ว บางคืนกลับมาค้างบ้างเท่านั้น

    ป้านุ่มชี้ให้ดูห้องที่อนาวินทร์อยู่ ส่วนห้องที่พุดชมพูอยู่เป็นห้องเก่าของทิพนาถ เธอถามว่าแล้วคุณทิพนาถไปอยู่ห้องไหน ป้านุ่มจึงเล่าว่า

    “คุณแม่แท้ๆของคุณวินเสียตั้งแต่คุณวินคลอด คุณทิพเป็นพยาบาลที่คุณพ่อของคุณวินจ้างมาดูแลคุณวินตั้งแต่คุณวินยังเด็ก แล้วก็ได้แต่งงานกันตั้งแต่คุณวินอายุยังไม่ถึงห้าขวบ คุณวินเลยเรียกคุณทิพว่าแม่น่ะค่ะ”

    พุดชมพูฟังแล้วอึ้ง ป้านุ่มบอกว่าเดี๋ยวจะให้อ้อยเอาเสื้อผ้าที่ซักรีดแล้วมาให้ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกได้ไม่ต้องเกรงใจ เธอไหว้ขอบคุณ ป้านุ่มตกใจถามว่าไหว้ตนทำไม เธอบอกว่าก็ป้าเป็นผู้ใหญ่ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

    “คือ...เรื่องวันนี้ ป้าต้องขอโทษแทนคุณวินด้วย นะคะ คุณพุดอย่าถือสาแกเลยนะ คุณวินเป็นคนขาดความรักน่ะค่ะ ขาดพ่อและแม่แล้วตอนนี้คุณปู่ก็มาจากไปอีกคน คุณวินไม่เหลือใครแล้วนะคะ” ป้านุ่มน้ำตารื้น เพราะรักและสงสารคุณวิน

    พุดชมพูนิ่งคิด รู้สึกเห็นใจอนาวินทร์ขึ้นเป็นครั้งแรก

    เมื่อต้องมาดูแลและรับผิดชอบมากมายตามคำขอร้องของปู่ พุดชมพูต้องการผู้ช่วย จึงไปหาช่อม่วงเพื่อนรักที่รับตรวจสอบบัญชีที่คอนโดเล่าความกังวลของตนให้ฟัง ช่อม่วงฟังแล้วสรุปว่าตกลงเธอต้องไปเป็นประธานบริษัทและอนาวินทร์ต้องไปทำไร่? เอะใจถามว่าอนาวินทร์ สัตยารักษ์ ตนเคยเห็นถ่ายแบบนิตยสารหล่อหุ่นดีนะ พุดชมพูบอกว่าแต่นิสัยแย่

    ช่อม่วงถามว่าจะให้ตนช่วยอะไร พอบอกว่าไป ช่วยทำงานเป็นเลขาตนที่สัตยาอสังหา ช่อม่วงไม่เอาเพราะทุกวันนี้พอตรวจสอบบัญชีเสร็จตนก็นั่งพักอ่านนิยายบ้าง ดูซีรีส์บ้าง แฮปปี้จะตาย

    พุดชมพูขอร้องและเสนอเงินเดือนประจำ กระทั่งซีรีส์เกาหลีให้อีก 10 เรื่องและแพ็กเกจทัวร์เกาหลีอีก

    ช่อม่วงก็ยังลังเล แต่พอพุดชมพูบอกว่าลายเซ็นของคุณ พ.พรรณราย ด้วย ช่อม่วงผู้หลงใหลในนิยายของ พ.พรรณรายก็ตกลงทันที

    “ถ้าพูดอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็จบ อย่างอื่นไม่สำคัญ ถ้าได้ลายเซ็นคุณ พ.พรรณรายอย่างเดียวชั้นยอมเลย”

    ช่อม่วงดี๊ด๊าดีใจจนพุดชมพูขำ เธอเองก็ดีใจมากที่ได้เพื่อนที่ไว้ใจได้มาช่วยงาน แต่ก็แอบกังวลว่าจะหาลายเซ็นของ พ.พรรณรายได้ยังไง

    ooooooo

    วันชัยทำบริษัทนำเข้าเครื่องสำอาง ดูบัญชีของ บริษัทแล้วเครียด จึงเข้มกับหวายให้จับอนาวินทร์ ให้ได้เพราะเป็นความหวังเดียวที่จะกอบกู้บริษัทได้และสบายกันไปตลอดชีวิต

    หวายบอกว่าช่วงนี้อนาวินทร์เครียดเรื่องมรดกเพราะปู่มีเงื่อนไขให้เขาไปทำไร่หนึ่งปีก่อน กลับมาค่อยรับมรดก วันชัยบอกว่ายิ่งช่วงนี้เขาเครียดเรื่องมรดกมันก็เป็นโอกาสที่เธอจะทำคะแนนชนะใจเขา เอาโทรศัพท์ของหวายมากดโทร.หาอนาวินทร์ แล้วส่งให้หวายพูด

    “ฮัลโหล...วินนี่เหรอคะ เป็นอะไรเสียงหงุดหงิดอีกแล้ว...งั้นเย็นนี้เราไปดินเนอร์กันนะคะ วินจะได้หายเซ็งไง”

    วันชัยยิ้มพอใจที่หวายนัดอนาวินทร์ได้ และเมื่อไปพบกันที่ร้านอาหารหรู หวายถามว่าเขาเครียดเพราะผู้หญิงคนนี้เหรอ เขาถามว่ารู้ได้ไง หวายบอกว่าไลน์คุยกับการันต์ บอกว่าตนเข้าใจเขา ถ้าเป็นตนก็เครียดเหมือนกัน

    หวายตักอาหารให้อย่างเอาใจ ขอเซลฟี่อัพขึ้นอินสตาแกรม แล้วขอเวลาอัพไอจีรูปคู่ก่อน เพราะอัพรูปคู่กับเขาทีไรยอดไลค์พุ่งทุกที

    อนาวินทร์นั่งเซ็งเครียด ไม่ได้สนใจหวายที่มัวแต่อัพรูป

    คืนเดียวกัน ทิพนาถกลับมากับชวกรในสภาพเมาจนต้องประคอง ชวกรบีบแตรเรียกคนใช้เสียงดังลั่น จนพุดชมพูที่นอนอยู่ลุกไปดูที่หน้าต่าง เห็นทั้งคู่กอดกันนัวเนียเข้าบ้านก็ทำหน้าสะอิดสะเอียน

    ครู่เดียว อนาวินทร์ก็มาบีบแตรเรียกอีก คราวนี้ทั้งดังและรัวจนน่ารำคาญ พุดชมพูบ่นว่าเหมือนกัน

    ทั้งแม่ทั้งลูก เปิดประตูออกจากห้องจะไปสั่งสอน

    เธอลงไปถามว่าบีบแตรเมื่อกี๊นายใช่ไหม ห้าทุ่มกว่าแล้วคนเขาจะนอนกัน แทนที่จะรู้สึกตัวอนาวินทร์กลับย้อนว่า ก็นอนไปสิมายุ่งอะไรด้วย ป้านุ่มเห็นท่า

    จะลุกลามบอกให้พุดชมพูใจเย็นๆ และจะพาอนาวินทร์ไปนอน เขายังไม่หยุดบอกว่าตนเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วไม่เห็นมีใครว่าอะไรเลย พูดให้มีเรื่องว่า อยู่บ้านนอกเงียบมั้ง เลยไม่ชินกับเสียงในเมือง

    “ฉันไม่ชินกับคนไม่รู้จักคำว่า ‘เกรงใจ’มากกว่า กลับบ้านดึกขนาดนี้ มีมือมีเท้าก็หัดเปิดประตูเข้ามาเองสิ จะบีบแตรให้คนทั้งซอยตื่นขึ้นมาด่านายเหรอ”

    อนาวินทร์หาว่าเธอด่าจะหันมาเอาเรื่อง ป้านุ่มรีบพาออกไป พุดชมพูหายใจลึกๆ ระงับความโกรธเต็มที่

    ooooooo

    คืนนี้พุดชมพูนอนฝันว่าปู่มาชมว่าปีนี้ไร่อุ่นรักทำกำไรเพิ่ม 50 เปอร์เซ็นต์ ชมว่าเธอบริหารเก่ง คุยกับปู่ดีๆกลายเป็นอนาวินทร์มาแทรกกระแนะกระแหนจนเธอตกใจตื่น

    พอสาย เธอเข้าไปในห้องครัว ได้ยินตาลกับอ้อยเม้าท์กันมันทั้งนินทาเจ้านายและคุยอวดตัวเองกัน พุดชมพูกระแอมให้เสียง อ้อยตกใจถามว่าจะรับอะไรดี เธอบอกว่าเดินสำรวจมาเรื่อยๆเลยแวะมาดู

    อ้อยเรียกเธอว่าคุณผู้หญิง พุดชมพูบอกให้เรียกคุณพุดดีกว่า แล้วเข้าไปช่วยทำอาหารด้วย พุดชมพูสาธิตการปอกหอมไม่ให้น้ำตาไหลว่าต้องหมั่นเอามีดจุ่มน้ำ น้ำตาก็ไม่ไหลแล้ว ตาลมองทึ่งชมว่าเก่งจัง เก่งกว่าพี่อ้อยอีก ชมว่าคุณพุดน่ารักจังไม่ถือตัวเลย

    พอดีป้านุ่มกลับจากตลาดซื้ออาหารเช้ามามากมาย พุดชมพูถามว่าซื้อมาทำไมตั้งเยอะ ทั้งที่ในครัวก็เตรียมอาหารเช้าทั้งไทยและฝรั่งไว้มากแล้ว ถามป้านุ่มว่าเยอะขนาดนี้เอาไว้เลี้ยงกี่คน ป้านุ่มบอกว่าสามคนคือคุณวินคุณทิพและเธอ อ้อมแอ้มว่า “เอ้อ...บางทีคุณวินก็อยากทานของในตลาดสดเช้าๆน่ะค่ะ”

    ป้านุ่มบอกให้พุดชมพูกินก่อนเพราะไม่รู้คุณวินจะลงมาตอนไหนเดี๋ยวหิวแย่ พอดีอนาวินทร์ลงมาป้านุ่มบอกว่าคุณพุดรออยู่ เขาถามว่าทำไมต้องรอ พอเห็นอาหารก็บอกให้เอาไปเทให้หมากิน ตนกินไม่ลง อ้อยบอกว่าบ้านเราไม่มีหมา เขาบอกให้หมาข้างบ้าน อ้อยบอกว่าข้างบ้านเลี้ยงแต่แมว

    “ไม่ต้องหรอกจ้ะอ้อย! คุณวินไม่กิน เดี๋ยวฉันกินเอง” พุดชมพูเอ่ยขึ้น

    “นี่ไง! ใครว่าบ้านเราไม่มีหมา อ้อย!ไปเอากะละมัง มาใส่ คุณเค้าจะได้รับประทานสะดวก”

    “เดี๋ยวก่อนจ้ะอ้อย ฉันเปลี่ยนใจไม่กินของคุณวินแล้ว แต่ไม่รู้จะยกให้ตัวอะไรกินดี หมาก็ไม่มี แมวก็ไม่เหมาะ เอางี้ดีกว่า เอาไปให้ควายที่ไร่นาดีไหมจ๊ะ เอ...แต่ควายคงไม่กินเนอะ พวกควายไม่ชอบอาหารบำรุงสมอง”

    อนาวินทร์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ลุกพรวดถามว่าหาว่าตนเป็นควายหรือยัยพุดเน่า เข้าไปจะจับแขนแต่เธอหลบรวบมือเขาไว้ได้เลยยื้อยุดกัน คนใช้ตกใจร้องกรี๊ด

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ทิพนาถตวาด ทั้งพุดชมพูและอนาวินทร์ต่างหยุดหันมอง

    ทิพนาถปรามพุดชมพูว่าไม่มีสิทธิ์แตะต้องลูกชายตน ด่าว่าพวกบ้านนอกไม่รู้จักสมบัติผู้ดี พุดชมพูถามว่าสมบัติผู้ดีคือการแสดงออกอย่างสุภาพและให้เกียรติผู้อื่นหรือ ทิพนาถเต้นผางหาว่าเธอกัดตนว่าไม่มีสมบัติผู้ดี ฟ้องอนาวินทร์ว่ามันว่าแม่เขาเฉยก็หันไปบอกชวกรบอกว่าตนไม่ยอม ชวกรกร่าง ด่าพุดชมพูว่าเธอเป็นใครทำตัวไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน!

    “ดิฉันควรจะถามคุณมากกว่านะคะ คุณเคยเข้ามาทำรุ่มร่ามในบ้าน คุณวินไล่ก็ไม่ไป อันนี้ ‘เกรงใจ’ เจ้าของบ้านแล้วเหรอคะ”

    “หล่อนจะมากไปแล้วนะ! มีสิทธิ์อะไรมาว่าเพื่อนฉัน!!” ทิพนาถปกป้องชวกร

    “เห็นพูดถึงเรื่อง ‘สิทธิ์’ หลายทีแล้ว จะขอชี้แจงตรงนี้เลยนะคะ ว่าดิฉันมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการ ‘กำกับดูแล’ บ้านสัตยารักษ์ในเวลานี้ค่ะ เป็นสิทธิ์โดยเด็ดขาดและชอบธรรม หากข้องใจหรือต้องการรายละเอียดก็เชิญปรึกษาทนายประจำตระกูลได้เลย” พูดพลางมองทุกคนอย่างผู้คุมกฎ

    ทิพนาถโกรธจนตัวสั่นแต่ไม่กล้าแผลงฤทธิ์ ส่วนชวกรกำหมัดแน่นที่ทำอะไรไม่ได้บอกกับทิพนาถว่าสักวันตนจะต้องเอาคืนให้ได้ คอยดู! แต่อนาวินทร์มองทึ่งแม้จะไม่ชอบพุดชมพูแต่ก็สะใจที่เธอปราบชวกรและทิพนาถได้เฉียบขาด

    ป้านุ่มเข้าใจว่าพุดชมพูคงลำบากใจที่ต้องมาอยู่บ้านนี้ ขอร้องให้เธออดทนเพราะเธอคือคนที่คุณท่านไว้ใจมากที่สุด

    ป้านุ่มเล่าว่าอนาวินทร์ทะเลาะกับคุณท่านจนไม่พูดกันเป็นเดือน ก่อนท่านจะเสียเพราะน้อยใจที่คุณท่านไม่ไว้ใจให้ทำงานที่บริษัท ส่วนคุณท่านก็คงอยากจะแก้เรื่องความเอาแต่ใจของคุณหนู ขอร้องว่า

    “คุณพุดต้องช่วยคุณหนูนะคะ คุณหนูไม่มีใครแล้วจริงๆ ถือว่าป้านุ่มขอร้องเถอะนะคะ รับปากนะคะคุณพุด” ป้านุ่มร้องไห้จนพุดชมพูขอให้ใจเย็นๆ “นุ่ม สงสารคุณหนูเหลือเกินค่ะ รอบตัวแกมีแต่เพื่อนกิน ไม่มีเพื่อนแท้ แม้แต่คุณทิพก็ไม่ได้รักแกจริงหรอกค่ะ”

    พุดชมพูมองป้านุ่มอย่างเห็นใจ แว่บหนึ่งก็อดเห็นใจอนาวินทร์ไม่ได้...

    อนาวินทร์ไปหาการันต์ที่คอนโดบอกว่าเบื่อที่บ้านอยากย้ายมาอยู่กับเขาบ่นว่าไม่เข้าใจว่าทำไมปู่ทำอย่างนี้ เพราะทุกวันนี้งานก็ไม่ได้ทำ มรดกก็ยังไม่ได้ ซ้ำยังถูกส่งคนมาคุมอีก

    การันต์ที่มีอะไรในใจอยู่แล้ว พูดเหมือนหวังดีแต่ยุว่าตนก็แอบเคืองปู่แทนเขาเหมือนกัน เชื่อว่าท่านตัดสินใจผิดพลาดที่ปลดเขาไปเป็นเด็กฝึกงาน ทำอย่างนี้จะให้คนอื่นคิดยังไงถ้าไม่ใช่ว่าเขาทำงานไม่เป็น ลดเครดิตเขา แล้วถามว่าพุดชมพูเป็นยังไงบ้าง

    “ยัยคนนี้มันหน้าด้านหน้าทน ขนาดเล่นแรงๆยังไม่สะทกสะท้าน ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ยัยพุดเน่ามาคุมฉันหรอก”

    “แล้วแกจะทำยังไง”

    “ฉันจะเปลี่ยนแปลงสัญญาใหม่!”อนา

    วินทร์โทร.ไปบอกทรงรบ ทรงรบบอกว่าเรื่องนี้ต้องคุยกันก่อนแต่วันนี้เป็นวันหยุด เขาบอกจะมาหาที่บ้านแล้ววางสายเลย ทรงศักดิ์ติงว่าสัญญาตามพินัยกรรมเปลี่ยนแปลงได้ที่ไหน

    วิภาแม่ของทรงรบที่เป็นนักเขียน บอกว่าอนาวินทร์ เหมือนเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน ทรงรบหาว่าแม่เข้าข้างเขาตลอด วิภาชี้แจงว่าไม่ได้เข้าข้างแต่ ‘เข้าใจ’ ต่างหาก บอกทรงรบว่าลองคิดว่าเขาเป็นน้องชายเผื่อจะเห็นใจเขาบ้าง ทรงรบทำหน้าหน่ายบอกว่าถ้ามีน้องชายแบบนี้ ตนตีตายไปนานแล้ว

    เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทรงศักดิ์สงสัยว่าอนาวินทร์มาเร็วขนาดนี้เลยหรือ ทรงรบดูนาฬิกาบอกว่า

    “ไม่ใช่คุณวินหรอกครับ 11 โมง ผมมีนัดกับคุณพุดไว้”

    “ตายจริง! เดี๋ยวมาเจอกันเข้าที่นี่ไม่บ้านแตกเหรอลูก” วิภากังวล ทรงรบมองหน้าพ่อกับแม่ทำนองว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะ

    ooooooo

    พุดชมพูเข้าไปในห้องรับแขก วิภาเอาน้ำส้มมาให้แล้วขอตัวเข้าครัวไปทำอาหารกลางวัน ทรงศักดิ์ขอตามไปเป็นลูกมืออย่างรู้หน้าที่

    ทรงรบถามว่าเธอมีเรื่องอะไรจะให้ตนรับใช้หรือ พุดชมพูบอกว่าเรื่องงานที่บริษัท ตนอยากจะขอจ้างเลขาส่วนตัวสักคน ทรงรบบอกว่าตนจะให้ฝ่ายบุคคลจัดหาให้

    พุดชมพูบอกว่าพอดีตนมีคนที่ไว้ใจอยู่แล้วคนหนึ่งและจะขอให้เข้าทำงานพร้อมตนเลย ทรงรบเชื่อในวิจารณญานของเธอ พุดชมพูขอบคุณและรบกวนอีกเรื่อง บอกว่าตนอยากติดต่อสำนักพิมพ์อักษราบรรณ เขาพอจะรู้จักไหม

    ทรงรบสะดุดหูถามว่าเธอจะติดต่อเรื่องอะไร เธอหยิบหนังสือ “คดีความรัก” จากกระเป๋ายื่นให้เขาดู บอกว่าอยากได้ลายเซ็นของนักเขียนนิยายเล่มนี้ชื่อ พ.พรรณราย ทรงรบชะงักกึกเหลือบมองหนังสือบนโต๊ะรับแขก มีหนังสือนิยายหลายเรื่องของ พ.พรรณรายวางอยู่ เขาค่อยๆ หยิบหนังสืออื่นมาบังไว้ถามว่าเธอเป็นแฟนนิยายของ พ.พรรณรายหรือ

    พุดชมพูบอกว่าไม่ใช่ตนแต่เป็นเลขาของตน ก็พอดีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นแบบถี่ๆ เธอถามว่าใครมากดออดอย่างกับจะบุกบ้าน ทรงศักดิ์หน้าตื่นจากครัวเข้ามา บอกเป็นนัยอย่างรู้กันว่า

    “รบ...ออกไปดูหน้าบ้านทีลูก แม่เขาบอกว่าออดค้างน่ะ!”

    อนาวินทร์มาแล้ว! ทรงรบออกไปรับพาเดินเข้ามาที่ห้องรับแขกก็ถูกอนาวินทร์ต่อว่าเสียงดัง

    “เปิดช้าจริง มัวทำอะไรอยู่ ฉันรอตั้งนาน”

    พุดชมพูได้ยินเสียงคุ้นหูหันมอง เจอสายตาอนาวินทร์เข้าพอดี ต่างตกใจแล้วทำหน้าโหดใส่กันทันที

    ooooooo

    เมื่อทรงรบบอกว่าเรื่องจะเปลี่ยนสัญญานั้นทำไม่ได้มันผิดกฎหมาย อนาวินทร์หงุดหงิดงุ่นง่านเสนอว่างั้นก็ให้ทำฉบับใหม่ขึ้นมา ตนจะให้พุดชมพูเซ็นใหม่ จะให้เธอเซ็นข้อ 2 ไม่รับข้อเสนอในพินัยกรรม!

    “แต่ฉันจะรับนี่นา” พุดชมพูขัดขึ้น อนาวินทร์บอกว่าตนไม่อยากให้เธอรับ ตนไม่อยากอยู่กับเธอ “ถ้าเซ็นอย่างนั้นคุณก็ได้รับมรดกครึ่งเดียวน่ะสิ”

    อนาวินทร์บอกว่าครึ่งเดียวก็ครึ่งเดียวตนไม่แคร์

    “แต่ฉันแคร์!”พุดชมพูพยายามพูดด้วยเหตุผลว่าตนทำทุกอย่างเพื่อเขาตามที่ปู่เล็กขอไว้ อนาวินทร์จนแต้มถามทรงรบว่าพินัยกรรมมีทางเลือกอื่นให้ตนไหม ทรงรบบอกว่ามี...

    “คือกรณีคุณวินปฏิเสธทุกอย่างก็สามารถยกมรดกทั้งหมดให้การกุศลไงครับ”

    อนาวินทร์เดือดพล่านที่ไม่ได้ดั่งใจ

    เมื่ออนาวินทร์กับพุดชมพูกลับไปแล้ว วิภาเอายาแก้ปวดหัวให้ทรงรบกิน ทรงศักดิ์ถามว่าต้องทำสัญญาใหม่ไหม

    “สรุปก็คือ เขายอมรับตามเงื่อนไขที่คุณพุดเซ็นแล้วครับพ่อ โชคดีที่คุณพุดอยู่ด้วยและยืนยันจะไม่ยอมเซ็นใหม่ คุณวินเลยทำอะไรไม่ได้”

    วิภากลัวว่าอนาวินทร์จะไม่ได้ยอมจริงๆ ทรงรบนึกได้บอกให้แม่ช่วยเซ็นนิยายให้สักเล่มได้ไหม ตนจะขอไปให้เพื่อน ทรงศักดิ์ถามว่าเพื่อนผู้หญิงใช่ไหม เพราะงานวิจัยออกมาบอกว่าแฟนนิยายของแม่ร้อยละ 98.75 เป็นผู้หญิง วิภาหยั่งเชิงว่าอยากรู้จังว่าแฟนลูกในอนาคตจะอยู่ในร้อยละ 98.75 หรือเปล่า ทรงรบขอให้แม่บอกลักษณะแฟนนิยายของแม่ให้ฟังหน่อย วิภามองหน้า

    ลูกชายบรรยายว่า

    “ก็มักจะเป็นผู้หญิงช่างจินตนาการ คลั่งไคล้ศิลปิน ใช้ฮาร์ตมากกว่าเฮ้ด กล้าแสดงออก ไม่ห่วงภาพลักษณ์...”

    ooooooo

    ฟังลักษณะแฟนนิยายที่แม่บรรยายแล้ว ทรงรบคิดถึงช่อม่วงที่เจอวันพาแม่ไปแจกลายเซ็น ทรงศักดิ์บอกว่าแม่เขาอยากให้แฟนลูกเป็นแฟนคลับเขาด้วยน่ะ จะได้คุยกันรู้เรื่อง วิภารำพึงฝันๆว่า

    “แต่ถ้าจะให้ถูกใจแม่จริงๆ สะใภ้ พ.พรรณราย จะต้องรักการอ่าน ชอบภาษาและวรรณคดีด้วยนะลูก”

    ทรงรบคิดถึงช่อม่วงจนตกอยู่ในภวังค์ พอทรงศักดิ์เรียกก็สะดุ้งประหม่าอึกอักจนวิภาถามว่าเป็นอะไรพูดถึงเรื่องแฟนทีไรเป็นต้องเอ่อๆ อ่าๆทุกที ทรงศักดิ์ก็ว่ามัวแต่บ้างานอยู่อย่างนี้ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนล่ะ

    “พ่อแม่ไม่ต้องห่วง วันนึงผมต้องมีแฟนแน่ครับ”

    “อย่ามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่งล่ะลูก บ้านลุงสิทธิ์น่ะ เขาอุ้มหลานคนที่สามกันแล้ว” ทรงศักดิ์เร่งรัดในที

    ทรงรบนิ่งคิด แล้วเกิดสั่นเบาๆไปทั้งตัว

    ooooooo

    วันนี้ขณะอนาวินทร์เข้าฟิตเนสกับการันต์ การันต์ถามว่าเงินปู่หามา ทำไมจะยกให้การกุศล ถึงจะให้ครึ่งหนึ่งก็เถอะ อนาวินทร์บอกว่าตนไม่อยากไปตกนรกกับยัยนั่นตั้งปี การันต์หยั่งเชิงว่าถ้ากลัวลำบากก็ต้องยอมแลกกับมรดก

    “ฉันไม่ได้กลัวอะไรแต่ไม่อยากให้ยัยนั่นมาควบคุมต่างหาก” การันต์บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็อย่ายอมให้เขาคุมสิ

    จากนั้นการันต์วางแผนให้แฟร์รี่เด็กสาวเซ็กซี่ใจแตกให้เขาพาไปป่วนพุดชมพูที่บ้าน บอกเขาว่าอยากให้น้องเขาทำอะไรก็สั่งเลย อนาวินทร์พูดสะใจว่า “คืนนี้แหละ สนุกแน่! ยัยพุดเน่าเอ๊ย...”

    เริ่มแต่หัวค่ำ เขาพาแฟร์รี่เข้าบ้านในชุดเซ็กซี่กลิ่นเหล้าคลุ้ง ไปเคาะประตูห้องพุดชมพูขออนุญาตในฐานะที่เธอเป็นคนควบคุมความประพฤติของตน พาน้องแฟร์รี่มานอนด้วย แล้วกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเข้าห้องที่ติดกับห้องเธอ

    พุดชมพูทั้งงงทั้งโกรธปิดประตูปัง ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงตึงตังครางซี้ดซ้าดแว่วเข้ามาในห้อง เธอคลุมโปงเอาผ้าห่มอุดหู พอตีสองอนาวินทร์ก็มาเคาะประตู บอกว่า น้องจะกลับแล้วตนมาแจ้งให้ท่านเจ้าบ้านทราบ

    “ใครจะไปจะมาก็เชิญ ไม่ต้องมาบอกฉัน!!” พุดชมพูเสียงเขียวใส่แล้วปิดประตูปัง!

    อีกชั่วโมงต่อมาก็เคาะประตูอีกบอกว่าน้องหาแท็กซี่กลับไม่ได้ขอค้างคืนต่อ ซ้ำยั่วว่าตนต้องขออนุญาตต่อกับน้องเขาอีกสักรอบสองรอบ พุดชมพูโกรธจี๊ดปิดประตูปัง! ได้ยินเสียงเขาหัวเราะอย่างสะใจอยู่หน้าห้อง เธอเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ เขียนใส่กระดาษไปแปะไว้หน้าห้องว่า

    “ห้ามเคาะ ใครจะทำอะไรกับใคร...เชิญ! ไม่ต้องขออนุญาต!!”

    ooooooo

    รุ่งขึ้น พุดชมพูบอกป้าอุ่นให้ช่วยตามทุกคนในบ้านมาประชุมที่ห้องรับแขก พอทุกคนมาพร้อมแล้วเธอนั่งเป็นประธานที่โซฟาตัวกลาง พูดอย่างมั่นใจในฐานะผู้ดูแลบ้านว่า

    “ที่เรียกประชุมวันนี้ ก็เพราะมีเรื่องจะแจ้งทุกคน ให้ทราบ ในฐานะผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์ ตอนนี้เท่าที่สังเกตบ้านเรามีการบริหารที่สิ้นเปลืองมากๆ โดยเฉพาะเรื่องการจัดเตรียมอาหาร อีกอย่างเรื่องชั่วโมงการทำงานของคนรับใช้ก็ดูจะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน”

    ทุกคนมองหน้ากัน อนาวินทร์มองอย่างประเมินสถานการณ์ ทิพนาถมองแหยงๆ เพราะเพิ่งเจอของจริงมา

    “ฉันจึงขอถือโอกาสนี้ ประกาศกฎใหม่ในบ้าน เรื่องแรกอาหารทุกมื้อให้ทำแต่พอกิน ไม่ต้องทำเผื่อ ถ้าคุณวินต้องการอะไรพิเศษให้เลือกเมนูเอาไว้ล่วงหน้าจะได้เตรียมถูก”

    อนาวินทร์โวยวายว่า “นี่มันอะไรของเธอ” พุดชมพูถามว่าเมื่อคืนตอนมาเคาะห้องตนก็ยังดูนอบน้อมเรียกตนว่า “คุณผู้หญิง” บ้าง “ท่านเจ้าของบ้าน” บ้าง แล้วตอนนี้ทำไมดูกระด้างจัง อนาวินทร์โต้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์...

    พุดชมพูสวนไปทันทีอย่างผู้มีอำนาจว่าตนมีสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แล้วแจ้งว่าต่อไปเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางทั้งหมดให้ป้านุ่มมาเบิกกับตน และต่อจากนี้เงินใช้จ่ายรายเดือนของบ้านสัตยารักษ์จะโอนเข้าบัญชีของตน เพราะปู่เล็กระบุไว้ในพินัยกรรมให้ตนเข้ามาดูแลในส่วนนี้

    ทิพนาถโวยว่าที่แล้วมาตนบริหารก็ไม่มีปัญหา พุดชมพูแฉว่าตนตรวจสอบแล้วยอดบางเดือนถึงกับติดลบ งบเยอะขนาดนี้ใช้จนหมดเกลี้ยงแทบทุกเดือน นับว่าฟุ่มเฟือยจริงๆ แล้วประกาศต่อไปว่า

    “กฎข้อที่ 2 หลังจากนี้ ขอให้คนรับใช้ทำงานแต่ละวันถึงแค่สามทุ่มเท่านั้น ถ้าเจ้านายคนไหนกลับบ้านเลยเวลานี้ไปแล้วก็ให้เปิดประตูเข้าบ้านเอง” ทิพนาถทนไม่ได้โพล่งว่ากล้าเกินไปแล้ว “จะเป็นเจ้านายคนก็ต้องกล้าค่ะ ไม่งั้นก็เอาลูกน้องไม่อยู่” พูดแล้วมองหน้าอนาวินทร์เชิงปราม ทั้งอนาวินทร์และทิพนาถเลยเถียงไม่ออก

    “อีกอย่าง ต่อไปนี้ทุกคนจะได้หยุดทุกวันอาทิตย์ ใครจะไปเยี่ยมที่บ้านหรือใครจะทำกิจกรรมอะไรส่วนตัวก็ได้ ใครมีปัญหาอะไรกับกฎนี้ไหมคะ”

    ทิพนาถกับอนาวินทร์ทำท่าไม่พอใจแต่ไม่กล้าเถียง พวกเด็กคนใช้ต่างดีใจ พอถูกทิพนาถมองปรามก็รีบเก็บอาการ

    ประชุมเสร็จขณะเดินออกมา ตาลกับอ้อยชมพุดชมพูว่าเก่งที่สุดเพราะไม่เคยมีใครทำให้คุณทิพเงียบได้มาก่อน อ้อยก็ว่าทำให้คุณวินเงียบได้เจ๋งกว่า พลที่เดินตามมาขอบคุณพุดชมพูที่เพิ่มวันหยุดให้ ตนจะได้ไปเยี่ยมพ่อได้บ่อยๆ

    บรรดาคนใช้พอใจกฎใหม่ที่พุดชมพูกำหนดมาก พลบอกให้ทุกคนปรบมือให้คุณพุดหน่อย เสียงปรบมือดังขึ้นเป็นจังหวะ อนาวินทร์เดินเฉียดเข้าไปดูอย่างหมั่นไส้ ทุกคนที่กำลังปรบมือก็ทำเป็นตบยุงกันวุ่นวาย แล้วแยกย้ายกันไปตัวใครตัวมัน อนาวินทร์ทำเป็นยกโทรศัพท์แกล้งพูดดังๆให้พุดชมพูได้ยินว่า

    “ได้จ้ะน้องจ๋า เดี๋ยวออกไปหาเดี๋ยวนี้แหละ อยู่บ้านน่าเบื่อจะตาย เหม็นดอกพุดเน่าด้วย” พอเดินห่างออกมา ก็โทร.หาการันต์บอกว่า “ไอ้รันเหรอ เออ...วันนี้หาเด็กให้อีกได้ไหม” แล้วยิ้มร้ายอย่างมีแผน

    ooooooo

    พุดชมพูได้ยินที่อนาวินทร์พูดจึงโทร.หาช่อม่วงปรึกษาหาทางแก้เกม ช่อม่วงฟังเพื่อนไปก็เสิร์ชหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตไป แล้วนัดอีกชั่วโมงจะไปรับ ของให้ พูดอย่างสะใจว่า คอยดูว่าคืนนี้ใครกันแน่ที่จะ เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

    เมื่อได้เวลา ช่อม่วงไปนั่งรอรับของที่ชั้นสองหน้าร้านหนังสือในห้าง บังเอิญทรงรบมาเห็นเขาจำได้ว่าเป็นยัยเกาหลีเลยรีบหลบแอบดู ไม่นานพนักงานส่งของก็มาถึงส่งถุงให้ช่อม่วงบอกว่าสินค้าอยู่ในนี้ เธอถามว่าครบไหม พนักงานจึงหยิบออกมาให้ตรวจดู มีแส้หนัง กุญแจมือ และกล้องวีดิโอ

    ทรงรบเห็นของก็ตกใจตาโต ช่อม่วงดุพนักงานว่าหยิบของออกมาประเจิดประเจ้อ เดี๋ยวใครเข้าใจผิดว่าเป็นของตน

    หารู้ไม่ ทรงรบเห็นและพึมพำแล้วว่า “ชอบแนวนี้หรือ????”

    ไม่นานพลก็ถือถุงใหญ่ใบนั้นไปให้พุดชมพูที่บ้านบอกว่ามีคนส่งของมาให้จากคุณช่อม่วง เธอรับถุงยิ้มกระหยิ่มไม่นานก็เอาถุงแอบเข้าไปในห้องนอนอนาวินทร์

    คืนนี้สามทุ่มแล้ว พุดชมพูในชุดนอนยังนั่งอ่านหนังสือที่ห้องรับแขก รอจนสองยามหลับไปไม่รู้ตัว พลันก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู อนาวินทร์กลับมาพร้อมหญิงสาวคนใหม่ อนาวินทร์บอกว่านี่คือน้องปุ๊กปิ๊กคืนนี้จะมาค้างกับตน

    พุดชมพูเชิญตามสบาย พออนาวินทร์เดินขึ้นบันได เธอดึงแขนปุ๊กปิ๊กกระซิบบอก

    “ระวังพวกอุปกรณ์ใต้เตียงของคุณเค้าด้วยนะคะ”

    ปุ๊กปิ๊กงงๆ เดินตามอนาวินทร์ขึ้นไป พุดชมพูมองตามไปยิ้มสะใจ

    พอปุ๊กปิ๊กเข้าห้อง ขณะอนาวินทร์ไปอาบน้ำ เธอก้มสำรวจใต้เตียงแล้วร้องกรี๊ด อนาวินทร์ออกจากห้องน้ำ เธอชี้ให้ดูใต้เตียง เขาหยิบแส้กับกุญแจมือดูตกใจร้อง “เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน”

    ปุ๊กปิ๊กตกใจกลัวถอยไปชนโต๊ะมือไปคว้าผ้าคลุมกล้องวีดิโอ เห็นกล้องกำลังอัดอยู่ เธอผงะร้องกรี๊ดวิ่งลงไป อนาวินทร์ถือแส้วิ่งตามไป พลางร้อง

    “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป เธอเข้าใจผิดแล้ว!” พอเห็นพุดชมพูก็ชูแส้ตะคอกถาม “ไอ้นี่มาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง” เห็นเธอยิ้มหน้าเป็น เขาพุ่งเข้าหาเงื้อแส้ตะโกน “ยัยตัวแสบ ฉันจะฆ่าเธอ!! ฉันจะฆ่าเธอ!!!”

    พุดชมพูใช้มือถือถ่ายวีดิโออยู่ เธอถือโทรศัพท์วิ่งหนีอย่างสนุก

    รุ่งขึ้น พุดชมพูเปิดคลิปวีดิโอที่ถ่ายเมื่อคืนดูขณะกินอาหารเช้า ดูไปหัวเราะคิกคักไป อนาวินทร์แค้นใจมากแย่งมือถือไปจะลบทิ้ง แต่ถูกเธอจับบิดแขนจนต้องยอมคืน ด่าว่าแน่จริงก็อย่าลอบกัด

    “เชอะ นายมีหลักฐานเหรอว่าฉันเป็นคนเอาของพวกนั้นไปใส่ห้องนายน่ะ แต่ฉันมีหลักฐานนะ ว่านายอนาวินทร์ไฮโซหนุ่มคนดังเป็นพวกโรคจิต” ว่าแล้วโบกมือถือเดินลอยชายไป อนาวินทร์ได้แต่ขบกรามด้วยความแค้น

    พอไปเล่าให้การันต์ฟังที่คอนโด การันต์หัวเราะขำ คิดแผนใหม่ บอกว่าผู้หญิงคนเดียวป่วนพุดชมพูไม่ได้ งั้นถ้าเป็นสิบ ยี่สิบล่ะ? อนาวินทร์มองหน้าเขาอย่างสนใจ

    ooooooo

    วันเดียวกันนี้ พุดชมพูนัดช่อม่วงมาพบที่ห้างสรรพสินค้าพร้อมถุงใส่หนังสือนิยายที่มีลายเซ็นของ พ.พรรณราย นักเขียนในดวงใจของเพื่อนรัก งานนี้เธอนัดทรงรบมาด้วยเพื่อจะแนะนำให้รู้จักกัน

    พอช่อม่วงได้รับหนังสือที่มีลายเซ็นเธอดีใจมาก ถามว่าหามาได้ยังไง ตนเป็นแฟนหนังสือแท้ๆ ยังหาไม่ได้เลย

    พุดชมพูบอกว่าตนมีผู้ช่วยเก่งเหมือนโดเรม่อนเลย ขออะไรก็ได้ เขาเป็นทนายประจำตระกูลสัตยารักษ์และวันนี้ก็นัดเขามาด้วย อยากให้รู้จักกับเธอก่อน เดี๋ยวคงมาเพราะเขาเป็นคนตรงต่อเวลา

    พูดไม่ทันขาดคำทรงรบก็เข้ามาทัก ช่อม่วงหันตามเสียงเห็นหน้าทรงรบก็ตาโตยิ้มแก้มแทบแตก แต่ทรงรบเห็นช่อม่วงก็ผงะ นึกแหยง บอกพุดชมพูว่าตนมาก่อนเวลา เธอคงยังไม่เสร็จธุระ แล้วจะหันหลังกลับ

    “เดี๋ยวค่ะคุณรบไม่ต้องไปไหนหรอกค่ะ คนนี้แหละค่ะคนที่พุดอยากแนะนำให้คุณรู้จัก”

    ทรงรบเกร็งแหยง แต่ช่อม่วงยิ้มหวานตาเป็นประกาย เมื่อพุดชมพูแนะนำให้รู้จักกัน ช่อม่วงขอให้เรียกตนว่า “ช่อ” เฉยๆ จะได้รู้สึกไม่ห่างเหิน และขอเรียกเขาว่า “คุณรบ” เพราะเป็นกันเองดี แล้วกระตือรือร้นไปเอาน้ำให้

    พอช่อม่วงไป ทรงรบที่เห็นช่อม่วงรับโซ่และกุญแจมือที่ห้างวันก่อน เขาถามพุดชมพูว่าแน่ใจหรือว่าจะเอาช่อม่วงมาเป็นเลขา ติงว่าตนไม่ค่อยเชื่อเขาเท่าไร

    “คุณรบคะ ช่ออาจจะดูโก๊ะๆไปบ้าง แต่ช่อเป็นนักบัญชีที่เก่งมากนะคะ เรื่องงานก็ละเอียดเป๊ะสุดๆ พุดแน่ใจค่ะว่าช่อจะเป็นเลขาที่ดีแน่ๆ คุณรบเชื่อพุดเถอะนะคะ”

    ทรงรบหันมองช่อม่วงที่ไปเอาน้ำอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก เมื่อมาคุยกันพุดชมพูดนัดเตรียมงานกับช่อม่วง เสร็จแล้วนึกได้ว่าคอนโดของช่อม่วงไปทางเดียวกับบ้านทรงรบ จึงฝากติดรถไปด้วย เธอปรารภว่า

    “มีเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ พุดอยากเตรียมตัวให้พร้อมเริ่มงานที่สุด สงสัยอยู่อย่างเดียว ไม่รู้ว่าทายาทตัวจริงของสัตยารักษ์จะพร้อมหรือเปล่า” เธอมองหน้าช่อม่วงกับทรงรบอย่างหนักใจ

    ooooooo

    แผนที่การันต์ให้อนาวินทร์ป่วนพุดชมพูคือ ให้เขาจัดงานเลี้ยงริมสระน้ำ มีแขกมาประมาณ 20 คน อนาวินทร์เรียกป้านุ่มมาสั่งการให้จัดเตรียมสถานที่ส่วนอาหารการันต์จะสั่งจากข้างนอก

    ป้านุ่มรับคำอย่างไม่สบายใจเพราะสั่งกะทันหันต้องระดมคนใช้มาเตรียมสถานที่กันฉุกละหุก

    พุดชมพูกกลับมาเห็น ถามว่าป้าทำอะไร พอป้านุ่มบอกว่าอนาวินทร์จะจัดงานเลี้ยงริมสระน้ำคืนนี้ เธอถามว่าแล้วทิพนาถล่ะ ป้านุ่มบอกว่าชวกรมารับไปเมื่อเช้า เห็นว่าจะไปต่างจังหวัดสองสามวัน

    พลบอกว่าคืนนี้มีหวังไม่ได้นอนกัน พุดชมพูบอกกับป้านุ่มว่า “กฎใหม่ของพุดคือให้ทุกคนเลิกงานตอนสามทุ่ม”

    “ยกเว้นวันนี้ไว้สักวันเถอะค่ะ คุณวินคงเหงาเลยอยากจัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ตามใจคุณวินสักวันเถอะนะคะ ป้าขอ”

    “ป้านุ่มคะ เพราะทุกคนตามใจคุณวินมานาน เลยทำให้เขาเป็นแบบนี้นะคะ ถ้าป้านุ่มอยากให้คุณวินของป้าโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆ ตามที่คุณปู่หวังไว้ เราต้องช่วยกันดัดนิสัยเขาค่ะ” พุดชมพูพูดอย่างเหนื่อยใจ ป้านุ่มฟังแล้วหนักใจ

    ooooooo

    เพราะตั้งใจจะมาป่วน อนาวินทร์บอกเพื่อนที่มาปาร์ตี้ว่าตามสบาย เต็มที่ เอาให้ถึงเช้าเลย หวายมางานด้วย เธอเจ้ากี้เจ้าการราวกับเป็นเจ้าของบ้าน

    พุดชมพูอดกลั้นเต็มที่ เสียงเพลงเสียงเฮฮาดังจนเธอโทรศัพท์คุยกับแม่ในห้องยังต้องตะโกนกัน พูดกันไม่กี่คำก็วางสายเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง เดินไปดูที่หน้าต่าง อนาวินทร์เห็นเธอแอบดูก็โอบหวายอี๋อ๋อกันยั่วเธอ แค่นั้นไม่พอยังสั่งพลที่เป็นคนคุมเครื่องเสียงให้เร่งเสียงและหันลำโพงไปทางห้องของเธอด้วย ยั่วและท้าทายจนพุดชมพูทนไม่ไหวลุกพรวดจากเตียง

    “นายอนาวินทร์ นายอยากลองดีกับฉันใช่ไหม?? จัดไป!!”

    การันต์รอดูผลงานของตน เห็นไฟห้องนอนพุดชมพูปิดไปนานแล้วก็ถามอนาวินทร์ว่าไม่ใช่หลับไปแล้วหรือ

    “ไม่มีทาง ยัยบ้านนอกนั่นชินกับบ้านเงียบๆ เสียงดังขนาดนี้ไม่มีทางนอนหลับหรอก” แล้วยุให้เพื่อนๆ สนุกกันให้เต็มที่ วันนี้ไม่สว่างไม่เลิก! ทุกคนเฮอย่างเมามัน

    “พอได้แล้ว!!” เสียงพุดชมพูสั่งเข้ม ทุกคนหันมอง เธอโดดขึ้นยืนบนเก้าอี้ประกาศก้อง “เลิกปาร์ตี้เดี๋ยวนี้เลยนะ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วรู้ไหม หัดเกรงใจคนอื่นเสียบ้าง ต้องให้พูดคำนี้กับคุณกี่รอบกันนะ”

    “แกเป็นใครเนี่ยหา! อยู่ๆมาพูดฉอดๆ หัดรู้จักที่ต่ำที่สูงบ้าง” หวายกร่างว่าตนเป็นแฟนอนาวินทร์ สะอึกขึ้นถามมองพุดชมพูแต่หัวจดเท้า อนาวินทร์ก็ตะโกนให้เปิดเพลงต่อ พุดชมพูโกรธจัดเดินไปดึงปลั๊กเครื่องเสียง เพลงหยุดกึก

    อนาวินทร์ตะคอกถามว่าเธอจะเอายังไง หวายผสมโรงบอกให้เขาไล่ออกไปเลย ปล่อยให้มายืนด่าอยู่ทำไม คนไม่มีมารยาท ถามว่าเธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งวิน นี่เป็นบ้านของเขา

    ถูกพุดชมพูสั่งสอนว่า บ้านของอนาวินทร์แต่ตอนนี้ตนเป็นผู้มีสิทธิ์ขาดในบ้านหลังนี้แต่เพียงผู้เดียว หวายเหวอถามอนาวินทร์ว่าจริงหรือ เขาไม่ตอบให้เสียฟอร์มเอาแต่ขบกรามแน่น พุดชมพูประกาศว่า

    “เพราะฉะนั้นฉันขอสั่งให้เลิกงานเลี้ยงเดี๋ยวนี้” มองทุกคนในงานบอกว่า “งานเลิกแล้วค่ะ เชิญทุกคนกลับบ้านได้ ถ้าไม่กลับฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก!!”

    เพื่อนๆที่มาร่วมงานเห็นอนาวินทร์เอาแต่ขบกรามนิ่ง ก็บ่นกันว่างานกร่อยแล้ว ชวนกันกลับหมด พุดชมพูบอกป้านุ่มว่ายังไม่ต้องเคลียร์สถานที่ ให้ทุกคนไปพักผ่อนก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาเก็บของ

    หวายถามอนาวินทร์ว่ายัยคนนี้เป็นใครทำไมเขาปล่อยให้ทำอย่างนี้ หรือเขากลัวถูกหาว่ารังแกผู้หญิงแล้วจะลงมือเอง

    “ขอโทษนะคะ ฉันไม่มีธุระอะไรกับคุณ แล้วฉันก็เหนื่อยมากแล้วด้วย เชิญกลับบ้านไปได้แล้ว” หันมองอนาวินทร์ที่ยืนตัวสั่นอย่างโกรธจัด เอ่ยอ่อนหวาน “ราตรีสวัสดิ์นะคะ คุณอนาวินทร์”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์