นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อ่านพินัยกรรมแล้วทรงรบกับทรงศักดิ์เดินออกมาด้วยกัน อนาวินทร์กับทิพนาถตามมาติดๆ การันต์ตามมาห่างๆ

    อนาวินทร์รี่เข้าหาทรงรบ ถามเกือบเป็นตะคอกว่าเงื่อนไขบ้าบออะไรพินัยกรรมของปู่จริงหรือ ทิพนาถถามว่าพ่อถูกมอมยาหรือเปล่า ทรงรบยืนยันว่าเป็นพินัยกรรมจริงและหมอบัญชาก็นั่งเป็นพยานอยู่ด้วย

    ทิพนาถรับไม่ได้ที่จะให้คนที่ไหนไม่รู้มาดูแลบ้านแทนตน ทรงรบบอกว่าพุดชมพูไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกและเป็นหลานเพื่อนรักของท่าน

    ทั้งอนาวินทร์และทิพนาถไม่ยอมรับพินัยกรรมข้อนี้ ทิพนาถกระทุ้งถามว่าหลานเพื่อนหรือเมียเก็บกันแน่ อนาวินทร์ผสมโรงทันทีว่า มิน่าถึงได้ให้ตนไปซื้อดอกไม้ที่ไร่นั้น ประกาศว่าตนจะไม่ยอมไปอยู่ไร่บ้าๆนั่นเด็ดขาด!

    “ไม่ไปก็อย่าไป!!” พุดชมพูโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด “ไร่อุ่นรักไม่ต้อนรับคนหยาบคายจิตอกุศล!!” ทรงรบเรียกพุดชมพูเตือนสติ แต่เธอโกรธแค้นจนอะไรก็หยุดไม่ได้แล้วประกาศว่า “คุณทรงรบคะ ฉันขอปฏิเสธทุกข้อเสนอในพินัยกรรมและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านสัตยารักษ์อีก”

    พุดชมพูเดินออกไปทันที อนาวินทร์ขวางไว้ถามว่า ที่ตนไปซื้อดอกไม้ที่ไร่เป็นแผนของเธอกับปู่ใช่ไหม พุดชมพูพูดอย่างเหลืออดว่าตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากได้มรดกกันจนทำตัวหยาบคายและเหมารวมว่าคนอื่นจะ “จิตใจต่ำ”แบบตัวเองด้วย ทิพนาถร้องกรี๊ด ตวาดว่า “นี่หล่อนว่าฉันจิตใจต่ำเหรอ”

    “คนที่กล้าคิดว่าพ่อสามีที่น่าเคารพแบบปู่เล็กมีเมียน้อยเป็นดิฉันได้ ยังเรียกว่า ‘จิตใจสูง’ อยู่เหรอคะ? แล้วหลาน ‘ในไส้’ ที่เชื่อว่าคุณปู่ซึ่งไม่เคยมีข้อด่างพร้อยเรื่องชู้สาวจะมีดิฉันเป็นเมียเก็บและกำลังจะยกบริษัทให้เมียเด็กคนนี้? เป็นหลานแบบไหนเหรอคะคุณทรงรบ หลานที่ไม่รู้จักปู่ตัวเองแบบนี้ ยังสมควรได้รับมรดกอยู่หรือเปล่า”

    พุดชมพูด่าทั้งทิพนาถและอนาวินทร์อย่างเจ็บแสบ แล้วย้ำในตอนท้ายว่า

    “ขอย้ำอีกครั้งว่า ดิฉันปฏิเสธทุกข้อเสนอในพินัยกรรม และไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านสัตยารักษ์อีก!”

    พุดชมพูเดินไปอย่างไม่แยแส ทรงรบพยายามบอกว่านั่นเป็นเจตนารมณ์ของคุณอาทิตย์ ในขณะที่ทิพนาถกับอนาวินทร์แค้นจัดที่ถูกด่าและเสียประโยชน์ แต่การันต์ยืนฟังเงียบๆอย่างประเมิน

    ทิพนาถไม่ยอมเด็ดขาดเพราะนี่เป็นการทำให้ตนเสียหน้ามาก อนาวินทร์บอกว่าตนโดนยิ่งกว่าเพราะถูกส่งไปทำไร่ มรดกก็ยังไม่ได้สักบาท งานในบริษัทก็ ไม่ยอมให้ทำ

    การันต์ปลอบอนาวินทร์ให้ใจเย็นๆ เพราะสมบัติทั้งหมดก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี ดูอย่างตนกับน้าทิพสิได้ทุกอย่างไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของเขาด้วยซ้ำ

    “ก็แหงล่ะ...นายกับคุณแม่ไม่ใช่สายเลือดนี่ เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”

    การันต์มองหน้าอนาวินทร์แล้วก้มหน้า ถูมือเบาๆ คิดถึงอดีตเมื่อ 18 ปีก่อน...

    เวลานั้นอาทิตย์ในวัยกลางคนไปรับการันต์มาอยู่ที่บ้านสัตยารักษ์เพื่อจะได้เป็นเพื่อนเล่นกับอนาวินทร์ที่เศร้าซึมนับแต่เสียพ่อไป อาทิตย์แนะนำการันต์แก่ทิพนาถว่าตนรับการันต์ไว้เป็นหลานบุญธรรมแล้วจะได้เป็นเพื่อนเล่นกับวิน

    การันต์สะดุดคำว่า “เพื่อนเล่น” เมื่ออนาวินทร์วิ่งมาหา อาทิตย์บอกว่าวันนี้ปู่พาเพื่อนใหม่มาแนะนำให้รู้จักด้วย พอปู่แนะนำอนาวินทร์ก็ผลักการันต์จนล้มฝ่ามือถูกหินบาด อาทิตย์ดุอนาวินทร์ว่าไปผลักเขาทำไมแล้วพยุงการันต์ลุกขึ้นปรามอนาวินทร์ว่าวันหลังอย่าทำอย่างนี้อีก ลูบหัวอนาวินทร์อย่างเอ็นดูแล้วชวนให้ไปเล่นกับการันต์

    การันต์มองมือตัวเองที่ถูกหินบาดเลือดไหล เช็ดเลือดที่มือตัวเอง พอดีอนาวินทร์มาคว้าแขนการันต์วิ่งไป การันต์มองมือข้างที่ถูกหินบาดของตัวเอง นึกเห็นวันข้างหน้าว่าชีวิตคงไม่ได้สุขสบายอย่างที่คิดหวังไว้เสียแล้ว...

    ooooooo

    อนาวินทร์ชวนการันต์ออกไปข้างนอก ทิพนาถถามว่าจะไปไหน เขาต้องจัดการอะไรสักอย่าง แล้ว สมบัติขนาดนี้จะยกให้การกุศลไม่ได้ปู่อุตส่าห์หามาทั้งชีวิต

    “รู้แล้วไม่ ไปไอ้รัน” อนาวินทร์เดินนำไป การันต์ลุกตามอย่างอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไงต่อไป

    อนาวินทร์กับการันต์ไปพบสุรัชกับกรวิทย์ที่ร้านอาหารกึ่งผับ เมื่อเพื่อนทั้งสองรู้เรื่องพินัยกรรมก็ถามว่าจะกลัวอะไรแค่ไปทำงานไร่ปีเดียว อนาวินทร์ยืนยันไม่ไปอยู่ไร่กับยัยบ้านนอกนั่นแน่ การันต์ถามว่าเขาจะยอมเสียมรดกครึ่งหนึ่งให้การกุศลหรือ

    “ไม่เด็ดขาด! ฉันไม่แบ่งสมบัติที่ควรจะเป็นของฉันให้ใครหรอก!”

    “เอาไงดีว้า...จะทำไร่ก็ไม่ทำ แบ่งสมบัติก็ไม่แบ่ง หนักใจแทนคุณวินจริงๆ” กรวิทย์บ่นงึมงำ

    ฝ่ายทิพนาถถูกชวกรเป่าหูยุว่าธุรกิจอาทิตย์เป็นพันล้านแต่เธอได้แค่เงินสด 20 ล้านกับหุ้นแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ชวกรยุให้ขอจากอนาวินทร์ เธอบอกว่ามันก็ไม่เหมือนเงินในกระเป๋าตัวเอง ชวกรจึงชวนไปเข้าบ่อน ทิพนาถทำหน้าเบ้บอกว่าที่ผ่านมามีแต่เสีย ชวกรบอกว่าคืนนี้ตนจะเป็นพี่เลี้ยงให้เต็มที่เลย แล้วนัวเนียกันไป ที่โต๊ะพนัน

    อนาวินทร์ยังอยู่ในร้านอาหารกึ่งผับ จู่ๆหวายเพื่อนสมัยเรียนต่างประเทศก็ถือลูกโป่งพวงมหึมามาเซอร์ไพรส์เขาในโอกาสที่ได้รับมรดก แต่อนาวินทร์ไม่มีอารมณ์ฉลองลุกหนีไปอย่างรำคาญ หวายตามไปง้อเพื่อทวงถามเรื่องที่เขาจะร่วมลงทุนกู้ธุรกิจของพ่อที่กำลังจะล้ม เขาบอกว่ายังไม่มีอารมณ์จะคิดตอนนี้ ขอให้เลิกเซ้าซี้ไม่อย่างนั้นตนจะกลับ หวายเลยจ๋อยไป

    พอกลับถึงบ้าน วันชัยพ่อของหวายถามถึงเรื่องนี้ หวายบอกว่าตนถามให้แล้วแต่เขาบอกว่าอย่าเพิ่งเซ้าซี้ตอนนี้ เพราะมรดกที่อนาวินทร์ได้รับนั้นมีเงื่อนไขว่า ต้องไปทำไร่ก่อน 1 ปีถึงจะได้มรดก วันชัยบอกว่างั้นหวายก็ต้องไปช่วยเขาทำไร่ ทำยังไงก็ได้ให้เขาได้มรดกมาช่วยค้ำธุรกิจของเรา

    หวายนิ่งไปอย่างอึดอัดใจ

    อนาวินทร์กลับบ้านในสภาพเมาๆ ไม่นานชวกร ก็ขับรถมาส่งทิพนาถที่บ้าน เขาอ้อนขอค้างด้วย ทิพนาถลังเล เขาอ้อนว่ายังไงต่อไปใครๆก็ต้องรู้ว่าเราคบกัน อ้อนจนทิพนาถใจอ่อน

    พออนาวินทร์รู้ว่าทิพนาถกลับมาก็ขึ้นข้างบนจึงไม่เห็นว่าแม่เลี้ยงพาชวกรมาด้วย ชวกรมาถึงก็วางอำนาจจะกินข้าวต้มกุ้งทั้งที่เที่ยงคืนครึ่งครัวปิดแล้ว แต่ทิพนาถ ก็สั่งให้ทำมาจนได้

    รุ่งขึ้นทั้งสองในชุดนอนเดินเล่นปูไต่กันมาที่โต๊ะอาหาร ทิพนาถถามชวกรว่าอยากกินอะไรจะให้

    ในครัวทำแล้วให้คนใช้ยกไปให้กินข้างบน ไม่อยากให้อนาวินทร์มาเจอ เพราะสายๆเขาอาจลงมา

    บังเอิญวันนี้อนาวินทร์ลงมาเช้า เขาไม่พอใจที่แม่เอาพนักงานบริษัทมานอนที่บ้าน บอกทิพนาถว่าช่วยเอาเขาออกไปจากบ้านเดี๋ยวนี้เลย ชวกรถือว่าตัวเองมี

    ทิพนาถถือหาง โต้อนาวินทร์ว่าตนเป็นเพื่อนแม่เขานะ

    อนาวินทร์ตัดสินใจออกไปข้างนอก บอกว่ากลับมาหวังว่าแขกของแม่จะหายหัวไปแล้วนะ

    ป้านุ่มกับอ้อยดูแลที่โต๊ะอาหารอยู่ ป้านุ่มส่ายหน้าพึมพำอย่างกังวล...

    “เฮ้อ...คุณท่านไม่อยู่เสียแล้ว บ้านจะแตกกันก็คราวนี้แหละ”

    ooooooo

    วันนี้ทรงรบไปยืนเลือกหนังสืออยู่ที่ร้าน เห็น

    หนังสือขายดีเป็นหนังสือนิยายเรื่อง “คดีความรัก” โดย “พ.พรรณราย” ของคุณแม่เขาวางโชว์อยู่ เขาเอื้อม

    จะหยิบแต่ถูกมือหนึ่งหยิบตัดหน้าไป เธอดีใจร้อง...

    “เยส ได้แล้ว”

    เดินดูหนังสือไปอีก ก็เห็นหญิงสาวคนนั้นยืนอ่านหนังสือ “ฝึกพูดภาษาเกาหลี” อยู่ เธอคือช่อม่วง ติ่งเกาหลีตัวเอ้ พอเห็นทรงรบหน้าตาเป็นหนุ่มเกาหลีก็เข้ามาส่ง ภาษาทักทายอย่างคลั่งไคล้ เขาคิดในใจว่าคนแบบนี้หรือ แฟนนิยายคุณแม่

    พอไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก็ถูกช่อม่วงตัดหน้าอีก ทรงรบหางตาใส่บ่นเอือมๆ “ผู้หญิงอะไร ไม่มีมารยาท”

    ฝ่ายอนาวินทร์ออกจากบ้านก็ไปหาการันต์ที่คอนโดหรู การันต์เอาน้ำส้มกับพิซซ่ามาเสิร์ฟ เขาชมว่าอร่อย บอกการันต์ว่าออกมาอยู่เองอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องทะเลาะกับคน การันต์เหน็บว่าทำไงได้ เพราะเขาเป็นทายาทตัวจริงนี่

    “เป็นทายาทตัวจริงแล้วไงวะ? ปู่ก็ไม่รัก แม่เลี้ยงก็ไม่แคร์ ชีวิตฉันแย่กว่าแกด้วยซ้ำ” การันต์ถามว่าแล้วจะทำยังไงต่อ “ปวดหัว...บางทีก็อยากหนีออกจากบ้านไปให้พ้นๆเลย แต่ถ้าจะให้ไปทำไร่กับยัยนั่น ก็พะอืดพะอมพอๆกัน”

    “ทำไมแกไม่ลองไปปรึกษาคุณทรงรบล่ะ ใช้คนให้เป็นประโยชน์หน่อย เขาเป็นลูกจ้างแกนะ ยังไงเขาก็มีหน้าที่ต้องช่วย แกไปดูซิว่าเขามีช่องทางอะไรให้แกเลือกได้อีกบ้าง”

    อนาวินทร์พยักหน้า หยิบโทรศัพท์กดชื่อ “ทรงรบ” แล้วโทร.ออกทันที

    ทรงรบได้รับโทรศัพท์บอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้ แต่

    ไปเจอช่อม่วงผู้คลั่งไคล้เกาหลี เห็นทรงรบอีกก็อุทาน “โอป-ป้า” แล้วรี่เข้าหาดักหน้าดักหลังอย่างคลั่งไคล้ กว่าทรงรบจะสลัดจากช่อม่วงมาได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ปรากฏว่าเขาไปพบอนาวินทร์ช้ากว่าเวลานัดไป 15 นาที พอเจอหน้าก็ถามว่า

    “คุณวินมีธุระอะไรด่วนกับผมครับ” เห็นอนาวินทร์กำลังอ่านสัญญาของปู่เล็กอยู่ เขาทบทวนสัญญาทั้งสองข้อ ให้ฟัง สรุปว่า “ถ้าคุณไม่ทำตามสัญญาสองข้อนี้ คุณ จะไม่ได้อะไรเลย”

    “สัญญาบ้าอะไรวะ? ฉันเสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่อง” อนาวินทร์สบถ ทรงรบขอให้พิจารณาดูดีๆ ตนเชื่อว่าคุณอาทิตย์หวังดีกับเขา อนาวินทร์พูดเสียงขุ่นว่า “โลกสวยเกินไปแล้วคุณทนาย”

    “จริงๆแล้วผมไม่เห็นว่าคุณจะเสียเปรียบอะไรตรงไหน ถ้าเลือกข้อ 1 มีแต่ได้กับได้”

    “อย่าบอกนะว่าได้ความลำบาก ได้ฝึกความอดทน เผลอๆได้เมียบ้านนอกด้วย” เขาถามประชด ทรงรบตอบครับเบาๆ “อ้วกแตก! แล้วมีทางอื่นที่ฉันจะได้มรดกเต็มๆโดยไม่ต้องไปไร่ไหม” ทรงรบบอกว่าไม่มี “ซึ้งใจปู่จริงๆ ยังไงฉันก็ไม่มีวันไปทำไร่ ฉันจะทำให้ยัยนั่นเซ็นข้อ 2 ให้ได้!”

    อนาวินทร์คว้าสัญญาเดินอ้าวออกไป ทรงรบทักท้วงว่าแน่ใจได้ยังไงว่าพุดชมพูจะยอมเซ็นตามที่เขาคิด พูดแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าระอากับความเอาแต่ใจของเขา

    อนาวินทร์ขับรถสปอร์ตแดงคันหรู ตะบึงไปไร่อุ่นรัก มีซองสัญญาวางอยู่ข้างตัว

    ooooooo

    วันนี้พุดชมพูจะชำรากเบญจมาศ เธอให้ลุงเจือกับแหลมเตรียมแปลงดิน กำชับแหลมตัดต้นอ่อนให้ระวังด้วยเพราะคราวที่แล้วเสียหายไปหลายต้น

    ขณะนั้นจิระหรือโจ้ลูกชายลุงหมายรุ่นพี่และเพื่อนสนิทของพุดชมพูขี่จักรยานเข้ามา ในตะกร้ามีหนังสือหลายเล่ม โจ้บอกว่าเมื่อวานเข้ากรุงเทพฯเลยไปยืมหนังสือที่เธออยากได้จากห้องสมุดมาให้ พลางยื่นให้ดู

    “โอ้ว...ขอบคุณมาก ไม่เสียแรงที่มีพี่ชายเป็นมหาบัณฑิตด้านพืชศาสตร์”

    โจ้บอกว่าจะเอามาให้ตั้งแต่เย็นวานแล้วแต่ป้าภัท

    บอกว่าเธอเข้ากรุงเทพฯ ไปก็ไม่บอกจะได้กลับพร้อมกัน พุดชมพูโพล่งว่าโดนลากไปอย่างนั้นจะบอกได้ยังไง โจ้ถามว่ายังไง เธอจึงเล่าให้ฟังแค้นๆ

    พอโจ้ฟังจบ ถามว่าเรื่องจริงหรือละครหลังข่าว เธอบอกว่าถ้าไม่เกิดกับตัวเองก็ไม่เชื่อ โจ้ถามว่าปู่เล็กทำแบบนี้ทำไม เธอบอกว่าคงอยากให้ตนช่วยดัดนิสัยหลานชายตัวแสบ เพราะขืนปล่อยให้ขึ้นบริหารบริษัทแบบนี้มีหวังบริษัทล่มแน่

    โจ้ถามอีกว่าแล้วเธอจะทำยังไง พุดชมพูเองก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะถ้าไม่รับก็จะกลายเป็นคนอกตัญญู แต่ถ้ารับก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะรับมือกับนายคุณหนูไฮโซนั่นได้ยังไงตั้งปี

    โจ้บอกว่าไม่ว่าจะเลือกทางไหนตนก็จะเป็นกำลังใจให้เสมอ แต่เชื่อว่าคนเก่งอย่างเธอต้องจัดการได้แน่ๆ

    พอดีแหลมเข้ามาบอกว่ามีจดหมายถึงคุณพุด รับจดหมายแล้วพุดชมพูทำหน้างง เข้าห้องปิดประตูอ่าน

    “เรียนคุณพุดชมพู นี่เป็นจดหมายของคุณอาทิตย์ที่เขียนไว้ก่อนท่านเสียชีวิตสามวัน และฝากฝังให้ผมส่งถึงคุณให้ได้...ทรงรบ”

    เธอหยิบซองจดหมายที่อยู่ในซองใหญ่ออกมา ที่หน้าซองเป็นลายมือของปู่เล็กเขียนว่า “ถึง พุดชมพู จากปู่เล็ก” เลยรีบเปิดอ่าน...

    “พุดจำได้ไหมที่หนูบอกว่า ถ้าปู่ต้องการความช่วยเหลือให้บอก แต่ปู่บอกว่าขอเก็บไว้ถึงวันที่ปู่ต้องการจริงๆ วันนั้นมันมาถึงแล้ว ปู่อยากขอร้องให้พุดช่วยดัดนิสัยอนาวินทร์ หลานชายคนเดียวของปู่ทีได้ไหม ตอนนี้วินเขาเหลือตัวคนเดียว ปู่ผิดเองที่ไม่มีเวลาอยู่สั่งสอนเขา ปู่รู้ว่าพุดอาจลำบากใจ แต่พุดคือคนเดียวที่ปู่ไว้ใจ พุดเป็นความหวังสุดท้ายที่จะช่วยอนาวินทร์ได้ ดังนั้นขอให้เห็นแก่ปู่คนนี้ ที่รักและหวังดีกับพุดเสมอ ขอให้ช่วยดูแลผู้นำของตระกูลสัตยารักษ์ให้กลับมาใช้ชีวิตในทางที่ถูกที่ควรด้วยเถอะนะ ถือว่าเป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของปู่...รักพุดเสมอ...จากปู่เล็ก”

    พุดชมพูละสายตาจากจดหมายของปู่ คิดกังวล หนักใจ “ปู่เล็กไว้ใจให้พุดทำเรื่องนี้จริงๆเหรอคะ?”

    ooooooo

    อ่านจดหมายแล้ว พุดชมพูจะไปชำรากเบญจมาศ ลุงเจือเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ถามว่าจะให้ตนไปช่วยไหม เธอบอกว่าไม่ต้องตนทำเองได้ แล้วเดินไปเรือนเพาะชำ

    “เรื่องชำรากนี่นายพุดแกพิถีพิถันจริงๆ คราวก่อนไอ้แหลมช่วยแล้วทำเสียไปตั้งหลายต้น นายพุดงอนไปหลายวันเลย” ลุงเจือเล่าให้ภัทรากับจิตราที่มาส่งพุดชมพูฟังขำๆ ทั้งสองหัวเราะเพราะรู้ว่า “เจ้าพุด” รักและหวงต้นไม้ขนาดไหน

    พอจะเข้าบ้าน ภัทราก็ชะงักเมื่อเห็นอนาวินทร์ขับรถมาจอดและลงจากรถอย่างเร่งรีบ เขาไหว้อย่างง่ายๆ บอกว่ามาหาพุดชมพู ภัทราบอกว่าเจ้าพุดเพิ่งออกไปเรือนเพาะชำ ให้เขานั่งรอในบ้านก่อนเดี๋ยวจะให้ลุงเจือไปตามมาให้

    “ไม่เป็นไรครับ ผมไปหาเขาเองดีกว่า ลุงพาผมไปหน่อย ไปให้ถึงที่เลยนะ อย่าให้หลงเหมือนคราวที่แล้วอีกล่ะ”

    พอลุงเจือจะพาไป อนาวินทร์บอกเดี๋ยว แล้วไปเปิดท้ายรถหยิบชุดหมีที่ใส่คลุมทั้งตัวมาใส่ เปลี่ยนรองเท้าเป็นบูต เอาฮู้ดคลุมหัวอย่างดี แล้วหยิบซองสัญญาติดมือไปด้วย บอกลุงเจือว่า

    “คราวที่แล้วคันแทบแย่ ไป...ผมพร้อมแล้ว!”

    ภัทรากับจิตราเห็นการเตรียมตัวของเขาแล้วก็อดขำไม่ได้

    พอไปถึงเรือนเพาะชำ ลุงเจือเดินเข้าไปบอกพุดชมพูว่ามีแขกมาหา เธอพูดโดยไม่หันมองว่า

    “บอกว่าฉันไม่ว่าง มีอะไรให้สั่งไว้”

    “ไม่สั่ง จะคุยเอง” อนาวินทร์สวนไปทันที พุดชมพู หันมอง พอเห็นการแต่งตัวของเขาก็ขำกลั้นหัวเราะกึกๆ อนาวินทร์รู้ตัวถอดฮู้ดออก พุดชมพูหันไปทำงานต่อ แกล้งพูดดังๆกับลุงเจือว่า “งั้นเดี๋ยวลุงเจือช่วยบอกแขกทีนะจ๊ะว่าให้รอก่อน เดี๋ยวชำรากเสร็จแล้วไปคุย”

    “ไม่รอ จะคุยตอนนี้!” พุดชมพูพูดผ่านลุงเจืออีกว่า รอไม่ได้ก็ไม่ต้องคุย เขาเสียงดังว่า “จะคุย! ฉันมีธุระสำคัญ”

    พุดชมพูเล่นแง่จนอนาวินทร์เดินเข้าไปพยายามจะเผชิญหน้าแต่เธอหันหน้าเข้าข้างฝา เขาจึงไปยืนทางซ้าย เธอก็หันไปทางขวา เล่นแง่กันอยู่อย่างนี้จนอนาวินทร์จับหน้าเธอหันมา พุดชมพูสะบัดเสียงถามว่ามีอะไรก็รีบๆ พูดแล้วรีบกลับไปเลย

    อนาวินทร์ปล่อยมือจากหน้าเธอ หยิบสัญญาออกมายื่นพรวดไปตรงหน้า

    “เซ็นซะ ตรงเงื่อนไขข้อ 2 นะ เธอเซ็นเสร็จเมื่อไหร่ รับรองฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่ให้...คันเท้าอีกเลย”

    พุดชมพูคว้าสัญญามาอ่านแล้วส่งคืนให้ หันไปทำงานต่อ อนาวินทร์ฉุนขาดกระโจนเข้าตะครุบต้นกล้าในมือเธอ ทำให้ต้นกล้าทั้งกองตกดินเสียหาย พุดชมพูมองตะลึง ลุงเจือตาเหลือกอุทานเบาๆ “เฮ้ย! ตายๆๆ!” อนาวินทร์เห็นสีหน้าพุดชมพูก็นึกกลัวเหมือนกันแต่ทำเป็นนักเลงพูดเยาะว่า

    “ทำเป็นโกรธใหญ่ กะอีแค่ต้นไม้กองเดียวเอง

    จะเท่าไหร่กัน ธุรกิจฉันมูลค่าเป็นพันล้านนะ” เธอถามว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับตน เขาสวนไปทันทีว่า “ก็เธอต้องเซ็นก่อน ฉันถึงจะได้ไงล่ะ”

    “ฉัน-ไม่-เซ็น!!!” เธอเสียงแข็ง เขาถามว่าทำไมไม่เซ็น “คุณชดใช้ต้นกล้าฉันมาก่อน”

    อนาวินทร์ทำเสียงสมเพชว่าที่แท้ก็ต้องการค่า น้ำหมึก ตนจะเซ็นให้ล้านนึงเลย เป็นเรื่องอีก เธอหาว่าดูถูกกัน ตนไม่อยากได้เงิน ไล่ไปให้พ้นจากไร่ตนเดี๋ยวนี้ อนาวินทร์ไม่ไปจนกว่าเธอจะเซ็นให้ ว่าแล้วยัดปากกาใส่มือให้ ยื้อยุดกันไปมา พลาดไปโดนแปลงเพาะชำที่ทำแล้วคว่ำทั้งแปลง พุดชมพูอ้าปากค้าง ลุงเจือพึมพำสยอง “คุณวินถึงฆาตแน่!”

    ชะตาอนาวินทร์ถึงฆาตจริงๆ ถูกพุดชมพูใช้ทักษะยูโดบิดมือเขาไพล่หลังสั่งลุงเจือให้เอาเชือกมา แล้วมัดเขาติดกับเสาอย่างเร็ว อนาวินทร์ดิ้นขลุกขลักอยู่กับเสา เธอหยุดหอบพูดอย่างสะใจว่า

    “จำไว้นะ เงินน่ะฟาดหัวไม่ได้ทุกคนหรอก”

    แล้วเอาสัญญายัดใส่หน้าอกเขา บอกลุงเจือให้ไปกันปล่อยให้คนเห็นเงินเป็นพระเจ้ายืนกอดสมบัติแห้งตายตรงนี้แหละ เย้ยก่อนไปว่า “ดูซิว่าเวลาถูกมัดเนี่ย เงินจะช่วยอะไรได้ไหม!”

    ooooooo

    อนาวินทร์ถูกมัดติดกับเสาดิ้นไม่หลุดได้แต่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ จิตราได้ยินแว่วๆจึงไปดู เห็นพระเอกรูปหล่อถูกมัดร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงแหบแห้ง จะแก้มัดก็แก้ไม่ออกจึงกลับบ้านจะไปเอากรรไกรมาตัด

    ขณะย่องๆไปหากรรไกรเจอพุดชมพูเข้าอย่างจัง เธอห้ามน้าจิตช่วยและห้ามบอกเรื่องนี้กับแม่ด้วย น้าจิตรับปากแหยงๆ แต่ก็เป็นห่วงอนาวินทร์ที่ถูกมัดอยู่

    พุดชมพูกลับไปดูอนาวินทร์ที่เรือนเพาะชำ เห็นสภาพทุลักทุเลของเขาก็ขำ ถูกเขาด่าและสั่งให้แก้มัด เธอบอกว่าทีแรกก็จะมาแก้มัดให้ แต่ปากจัดอย่างนี้อยู่อีกสักสองสามชั่วโมงแล้วกัน แล้วทำท่าจะเดินไป อนาวินทร์โวยวายให้แก้มัด ร้อนจะตายอยู่แล้ว ขณะนั้นเองแหลมร้องบอกว่าได้เวลาเปิดสปริงเกิ้ลแล้ว พุดชมพูนึกสนุกบอกว่าเปิดเลย อนาวินทร์ถูกน้ำจากสปริงเกิ้ลจนหายใจแทบไม่ออกสะบัดหน้าหลบน้ำไปด่าไป

    อนาวินทร์คิดไม้เด็ดได้ ถามว่าไม่ปล่อยตนแน่หรือ เธอย้อนถามว่าจะปล่อยให้โง่ทำไม เขาจึงรวบรวมกำลังดิ้นโยกสุดแรงจนเรือนเพาะชำคลอนได้ผล! พุดชมพูกลัวเรือนเพาะชำพัง สั่งให้เขาหยุด เมื่อเขาไม่ยอมหยุด เธอจึงสั่งให้แหลมปิดน้ำก่อน แหลมไปปิดน้ำแล้ววิ่งอ้าวไปเลย

    น้ำหยุดแล้วแต่อนาวินทร์ยังไม่ยอมหยุด พุดชมพูกลัวเรือนพังไปหยิบสัญญามาถามว่าถ้าตนยอมเซ็นเขาก็จะหยุดใช่ไหม เขาจึงหยุดโยก เธอหยิบสัญญามาเซ็นแล้วใส่ซองคืน ย้ำว่าเขาต้องหยุดโยกเรือนและทำตามในสัญญา

    แหลมวิ่งกลับไปบอกภัทรากับจิตราว่านายพุดแกล้งคุณผู้ชายคนนั้นจนเละไปหมดแล้ว รีบไปดูหน่อย

    ภัทรากับจิตราวิ่งมาเห็นสภาพของอนาวินทร์ต่างตกใจ ภัทราถามว่านี่ฝีมือลูกหรือ เธอพยักหน้าจ๋อยๆ ภัทราสั่งให้ปล่อยคุณวินเดี๋ยวนี้ พอพุดชมพูปล่อย แม่สั่งให้ขอโทษอีก เธอจะเกี่ยงถูกแม่สั่งจึงเอ่ยขอโทษเสียงห้วนไม่มองหน้า

    ภัทราขอโทษอนาวินทร์แทนลูกสาวที่ทำอะไรล่วงเกิน พุดชมพูฟ้องว่าเขามาระรานตนก่อนทำต้นไม้ตนเสียหายหมด อนาวินทร์ยอมรับว่าทำต้นไม้พังจริงแต่โทษว่าเพราะเธอไม่ยอมคุยกับตน

    ทั้งสองโทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายผิดเป็นคนหาเรื่องก่อน จนภัทราขอร้องว่าอย่ามีเรื่องกันอีกเลย ปรามพุดชมพูว่าถ้าทำเกินกว่าเหตุแบบนี้อีกแม่ไม่ยอมจริงๆ สั่งให้พาอนาวินทร์ไปล้างเนื้อล้างตัวและซักเสื้อผ้าให้เขาด้วย ตนกับน้าจิตต้องเอาขนมไปส่งลูกค้า ปราม “อย่ามีเรื่องกันอีกล่ะ!”

    ooooooo

    แต่พอผู้ใหญ่ไป อนาวินทร์หยิบสัญญาออกมาดู เขาโกรธตาแทบถลนเมื่อเห็นพุดชมพูเซ็นที่ข้อหนึ่ง! เธอตีหน้าซื่อถามว่าเหรอ เซ็นผิด แต่พอเขาบอกให้แก้เธอไม่ยอมแก้ ถามว่าเขาอยากได้มรดกแค่ครึ่งเดียวรึไง

    เขาบอกว่าเปล่า เธอยืนยันว่างั้นตนก็เซ็นถูกแล้ว อนาวินทร์พูดเกือบเป็นตะโกนว่าตนไม่มีวันอยู่กับเธอที่นี่เด็ดขาด พุดชมพูย้ำว่าอย่าลืมว่านี่เป็นความต้องการสุดท้ายของคุณปู่ของเขาเป็นตายอย่างไรอนาวินทร์ก็จะให้เซ็นใหม่ให้ได้ พุดชมพูยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมเซ็น เขาโมโหเอานิ้วจิ้มหน้าผากเธอจนหน้าหงาย พุดชมพูของขึ้นตั้งท่าจะเตะ เขาตั้งการ์ดรับรีบถามป้องกันตัวว่า

    “จำไม่ได้รึไง...ว่าแม่เธอบอกอะไรไว้”

    ได้ผล พุดชมพูหยุด ถอนใจพรวดเซ็งๆ อนาวินทร์ต่อรองไม่ให้เธอไปอยู่ที่บ้าน พุดชมพูยึดคำสั่งเสียของปู่จะต้องไปอยู่ให้ได้ จนเขาไม่รู้จะพูดอย่างไรเลยขู่ว่า “ได้! ถ้าพิศวาสฉันมากนักละก็...วันแรกที่เธอไปเหยียบบ้านฉัน เธอเจอดีแน่!”

    “ได้ พรุ่งนี้เตรียมตัวเจอฉันได้เลย!!!”

    พอกลับบ้าน พุดชมพูเตรียมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ฝากแม่ฝากน้าและไร่ไว้กับโจ้แล้วออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นเลย

    เพราะมากะทันหันไม่ได้บอกทรงรบล่วงหน้า ออกเดินทางแล้วพุดชมพูจึงโทร.บอกเขา เป็นเวลาที่

    ทรงรบพาแม่ไปแจกลายเซ็นแฟนหนังสือของแม่ที่ห้างสรรพสินค้า ซ้ำถูกแฟนคลับของแม่ขอเซลฟี่กันจนไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ แต่ที่ทำให้ปวดหัวที่สุดคือเจอช่อม่วงติ่งเกาหลีตัวเอ้ที่วุ่นวายกับเขาจนนุงนัง ทรงรบร้อนใจเพราะพุดชมพูใกล้จะมาถึงแล้ว

    ฝ่ายทิพนาถพอรู้ว่าพุดชมพูจะมาอยู่บ้านนี้ก็

    ไม่พอใจเคี่ยวเข็ญให้อนาวินทร์จัดการอะไรสักอย่าง เขาบอกว่าแม่ไม่ต้องห่วง ยัยนั่นจะอยู่บ้านเราได้ไม่นานหรอก ทิพนาถสั่งคนใช้ว่าห้ามรับใช้พุดชมพูเป็นอันขาด ใครไม่เชื่อจะตัดเงินเดือน

    ทันใดนั้นเสียงกริ่งดังขึ้นพวกคนใช้ละล้าละลังไม่รู้จะทำอย่างไร พลกล้ากว่าเพื่อนทำท่าจะลุกไป อนาวินทร์ห้ามทันที

    “ไม่ต้อง ทำตามที่ฉันสั่งไว้ก็พอ” แล้วลุกเดินออกไปด้วยสีหน้าท่าทางที่พร้อมจะมีเรื่อง!

    ooooooo

    อนาวินทร์เดินไปหยุดตรงประตูมองพุดชมพูแต่หัวจดเท้า เบ้ปากพูดว่าถ้าไม่เคยเจอมาก่อนก็นึกว่าจะมากดกริ่งสมัครงานคนรับใช้ เธอสวนไปทันทีว่าคุณชายอนาวินทร์อุตส่าห์ออกมาเปิดประตูให้เองใจดีมีเมตตาจริงๆ

    ถูกสวนกลับทันควันอย่างทันกัน อนาวินทร์เปลี่ยนเรื่องแขวะว่ารถกระป๋องของเธออุตส่าห์มาถึงที่นี่ได้ไม่ยักกะหลุดเป็นชิ้นๆเสียก่อน พุดชมพูตัดบทให้เปิดประตู เขาทำท่าเกเรบอกว่าไม่ใช่หน้าที่อยากเข้ามาก็หาทางเอาเอง ยิ้มเหยียดแล้วหันหลังเดินกลับ

    เดินไปได้เพียงสองก้าว ก็ถูกกระเป๋าใบเขื่องลอยมากระแทกท้ายทอยดังพลั่ก! หันไปมองก็เห็นพุดชมพูกระโดดจากรั้วลงมายืนข้างในแล้ว เขาไม่รู้จะทำยังไงเลยด่าว่าหน้าด้านหน้าทนจริงๆ แล้วเดินเข้าไปอย่างมีแผนที่เตรียมไว้แล้ว

    พอพุดชมพูตามเข้าไปในห้องรับแขกเจอทิพนาถนั่งเชิดคอแข็งอยู่เธอไหว้สวัสดีทิพนาถขยับตัวนิดหนึ่งแต่ไม่รับไหว้ การันต์นั่งอยู่ด้วยเหลือบมองอนาวินทร์กับทิพนาถ พุดชมพูเห็นบรรยากาศมึนตึงจึงนั่งลง ถูก อนาวินทร์พูดลอยๆว่า

    “เจ้าของบ้านไม่ได้เชิญให้นั่งสักหน่อย ไม่มีมารยาท”

    “แต่ฉันว่าเจ้าของบ้านที่ไม่รู้จักเชิญแขกนั่งเนี่ยไม่รู้จักคำว่า ‘มารยาท’ มากกว่าอีกนะคะ” เธอสวนทันควัน

    ทิพนาถกับอนาวินทร์รุมกันเหน็บแนมด่าว่า แต่ถูกพุดชมพูสวนกลับได้ทุกเม็ด จนการันต์ถามแทรกขึ้นว่าเธอขับรถมาเองหรือเก่งจัง เห็นการัตน์ท่าทีเป็นมิตรเธอก็ตอบอย่างมิตรว่าชินแล้วเวลาไปส่งดอกไม้ใกล้บ้างไกลบ้างก็ขับเองตลอด บอกการันต์ว่าเรียกตนว่า “พุด” เฉยๆก็ได้ การันต์บอกว่างั้นเรียกตนว่า “รัน” ก็ได้

    เห็นทั้งสองพูดดีต่อกันอนาวินทร์ขวางหูขวางตามากถามการันต์ว่าไม่ไปทำงานหรือ การันต์บอกว่าวันนี้มาจัดเอกสารเก่าในห้องคุณปู่

    “งั้นก็ไปสิ คุณแม่ก็ด้วย มีอะไรจะทำก็เชิญครับ ผมต้อนรับคุณพุดเอง” ทิพนาถลุกสะบัดออกไป การันต์ยิ้มให้พุดชมพูนิดหนึ่งอย่างเกรงใจแล้วเดินออกไป อนาวินทร์เริ่มเล่นงานพุดชมพูตามแผนทันที

    เริ่มด้วยการสั่งให้เอาน้ำมาให้ อ้อยถามป้านิ่มที่มาบอกว่าเอาแบบที่คุณวินสั่งไว้หรือ ป้านุ่มพยักหน้าเนือยๆ

    อ้อยทำตามคำสั่งตักเกลือใส่แก้วแล้วเทน้ำใส่ยกไปให้พุดชมพู แต่เธอระวังตัวอยู่แล้วยกแก้วน้ำขึ้นแต่ไม่ดื่มบอกว่าไม่ค่อยหิวน้ำ อนาวินทร์ผิดหวัง แต่มีแผนสอง ชวนเธอไปดูห้องนอน สั่งอ้อยให้ช่วยยกกระเป๋าไป เธอถามว่าจะมาไม้ไหนอีกล่ะ อนาวินทร์ทำหูทวนลม

    แต่พออ้อยถือกระเป๋าเดินมาตามข้างสระว่ายน้ำพอถึงตรงกลางอนาวินทร์ทำเป็นบ่นว่าเดินช้าแล้วเข้าไปฉวยกระเป๋าจากอ้อยดึงอย่างแรงจนกระเป๋าหล่นไปในสระว่ายน้ำ พุดชมพูร้องลั่นรู้ว่าถูกแกล้งแต่เขาไม่ยอมรับ สั่งอ้อยให้ไปเก็บกระเป๋าแล้วเอาเสื้อผ้าไปซักตากให้ด้วย ถ้าวันนี้แห้งไม่ทันก็ใส่ชุดเดิมไปก่อนยังไงมันก็ไม่เน่าไปกว่านี้หรอก

    สั่งอ้อยแล้วเดินย้อนกลับไปทางเดิม พุดชมพูถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าเพิ่งนึกได้ว่าห้องอยู่ทางโน้น

    พุดชมพูเดินตามขบกรามแน่นที่ถูกแกล้งเป็นชุด เดินถึงหน้าห้องก็ให้เธอเปิดห้องเอง พอเธอเผลอก็ทำเสียงแฮ่! จนเธอตกใจ พอเข้าห้องก็โดดขึ้นไปนอนแผ่ที่เตียง บอกว่าฟูกนุ่มดีถามว่าที่บ้านเธอนอนกับอะไรแคร่หรือเสื่อ? พุดชมพูเหลืออดบอกให้ลุกไล่ให้ออกไปได้แล้ว เขาโยกโย้เธอจึงเข้าไปกระชากแต่เสียศูนย์ล้มทับเขาไปเต็มๆเลยถูกด่า “ยัยพุดเน่า!”

    ลุกไปที่หน้าต่างก็ร้องตื่นเต้นเรียกให้มาดูอะไรนี่พุดชมพูเดินไปดูเห็นอ้อยกำลังตากชุดชั้นในของตนเต็มราวแบบเดียวสีเดียวกันหมด รีบวิ่งลงไปบอกอ้อยว่ามีอะไรก็ไปทำเสีย อ้อยบอกว่าคุณวินสั่งไว้ พุดชมพูขบกรามบอกว่าไม่ต้องตนทำเอง

    อนาวินทร์ยืนมองอย่างสะใจจนเธอตากผ้าเสร็จกลับมาก็ปะทะคารมกันอีก พุดชมพูถามว่าว่างนักหรือถึงได้เที่ยวแกล้งคน เขาย้อนถามว่าเธอเองแย่มากหรือถึงได้อยากได้ของคนอื่น เธอโต้ว่าตนไม่เคยอยากได้มรดกเขาเลยซักบาทเดียว!

    “งั้นเธอตอบรับพินัยกรรมปู่ทำไมล่ะ เห็นๆกันอยู่ว่าหนี้สินของเธอก็ล้างไปหมด แถมได้เงินเดือนระดับผู้บริหารได้ย้ายมาอยู่บ้านนี้อีก สวรรค์เลยใช่ไหมล่ะ”

    “ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับนายเนี่ยนะ นรกชัดๆ!”

    “นรกของจริงยังไม่ถึงหรอกนะ” อนาวินทร์พึมพำแววตาร้ายกาจ เขาอาศัยทีเผลอจับมือเธอไพล่หลังทันที แล้วตะโกนให้พลเอาเชือกมามัดเธอไว้กับเสาอย่างที่เธอจับเขามัดที่เรือนเพราะชำที่ไร่อุ่นรักทันที

    ไม่เพียงเท่านั้นยังตะโกนให้พลลากสายยางมาเปิดน้ำฉีดใส่หน้าจนพุดชมพูสำลักน้ำไปด่าไป

    ooooooo

    ขณะที่อนาวินทร์กำลังหัวเราะสะใจที่ได้เอาคืนพุดชมพูอยู่นั้น ทรงรบก็กลับมาถึง รู้จากป้านุ่มว่าพุดชมพูอยู่หลังบ้านบอกให้เขารีบไปดู พอเขาไปเห็นสภาพของพุดชมพูก็ร้องเสียงดัง

    “คุณพุด! พอได้แล้วครับคุณวิน” อนาวินทร์โต้ว่านี่มันในบ้านตน ตนจะทำอะไรก็ได้ “รังแกคนที่ไม่มีทางสู้เนี่ยหรือครับ? ผมยอมไม่ได้หรอกนะ” ทรงรบเสียงเข้ม

    อนาวินทร์ถามประชดว่ายัยนี่เนี่ยนะไม่มีทางสู้ ทรงรบถามว่าเขาโดนเธอทำอะไรหรือ อนาวินทร์ไม่บอกให้เสียฟอร์มทิ้งสายยางออกไป ทรงรบเข้าไปแก้เชือกถามพุดชมพูว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

    “ไม่เป็นไรค่ะ แค่โมโห...แล้วก็เปียก ไม่รู้อันไหนมากกว่ากัน” เธอยิ้มเหนื่อยๆ

    ทรงรบให้ป้านุ่มช่วยเรียกเจ้านายทุกคนให้ไปประชุมที่ห้องทำงานคุณท่าน เขาเครียดที่ตัวเองมาช้ากว่าพุดชมพูจนมีเรื่อง คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เธอโดนหนักกว่านี้

    ป้านุ่มพาพุดชมพูเข้ามา เธอเปลี่ยนเป็นชุดของอนาวินทร์ พอเขาเห็นก็โวยว่านั่นมันชุดของตน ป้านุ่ม รีบแก้ต่างว่าเพราะเขาทำเสื้อผ้าเธอเปียกก็ต้องรับผิดชอบ แล้วจะออกไป ทรงรบบอกให้ป้าอยู่ด้วยจะได้เอาเรื่องไปบอกคนที่เหลือด้วย

    เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว ทรงรบเอ่ยกับทุกคนว่า ที่เรียกมาก็เพื่อจะแนะนำคุณพุดชมพูอย่างเป็นทางการ อนาวินทร์ขัดขึ้นทันทีว่าพวกเรารู้จัก “คุณ” พุดชมพูกันหมดแล้ว ทรงรบติงว่าเท่าที่เห็นทุกคนปฏิบัติกับเธอแสดงว่าพวกเขายังไม่เข้าใจฐานะของคุณพุดชมพู ชี้แจงว่า

    “จนกว่าคุณอนาวินทร์จะได้รับมรดกอย่าเป็นทางการ คุณพุดชมพูจะอยู่ในฐานะผู้ดูแลบ้านสัตยารักษ์และรักษาการตำแหน่งประธานบริษัทสัตยาอสังหาแทนคุณอาทิตย์ ซึ่งเท่ากับว่าคุณพุดชมพูมีอำนาจตัดสินใจได้ทุกเรื่อง”

    ทิพนาถท้วงทันทีว่าเรื่องที่บริษัทตนพอเข้าใจ แต่ที่จะมามีสิทธิ์ชี้ขาดในบ้านนั้นมากไป พออย่างนี้แล้วตนกับอนาวินทร์จะปกครองคนในบ้านได้ยังไง

    “ฐานะของคุณทิพกับคุณวินก็เหมือนเดิมนี่ครับ เพียงแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรในบ้านนับจากนี้จะเป็นสิทธิ์ขาดของคุณพุดชมพู ซึ่งรวมถึงการจ้างคนและการไล่คนที่ไม่เหมาะสมออก”

    ทิพนาถไม่พอใจหาว่ามัดมือชกกัน พุดชมพูบอกว่าไม่ต้องห่วง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆตนจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น อนาวินทร์ประชดว่ามีอำนาจแล้วก็ใช้ให้เต็มที่เลย

    การันต์ถามเรื่องที่บริษัท ทรงรบบอกว่าไว้ประชุมกันอีกทีเมื่อคูณพุดชมพูพร้อมจะเริ่มงานก็แล้วกัน

    การันต์หันไปยิ้มให้พุดชมพู เธอยิ้มตอบนิดๆ อย่างน้อยดูเขาก็มีความเป็นมิตรกว่าคนอื่น

    ทิพนาถไม่พอใจที่จู่ๆตนก็ต้องมีผู้มาดูแล พูดอย่างเจ็บใจว่า คอยดู...เมื่อไหร่อนาวินทร์ได้มรดกตนจะไล่มันออกทันที อนาวินทร์เยาะหยันว่า ผู้ดูแลน่ะหรือ ตนไม่กลัวหรอกแม่กับรันคอยดูก็แล้วกัน

    หลังประชุมเสร็จ ทรงรบเอาเอกสารอีกชิ้นหนึ่งให้พุดชมพูเซ็น บอกว่านี่เป็นสัญญาลับ ให้อ่านและเซ็นก่อนที่จะเริ่มงาน เธอรับไปอ่านแล้วถามว่าตนต้องเซ็นสัญญานี้จริงๆหรือ ทรงรบพยักหน้าบอกว่านี่เป็นความต้องการของคุณท่านที่บอกให้ตนร่างไว้ ถามว่าเธอโอเคไหม

    “ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เพราะยังไงมันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นอยู่แล้ว” เธอหัวเราะขำๆทรงรบจึงให้เธอเซ็น

    ย้ำว่าขอให้เธอเก็บเรื่องสัญญานี้ไว้เป็นความลับ ห้ามบอกใครเด็ดขาดแม้แต่คุณน้าภัทรา

    “รับทราบค่ะ” เธอตอบขำ แต่ก็สงสัยว่าทำไมปู่จึงทำสัญญานี้ในเมื่อ ‘เรื่องนั้น’ ไม่มีวันเกิดขึ้นอยู่แล้ว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:43 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์