นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    การันต์รุกแผนกำจัดพุดชมพูอย่างต่อเนื่อง เอาบัญชีที่ทำปลอมขึ้นให้อนาวินทร์ดู ใส่ไฟเธอว่า

    “งานที่เขาเซ็นอนุมัติทั้งหมด มีช่อม่วงเป็นคนแต่งบัญชีสอดไส้โครงการ ยักยอกเงินบริษัทไปเท่าไหร่แล้วไม่รู้ เขารู้ว่าหลอกฉันไม่ได้ ถึงได้พยายามเขี่ยฉันออกไป”

    ทรงรบบอกช่อม่วงว่าเราต้องมีหลักฐานมาหักล้างเขาถึงจะยอมรับ ช่อม่วงจะไปตามหวายมาเป็นพยาน

    พุดชมพูติงว่าหวายขอให้ปิดเป็นความลับ เธอจึงเสนอให้ทรงรบไปคุยกับอนาวินทร์อย่าปล่อยให้นายนั่นมาหลอกเขาได้อีก

    “คนที่หลอกฉันก็คือเธอ!” อนาวินทร์โผล่ขึ้นมาทะลุกลางปล้องจนทุกคนตกใจ “ฉันเพิ่งรู้ความจริงวันนี้เอง พุดชมพูกับช่อม่วงรวมหัวกันยักยอกเงินบริษัท!”

    “นี่! หลักฐานทั้งหมด” การันต์กระแทกแฟ้มโครมตรงหน้าพุดชมพู

    ทั้งพุดชมพูและช่อม่วงโต้ว่าพวกตนไม่เคยทำโครงการพวกนี้ ถามว่าทำแบบนี้หมายความว่ายังไง? อนาวินทร์พูดใส่หน้าเธอว่า เลิกหลอกตนได้แล้ว ใส่ร้ายการันต์ไม่พอยังหักหลังตนอีก เธอโต้ว่าคนหักหลังเขาคือการันต์!

    อนาวินทร์ประกาศไล่ทั้งพุดชมพูและช่อม่วงออกนับแต่นาทีนี้ พุดชมชูตะลึง ผิดหวังกับเขาอย่างรุนแรง

    “เก็บข้าวของของเธอออกไปจากบ้านฉันด้วย อย่าให้ฉันเห็นเธอเข้ามายุ่งเกี่ยวอะไรกับสัตยารักษ์อีกเด็ดขาด...ออกไป!!!”

    พุดชมพูไปเก็บเสื้อผ้าแต่หยิบชุดที่อนาวินทร์ซื้อให้ที่ห้างวางไว้บนเตียง พอลากกระเป๋าลงไป อ้อยกับตาลถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะกลับบ้านและไม่มาที่นี่อีก เสียงทิพนาถก็แทรกเข้ามาเย้ยว่าเห็นวินกำลังลำบากเลยตีตัวออกห่าง

    “อ้อย...ตาล...ถ้าเราทำดีแล้วไม่มีใครเห็นก็อย่าท้อนะ ให้คิดเสียว่ายังดีกว่าไม่เคยทำอะไรดีๆไว้ให้โลกเลย” พุดชมพูพูดแล้วลากกระเป๋าออกไป ทิพนาถกินปูน ร้อนท้องเต้นแร้งเต้นกาถามว่าเธอว่าใคร พุดชมพูไม่สนใจ เดินออกไปเลย

    ลงมาถึงโถงบันไดเจออนาวินทร์ เขาถามว่าเก็บของหมดแล้วหรือ เธอบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่ตนมีเรื่องจะคุยกับเขา

    เมื่อไปนั่งที่ริมสระว่ายน้ำ เธอยื่นจดหมายในซองให้บอกว่าอ่านเสียแล้วเขาจะเข้าใจ แทนที่จะอ่านจดหมายเขากลับดึงเธอเข้าไปกอดแน่นบอกว่าถือเป็นครั้งสุดท้าย อย่างน้อยที่ผ่านมาเราก็เคยรู้สึกดีๆต่อกัน เธอผลักออก เขาคลายกอดบอกว่า

    “ให้มันเป็นความทรงจำของเธอ ว่าครั้งหนึ่งเคยได้ใกล้ชิดคนอย่างฉัน”

    “ฉันจะจำเอาไว้เตือนใจว่าความรู้สึกดีๆพวกนี้... ไร้ค่าแค่ไหน!” พูดแล้วน้ำตาไหลเดินกลับไปเอากระเป๋าที่โถงบันได เจอทรงรบกับช่อม่วงพอดี ทั้งสองวิ่งเข้ามาบอกว่าอย่าเพิ่งไป ถูกการันต์พูดแทรกทันทีว่า

    “เขาโกงบริษัทขนาดนี้ยังจะรั้งไว้ทำไมอีก ผมไม่เอาเข้าคุกก็บุญแค่ไหนแล้ว”

    ทิพนาถเดินลงบันไดมาพอดีเยาะเย้ยว่าที่แท้ก็โกงบริษัทนี่เองถึงได้ร้อนตัวรีบหนี ช่อม่วงโต้ว่าไม่จริง พุดชมพูไม่เคยโกงท้าให้ฟ้องเลย เพราะพวกเราก็ไม่ยอมให้ถูกกล่าวหาข้างเดียวเหมือนกัน อนาวินทร์เข้ามาถามทรงรบว่ามีอะไร

    “ผมมีข้อพิสูจน์ว่าคุณพุดจริงใจกับสัตยารักษ์ครับ” เมื่อพากันไปนั่งที่ห้องโซฟา ทรงรบเอาสัญญาที่มีลายเซ็นพุดชมพูวางบนโต๊ะต่อหน้าทุกคนบอกว่านี่คือเอกสารที่เธอเซ็นยินยอมตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำงานที่นี่ บอกทุกคนว่า

    “สัญญาระบุว่า คุณพุดชมพู ฤชุตา จะไม่มีสิทธิ์ใดๆในทรัพย์สมบัติของสัตยารักษ์ทั้งสิ้น ถ้าเธอ...เกิดแต่งงานกับคุณอนาวินทร์ขึ้นมา”

    “ซึ่งจะไม่มีวันนั้น!” พุดชมพูแทรกขึ้นเสียงดัง

    ทรงรบพยายามบอกว่าที่พุดชมพูเซ็นในเอกสารนั้น แสดงว่าเธอจริงใจเข้ามาช่วยสัตยารักษ์ ถูกทั้งอนาวินทร์ และการันต์ที่มีทิพนาถเป็นลูกคู่รุมกันเล่นงาน อนาวินทร์ ตัดสินใจไล่พุดชมพูออกไปจากที่นี่ วันนี้ เดี๋ยวนี้เลย!

    ช่อม่วงผิดหวังมากบอกว่าเสียดาย สัตยารักษ์ไม่ควรมีผู้นำหูเบาขนาดนี้ ทิพนาถจะเข้าไปตบ ทรงรบกับอนาวินทร์ช่วยกันดึงไว้ พุดชมพูประกาศว่า

    “ถ้าฉันกับช่อทำอะไรให้ใครที่นี่ไม่สบายใจก็ขออโหสิ นับจากนี้ขอให้คิดเสียว่า เราไม่มีอะไรติดค้างกัน ทางที่ดีช่วยลืมไปเลยว่าเราเคยรู้จักกัน” เธอเดินน้ำตาไหลออกไป ช่อม่วงมองทุกคนแล้วเดิมตามไป

    ทรงรบพยายามช่วงชิงอนาวินทร์ ติงว่าเขาไม่น่าด่วนตัดสินใจอย่างนั้น ยืนยันว่าคุณท่านไว้ใจพุดชมพูจึงให้มาช่วยงาน การันต์ถามทันทีว่าเขารู้ได้ยังไง

    “ก่อนคุณท่านจะเสีย ท่านเรียกผมมาจัดการเรื่องนี้ และบอกว่ามีคนโกงอยู่ในบริษัทครับ! ท่านไม่ทราบหรอกครับว่าเป็นใคร เพียงแต่...ท่านไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นแล้วท่านก็เป็นห่วงคุณวินมาก”

    แต่ไม่ว่าทรงรบจะอ้างคุณท่านอย่างไร อนาวินทร์ ก็โต้ว่าตนตัดสินใจแล้ว ตนเชื่อคนในตระกูลตัวเองมากกว่าเขา

    “ถ้าคุณวินคิดว่าผมเชื่อถือไม่ได้ งั้นผมก็คงทำงาน ที่นี่ต่อไปไม่ได้...ผมขอลาออกครับ” ทรงรบเดินออกไป

    อนาวินทร์ยังโมโหอารมณ์ค้าง แต่ทิพนาถกับการันต์สะใจที่นาทีนี้อนาวินทร์ไม่เหลือใครเลย

    พุดชมพูนั่งร้องไห้อยู่กับช่อม่วงที่คอนโด ช่อม่วงกอดเธอไว้ ขอให้เข้มแข็ง ตนอยู่ข้างๆเธอ อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลย พุดชมพูกอดช่อม่วงร้องไห้อย่างหนัก

    ooooooo

    วันต่อมา อนาวินทร์เรียกประชุมกรรมการบริหาร ทนายที่ทำงานแทนทรงรบแจ้งว่าตำรวจเชิญกรรมการทุกท่านไปให้ปากคำด้วยเพราะตามกฎหมายกรรมการคนหนึ่งคนใดทุจริตกรรมการทั้งหมดต้องถูกสอบสวนว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่

    ชัชวาลกับวิเชียรไม่พอใจ ถามว่าทรงรบหายไปไหน พออนาวินทร์บอกว่าลาออกไปแล้ว ชัชวาลตำหนิว่าตระกูลนี้ทำงานกับเรามาตั้งแต่รุ่นปู่ ถามอนาวินทร์ว่าทำงานยังไงคนดีๆถึงลาออกไปหมด วิเชียรซ้ำเติมว่าบริษัทที่คุณอาทิตย์สร้างมาคงถึงจุดจบในรุ่นเขานี่แหละ การันต์ทำเป็นคนดีบอกว่าเวลานี้เราควรช่วยกันแก้ปัญหาดีกว่า

    เมื่อประชุมเสร็จออกมา นักข่าวกรูเข้าสัมภาษณ์การันต์ เขาโยนกลองให้อนาวินทร์กับพุดชมพูว่า

    “โครงการประมูลนี้มีแค่คุณอนาวินทร์กับคุณพุดชมพูรับผิดชอบกันอยู่สองคนเท่านั้น ผมคิดว่ากรรมการท่านอื่นน่าจะชี้แจงความบริสุทธิ์ของตัวเองได้”

    นักข่าวฮือฮาขึ้นมา การันต์สะใจในหน้า อนาวินทร์ ที่ยืนอยู่มองการันต์ด้วยสายตานิ่ง ลึก

    รุ่งขึ้นเมื่อพุดชมพูขับรถกลับไร่อุ่นรัก ช่อม่วงก็ได้รับโทรศัพท์จากทรงรบถามเธอว่ารับงานตรวจสอบบัญชีไหม

    พุดชมพูยังกลับไม่ถึงไร่ ภัทราก็ได้รับโทรศัพท์จากอนาวินทร์ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าวๆแล้วฝากให้ช่วยดูแลพุดชมพูแทนตนด้วย ภัทราถามว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย

    “ผมรู้ว่าถ้าบอกให้เขากลับไปเฉยๆเขาจะไม่มีทางทิ้งผมไปแน่ แต่ผมก็ไม่ยอมให้เขาอยู่ในอันตรายเพื่อช่วยผมเหมือนกัน หวังว่าน้าภัทรคงเข้าใจ”

    อนาวินทร์พูดจบ พุดชมพูก็ขับรถมาถึงพอดี ภัทรา รีบออกไปรับทั้งที่หน้าจอโทรศัทพ์ยังโชว์ชื่ออนาวินทร์อยู่ พอเห็นหน้าภัทรา พุดชมพูโผเข้ากอดแม่ร้องไห้โฮ

    “แม่จ๋า...คุณวิน...คุณวินเขาไม่ได้รักพุดแล้ว...พุดรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่าจังค่ะแม่...”

    ภัทรารู้เรื่องจากอนาวินทร์แล้ว กอดพุดชมพูปลอบให้กำลังใจว่า

    “ค่าของพุดอยู่ที่ตัวพุด ไม่ได้อยู่ที่เขารักหรือที่แม่มาบอก อย่าไปฝากคุณค่าของเราไว้กับใครทั้งนั้น...มองให้เห็นด้วยตัวเองนะลูก...”

    ooooooo

    เมื่อกำจัดหนามยอกอกออกไปได้แล้ว ทิพนาถ ชวนอนาวินทร์ไปเที่ยวยุโรปกัน เขาไม่ไปเพราะติดงาน ทิพนาถจึงไปเองแต่ขอให้เขาโอนเงินให้ด้วย

    การันต์ก็นัดกับมานพว่าหลังการประชุมผู้บริหารบริษัทแล้วตนก็จะลาออกตรงนั้นเลย มานพบอกว่าเตรียมพร้อมไว้รับเขาแล้ว

    เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ช่อม่วงที่ทรงรบอ้างว่ามีคนจ้างมาตรวจบัญชีทำงานเสร็จพบว่าการันต์กับชวกร โกงบริษัทไปมากมายและเอกสารถูกส่งไปให้อนาวินทร์แล้ว เขาเรียกประชุมกรรมการบริษัทกะทันหันบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะแจ้งที่ประชุม การันต์บอกว่าตนก็มีเรื่องสำคัญจะแจ้งที่ประชุมเหมือนกัน

    พอเปิดประชุม อนาวินทร์ไม่ทันพูดอะไร การันต์ก็ชิงประกาศลาออกอ้างว่าตนทำงานร่วมกับคนโกงไม่ได้ อนาวินทร์ประกาศทันทีว่าบริษัทประกาศไล่การันต์ออกเพราะทุจริตโกงบริษัทจำนวนมหาศาลและยังโยนความผิดให้อดีตรักษาการประธานบริษัทถือเป็นความประพฤติชั่วร้ายแรง

    การันต์โวยวายว่าถูกอนาวินทร์กล่าวหาลอยๆ ช่อม่วงบอกว่าบัญชีที่เขาแสดงนั้นตนตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเอกสารปลอม แล้วเอาเอกสารตัวจริงมาแสดง การันต์ซีดแต่ทำปากกล้าขาสั่นประกาศจะขอสู้ในศาล ด่าอนาวินทร์ว่ารวมหัวกันใส่ความตนแล้วจะออกจากห้องประชุม

    หมวดจัตวากับตำรวจอีกสองนายมาขวางประตูแจ้งว่า

    “ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม จะหนีไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นครับ” ตำรวจแจ้งข้อหาว่าเขาฆ่านางสาวนุ่ม ศรีธรรมโดยเจตนา การันต์โต้ว่าคดีปิดไปแล้ว หมวดจัตวากับทรงรบบอกว่ายัง ทั้งหมดเป็นแผนของอนาวินทร์ การันต์โต้ว่าตนจะฆ่าป้านุ่มทำไม

    หมวดจัตวาเอาหลักฐานที่อนาวินทร์มอบให้คือโทรศัพท์ของป้านุ่มที่อัดคลิปไว้ในวันที่ถูกเขาทำร้ายมาเปิดให้ฟัง การันต์ได้ยินเสียงตัวเองโต้เถียงกับป้านุ่มคืนนั้นก็ชาไปหมดทั้งตัว หมวดจัตวาแจ้งสิทธ์ิของผู้ถูกจับกุมที่จะให้การหรือไม่ให้การและสิทธิ์ที่จะพบและปรึกษาทนายความ แล้วให้ตำรวจควบคุมตัวไป

    ooooooo

    เมื่อภารกิจสำคัญผ่านพ้นไปแล้ว อนาวินทร์เข้าไปนั่งในห้องทำงานอย่างเหนื่อยล้า ทรงรบกับช่อม่วงแสดงความยินดีที่เขาทำในสิ่งที่คุณอาทิตย์ค้างคาใจมานานได้สำเร็จ

    ช่อม่วงถามว่าแล้วคนที่ยังอยู่และเสียใจมากเพราะเรื่องนี้ล่ะ? บอกว่าตนไม่เคยเห็นพุดชมพูเสียใจเหมือนวันที่เขาไล่เธอออกจากบ้านเลย

    “ผมกลัวว่าพุดจะเป็นอันตรายเลยต้องหาทางกันพุดออกไป แล้วผมจะรีบไปหาพุดให้เร็วที่สุด”

    เมื่อทุกอย่างจบแล้ว ช่อม่วงเก็บของบนโต๊ะใส่กล่อง ทรงรบขอร้องเธออย่าเพิ่งไปขอให้ตนทำอะไรบางอย่างที่ยังบอกเธอไม่ได้ตอนนี้ให้เสร็จก่อน จับมือช่อม่วงขอร้องว่า

    “เอาเป็นว่าคุณรอผมหน่อยนะ ถ้ามันเสร็จเมื่อไหร่ผมจะกลับมาหาคุณทันที แล้วตอนนั้นผมจะตอบทุกอย่างที่คุณสงสัย” ช่อม่วงมองหน้าเขาแว่บหนึ่งแล้วอุ้มกล่องออกไป ทรงรบได้แต่ยืนมองตาละห้อย...

    ‘อะไรบางอย่าง’ ที่ทรงรบพูดถึงคือ ที่เขาสัญญากับนิลลดาไว้ว่าจะเป็นแบบให้เธอวาดรูปเป็นครั้งสุดท้าย แต่เธอหาเหตุถ่วงเวลาและพยายามทำให้เขากลับมาเหมือนเดิม ทรงรบอดทนอย่างอึดอัดเพราะพยาบาลเตือนว่าอย่าทำให้คนไข้เครียด

    ooooooo

    หวายกับโจ้ร่วมกันทำน้ำหอมกลิ่นกล้วยไม้สำเร็จ เมื่อส่งอาจารย์แล้ว อาจารย์ชมว่าน้ำหอมกล้วยไม้ของพวกเขาน่าสนใจ มีความเป็นไปได้สูง ไว้จะลองหานายทุนให้เพราะมีเพื่อนทำธุรกิจเยอะ

    เมื่อออกจากโรงแรมที่อบรม SME หวายถามโจ้ว่าเขาจะไปไหนต่อหรือเปล่าตนจะพาไปแนะนำให้พ่อรู้จัก โจ้บอกว่าพ่อเธอรู้จักตนแล้ว หวายบอกเขินๆว่า รู้จักแบบนั้นกับแบบนี้มันไม่เหมือนกันนี่

    แต่พอไปถึงบ้าน พบวันชัยกำลังลากกระเป๋าเดินทางออกมาท่าทางรีบร้อน บอกหวายว่าตนอยู่ไม่ได้แล้ว เพราะการันต์ถูกจับ ตำรวจต้องสาวมาถึงตนแน่ จับไหล่หวายบอกว่า

    “หวาย...พ่อขอโทษที่อยู่ดูแลแกไม่ได้ แกดูแลตัวเองดีๆนะ”

    หวายกอดพ่ออ้อนวอนอย่าทิ้งตนไปเราอยู่กันสองคนพ่อลูกมานานถ้าพ่อไปแล้วตนจะอยู่กับใคร ตนมีแค่พ่อคนเดียว โจ้ก็บอกว่าอย่าหนีเลย ถ้าเลือกที่จะหนีก็ต้องหนีไปเรื่อยๆ ให้คืนเงินที่ได้จากการันต์และขอเป็นพยานในคดีแทน

    หวายอ้อนวอนพ่อบอกว่าตนจะขอให้ทรงรบหาทางช่วยพ่อ วันชัยคิดเครียดแล้วพยักหน้า หวายดีใจสุดชีวิตโผเข้ากอดบอกว่า “หวายรักพ่อนะ” วันชัยกอดหวาย บอกว่า “พ่อก็รักหนูนะ” โจ้มองสองพ่อลูกที่เข้าใจกัน นึกดีใจแทนหวาย...

    ooooooo

    สถานการณ์ยังร้อนระอุ เมื่อผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีทุจริตประมูลพลิก ตำรวจจับกุมนายการันต์ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ฉ้อโกงและฆ่าคนตายเพื่อปกปิดความผิด ชวกรดูข่าวนี้สบถอย่างหัวเสีย “โธ่เอ๊ย!!”

    ขณะเดียวกันอนาวินทร์ก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวที่โถงบริษัทว่าดีใจที่ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ทุกคน ต่อไป ก็ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย คนทำผิดต้องได้รับโทษไม่ว่าจะเป็นใคร และขอบคุณทุกคนที่คอยช่วยเหลือตน โดยเฉพาะคนที่หวังดีและคอยเตือนสติตนเสมอ...ทำให้ตนมีวันนี้

    พุดชมพูดูข่าวนี้รู้สึกเหมือนอนาวินทร์พูดกับตน ต่อมาก็มีโทรศัพท์เข้า หน้าจอโชว์ชื่อ “วิน” เธอมองนิ่ง ไม่รับสายจนภัทราพูดเปรยๆว่า “ถ้าเลือกจะหนีก็ต้องถามตัวเองด้วยนะว่าจะหนีไปถึงเมื่อไหร่” แล้วลุกไป เธอตัดสินใจรับสาย

    อนาวินทร์ถามเธอว่าดูข่าวหรือเปล่า คิดว่าเธอคงเข้าใจแล้วว่าที่ตนให้เธอกลับไปอยู่ที่ไร่ทั้งๆที่ไม่อยากให้ไปเลย ทั้งนี้เพราะกลัวเธอจะได้รับอันตราย ตนยอมให้เธอเป็นอะไรไม่ได้ เธอย้อนถามว่าคิดบ้างไหมว่าตนจะรู้สึกยังไง?

    “ฉันขอโทษ ถ้าฉันทำให้เธอเสียใจแต่ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของเธอนะพุด”

    “ฉันเข้าใจแต่ถ้าฉันเป็นนายไม่ว่าจะความปลอดภัยหรือความรู้สึกดี ฉันจะห่วงมันมากพอๆกัน” พูดแล้ววางสายเลย

    อนาวินทร์ตัดสินใจหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กเก็บของจำเป็นใส่กระเป๋า

    หลังจากวางสายจากอนาวินทร์แล้ว คืนนี้พุดชมพู ก็เฝ้ารอข่าวจากเขา ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีมิสคอล และแม้กระทั่งไลน์จากเขา เธอมองโทรศัพท์พึมพำ

    “เป็นแบบนี้คงดีที่สุดแล้ว” แล้ววางโทรศัพท์ไว้หัวเตียงใกล้โคมไฟ ลงนอนหันหลังให้โคมไฟ...

    ก่อนเดินทาง อนาวินทร์ไปหาหมวดจัตวาที่สถานีตำรวจและขอเข้าพบการันต์ที่ห้องขัง ทั้งสองเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด การันต์ยังคงระบายความคับแค้นที่ตนเป็น “สัตยารักษ์” คนหนึ่งที่สร้างสัตยาอสังหามากับมือแต่ต้องมาทนดูคนโง่อย่างเขามาเป็นผู้นำ

    อนาวินทร์ชี้ว่าที่เขาตกต่ำจนเข้าคุกเพราะเขาทำตัวเองเพราะความคิดชั่วๆของเขาเอง การันต์ไล่ตะเพิด ให้ออกไป อนาวินทร์พูดก่อนเดินออกไปอย่างไม่แยแสว่า “แกจะต้องทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต”

    “ฉันจะทำให้แกรู้ว่าคนที่ทรมานทั้งชีวิตเป็นยังไง!” การันต์ตะโกนไล่หลังอนาวินทร์เหมือนคนเสียสติ

    ooooooo

    ช่อม่วงอุ้มลังกลับไปแล้วหาทัมบ์ไดรฟ์ไม่เจอจึงกลับไปที่ห้องทำงานของทรงรบพบว่ายังค้างอยู่ที่เครื่องจึงเข้าไปดึงออก พอดีทรงรบเข้ามาต่างบอกว่าลืมของ ทรงรบเอาเอกสารบนโต๊ะแล้วออกไป ช่อม่วงมองตามพึมพำกับตัวเอง

    “เขาสั่งให้รอ...ฉันต้องรอ...รอ...รอ...โอ๊ย! ไม่รอแล้ว ฉันจะรู้ให้ได้วันนี้!!”

    ทรงรบไปที่โรงพยาบาลเพื่อเป็นแบบให้นิลลดาวาดรูปตามสัญญา เขาเร่งวาดให้เสร็จเร็วๆ เธอเสียใจว่าเขาไม่แคร์ตนเลย ลงสีไปปาดน้ำตาไป เขาบอกว่าถ้าเธอไม่พร้อมจะพักหน่อยก็ได้ เธอดีใจถามว่าเขาแคร์ตนด้วยหรือ

    “ถึงยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน” ทรงรบตอบด้วยความรู้สึกดี นิลลดาขอให้เขากอดตน ทรงรบยืนนิ่ง เธอขอร้องว่ากอดอย่างเพื่อนก็ได้ แล้วเป็นฝ่ายจับมือเขาโอบเอวตัวเองไว้ เขาอึดอัดแต่ไม่ขัดขืน

    “อย่าปฏิเสธเลยนะคะ ถ้านี่จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่รบจะอยู่กับลดา ลดาขอใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุด”

    ขณะทรงรบลำบากใจว่าจะทำอย่างไรดี ช่อม่วงที่ตามมาก็เปิดประตูเข้าไปเบาๆ นิลลดาเห็นพอดี เธอดึงเขาเข้าไปจูบทันที ช่อม่วงตกใจผงะ ทรงรบไม่รู้ว่าช่อม่วงยืนอยู่ด้านหลัง นิลลดาจูบเขาแล้วค่อยๆผละออก

    “นี่เหรอคะ ที่คุณบอกให้ฉันรอ” ช่อม่วงถามเสียงปร่า ทรงรบตกใจหันไปเห็นเธอยืนอยู่ เขาพยายามจะชี้แจงแต่ช่อม่วงหันเดินอ้าวไปแล้ว เขาจะวิ่งตามก็ถูกนิลลดาดึงไว้ขอให้อยู่กับตนก่อน เขาบอกให้ปล่อยพลางแกะมือเธอออก

    “ไม่ค่ะ ลดารักคุณนะ รักที่สุด”

    “คุณไม่ได้รักผมหรอกลดา คุณรักตัวเอง รักจนจะทำอะไรก็ได้ ขอแค่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ผมไม่เหลือความรู้สึกอะไรกับคุณแล้ว...แม้แต่เพื่อน!”

    ทรงรบผละออกไปทันที เขาวิ่งตามช่อม่วงไปถึงหน้าโรงพยาบาลเธอก็ขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว พยายามโทร.หาเธอก็ไม่รับ เขาตามไปถึงคอนโดเคาะประตูเรียกเธอ บอกให้กลับไปเสียเราไม่มีอะไรจะต้องคุยกันอีกแล้ว แต่เขาก็เคาะประตูเรียกอยู่อย่างนั้น จน รปภ.มาบอกว่า เจ้าของห้องโทร.แจ้งให้เชิญเขาออกไป ทรงรบจึงจำต้องกลับไป

    ooooooo

    เมื่อจัดการการันต์และชวกรแล้ว อนาวินทร์ ถามทิพนาถว่าเงินสดที่ปู่ให้เป็นมรดกเหลืออยู่เท่าไหร่ เธอบอกว่าไม่เหลือแล้ว เพราะตนไม่มีรายได้อื่น เขาบอกว่าคิดจะให้เงินแม่สักก้อนเป็นก้อนสุดท้าย และต่อไปแม่ต้องทำงานหาเงินเอง

    ทิพนาถบอกว่าตนไม่รู้เรื่องธุรกิจเลย เขาถามว่าอยากปลูกดอกเบญมาศไหมตนเชื่อว่าแม่ทำได้และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตนก็จะคอยช่วยเหลือแม่เอง ทิพนาถจำต้องพยักหน้าอย่างไม่มีทางเลือก

    คุยกับทิพนาถแล้ว อนาวินทร์เข้าห้องนอนพูดกับรูปของพุดชมพูว่า “พรุ่งนี้เราจะได้เจอกันแล้วนะ”

    รุ่งขึ้นเขากำลังจะออกเดินทางก็ได้รับโทรศัพท์จากทรงรบจะให้เซ็นเอกสารด่วนเขาถอนใจเซ็งๆบอกให้เมสเซนเจอร์เอามาให้เซ็นที่บ้านก็แล้วกัน เร่งให้มาเร็วๆเพราะตนกำลังจะไปหาพุดชมพู

    การันต์ได้ประกันตัวออกไป เขาโทร.บอกนพดลว่าตนลาออกจากสัตยาอสังหาและพร้อมจะไปทำงานกับแกรนด์คอนสตรัคชั่นแล้ว นพดลบอกว่าข่าวเขาดังขนาดนั้นขืนตนรับมาทำงานด้วยบริษัทตนก็เสียหายหมด จึงขอยกเลิกข้อตกลงเดิม การันต์ผิดหวังไม่พอใจมากบอกนพดลว่าตนทำทุกอย่างเพื่อบริษัทของเขา

    “เฮ้อ...พูดตามตรงนะขนาดกับสัตยาอสังหาที่เป็นของครอบครัวคุณแท้ๆ คุณยังทรยศได้ขนาดนั้น ผมคงทำงานกับคนอย่างคุณไม่ได้หรอก” พูดแล้ววางสายทันที การันต์โกรธแทบคลั่ง พอดีรถชวกรเข้ามาจอด เขาตรงไปกระชากประตูถามว่าทำไมมาช้านัก

    “มัวแต่หาของที่คุณสั่งน่ะสิ ยิ่งเงินผมขาดมือ ยิ่งหายาก” การันต์ตวาดว่าเงินตนให้ไม่เคยอั้น ถามว่าแล้วได้ของมาหรือยัง ชวกรหยิบกระเป๋าสีดำจากเบาะหลังส่งให้ การันต์แง้มดูเห็นปืนอยู่ในนั้นสองกระบอก เขายิ้มเหี้ยมสั่ง

    “ไปไร่อุ่นรัก!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์