นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ป้านุ่มเป็นห่วงอนาวินทร์รออยู่จนดึกโทร.ไปหาก็ไม่รับสายเลยฟุบหลับไปที่โซฟา สักครู่มีเสียงรถแล่นเข้ามา แต่เป็นการันต์ เขาเดินเข้ามาโถงบันไดที่ปิดไฟมืด ก็ได้รับโทรศัพท์จากนพดล เขาหยุดรับสายคุยอย่างผยองว่า

    “ผมบอกแล้วว่ายังไงก็ต้องสำเร็จ” เดินมาถึงข้างโซฟาหยุดมองกรอบรูปอนาวินทร์ที่ชั้นวางของ พึมพำ “มันได้ประกันตัวออกมาแล้ว แต่ไม่รู้หายหัวไปไหนคงจะอายมากละมั้ง” หัวเราะสะใจแล้วพูดต่อ “อย่าลืมที่สัญญาไว้ก็แล้วกัน ผมทั้งเบื่อทั้งสะอิดสะเอียนสัตยาอสังหาจนจะแย่อยู่แล้ว”

    ป้านุ่มตื่นมาได้ยินตกใจมากพยายามนิ่งและเงียบที่สุดจนแทบไม่กล้าหายใจ เงี่ยหูฟัง การันต์ยังคงพูดว่า

    “สัตยาฯเหมือนเรือกำลังจะจม ผมไม่อยู่ให้โง่หรอก”

    ป้านุ่มค่อยๆหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่อนาวินทร์ซื้อให้และหัดใช้จนเป็นแล้ว คลานเข้าใกล้การันต์แอบถ่ายวีดิโอไว้

    “หึๆๆ เช็คนั่นเป็นของอนาวินทร์จริงๆ ลายเซ็นน่ะปลอม งานนี้มันเสร็จแน่! แล้วผมก็จะลาออกจากสัตยาอสังหาทันทีด้วยเหตุผลว่า ร่วมงานกับคนโกงไม่ได้”

    ป้านุ่มโกรธจนทำมือถือตก รีบคลำหาในความมืด พอเจอโทรศัพท์ก็ถูกการันต์เดินเข้ามายืนค้ำหัวถาม “ทำอะไรอยู่ครับป้านุ่ม” ป้านุ่มตกใจเงยหน้าขึ้นเห็นการันต์จ้องด้วยสายตาราวกับเสือร้ายจะตะครุบเหยื่อ ถามว่ามาทำอะไรอยู่แถวนี้ ได้ยินตนพูดอะไรบ้าง ป้านุ่มอึกอักแต่โทรศัพท์ยังอัดคลิปอยู่ ป้าเลยเขี่ยโทรศัพท์ไปใต้โซฟาโดยที่การันต์ไม่ทันเห็น

    การันต์คาดคั้นถามว่าป้านุ่มได้ยินอะไรบ้าง เมื่อป้าปฏิเสธ เขาใช้ไม้อ่อนบอกว่า

    “เรามาพูดกันตรงๆดีกว่านะครับ ไม่ว่าป้าจะได้ยินอะไรถ้าป้าสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องวันนี้กับใคร ผมก็สัญญาว่าป้านุ่มจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขเหมือนเดิม”

    “ป้าไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้ คุณท่านอุตส่าห์เอาคุณมาเลี้ยง ให้เรียนหนังสือ ให้ชีวิตใหม่กับคุณ คุณทำแบบนี้ได้ยังไง ไอ้คนอกตัญญ!”

    การันต์ระบายความคับแค้นใจ ความผิดหวังของตนที่เห็นทุกอย่างอยู่ตรงหน้าแต่ไม่มีวันได้ เพราะตนไม่ใช่ไอ้วิน! ป้านุ่มด่าว่าเป็นความคิดเห็นแก่ตั;หมกมุ่นอยู่แต่กับสิ่งที่อยากได้ ขู่ว่าจะฟ้องคุณวิน เสียใจทีคุณท่านมองผิดไปไม่ควรเก็บขยะอย่างเขาเข้าบ้านตั้งแต่แรกแล้ว

    การันต์เลือดขึ้นหน้าตรงเข้าบีบคอป้านุ่ม ป้าดิ้นสุดแรง พอหลุดก็วิ่งหนี การันต์ตามไปจับได้ปิดปากป้านุ่มจนหายใจไม่ออกตาเหลือก ป้าจิกเล็บที่มือการันต์หวังให้ปล่อย แต่เขาก็ลากป้าไปทางริมสระน้ำกระซิบว่ารู้ว่าป่าว่ายน้ำไม่เป็นแล้วผลักลงสระไป ยืนมองป้านุ่มที่ตะเกียกตะกายในน้ำอย่างเลือดเย็น จนแน่ใจว่าป้านุ่มขึ้นจากน้ำไม่ได้แน่แล้วจึงเดินไป

    ไม่นานอนาวินทร์กับพุดชมพูก็กลับมา เห็นบ้านมืด เงียบ ก็คิดว่าคงนอนกันหมดแล้วจึงเดินผ่านสระน้ำที่ป้านุ่มนอนจมอยู่ก้นสระขึ้นบ้านไป

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ตาลกับอ้อยตื่นมาทำงานตามปกติ เอะใจไม่เห็นป้านุ่มจึงออกตามหา อ้อยมาเห็นร่างป้านุ่มนอนคว่ำอยู่ก้นสระ ตกใจสุดขีดร้องสุดเสียง ทุกคนวิ่งมาดู อนาวินทร์เห็นป้านุ่มอยู่ก้นสระถึงกับช็อก

    หมวดจัตวาที่สารวัตรเห็นว่าเป็นคนช่างสังเกตและทำงานละเอียดมาชันสูตรศพเบื้องต้นบอกว่าป้าเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ถามว่าใครเห็นป้าเป็นคนสุดท้าย อ้อยบอกว่าป้ารอคุณวินอยู่ที่ห้องโซฟากลม ตนกับตาลง่วงเลยไปนอนตอนสี่ทุ่ม

    หมวดจัตวาขอสอบปากคำทุกคนในบ้าน ทิพนาถบอกว่าตนกินยาไปตอนสามทุ่มและหลับเป็นตายจนเช้า อนาวินทร์บอกว่าป้าโทร.หาตนตอนสี่ทุ่มแต่ตนไม่ได้รับ การันต์บอกว่าตนกลับมาประมาณห้าทุ่ม บ้านเงียบ ชั้นล่างก็ปิดไฟเรียบร้อย ทุกอย่างเป็นปกติ หมวดจัตวาถามว่าป้านุ่มมีปัญหากับคนในบ้านไหม พลบอกว่าไม่มี พวกตนรักป้านุ่มเหมือนญาติผู้ใหญ่

    “ถ้าจะมีก็อาจจะเป็นคุณทิพค่ะ ป้านุ่มจับได้ว่าคุณทิพขโมยของเก่าของคุณท่านไปขายหลายครั้ง พวกหนูไม่มีใครกล้ายุ่งหรอกค่ะ แต่ป้านุ่มแกโกรธเพราะเป็นของเก่าแก่ของคุณท่าน” อ้อยนึกได้

    การันต์ผสมโรงทันทีว่า “ผมได้ยินป้านุ่มทะเลาะกับน้าทิพ ช่วงนี้น้าทิพมีปัญหาเรื่องเงินเลยขโมยของเก่าของคุณปู่ไปขาย พอป้านุ่มเตือน น้าทิพโกรธมาก ผมได้ยินน้าทิพขู่ป้านุ่มว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด”

    หมวดจัตวาหันมาสนใจเรื่องนี้ทันที การันต์ลอบมองอย่างสมใจที่เบนความสนใจของหมวดมาได้

    อนาวินทร์เสียใจเรื่องป้านุ่มเขารู้สึกชีวิตนี้ไม่เหลือใครแล้ว พุดชมพูจึงโทร.บอกช่อม่วงว่าจะหยุดงานอยู่เป็นเพื่อนเขา

    ooooooo

    เมื่อเห็นว่าอนาวินทร์มีคดีหมดอนาคตวันชัยก็สั่งห้ามหวายคบกับเขา แม้แต่งานศพของป้านุ่มก็ไม่ให้ไป หวายรับไม่ได้คิดไม่ตกเพราะตนก็สนิทกับป้านุ่ม บ่นกับโจ้ว่า

    “ฉันเคยคิดว่าพ่อดุเพราะห่วงและหวงฉัน แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าพ่อคิดถึงแต่ตัวเองมากกว่า”

    “ไม่หรอก พ่อทุกคนก็ห่วงลูกทั้งนั้นแหละ ยิ่งลูกอย่างคุณยิ่งน่าห่วง เรามาช่วยกันทำโปรเจกต์น้ำหอมกล้วยไม้นี่ให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่เป็นรายงานส่งอาจารย์เท่านั้นนะ เราจะทำมันออกมาจริงๆ คุณจะได้พิสูจน์ตัวเองให้พ่อคุณเห็นว่าคุณทำได้”

    โจ้ปลอบและให้กำลังใจจนหวายมีกำลังใจขึ้นมา

    ผ่านไปหลายวันแล้ว อนาวินทร์ยังนั่งซึมอยู่ที่เก้าอี้ของปู่ การันต์เข้ามาปลอบว่าป้านุ่มไปสบายแล้วป้าคงไม่อยากเห็นเขาเศร้า อนาวินทร์บอกว่าตนไม่เหลือใครแล้ว

    “แกยังดีกว่าฉัน ฉันไม่เคยมีใครเลยด้วยซ้ำ!” อนาวินทร์เหลือบมองการันต์แว่บหนึ่งด้วยความรู้สึกที่ต่างจากเดิม แล้วนิ่งเงียบ พอดีอ้อยเข้ามาบอกว่าคุณพุดเชิญที่ห้องรับแขกเพราะหมวดจัตวามา

    หมวดจัตวามาบอกว่าผลการชันสูตรป้านุ่มตายเพราะจมน้ำแต่ยังสงสัยเรื่องสาเหตุการจมน้ำเพราะดึกขนาดนั้นผู้ตายจะไปทำอะไรแถวนั้น ที่สำคัญผู้ตายว่ายน้ำไม่เป็นและรู้ว่าตัวเองเป็นลมบ่อยจึงน่าจะระวังตัวมากอยู่แล้ว จึงมาเชิญทิพนาถไปให้ปากคำที่สถานี ทิพนาถตกใจบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไร

    “ดูเหมือนคุณทิพนาถจะเป็นคนเดียวที่มีเรื่องขัดแย้งกับผู้ตายก่อนหน้านี้ ผมอยากทราบรายละเอียดครับ”

    ทิพนาถตกใจ การันต์มีแววตาสะใจ พุดชมพูเหลือบมองทันเห็นแววตานั้นพอดี...

    เมื่อหมวดจัตวากลับไปแล้ว พุดชมพูถามการันต์ว่าคิดอย่างไรที่หมวดสงสัยทิพนาถ เขาโยนกลองซ้ำเติมเนียนๆว่าเท่าที่ฟังจากหมวด น้าทิพดูจะเป็นคนเดียวที่มีปัญหากับป้านุ่ม

    “แค่น้าทิพคนเดียวจริงเหรอคะ” พุดชมพูดักคอ การันต์สะดุ้ง ถามว่าหมายความว่ายังไง “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พุดแค่สงสัยไปเรื่อย ก็อย่างที่บอกล่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าวินไม่เหลือใคร วินยังมีพุด และพุดก็จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยวิน”

    “อย่ามั่นใจตัวเองนักเลย โลกธุรกิจที่นี่ไม่เหมือนไร่ดอกไม้ของคุณหรอกนะ ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะกลับไร่ไปซะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ”

    “พุดไม่ใช่คนขี้ขลาดแบบนั้นหรอกค่ะ” เธอเดินเข้าหาเขาพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วเดินออกไป

    การันต์แค้นจิกตามองตาม ถูมืออย่างลืมตัว

    ooooooo

    การันต์ไปหาชวกรที่คอนโด พอชวกรรู้ว่าตำรวจสงสัยทิพนาถก็ไม่พอใจ การันต์บอกว่าก็เพราะเขาแนะนำให้เธอเอาของในบ้านไปขาย ชวกรไม่พอใจมากสบถว่าแค่ยัยแก่จมน้ำตายสืบอย่างกับเป็นฆาตกรรม

    การันต์ถามว่าเป็นห่วงเมียหรือ ชวกรบอกว่าเธอเป็นแหล่งเงินของตน

    “ของน้าทิพมันกระจอก ฉันต่างหากที่มีบุญคุณท่วมหัวแก” พูดแล้วโยนซองเงินให้ ชวกรเปิดดูก็ตาโต การันต์สั่งเหี้ยมว่า “ยัยพุดชมพูมันชักจะยุ่มย่ามมากเกินไปแล้ว จัดการให้มันเงียบซะ”

    วันนี้ชวกรสบโอกาสเมื่อพุดชมพูเรียกประชุมผู้บริหารบริษัท ประชุมเสร็จช่อม่วงชวนไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า ตนมีร้านแนะนำออกไปนอกเมืองนิดหน่อย พอพุดชมพูจะออกไป วิเชียรก็มาขอปรึกษาอะไรหน่อย เธอจึงให้ช่อม่วงกับทรงรบไปก่อนเสร็จแล้วตนจะตามไป

    คุยกับวิเชียรเสร็จ พุดชมพูโทร.บอกช่อม่วงว่าตนกำลังจะไปแล้วเดินไปที่รถ

    ชวกรและชายฉกรรจ์อีก 3 คน อยู่ในรถตู้ติดฟิล์มดำซุ่มอยู่ ขับรถตามพุดชมพูไป มันคอยจนทั้งสามกินข้าวเสร็จ ช่อม่วงขอไปห้องน้ำก่อน พุดชมพูจึงแยกไป

    พุดชมพูลืมกระเป๋าถือไว้ พนักงานวิ่งเอามาให้ช่อม่วง เธอโทร.ถามพุดชมพูถามว่าไปถึงไหนแล้วเดี๋ยวจะขับรถตามไปให้ ขณะพุดชมพูชะลอรถบอกพิกัด ก็ถูกรถตู้ปาดมาขวาง เธอตกใจร้อง “เฮ้ย!!” แล้วเงียบไป ช่อม่วงตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ติดต่อไม่ได้แล้ว!

    ชวกรกับชายฉกรรจ์สามคนกรูกันลงจากรถมาล้อมรถของพุดชมพู ชวกรตะคอกให้ลงมา พลางกระชากประตูรถปรากฏว่าประตูล็อก มันเอาปืนมาจ่อสั่งให้ปลดล็อก แล้วสั่งให้ลงจากรถ พอลงไปเธอถามว่าพวกมันเป็นใครต้องการอะไร ชวกรไม่ตอบสั่งชายฉกรรจ์ “จัดการมัน!” ชายฉกรรจ์ถือไม้หน้าสามรุมเข้ามา แม้พุดชมพูจะสู้แต่ก็ถูกพวกมันใช้ไม้ฟาดที่แขนจนแขนห้อย

    ขณะกำลังเข้าตาจนนั้น ทรงรบกับช่อม่วงมาถึงพอดี ทรงรบตะโกนให้มันหยุด ชวกรหันมองตวาดว่า

    “เข้ามาแส่ตลอดเลยนะแก”

    พุดชมพูสะดุดทั้งเสียงและประโยคที่พูดเหมือนคนรู้จักกัน ชายฉกรรจ์รุมกันเข้าทำร้ายพุดชมพู ทรงรบโถมเข้าช่วยสุดตัว ชวกรตะโกนให้จับพุดชมพูไว้ถามใส่หน้าเธอว่า “หายซ่าได้หรือยัง” เมื่อเธอฮึดสู้ก็ถูกชวกรใช้ปืนตบหน้าอย่างแรง ช่อม่วงร้องไห้ขอร้องให้พอแล้ว ชวกรมองพุดชมพูที่นอนตัวงอคว่ำหน้าอยู่ปรามว่า

    “ถ้าไม่อยากตายก็ไสหัวกลับไร่ไปซะ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ!!”

    พุดชมพูเงยหน้ามองทันทีเพราะเป็นคำพูดเดียวกับที่การันต์พูดกับตน

    เมื่อทำร้ายจนหนำใจแล้วชวกรขู่อีกว่า ถ้ายังเสนอหน้าอยู่อีก คราวหน้า...ตาย! แล้วพวกมันก็ขึ้นรถหนีไป

    ช่อม่วงกับทรงรบแม้จะถูกทำร้ายยับเยิน แต่ก็พยายามเข้าไปช่วยพุดชมพู

    ooooooo

    วันนี้อ้อยมาทำความสะอาดที่ห้องโซฟากลม ใจยังกลัวๆป้านุ่ม บังเอิญทำโทรศัพท์ตัวเองหลุดมือกลิ้งไปใต้โซฟาพอก้มลงเก็บเห็นอะไรอยู่ใต้โซฟาลึกเข้าไปอีก พอหยิบโทรศัพท์ตัวเองได้แล้วก็เอาด้ามไม้ขนไก่เขี่ยสิ่งนั้นออกมา

    มันเป็นโทรศัพท์ของป้านุ่ม! อ้อยเอาไปเคาะประตูเรียกอนาวินทร์ที่ยังเศร้าซึมอยู่ในห้อง เขากดดูปรากฏว่าแบตหมดจึงเอามาชาร์จแล้วจะเปิดดู ช่อม่วงก็โทรศัพท์มาบอกเรื่องพุดชมพูถูกดักทำร้ายขณะนี้รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล

    อนาวินทร์รีบไปโรงพยาบาลทันที พุดชมพูออกจากห้องเอกซเรย์พอดี พยาบาลบอกว่าโชคดีที่แขนไม่หักแต่คืนนี้อาจจะระบม เขาตรงเข้าไปลูบรอยช้ำที่แก้มเธอคำราม

    “ใครมันกล้าทำกับเธอขนาดนี้!? ถ้าฉันรู้ว่ามันเป็นใคร ฉันจะไม่ปล่อยมันไว้แน่”

    พอพุดชมพูบอกว่าคือชวกร เขากลับถามว่ารู้ได้ไงในเมื่อพวกนั้นใส่หมวกปิดหน้า เธอบอกว่าจำเสียงมันได้ไม่ผิดแน่ เขาคำรามว่าต้องเอามันเข้าคุกให้ได้ เธอถามว่าถ้ามีคนสั่งให้ทำล่ะ?

    “ใคร?”

    “คุณการันต์” อนาวินทร์ถามอย่างไม่เชื่อว่ารันเนี่ยนะ “คุณการันต์ติดต่อกับชวกรอยู่ตลอด ฉันเคยได้ยินเขาโทรศัพท์คุยกัน แล้วถ้าฉันเข้าใจไม่ผิด เขาเป็นคนประกันตัวชวกรออกมาด้วยซ้ำ”

    อนาวินทร์บอกว่าอาจเป็นไปได้เพราะพวกเขาทำงานด้วยกันมานาน แต่เธอรู้ได้ยังไงว่าการันต์เป็นคนสั่งให้ชวกรทำ เธอบอกว่าชวกรพูดเหมือนที่การันต์พูดกับตนเมื่อวันก่อน ที่ให้ตนกลับไปอยู่ไร่เสียอย่ายุ่งกับเรื่องที่นี่ อนาวินทร์ไม่เชื่อถามว่าการันต์จะทำร้ายเธอทำไม ไม่มีเหตุผลเลย

    “ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ? เป้าหมายจริงๆของเขาคือนายต่างหาก ลองคิดดูนะ เช็คของนายไปอยู่กับคุณสมเดชได้ยังไง? นายเก็บไว้ในลิ้นชักในห้องนอนมีใครเข้าไปห้องนายได้บ้างนอกจากป้านุ่ม” เขาติงว่าเธออคติกับการันต์มากไป “ฉันไม่ได้อคติ ชวกรพูดเหมือนกับนายการันต์เปี๊ยบเลยมันจะเป็นไปได้ยังไง”

    “เธอคิดไปเองทั้งนั้น เธอไม่เห็นหน้าชวกรด้วยซ้ำ”

    “แล้วเรื่องเช็คล่ะ นายจะอธิบายว่าไง”

    “พอแล้ว ฉันไม่อยากฟัง รันโตมากับฉัน รันไม่มีทางหักหลังฉัน” อนาวินทร์เดินออกไปอย่างฉุนเฉียว

    พุดชมพูได้แต่มองตามและถอนใจ...หนักใจ...

    ooooooo

    พอกลับถึงห้องนอน อนาวินทร์คิดทบทวนที่พุดชมพูพูดเรื่องเช็ค จึงเดินไปหยิบเช็คในลิ้นชักออกมาดูแล้วเก็บเข้าลิ้นชักอย่างไม่อยากเชื่อที่พุดชมพูพูด

    เขาเดินหงุดหงิดมานั่งที่โต๊ะ เห็นโทรศัพท์ป้านุ่มที่ชาร์จแบตทิ้งไว้จึงถอดสายชาร์จแล้วเปิดเครื่อง เห็นรูปที่ถ่ายเซลฟี่กับป้านุ่มในวันที่ซื้อโทรศัพท์มาให้ป้านุ่มแล้วน้ำตาไหล...

    จนเช้าอนาวินทร์ยังนั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าเหนื่อยล้าเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืนมือกำโทรศัพท์ป้านุ่มแน่น สีหน้าสับสน ในที่สุดเขาลุกขึ้นเปิดลิ้นชักเก็บมือถือไว้แล้วล็อกกุญแจ พริบตานั้นสีหน้าแววตาเขากลับเข้มแข็งขึ้นอย่างตัดสินใจแล้ว

    เขาเดินผ่านห้องพุดชมพูเคาะประตูเบาๆ เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับแม่อยู่ไม่ได้ยิน เขาเปิดประตูเข้าไป พุดชมพูยังคุยกับแม่ไม่รู้ตัว

    “คุณวินยังซึมๆอยู่เลยค่ะแม่...แต่พุดเชื่อว่าอีกไม่นานคุณวินจะเข้มแข็งและกลับมาต่อสู้ค่ะ” อนาวินทร์ฟังแล้วยิ้มมีกำลังใจที่เธอเชื่อใจตน “พุดสบายดีค่ะแม่ ไม่ต้องห่วงนะคะ พุดขออยู่ช่วยคุณวินก่อน ยังไงเราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองค่ะ พุดเชื่อว่าคุณวินบริสุทธิ์”

    อนาวินทร์ซึ้งจนอยากร้องไห้ นิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงออกไปโดยที่พุดชมพูไม่รู้เลยว่าเขาเข้ามา เธอยังคุยกับแม่ต่อไป

    จนเมื่อจะไปทำงาน พุดชมพูถามอ้อยว่าคุณวินยังไม่ตื่นหรือ อ้อยบอกว่าตื่นนานแล้วเพิ่งออกไปเมื่อกี๊นี้เอง

    พุดชมพูรู้สึกผิดหวังที่เขาไม่แวะหาตนก่อน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร...

    ความสัมพันธ์ระหว่างอนาวินทร์กับพุดชมพูยังเหมือนไม่เข้าใจกัน วันนี้พุดชมพูไปนั่งที่เก้าอี้ในสวนคิดอะไรเหม่อลอยอยู่ จู่ๆก็มีมือสอดเข้ามาจากซอกคอด้านหลัง เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่รู้โดยสัญชาตญาณว่าคือมือของอนาวินทร์ มือนั้นสวมสร้อยคอมีจี้รูปหัวใจให้ เธอถามว่าอะไร เขาพูดเสียงขรึมว่า

    “หัวใจฉัน...ให้เธอ เอาไว้ดูต่างหน้าตอนที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน” เธอติงว่าอย่าพูดแบบนี้ เพราะพ่อเคยพูดแบบนี้ตอนที่ปลูกต้นพุดชมพูให้ตน เขาวางมือบนไหล่เธอบอกว่า “ฉันไม่ตายง่ายๆหรอก”

    “นายต้องระวังตัวให้มากๆนะ โดยเฉพาะกับ...คนใกล้ตัวนาย”

    “รับปากได้ไหม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะไม่ถอดสร้อยเส้นนี้”

    “บอกว่าอย่าพูดเป็นลางไง! โบราณเขาถือ” เขาย้ำให้รับปาก พอเธอทำเสียงรับในคอ เขาบีบไหล่เธอเบาๆแล้วเดินไป พุดชมพูไม่หันมอง ก้มมองและลูบไล้สร้อยด้วยความรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร?

    การันต์ดำเนินแผนต่อทันที เขาเอาซองเอกสารไปให้ชวกรที่คอนโด บอกว่า

    “งานนี้จะเป็นไม้ตายสุดท้ายที่ฉันจะเขี่ยยัยพุดชมพูออกไปจากสัตยาอย่างถาวร”

    “ครับ คุณการันต์” ชวกรรับซองยิ้มร้าย

    ooooooo

    ระหว่างที่ทรงรบพักรักษาตัวที่บ้านนั้น ช่อม่วงดูแลอย่างดี เธอเห็นกระปุกออกสินที่เขาสะสมไว้ตั้งแต่เด็ก เห็น “กล่องตามใจ” วางอยู่เธอจึงหยิบแกะดูข้อความที่ซ่อนในทอฟฟี่เม็ดสุดท้าย เธอแทบกรี๊ด เมื่อทอฟฟี่ซ่อนข้อความไว้ว่า

    “เป็นแฟนกันนะ?”

    ทรงรบอาการดีขึ้นจนไปทำงานได้แล้ว วันนี้เขากลับมาเห็น “กล่องตามใจ” วางอยู่ เขาหยิบดูยิ้มน้อยๆ คิดว่าถึงเวลาแล้ว...

    ฝ่ายตำรวจก็ทำงานคืบหน้าไปมาก วันนี้ตำรวจโทร.บอกทรงรบว่าได้ส่งลายเซ็นในเช็คของอนาวินทร์ไปตรวจสอบอัตลักษณ์ตามคำขอร้องของเขาแล้ว และตอนนี้ก็มีหลักฐานสำคัญมาชิ้นหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับอนาวินทร์ ทรงรบถามว่าหลักฐานอะไรหรือ

    ตำรวจบอกว่าคงยังบอกไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงคนผิดจะต้องได้รับโทษแน่

    เมื่อเจอพุดชมพูที่นั่งเหม่ออยู่ ช่อม่วงถามว่าคิดอะไรอยู่หรือ เธอบอกว่าช่วงนี้อนาวินทร์ดูแปลกๆยังไงไม่รู้

    “อาจจะเครียดเรื่องคดีด้วยมั้งครับ เท่าที่ผมรู้ ตอนนี้ทางตำรวจกำลังตรวจสอบหลักฐานชิ้นสำคัญอยู่ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้เพราะจะมีผลต่อรูปคดี คุณพุดวางใจเถอะครับ ผมคอยประสานกับทางตำรวจอยู่แล้ว” ทรงรบพูดเป็นนัย ช่อม่วงเสริมว่าตนเชื่อว่าเราจะต้องช่วยเขาได้

    “ขอบคุณมากนะ ของคุณทั้งสองคนเลย” พุดชมพูกุมมือช่อม่วงอย่างซึ้งใจที่ในยามคับขันยังมีเพื่อนดีๆ อยู่เคียงข้าง

    ooooooo

    ในการประชุมกรรมการบริหารบริษัทเพื่อพิจารณาโครงการคอนโดมิเนียมหรูริมน้ำของสัตยาอสังหา อนาวินทร์ขอดูแลโครงการนี้เพื่อดึงความเชื่อมั่นของสัตยากลับคืนมา พุดชมพูเชื่อว่าอนาวินทร์ทำได้แน่ๆ

    วิเชียรติงว่าอนาวินทร์ติดเรื่องคดีอยู่ ชัชวาลเห็นด้วยขอให้เขาพิสูจน์ตัวเองเรื่องเก่าให้รอดก่อนดีกว่า การันต์เสนอทันทีว่าตนขอรับผิดชอบงานนี้ไปพลางก่อนจนกว่าอนาวินทร์จะเคลียร์ตัวเองจากคดีได้ ชัชวาลกับวิเชียรเห็นด้วย

    “เอาเถอะค่ะ ถ้าที่ประชุมเห็นอย่างนั้น ดิฉันก็คงไม่ขัด แต่อยากขอร้องให้ทุกท่านระวังท่าทีที่แสดงออกต่อคุณอนาวินทร์ด้วย เพราะคดีนี้ยังเป็นเพียงแค่การกล่าวหา เรื่องยังไปไม่ถึงศาลเลยด้วยซ้ำค่ะ” พุดชมพูเอ่ยขึ้น มองทุกอย่างอย่างผ่าเผยกล้าหาญ และมองอนาวินทร์อย่างเข้าใจ เขาฝืนยิ้มให้เธอ ส่วนทรงรบกับช่อม่วงมองเธออย่างชื่นชม

    วิเชียรกับชัชวาลถูกถอนหงอกเนียนๆเลยเจื่อนจ๋อยไป

    หลังการประชุม ทรงรบขอเวลาคุยกับอนาวินทร์พุดชมพูและการันต์บอกว่า

    “คือผมเพิ่งได้รับแจ้งจากทางตำรวจ สรุปว่าคดีป้านุ่มเป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ฆาตกรรม”

    อนาวินทร์หน้าเครียดเดินออกไปทันที การันต์นิ่งแต่มีแววสมใจในที

    ooooooo

    เมื่อทรงรบตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะให้ช่อม่วงเล่น “กล่องตามใจ” ครั้งสุดท้ายแล้ว วันนี้เป็นวันหยุดจึงนัดไปทานข้าวกัน ช่อม่วงแต่งตัวสวยเป็นพิเศษลุ้นที่จะได้หยิบทอฟฟี่เม็ดสุดท้ายวันนี้

    ระหว่างที่ทรงรบรอช่อม่วงที่ล็อบบี้คอนโดเธอนั้น นิลลดาโทร.หาเขา พอเห็นชื่อเขาก็เก็บโทรศัพท์ใส่เสื้อแจ็กเกตปล่อยให้มันเรียกอยู่อย่างนั้นจนเงียบไป พอช่อม่วงลงมา เขามองอึ้งชมว่า

    “วันนี้คุณแต่งตัวน่ารักจัง”

    “คุณก็เหมือนกัน...หล่อเชียว” เธอตอบเขินๆ เหมือนรู้กันว่าวันนี้มีอะไรพิเศษกัน

    ทรงรบพาเธอไปร้านอาหารบรรยากาศดี น่ารัก ระหว่างนั้นนิลลดาก็ยังโทร.เข้ามาไม่หยุด แต่ทรงรบไม่รับและไม่เปิดดู จนช่อม่วงถามว่าทำไมไม่รับสาย เขาไม่ตอบแต่ช่อม่วงดูจากสีหน้าเขาเดาได้ว่าใครโทร.มา

    ความรู้สึกของช่อม่วงเริ่มกร่อย เธอเห็นเขาหยิบกล่องออกมาวางบนโต๊ะ ก็ทำหน้าซื่อถามว่านั่นกล่องตามใจใช่ไหม เขาบอกว่าใช่ เธอใจเต้นแรงบอกว่าเหลือเม็ดเดียวเองถามว่าจะให้ตนเปิดหรือ เขาทำเสียงรับในคอมองลุ้น

    ช่อม่วงหยิบทอฟฟี่เม็ดสุดท้ายมาค่อยๆแกะ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเขาก็ดังขึ้นอีกเขาหยิบออกมาตัดสาย เธอถามว่าทำไมไม่รับเขาบอกว่าไม่อยากรับโทรศัพท์ตอนนี้

    “งั้นฉันเปิดต่อนะ...” พอเธอแกะจนถึงฉลากกำลังจะคลี่ออก โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก ทั้งเขาและเธอเริ่มเซ็ง เธอบอก “รับเถอะค่ะ เขาคงมีธุระสำคัญ”

    พอทรงรบหยิบโทรศัพท์ออกดูบอกว่าไม่ใช่ของนิลลดา ช่อม่วงบอกให้รับเถอะเผื่อเป็นเรื่องงาน

    “ฮัลโหล...ครับ...อะไรนะครับ!...ไม่ตอบเลยเหรอ! ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ...ครับๆ ผมจะรีบไป” ทรงรบไม่สบายใจ ช่อม่วงถามว่ามีอะไรหรือ “คุณป้าของลดาโทร.มาบอกว่าลดาขังตัวเองอยู่ในห้องมาสองวันแล้วเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

    ช่อม่วงบอกเขาให้รีบไป เขาชวนเธอไปด้วยกันเธอบอกให้เขาไปคนเดียวดีกว่า เขาพยักหน้าบอกว่าเดี๋ยวจะโทร.มาหาแล้วจะไป ช่อม่วงเรียกไว้รีบม้วนเก็บทอฟฟี่ใส่กล่องตามใจคืนให้ เขากำลังรีบจึงรับไว้แล้วเดินไป...ช่อม่วงมองตามเศร้าๆ

    ooooooo

    เมื่อไปถึงบ้านนิลลดา ป้าอ้อนวอนอย่างตื่นตระหนกให้ช่วยนิลลดาด้วย เขาไปเรียกอยู่หน้าห้อง ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงพุ่งกระแทกประตูเปิดออก

    ทั้งสองแทบช็อกกับภาพที่เห็นคือนิลลดานอนกองกับพื้น ข้างตัวมีกระปุกยาตกอยู่และมีเม็ดยาเกลื่อนกระจาย

    เมื่อนำส่งโรงพยาบาลหมอล้างท้องจนปลอดภัย พอเธอรู้สึกตัวก็เพ้อ

    “รบ...รบอยู่ไหน...รบกลับมาหาลดานะ...” เขารีบถลาเข้าไปบอกว่าตนอยู่นี่ เธอร้องไห้ถาม “รบ... เข้าใจลดาแล้วใช่ไหม รบกลับมาหาลดานะคะ...” ร้องไห้น้ำตาไหลพรากทั้งที่หลับตาอยู่

    “ลดา...” ทรงรบเรียกเสียงแผ่ว ไม่คิดว่าเธอจะเพ้อถึงตนขนาดนี้...เขากุมมือเธอไว้แน่น...

    ฝ่ายช่อม่วงกลับคอนโดเซ็งๆ และรอโทรศัพท์จากทรงรบใจจดจ่อ จนแล้วจนรอดก็ไม่มี...ไม่มีแม้กระทั่งไลน์...เธอผิดหวังมาก รออยู่จนเที่ยงคืนก็ไม่มีอะไร ความห่วงใยกลายเป็นโกรธ เธอปิดโทรศัพท์ น้ำตาค่อยๆไหลเป็นทาง...

    ทรงรบตึงเครียดอยู่กับการแก้ปัญหาของนิลลดา เมื่อเธอปลอดภัยแล้วก็ตัดพ้ออย่างน้อยใจว่ามาช่วยตนทำไม เขาขอร้องเธออย่าทำอะไรอย่างนี้อีก ถามว่าเธอไม่รักชีวิตตัวเองหรือ

    “ชีวิตของลดาคือรบค่ะ...” เขาถามว่าแล้วไม่สงสาร คนที่รักและเป็นห่วงเธอบ้างหรือ เธอถามว่า “คนคนนั้นไม่ใช่รบใช่ไหมคะ” เมื่อเขาไม่ตอบ เธอถาม “รบยังไม่อ่านจดหมายลดาใช่ไหม รบจะใจร้ายกับลดาไปถึงไหน แค่จดหมายฉบับเดียว...รบกลัวอะไรคะ?”

    ทรงรบเงียบไม่ตอบ นิลลดาน้ำตาไหล พูดไปร้องไห้ไปว่า

    “ถ้ารบไม่เหลือความรู้สึกอะไรให้ลดาแล้ว...ลดาก็จะไปค่ะ แต่ลดาจะขอให้รบช่วยอะไรสักอย่างเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ...รบช่วยมาเป็นแบบให้ลดาวาดรูป หน่อยได้ไหม...นะคะ...นี่จะเป็นคำขอสุดท้ายของลดา ลดาอยากจะเก็บภาพความทรงจำนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้าย” เห็นทรงรบนิ่ง เธอเอื้อมไปจับมือเขาบอก “ลดาสัญญา...”

    “ได้! และนี่ก็จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะให้คุณ” ทรงรบตอบรับ มองนิลลดาอย่างหนักใจไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

    ออกมาเจอป้า เขาขอตัวกลับ ป้าพูดอย่างฝากความหวังว่า

    “ค่ะ...ขอบคุณคุณทรงรบมากนะคะ พอลดาได้เจอคุณก็เหมือนจะมีกำลังใจอยู่ต่อมากขึ้น”

    “สวัสดีครับ” ทรงรบไหว้ลา ป้าเดินเข้าห้องไปหานิลลดา ทรงรบจึงโทร.หาช่อม่วง แต่แบตหมดเขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเดินออกไปเซ็งๆ

    ooooooo

    เมื่อกลับถึงบ้าน ทรงรบรีบชาร์จแบตแล้วโทร.หาช่อม่วง แต่ปลายสายบอกว่าไม่สามารถติดต่อได้ เขาทั้งผิดหวังและเป็นห่วงเธอ

    หยิบกล่องตามใจจากกระเป๋าเสื้อออกมาวางบนโต๊ะ นึกภาพที่ช่อม่วงกำลังแกะทอฟฟี่เม็ดสุดท้ายแล้วมีเหตุต้องหยุดและเธอก็คืนกล่องให้ เขาหยิบหนังสือที่ช่อม่วงให้จากลิ้นชัก จึงเห็นจดหมายของนิลลดาที่เสียบอยู่ในนั้น คิดถึงที่เธอตัดพ้อเมื่อเช้านี้ว่า “รบยังไม่อ่านจดหมายลดาใช่ไหม รบจะใจร้ายกับลดาไปถึงไหน แค่จดหมายฉบับเดียว...รบกลัวอะไรคะ”

    ทรงรบมองจดหมาย คิด...“คุณพูดถูก ผมคงกลัวจะใจอ่อนกับจดหมายของคุณ...เหมือนที่เคยใจอ่อนกับคุณตลอดมา”  เขาค่อยๆแกะจดหมายออกเมื่อรู้สึกว่าตัวเองใจแข็งขึ้น ความรู้สึกกับเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว ตนก้าวข้ามความรู้สึกเก่าๆที่มีกับเธอไปแล้ว...

    ทรงรบตัดสินใจเปิดจดหมายออกอ่านด้วยใจนิ่ง...

    “รบ...รบคงโกรธมากใช่ไหม ที่จู่ๆลดาก็หนีไปฝรั่งเศส ขอโทษนะรบ ตอนนั้นลดาสับสนจริงๆ งานและโอกาสที่เข้ามา มันคือฝันทั้งชีวิตของลดา

    แต่รบรู้ไหม ลดาไม่เคยมีความสุขเลยสักวันที่อยู่โดยไม่มีรบ ตอนนั้นลดาไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ามีปัญหาอะไร จนกระทั่งลองใช้ศิลปะช่วยหาคำตอบ ลดาวาดทุกอย่างออกมาเท่าที่ใจอยากจะวาด...วาดมันไปเรื่อยๆ รบเชื่อไหมคะ รูปภาพทั้งหมดของลดามันคือภาพความทรงจำที่ลดามีต่อรบ ลดาวาดรูปของรบ เรื่องของรบและเรื่องของ ‘เรา’ ค่ะ

    เมื่อก่อนลดาอาจจะยังไม่รู้ แต่วันนี้ลดาตระหนักแล้วว่า...รบเป็นสิ่งมีค่าที่สุดของลดา มีค่ายิ่งกว่าศิลปะที่ลดารัก การไปฝรั่งเศสครั้งนั้นทำให้ลดาได้รู้ว่า ‘ความสุขที่ได้ครอบครองสิ่งที่ใฝ่ฝัน เทียบไม่ได้เลยกับความทุกข์...ที่ต้องสูญเสียคนที่ลดารักอย่างสุดหัวใจ’

    ท้ายนี้...ลดาแค่อยากรู้ว่ารบเองรู้สึกเหมือนกับลดาไหม?

    รักเสมอ

    ลดา...”

    ทรงรบพับจดหมายเก็บช้าๆ ในซองมีรูปเล็กๆจึงหยิบมาดู เห็นภาพวาดสีน้ำมันรูปเขากับนิลลดา เขาพลิกดูด้านหลังเธอเขียนไว้ว่า...

    “นี่คือภาพที่ลดาวาดออกมาตอนที่ทุกข์ที่สุดค่ะ... ภาพนี้ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตลดา จนกลับมาเจอรบได้ในวันนี้”

    ทรงรบสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ทั้งเศร้า... เสียใจ...เสียดาย...และเสียความรู้สึก

    ooooooo

    ท่าทีที่ไม่สนใจคำเตือนและหมางเมินต่อพุดชมพู ทำให้เธอคิดมาก วันนี้เมื่อเธอไปถึงที่ทำงานเห็นโต๊ะเขาว่างเปล่า ถามพนักงานว่าเขายังไม่มาหรือ พนักงานบอกว่าออกไปพบลูกค้ากับการันต์ คงกลับมาช่วงบ่าย เพราะมีนัดประชุม

    “ฉันเชื่อใจนายมาตลอด ทำไมนายไม่เชื่อฉันบ้างนะ...” พุดชมพูบ่นเบาๆ

    วันเดียวกันนี้ วันชัยกับหวายไปเข้าฟิตเนสด้วยกัน เจอสมเดชเข้าพอดี วันชัยทักสมเดชแล้วบอกหวายให้เข้าไปก่อนตนจะคุยธุระหน่อย หวายไปเปิดล็อกเกอร์หารองเท้าไม่เจอ เธอบ่นกับตัวเอง “นั่นไง...ลืมรองเท้าอีกจนได้!” ปิดล็อกเกอร์แล้วเดินออกไปตามหาพ่อ

    ขณะเดินผ่านหลังเก้าอี้โซฟาใหญ่ เธอได้ยินเสียงสมเดชแต่มองไม่เห็นตัวเพราะโซฟาใหญ่บัง

    “งานนี้ผมว่านายอนาวินทร์รอดยาก”

    หวายชะงักฟัง ได้ยินเสียงวันชัยถามว่า “ได้เงินก้อนครั้งนี้ คุณมีแผนจะลงทุนอะไรต่อไหม”

    “ไม่ล่ะ ผมตั้งใจจะรีไทร์แล้วย้ายไปปลูกบ้านอยู่ต่างจังหวัดดีกว่า” วันชัยถามว่าการันต์คงให้คุ้มค่าเหนื่อยใช่ไหม “ก็สมน้ำสมเนื้อ แต่ผมอยากเตือนคุณอย่างนะ ทางที่ดีเลิกยุ่งกับนายการันต์เถอะ นายคนนี้ไม่ธรรมดาหรอก”

    หวายช็อกอย่างแรงกับเรื่องที่พ่อคุยกับสมเดช เธอโทร.หาอนาวินทร์เขาบอกว่ากำลังประชุมไว้โทร.มาใหม่แล้ววางสายเลย หวายร้อนใจเดินพล่านไปเกือบชนโจ้ เขาถามว่าหนีอะไรมา

    “นายโจ้...นายต้องช่วยฉันนะ ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี... นายต้องสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกตำรวจนะ”

    โจ้ตกใจเมื่อได้ยินคำว่าตำรวจ หวายเองก็กลัวแต่เธอว้าวุ่นและไม่มีใครแล้ว...

    หวายโทร.ไปหาพุดชมพูบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกเธอ แต่ขอให้เธอสัญญาก่อนว่าจะไม่เอาพ่อตนเข้าคุก พุดชมพูฟังแล้วตกใจ

    เมื่อฟังจากหวายแล้ว พุดชมพูร้อนใจรีบไปหาทรงรบที่กำลังไปง้อช่อม่วงเรื่องเมื่อคืน บอกเขาว่า

    “คุณทรงรบ! ช่วยร่างคำสั่งด่วนให้พุดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”

    ทั้งทรงรบและช่อม่วงต่างงุนงงกับความเครียดของพุดชมพู

    ไม่นานการันต์ก็ผลักประตูเข้ามาในห้องทำงานของอนาวินทร์และพุดชมพู เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งไปตรงหน้าเธอถามเกือบจะเป็นตะคอกอย่างหมดความเกรงใจว่า

    “นี่มันหมายความว่ายังไง พุดชมพู” เธอบอกว่าหมายความตามตัวอักษร “คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งพักงานผม!”

    “สิทธิ์รักษาการประธานบริษัทค่ะ ด้วยเหตุผลชัดเจนที่ระบุในคำสั่งคือคุณมีพฤติกรรมบ่อนทำลายบริษัท”

    อนาวินทร์ถามแทรกว่าเธอทำอะไร พุดชมพูบอกว่าทำสิ่งที่ควรทำเพราะการันต์กับสมเดชร่วมมือกันจัดฉากหลอกและใส่ร้ายเขา การันต์ตวาดว่าอย่าพูดบ้าๆ ตนเป็นคนในตระกูลสัตยารักษ์ จะใส่ร้ายอนาวินทร์ ทำไม หันไปรุกฆาตอนาวินทร์ว่า

    “วินแกเลือกเอาก็แล้วกันนะว่าแกเชื่อใคร บอกตามตรงนะฉันเบื่อเต็มทีแล้วที่ต้องให้คนนอกเข้ามาเป็นผู้นำสัตยาอสังหา” อนาวินทร์ลุกขึ้นไปตบไหล่การันต์บอกว่า

    “ฉันเชื่อแก” พุดชมพูช็อก อนาวินทร์ยังคงพูดอย่างเชื่อมั่นว่า “คนอย่างการันต์ไม่มีวันหลอกฉัน” แล้วหันไปบอกพุดชมพูว่า “ฉันขอยกเลิกคำสั่งพักงานการันต์ สัตยาอสังหาขาดการันต์ไม่ได้”

    “วิน!” พุดชมพูช็อกเป็นครั้งที่สอง ผิดหวังมาก หันหลังเดินออกไปทันที การันต์ยิ้มสะใจ อนาวินทร์พึมพำว่า

    “ฉันไม่เข้าใจทำไมพุดเขามีอคติกับแกนัก”

    “แต่ฉันพอรู้ว่าทำไม!” การันต์ยิ้มร้าย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน

    "เคน ธีรเดช" มาแน่ เซอร์ไพรส์ "ดวงตาที่ 3" ตอนจบ “เจมส์-มิว" ดีใจได้ร่วมงาน
    16 ต.ค. 2564

    01:25 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 22:07 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์