นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อบ้านก็ไม่อยากกลับไร่อุ่นรักก็ไม่อยากไปเจออนาวินทร์ โจ้จึงพาหวายไปอยู่ที่บ้านซึ่งลุงหมายก็ต้อนรับอย่างอบอุ่นเมตตาเหมือนลูกคนหนึ่ง แม้โจ้จะไม่ดุแต่ก็ไม่ได้ตามใจ พามาที่บ้านก็กินอยู่กันแบบที่เคยอยู่กันพ่อลูก

    อาหารก็มีผักเป็นพื้น น้ำก็กินกับขันไม่มีแก้วส่วนตัว หวายกินข้าวกินน้ำได้ไม่มีท่าทีรังเกียจจนโจ้เอง ก็แปลกใจ

    นอกจากอาหารการกินที่อยู่หลับนอนแล้วลุงหมาย ยังเอาเสื้อผ้าของแม่โจ้มาให้หวายเปลี่ยนด้วย แม้จะเก่าและหลวมแต่หวายก็ใส่ ทั้งเสื้อผ้าและใบหน้าที่เป็นธรรมชาติของหวาย ทำให้โจ้มองอย่างแปลกใจในความงาม อีกแบบหนึ่งของเธอ

    กินข้าวแล้วลุงหมายบอกให้โจ้พาหวายไปดูกล้วยไม้ บอกหวายว่า ถ้าชอบลุงจะให้เอาไปปลูกที่บ้านด้วย

    ความใจดีมีเมตตาของลุงหมาย ประทับใจหวายจนเปรียบเทียบให้โจ้ฟังว่าไม่เหมือนพ่อตน โจ้เล่าให้ฟังว่าแม่ตนเสียตั้งแต่ตนอายุสิบขวบพ่อจึงเป็นทั้งพ่อและแม่ เล่าเรื่องของตัวเองแล้วถามหวายว่าไม่เห็นเธอเคยพูดถึงแม่เลย

    “แม่ฉันเลิกกับพ่อน่ะ แม่แต่งงานใหม่แล้วก็อยู่ที่อเมริกา นานๆจะได้กลับมาสักที” โจ้เดาว่าเธอเลยอยู่กับพ่อสองคน “แต่อยู่ด้วยกันก็เหมือนไม่อยู่ พ่อเอาแต่ทำงาน คุยกับฉันแค่เรื่องงานกับเรื่องเงิน” โจ้ถามว่าพ่อคงหวงเธอมาก “ห่วงว่าฉันจะทำอะไรไม่ได้ดั่งใจมากกว่า ถ้าพ่อฉันใจดีอย่างพ่อนายก็ดีเนอะ”

    ฟังหวายแล้ว โจ้รู้สึกเห็นใจเธอขึ้นมา เมื่อพาไปที่เรือนกล้วยไม้ หวายได้กลิ่นหอมอ่อนๆของกล้วยไม้ รู้สึกคุ้นชิน แล้วก็นึกออกว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมจากกล้วยไม้ ฝรั่งชอบจนซื้อกล้วยไม้จากไทยกลับไปด้วย ฉุกคิดได้ถามโจ้ว่า

    “ถ้าเราหาทางผลิตน้ำหอมจากกล้วยไม้ไทย ฝรั่งต้องชอบแน่ๆ” เธอบอกว่าพ่อเป็นคนนำเข้าเครื่องสำอางตนจะหาข้อมูลให้ได้

    “งั้นเราลองเขียนแผนธุรกิจนี้ส่งอาจารย์แล้วกัน” โจ้กับหวายกระตือรือร้นลงมือทำงานกัน ลุงหมายดูทั้งสองยิ้มๆ

    ooooooo

    ช่อม่วงไปตามพุดชมพูกับอนาวินทร์ที่แปลงปลูกเบญจมาศให้มากินข้าว เห็นอนาวินทร์วิ่งตามพุดชมพูไปพอทันเขากอดเธอไว้ พุดชมพูบอกให้ปล่อยเดี๋ยวใครมาเห็น เขาไม่เพียงไม่ปล่อยยังขโมยหอมแก้มอีกด้วย

    ช่อม่วงเห็นภาพหวานแหววนั้นถึงกับอึ้งเรียกไม่ออก บอกตัวเองอย่างเป็นใจให้ว่า เดี๋ยวค่อยเรียกก็แล้วกันเนอะ

    เวลาเดียวกันนั้น การันต์โทร.หาอนาวินทร์ แต่โทรศัพท์ของเขาวางไว้ที่ห้องนอนเลยไม่มีคนรับสาย การันต์รอจนสายหลุดแล้วกดโทร.ใหม่อย่างหงุดหงิด

    เมื่อกลับมากินข้าว พุดชมพูตักมะระให้อนาวินทร์บอกว่าหัดกินผักเสียบ้าง เขากินมะระที่พุดชมพูตักให้เคี้ยวตุ้ยๆ น้าจิตตกใจเพราะเขาเคยขมจนคายทิ้ง แต่คราวนี้บอกว่าหวานอร่อย เลยถูกน้าจิตแซวว่า แบบนี้แหละที่เขาว่าน้ำต้มผักก็ว่าหวาน

    ทรงรบถามอนาวินทร์ว่าตอนนี้ทำไร่ยังแพ้อยู่ไหม เขาทำหน้างงย้อนถาม

    “แพ้? ไม่มี ไม่เคยแพ้ ไม่เคยคัน ไม่มีผดผื่นคัน ใดๆ...สบาย...”

    พุดชมพูกับช่อม่วงหัวเราะคิกคักที่คำตอบเขาชัดกว่าที่น้าจิตแซวเสียอีก แต่ภัทราดูอาการของหนุ่มสาวแล้วหนักใจว่า ดูท่าจะห้ามไม่ได้เสียแล้ว

    บ่ายนี้ขณะอนาวินทร์นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียงบ้าน ภัทราเข้าไปขอคุยด้วย ถามว่าเมื่อวานทำไมเขาจึงพูดบนเวทีอย่างนั้นหรือเขาพูดเล่น บอกว่า ที่นี่สังคมแคบทุกคนรู้จักกันหมดเกิดอะไรขึ้นก็รู้กันทั่ว

    “ผมจริงใจกับพุดครับ” อนาวินทร์ตอบสบตาภัทราอย่างจริงใจ “ที่ผ่านมา ผมมองแต่ว่าใครทำไม่ดีกับผมยังไง คิดว่าปู่แกล้งผม คิดว่าลูกน้องไม่ได้เรื่อง แต่พุดทำให้ผมรู้ว่า ผมต้องเริ่มที่ตัวเอง พุดทำให้ผมรู้สึกอยากเป็นคนดีขึ้น”

    “คุณวินไม่ได้กำลังสับสนระหว่างความรู้สึกขอบคุณกับความรู้สึก ‘อื่น’ ใช่ไหมคะ”

    “ไม่มีครับ ผมไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนแบบที่ผมรู้สึกกับพุด ผมขอโทษนะครับถ้าทำให้คุณน้าไม่สบายใจ แต่ผมสัญญาว่า ผมจะไม่ทำให้พุดเสียใจเด็ดขาด” เขาสบตาภัทรายืนยันความจริงใจของตัวเอง

    เวลาเดียวกัน ทรงรบกับช่อม่วงไปนั่งคุยกันอยู่ที่ศาลา ช่อม่วงถามว่าคิดว่าพุดชมพูกับอนาวินทร์จะรักกันได้ไหม ทรงรบบอกว่าตอบยากเพราะไม่เคยเห็นอนาวินทร์จริงจังกับใครมาก่อน

    “เขาอาจจะยังไม่เจอคนที่ใช่ก็ได้นี่ คุณว่าพุดเป็นคนนั้นได้ไหม”

    ทรงรบคิดถึงสัญญาลับที่เคยให้พุดชมพูเซ็นเธอเซ็นให้ง่ายๆแล้วหัวเราะว่า มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้ทรงรบคิดว่าหรือสัญญาลับนั้นกำลังจะเป็นจริง? ช่อม่วงเห็นเขาเงียบไป ถามว่าทำไมเงียบ?

    “ผมคิดว่า...กว่าคุณพุดจะเป็นคนที่ ‘ใช่’สำหรับคุณวินได้จริง เขาสองคนคงต้องเจอบททดสอบอีกเยอะเลยล่ะ”

    ทรงรบพูดเป็นปริศนา ช่อม่วงได้แต่เดาเองว่าเขาหมายถึงอะไร

    ooooooo

    อนาวินทร์กลับเข้าห้องตอนกลางคืน ก็เห็นว่าโทรศัพท์มีมิสคอลจากการันต์เกือบยี่สิบครั้ง เขาตกใจรีบโทร.กลับ การันต์รับสายพูดอย่างไม่พอใจว่ากว่าจะโทร.กลับ มัวทำอะไรอยู่ อนาวินทร์ถามว่ามีอะไรไหม ตนลืมเอาโทรศัพท์ไป

    การันต์บอกว่าตนเคยอาสาจะช่วยดูเอกสาร นี่ก็ใกล้จะถึงวันประมูลแล้ว ถามว่าเก็บเอกสารไว้ที่ไหนตนจะได้ช่วยดู

    “อ๋อ...อยู่ในห้องฉัน พอดีฉันเอาไปตรวจที่บ้าน แกไปเอาสิ”

    การันต์ยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ ในขณะที่อนาวินทร์รู้สึกผิดที่ตัวเองปล่อยให้การันต์ทำงานคนเดียว เขาตัดสินใจจะกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้และให้พุดชมพูไปด้วยเพื่อเตรียมเรื่องงานประมูล ส่วนงานทางนี้ให้ฝากลุงเจือช่วยดูแลแทน

    “ไม่ได้ ฉันเป็นเจ้าของไร่นะ ฉันต้องรับผิดชอบงานของฉัน ส่วนนายก็ต้องรับผิดชอบงานของนาย”

    “งั้นฉันกลับไปก่อนก็ได้ จะได้ไปตามงานที่บริษัทเป็นห่วงบ้านด้วยไม่รู้ป้านุ่มเป็นยังไงบ้าง”

    ฝ่ายการันต์พอรู้ว่าเอกสารอยู่ที่ไหนก็ไปหาป้านุ่มที่ห้องครัวทันทีอ้างชื่ออนาวินทร์ขอกุญแจห้องและกุญแจลิ้นชักด้วย ป้านุ่มถามว่าคุณวินรู้ใช่ไหม เพราะปกติคุณวินจะโทร.บอกตนก่อน การันต์ฉุนขาดตะคอกถามป้านุ่มว่าเห็นตนเป็นใคร จับแขนบีบอย่างแรงจนป้าร้อง

    การันต์เปิดลิ้นชักโต๊ะเจอแฟ้มเอกสารเขียนว่าโครงการประมูลก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ เขาหยิบแฟ้มขึ้นมาเห็นสมุดเช็คของอนาวินทร์วางอยู่ เขามองตาลุกคิดแผนบางอย่างขึ้นทันที พอออกจากห้อง เขาโทร.บอกวันชัยว่า

    “เรื่องที่เคยคุยกับคุณอาไว้น่ะครับ คุณอาช่วยนัดคุณสมเดชให้ที ด่วนเลยนะครับ”

    อนาวินทร์จะกลับพร้อมกับทรงรบและช่อม่วง ช่อม่วงบ่นว่ามาแป๊บเดียวต้องกลับแล้ว ทรงรบจึงเอา “กล่องตามใจ” ให้ดูบอกว่าเหลือให้เลือกอีกสองอย่าง ช่อม่วงหยิบลูกอมขึ้นมา ในนั้นเขียนว่า “ดูหนังที่คุณเลือก” เธอขอเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น แต่กั๊กไว้ไปถึงกรุงเทพฯแล้วจะบอก

    หวายก็เตรียมจะกลับ เมื่อโทร.บอกพ่อ วันชัยกำลังคุยอยู่กับการันต์และสมเดช รับสายพูดไม่กี่คำก็บอกว่ากำลังคุยธุระสำคัญแล้ววางสาย หวายเซ็งที่พ่อไม่ยินดียินร้ายกับตนเลย โจ้นั่งฟังอยู่ด้วย เขามองเธออย่างเห็นใจ

    วันชัยวางสายจากหวายแล้ว การันต์จึงพูดต่อ

    “ผมกำลังจะพูดว่า เรื่องที่ผมขอให้คุณอาทั้งสองคนช่วย มันอาจจะดูเสี่ยงหน่อย แต่ผมรับรองว่าปลอดภัยและที่สำคัญ...ค่าเหนื่อยเกินคุ้มแน่ครับ”

    ฟังการันต์แล้ว วันชัยกับสมเดชหันสบตากัน

    คุยกันเสร็จ การันต์ขอตัวไปทำธุระต่อ วันชัยถามว่าทำงานไม่มีวันหยุดเลยหรือ

    “ใกล้ถึงเส้นชัยแล้ว จะมัวช้าอยู่ทำไม จริงไหมครับ” การันต์ยิ้มท่าทางอารมณ์ดีผิดกับหลายวันก่อน

    ooooooo

    ทรงรบขับรถมาถึงกรุงเทพฯ อนาวินทร์บอกว่า ส่งตนที่ร้านประจำหน่อยจะกินอะไรก่อนแล้วจะโทร.เรียกพลมารับ

    พอการันต์แยกจากวันชัยก็ไปที่ร้านอาหารที่นัดกับนพดลไว้ เป็นร้านเจ้าประจำของอนาวินทร์นั่นเอง เขามาถึงเห็นนพดลนั่งรออยู่แล้ว จึงส่งซองเอกสารให้บอกว่า

    “สำเนาข้อมูลทุกอย่างที่คุณต้องการอยู่ในนี้ ทั้งรายละเอียดโครงการและตัวเลขที่สัตยาจะยื่นประมูล”

    นพดลรับไปเปิดดูแล้วพูดอย่างพอใจว่า “ในที่สุดคุณก็ทำได้จริง”

    “นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น” การันต์ยิ้มเจ้าเล่ห์

    อนาวินทร์เดินเข้าไปในร้าน เจอการันต์นั่งอยู่คนเดียวเพราะนพดลไปเข้าห้องน้ำ เขาถามการันต์ว่ามาคนเดียวหรือ การันต์ทำเสียงรับในลำคอ อนาวินทร์ จึงนั่งบอกว่าดีเลย มีเพื่อนกินข้าวแล้ว พลางสั่งอาหาร

    การันต์กระวนกระวายนั่งแทบไม่ติด อนาวินทร์เห็นซองบนโต๊ะถามว่าซองอะไรพลางจะหยิบ การันต์ รีบคว้าไปบอกว่าพอดีเอางานมาตรวจนิดหน่อย อนาวินทร์บอกว่าเก็บไปเลย กินข้าวกันอย่าเพิ่งทำงาน

    การันต์กลัวนพดลมาเจออนาวินทร์คอยมองไปทางห้องน้ำ พอเห็นนพดลเดินมาก็ส่งสัญญาณให้เขาหลบไปก่อน พอนพดลหลบไป เขาแอบถอนใจโล่งอก

    เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ทรงรบถามช่อม่วงว่าไม่ดูหนังแล้วเธอจะเปลี่ยนเป็นอะไร ช่อม่วงขอเป็นดูซีรีส์หนังเกาหลีด้วยกันที่ห้อง เขาลังเลกลัวจะใช้เวลามาก ช่อม่วงทั้งกล่อมทั้งอ้อนจนสุดท้ายเขายอมแต่ให้ดูแค่แผ่นเดียว

    นิลลดาโทร.ไปหาทรงรบที่บ้าน วิภาบอกว่าไม่อยู่ออกไปกับช่อม่วง นิลลดาจึงไปดักที่คอนโดช่อม่วง พอดีเห็นทรงรบขึ้นคอนโดไปกับช่อม่วง เธอโกรธมาก ปักหลักนั่งรอที่ล็อบบี้

    ทรงรบตกลงกับช่อม่วงว่าดูซีรีส์แผ่นเดียวแต่พอดูไปเกิดอินขึ้นมาเป็นฝ่ายบอกให้ดูต่อ ดูกันจนถึงแผ่นที่ 7 ยิ่งดูก็ยิ่งอินกับหนัง พอพระเอกนางเอกจับมือกันก็จับมือกันเอง ถึงบทเศร้าก็น้ำตาร่วงทั้งสองคน

    ระหว่างนั้นนิลลดาทนไม่ไหวโทร.เข้ามือถือทรงรบเขากำลังอินกับหนังไม่มีใจรับสาย กดตัดแล้วดูหนังต่อ

    ดูซีรีส์กันอินจนเหมือนตัวเองเป็นพระเอกนางเอกในหนัง นั่งเบียดชิดซบไหล่กันอย่างซึ้งในอารมณ์ จนพระเอกนางเอกจะจูบกัน ทรงรบก้มมองช่อม่วงปรากฏว่าหลับไปแล้ว เขาเอามือเกลี่ยผมที่หน้าผากเธอ มองและยิ้มอย่างอ่อนโยน

    ที่ล็อบบี้คอนโด นิลลดานั่งกำโทรศัพท์แน่น น้ำตาไหลเป็นทาง สายตาจ้องไปข้างหน้าอย่างเจ็บแค้น

    ooooooo

    อนาวินทร์กับการันต์กินข้าวเสร็จกลับถึงบ้าน เขาถามการันต์ว่าเอาเอกสารประมูลไปดูแล้วใช่ไหม การันต์บอกว่าเก็บคืนให้เรียบร้อยแล้ว อนาวินทร์นัดพรุ่งนี้ค่อยคุยกันว่าจะทำอะไรต่อ แล้วเดินขึ้นข้างบน

    การันต์มองตาม ตัดสินใจต้องทำอะไรเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม เขาโทรศัพท์หาวันชัยทันที

    “คุณอาครับ เรื่องที่เราตกลงกันวันนี้ผมอยากให้จัดการพรุ่งนี้เลย...ครับ”

    พออนาวินทร์เข้าห้อง เขาโทร.ไปหาพุดชมพู เวลาคุยกันเองก็หยอกล้อกัน บังเอิญภัทราเดินผ่านมาได้ยินเสียงคุยก็รู้ทันทีว่าพุดคุยกับใคร รอสักพักจึงเคาะประตูถามว่ายังไม่นอนหรือ พุดชมพูรีบวางสายเดินไปเปิดประตู

    ภัทราถามความสัมพันธ์กับอนาวินทร์ พุดชมพูบอกว่าไม่มีอะไร ภัทราบอกว่าตนอาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมจะดูไม่ออก พุดชมพูนิ่งไปอย่างยอมรับบอกว่า ตนก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าคุณวินเป็นคนจริงใจ

    “ยังไงสักวันนึง พุดก็จะมีหัวใจสำหรับรักใครอีกคนที่ไม่ใช่แม่ แม่ขอให้พุดรักอย่างมีสติ อย่าวู่วาม ไม่ว่าผลของมันจะร้ายหรือดี ถ้าเลือกแล้วก็ต้องยอมรับผลของมัน” พุดชมพูกอดแม่ ดีใจที่แม่เข้าใจและเชื่อใจตน

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น อนาวินทร์เรียกประชุมทีมงานเรื่องการประมูล ที่ประชุมถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง พอประชุมเสร็จ การันต์บอกอนาวินทร์ว่าข้อมูลที่เรามียังไม่พอ ถึงเขาจะทำการบ้านมาดีก็จริงแต่เราอาจแพ้เพราะคู่แข่งเรามีข้อมูลที่เราไม่มี

    อนาวินทร์บอกว่าเราแพ้ไม่ได้ เพราะนี่จะเป็นการกู้ชื่อเสียงของสัตยาอสังหา การันต์เสนอว่าเราต้องหาข้อมูลเชิงลึก อนาวินทร์เริ่มเครียดถามว่าเราจะหาได้จากไหน?

    เข้าทางการันต์ทันที เขาบอกว่าอย่าเพิ่งเครียดไปกินข้าวกันก่อนดีกว่าตนจะเลี้ยงเอง อนาวินทร์จึงนัดเจอกันข้างล่าง

    ทันทีที่แยกกัน การันต์โทรศัพท์ถึงวันชัยคอนเฟิร์มเที่ยงนี้เจอกันตามแผน แล้วเดินกลับไปหาอนาวินทร์

    ที่ห้องอาหาร พออนาวินทร์สั่งอาหารวันชัยกับสมเดชก็ทำทีเดินเข้ามาเจอกันโดยบังเอิญ วันชัยทำเป็นดีใจขอร่วมโต๊ะด้วย

    ระหว่างรออาหาร การันต์เริ่มแผน ถามสมเดชว่าเป็นผู้ดูแลการจัดประมูลด้วยหรือ สมเดชคุยว่าตนเป็นระดับอาวุโสเวลามีโครงการใหญ่ๆตนเลยได้เป็นประธานดำเนินงานประมูลอยู่เรื่อย วันชัยอวยว่าโครงการที่สมเดชดูแลนั้นประมูลกันทีเป็นพันล้านทีเดียว การันต์ถามนำเข้าสู่แผนของตนว่า งานประมูลครั้งนี้ด้วยหรือ

    “ใช่สิ งานใหญ่สุดของปีนี้เลย” สมเดชวางท่า แล้วพูดกับอนาวินทร์ว่า “สัตยาอสังหาจะร่วมประมูลด้วยนี่ งานนี้บริษัทใหญ่ๆจ้องกันทั้งนั้น”

    การันต์ให้ช่วยชี้แนะพวกตนด้วยเพราะทั้งตนและอนาวินทร์เพิ่งขึ้นมาดูแลบริษัทแทนคุณปู่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์

    “ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ ถ้าช่วยได้ผมก็ยินดี” สมเดชวางมาดผู้อาวุโสชำนาญการที่ใจดี

    เมื่ออวยเปิดทางกันแล้ว โทรศัพท์การันต์ดังขึ้น เขาขอตัวบอกอนาวินทร์ว่าเดี๋ยวมาทางนี้มีอะไรให้คุยกับสมเดชเลย

    พอเดินออกไป การันต์ก็หลบมุมแล้ววางสาย ที่แท้เขาทำให้โทรศัพท์ดังขึ้นเอง แล้วแอบมองที่โต๊ะอนาวินทร์

    ฝ่ายสมเดชก็เริ่มคุยว่าตนเคยเจอกับอาทิตย์ปู่ของอนาวินทร์ ชมว่าท่านเป็นคนเก่งฉลาดคอนเนกชั่นเยอะแถมยังมองการณ์ไกล ถ้าท่านยังอยู่รับรองว่าต้องหาทางประมูลงานนี้ได้ อนาวินทร์พูดทันทีว่ายังไงตนก็ต้องชนะ

    วันชัยคอยเป็นลูกคู่ให้สมเดช บอกว่ามีอะไรให้แนะนำหลานชายตนหน่อย สมเดชบอกว่าระดับนี้คงไม่จำเป็นหรอก

    “อาช่วยได้เหรอครับ” อนาวินทร์สนใจแต่ยังไม่เชื่อนัก สมเดชบอกว่าตนช่วยได้แต่ต้องมีขั้นตอนนิดหน่อย

    การันต์ซุ่มดูที่โต๊ะอนาวินทร์ เหลือบเห็นกล้องวงจรปิดจับที่โต๊ะนั้นพอดีเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

    ooooooo

    ทิพนาถไปหาชวกรที่คอนโด เอาเงินให้เจ็ดพัน ชวกรผิดหวังที่ได้น้อย ทิพนาถบอกว่าช่วงนี้อนาวินทร์ไม่อยู่ตนก็ลำบาก ชวกรยุว่าที่บ้านสะสมของเก่าเยอะ หายไปสักชิ้นสองชิ้นคงไม่มีใครรู้

    จู่ๆการันต์ก็มาหาชวกร ทิพนาถออกจากห้องน้ำเห็นการันต์เธอตกใจคิดว่าการันต์จะมาจับชวกร การันต์มองทิพนาถอย่างสุขุมลุ่มลึกบอกว่าเธอยังไม่รู้จักตนจริงๆ ตนไม่ใช่คนทิ้งลูกน้อง เล่าว่า

    “ผมเอาชวกรออกจากคุกเอง แล้วจะพากลับเข้าไปอีกทำไม?” ทิพนาถตกใจถามว่าจริงหรือ อนาวินทร์รู้เรื่องนี้ไหม “ถ้ารู้...กรคงไม่ได้อยู่ดีมาถึงวันนี้หรอกครับ ผมกำลังหาทางสู้คดีให้เขาอยู่” ทิพนาถดีใจฝากให้ดูแลชวกรด้วย “ไม่ต้องห่วงครับ แต่น้าทิพต้องรับปากกับผมอย่างนึงก่อนอย่าไปบอกใครว่าเจอผมที่นี่ เพราะเดี๋ยวชวกรจะเดือดร้อน”

    “ได้...น้าไม่บอกแน่ เฮ้อ...มีคนเก่งๆอย่างรันคอยช่วยกรแบบนี้น้าอุ่นใจขึ้นเป็นกอง”

    ชวกรกับการันต์ฟังแล้วยิ้มให้กัน พอทิพนาถกลับไป การันต์เตือนชวกรว่าทิพนาถไม่ใช่คนฉลาด แต่ก็ประมาทไม่ได้ ยื่นกระดาษกับสมุดเช็คของอนาวินทร์ให้ บอกว่า นี่คืองานใหม่ของเขา เซ็นให้เหมือนตามนี้ ใส่ตัวเลขมาสองล้าน แล้วส่งซองให้บอกว่า “แล้วนี่...ค่าตอบแทน”

    “โอ้โห...ทำไมครั้งนี้ให้เยอะจังครับ” ชวกรรับซองไปตาโต การันต์พูดเหี้ยมว่า

    “เกมกำลังจะจบแล้ว งานนี้...ฉันจะให้ไอ้วินสิ้นชื่อไปพร้อมๆกับบริษัทของมัน!”

    ooooooo

    เมื่อทรงรบกับช่อม่วงมาที่บริษัทสัตยาอสังหาในเช้าวันรุ่งขึ้น เจอ รปภ.กิตติ เขาทักทรงรบที่ตาโหลเหมือนคนอดนอน ช่อม่วงรีบแก้ให้ว่าเขางานเยอะเลยนอนน้อย

    “ช่วงนี้บริษัทงานเร่งเหรอครับ คืนก่อนคุณการันต์ก็เข้ามาเอาเอกสารตอนสองทุ่ม” ช่อม่วงเอะใจถามว่าเอกสารอะไร “ผมก็ไม่รู้ครับ คุณการันต์แกมาขอกุญแจเปิดห้องทำงานท่านประธาน บอกว่าคุณอนาวินทร์สั่งให้เข้ามาเอาเอกสารครับ เห็นบอกว่างานด่วน”

    ทรงรบกับช่อม่วงมองหน้ากัน สงสัยว่าการันต์รีบร้อนอะไร

    นิลลดาแค้นใจมากที่ทรงรบขึ้นคอนโดกับช่อม่วงซ้ำโทร.ไปก็ยังไม่รับสาย วันนี้จึงมาดักพบทรงรบที่ตึกสัตยาอสังหา

    ขณะเขาเดินมากับช่อม่วงตรงเข้าไปขอคุยด้วย ช่อม่วงจึงเลี่ยงไปยืนรอ ทรงรบถามว่ามีอะไร เธอตัดพ้อต่อว่าว่าไหนว่าจะไม่มีวันโกรธตน ถามว่าอ่านจดหมายของตนหรือยัง พอเขาบอกว่ายัง เธอถามอย่างผิดหวังว่า

    “ทำไม? เดี๋ยวนี้คุยกับลดามันเสียเวลารบมากนักรึไง? รบเปลี่ยนไปมากจริงๆ” เห็นทรงรบไม่ตอบเธอรุก “โอเค! งั้นลดาจะถามตรงประเด็นเลย รบกับยัยช่อม่วงเป็นอะไรกัน” ทรงรบบอกว่าเธอก็รู้แล้ว “ที่ลดารู้ก็คือรบกำลังหลอกทุกคนว่าเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ลดาอยากรู้ความจริงจากปากคุณค่ะ”

    “ใช่...ก่อนหน้านี้ผม ‘หลอก’ ทุกคนว่าเป็นแฟนกับเขา แต่ตอนนี้ผม ‘อยาก’ จะเป็นแฟนเขาจริงๆ”

    “รบ!!”

    ทรงรบถามว่าทำไมเธอมองตนเหมือนคนทำผิดกฎหมาย นิลลดายิ่งโกรธที่เขาไม่รู้สึกอะไรกับความเจ็บปวดของตน ถามว่าผู้หญิงที่พาผู้ชายขึ้นคอนโดทั้งคืนนี่หรือที่เขาอยากจะเป็นแฟนด้วย!? ทรงรบเรียกปราม นิลลดาย้อนถามด้วยประโยคของเขาว่า

    “ทำไมรบทำเสียงเหมือนลดากำลังทำผิดกฎหมาย?”

    “ขอโทษด้วยนะลดา” ทรงรบพยายามระงับอารมณ์ เธอสวนทันทีว่า “ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะแค่รบรู้ตัวแล้วว่าทำอะไรลงไปก็พอ”

    “เปล่า...ผมขอโทษที่กำลังละเมิดสัญญาที่เคยให้ ...ว่าผมจะไม่มีวันโกรธคุณ!” พูดแล้วเดินไปเลย ทิ้งให้ นิลลดายืนช็อก

    ทรงรบเดินไปหาช่อม่วงที่รออยู่ เธอถามว่าเสร็จธุระแล้วหรือ

    “ใช่ ไปกันได้แล้ว”

    ช่อม่วงงงๆ เห็นเขาหงุดหงิดเลยไม่กล้าถาม แต่หันไปมองนิลลดา เห็นเธอยืนกำมือเกร็ง น้ำตาไหลพรากๆ...

    ooooooo

    วันนี้ป้านุ่ม อ้อยกับตาล ช่วยกันทำความสะอาดในห้องโถง อ้อยมองในตู้โชว์ถามตาลว่าเครื่องเบญจรงค์หายไปไหน ตาลถามว่าป้านุ่มย้ายที่หรือเปล่า ป้าบอกไม่ได้ย้าย อ้อยสงสัยว่าขโมยขึ้นบ้าน ตาลตกใจร้อง “ขโมยขึ้นบ้านเหรอ!”

    การันต์เดินลงมาได้ยินพอดีเขาชะงักหยุดฟัง

    ป้านุ่มดุอ้อยกับตาลให้หยุดโวยวายเพราะบ้านก็ไม่มีรอยงัดแงะ อ้อยถามว่า “หรือว่าจะเป็นคนในบ้าน?”

    ตาลถามว่าอ้อยสงสัยใคร อ้อยลดเสียงบอกว่า “ก็คุณทิพน่ะสิ” ถูกป้านุ่มดุว่าปากเสีย อ้อยจึงเล่าว่าช่วงนี้เห็นคุณทิพหัวเสียกลับจากบ่อนทุกคืนซ้ำบ่นว่าคุณวินไม่อยู่ เงินไม่พอใช้ ป้านุ่มนิ่งไป นึกกลัวว่าจะเป็นอย่างที่อ้อยกับตาลสงสัยจริงๆ

    การันต์ที่แอบฟังอยู่ยิ้มสะใจ เมื่อไปถึงที่ทำงานเขาเข้าไปทักอนาวินทร์อารมณ์ดีว่าทำงานเครียดเชียว แล้วชวนไปกินข้าวกัน ขณะอนาวินทร์เก็บของเขาถามว่าเมื่อวานคุยกับสมเดชเป็นอย่างไรบ้าง อนาวินทร์ตอบอย่างไม่ค่อยอยากพูดว่า

    “เขาเสนอตัวอยากจะมาช่วยเรื่องประมูล” การันต์ถามว่าแล้วเขาตอบยังไง “ฉันเลือกทางที่ดีที่สุดให้บริษัท” อนาวินทร์ตอบกว้างๆแล้วชวนออกไป การันต์รู้อยู่เต็มอกแล้วว่าอนาวินทร์ปฏิเสธแต่ยิ้มในหน้าอย่างเป็นต่อในแผนการของตน

    ooooooo

    ที่บ้านสัตยารักษ์ ป้านุ่ม ตาลกับอ้อยตื่นเต้นดีใจสุดๆ เมื่อจู่ๆ พุดชมพูก็หิ้วกระเป๋าเข้ามา ป้านุ่มกระวีกระวาดไปรับกระเป๋าแล้วก็หน้ามืดเซจะล้ม อ้อยกับตาลช่วยพยุง พุดชมพูบอกให้พาป้าไปพักก่อน

    พุดชมพูบอกให้อ้อยกับตาลไปเอาน้ำกับผ้ามาชุบน้ำเช็ดตัวและบีบนวดให้ป้า เห็นรอยช้ำที่แขนถามว่าไปโดนอะไรมา ทีแรกป้านุ่มก็ไม่บอก พุดชมพูถามว่าไม่กล้าบอกหรือ ป้าจึงบอกว่าวันก่อนการันต์มาเอาของจากห้องคุณหนูบอกว่ามีงานด่วน ตนคงทำช้าไม่ทันใจเขาเลยโมโห เธอถามว่าเขามาเอาอะไร ป้านุ่มบอกว่าไม่รู้ พุดชมพูถามทันทีว่าแล้วคุณวินรู้ไหม

    “คุณรันบอกป้าว่า คุณหนูสั่งมาน่ะค่ะ”

    ฟังป้านุ่มแล้วพุดชมพูไปที่บริษัท รปภ.กิตติบอกว่าอนาวินทร์ออกไปกับการันต์ตั้งแต่เที่ยงแล้ว ก็ยิ่งกังวล

    กินข้าวแล้ว อนาวินทร์กับการันต์เดินหัวเราะกันกลับมา เขาถามการันต์ว่าเราไม่ได้คุยกันอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้ว

    “ตั้งแต่แกมีคุณพุดมาเป็นเพื่อนแทนฉันไง” การันต์ตอบประชดในที

    “พาดพิงถึงฉันเหรอ” พุดชมพูถามแทรกขึ้นจากโต๊ะทำงาน อนาวินทร์ดีใจมากตรงเข้าไปถามว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ การันต์ขอโทษแก้ตัวว่าเมื่อกี๊ตนพูดเล่น พุดชมพูบอกว่าไม่เป็นไร แต่อนาวินทร์ครึ้มใจบอกการันต์ว่า

    “แกพูดถูกว่ะรัน ฉันไม่มีเวลาให้แกตั้งแต่มีพุดนี่แหละ แต่แกพูดผิดไปอย่างนะ พุดเขาไม่ใช่เพื่อนฉันแล้ว เขาเป็นมากกว่านั้นแล้วว่ะ” แล้วเข้าไปโอบไหล่พุดชมพู ถูกเธอถลึงตาปราม การันต์มองอึ้ง ฝืนยิ้มแสดงความยินดีด้วยแล้วขอตัวไป

    พอเดินออกจากห้อง การันต์ก็หน้าเครียดพึมพำ “มีความสุขได้อีกไม่นานหรอก”

    อนาวินทร์ยังหยอกล้อกับพุดชมพูอยู่ในห้องด้วยความดีใจและคิดถึง ครู่หนึ่งพุดชมพูถามว่าการันต์มาทำอะไรหรือ อนาวินทร์กำลังอารมณ์ดีถามว่าหึงหรือ ขอให้เธอเว้นการันต์ไว้สักคนเพราะเราสนิทกันตั้งแต่เด็กแล้ว เห็นเธอหน้าขรึมลงเขาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า พุดชมพูตัดสินใจบอกว่าไม่มีอะไร เขาจึงชวนไปเดตกัน

    ooooooo

    อนาวินทร์พาเธอไปที่แผนกขายเสื้อผ้าสตรีในห้าง เลือกชุดน่ารักหวานแหววให้ เธอไม่ชอบบอกว่าไม่ใช่แนวของตน แล้วชวนไปกินข้าวกันดีกว่าหิวแล้ว อนาวินทร์เหลียวมองชุดที่เลือกให้เธอแล้วเดินตามไป

    พอเข้าร้านอาหาร เขาให้เธอสั่งอาหาร ตัวเองลุกไปพูดอะไรเบาๆกับพนักงานหญิงแถวนั้น พนักงานคนนั้นฟังแล้วหันมองพุดชมพูกลัวๆ

    อนาวินทร์ไปบอกให้พนักงานแกล้งทำน้ำหกใส่พุดชมพูเพื่อให้เธอเปลี่ยนชุดที่เขาเลือกให้ แต่พนักงานใจไม่ถึงทำพลาด เขาจึงขอซอสมะเขือเทศทั้งที่สั่งราดหน้ามากิน เขาแกล้งบีบซอสมะเขือเทศกระเด็นใส่เสื้อเธอแล้วให้พนักงานพาไปล้างในห้องน้ำ ขณะเดียวกันก็ให้พนักงานเอาชุดที่เขาซื้อไปให้เธอเปลี่ยน พุดชมพูจึงจำต้องเปลี่ยนชุด

    พอเธอออกจากห้องน้ำ อนาวินทร์มองอึ้งชมว่านักรักมาก เธอเขินบ่นเบาๆว่าไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย เมื่อไปเดินห้างต่อ เขาแอบถ่ายรูปเธอในชุดน่ารักไว้มากมายอย่างภูมิใจ

    ฝ่ายทรงรบ หลังจากดูซีรีส์เกาหลีกับช่อม่วงคืนนั้นแล้ว กลายเป็นคนติดมากกว่าช่อม่วงเสียอีก เขาไปดูกับเธอจนไม่ได้กลับไปกินข้าวที่บ้านหลายวัน ช่อม่วงจึงเสนอให้ไปดูกันที่บ้านเขา แต่ซื้ออาหารไปด้วยแม่จะได้ไม่ต้องทำ

    วิภากับทรงศักดิ์เห็นสองคนดูซีรีส์และกินอาหารกันกะหนุงกะหนิงก็ยิ้มกันอย่างมีความสุข

    ทิพนาถเข้าบ่อนเล่นเสียมาก เงินขาดมือ เธอขโมยชุดเครื่องเบญจรงค์ไปครั้งหนึ่งแล้ว ไม่มีเรื่องก็ย่ามใจ มาขโมยอีก คราวนี้ถูกป้านุ่มจับได้ ป้าไม่ได้ว่าอะไรรุนแรงเพียงแต่บอกว่าของนั้นไม่ใช่ของเธอเป็นของเก่าแก่ที่คุณท่านสะสมไว้

    ทิพนาถไม่พอใจถามป้านุ่มว่ากล้าดียังไงมาพูดกับตนอย่างนี้

    “ป้าขอโทษค่ะ ป้าไม่ได้จะท้าทายอะไรคุณทิพนะคะ แค่ไม่อยากให้คุณทิพทำอะไรในทางที่ผิดน่ะค่ะ”

    “หน็อย! สั่งสอนฉันเหรอ!” ทิพนาถวางโถเบญจรงค์ จับตัวป้านุ่มเขย่าอย่างแรง

    การันต์ยืนดูอยู่ห่างๆแต่ไม่คิดจะห้าม จนได้ยินเสียงรถของอนาวินทร์เข้ามาทิพนาถถึงหยุด

    พออนาวินทร์กับพุดชมพูเข้าบ้าน ทิพนาถก็ตีสองหน้ายิ้มแย้มทักทายแต่กันท่าบอกว่าเดินทางมาเหนื่อยๆรีบขึ้นไปพักเสีย พออนาวินทร์กับพุดชมพูขึ้นข้างบน ทิพนาถก็หันตีหน้ายักษ์ใส่ป้านุ่มปรามว่า

    “จำไว้นะอีแก่! ห้ามบอกอะไรตาวินเด็ดขาด ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!!”

    การันต์ยังดูอยู่เงียบๆห่างๆ เขาหัวเราะเบาๆ สะใจกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้าน

    ooooooo

    เพื่อยืมมือทิพนาถกำจัดอนาวินทร์อีกคน การันต์ยุทิพนาถว่าเวลานี้อนาวินทร์คบกับพุดชมพูอย่างแฟนแล้ว ถ้าสองคนนี้ลงเอยกันเมื่อไร ทั้งเธอและชวกรต้องลำบากแน่ ฉะนั้นคิดจะทำอะไรก็ทำเสีย ตัดไฟเสียแต่ต้นลม

    ทิพนาถกลัวและเป็นห่วงชวกร วันต่อมาจึงดักพบอนาวินทร์กับพุดชมพูขณะจะออกไปทำงาน ถามเขาต่อหน้าพุดชมพูว่าเขาคบกับ “แม่นี่” อยู่หรือ พออนาวินทร์ รับว่าใช่ ก็พูดฉอดๆว่า

    “คิดดีแล้วหรือมันคนละชั้นกับเรานะลูกจะเลือกใครก็ต้องดูความเหมาะสมด้วย คิดเหรอว่ามันจะเข้าสังคมกับเราได้”

    พุดชมพูสะอึกหน้าร้อนผ่าวแต่พยายามอดกลั้น แต่อนาวินทร์ถามอย่างไม่พอใจว่า

    “ทำไมครับ เมื่อก่อนพ่อกับแม่ยังรักกันได้ ปู่ยังให้ โอกาสแม่เลยไม่ใช่เหรอครับ ผมอยากให้แม่ให้โอกาสพุดบ้าง”

    พูดแล้วเดินไปเลย ทิพนาถแค้นจนลมออกหูที่ถูกย้อนกำพืดตัวเอง

    อนาวินทร์เดินตามพุดชมพูไปขึ้นรถถามเธอว่าโกรธไหม อย่าไปฟังแม่พูดเลยนะ

    “ฉันจะโกรธทำไม แม่นายพูดความจริงทุกอย่าง” เธอตอบนิ่งๆแต่อนาวินทร์หนักใจรู้ว่าเธอต้องคิดมากแน่ๆ

    ต่อมา เมื่อพุดชมพูเล่าให้ช่อม่วงฟัง ช่อม่วงบอกว่า ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของคนอย่างนั้นเลย พุดชมพูบอกว่าตนรู้แต่ตอนฟังก็อดรู้สึกไม่ได้

    “แคร์คนที่ควรแคร์ คุณวินห่วงแกมากนะ ปกติเขาเคยเข้ามาหาฉันที่ไหน เมื่อเช้านี้เดินมาพูดฝากฝังให้ฉันช่วยดูแกเองเลย ฉันก็ห่วงแกนะ” พูดแล้วนึกได้ถามว่ารู้ไหมว่าสองสามวันก่อนคุณวินใช้ให้คุณรันมาเอาเอกสารที่บริษัทตอนสองทุ่มบอกว่าตนไม่ไว้ใจคุณรัน ถามว่า “คุณวินเขาเล่าเรื่องนี้ให้แกฟังไหม”

    พุดชมพูฟังแล้วเครียด คิดโยงเรื่องที่การันต์มาเอากุญแจห้องและลิ้นชักจากป้านุ่มขึ้นมา พอไปถามอนาวินทร์เขาบอกว่าใช่ เธอเตือนว่า

    “ฉันให้นายรับผิดชอบเรื่องนี้แล้วนายให้เขามายุ่งทำไม” อนาวินทร์บอกว่าการันต์ช่วยตนทุกเรื่องทำไมเธอต้องโกรธขนาดนี้ด้วย “ไม่ได้โกรธ แต่ฉันเตือนนายกี่ครั้งแล้วเรื่องคุณการันต์เนี่ย”

    “ฉันก็บอกเธอกี่ครั้งแล้วว่ารันมันช่วยดูทุกอย่างในบริษัทแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันเป็นคนในครอบครัวฉัน”

    อนาวินทร์เสียงกระด้างจนพุดชมพูอึ้ง เถียงไม่ออก ได้แต่กลุ้มใจที่เขาไม่ฟังตนเลย

    พุดชมพูไปหาการันต์ถามเรื่องเขาไปเอาเอกสารโครงการตอนดึก การันต์อ้างว่าวินเป็นคนขอให้ช่วย เธอเลยบอกว่าไหนๆเขาก็มาเป็นคนในโครงการแล้วก็ขอให้ช่วยเก็บความลับให้ดีด้วย การันต์พูดเหยียดว่าอย่างตนคงไม่ต้องให้ “คนนอก” สัตยารักษ์มาบอก ถามว่าเธอเองก็คงอยากเป็น “คนใน” ในตระกูลเรามากเหมือนกันใช่ไหม

    พุดชมพูบอกว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้นแต่ที่มาพูดก็เพราะไม่อยากให้เขาทำอะไรผิด เขากระชากเสียงถามว่าเช่นอะไร เธอบอกว่าไม่ทราบแค่เตือนไว้เท่านั้น การันต์พูดเป็นนัยว่า

    “คุณไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ห่วงไอ้วินดีกว่า มันยังอ่อนประสบการณ์โดยเฉพาะวันประมูล ช่วยให้เขาเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หน่อย เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้!”

    พอพุดชมพูออกไป การันต์ก็ได้รับโทรศัพท์จากชวกร เขารับสายทันที

    “ว่าไง...เรียบร้อยแล้วเหรอ? ดีมาก”

    การันต์วางสาย ตาเป็นประกาย ยิ้มเหี้ยมแล้วส่งไลน์ให้สมเดชว่า “รอดูผลงานได้เลย”

    ooooooo

    วันนี้จะเปิดประมูลแล้ว อนาวินทร์ตรวจเอกสารการประมูลแล้วส่งให้ทรงรบ พุดชมพูถามว่าเตรียมเอกสารเรียบร้อยไหม ไม่มีอะไรผิดพลาดนะ เขาตอบอย่างมั่นใจว่า มาถึงวันนี้แล้วจะพลาดได้ยังไงเราต้องชนะแน่

    เมื่อช่อม่วงบอกว่ารถพร้อมแล้ว อนาวินทร์บอกพุดชมพูว่า

    “คุณไปด้วยกันนะ เราเป็นทีมสายเลือดใหม่ของสัตยาอสังหา นี่คืองานใหญ่ชิ้นแรกของเรา”

    แต่พอไปถึงหน้าอาคารที่จะประมูล ทุกคนงง ตกใจ เมื่อเจ้าหน้าที่มาบอกว่าการประมูลวันนี้ยกเลิก! ซ้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจยังมาบอกอนาวินทร์ว่าเชิญตัวไปสอบปากที่สถานีตำรวจเพราะมีผู้แจ้งว่าเขาติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อให้ชนะการประมูล!

    เมื่อเข้าไปในห้องสอบสวน ตำรวจแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งแจ้งความว่าเขาติดสินบนให้ช่วยสัตยาอสังหาให้ชนะการกระมูล อนาวินทร์ถามว่าสมเดชหรือ แค่บังเอิญเจอกันครั้งเดียวเอง

    “แสดงว่าคุณรู้จักคุณสมเดชจริง และคุณก็รู้ว่าคุณสมเดชเป็นประธานกรรมการดำเนินการประมูลใช่ไหม?”

    อนาวินทร์เล่าวันที่รู้จักสมเดชให้ฟังบอกว่าเขาเป็นคนเสนอตัวจะช่วยให้บริษัทตนชนะเอง แต่ตนปฏิเสธ ตำรวจจึงเอาเช็คของเขาสั่งจ่ายให้สมเดช 70 ล้านมาเป็นหลักฐาน ทั้งอนาวินทร์และทรงรบต่างงงว่าเป็นไปได้ยังไง?

    เมื่อสื่อรายงานข่าวนี้ ชวกรหัวเราะสะใจและสมน้ำหน้า ทิพนาถถามว่าทำไมพูดอย่างนั้น ยังไงเขาก็เป็นลูกของตน

    “ลูกเลี้ยงบังเกิดเกล้าหรือครับ ถ้าผมเป็นพี่ ผมจะดีใจมากที่ไม่ต้องเห็นหน้ามันอีก!”

    อนาวินทร์ถูกตำรวจสอบสวนอย่างหนัก เขายืนยันว่าตนไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา อนาวินทร์เห็นการันต์ก็อ้างว่าเขาเป็นพยานได้แต่การันต์กลับบอกว่าตนคงยืนยันกับตำรวจไม่ได้เพราะขณะที่อนาวินทร์คุยกับสมเดชนั้นตนไปเข้าห้องน้ำ

    “อีกอย่าง...ฉันก็ไม่รู้ว่าแกจะเห็นแก่บริษัท จนเลือกทำอะไรแบบนั้นหรือเปล่า”

    อนาวินทร์ตะลึง! เพราะการันต์ไม่เพียงไม่ช่วยแต่ยังทิ้งระเบิดใส่อีกด้วย!

    อนาวินทร์ถูกนำตัวเข้าห้องขัง เขาคิดไม่ตก ผิดหวังอย่างมากที่การันต์คนที่เขาสนิทไว้ใจที่สุดก็ยังไม่เชื่อตน

    ไม่นานทรงรบก็มาประกันตัวอนาวินทร์ออกไป คืนนี้พุดชมพูจึงพาเขาไปนั่งคุยกันที่ริมแม่น้ำให้ผ่อนคลาย...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:14 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์