นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บัลลังก์ดอกไม้

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    คืนนี้ ขณะพุดชมพูไปนั่งเล่นที่นอกชาน ภัทราเดินมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง เธอบอกว่าสบายดี แล้วซบไหล่แม่อ้อนๆ

    “สบายดีก็ดีแล้ว ไม่ใช่แค่แม่กับน้าจิตนะที่เป็นห่วง คุณวินเขาก็เป็นห่วงลูกมากนะ...เขาเปลี่ยนไปมากเลยนะ แม่ยังจำวันแรกที่เขามาที่ไร่ได้เลย ทะเลาะกับเราเสียไร่แทบแตก แล้วดูวันนี้สิ...”

    “พุดเชื่อนะคะ ว่าคนเราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เสมอ แล้วที่จริงคุณวินก็ไม่ใช่คนไม่เอาไหนอย่างที่ใครๆ คิด เพียงแต่ที่ผ่านมา ไม่มีใครเชื่อใจและให้โอกาสเขาเท่านั้น”

    ภัทราบอกว่าพุดเองก็เปลี่ยนไป เธอถามว่าเปลี่ยนยังไง? ภัทราตัดสินใจถามว่า

    “พุดคิดอะไรกับคุณวินเขาหรือเปล่า?”

    “แม่! ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ พุดไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักหน่อย” เธอตกใจถามเสียงสูงแต่ไม่สบตา เมื่อภัทราถามย้ำว่าแล้วพุดคิดอะไรกับเขาหรือเปล่า เธออึ้ง ก้มหน้างุดทำเป็นกอดแม่ตอบเลี่ยงว่า “คุณชายอย่างเขาจะมาคิดอะไรกับชาวไร่อย่างพุดได้ล่ะแม่”

    รุ่งขึ้น พุดชมพูจะไปประชุมงานเทศกาลดอกไม้ที่เทศบาลในเมือง อนาวินทร์จะตามไปด้วยอ้างว่าจะขับรถให้เพราะเธอยังไม่หายดี เธอไม่ให้ไปเขาก็ตื๊อจะไปจนกลายเป็นยื้อยุดกันไปมา สุดท้ายอนาวินทร์รุนหลังพุดชมพูขึ้นรถแล้วขับออกไป

    จิตรามองตามรถ เปรยๆกับภัทราว่า “น่ารักดีเหมือนกันพี่ ถ้าคู่นี้เขาจะ...”

    “ไม่ง่ายนักหรอก” ภัทราขัดขึ้น จิตราถามว่าทำไมก็ดูเขาหยอกเอินกันน่ารักน่าเอ็นดู “ก็ตอนนี้คุณวินเป็นชาวไร่ธรรมดาๆ แต่เมื่อไหร่ที่เขากลับไปเป็นคุณอนาวินทร์ สัตยารักษ์ ทั้งสองคนจะรู้เองว่าเขาแตกต่างกันมากขนาดไหน”

    พูดแล้วภัทรานิ่งคิดเป็นห่วงลูก

    ooooooo

    เมื่อไปถึงหน้าอาคารเทศบาล พุดชมพูบอกอนาวินทร์ว่าตนจะเข้าประชุมให้เขาไปเดินเล่นในเมืองรอก็ได้ เขาบอกว่าจะเข้าไปด้วย พอเธอทำเสียงดุว่าไม่ต้องเฝ้าทุกฝีก้าวหรอก เขาอ้างคำพูดของปู่ว่า

    “ไม่ได้ ปู่สั่งไว้ให้ฉันมาช่วยงานเธอ เพราะงั้น เธอไปไหนฉันก็ต้องไปด้วย...หรือจะขัดคำสั่งปู่?”

    พุดชมพูเถียงไม่ออก ค้อนอย่างหมั่นไส้แล้วเดินเข้าไปในห้องประชุม ชาวบ้านเห็นอนาวินทร์ก็พากันทักว่าพาใครมาด้วย เธอบอกว่าคนงานที่ไร่ อีกคนถามว่าแล้วโจ้หายไปไหน ลุงหมายรีบอวดลูกชายว่า

    ไปเรียนหลักสูตร SME อยู่ มีคนสมัครเป็นร้อยเขาเอาแค่ยี่สิบคนเท่านั้น อวดเพื่อนๆว่า “คิดดู เก่งเหมือนพ่อมันเลย”

    เพื่อนๆหมั่นไส้ลุงหมายที่ขี้โม้ อนาวินทร์เบ้ปากหมั่นไส้โจ้ พุดชมพูเห็นพอดีเลยตีแขนเขาเบาๆ

    ในการประชุมจัดงานฉลองเทศกาลดอกไม้ของอำเภอครบรอบสิบปี นายอำเภอเสนอให้ไร่ต่างๆจัดซุ้มดอกไม้ให้อลังการ ให้นักท่องเที่ยวกับชาวบ้านได้ถ่ายรูปและเลือกซื้อของกัน บอกว่ากิจกรรมบนเวทีปีนี้อยากให้มีอะไรแปลกๆใหม่ๆ ถามว่าใครมีไอเดียจะเสนออะไรบ้าง

    บางคนเสนอให้จัดประกวดร้องเพลงแบบเดอะวอยซ์ นายอำเภอบอกว่าก็ดีแต่เขาจัดกันเยอะแล้ว อีกคนท่าทางแต๋วๆ เสนอให้จัดประกวดนางแบบ แบบเดอะเฟซ นายอำเภอทำหน้าสยองบอกว่าอย่าให้มันดุเดือดขนาดนั้นเลยเดี๋ยวชาวบ้านจะสตรองกันเกินไป

    ขณะชาวบ้านมองหน้ากันไปมาไม่รู้จะจัดโชว์อะไรดี จู่ๆลุงหมายก็โพล่งขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า

    “นึกออกแล้วท่านนายอำเภอ เราจัดประกวดหนุ่มดอกไม้เป็นไง ที่อื่นเขาประกวดเทพีสาวงามกันของเราประกวดหนุ่มดอกไม้น่ารักไปอีกแบบนะท่าน”

    หนุ่มแต๋วสนับสนุนทันที ชาวบ้านหญิงอีกคนเห็นด้วย ลุงพันบอกลุงหมายว่าแบบนี้โจ้ก็เป็นตัวเก็งสิ รูปหล่อ กล้ามใหญ่ไม่บอกไม่รู้นะว่าแม่ยกเพียบ!

    ชาวบ้านอีกคนถามว่าแล้วไร่อุ่นรักจะส่งใครเข้าประกวดล่ะ? ชาวบ้านหญิงชี้ไปที่อนาวินทร์บอกว่าคนนี้ไง หล่ออย่างกับพระเอกละครหลังข่าวเลย

    อนาวินทร์ตกใจทำหน้าไม่ถูกที่ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน พุดชมพูเห็นท่าทางเขาแล้วขำ

    ประชุมเสร็จเดินออกมา อนาวินทร์บอกพุดชมพูว่าตนไม่มีวันประกวดอะไรแบบนั้นเด็ดขาด เธอดักคอว่ากลัวแพ้พี่โจ้หรือ เขาบอกว่าไม่ได้กลัว เธอถามว่า แล้วทำไมไม่ยอมประกวด เขาตอบอย่างหงุดหงิดก่อนเดินหนีไปว่า

    “ไม่รู้ อย่าเซ้าซี้น่า”

    ฝ่ายช่อม่วง ผ่านการพูดหว่านล้อมและเผชิญความเป็นจริงจากการเดินทาง ทรงรบค่อยๆซึมซับ เปลี่ยนความคิดที่ยึดแบบแผนจนกลายเป็นเถรตรง ค่อยๆ พลิกแพลงโดยไม่รู้ตัว วันนี้เอากล่องทอฟฟี่มาหาช่อม่วงบอกว่านี่คือ “กล่องตามใจ”

    เขาให้ช่อม่วงหยิบทอฟฟี่ที่มีกระดาษเล็กๆพับซ่อนในห่อว่าให้ทำอะไร ช่อม่วงหยิบได้ที่เขียนไว้ว่า “ไปที่ที่คุณอยากไป” ช่อม่วงไปที่เครื่องเล่นกระโดดบอกว่าอยากเล่นมานานแล้ว

    ช่อม่วงกระโดดด้วยท่าผาดโผนจนทรงรบทึ่งอยากทำบ้าง พอเธอแนะนำ เขาทำตามทีสองทีก็หน้าซีดถึงกับต้องดมยา ช่อม่วงถามว่า ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องวางแผนเป็นยังไงบ้าง เขาตอบหน้าเซียวๆว่าก็แปลกดี รู้สึกมันโล่ง สบายเหมือนตอนเด็กๆ เล่นขี่จักรยานแล้วปล่อยมือ ช่อม่วงหัวเราะบอกว่า

    “เห็นไหมล่ะ...บอกแล้ว สบ๊าย...สบาย...”

    ooooooo

    ประชุมที่เทศบาลเสร็จกลับถึงบ้านในตอนเย็น น้าจิตถามอนาวินทร์ว่าจะลงประกวดหนุ่มดอกไม้หรือ เขาตกใจหันถามพุดชมพูว่าทำไมข่าวเร็วขนาดนี้

    ภัทราพูดยิ้มๆ ว่าอะไรที่ตาหมายรู้ จิตรารู้ โลกก็รู้หมด

    อนาวินทร์เซ็ง บอกว่าตนยังไม่ได้บอกเลยว่าจะประกวด พุดชมพูบอกว่าเขารู้กันทั้งอำเภอแล้ว เขาจะถอนตัว พุดชมพูขึงขังขึ้นมาว่า

    “ได้ไง เสียชื่อไร่อุ่นรักหมด” อนาวินทร์เดินหนีไปอย่างขัดใจ เธอเดินตามไปถามว่า “กลัวแพ้พี่โจ้จริงๆ ล่ะสิ”

    อนาวินทร์ฮึดขึ้นมาย้อนถามว่าระดับตนถ้าลงประกวดต้องชนะแน่นอน พุดชมพูมองหน้าเขาแกล้งอวยว่า

    “นั่นน่ะสิ เอาจริงๆ นายหล่อมากนะเนี่ย...ผิวก็ขาว จมูกก็โด่ง หน้าก็เนียน แก้มก็ใสอมชมพู”

    “อืม...ฉันจะประกวดก็ได้” อนาวินทร์ฟังแล้วเคลิ้มแต่ยังทำเป็นฟอร์มมีข้อแม้ว่า “แต่ถ้าฉันชนะเธอต้องให้รางวัลฉันอย่างนึง”

    เธอบอกให้ชนะก่อนเถอะ อยากได้อะไรบอกมาเลย เขาย้ำว่าสัญญานะ เธอตอบแบบไม่คิดเลยว่า ได้เลย!

    ooooooo

    ในห้องอบรม SME วันนี้อาจารย์ประกาศผลการตรวจรายงานชิ้นแรกเฉพาะคนที่ได้ท็อป ทุกคนตั้งใจฟัง อาจารย์นึกอะไรขึ้นได้เรียกชื่อ วาธิณี เธอตื่นเต้นนึกว่าตัวเองได้ท็อปหางตาใส่โจ้เหยียดๆ แต่แล้วก็หน้าจ๋อยเมื่ออาจารย์บอกว่า

    “ทีหลังไม่ต้องฉีดน้ำหอมใส่รายงานนะ ผมอ่านแล้วเวียนหัว” แล้วประกาศว่า “คนที่ได้ท็อปรายงานชิ้นแรกก็คือ...คุณจิระ!” ทุกคนปรบมือแสดงความยินดี หวายปรบมือตามอย่างเสียไม่ได้

    อาจารย์บอกว่าได้เขียนคะแนนและคอมเมนต์ไว้ให้ทุกคนแล้วเอาไปดูกันเอง แล้วพูดกับหวายเบาๆว่า

    “คุณวาธิณี...นอกจากน้ำหอมแล้ว เนื้อหารายงานของคุณก็ทำให้ผมเวียนหัวไม่แพ้กัน เอาสิ่งที่ได้เรียนมาใช้วิเคราะห์ ตั้งใจหน่อย”

    จากนั้นอาจารย์แจ้งว่า รายงานชิ้นต่อไปเป็นการเขียนแผนธุรกิจใหม่ซึ่งไม่ซ้ำกับธุรกิจที่พวกเขาทำอยู่

    งานนี้ให้ทำเป็นคู่ให้จับคู่กันเอง บรรดาผู้เข้าอบรมต่างเล็งว่าจะจับคู่กับใครดี อาจารย์เข้ามาหาหวายกระซิบเตือนว่า

    “ถ้างานชิ้นนี้คะแนนยังไม่ดีอีก ผมจะรายงานพ่อคุณ” พูดแล้วอาจารย์เดินไปเลย หวายตกใจคิดว่าจะเอาตัวรอดยังไงดี เพื่อนๆต่างอยากจับคู่กับโจ้ที่ได้ท็อป ผู้หญิงสองคนถึงกับแย่งกัน หวายพรวดเข้าไปขวางบอกว่าไม่ต้องเถียงกัน โจ้มีคู่แล้วเขาจับคู่กับตน โจ้จะแย้ง หวายถลึงตากระซิบว่า

    “เงียบ! ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ถ้านายไม่คู่กับฉัน ฉันจะตามรังควานนาย คอยดูสิ!” พูดแล้วเดินไปเลย โจ้ตามไปบอกว่าอย่าคิดว่าจับคู่กับตนแล้วจะให้ตนทำรายงานให้นะ ขู่กลับว่า ถ้าไม่ช่วยทำรายงานตนจะฟ้องพ่อเธอ คอยดู!

    ooooooo

    เมื่อจำต้องยอมเข้าประกวดผู้ชายดอกไม้อนาวินทร์คิดว่าคงขึ้นเวทีไปโชว์ตัวเฉยๆ แต่มารู้จากเขียดว่าต้องแสดงด้วยเขาตกใจเพราะพุดชมพูไม่เห็นบอก นึกฉุนว่าโดนเธอแกล้งอีกแล้ว

    เขียดคิดแก้ปัญหาให้ ถามว่าเขาเป่าแคนเป็นไหม แหล่เป็นไหม เขาไม่เป็นอะไรเลย พอถามว่าเต้นเป็นไหม เขาก็ออกสเต็ปเท่ๆให้ดู ลุงเจือส่ายหน้าขำ ถามว่าเต้นแบบนี้ อยากตกรอบใช่ไหม

    อนาวินทร์กลุ้ม เพราะงานนี้แพ้ไม่ได้ ในที่สุดเขียดสอนเล่นกีตาร์ให้ นับแต่หัดจับคอร์ด ตีคอร์ด ให้กำลังใจว่าเล่นกีตาร์นี่แหละ สาวๆเห็นต้องกรี๊ดสลบและเขาต้องชนะแน่นอน

    อนาวินทร์ยิ้มมั่นใจกำชับเขียดว่าอย่าบอกใครนะว่าตนจะแสดงอะไร เขียดรับปากแข็งขันแล้วสอนอย่างจริงจัง

    เพราะแอบหัดกีตาร์ จึงมีท่าทีลึกลับหลบซ่อนทั้งเวลาทำงานที่ไร่และเวลาอาหารที่จะต้องมาเจอกันที่โต๊ะอาหารจนต้องมีการตามหากันหลายครั้ง จนพุดชมพูบอกว่าไม่ตามแล้วเมื่อไม่รู้จักเวลาก็ปล่อยให้หิวเสียให้เข็ด

    อนาวินทร์ซ้อมกีตาร์เอาจริงเอาจังกลับมาตอนกลางคืนภัทราถามว่าหายไปไหนกินข้าวมาหรือยัง เขาบอกว่าเรียบร้อยแล้ว ลุงเจือเจียวไข่ให้กิน ถามว่าคุณน้ายังไม่นอนหรือ มองที่ห้องพุดชมพูเห็นเปิดไฟสว่างถามว่าพุดก็ยังไม่นอน

    ภัทราเล่าให้ฟังว่าพุดชมพูเปิดไฟนอนเพราะกลัวความมืดจากภาพหลอนตอนเรียนมัธยมปลายถูกเพื่อนจับขังในห้องเก็บของจนเกือบถูกไฟคลอก แต่นั้นมาก็กลัวความมืดต้องเปิดไฟนอนมาตลอด

    “บางทีก็น่าสงสารนะ เวลาไฟดับขึ้นมา เขากลัวจนตัวสั่น น้าก็ไม่รู้จะช่วยยังไง”

    อนาวินทร์มองขึ้นไปที่ห้องพุดชมพูอย่างเห็นใจ คิดอยากจะช่วยให้เธอหายกลัวความมืด...

    เมื่อมีโอกาสได้คุยกันเขาเลียบเคียงถามว่าเปิดไฟนอนไม่แสบตาหรือ พุดชมพูเล่าความรู้สึกที่กลัวความมืดว่ามันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายมันน่ากลัวที่สุด อนาวินทร์รู้สึกผิดขอโทษที่หลอกเธอให้ติดที่บันไดหนีไฟ เธอบอกว่าช่างเถอะ ตนไม่โกรธแล้ว

    “แล้วเธออยากหายกลัวความมืดไหม”

    “อยาก แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก” พุดชมพูตอบอย่างทำใจแล้ว อนาวินทร์มองอย่างเห็นใจ

    ooooooo

    ใกล้วันงานแล้ว ภัทราถามถึงการเตรียมงาน พุดชมพูบอกว่าตนออกแบบซุ้มของไร่เราไว้แล้ว จิตราถามว่าแล้วการประกวดผู้ชายดอกไม้ล่ะ อนาวินทร์เตรียมโชว์อะไร เห็นไร่อื่นเขาเตรียมกันเอาเป็นเอาตาย งานนี้คงไม่มีใครยอมแพ้ใคร

    พุดชมพูเตือนอนาวินทร์ว่าเหลืออีกไม่กี่วัน รีบคิดการแสดงได้แล้ว เขาตัดบทว่าเอาน่าว่าแต่เธออย่าลืมสัญญาแล้วกัน

    “ฉันไม่ลืมหรอกน่า ว่าแต่นายห้ามทำให้ไร่เราขายหน้าเด็ดขาด” พุดชมพูย้ำอย่างไม่วางใจนัก

    อนาวินทร์ทุ่มเทเวลาซ้อมกีตาร์จนนิ้วเจ็บ แต่เขาไม่ท้อ แล้วก็ถูกพุดชมพูจับได้แต่เขาก็กะล่อนเอาตัวรอดได้ เวลาที่หายไปก็บอกว่าไปเล่นบอลกับเขียด มือที่ระบมจนต้องพันปลาสเตอร์ก็ปดว่าถูกกรรไกรตัดดอกไม้บาด พุดชมพูถามงงๆว่า

    “สามนิ้วเลยเหรอ บาดยังไง”

    “ไม่รู้ ถ้ารู้ตัวก็คงไม่โดนหรอก” เขาตะแบงเอาตัวรอดได้หวุดหวิด

    หลังจากเล่นเครื่องกระโดดแล้ว ทรงรบปวดเอวจนร้องโอดโอย ช่อม่วงบอกให้รีบหายเพราะจะต้องขับรถไกลไปเชียร์เจ้านายเรา แล้วยิ้มเป็นนัยเมื่อนึกถึงวันที่อนาวินทร์จะประกวดผู้ชายดอกไม้

    โจ้ที่ถูกหวายกีดกันคนอื่นจนตัวเองจับคู่กับเขาได้ แต่เธอไม่ได้สนใจช่วยงานเลย โจ้เคี่ยวเข็ญให้เธอมาช่วยก็พอดีลุงหวายโทร.มาเตือนเรื่องการเข้าประกวดในงาน พอหวายรู้ว่าอนาวินทร์เข้าประกวดด้วยก็ตื๊อจะไปด้วย ขออนุญาตพ่อขณะเจอกันที่ฟิตเนส แนะนำว่าโจ้เป็นเพื่อนที่มาอบรมด้วยกัน บอกว่าจะไปต่างจังหวัดกับโจ้สักสองสามวันและจะไปดูโรงงานของเขาด้วย วันชัยเห็นโจ้มาดดีจึงอนุญาตฝากโจ้ให้ดูแลหวายด้วย โจ้มองหน้าเธอถามว่า “นี่คุณคิดจะทำอะไร?”

    ooooooo

    นพดลนัดพบการันต์ที่ร้านอาหารเพื่อติดตามเรื่องการประมูลที่ดินที่ให้เขาสืบข่าวให้ การันต์รับรองแข็งขันว่า

    “คุณไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงแกรนด์คอนสตรัคชั่นก็ต้องชนะสัตยาอสังหา”

    นพดลถามว่าจะไม่ห่วงได้ยังไงตัวเขาเองถูกปลดออกจากคนดูแลงานประมูลก็แสดงว่าทางโน้นเริ่มไม่ไว้ใจแล้ว การันต์อ้างว่าตนก็ยังเป็นผู้นำบริหารระดับสูงอยู่ในนั้น

    “งั้นก็ใช้ตำแหน่งของคุณให้เป็นประโยชน์สิ ไปเอาตัวเลขที่สัตยาจะยื่นประมูลมาให้ผม”

    “เรื่องง่ายๆ” การันต์ยิ้มมุมปาก คิดแผนการล้วงข้อมูลจากอนาวินทร์ทันที สบโอกาสเมื่อทรงรบกับช่อม่วงอุปสรรคสำคัญจะไปงานที่ไร่อุ่นรัก จะแอบเข้าไปขโมยข้อมูลการประมูลในห้องทำงานของอนาวินทร์แต่ถูกแม่บ้านเจอเสียก่อนบอกว่าอนาวินทร์ไม่อยู่ เขาจึงต้องออกไป

    เมื่อมีอุปสรรค การันต์จึงโทร.หาอนาวินทร์ ทำเป็นเป็นห่วงเรื่องการประมูลที่ดินที่ใกล้เข้ามาแล้ว ถามว่าเขาเตรียมงานถึงไหนแล้ว อนาวินทร์บอกว่าไม่ต้องห่วงตนเตรียมข้อมูลไว้พร้อมแล้ว การันต์ถามว่าให้ตนช่วยดูไหมเผื่อมีอะไรขาดไป แต่อนาวินทร์กำลังอยู่ในงานที่มีเสียงประกาศดังมาก การสื่อสารจึงไม่ค่อยรู้เรื่องจนโฆษกประกาศให้ผู้เข้าประกวดมาจับสลากลำดับการแสดง อนาวินทร์จึงต้องรีบไป การันต์หัวเสียมากที่ไม่ได้ข้อมูลการประมูลจากอนาวินทร์

    เมื่อนพดลโทร.มาทวงตัวเลขการประมูล การันต์ไม่มีให้ ถูกนพดลเย้ยว่าไหนว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงไง แค่นี้ยังทำไม่ได้

    “ผมกำลังจัดการอยู่” การันต์โมโหที่ถูกปรามาส

    “เอามาให้ได้ภายในวันนี้นะ อย่าให้ฉันต้องมองนายเป็นพวกดีแต่ปาก” พูดแล้ววางสายเลย

    “โธ่เว้ย!” การันต์สบถหัวเสีย

    ooooooo

    ผู้ประกวดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดสองคนคือโจ้กับอนาวินทร์ คนหนึ่งล่ำเท่ อีกคนหล่อขาวราวกับพระเอก

    หวายมาถึงก็ไปแจ๋กับอนาวินทร์ที่ห้องแต่งตัวของผู้ประกวดจนเจ้าหน้าที่กับโจ้ต้องเชิญออกไป ส่วนทรงรบกับช่อม่วงไปถึงพบกับพุดชมพูแล้วก็เดินชมบริเวณงานถ่ายรูปกันอย่างสนิทสนม จนพุดชมพูทักช่อม่วงว่าเคลียร์กันแล้วหรือ

    ช่อม่วงบอกว่าเปิดใจคุยกัน แล้วก็ดูๆกันไปอยู่ พุดชมพูถามว่าแล้วนิลลดาล่ะ?

    “คุณรบบอกว่าจะไม่กลับไปคบเขาอีกแล้ว” พุดชมพูถามว่าเธอเชื่อหรือ ช่อม่วงอ้างทันทีว่า “ก็แกบอกเองว่าคุณรบเป็นคนคิดยังไงก็พูดอย่างนั้น”

    ถูกอ้างแบบนี้ พุดชมพูพูดไม่ออก ทำตาลอยเพลียใจ...

    ได้เวลาประกวดแล้ว! อนาวินทร์ตื่นเต้นขอกอดพุดชมพูเป็นกำลังใจ เธอไม่ให้กอดก็ขโมยกอดตอนเผลอซ้ำย้ำสัญญาด้วย พอวิ่งจะไปขึ้นเวทีก็หันกลับมาจูบใส่มือตัวเองแล้วขว้างมาให้ พุดชมพูไม่รับก็ทำท่าให้รับแล้วขว้างจูบมาอีกที พุดชมพูรับแล้วไล่ให้เขารีบไป พอเขาวิ่งไปเธอมองมือตัวเองที่รับจูบเขาเขินๆ

    โฆษกประกาศกติกาในการตัดสินว่า ใช้วิธีโหวต ทุกคนมีกุหลาบคนละดอก เลือกใครก็ให้มอบดอกกุหลาบให้ ใครได้ดอกกุหลาบมากที่สุดก็จะได้เป็นหนุ่มดอกไม้คนแรกของอำเภอ ทุกคนมองดอกไม้ในมือและผู้เข้าประกวดอย่างตื่นเต้น

    นาทีระทึกมาถึง เมื่อโฆษกประกาศให้ผู้ร่วมแข่งขันทั้ง 8 คนจาก 8 ไร่ออกมาเดินโชว์ตัว เสียงกรี๊ดเสียงเฮ โห่ร้องดังสนั่น โจ้ออกมาเป็นคนที่ 7 และอนาวินทร์ออกมาเป็นคนที่ 8 ทั้งหมดเดินโชว์ตัวอย่างนายแบบเดินบนแคตวอล์ก

    สาวๆกรี๊ดสนั่น สาวแก่แม่ม่ายกรี๊ดไม่ไหวก็ซี้ดซ้าดวี้ดวิ้วแทน หวายกรี๊ดให้อนาวินทร์เสียงแหลมทะลุไปถึงเวที

    เดินโชว์ตัวกันแล้วโฆษกประกาศว่าต่อไปเป็นการแสดงความสามารถพิเศษของแต่ละคน แล้วเชิญตามลำดับหมายเลข

    ขณะที่คนทางอำเภอกำลังเที่ยวงานเทศกาลดอกไม้กันอย่างสนุกสนานนั้น การันต์ที่ถูกนพดลยื่นคำขาดให้หาตัวเลขประมูลที่ดินมาให้ได้ภายในวันนี้ ก็ไปที่ห้องทำงานของอนาวินทร์อีกครั้ง เจอ รปภ.กิตติถามเขาว่ายังไม่กลับหรือ การันต์ขอกุญแจห้องอนาวินทร์อ้างว่าเขาโทร.สั่งให้ตนมาเอาเอกสารในห้อง

    รปภ.กิตติพาซื่อเอากุญแจห้องให้ เขารีบไขเข้าไปตรงไปที่โต๊ะของอนาวินทร์ค้นเอกสารบนโต๊ะแต่ไม่เจอสิ่งที่ต้องการ เขาจึงโทร.หาอนาวินทร์ เป็นเวลาที่อนาวินทร์กำลังยืนรอการประกวดอยู่อย่างตื่นเต้น

    เมื่ออนาวินทร์ไม่ได้รับสาย การันต์จึงเดินไปค้นที่โต๊ะพุดชมพูแทน รื้อค้นจนแฟ้มบนโต๊ะเปลี่ยนที่ไปก็ไม่เจออะไร กิตติเห็นการันต์หายไปนานจึงเดินมาดู ถามว่าเรียบร้อยไหม เขาไม่อยากให้กิตติผิดสังเกตจึงออกไปสั่งว่า

    “ล็อกให้ด้วยนะ”

    การแสดงโชว์ของผู้เข้าประกวดผู้ชายดอกไม้มาถึงโจ้ เขาได้รับเสียงปรบมือดังมาก พุดชมพูทั้งปรบมือและกรี๊ดให้โจ้สุดเสียง ลุงหมายที่นั่งอยู่แถวหน้าลุกขึ้นโบกมือให้คนดูหน้าบาน จนลุงพันร้องบอกว่า

    “ชาวบ้านเขาปรบมือให้ไอ้โจ้ ไม่ได้ปรบให้แก นั่งลงโว้ย” พลางดึงตัวลุงหมายให้นั่งลง

    พอถึงหมายเลขสุดท้าย โฆษกขอเสียงปรบมือ ให้กับ “หนุ่มน้อยหน้ามน...คนหน้าใหม่” อนาวินทร์ สัตยารักษ์ ตัวแทนจากไร่อุ่นรัก สิ้นเสียงประกาศโฆษกก็เดินลงจากเวที ทีมงานขึ้นมาวางขาไมโครโฟนรวดเร็วอย่างมืออาชีพ

    ชาวไร่อุ่นรักต่างตื่นเต้นว่าอนาวินทร์จะโชว์อะไรเพราะเขาปกปิดตลอดมา มีแต่เขียดที่ตื่นเต้นกลัวเขาจะทำไม่ได้

    พออนาวินทร์ถือกีตาร์เตรียมพร้อม ช่อม่วงถามพุดชมพูว่าเขาเล่นกีตาร์เป็นหรือ พุดชมพูบอกว่าไม่รู้ ไม่เคยเห็นเล่น

    “สวัสดีครับ” อนาวินทร์ทักผู้ชมแล้วพูดเท่ๆ สบายๆว่า “เคยมีคนถามผมว่าตอนเด็กๆ ผมฝันอยากเป็นอะไร ผมบอกว่าอยากเป็นนักร้อง เขาไม่เชื่อ และขอให้ผมร้องเพลงให้ฟัง ตอนนั้นผมไม่กล้า แต่วันนี้ผมจะร้องเพลงให้เขาฟัง...”

    อนาวินทร์มองตาพุดชมพู เอามือที่พันปลาสเตอร์จับสายกีตาร์ พุดชมพูรู้ทันทีว่าที่เขาบอกว่าถูกกรรไกรตัดดอกไม้บาดนั้นโกหก ที่แท้เขาแอบซ้อมกีตาร์จนมือเจ็บนั่นเอง ระหว่างร้องเพลงเขาสบตาพุดชมพูที่ฟังเพลงอย่างตั้งใจ

    เพลงที่อนาวินทร์ร้องนั้น เนื้อเพลงบรรยายถึง “เธอ” คนนั้น ที่อดทนกับคนไม่เอาถ่าน ถามว่าเหนื่อยไหม? เบื่อไหม? ขอโทษที่ตนทำให้เธอเหนื่อยใจ...ถึงตนจะไม่ใช่คนดี ทำดีให้เธอน้อยไป แต่เธอก็ยังรักไม่เคยเปลี่ยนแปลง และคนอย่างตน ก็คงขอรักเธอตลอดไป...ให้คุ้มกับที่เธอไว้ใจ ตอบแทนวันนี้...ที่ฉันมีเธอ...

    เนื้อเพลงยังบอกว่า “คนอย่างฉันจะดีกว่านี้ก็ลำบาก แต่นับจากนี้ ฉันจะดีกว่าที่ฉันรับปาก จะยากเย็นเท่าไหร่ จะขอทำให้สุดใจ” และ “ถึงฉันจะดีจะเลวขนาดไหน คนอย่างฉันก็คงจะขอรักเธอตลอดไป...ตอบแทนวันนี้ที่ฉันมีเธอ...”

    เสียงเพลงและเนื้อเพลงที่กินใจ สะกดผู้ฟังทุกคนตกอยู่ในภวังค์...พอเพลงจบเสียงปรบมือกึกก้องยาวนานจนโฆษกต้องเอามือปิดหูเดินขึ้นเวที ยืนรอจนเสียงปรบมือซาลง จึงประกาศนาทีระทึก เขาเชิญผู้ร่วมประกวดทุกคนขึ้นยืนด้านหน้าเวที

    เมื่อประกาศเชิญผู้ชมมอบดอกไม้ให้ผู้ประกวดเพื่อตัดสิน หลายคนทยอยกันเอาดอกไม้ไปให้ผู้ที่ตนชื่นชอบ แต่ผู้ที่จะมอบดอกไม้ให้อนาวินทร์ต้องเข้าแถวต่อคิวกันยาว พุดชมพูยืนรีๆรอๆ เธอสบตาทั้งโจ้และอนาวินทร์ แล้วตัดสินใจเดินไปมอบดอกไม้ให้อนาวินทร์

    อนาวินทร์คุกเข่าลงจับมือเธอขึ้นบรรจงจูบที่ดอกไม้เบาๆก่อนรับไป เสียงคนดูกรี๊ดกันสนั่น โจ้มองอย่างเสียใจ หวายไม่พอใจมากจ้องตาแทบถลน มอบดอกไม้ให้อนาวินทร์แล้วพุดชมพูเดินกลับมานั่งที่เดิม

    ผลการตัดสิน อนาวินทร์ สัตยารักษ์ เป็นผู้ชนะ เสียงปรบมือและกรี๊ดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง นายอำเภอขึ้นไปคล้องสายสะพายให้อนาวินทร์แล้วลงไป

    โฆษกดึงอนาวินทร์มาสัมภาษณ์ทันที ถามความรู้สึกที่ได้เป็นหนุ่มดอกไม้คนแรกของอำเภอ

    “ดีใจมากครับ ถึงจะคิดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องชนะ แต่ไม่นึกว่าจะมีคนโหวตให้เยอะขนาดนี้”

    “แล้วเพลงที่ร้องกระชากใจพ่อแม่พี่น้องของเรานี่ ซ้อมนานไหมครับ”

    “ก็นานอยู่ครับ...คือผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ผมคิดเยอะมากว่าจะแสดงอะไรดี จนสุดท้ายเลือกร้องเพลงนี้ เพราะความหมายของมันตรงกับที่ผมรู้สึก”

    อนาวินทร์ตอบโฆษกแต่ตามองพุดชมพู หวายพยายามยืดคอให้เขาเห็นแต่อนาวินทร์ก็มองผ่านเธอไป

    โฆษกถามว่าเขาเป็นคนกรุงเทพฯแล้วมาเป็นตัวแทนของไร่อุ่นรักได้ยังไง อนาวินทร์ยิ้มเปิดเผย ตอบอย่างไม่ลังเลว่า

    “คือ...ผมเป็นแฟนเจ้าของไร่ครับ”

    สาวๆกรี๊ดสนั่นอีก พุดชมพูตะลึงอึ้งถูกชาวบ้านหันมองก็ยิ่งทำหน้าไม่ถูก ภัทราสบตาลุงหมายอย่างตกใจ หวายโกรธจนหน้าแทบไม่เป็นหน้า!

    พอเสร็จพิธี อนาวินทร์หอบดอกไม้ลงคะแนนเข้ามาในห้องพักผู้ประกวดวางกองไว้บนโต๊ะใกล้โทรศัพท์มือถือของเขาที่สั่นเพราะการันต์ฝากข้อความมาหลายครั้ง แต่ดอกไม้บังอยู่เขาจึงไม่เห็น

    การันต์ร้อนใจหงุดหงิดมาก เมื่อนพดลโทร.มาถามว่าหายเงียบไปเพราะคว้าน้ำเหลวรึไง เขาตอบเสียงขุ่นแค้นใจว่า

    “ไม่ใช่! แค่มีปัญหานิดหน่อย ยังไงฉันก็ต้องเอามาให้ได้!”

    ooooooo

    หวายแค้นใจมากด่าพุดชมพูว่าเอาเรื่องพินัยกรรมมาอ้างให้อนาวินทร์มาทำงานด้วย ที่แท้ก็เป็นแผนจับเขานั่นเอง! ไม่เพียงด่ายังพุ่งเข้าตบด้วย ช่อม่วงกับทรงรบต้องช่วยกันดึงตัวออกมาขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย

    หวายไม่ยอมหยุด จนโจ้ต้องดึงออกมาบอกให้พอแล้ว หวายถามอนาวินทร์ว่าที่เขาพูดนั้นไม่จริงใช่ไหม เขายืนยันว่าทุกอย่างที่ตนพูดวันนี้เป็นความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ หวายจุก สะอึกอึ้งอย่างผิดหวังเสียใจ ถามอนาวินทร์ว่า ที่เขาไปไหนมาไหนและตามใจตนทุกอย่างหมายความว่ายังไง เขาขอโทษถ้าทำให้เธอรู้สึกอย่างนั้น ยืนยันว่า

    “ผมเห็นคุณเป็นเพื่อน คุณอยากไปไหน กินอะไร ผมก็แค่...ตามใจคุณ...ผมขอโทษแล้วกัน อย่าหาเรื่องพุดชมพูอีก ไม่งั้นผมจะไม่เห็นคุณเป็นแม้แต่เพื่อน”

    หวายยืนตาค้างมองเขาอย่างผิดหวังเสียใจมาก โจ้เองก็มองพุดชมพูอย่างเจ็บปวดและมองหวายอย่างสงสาร จับไหล่หวายปลอบใจ หวายในสภาพหัวใจสลายโผกอดโจ้ร้องไห้โฮ...

    โจ้พาหวายเดินออกไปนั่งในที่สงบ ขณะที่เขาปลอบใจหวายตัวก็ยกไหเหล้าดื่มปลอบใจตัวเอง เห็นหวายร้องไห้ไม่หยุดจึงยื่นไหเหล้าให้ หวายคว้าไปดื่มเหมือนประชดชีวิต ทั้งสองกอดคอกันดื่มจนเมา ทั้งหัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกัน ต่างเมาจนลมพัดใบไม้ไหวก็ขำ เห็นดาวเต็มท้องฟ้าก็ขำหัวเราะกลิ้งว่ามันแขวนอยู่ได้ยังไง

    หวายเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้บอกว่าตนเสียใจ โจ้บอกว่าตนก็เสียใจ...เสียใจที่หลอกตัวเองมาตั้งนาน...คนอกหักสองคนนั่งพิงกันดื่มจนไหเหล้ากลิ้งเกลื่อน...

    ooooooo

    พุดชมพูโกรธอนาวินทร์ที่พูดบนเวทีว่าเป็นแฟนกับเจ้าของไร่อุ่นรักจนทำให้มีเรื่องตามมามากมาย หวายไม่พอใจอาละวาด โจ้ผิดหวัง และชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอพาแฟนมาอยู่ด้วยที่ไร่

    อนาวินทร์กอดเธอไว้ บอกว่าเพลงที่ร้องวันนี้ตั้งใจร้องให้เธอ ขอร้องอย่าโกรธ “คนไม่เอาถ่าน” คนนี้เลยนะ

    อนาวินทร์ง้อ พอพุดชมพูท่าทีอ่อนลง เขาทวงรางวัลที่เธอสัญญาจะให้ถ้าเขาชนะประกวด เธอถามว่าอยากได้อะไร เขาไม่ตอบแต่เอาผ้าผูกตาเธอพาเดินไปที่หน้าโรงเรือนสแลนดำ พาเธอเข้าไปในโรงเรือนแล้วเปิดตา พุดชมพูตกใจที่อยู่ในห้องมืดสนิท ถามว่าเขาจะทำอะไร

    “ลองค่อยๆดูสิว่าเธออยู่ไหน” เธอไม่เห็นอะไรและเริ่มกลัวชวนเขาออกไปกันเถอะ เขาดึงเธอไว้บอกให้ใจเย็นๆค่อยๆมองเดี๋ยวก็ชินกับความมืดเอง พอชินแล้วก็จะมองเห็นความรู้สึกเก่าๆ จู่โจมจนพุดชมพูหายใจไม่ออกเร่งให้พาออกไป เขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น

    “ใจเย็นๆสิพุด เธอไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ฉันอยู่กับเธอ ฉันจับมือเธอไว้แล้ว เธอไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว ฉันจะทำให้เธอหายกลัวความมืด...”

    พุดชมพูยังกลัวตัวสั่นและหายใจไม่ออก อนาวินทร์กอดไว้แน่นบอกว่าไม่ต้องกลัวตนจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไร เธอบอกว่ากลัวมันมืด และหายใจไม่ออก

    “อย่าคิดถึงตอนนั้น...ฉันถามเธอว่า ตอนนี้ที่นี่ นาทีนี้ เธอรู้สึกยังไง” เธอขอร้องเสียงแผ่วว่านายอยู่กับฉัน...อยู่กับฉันนะ อนาวินทร์ค่อยๆพลิกตัวเธอหันมามองหน้าในระยะใกล้ ถามว่าเห็นตนไหม เธอพยักหน้า “ต่อไปนี้ทุกครั้งที่อยู่ในความมืด ขอให้คิดถึงแต่วันนี้... ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน”

    น้ำเสียงปลอบที่ได้ยิน อ้อมกอดที่หนักแน่นอบอุ่น ทำให้พุดชมพูรู้สึกปลอดภัย อนาวินทร์ค่อยๆโน้มหน้าจูบเธออย่างแผ่วเบาด้วยความรัก...

    ooooooo

    ช่อม่วงกับทรงรบยืนดูดาวกันอยู่ในมุมสงบของบ้าน ทรงรบมองท้องฟ้ารำพึงว่าไม่น่าเชื่อว่าบนท้องฟ้าจะมีดาวเยอะขนาดนี้ อยู่กรุงเทพฯแทบไม่เห็นเลย ช่อม่วงบอกว่าตนชอบเวลาที่เห็นเขาใช้เวลากับเรื่องไร้สาระ

    “ถ้าการใช้เวลากับความสุขเป็นเรื่องไร้สาระ ผมว่าคงเป็นเรื่อง ‘ไร้สาระที่มีสาระ’ ที่สุดแล้ว”

    “สำนวนอย่างกับนักเขียน” ช่อม่วงแซวหัวเราะ เขาบอกว่าก็เธอชอบนักเขียนนี่ เธอเขินเปลี่ยนเรื่องถามว่าพุดกับวินหายไปไหนตั้งแต่กลับมาก็ไม่เห็นเลย

    “คงหนีไปคุยกันที่ไหนละมั้ง...ผมดีใจนะที่คุณพุด เปลี่ยนคุณวินได้จริงๆ” ช่อม่วงบอกว่าไม่ใช่แต่คุณวินเปลี่ยนไปพุดเองก็เปลี่ยนเหมือนกัน ทรงรบมองพระจันทร์เปรยว่า “พระจันทร์ยังเปลี่ยนรูปร่างไปทุกวัน นับประสาอะไรกับคนเรา”

    “คุณนี่ก็ลึกซึ้งเหมือนกันนะ” ช่อม่วงมองทึ่ง

    “เพราะผมเจอคนที่เปลี่ยนผมได้แล้วเหมือนกันนี่” พูดพลางมองเธอแววตาหวานจนช่อม่วงเขิน ทรงรบค่อยๆ แอบจับมือเธอและเงยหน้าดูดาว หวานกันในความเงียบ...

    ฝ่ายโจ้กับหวายเมากอดกันหลับจนเช้า โจ้ตื่นมาตกใจที่ตัวเองกอดหวายอยู่ รีบผละออกปลุกเธอ หวายสะดุ้งตื่นก็เอะอะว่าเมื่อคืนเขาฉวยโอกาสทำอะไรตนหรือเปล่า

    “โอ๊ย!...ไม่รู้ จำไม่ได้ ก็ไม่รู้เรื่องด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ” ถามว่าจะเอายังไงต่อไป ถ้าจะกลับบ้านก็จะไปส่งหวายไม่อยากกลับไปเจอพ่อ โจ้ถามว่าหรือจะไปที่ไร่อุ่นรัก หวายไม่ไปเพราะไม่อยากเจอวิน

    เมื่อที่ไหนก็ไม่ไป โจ้จึงพาไปที่บ้านตัวเอง แนะนำหวายกับพ่อว่าเป็นเพื่อนที่อบรมด้วยกัน ลุงหมายมองทั้งคู่อย่างสงสัยที่หายไปกันทั้งคืน พอรู้ว่ายังไม่ได้กินอะไรกันมา ลุงหมายก็ชวนโจ้เข้าครัวไปทำอาหารกัน

    ระหว่างเข้าครัว ลุงหมายถามโจ้ว่าเพื่อนกันแน่หรือ โจ้บอกว่าเธออกหักตนเลยนั่งเป็นเพื่อน ลุงหมายพูดอย่างรู้ทันว่า

    “ไม่ใช่แค่หนูหวายมั้งที่อกหักเมื่อคืน” โจ้ถอนใจ อย่างยอมรับ ลุงหมายยุว่า “เอาน่า อกไก่ต้องมีคนหมัก แต่ถ้าอกหักมันต้องมีคนใหม่เว้ย” โจ้ถามว่าเอามาจากไหนเนี่ย “ไม่รู้ จำๆเขามา แกเป็นไงบ้างล่ะ โอเคไหม”

    โจ้บอกว่าตนโอเค แล้วจะเอาผักไปล้าง ลุงหมายตามไปยุว่า

    “เฮ้ย...แกก็จีบหนูหวายเลยสิคนอกหักมาเจอคนอกหักแต่งกันไปหลายคู่แล้วนะ”

    “โอ๊ย...พ่อยังไม่เห็นฤทธิ์ยัยนี่ เดี๋ยวรอให้สร่างก่อนเถอะ” โจ้พูดแล้วช่วยพ่อทำกับข้าว

    ooooooo

    รุ่งขึ้น อนาวินทร์เจอพุดชมพูเขาถามว่าเมื่อคืนนอนเปิดไฟอีกหรือเปล่า เธอทำเสียงอือ เขาบอกว่าลองปิดบ้างสิถ้ากลัวก็นึกถึง...

    พุดชมพูกลัวเขาจะพูดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หาทาง เลี่ยงบอกแม่ว่าหิวแล้วจะไปช่วยน้าจิตในครัวอนาวินทร์ขอไปด้วยภัทรามองทั้งสองงงๆ อนาวินทร์พยายามสร้างบรรยากาศให้ปกติแต่พุดชมพูก็พยายามเลี่ยง สุดท้ายก็ขอไปไร่ อนาวินทร์ตามไป จนน้าจิตงง ภัทรามาตามกับข้าวไม่เห็นพุดชมพูถามน้าจิต น้าจิตบอกว่าไปไร่แล้ว

    “อ้าว...แล้วเมื่อกี้บอกหิว” ภัทราพึมพำ สองพี่น้องมองหน้ากันงงๆ แต่พอจัดโต๊ะอาหารเรียบร้อย ทรงรบกับช่อม่วงก็เข้ามา น้าจิตชวนกินข้าว พอทั้งสองนั่ง น้าจิตนึกได้เล่าให้พี่สาวฟังว่า

    “เออ...ว่าจะเล่าให้พี่ฟังอยู่ เมื่อเช้าตอนไปตลาดชาวบ้านเขาเม้าท์กันใหญ่ว่าหนูพุดเอาแฟนมาอยู่ไร่ แถมมีคนรู้มาด้วยนะว่า คุณวินน่ะเป็นหลานชายเศรษฐีใหญ่ที่กรุงเทพฯ พวกแม่ค้าอิจฉากันใหญ่ บอกว่าบ้านเราตกถังข้าวสารแล้ว”

    จิตราเล่าแล้วหัวเราะมีความสุขแต่ภัทราฟังแล้วไม่สบายใจ ไม่พูดต่อแต่บอกช่อม่วงว่า

    “หนูช่อช่วยไปตามพุดกับคุณวินมากินข้าวทีนะจ๊ะ น่าจะอยู่ที่แปลงดอกไม้”

    ช่อม่วงรับคำลุกไป ภัทรายังคงเงียบแต่สีหน้าเคร่งเครียด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์