ข่าว

วิดีโอ



บัลลังก์ดอกไม้

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ทีมเวฟทีวี

กำกับการแสดงโดย: เจน - เจนไวยย์ ทองดีนอก

ผลิตโดย: บริษัท เวฟทีวี จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: มาริโอ้ เมาเร่อ, จรินทร์พร จุนเกียรติ, กวี ตันจรารักษ์, มัจฉา โมซิมันน์

อนาวินทร์เซ็นเอกสารส่งคืนเมสเซนเจอร์แล้วบอกอ้อยกับตาลว่าจะไม่อยู่หลายวันฝากบ้านด้วย ทั้งสองถามว่าเขาจะไปตามคุณพุดใช่ไหม ลุ้นให้ สู้ๆนะ ยืนส่งอย่างเอาใจช่วย

ที่ไร่อุ่นรัก วันนี้ลุงเจือขอลางานกับพุดชมพูเพื่อไปช่วยงานแต่งของลูกเพื่อน เขียดบอกว่าเลิกงานแล้วกว่าจะช่วยเก็บของเสร็จก็คงจะกลับมาดึก

ระหว่างอนาวินทร์ขับรถไปไร่อุ่นรักนั้นเขาได้รับโทรศัพท์จากทรงรบบอกว่าการันต์ได้รับการประกันตัว เขาบอกให้ทรงรบสืบดูว่าการันต์ไปไหน และติดต่อกับใครบ้าง ครู่เดียวก็ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจที่เคยทำคดีไฟไหม้ไร่อุ่นรักแจ้งว่า

“มีรายงานว่าเห็นรถของผู้ต้องสงสัยวางเพลิงขับเข้ามาในเขตอำเภอครับ ผมเลยโทร.มาบอกไว้ ถ้ามีอะไรก็โทร.แจ้งได้ทันทีครับ”

พอวางสายจากตำรวจ อนาวินทร์เหยียบคันเร่งพุ่งไปอย่างร้อนใจ เขาพยายามโทร.หาพุดชมพู แต่เธอวางโทรศัพท์ไว้บนม้านั่งห่างจากแปลงดอกไม้ เขาร้อนใจมากรอจนสายหลุดแล้วโทร.ใหม่ เมื่อไม่มีใครรับสาย จึงโทร.เข้าบ้าน ปรากฏว่าโทรศัพท์บ้านไม่ว่าง!

จิตรากำลังพูดโทรศัพท์บอกเส้นทางมากับลูกค้าที่จะมารับขนม พอวางสายจิตราบ่นกับพี่สาวว่าเหนื่อยจริงๆ ไม่รู้ว่าเขาฟังไม่รู้เรื่องหรือตนพูดไม่รู้เรื่อง หรือบ้านเรามันเข้ายากเกินไป ทันใดก็ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา ภัทราชะเง้อมองสงสัยว่าจะเป็นลูกค้าคนเมื่อกี๊ แต่รถเลี้ยวไปทางแปลงดอกไม้เลยคิดว่าคงเป็นคนมารับดอกไม้

ที่แท้คือการันต์กับชวกร! เขาขับรถไปที่แปลงดอกไม้ พุดชมพูกลับมานั่งพักดื่มน้ำพอดี เธอตกใจมากเมื่อการันต์ตรงเข้าไป เธอถาม “คุณมาที่นี่ทำไม?”

“ที่จริงผมมีธุระกับอนาวินทร์มากกว่า แต่ผมต้องการให้คุณช่วย” แล้วหันสั่งชวกร “เอาตัวมันไป”

ชวกรถือปืนเดินคุมพุดชมพูไป เธอถามว่าจะพาตนไปไหนพลางมองหาทางหนีทีไล่ ถูกมันขู่ว่าถ้าตุกติกถูกยิงไส้แตกแน่ แต่แล้วมันทั้งสองต้องตกใจเมื่อภัทรากับจิตราโผล่มา

“พวกคุณเป็นใคร จะพาพุดไปไหน?!” ภัทราตกใจมาก ถูกชวกรตะคอกว่าถ้าไม่อยากตายก็หลีกไปเสีย

พุดชมพูฉวยจังหวะนั้นจับมือชวกรบิดจนปืนหล่น พอเขาจะก้มเก็บก็ถูกเธอถีบจนคว่ำไป พุดชมพูจะก้มเก็บปืนก็ถูกการันต์ยิงขู่ สั่งห้ามขยับ ชวกรจึงหันมาจะตบ

ทันใดนั้น อนาวินทร์โผล่จากไหนไม่มีใครรู้ เขากระโดดถีบชวกรกระเด็นไป ชวกรหยิบปืนได้เล็งใส่หัวอนาวินทร์ พุดชมพูตะโกนอย่ายิง! การันต์จึงสั่ง “งั้นแกก็มากับฉัน...เร็วซิ!”

“แกอย่าทำอะไรพุดนะ! ถ้าแกอยากแก้แค้นก็มาทำฉันสิ ปล่อยพุดไปซะ” อนาวินทร์ตะโกน

“ไม่ต้องขอ ฉันตั้งใจจะทำให้แกเจ็บเหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว” การันต์เอาปืนจ่อหัวพุดชมพู ภัทราร้องไห้ขอร้องอย่าทำอะไรพุดชมพู ขอให้เห็นแก่หัวอกคนเป็นแม่เถอะ การันต์สวนเหี้ยมว่า “ฉันไม่สน เพราะฉันไม่เคยมีแม่!”

“อย่าทำอะไรพุดนะรัน ฉันขอร้อง” อนาวินทร์ร้องขอ การันต์ถามว่าอยากเจ็บแทนใช่ไหม แล้วสั่งชวกร “ถ้าไอ้อนาวินทร์มันกล้าสู้ฉัน ก็ยิงผู้หญิงของมันทิ้งเลย”

การันต์ชกอนาวินทร์ที่หน้าเต็มแรงจนเขาล้มทั้งยืนแล้วตามซ้ำอีก อนาวินทร์ไม่กล้าสู้กลัวพุดชมพูได้รับอันตราย แต่พุดชมพูทนดูเขาถูกทำร้ายไม่ได้ร้องบอกให้การันต์พอได้แล้วที่ผ่านมาอนาวินทร์มีแต่ปกป้องเขามาตลอด

“ถุย! ถ้าปกป้องจริง มันคงไม่ปล่อยให้ปู่มันเลี้ยงฉันเหมือนหมาหัวเน่าอย่างนี้หรอก สมน้ำหน้าแล้วที่มันตายไปเสียได้” อนาวินทร์โกรธมากชกหน้าการันต์เต็มแรงจนล้ม พอเขาจะตามซ้ำก็ถูกชวกรตวาดให้หยุดไม่อย่างนั้นนังนี่ตาย!

การันต์เอาปืนเล็งอนาวินทร์ที่ล้มอยู่ พุดชมพูสะบัดหลุดจากชวกรพุ่งเข้าเอาตัวบังอนาวินทร์ไว้ ขอร้องการันต์ปล่อยเขาไปเถอะ

“ปล่อยมันคงไม่ได้ แต่ถ้าอยากตายไปพร้อมกัน ฉันจะช่วย!” การันต์ยิ้มเหี้ยม พุดชมพูกอดอนาวินทร์ไว้อย่างปกป้อง แต่เขาพลิกตัวบังเธอไว้อย่างเร็ว พร้อมกับเสียงปืนดังขึ้น

“ปัง!!”

พุดชมพูกับอนาวินทร์ต่างมองอีกฝ่ายว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทันใดก็ได้ยินเสียงตะโกน

“ทิ้งอาวุธ แล้วมอบตัวซะ! ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว”

ชวกรกระซิบถามการันต์ว่าเอาไงดี การันต์คิดหา ทางหนี ตำรวจสำทับให้มอบตัว ชวกรตะโกนว่าตนไม่ยอม ติดคุกแล้วจับพุดชมพูไว้เป็นตัวประกัน ตำรวจยิงชวกร เลือดทะลัก แต่เขายังยิงต่อสู้ อนาวินทร์พุ่งเข้าไปแย่งตัวพุดชมพูออกมาและตำรวจก็ยิง ชวกรนอนจมกองเลือด

การันต์ตกใจอาศัยจังหวะชุลมุนคว้าปืนวิ่งหนี ตำรวจวิ่งตามไป อนาวินทร์กับพุดชมพูจึงวิ่งตามตำรวจไป

ooooooo

การันต์พยายามวิ่งไปที่รถของชวกรทั้งที่บาดเจ็บ อนาวินทร์ พุดชมพู และตำรวจตามมาล้อมไว้ อนาวินทร์ตะโกนให้มอบตัวเสีย

แม้จะอยู่ในสภาพจนตรอก การันต์ก็ไม่ยอมจำนน เขาระบายความคับแค้นต่อปู่เล็ก กระทั่งนาทีสุดท้ายที่ยืนมองปู่เล็กทรมานก่อนสิ้นใจอย่างเลือดเย็น ตะโกนอย่างสะใจว่า “ฉันเกลียดมัน! เกลียดแก! เกลียดพวกแกทุกคน!!!”

อนาวินทร์แค้นแทบระเบิดหันไปแย่งปืนจากตำรวจจะยิง พุดชมพูห้ามแต่การันต์ท้าให้ยิงเลย อนาวินทร์บอกว่าตนขยะแขยงจะไม่ยอมให้มือตนเปื้อนเลือดเขาเด็ดขาด บอกการันต์ว่า

“ฉันไม่เคยคิดแข่งกับแก แกเองต่างหากที่คิดจะแข่งอยู่ฝ่ายเดียว แล้วก็แพ้อยู่ฝ่ายเดียว” การันต์ตะโกนสวนทันทีว่าตนไม่เคยแพ้! “มันจบแล้วรัน แกแพ้ แกจะต้องอยู่กับความพ่ายแพ้และความผิดบาปไปตลอดชีวิต”

“แกนั่นแหละจะต้องอยู่กับความผิดบาปไปตลอดชีวิต จำไว้นะ ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะแก แกทำให้ฉันฆ่าปู่ฆ่าป้านุ่มและที่สำคัญ แกฆ่าฉัน!” การันต์ลั่นไกใส่ขมับตัวเองทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

การันต์นอนตายจมกองเลือดทั้งที่หน้ายังเต็มไปด้วยความแค้นและน้ำตายังไหล...

อนาวินทร์เข้าโรงพยาบาลรักษาบาดแผล เขาคิดทบทวนคำพูดของการันต์ บอกพุดชมพูว่า

“ปู่พูดถูก ฉันน่าจะใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง ให้มากกว่านี้...โดยเฉพาะการันต์...” เขาจับมือพุดชมพูพูดอย่างเจ็บปวดว่า “ทำไมคนที่ฉันรักทุกคนต้องมาเป็นแบบนี้...ฉันไม่เหลือใครแล้ว...พุด เธออยู่กับฉัน อย่าไปไหนนะ...”

พุดชมพูมองเขาอย่างเข้าใจ...เห็นใจ... แต่ในใจเธอนั้นคิดอีกอย่าง! เธอไม่อยากกลับไปเจ็บซ้ำอีกแล้ว เธอมาดูแลและเปลี่ยนดอกเบญจมาศในแจกันให้แล้วเอาดอกเหี่ยวเฉาออกไปในขณะที่อนาวินทร์หลับ จนภัทราถามว่าจะไม่ให้โอกาสเขาหรือ เธอมองดอกเบญจมาศเหี่ยวเฉาในมือ บอกแม่อย่างเจ็บปวดไม่หายว่า

“ความรู้สึกของพุดก็คงเหมือนดอกไม้พวกนี้ ถึงครั้งนึงมันจะเคยสวยงามแค่ไหน แต่ถ้ามันตายแล้วทำยังไงก็คงไม่ฟื้น...ปล่อยมันไว้แบบนี้เถอะค่ะ”

ooooooo

อนาวินทร์ยังเฝ้ารอพุดชมพู จนเมื่อหมอบอกว่าพรุ่งนี้เขากลับได้แล้ว เธอไปที่ห้องเขาอีก อนาวินทร์ ดีใจมากรีบขอบคุณสำหรับดอกไม้ ตัดพ้อว่าถ้าไม่มีมันตนคงรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวบนโลก

“ต่อให้เป็นแบบนั้น นายก็ต้องอยู่ให้ได้ แม่เคยสอนว่าอย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับใคร โดยเฉพาะทางความรู้สึก...”

“ฉันเสียคนที่รักไปแล้ว ฉันไม่ควรจะมัวเป็นทุกข์เพราะคนที่เกลียดฉัน” อนาวินทร์รำพึงกับตัวเอง

“คิดได้อย่างนั้นก็ดี...ฉันกลับก่อนนะ” พุดชมพูบอกว่าหมอบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้ว อนาวินทร์อ้อนทันทีว่าตนยังระบมไปหมดลุกแทบไม่ไหวเลย เธอตัดบทว่า “งั้นนายก็ควรนอนพักเฉยๆ ฉันไม่กวนแล้ว”

“สรุปคือยังไงเธอก็จะไปใช่ไหม”

“ฉันทำงานที่ปู่เล็กขอร้องไว้สำเร็จแล้ว นายพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าเป็นผู้นำสัตยารักษ์ได้ ฉันดีใจกับนายด้วย” อนาวินทร์อ้อนว่าที่ตนทำอย่างแบบนั้นได้เพราะเธอ “นายคิดไปเองทั้งนั้น ดูที่นายจัดการเรื่องคุณการันต์สิ ไม่เห็นต้องมีฉันเลย เพราะงั้น...เราต่างคนต่างอยู่ดีกว่า...อย่าผูกติดกันไว้เลย”

พุดชมพูจับมือเขาขึ้นมา เอาสร้อยใส่มือคืนให้แล้วเดินไปเลย ออกไปเจอภัทรา แม่ถามว่าคุณวินเป็นยังไงบ้าง เธอบอกว่าเขาไม่เป็นไรแล้ว พูดแล้วเดินไปเลย ภัทราจึงเข้าไปหาอนาวินทร์ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าแย่มากแล้วชี้ที่หัวใจบอกว่าเจ็บตรงนี้ เพราะพุดชมพูโกรธตนมาก

“ถ้าวันนั้น คุณวินไม่โทร.มาหาน้าก่อน น้าก็คงไม่ให้อภัยคุณเหมือนกันล่ะค่ะ” ภัทราหมายถึงวันที่เขาโทร.มาฝากให้ช่วยดูแลพุดชมพูในวันที่เขาไล่ออกจากบ้าน เมื่อพุดชมพูกลับถึงบ้านก็โผกอดแม่ร้องไห้โฮบอกว่าเขาไม่รักตนแล้ว...

ภัทรารู้ว่าความรู้สึกที่แท้จริงของพุดชมพูเป็นอย่างไร เมื่ออนาวินทร์ออกจากโรงพยาบาลจึงให้เขาพักที่บ้านก่อนเพราะไม่อยากให้ขับรถไกลๆ พุดชมพูพูดอย่างไม่ยินดียินร้ายว่าตามใจแม่สิคะ ภัทราเห็นท่าทีเย็นชาของเธอ บอกอนาวินทร์อย่างปลอบใจว่า

“พุดเขาอาจจะต้องการเวลาคิดทบทวน ให้เวลาเขาหน่อย ถ้าความรู้สึกที่เขามีต่อคุณวินแข็งแรงพอเขาจะคิดได้เอง”

อนาวินทร์พยักหน้ารับเข้าใจ...แต่เขาก็พยายามที่จะง้อและชี้แจงให้เธอเข้าใจตน วันนี้ไปหาเธอที่แปลงดอกไม้ บอกว่าตนผิดที่ทำให้เธอเสียใจตอนนี้ตนรู้แล้วว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดที่สุด ขอเธอให้โอกาสตนด้วย

“นายไม่ผิดหรอก ฉันเองที่ผิด...ที่ลืมความเจ็บปวดวันนั้นไม่ได้” พูดแล้วถือกระบะต้นกล้าเดินไป

อนาวินทร์ได้แต่ยืนมองตาละห้อย...

ooooooo

ฝ่ายทรงรบถูกช่อม่วงงอนจนไม่รู้จะทำอย่างไร ทรงศักดิ์กับวิภารักและเอ็นดูช่อม่วงจึงเป็นกาวใจให้ วิภาไลน์ไปหาช่อม่วงบอกว่าตนไม่ว่างวานให้ไปช่วยหาซื้อนิยายเรื่อง “ปิดคดี ไม่ได้ปิดใจ” ให้ที ช่อม่วงรับคำด้วยความยินดี

ไปที่ร้านหนังสือเห็นนิยายเรื่อง “สองรักหนึ่งหัวใจ”ที่ตนเคยให้ทรงรบแทนคำขอบคุณที่ช่วยตนในเวลาที่รู้สึกแย่

ซื้อหนังสือได้แล้ว ช่อม่วงเดินออกมาเจอรถเข็นขายกระปุกออมสินน่ารักเธอหยุดหยิบดู ลุงคนขายมายืนดูด้วยเอ่ยขึ้นว่า

“รู้ไหม เคยมีคนเปรียบความรักเหมือนกระปุกออมสินด้วย” เธอถามว่าลุงอ่านหนังสือนี้ด้วยหรือ “ใช่ ที่จริงไม่ได้ชอบหรอกนะแต่คนที่ลุงรักเขาให้หนังสือมา”

ช่อม่วงเริ่มเอะใจ จนลุงคนนั้นถอดหมวก ถอดแว่น เธอตกใจที่แท้เขาคือ ทรงรบนั่นเอง! ทรงรบยังคงพูดอีกว่า

“ความรักก็เหมือนกระปุกออมสิน เรามีไว้เพื่อสะสม ไม่ใช่เพื่อเรียกร้อง ยิ่งเราให้เราก็จะยิ่งได้” ทั้งสองพูดประโยคซึ้งใจในหนังสือขึ้นพร้อมกันว่า “รักไม่เคยร้องขอ...มันแค่รอให้เรามาเติมเต็ม”

เมื่อใจกับใจถึงกันแล้ว ช่อม่วงถามเขาว่าแล้วนิลลดาล่ะ ทรงรบบอกว่าเธอทุบมันแตกแล้ว ชี้แจงว่าวันนั้นตนไม่ได้จูบเธอมันเป็นอุบัติเหตุ ช่อม่วงยืนยันว่าตนเห็นกับตา เขาทำตาล้อๆ เถียงว่านั่นไม่เรียกว่าจูบ ช่อม่วงบอกว่าใช่ เขาเถียงว่าไม่ใช่ จนทรงรบรวบรัดตัดบทว่า

“เพราะที่เรียกว่าจูบ มันต้องเป็นแบบนี้” แล้วจู่โจมจูบเธอที่หลังรถเข็นขายกระปุกออมสิน นิ่ง...นาน...

ooooooo

ท่าทีที่หมางเมินของพุดชมพู ทำให้อนาวินทร์คิดว่าเธอคงลืมเขาจริงๆแล้ว คืนนี้เขาไปยืนใต้ต้นไม้ ใหญ่มองขึ้นไปที่ห้องนอนเธอที่ยังเปิดไฟอยู่ ภัทราออกมาเจอ เขารำพึงเศร้าๆว่า “พุดคงลืมผมแล้วจริงๆ”

“พุดคงกำลังกลัวน่ะค่ะ นี่เป็นรักแรกของเขา พุดไม่เคยรู้จักความเจ็บปวดจากความรักมาก่อน”

ความรักทำให้อนาวินทร์ไม่ท้อ วันนี้เขาไปช่วยงานพุดชมพูที่แปลงดอกไม้ เธอพูดกับเขาอย่างเป็นการเป็นงานว่า

“นายไม่ต้องมาทำแล้วนะ ครบ 1 ปีเมื่อไหร่ นายก็รับมรดกของนายไป” เขาอ้อนว่าตนอยากอยู่ที่นี่ “ตื่นได้แล้ว นายคือคุณอนาวินทร์ สัตยารักษ์ ว่าที่ประธานบริษัทสัตยาอสังหา นายอยู่ที่นี่ไม่ได้”

อนาวินทร์ตื๊อว่าตนอยู่ได้และอยู่ที่นี่มานานแล้ว พุดชมพูเตือนสติว่าเวลาของเขาหมดแล้ว อยากให้เขายอมรับความจริงเหมือนตนที่ว่าเขากับตนอยู่คนละโลก เราไม่ควรรู้จักกันแต่แรกด้วยซ้ำ ตนเคยรักนายวินคนงานไร่ แต่เขาไม่อยู่แล้ว

พุดชมพูเดินหนี อนาวินทร์เข้ากอดเธอจากข้างหลังเว้าวอนว่า นายวินของเธออยู่ที่นี่...เธอแกะมือเขาออกบอกว่า

“เขาจะอยู่แค่ในความทรงจำของฉัน นายกลับ ไปเสีย”

อนาวินทร์เดินหงอยๆผ่านลานบัลลังก์ดอกไม้ เห็นต้นพุดชมพูที่เธอขยายพันธุ์กำลังผลิใบงาม เมื่อเจอภัทรา เขาถามว่าพุดชมพูจะสร้างบัลลังก์ดอกไม้หรือ

“คงใช่มั้ง ตอนกลับมาใหม่ๆ พุดซึมไปหลายวัน พอเริ่มดีขึ้น ก็เอาแต่ปลูกต้นพุดชมพู น้าก็แปลกใจนะ พุดเก็บแบบที่พ่อเขาร่างไว้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยคิดจะทำ”

อนาวินทร์คิดถึงที่พุดชมพูเคยพูดว่า “สิ่งที่คนที่เรารักตั้งใจทำให้ มันไม่มีอะไรเทียบได้” ความคิดเขาสว่างวาบขึ้นตาเป็นประกายเมื่อได้ไอเดียที่จะง้อเธอ

เช้าวันรุ่งขึ้น เขาลากกระเป๋าเดินทางออกมาบอกพุดชมพูว่าจะกลับไปทำหน้าที่อย่างที่เธอบอก ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง แม้เธอจะใจหายแต่ก็ปากแข็งบอกให้ขับรถดีๆแล้วกัน ทันใดนั้นน้าจิตรก็กระหืดกระหอบมาบอกว่าพี่ภัทเป็นอะไรไม่รู้ อนาวินทร์ทิ้งกระเป๋าวิ่งตามน้าจิตไปทันที เข้าบ้านไปเห็นน้าภัทนอนไม่ได้สติ น้าจิตบอกว่าตนออกจากครัวมาก็เห็นนอนแน่นิ่งแล้ว เรียกก็ไม่รู้สึกตัว เขาบอกให้พาไปโรงพยาบาลดีกว่า แล้วอุ้มน้าภัทออกไป

วันนี้ทรงรบกับช่อม่วงนั่งกินอาหารด้วยกัน ทรงรบจะเอากล่องตามใจให้เธอหยิบทอฟฟี่เม็ดสุดท้าย แต่พอเอากล่องออกมาก็ได้รับโทรศัพท์จากอนาวินทร์ เขาบอกช่อม่วงว่าสงสัยที่ไร่จะมีเรื่องด่วน เขามองช่อม่วงอย่างเกรงใจบอกว่างั้นเราเก็บไว้ก่อนเนอะ พลางเก็บกล่องตามใจ ช่อม่วงมองอย่างเสียดายได้แต่พยักหน้ายิ้มแห้งๆ

โจ้กับหวายกำลังสนุกทั้งงานและความรัก โจ้ได้รับโทรศัพท์จากอนาวินทร์บอกหวายว่าไร่อุ่นรักมีเรื่องด่วนพรุ่งนี้ตนต้องไปช่วยหน่อย ชวนหวายไปเป็นเพื่อนด้วยหวายบอกว่าไป “เป็นเพื่อน” ไม่ไป โจ้แก้ว่างั้นไป “เป็นแฟน”

“ไป!” หวายตอบทันที แล้วจูงมือกันเดินออกไป

ooooooo

หลังจากหมอตรวจภัทราแล้ว หมอสงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจต้องอยู่ให้หมอเฉพาะทางตรวจอีกที พุดชมพูกับอนาวินทร์ซักถามภัทราอย่างเป็นห่วง ภัทราตอบมีพิรุธจนจิตราเข้ามาตัดบทว่าท่าทางพี่ภัทเพลียๆให้พักผ่อนก่อนเถอะ

จิตรารุนหลังพุดชมพูกับอนาวินทร์ออกไป พอออกมาข้างนอก อนาวินทร์ปลอบใจเธอว่าไม่ต้องกังวล น้าภัทต้องไม่เป็นอะไรให้เธอมานอนเป็นเพื่อนน้าภัทที่นี่ งานที่ไร่ตนจะช่วยดูแลให้เอง

พุดชมพูขอบใจเขามาก อนาวินทร์ยิ้ม ทำใจกล้าจับมือเธอขอให้เข้มแข็งไว้...งานนี้เขาได้ใจเธอไปเต็มๆ

เมื่อพุดชมพูเฝ้าภัทราที่โรงพยาบาล อนาวินทร์ก็เอาอุปกรณ์ปลูกต้นไม้มุ่งไปยังลานบัลลังก์ดอกไม้อย่างเร่งรีบ ขณะเดียวกันโจ้กับหวายก็มาถึงและเข้าไปเยี่ยมน้าภัทในห้องพักคนป่วย

พุดชมพูบอกว่าโจ้มาก็ดีแล้ววานดูแม่ก่อนตนจะไปดูไร่หน่อย ทั้งโจ้และหวายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอควรอยู่ดูแลแม่แต่เธอก็ไปดูไร่จนได้ จิตราบอกต้องรีบโทร.บอกวินให้รู้ตัว ควานหาโทรศัพท์อยู่นานพอเจอก็ไม่มีเบอร์อีก โจ้กับหวายเลยวิ่งตามไป เจอพุดชมพูกำลังจะไปรดน้ำต้นพุดชมพู หวายไม่รู้จะทำยังไงเลยแกล้งตะโกนเรียกอนาวินทร์ให้เขารู้ตัว

พุดชมพูจะไปรดน้ำต้นพุดชมพูที่ปลูกไว้ ชนกับอนาวินทร์ที่ออกมาดัก เขาบอกว่าตนรดน้ำต้นพุดชมพูแล้วเธอรดอีกเดี๋ยวมันจะสำลักน้ำตาย พอพุดชมพูหันกลับ เขาก็จู่โจมกอดเธอไว้ กระซิบถามว่าเธอรู้สึกอะไรบ้างไหมเวลาอยู่ใกล้ๆตนแบบนี้ เธอบอกให้ปล่อย เขากลับจะอุ้มขึ้นมา เลยถูกเธอกระทืบเท้าจนล้มไปด้วยกันเธอถูกเขาทับไว้เต็มๆ ซ้ำยังถูกขโมยจูบด้วย พอดีน้าจิตโทร.มา รับสายแล้วเธอตกใจบอกว่าจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้

ooooooo

อนาวินทร์เร่งสร้างบัลลังก์ดอกไม้ ต่อเติมโครงศาลาจนเสร็จแล้วเร่งทาสี และปลูกต้นพุดชมพูไว้สวยงาม พุดชมพูถือกระบะต้นกล้าเดินมาทางลานบัลลังก์ดอกไม้ โจ้กับหวายก็โผล่มาขวางพยายามไม่ให้เธอไปที่นั่น

พุดชมพูจะไปลงต้นกล้าให้ได้ อนาวินทร์แอบส่งสัญญาณกับหวายให้กันพุดชมพูกลับไปเสีย หวายไม่รู้จะทำยังไงเลยแกล้งชนกระบะต้นกล้าหก หวายขอโทษยิ้มแหยๆ พุดชมพูบอกว่ารู้ว่าสองคนหวังดีแต่พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้วนะ

คนรอบข้างพุดชมพูต่างตื่นเต้นวุ่นวายกันหมด เพราะทุกคนร่วมมือเล่นละครกับอนาวินทร์หวังง้อพุดชมพูให้ใจอ่อน

ทรงรบกับช่อม่วงที่สนิทกับพุดชมพู ก็ช่วยกันพูดให้เห็นข้อดีของอนาวินทร์เพื่อเธอจะได้ไม่มองผ่านสิ่งดีๆ ที่อยู่ใกล้ตัว เธอบอกว่ายังไม่มีอารมณ์คิดเรื่องนี้ พอดีหมอมาบอกว่าคนไข้ไม่มีอะไรผิดปกติกลับบ้านได้แล้ว พุดชมพูดีใจบอกว่าพรุ่งนี้วันเกิดแม่ชวนไปทำบุญที่วัดกัน ภัทราทำท่ายังไม่อยากกลับบ่นว่ายังเจ็บโน่นปวดนี่

ขณะพวกพุดชมพูกำลังวางแผนไปทำบุญและเที่ยวกัน ภัทราก็ได้รับโทรศัพท์จากอนาวินทร์ คุยเสร็จก็บอกว่าตนเปลี่ยนใจแล้วกลับบ้านกันเดี๋ยวนี้เลยแล้วพรุ่งนี้จะจัดงานเลี้ยงใหญ่ให้ทุกคนแต่งตัวสวยๆด้วย

แม้ว่าทรงรบจะช่วยอนาวินทร์เต็มที่แต่ก็ไม่ลืมเรื่องของตัวเอง เขาเอากล่องตามใจมาให้ช่อม่วงหยิบทอฟฟี่เม็ดสุดท้าย ช่อม่วงเขินเพราะแอบดูมาก่อนแล้วในทอฟฟี่เขียนว่า เป็นแฟนกันนะ แต่พอเธอหยิบออกมากลายเป็นเขียนว่า “แต่งงานกันนะ” เพราะทรงรบแอบเปลี่ยนแล้ว ช่อม่วงดีใจน้ำตาไหล โผเข้ากอดกันอย่างมีความสุข

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมื่อไปทำบุญที่วัด ทุกคนอวยพรให้น้าภัทสุขภาพดีมีควาสุข กลับมาถึงบ้านพุดชมพูถามโจ้ว่าทางนี้เป็นยังไงบ้าง โจ้บอกว่าเรียบร้อยดี หวายติงว่าตรงที่เธอปลูกพุดชมพูไว้...โจ้ตัดบทว่าให้พุดชมพูไปดูเองดีกว่า

พุดชมพูไปเห็นบัลลังก์ดอกไม้ที่สวยงามล้อมรอบด้วยต้นพุดชมพูและดอกไม้บานสะพรั่ง ที่ศาลามีม้านั่งน่ารัก มันคือบัลลังก์ดอกไม้ที่พ่อวาดไว้ในฝันที่วันนี้เป็นจริงแล้ว! เธอถามอนาวินทร์ว่าเขาเป็นคนทำหรือ

“เธอเคยบอกว่า ‘สิ่งที่คนที่เรารักตั้งใจทำให้ มันไม่มีอะไรเทียบได้’ ฉันเข้าใจแล้วนะ เพราะฉันทำทั้งหมดนี้ เพื่อคนที่ฉันรักเหมือนกัน” เธอถามว่าแน่ใจหรือที่พูดคำนี้ “ฉันไม่เคยพูดคำนี้กับใครนะอาจจะเพราะว่าไม่เคยมีใครปราบฉันได้เหมือนเธอ” แล้วชวนไปนั่งเก้าอี้น่ารักบนศาลา

อนาวินทร์สารภาพรักกับเธอขอดูแลเธอตลอดเวลาที่เหลือในชีวิตได้ไหม เธอถามว่าอยากเป็นคนงานในไร่จริงๆหรือ จะทนแดดทนทำงานหนักในไร่ได้หรือ จะไม่ทำให้ตนเสียใจอีกหรือ พอเขารับปากเธอเปิดใจรับว่าตนก็รักเขาเหมือนกัน อนาวินทร์ทำเป็นหูตึง ถามว่าเมื่อกี๊พูดอะไรนะ

“ฉันก็รักนายเหมือนกัน” เธอพูดเบาๆ เขาร้องอย่างปลื้มปีติว่า “ฉันก็รักเธอ! ฉันรักเธอที่สุดเลย!!”

ทั้งสองโผกอดกันอย่างมีความสุขบนบัลลังก์ดอกไม้ ที่พ่อฝันจะสร้างให้พุดชมพูแต่ท่านด่วนจากไปเสียก่อน...

อนาวินทร์มองหน้าพุดชมดูอย่างแสนรัก บอกว่า “ตอนนี้ ฉันเข้าใจแล้วนะ ว่ามรดกที่มีค่าที่สุดที่ปู่ทิ้งไว้ให้ฉัน มันไม่ใช่บริษัทหรือเงินทองอะไรทั้งนั้น...แต่คือเธอ...เธอทำให้ฉันรู้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร มันไม่เกี่ยวกับเงินทองเลยสักนิด บัลลังก์ดอกไม้ที่มีเธออยู่ข้างๆนี่แหละที่จะทำให้ฉันมีความสุขตลอดไป”

อนาวินทร์จูบพุดชมพูด้วยความรักท่ามกลางสวนดอกไม้หลากสีบานสะพรั่ง บน...บัลลังก์ดอกไม้...

ooooooo

–อวสาน–


ละครบัลลังก์ดอกไม้ ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านบัลลังก์ดอกไม้ ติดตามบัลลังก์ดอกไม้ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ, จรินทร์พร จุนเกียรติ, กวี ตันจรารักษ์, มัจฉา โมซิมันน์ 23 ก.พ. 2560 09:42 2017-02-24T01:48:30+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ