ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สิริกานดาเห็นข้อความที่ติดอยู่หน้ารถตัวเองถึงกับหน้าเครียดรีบโทร.ถามโสภณว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ เขาปดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากกว่า อย่าไปให้ความสำคัญจะทำให้ทุกข์ใจเปล่าๆ

“รองก็ว่าอย่างนั้นแหละ แต่เพื่อความแน่ใจก็ต้องบอกพี่โสไว้ก่อน เผื่อว่าพี่โสแอบไปซุกใครไว้ไม่บอก”

“บ้าน่า พี่จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร ไม่เชื่อใจพี่เหรอ”

“เชื่อสิคะ รองล้อเล่น สัมมนาให้สนุกนะคะ ว่างแล้วโทร.หากันใหม่ค่ะ” สิริกานดาวางสายแล้วหันไปทางพี่สาวด้วยสีหน้าสดชื่นกว่าเดิม

“พี่โสไม่รู้เรื่องจ้ะ มันต้องเอามาแปะผิดคันแน่ๆ มันอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าคันนี้เป็นรถเจ้ก็ได้นะ ไอ้กล้ามใหญ่นั่นน่าจะมีเมียเยอะซะด้วย”
แม้น้องสาวจะดูสบายใจขึ้น แต่สิริวิภากลับเป็นกังวลใจแทน...

ฝ่ายโสภณตามมาเอาเรื่องปรุงฉัตรถึงบ้านที่นำกระดาษไปแปะหน้ารถสิริกานดาแบบนั้น เธอกลับบอกว่าทำแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ แล้วด่าว่าเขาสาดเสียเทเสีย เคยเลวอย่างไรก็เลวอย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยน

“ถ้าผมเลวแล้วคุณมาแต่งงานกับผมทำไม”

ปรุงฉัตรท้องกับเขาก็เลยต้องแต่งด้วย สองคนเถียงกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร ปรุงฉัตรฉุนขาดที่เขากล้าหือตบหน้าไปหลายที โสภณทนไม่ไหวขอเลิกกับเธอแล้วผลุนผลันออกจากบ้าน ครั้นขึ้นรถได้เขารีบโทร.นัดให้สิริกานดามาเจอกัน...

ขณะที่โสภณตัดสินใจจบความสัมพันธ์กับปรุงฉัตร เกาเฟยซึ่งอยู่ที่เกาหลีกำลังรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้มิสเตอร์คิมฟังว่ามาถึงจุดแตกหักแล้ว เพราะเมื่อพันเอกวาคูยืนยันเป้าหมายก็จะไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น มือสังหารชุดใหม่ที่มันสั่งมาไม่ใช่ปลายแถวเหมือนสามคนที่แล้ว พันเอกวาคูไม่พอใจที่เราปกป้องคุณนายหลี่ซวง ถ้าจะมีการเจอหน้ากันก็คงไม่ใช่เจรจา แต่น่าจะเป็นการท้าดวลมากกว่า

“งั้นเราส่งคำท้าไปก่อนเลยก็แล้วกันเกาเฟย ก่อนที่ คุณนายหลี่ซวงจะรู้ถึงอันตรายในครั้งนี้”...

อีกมุมหนึ่งในห้องพัก หลี่ซวงโทร.ตามสิริวิมลป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับมาอีก เธอแวะดื่มเหล้ากับว่าน ปริวัตรและจอมขวัญที่ร้านเหล้าข้างถนนแก้หนาว ท่านทักท้วงดื่มเหล้ากันอีกแล้วหรือ

“รับรองไม่มีใครเมาหรอก เพราะพรุ่งนี้เรานัดกันว่าจะไปอธิษฐานที่คลองซองเกซอน คนเกาหลีชอบอธิษฐานกันจังไม่รู้ทำไม อาม่าไปด้วยกันไหม แต่ต้องออกแต่เช้านะ”

“ไม่ล่ะ เช้าๆหนาวจะตาย พวกลื้อไปกันเถอะ อ้อ... แล้วอย่าหาเรื่องทะเลาะกันอีกล่ะ”

สิริวิมลวางสายแล้วกลับมารวมกลุ่มกับคนอื่น จะขอตั้งกติกาสำหรับวันพรุ่งนี้กันหน่อย ถ้าใครไปถึงก่อนจะได้อธิษฐานก่อน ใครตื่นสายไปถึงทีหลังห้ามอธิษฐานซ้ำคนแรก

“เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครอธิษฐานอะไร” จอมขวัญมองสิริวิมลอย่างรอคำตอบ เธอส่ายหน้า

“ไม่มีทางรู้ แต่ถ้าคำอธิษฐานซ้ำกัน คำอธิษฐานของคนแรกเท่านั้นที่จะเป็นจริง โอเคไหม”

ooooooo

วางสายจากสิริวิมล หลี่ซวงโทร.ทางไกลหาหลานชายสุดเลิฟที่เมืองไทยถามด้วยความเคยชินว่าอยู่ไหน เขาโกหกว่ากำลังขับรถกลับบ้านทั้งที่ขับรถมาจอดหน้าบ้านมุนิน

“รู้ไหมอาซื่อ มิสโจวเขาดีกับม่ามากเลยนะดูแลเอาใจใส่ม่าตลอด ยิ่งอยู่ใกล้ๆยิ่งเห็นความอ่อนหวานน่ารักและเฉลียวฉลาดของเธอ ม่าอยากให้ลื้อได้มาเห็นอย่างที่ม่าเห็นจริงๆ”

พิทักษ์พงศ์รู้เท่าทันความต้องการของหลี่ซวงอยากจะปฏิเสธเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม แต่ไม่กล้า ท่านไม่ลืมถามถึงหลานสาวคนโตกับคนรองเป็นอย่างไรบ้าง พวกนั้นไม่เคยโทร.หาแถมโทร.ไปก็ไม่ค่อยจะรับสาย เขาแก้ตัวแทนพวกพี่ๆว่าไม่มีปัญหาอะไร ทั้งคู่ตั้งใจทำงาน ตอนนี้มีโปรเจกต์ใหม่ๆก็เลยมีประชุมกันแทบทุกวัน มีอะไรจะฝากถึงพวกเธอหรือเปล่า หลี่ซวงไม่มีอะไรจะฝาก ได้แต่บอกให้เขาขับรถดีๆ

“ครับ งั้นเท่านี้นะม่า อั๊วแวะปั๊มเติมน้ำมันก่อน” พิทักษ์พงศ์วางสายแล้วเดินเข้าไปในบ้านมุนิน...

ทันทีที่เจอหน้าหญิงคนรัก พิทักษ์พงศ์เอาแค็ตตาล็อกบ้านวางลงตรงหน้า บอกว่าจะซื้อบ้านให้ เธอขอร้องอย่าทำแบบนี้ เขายืนยันจะทำอย่างที่พูด ในเมื่อเขารักและหวังดีกับเธอ อยากให้เธอกับแม่ได้อยู่บ้านที่ใหญ่กว่า สภาพแวดล้อมดีกว่าที่นี่ แล้วจะมาห้ามกันทำไม เจ๊หยกรับบ้านจากเขาไม่ได้เพราะมันไม่ถูกต้องถึงอย่างไรเขาก็เป็นนายจ้างและมุนินเป็นลูกจ้าง นายจ้างซื้อบ้านให้ลูกจ้างอย่างนี้ มีหวังโดนครหาไปทั่วแน่ๆ

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำให้ถูกต้องเอง เอาแบบที่ใครก็ครหาไม่ได้...แต่งงานกับฉันนะมุนิน”

หญิงสาวถึงกับอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องพักในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง สิริกานดาโทร.นัดแนะกับพี่สาวถ้าใครถามถึงตนก็ให้บอกไปว่ามางานที่ประจวบคีรีขันธ์สี่วัน สิริวิภาถึงกับร้องเอะอะสี่วันเลยหรือ

“เออ ก็พี่โสเขาว่างพอดีแล้วม้าก็ไม่ซักอะไรมากมายแบบท่านด้วย แต่เราต้องพูดให้ตรงกันเผื่อป๊าถาม”

“แล้วตกลงไอ้กระดาษที่หน้ากระจกรถลื้อแผ่นนั้นน่ะ ไม่เกี่ยวกับลื้อแน่นะ ถ้าพี่โสแอบมีเมียเก็บอยู่ ลื้อจะทำอย่างไร” สิริวิภาอดเป็นห่วงแทนน้องสาวไม่ได้ สิริกานดากลับไม่เดือดร้อน ถ้าโสภณมีเมียแล้วจะแวบมาหาตนตั้งสี่วันได้อย่างไร ถ้าเธออิจฉาก็บอกมาตรงๆ ดีกว่า สิริวิภาเป็นห่วงไม่ได้อิจฉาสักหน่อย

“ห่วงเรื่องของตัวเองเถอะอย่าให้อั๊วรู้นะว่าเจ้ยังเอาเงินไปให้ไอ้แมงดานั่นไม่งั้นอั๊วฟ้องทั้งป๊า ม้าและม่า”

“เออ แค่นี้นะ” สิริวิภาวางสายเป็นจังหวะเดียวกันกับทัศน์เปิดประตูห้องพักในคอนโดฯหรูของเธอเข้ามา พูดเสียงเครือน้ำตาคลอเบ้า นึกว่าเธอจะทิ้งเขาไปแล้วหลังจากที่น้องสาวของเธอมาต่อว่าเขาครั้งนั้น เธอยกมือปิดปากเขาไว้ไม่ให้พูดอะไรอีก เรื่องระหว่างเราคงจะยากขึ้นกว่าเก่า เธอคงไปหาเขาที่เรนโบว์คลับไม่ได้บ่อยๆเหมือนเมื่อก่อน แต่เธอขาดเขาไม่ได้ แล้วหยิบเงินปึกหนึ่งออกจากกระเป๋าถือ

“ฉันมีเงินส่วนตัวที่จะไม่ถูกญาติพี่น้องเพ่งเล็งให้เธอได้เท่านี้ เธอยังจะบริการฉันทั้งคืนเหมือนเดิมไหม”

ทัศน์ดึงสิริวิมลลงไปนอนบนเตียงด้วยกันแทนคำตอบ...

ด้านโสภณมาหาสิริกานดาด้วยอาการเมาหนัก โผกอดเธอไว้ขอร้องอย่าทิ้งเขาไปไหน

ooooooo

นัดกันดิบดีจะไปคลองซองเกซอนในตอนเช้าตรู่ แต่เมื่อคืนว่านกับสิริวิมลดื่มหนักไปหน่อยทำให้ลุกไม่ไหว จอมขวัญก็เลยไปกับปริวัตรตามลำพัง ระหว่างเดินทอดน่องมาตามทางเดินขนานกับคลอง เธอเล่าถึงความเป็นมาเป็นไปของสถานที่แห่งนี้ให้เขาฟัง และคอยกวาดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

จังหวะที่ทั้งคู่เดินผ่านหน้านักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่ยืนถ่ายรูปอยู่ริมทางเดิน มันหยิบสนับมือออกมา จอมขวัญเห็นพอดีเตะเข้าหน้าหงายหลังตึง ปริวัตรตกใจถึงกับร้องเอะอะไปเตะชายคนนั้นทำไม เธอไม่ตอบ ได้แต่คว้าแขนเขาวิ่งหนี เบื้องหน้ามีหญิงแก่หลังโก่งถือไม้เท้าสวมเสื้อโค้ตตัวใหญ่เดินสวนมา เมื่อทั้งคู่วิ่งผ่านหน้า หญิงแก่ชักดาบออกจากไม้เท้าฟันใส่ จอมขวัญผลักปริวัตรพ้นทางแล้วจัดการล็อกคอบิดเสียงดังกร๊อบ หญิงแก่ทรุดฮวบ มือสังหารคนที่สามในคราบชายแก่นั่งเป่าขลุ่ยอยู่ริมคลอง หันปลายขลุ่ยมาที่ทั้งคู่

ก่อนที่ลูกดอกอาบยาพิษจากขลุ่ยจะพุ่งใส่ จอมขวัญคว้าถังขยะใกล้มือขึ้นมาบังไว้ทัน แล้วคว้าก้อนหินปาใส่ นักฆ่าในคราบชายแก่เอี้ยวตัวหลบ ก่อนจะทะยานเข้าหา เธอโดดเตะก้านคอร่วงตกคลอง ก่อนจะคว้ามือปริวัตรวิ่งหนี นักฆ่าในคราบนักท่องเที่ยวไล่ล่าทั้งคู่ไปตามถนนโดยมีจอมขวัญคอยปาข้าวของใกล้มือใส่เพื่อชะลอฝีเท้าของมัน ทั้งคู่หนีการไล่ล่าไปถึงลานจอดรถโดยมีนักฆ่าตามติด

จอมขวัญพยายามใช้รถที่จอดอยู่เป็นที่ซ่อนตัวแต่สุดท้ายก็จนมุม นักฆ่าสบช่องสะบัดอาวุธลับใส่เธอ ปริวัตรพุ่งเอาตัวขวางไว้ รับอาวุธไปเต็มๆ จอมขวัญสาดอาวุธลับโต้ตอบไปบ้าง นักฆ่าเห็นท่าไม่ดี ปาระเบิดควันก่อนจะหายตัวไปราวกับนินจา เธอรีบเข้าไปประคองปริวัตรที่นอนแน่นิ่ง

“ไม่เป็นไร ผมไม่มีแผล ผมไม่มีเลือด แต่...ผม...ชาไปทั้งตัว ผมหายใจไม่ออก มิสโจว...” ปริวัตรพูดได้แค่นั้นก็หมดสติ จอมขวัญตกใจพยายามเขย่าให้ฟื้นคืนแต่ไร้ผล รีบโทร.แจ้งมิสเตอร์คิมว่าพวกมันลงมือแล้ว มันส่งนักฆ่าญี่ปุ่นฝีมือดีสามคนมาเล่นงานเธอกับปริวัตร

“แด๊ดรู้แล้ว มีอีกห้าหกคนมาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านเรา ตอนนี้แด๊ดส่งคุณนายหลี่ซวงกับสิริวิมลไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน จนกว่าแด๊ดเคลียร์วาคูได้”

“แต่เรื่องใหญ่ตอนนี้คือปริวัตรค่ะ มันสลัดอาวุธลับใส่หนู ปริวัตรวิ่งมารับแทน ไม่มีรอยแผลใดๆให้เห็นแต่เขาหายใจไม่สะดวกจนหมดสติไปแล้วค่ะ”

มิสเตอร์คิมขอให้จอมขวัญบอกลักษณะอาวุธให้ฟัง พอรู้ว่าเป็นเหมือนเข็ม แต่เมื่อกระทบเป้าแล้ว

จะแตกและละลายไปอย่างรวดเร็วก็รู้ทันทีว่าเป็นลูกดอกอาบยาพิษชนิดหนึ่ง ต้องรีบถอนพิษโดยด่วนที่สุด

ไม่เช่นนั้นสี่สิบนาทีจากนี้ปริวัตรจะสิ้นใจโดยไร้ร่องรอยใดๆ ทั้งสิ้น จอมขวัญใจเสีย ละล่ำละลักว่าจะถอนพิษอย่างไร เราจะปล่อยให้เขาเป็นอะไรไม่ได้ เขาช่วยชีวิตเธอไว้ มิสเตอร์คิมสั่งให้เธอพาปริวัตรไปที่เกาะชังบุงโด ไปหาโอกาซากิ เรียว หรือหมอเรียวชาวญี่ปุ่นซึ่งฝังตัวอยู่ในหมู่บ้านโบราณที่นั่น

จอมขวัญพูดโทรศัพท์กับมิสเตอร์คิมไปพลางประคองปริวัตรไปที่ท่าเรือไปด้วย

ooooooo

ระหว่างนั่งเรือไปเกาะชังบุงโด มิสเตอร์คิม

สั่งให้จอมขวัญควบคุมอุณหภูมิในร่างกายของปริวัตรให้คงที่ความเย็นจะกระตุ้นให้พิษแทรกตัวเข้าสู่กระแสเลือดง่ายขึ้น เธอรีบหาผ้าห่มมาห่อร่างเขาไว้ มิสเตอร์

คิมยังเตือนให้เธอสังเกตดีๆ หากเขามีเลือดไหลออก

มาเมื่อไหร่ นั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าเวลาของเขาเหลือ น้อยลง

ไม่นานนัก จอมขวัญพาร่างไร้สติของปริวัตรมาถึงหมู่บ้านเป้าหมาย เจอเด็กเกาหลีสองคนวิ่งเล่นไล่จับกันอยู่ ร้องถามว่าบ้านของหมอเรียวอยู่ไหน เด็กน้อยชี้ไปยังบ้านหลังเล็กสุดถนน ครั้นไปถึงที่นั่นกลับไม่พบใคร จอมขวัญใจคอไม่ดีรีบโทร.หามิสเตอร์คิม

“แด๊ด ไม่มีใครอยู่ในบ้านเลยสักคนเดียว หมอเรียวกับชาวบ้านแถวนี้เข้าป่ากันหมด”

“เข้าไปในบ้านเขาหาบันไดลงห้องใต้ดินให้เร็วที่สุด ทางลงมันอาจจะซ่อนอยู่ใต้พื้นห้อง”

จอมขวัญไล่เปิดพรมปูพื้นเพื่อหาบันไดลับ ในที่สุดก็เจอ มิสเตอร์คิมบอกให้เธอพาปริวัตรลงไปข้างล่างแล้วให้อธิบายสภาพห้องใต้ดินให้ฟังว่าเป็นอย่างไร เธอพยุงร่างของปริวัตรซึ่งตอนนี้มีเลือดซึมออกมาทั่วตัว

ให้นอนลงกับพื้นห้องใต้ดิน แล้วอธิบายถึงสภาพของห้องนั้นให้มิสเตอร์คิมฟังว่าพื้นเป็นดินแข็ง

“ผนังห้องเป็นดินเหนียวเผาหรือปูน หนูไม่แน่ใจ แต่ทั้งห้องมันโล่งไม่มีอะไรเลยค่ะ”

ทันใดนั้นปริวัตรร้องครวญครางว่าหนาวมาก หายใจไม่ออก ขอให้ช่วยเขาด้วย จอมขวัญน้ำตาไหลพรากดึงเขามากอดไว้แน่น กระซิบข้างหูว่าเขาต้องไม่เป็นอะไร ปริวัตรยังมีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง จอมขวัญเริ่มสติแตก ขอร้องให้มิสเตอร์คิมช่วยเขาด้วย

“มิสโจวหยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ ตั้งใจมีสมาธิหน่อย การลนลานไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น” เสียงเข้มของมิสเตอร์คิมทำให้สติของจอมขวัญกลับคืนมา ท่านสั่งให้เธอหรี่ตามองไปที่ผนังทุกด้าน ดูให้ดีๆว่ามีผนังด้านไหนสีต่างจากด้านอื่น เจอแล้วให้บอกท่านด้วย เธอทำตามที่ท่านสั่งจนเจอผนังที่ว่า มิสเตอร์คิมสั่งให้ทุบมัน ออกแรงให้เต็มที่ มือหักก็ต้องยอมเพื่อช่วยชีวิตปริวัตร

จอมขวัญทุบผนังอย่างแรงจนมือแตกเลือดอาบทั้งสองข้าง จนกระทั่งมือทะลุเข้าไปได้ พบช่องโล่งอยู่ในผนังนั้น มิสเตอร์คิมสั่งให้เอามือล้วงเข้าไปดูในนั้นมีอะไร เธอเจอหนังสือปกแดงเก่าๆเล่มหนึ่ง

“มันเป็นตำราถอนพิษ เปิดอ่านเดี๋ยวนี้”มิสเตอร์คิมสั่งการผ่านทางมือถือ

ปรากฏว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่น จอมขวัญอ่านไม่ออก มิสเตอร์คิมสั่งให้ถ่ายรูปส่งมาให้ทุกหน้าแล้วให้เอาฝุ่นที่เกาะบนหนังสือเล่มนั้นผสมน้ำพอกไปที่ทุกทวารของปริวัตรที่มีเลือดไหล ฝุ่นเหล่านั้นเป็นผงเขม่าจากภูเขาไฟฮาจิเมะ อาจจะทำให้เขาแสบร้อน แต่จะช่วยห้ามเลือดได้

หญิงสาวกวาดเอาฝุ่นรอบๆหนังสือพอกตามจุดที่เลือดออกบนตัวปริวัตร น้ำตาของเธอไหลพรากหยดลงบนฝุ่นผงนั้น มันละลายซึมเข้าไปในผิวหนังของเขา ชายหนุ่มร้องโอดโอยเพราะแสบร้อน จอมขวัญค่อยๆกอดเขาไว้อย่างทะนุถนอม ปลอบว่าเขาจะไม่เป็นอะไร เธอจะทำทุกอย่างให้เขาปลอดภัย

“แต่คุณต้องอดทนนะ รับปากกับฉันว่าจะไม่เป็นอะไร อย่าเป็นอะไรไปนะปริวัตร สัญญากับฉันได้ไหม”

ไม่มีคำตอบใดๆออกจากปากของปริวัตร นอกจากลมหายใจที่รวยริน

ooooooo

ว่านพาสิริวิมลกับหลี่ซวงไปที่วัดบงอึนซาโดยบอกแต่เพียงว่าจะพามาไหว้พระ มิสเตอร์คิมเสร็จธุระสำคัญเมื่อไหร่จะตามมาสมทบ หลี่ซวงอดถามไม่ได้แล้วปริวัตรกับจอมขวัญไปอยู่ไหน เขาได้แต่อ้ำอึ้งไม่สามารถตอบอะไรได้ สิริวิมลไม่วายเหน็บแนม ป่านนี้ไม่อธิษฐานขอพรกันเพลินแล้วหรือ

“หวังว่าธุระของนายเธอคงไม่ใช่เรื่องคอขาด บาดตายนะ”

ว่านไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มให้หลี่ซวง...

ขณะที่ว่านพาหลี่ซวงกับสิริวิมลมาหลบภัย มิสเตอร์คิมแปลข้อความจากตำราถอนพิษเสร็จพอดี รีบโทร.บอกวิธีรักษาปริวัตรให้จอมขวัญทำตาม และย้ำว่าจะต้องทำให้ครบทุกขั้นตอนด้วย

“หาสมุนไพรในตู้ยาของหมอเรียว มันจะอยู่ในลิ้นชักที่มีสัญลักษณ์รูปไฟ มันเป็นสมุนไพรที่ให้ความร้อน หยิบทั้งหมดที่มีใส่ในรางเหล็กที่น่าจะวางอยู่บนชั้นไม้ไกลจากกัน เอามาเรียงกันเป็นวงล้อมรอบตัวปริวัตร จุดไฟให้ลุกท่วมราง ความร้อนจากไฟจะให้ความอบอุ่นกับเขาและเมื่อไฟมอดลง ควันที่ระอุจากสมุนไพรจะซึมเข้าไปในร่างกายของเขาเพื่อควบคุมอุณหภูมิของกระแสเลือดให้อุ่นและคงที่”

จอมขวัญทำตามที่มิสเตอร์คิมบอกไม่มีตกหล่น ท่านยังย้ำให้เธอคอยดูให้ควันโชยต่อเนื่องไปทั้งคืน ถ้าปริวัตรรู้สึกหนาวมากขึ้น เธอต้องทำทุกวิถีทางให้เขาอบอุ่นเพื่อควบคุมอุณหภูมิในกระแสเลือดไว้ให้ได้จนกว่าจะผ่านคืนนี้ไป และต้องจำไว้ว่าถ้าผิดพลาดจากขั้นตอนการรักษาแม้แต่นิดเดียว เราจะเสียเขาไปทันที เธอลูบไล้ไปตามใบหน้าปริวัตรเพื่อเช็กอุณหภูมิที่ผิวกายของเขา สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เขาไม่เคยเห็น นอกจากนี้เธอยังร้องเพลงกล่อมเขาอีกด้วย...

ในระหว่างที่จอมขวัญทุ่มสุดชีวิตเพื่อช่วยให้ปริวัตรอยู่รอดปลอดภัย เกาเฟยเข้ามารายงานมิสเตอร์คิมว่าพันเอกวาคูรับคำท้าของเราแล้ว สเตเดี้ยมเก่าคือสถานที่ประลอง และเขายังให้สัญญาด้วยว่าจะไม่มีปฏิบัติการ ใดๆทั้งสิ้นจนกว่าจะถึงคืนนี้

“ดี...เตรียมคนของเราให้พร้อม ฉันต้องไปรับคุณนายหลี่ซวงก่อน”...

การรอคอยทำให้สิริวิมลเบื่อหน่าย เริ่มบ่นโน้นบ่นนี่ ไม่เข้าใจทำไมจะต้องให้มาแกร่วอยู่ที่นี่ ถ้ามิสเตอร์คิมมีธุระสำคัญก็ให้เราสองคนรอที่บ้านก็ได้ หรือไม่ก็ปล่อยให้เราไปช็อปปิ้งเดินเล่นที่ไหนก่อนก็ได้ แต่ดันเอาเรามาเก็บไว้ในวัด แล้วปล่อยให้ปริวัตรของเธออยู่ตามลำพังกับจอมขวัญ อึดใจว่านเข้ามาบอกว่ามิสเตอร์คิมมาแล้ว รออยู่ด้านโน้น ไม่นานนักทุกคนมาถึงหน้าโบสถ์เห็นมิสเตอร์คิมเพิ่งไหว้พระเสร็จ

“ท่าทางคุณเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ” หลี่ซวงตั้งข้อสังเกต

มิสเตอร์คิมชวนไปไหว้พระด้านโน้นก่อน แล้วจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง หลังจากไหว้พระเรียบร้อย เขาเล่าเรื่องที่หลี่ซวงถูกพันเอกวาคูปองร้ายเนื่องจากไปขัดขวางขบวนการยาเสพติดที่ชุมชนเลิศประสิทธิ์ ทำให้พวกนั้นสูญเสียผลประโยชน์มหาศาล สิริวิมลแนะให้แจ้งตำรวจ จะได้ไม่ต้องมาหลบๆซ่อนๆแบบนี้

“ถ้าเรื่องไปถึงเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่ คนที่จะวุ่นวายมากคือคุณนาย คงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าจะอธิบายเรื่องราวได้ครบทั้งหมดซึ่งระหว่างนั้นมือสังหารของพวกมันอาจจะดำเนินการใดๆที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตได้และตอนนี้ปริวัตรก็กำลังบาดเจ็บจากการลอบฆ่าของพวกมัน”

ทั้งหลี่ซวงและสิริวิมลพากันตกใจ ฝ่ายหลังอยากรู้จะต้องให้เราหลบอยู่ที่นี่อีกกี่วัน มิสเตอร์คิมให้กลับบ้านได้เลย เพราะเขาจะจบเรื่องราวทั้งหมดภายในคืนนี้ หลี่ซวงอยากรู้ว่าปริวัตรเป็นอย่างไรบ้าง

“มิสโจวกำลังดูแลอาการอย่างใกล้ชิดในที่ปลอดภัย ถ้าคำอธิษฐานของผมได้ผล เขาจะรอด”

ooooooo

ปริวัตรตัวสั่นจากความหนาว เพ้อออกมาอย่างน่าสงสารว่าหนาวมาก ใครก็ได้ช่วยด้วย จอมขวัญหอบผ้าห่มเอามาห่อตัวเขาไว้แต่ไม่ช่วยให้ความหนาวบรรเทา นึกถึงคำของแด๊ดขึ้นมาได้

“การถ่ายทอดความอบอุ่นที่ดีที่สุดคือการส่งผ่านอุณหภูมิจากผิวกายหนึ่งสู่อีกผิวกายหนึ่ง กระแสเลือดที่มีอุณหภูมิปกติจะเป็นฉนวนห่อหุ้มร่างที่เย็นเฉียบได้นั่นคือวิธีสุดท้ายที่อาจจะช่วยให้เขาผ่านจุดเยือกแข็งในคืนนี้ไปได้” คิดได้ดังนั้น จอมขวัญตัดสินใจเปิดผ้าห่ม ถอดเสื้อของปริวัตรออก แล้วค่อยๆถอดเสื้อตัวเอง ก่อนจะโอบกอดแผ่นหลังเขาเอาไว้ จากนั้นดึงผ้ามาห่มทับอีกทีพร้อมกับกระซิบข้างหู

“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ บอกตัวเองไว้ว่าต้องไม่เป็นอะไร คุณจะตายต่อหน้าต่อตาฉันไม่ได้เข้าใจไหม”

น้ำตาของจอมขวัญเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง...

ขณะที่ปริวัตรบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่เกาหลี สาวซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ นัดสุมลทามาเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อเอารูปแอบถ่ายของจินดาตอนที่ไปส่งน้ำสลัดในตลาดมาให้ดู ผู้สูงวัยกว่าถึงกับตะลึง ไปได้รูปเหล่านี้มาจากไหน สาวเล่าว่าเพื่อนของเธอทำงานอยู่ที่ฟู้ดเซ็นเตอร์ จินดาเอาน้ำสลัดมาส่งแล้วคุยกันถูกคอ

“มีคนซุบซิบว่าจินดาคนนี้เป็นแม่หม้ายถูกแม่ผัวที่เป็นเศรษฐีไสหัวออกจากบ้าน หนูก็เลยลองเดาเล่นๆ”

สุมลทาสั่งให้สาวเอารูปทั้งหมดมาให้ ย้ำให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าแพร่งพรายเป็นอันขาด สาวยิ้มเจ้าเล่ห์ ย้ำบ่อยๆแบบนี้แปลว่าถ้าภาพนี้หลุดไปที่อื่น ท่านจะเดือดร้อนใช่ไหม สุมลทารู้ทันทีว่าถูกหลานสาวไถเงิน ถามว่าจะเอาเท่าไหร่ เธอขู่กลายๆ ถ้าให้เงินน้อยเธอก็ต้องหาเรื่องมาหาท่านบ่อยๆ แต่ถ้าให้มากพอ เธอก็ไม่จำเป็นต้องมาหาบ่อยนัก สุมลทาหยิบซองเงินออกจากกระเป๋าถือ

“อย่าขูดรีดฉันมากจนฉันรับไม่ได้นะยัยสาว แกไม่ได้อยู่ในฐานะที่เหนือกว่าฉันหรอก จำไว้”

“แต่ถ้าป้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมหรืออยากให้หนูทำอะไรมากกว่านี้ ป้าบอกหนูได้นะหนูมีเครือข่ายที่ทำได้มากกว่าที่ป้าคิดเยอะ” สาวยิ้มให้ก่อนจะลุกออกไป...

ทางฝ่ายหลี่ซวงหมดสนุกทันทีที่รู้ว่าถูกปองร้าย โทร.บอกคงศักดิ์ว่าจะกลับเมืองไทยวันพรุ่งนี้ถ้าหาตั๋วเครื่องบินได้ เขาแปลกใจทำไมจะรีบกลับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ท่านมีหลายเรื่องจะเล่าให้ฟังล้วนเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวกับความเป็นความตายทั้งนั้น ไว้กลับถึงเมืองไทยเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟัง แล้วกำชับให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยทั้งที่บ้านและที่บริษัทให้ดีช่วงนี้มีคนคิดร้ายกับเราเยอะ คงศักดิ์สงสัยท่านไปมีเรื่องกับใครอีก

“ไม่ อั๊วไม่ได้มีเรื่องกับใคร มันเป็นผลจากการทำความดีและทำในสิ่งที่เหมาะสมของอั๊วต่างหาก เท่านี้นะ” หลี่ซวงวางสายด้วยสีหน้าทั้งเครียดและเป็นกังวล...

พิทักษ์พงศ์เดินถือเอกสารเข้ามาพอดีตอนที่คงศักดิ์วางสายจากหลี่ซวง จะเอามาให้พ่อเซ็นเนื่องจากเป็นเอกสารด่วนเรื่องไปดูงานที่สวีเดน ท่านดูแล้วไม่เห็นจะด่วนตรงไหน เขาอ้างต้องรีบส่งชื่อไปลงทะเบียนไม่อย่างนั้นคนเต็มก็อดไป ท่านให้เขารอหลี่ซวงกลับมาเซ็น พรุ่งนี้ก็ถึงเมืองไทยแล้ว

“ม่ามีเรื่องต้องทำตั้งหลายอย่างเรื่องดูงานแค่นี้ป๊าตัดสินใจเองก็ได้นี่ ม่ายิ่งบ่นว่าป๊าทำอะไรช้าอยู่ด้วย”

เจอไม้นี้เข้าไป คงศักดิ์รีบเซ็นให้ทันที พิทักษ์พงศ์อาสาจะไปรับอาม่าที่สนามบินให้เอง...

ที่เกาะชังบงโด ประเทศเกาหลี หลังได้ไออุ่นจากจอมขวัญอาการป่วยของปริวัตรดีขึ้น เขาฟื้นคืนสติ รู้สึก เหมือนมีคนกอดอยู่ด้านหลัง ค่อยๆหันหน้ามาดู เห็น จอมขวัญกำลังหลับสนิทอยู่ที่แผ่นหลังของตัวเอง ร้องเรียกด้วยเสียงแหบแห้งไร้เรี่ยวแรง เธอลืมตาขึ้นมาเห็นเขาฟื้นก็ดีใจมาก ปริวัตรจะขยับตัว เธอขอให้อยู่นิ่งๆก่อน ร่างกายของเขายังอุ่นไม่พอ ยังต้องล้างพิษอีก ปริวัตรนึกทบทวนเหตุการณ์เมื่อวานจำได้ว่าถูกยิง

“จากนักฆ่าญี่ปุ่น การถอนพิษใช้เวลาสองวัน ถ้าคุณผ่านมันไปได้คุณจะหายดีเป็นปกติ”

ปริวัตรจับมือจอมขวัญที่โอบกอดตัวเองไว้ขึ้นมาเห็นมีเลือดซึมออกจากผ้าพันแผล ขอบคุณที่เธอช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เธอต่างหากที่ต้องขอบคุณเขา ถ้าไม่ได้เขาเธออาจจะตายไปแล้วก็ได้ ปริวัตรร้องทักว่าเธอไม่ได้สวมเสื้อใช่ไหม จอมขวัญเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ได้แต่ถามว่าคลายความหนาวลงแล้วใช่ไหม

“ผมไม่เคยรู้สึกอบอุ่นเท่านี้มาก่อนเลย มิสโจว”

“เรียกจ๋อมก็ได้ค่ะ”

“จ๋อม” เรียกได้แค่นั้นปริวัตรก็หลับไปอีกครั้ง

ooooooo

ขณะที่ปริวัตรผ่านการล้างพิษขั้นแรกสำเร็จด้วยดี ว่านพาสิริวิมลมาเดินเล่นแถวถนนแฟชั่นของกรุงโซลเผื่อจะหายเหงาที่ปริวัตรไม่อยู่ ระหว่างนั้น
มาร์คไลน์มาหาเธอ

“โทร.หาผมบ้างสิครับ ได้แต่นอนดูคลิปของเราคนเดียว เหงาจัง”

หญิงสาวหน้าหงิกทันที หันไปขอให้ว่านช่วยหาโซจูมาให้ดื่มเพื่อดับอารมณ์...

ณ สนามกีฬาร้างอีกฟากหนึ่งของเมือง มิสเตอร์คิมพยายามจะเจรจายุติข้อบาดหมางด้วยสันติวิธี แต่พันเอกวาคูไม่เจรจาด้วย ยืนยันให้เขาส่งตัวหลี่ซวงกับครอบครัวมาให้ มิสเตอร์คิมไม่ยอมทำตาม ดังนั้นจึงต้องมีการท้าประลองกันเกิดขึ้น โดยจะใช้ตัวแทนระดับหัวหน้าสามคนเท่านั้นมาต่อสู้ ใครยืนอยู่ได้คือผู้ชนะและความบาดหมางทั้งหมดจะต้องจบลงตามความปรารถนาของผู้มีชัย

การต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะของมิสเตอร์คิมกับพวก เหล่าสมุนของพันเอกวาคูฮึดฮัดทำท่าจะไม่ยอม เจ้านายต้องปรามสมุนไม่ให้ทำอย่างนั้น สัจจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับตน แพ้ก็คือแพ้ แล้วหันไปบอกมิสเตอร์คิมว่าความบาดหมางระหว่างเราเป็นอันจบลงแค่นี้และหวังว่าเราจะไม่ต้องเจอกันอีก...

สิริวิมลกำลังเมาได้ที่ตอนที่หลี่ซวงโทร.มาตามให้กลับที่พักเนื่องจากดึกมากแล้ว เธอขออยู่จนเช้าสักวัน รับรองจะไม่ก่อปัญหาให้ และท่านไม่ต้องเป็นห่วงเธอมีว่านคอยเป็นบอดี้การ์ด หลี่ซวงตั้งข้อแม้ถ้ากลับถึงเมืองไทยจะทำตัวแบบนี้อีกไม่ได้ และที่สำคัญถ้าเธอจะชอบปริวัตรก็ไม่ควรสนิทสนมกับว่าน สิริวิมลขี้เกียจฟังย่าตัวเองบ่นตัดสายทิ้งหน้าตาเฉย ว่านตำหนิทำไมทำกับท่านแบบนั้น ท่านอุตส่าห์เป็นห่วง

“ม่าไม่เคยเป็นห่วงฉัน เพิ่งจะมีวันนี้ ม่าห่วงหลานชายคนเล็กคนเดียวต่างหาก เอะอะอะไรก็ต้องอาซื่อ ถ้าไม่มีอาซื่อ ฉันก็คงจะเป็นลูกคนเล็กที่ใครๆก็รักใครๆก็เอ็นดู แต่อาซื่อทำให้ฉันเป็นเหมือนส่วนเกินที่ไม่มีใครต้องการ แม้แต่ผู้ชาย...นายปริวัตรเขาคงชอบผู้หญิงของนายมากกว่า ฉันก็คงต้องอกหัก”

“แล้วนายแบบที่ชื่อมาร์คล่ะ”

เธอขอร้องอย่าพูดชื่อไอ้เลวคนนี้ให้ได้ยินอีก ทั้งคู่เดินเล่นมาตามทางจนถึงลานเล็กๆข้างถนน มีเปียโนเก่าๆตัวหนึ่งตั้งอยู่ เป็นของนักศึกษาที่มาตั้งวงเล่นโชว์เปิดหมวกเมื่อช่วงหัวค่ำ เขาเห็นเธออารมณ์ไม่ค่อยดี หวังว่าเสียงเพลงที่เขาจะเล่นให้ฟังจะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น สิริวิมลชอบใจกับวิธีเชยๆแต่น่ารักของเขา...

ที่บ้านของหมอเรียว ปริวัตรเริ่มมีเหงื่อออกมากขึ้นเรื่อยๆ จอมขวัญค่อยๆลุกขึ้นไปหยิบผ้ามาเช็ดตัวให้ ตามที่มิสเตอร์คิมสั่งไว้ก่อนหน้านี้หากเขามีเหงื่อออกต้องค่อยๆเช็ดให้แห้ง และให้เอาเครื่องทำความอบอุ่น

ออกให้หมด เพราะเขากำลังจะเข้าสู่กระบวนการสุดท้าย ร่างกายของเขาจะร้อนจัดในอีกห้าชั่วโมงต่อมา...

ว่านประคองสิริวิมลในสภาพเมาปลิ้นลงนอนบนเตียงในห้องพักของเธอ แล้วขยับจะไป เธอดึงร่างเขาลงมานอนข้างๆชวนให้ค้างคืนด้วยกัน เขาปฏิเสธว่าทำอย่างนี้ไม่ดีแน่ เธอไม่สนดึงเขามากอดหน้าตาเฉย

“ไม่ดีจริงด้วย นายมันแค่บอดี้การ์ดเชยๆและฉันไม่ได้รักนาย” สิริวิมลผลักว่านออกห่าง

“กู๊ดไนท์ครับ” ว่านพูดจบเดินออกจากห้อง...

ขณะที่สิริวิมลเมาหลับไม่รู้เรื่องอยู่ที่เกาหลี โสภณซึ่งอยู่ที่เมืองไทยเอาแต่นั่งดื่มเหล้าอยู่ในห้องพักของ รีสอร์ต สิริกานดาซักว่าเป็นอะไร ไม่มีความสุขหรือถึงได้เอาแต่ดื่มเหล้าแบบนี้ โสภณตัดสินใจชวนเธอแต่งงาน สิริกานดาแต่งแน่ ทันทีที่เราเอาชนะใจอาม่าได้

“งั้นระหว่างนี้เราหนีไปอยู่ด้วยกันก่อนได้ไหม พี่มีบ้านเพื่อนสนิทที่เมืองนอก เราไปอยู่กับเขาได้สบายเลย พี่จะทำงานเป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัย แรกๆ อาจจะลำบากหน่อย แต่วิธีนี้จะทำให้อาม่าใจอ่อนง่ายขึ้น ยอมรับเราง่ายขึ้น หรือว่ารองไม่รักพี่”

แม้จะรักมากแค่ไหนแต่สิริกานดาทำอย่างนั้นไม่ได้ โสภณขอให้เธอสัญญาว่าถ้าวันหนึ่งเธอได้รู้เรื่องไม่ดีของเขา เธอต้องไม่โกรธไม่ทิ้งเขาไป สิริกานดาพยักหน้ารับทั้งที่ยังคลางแคลงใจ มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาเห็นเบอร์โชว์หน้าจอก็ตัดสายทิ้ง เธอแปลกใจทำไมไม่รับ เขาอ้างว่าโทร.มาทวงงานวิจัยก็เลยไม่อยากรับ

ความจริงแล้วคนที่โทร.มาหาโสภณก็คือปรุงฉัตรซึ่งโกรธมากที่เขาตัดสายทิ้ง ถึงกับกระแทกโทรศัพท์ลงกับโต๊ะดังปังด่าซ้ำว่าไอ้ชั่ว แล้วพาลเล่นงานโอ๊ตลูกชายของตัวเอง สั่งให้ไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมไปอยู่กับตาและยาย เธอจะไปตามโสภณที่กรุงเทพฯ ถ้าเขาไม่ยอมกลับมาดีๆก็ต้องคลานกลับมา

ooooooo

ปริวัตรรู้สึกตัวตื่นขึ้นในตอนเช้า ไม่เห็นจอมขวัญอยู่แถวนั้น พยายามร้องเรียกเท่าที่แรงจะอำนวย แต่ไม่มีเสียงขานตอบ เธอไม่อยู่ออกไปซื้อสมุนไพรที่ให้ผลเป็นความเย็นซึ่งมิสเตอร์คิมส่งรายชื่อมาให้ทางไลน์

สมุนไพรตัวแรกใช้ผสมน้ำแล้วเคี้ยว เมื่อปริวัตรรู้สึกว่าร้อนในก็ให้เอาสมุนไพรตัวที่สองบดละเอียดแปะที่แผลถูกลูกดอก ขั้นตอนนี้เขาจะแสบร้อนมาก ส่วนชนิดที่สามใช้กับผิวหนังของเขาเป็นขั้นตอนสุดท้าย

“จำไว้ว่าความอันตรายที่สุดก็คือความไม่รู้ตัว ถ้าเราเผลอคิดว่าปกติดีแล้วและไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่แด๊ดบอก ทุกอย่างที่ทำมาจะล้มเหลวหมด และอย่าให้เขาออกแรงมากเกินจำเป็น มันเป็นการเร่งพิษร้ายโดยไม่รู้ตัว เผื่อเวลาเดินทางไปบ่อแช่แข็งด้วยนะมิสโจว” คำพูดของมิสเตอร์คิม จอมขวัญจำได้ขึ้นใจ

เดินหาในบ้านไม่เจอใคร ปริวัตรเดินไปที่ซุ้มประตูหน้าบ้าน เห็นขื่อที่ประตูนึกสนุกคิดว่าตัวเองหายแล้วโดดโหน จอมขวัญกลับจากซื้อยาสมุนไพรพอดี ร้องห้ามเสียงหลง ทำแบบนั้นจะทำให้ตายเร็วขึ้น เขาคุยว่าหายดีแล้ว เธออธิบายว่าพิษยังไม่หมดจากตัวเขา ยังต้องกำจัดอีกเยอะ แล้วสั่งให้ถอดเสื้อออก

“ถ้าคุณจะบำบัดผมแบบเมื่อคืนนี้อีก ผมจะยินดีมาก ผมไม่เคยได้รับการบำบัดแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมรู้สึกดีมากๆและจดจำความรู้สึกนี้ไปจนตลอดชีวิต”

จอมขวัญเอายาสมุนไพรตัวแรกผสมน้ำให้ปริวัตรเคี้ยว แล้วนำตัวที่สองมาป้ายไปบนตำแหน่งที่ลูกดอกออก เขาถึงกับร้องลั่นเพราะแสบร้อนมาก จากนั้นเธอเอายาป้ายไปที่ตรงจุดที่โดนลูกดอก คราวนี้เขาร้องดังกว่าเก่าแล้วบอกให้เขาใส่เสื้อได้ ปริวัตรอยากรู้ว่าจากนี้ไปเขาเรียกเธอว่าจ๋อมได้แล้วใช่ไหม เธอยอมให้เรียกแบบนี้ได้จนกว่าเขาจะหายดี หลังจากนั้นเขาต้องกลับไปเรียกเธอว่ามิสโจวเหมือนเดิม

“รู้ไหมตอนนี้คุณกำลังกลับไปเป็นเด็กผู้หญิงที่ขี่มอเตอร์ไซค์ส่งของคนนั้น ซึ่งอยู่ในความทรงจำของผมตลอดเวลา” พูดจบเขามองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง เธอเองมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างเช่นกัน ก่อนที่หัวใจจะเตลิดจนกู่ไม่กลับ จอมขวัญสั่งให้เขาเตรียมตัวเดินทางไปฟีนิกซ์เพื่อถอนพิษร้อน

การเดินทางยากลำบากเพราะต้องใช้วิธีโบกรถขึ้นเขา จอมขวัญไม่มีเวลาพอจะสั่งรถที่ไหนมารับได้ อีกทั้งยังต้องเดินทางแข่งกับเวลาไม่เช่นนั้นอาจจะไม่ทันกาล...

ในระหว่างที่จอมขวัญกับปริวัตรมุ่งหน้าสู่ฟีนิกซ์ สิริวิมลรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในสภาพสวมเสื้อผ้าชุดเมื่อวาน เธอสลัดความมึนงงทิ้งแล้วลงไปข้างล่าง เห็นอาหารเช้าวางเต็มโต๊ะ เดินไปหยิบเข้าปากด้วยความหิวโหย ว่านถือจานใส่อาหารฝีมือตัวเองมาวางบนโต๊ะ บอกให้กินเยอะๆ ดื่มเหล้ามากเช้ามาจะโหยเป็นธรรมดา เธอถามหาทุกคนไปไหนกันหมด ได้ความว่าหลี่ซวงไปนั่งรถเล่นรอบเมืองกับมิสเตอร์คิม ส่วนปริวัตรกับจอมขวัญยังอยู่ในขั้นตอนการบำบัดขั้นสุดท้าย วันนี้เขามีหน้าที่ดูแลเธอ ต้องการจะไปไหนให้บอกได้เลย

“ฉันรู้แล้วว่าอยากทำอะไร อยู่ที่ว่านายจะพาฉันไปได้หรือเปล่าเท่านั้นแหละ”

ooooooo

ในที่สุดจอมขวัญกับปริวัตรขึ้นมาถึงยอดเขาฟีนิกซ์ สกี แอนด์ รีสอร์ตซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะ ขาวโพลน เธอหยิบอุปกรณ์สำหรับขุดและตักหิมะออกมา จากเป้สะพายหลังลงมือขุดหลุม ปริวัตรคว้าอุปกรณ์ ช่วยเธอขุดอีกแรงหนึ่ง พอออกแรงเขาเริ่มเหงื่อท่วม จอมขวัญต้องการให้ขุดลึกเท่าตัวเขาเพื่อจะเอาเขาลงไปแช่ในนั้น

“ต้องบ้าแน่ๆถ้าผมยอมให้คุณฝังผมในหลุมนี่”

“เหงื่อคุณออกมากขึ้น คุณเริ่มหน้ามืดวิงเวียน หรือยัง” จอมขวัญเห็นเขานิ่งไปก็สั่งให้ถอดเสื้อออก ปริวัตรชักช้าไม่ทันใจ เธอก็เลยกระชากเสื้อเขาออกเองแล้วเอาสมุนไพรพอกทั่วตัว ชายหนุ่มเริ่มวิงเวียน สายตาพร่ามัว เธอเห็นท่าไม่ดีใช้ไหล่กระแทกเขาลงหลุม จากนั้นโกยหิมะกลบจนมิดร่างเหลือไว้แค่คอ ขณะที่คนอยู่ในหลุมหมดสติไปเรียบร้อย เธอได้แต่มองเขาด้วยความเป็นห่วง...

ขณะที่นั่งรถบัสชมกรุงโซลอยู่กับหลี่ซวง มิสเตอร์คิมถามย้ำ แน่ใจหรือว่าจะกลับคืนนี้ เธอรู้สึกว่าการอยู่ที่นี่รังแต่จะทำให้เขาเดือดร้อน เขาเชื่อว่าความถูกต้องไม่เคยทำให้คนดีเดือดร้อน

“แต่ถ้าคุณนายจะกลับจริงๆผมก็คงต้องยอม แต่ขอเชิญเยี่ยมชมออฟฟิศผมก่อนได้ไหมครับ ยังมีเรื่องสำคัญที่ผมอยากจะคุยกับคุณนายอยู่ไม่น้อย”

หลี่ซวงพยักหน้ารับคำ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาหลานสาวซึ่งกำลังเล่นสเกตน้ำแข็งอยู่กับว่าน บอกว่าจะกลับเมืองไทยคืนนี้ ดังนั้นตอนบ่ายๆให้เธอรีบกลับไปเก็บกระเป๋า

“งั้นขอเล่นให้สุดเหวี่ยงก่อนกลับแล้วกันนะม่า” สิริวิมลวางโทรศัพท์แล้วไถลตัวออกไปสุดแรงเกิด ว่าน

เร่งความเร็วตามมาจับมือเธอไว้ แล้วสเกตไปด้วยกัน สิริวิมลวาดลวดลายมากไปหน่อยเสียหลักล้มกระแทกลานน้ำแข็งอย่างแรงจนข้อเท้าพลิก...

ครู่ต่อมามิสเตอร์คิมพาหลี่ซวงมาที่บริษัทของเขาเพื่อเจรจาขอร่วมงานกับบริษัทของเธอในบางโปรเจกต์ เพราะการรวมกันของบริษัทใหญ่สองบริษัทคงเป็นเรื่องยาก เธอเห็นดีด้วยกับความคิดนี้ยื่นมือไปให้เขาจับ

“ยินดีที่เราจะได้มีโอกาสร่วมงานกันนะครับ” มิสเตอร์คิมจับมือเธอเขย่า

หลี่ซวงยังไม่ทันจะพูดอะไร สิริวิมลโทร.มาบอกเรื่องขาพลิก ขอร้องอย่าเพิ่งกลับเมืองไทย ขออยู่ต่ออีกสักวันสองวัน ให้ค่อยยังชั่วก่อนค่อยกลับ ท่านทำไม่ได้เพราะจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว จังหวะนั้นจอมขวัญโทร.มาหามิสเตอร์คิมเพื่อรายงานว่าปริวัตรหมดสติไปอีกแล้ว มีเหงื่อท่วมตัวเธอกลัวเขาจะช็อก มิสเตอร์คิมให้เธอเอาน้ำสมุนไพรให้เขาดื่มทันทีที่รู้สึกตัว ถ้าเขาสำลักออกมานั่นแสดงว่าพิษร้ายได้ออกจากร่างกายของเขาหมดแล้ว จอมขวัญคาใจแล้วถ้าเขาไม่รู้สึกตัวหรือดื่มน้ำแล้วไม่สำลักจะให้ทำอย่างไร

“ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว นอกจากอธิษฐานขออย่าให้เป็นอย่างนั้น”...

ว่านเป็นห่วงอาการของสิริวิมล ขอร้องให้ไปหาหมอจะได้ดูว่าหนักแค่ไหน เธอขอแค่ผ้าพันข้อเท้าไว้ก็พอ และถ้าเขาดูแลเธอดี เธอก็จะหายในอีกไม่เกินสองวัน ว่านทักท้วง หลี่ซวงจะกลับวันนี้แล้ว เธอไม่สน ท่านอยากกลับก็เชิญกลับได้เลย เธอจะอยู่ที่นี่ต่อไป...

ด้านหลี่ซวงฝากหลานสาวไว้ที่บ้านของมิสเตอร์คิมสักวันสองวัน ส่วนเธอตั้งใจแล้วว่าจะกลับก็ต้องกลับ มิสเตอร์คิมยินดีให้สิริวิมลอยู่ต่อไปได้ และขออนุญาตไปส่งหลี่ซวงให้ถึงเมืองไทยด้วยตัวเอง...

ผ่านไปนานพอสมควรปริวัตรถึงได้รู้สึกตัวลืมตาขึ้น จอมขวัญดีใจมากรีบหยิบขวดน้ำสมุนไพรมากรอกปาก ปริวัตรกลืนน้ำสมุนไพรเข้าไปแต่ไม่สำลัก กลับหมดสติไปอีกครั้ง จอมขวัญใจเสียรีบโกยหิมะออกจากหลุมพยายามทุบหลังเขาให้สำลัก ในที่สุดปริวัตรก็สำลักน้ำสมุนไพรออกมา แล้วค่อยๆลืมตาขึ้น จอมขวัญดีใจมากที่เขารู้สึกตัว นั่นเท่ากับพิษในร่างกายของเขาถูกกำจัดไปหมดแล้ว

ooooooo

สิริวิภารู้ข่าวจากพนักงานของเรนโบว์คลับว่าทัศน์ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำ ตอนนี้อยู่ที่ห้องฉุกเฉิน อาการเป็นตายเท่ากัน ก็ตกใจมากรีบขับรถไปที่นั่นทันที

ครั้นมาถึงโรงพยาบาล สิริวิภาต้องเจอกับความช้ำใจที่รู้ว่าทัศน์มีเมียแล้ว และมักจะหลอกผู้หญิงที่มาติดพันว่าเมียคือน้องสาวซึ่งเดือดร้อนหนัก ทำให้ผู้หญิงพวกนั้นใจอ่อนเอาเงินมาให้ สิริวิภาโกรธมากตรงเข้าตบตีเขาซึ่งเพิ่งออกจากห้องฉุกเฉินฐานหลอกลวง สั่งให้เอาเงินของเธอมาคืน เมียของเขาไม่ยอมคืนให้ สองสาวตบตีกันอุตลุด พยาบาลต้องเข้ามาช่วยกันห้าม สิริวิภาทนความอับอายไม่ไหวหนีออกมาทิ้งตัวแปะกับพื้นตรงมุมมืด

ของโรงพยาบาล หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความว่า “อยากตาย” ลงไปกลุ่มไลน์ครอบครัว

เพียงพริบตามีข้อความส่งกลับมาด้วยความเป็นห่วง ทั้งจากสิริกานดา พิทักษ์พงศ์และสิริวิมล ถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น โพสต์แบบนี้ทำให้พวกเราใจคอไม่ดี มีอะไรค่อยพูดกันอย่าทำอะไรบ้าๆ สิริวิภาอ่านข้อความของน้องๆแล้วตัดสินใจพิมพ์ข้อความตอบกลับ

“เออ ไม่เป็นไรแล้ว ไว้ค่อยคุยกันที่บ้านนะ บ๊ายบายทุกคน” พิมพ์เสร็จ เธอปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก...

สิริวิมลซึ่งนั่งอยู่ที่ร้านอาหารริมถนนในกรุงโซลถึงกับถอนใจโล่งอกหลังจากอ่านข้อความของพี่สาว ว่านนำเครื่องดื่มร้อนๆมาวางให้อดถามไม่ได้ว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอเล่าให้ฟังว่าอยู่ๆเจ้ใหญ่ของเธอก็โพสต์ว่าอยากตาย แต่ไม่มีอะไรแล้ว คงแค่ระบายไปอย่างนั้นเอง แล้วขยับลุกขึ้น แต่พอทิ้งน้ำหนักลงเท้าก็เซ

ว่านต้องประคองเอาไว้ พร้อมกับต่อว่าว่าบอกแล้วให้ไปหาหมอก็ไม่เชื่อ รับรองพรุ่งนี้จะอักเสบเดินไม่ได้แน่ๆ เธอไม่สนใจเดินกะเผลกๆออกจากร้าน ว่านจะเรียกแท็กซี่ไปส่งบ้านเธอก็ไม่ยอม ขอเดินดูแสงสีเล่นก่อน เขาเห็นสภาพเธอแล้วตัดสินใจให้ขี่หลัง พาเดินชมวิวสองข้างทางด้วยกันอย่างมีความสุข...

หลังขับพิษออกจากตัวหมดแล้ว จอมขวัญพาปริวัตรมาลงแช่ในบ่อน้ำร้อนบ่อเดียวกันแต่อยู่คนละมุมและหันหลังให้กันเพราะต่างเปลือยด้วยกันทั้งคู่ เขาจะจดจำช่วงเวลานี้ไว้ให้ยาวนานที่สุด ความรู้สึกแต่ละนาทีที่ผ่านมามีค่าสำหรับเขามาก แล้วถามเธอว่าจะเก็บเรื่องราวของเราในสองวันนี้ไว้ในความทรงจำไหม เธอได้แต่นิ่ง ความรู้สึกบางอย่างฉายขึ้นบนสีหน้าและแววตาของเธอซึ่งเขาไม่มีโอกาสได้เห็น

“ขึ้นได้แล้วล่ะ กระบวนการบำบัดของคุณเสร็จแล้ว อย่าหันหน้ามาเชียวนะ”

สองคนต่างลุกขึ้นจากบ่อน้ำร้อนคว้าผ้าขนหนูมาห่อตัวแล้วเดินออกไปคนละทาง จากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ในชุดเสื้อคลุมมิดชิด เดินมาเจอกันหน้าห้อง ปริวัตรรู้สึกไม่ค่อยจะดีที่พรุ่งนี้ต้องกลับกรุงเทพฯแล้ว ถ้าถึงเมืองไทยเขาจะขอเรียกเธอว่าจ๋อมอีกได้ไหม เธอส่ายหน้าตั้งแต่พรุ่งนี้ เธอจะกลับไปเป็นมิสโจว เขาอยากให้เธอเป็นจ๋อมคนเดิมทำไมต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย สองวันที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก

“คุณบอกฉันหลายทีแล้ว”

ปริวัตรอยากบอกอีก อยากบอกทุกวันทั้งวันว่า รู้สึกอย่างไรกับเธอ จอมขวัญรีบตัดบท มีผู้หญิงของเขาอย่างน้อยสองคนรอเขาอยู่ พรุ่งนี้เขาต้องกลับไปเจอพวกเธอ ปริวัตรกำลังอยู่กับผู้หญิงที่เขาอยากให้เป็นผู้หญิงของเขาอยู่แล้วไม่ต้องการคนอื่น จอมขวัญจะให้เวลาเขาอีกคืนเดียวเท่านั้น เขาโผกอดเธอไว้แน่น

“ผมอยากมีความรู้สึกอย่างนี้ตลอดไป ไม่อยากตื่นมาเจอวันพรุ่งนี้เลย”

“อธิษฐานสิคะ อธิษฐาน” พูดจบจอมขวัญเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของเขา

ทั้งคู่ทำคืนสุดท้ายที่จะได้อยู่กันตามลำพังด้วยการปาหิมะเล่นกัน คราวนี้ไม่ใช่เป็นแค่ในจินตนาการแต่เป็นการขว้างก้อนหิมะจริงๆ ทั้งคู่เล่นกันอย่างสนุกสนาน จอมขวัญปั้นหิมะก้อนใหญ่ปาใส่ปริวัตรซึ่งรับไว้ได้ เธอบอกให้เขาผ่าออกดู เขาแบะก้อนหิมะเจอสร้อยห้อยจี้รูปพระจันทร์อยู่ข้างใน

“จำไว้ว่าแม้ไม่เห็นพระจันทร์แต่มันก็ยังคงอยู่เสมอ เหมือนเด็กผู้หญิงที่ชื่อจ๋อม ก็ยังคงเป็นจ๋อมเสมอ”

ปริวัตรขออีกอย่างหนึ่งจากเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะกลับไปเป็นมิสโจว พรุ่งนี้ก่อนกลับเมืองไทย เราไปอธิษฐานด้วยกันอีกครั้งหนึ่งที่โซล ทาวน์เวอร์

“ผมอยากไปผูกกุญแจบนนั้นกับเด็กผู้หญิงที่ชื่อจ๋อม”...

บังเอิญที่ความต้องการของสิริวิมลดันมาตรงกับของปริวัตร เธอขอให้ว่านช่วยพาไปที่โซล ทาวน์เวอร์ อยากผูกกุญแจกับปริวัตร เหมือนในหนังเกาหลีทำกัน

ooooooo

ในระหว่างที่ว่านพาสิริวิมลขึ้นกระเช้าไปยังโซล ทาวน์เวอร์ จอมขวัญกับปริวัตรเดินขึ้นเขามุ่งหน้าไปที่นั่นเช่นกัน จอมขวัญคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนตอน

ว่านโทร.มาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ปริวัตรปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้ให้เขาพาสิริวิมลไปเจอกันที่โซล ทาวน์เวอร์
ทั้งสองคนยังวางแผนให้ปริวัตรกับสิริวิมลได้คล้องกุญแจร่วมกันอีกด้วย ปริวัตรหนีไม่ออกจำต้องผูกกุญแจร่วมกับเธอ แล้วต่างถือลูกกุญแจของตัวเองไว้ในมือ

“สมมุตินะ ถ้ากลับถึงกรุงเทพฯฉันเคลียร์เรื่องของฉันกับมาร์คได้แล้วคุณเคลียร์เรื่องของคุณกับดารารัตน์ได้ กุญแจนี้ก็จะมีความหมายว่าเราจะไม่พรากจากกันใช่ไหม” เธอเห็นเขานิ่งไม่ตอบก็พูดเพิ่มเติมว่า “เราโยนลูกกุญแจทิ้งพร้อมกันนะ หนึ่ง สอง สาม” สิริวิมลขว้างลูกกุญแจออกไปไกลสุดขอบหน้าผา ขณะที่ปริวัตรแค่ทำท่าขว้าง เท่านั้น พอเธอเผลอเขาเก็บลูกกุญแจใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ว่านชวนจอมขวัญผูกกุญแจด้วยกัน เธอปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เคยอยู่ในหัว...

ในเวลาต่อมา บนเครื่องบินซึ่งมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย ปริวัตรนั่งเหม่อใจลอย โดยมีสิริวิมลนั่งหลับอยู่ข้างๆ เขาล้วงกุญแจที่ได้จากโซล ทาวน์เวอร์ออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ ก้มมองสร้อยห้อยจี้รูปพระจันทร์ที่สวมอยู่บนคอ อดนึกถึงคนให้ไม่ได้

คนที่ให้สร้อยเส้นนี้กับปริวัตรกำลังเดินทอดอาลัยเพียงลำพังบนถนนกลางกรุงโซล คิดถึงเขาเช่นกัน

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เอ๊ะ” มึนตึ้บ เจอดราม่า ก่อนลงจอ รับ "สางนางพราย” ปราบเซียน หินทุกฉาก!

“เอ๊ะ” มึนตึ้บ เจอดราม่า ก่อนลงจอ รับ "สางนางพราย” ปราบเซียน หินทุกฉาก!
18 พ.ย. 2562
16:48 น.