ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บัลลังก์หงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คงศักดิ์นัดสาวไปเจอกันที่ร้านอาหารเพื่อสอบถามเรื่องของจินดา เธอแอบกดโทรศัพท์ไปหาจอมขวัญซึ่งเตี๊ยมกันไว้ก่อนหน้าแล้ว โดยฝ่ายหลังเปิดมือถือเป็นโหมดสปีกเกอร์โฟนให้แม่กับประไพได้ฟังเสียงของคงศักดิ์ไปพร้อมๆกัน เขาอยากให้เธอพาไปหาจินดา

สาวโกหกคงศักดิ์ว่าไม่เจอผู้หญิงคนนี้นานแล้วแต่จะลองถามคนอื่นให้ แล้วหลอกถามโน่นถามนี่เพื่อให้เขาระบายความในใจที่มีต่อจินดา ซึ่งเขาหลงกลยอมรับว่ายังรักและคิดถึงเธอไม่เสื่อมคลาย ที่สำคัญเขาอยากรู้ว่าลูกสาวของเขาอยู่ที่ไหนเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าได้เจอหน้ากัน เขาจะอ้อนวอนให้ลูกเมียมาอยู่ด้วยกัน

“มาเป็นครอบครัวอย่างที่เราเคยฝัน อย่างที่มันควรจะเป็น”

ทั้งจอมขวัญและจินดาได้ยินคำพูดของคงศักดิ์เต็มสองหูถึงกับน้ำตาไหลพราก สาวรับปากคงศักดิ์จะพยายามตามหาลูกกับเมียของเขาให้ แต่จะสะดวกมากกว่าถ้าเขาจะไปกับเธอด้วย ใช้รถของเขาตระเวนหาเร็วกว่าที่เธอต้องนั่งรถเมล์หา

“โอเค ฉันจะนัดเธออีกทีทันทีที่ฉันพร้อม”

จินดาทนฟังต่อไปไม่ไหวบอกให้จอมขวัญวางสายได้แล้ว ประไพยุให้หลานไปแสดงตัวกับคงศักดิ์ไม่ต้องวางแผนอะไรอีกแล้ว จอมขวัญยังเปิดเผยตัวตนไม่ได้จนกว่าคนทำไม่ดีกับเธอและแม่ได้รับการชดใช้เสียก่อน คิดได้ดังนั้นจอมขวัญขอให้ประไพช่วยทำตัวเป็นผู้หวังดีประสงค์ร้ายโทร.ไปเยาะเย้ยสุมลทาเป็นทำนองว่าคงไม่รู้ว่าตอนนี้สามีตัวเองไปกกอีหนูอยู่ที่ไหน อีกฝ่ายเต้นเป็นเจ้าเข้าพยายามซักว่าเป็นใคร เธอรีบตัดสายแล้วหันไปหัวเราะชอบอกชอบใจกับหลานสาว จะขอทำแบบนี้ทุกวันจะได้ไหม จินดาต้องขอร้อง

“พอเถอะประไพ มันไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาหรอก”

จังหวะนั้นปริวัตรฝากข้อความมาในมือถือของจอมขวัญ นัดให้มาหาเขาวันพรุ่งนี้มีเรื่องสำคัญจะบอก

ooooooo

สุมลทาเชื่อคำยุยงของผู้หวังดีประสงค์ร้ายซักไซ้คงศักดิ์เป็นการใหญ่เมื่อคืนไปไหนมา รู้ไหมมีผู้หญิงโทร.มาเยาะเย้ยเธอกลางดึกว่าเขากกอีหนูอยู่ เขาขี้เกียจเถียงด้วยเดินเลี่ยงออกจากห้อง เธอตามมาคาดคั้นว่าแอบไปมีอะไรกับหลานสาวของเธอมาใช่ไหม เธอรู้ว่าวันก่อนเขาให้ยามที่บริษัทเรียกนังนั่นไว้

“คุณขอเบอร์มันแล้วคุณก็แอบนัดกับมัน ฉันจะฟ้องม้าคุณว่าคุณเลวยังไง”

“เชิญเลย วันหนึ่งที่ความจริงทั้งหมดถูกแฉจะได้รู้กันว่าใครมันเลวกว่ากัน ผมจะปลุกวิญญาณคนที่ผมรักให้ฟื้นขึ้นมาจากความตายเพื่อคิดบัญชีคนที่สมควรจะตายมากกว่า ถ้าคืนนี้ผมไม่กลับบ้านก็ไม่ต้องตกใจ ผมไม่ได้ไปกกผู้หญิงที่ไหนหรอก ผมแค่ไปตามหาผู้หญิงที่มีค่าสำหรับผมซึ่งนั่นไม่ใช่คุณ”...

เสียงทะเลาะกันของคงศักดิ์และสุมลทาดังไปถึงห้องของสิริวิภา แต่ดูเหมือนเจ้าของห้องจะไม่ใส่ใจนักเพราะมัวแต่กังวลเรื่องของตัวเอง พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ ตอนนั้นทัศน์ขอโทษที่คืนนั้นพูดไม่ดีกับเธอเนื่องจากเมามากไปหน่อย เธออยากให้เขาทำอะไรก็ว่ามา สิริวิภาแค่ต้องการใครสักคนมาดูแลในช่วงสี่เดือนสุดท้ายก่อนคลอด และคนที่รู้เรื่องเธอท้อง มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เธอถึงเลือกที่จะจ้างเขา และเขาต้องไปอยู่ที่เมืองนอกกับเธอ ส่วนค่าจ้างจะคิดเท่าไหร่ว่ามา แต่ถ้าแพงไปเธอจะไปจ้างคนอื่น

“ผมจะมีโอกาสอุ้มลูกของผมไหมครับ”

“เสียใจ แกเป็นแค่ลูกจ้างของฉัน ไม่ใช่พ่อเด็กจำไว้”...

ในเมื่อเกาเฟยไม่เห็นด้วยกับแผนการล่าสุดครั้งนี้ จอมขวัญจึงตัดเขาออกจากภารกิจ อ้างว่าจะได้ไม่ต้องมีใครมาเสียหายกับเธอ ขณะที่ว่านยังคงเดินตามแผนการเดิมคือไปเฝ้าสิริวิมลไว้...

จอมขวัญมาถึงบ้านสวน แต่ไม่เจอปริวัตร มีเพียงปราณีที่มารอท่าอยู่ ท่านไม่รู้ว่าเขาไปไหน หายหัวไปตั้งแต่เมื่อคืน เช้ามาก็ไม่เห็นแล้วทั้งที่เป็นฝ่ายนัดให้เธอมาหา จอมขวัญสงสัยหรือเขามีอะไรไม่สบายใจ

“ก็เรื่องหาที่ให้หนูทำร้านอาหารนั่นแหละ มันคะยั้นคะยอจะให้ป้ายกบ้านริมคลองหลังนั้นให้หนูให้ได้ หลังที่หนูไปดูมาน่ะ แต่เจ้าของเขาอยู่ถึงเมืองจีน ป้าก็ยังติดต่อเขาไม่ได้ ก็ไม่รู้จะทำยังไง”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณป้าอย่ากังวลเลย หนูค่อยๆมองหาที่อื่นอีกก็ได้”

ปราณีรู้จากปริวัตรว่าเธอชอบบ้านหลังนั้น ท่านดีใจที่เธอชอบเพราะรู้สึกว่าเธอคือคนที่เหมาะกับมัน แล้วขยับไปเช็ดแหวนวงหนึ่ง จอมขวัญอดทักไม่ได้ว่านั่นแหวนอะไรสวยจัง ท่านอธิบายว่าเป็นแหวนแต่งงานของท่านเอง ต่อไปถ้าปริวัตรจะแต่งงานท่านจะยกแหวนวงนี้ให้เจ้าสาวของเขา แต่ต้องเป็นผู้หญิงที่ท่านถูกใจ แล้วมองคู่สนทนาจนฝ่ายนั้นรู้สึกเขิน

“หนูโจวจ๊ะ ถ้าวันนี้ตาวัตรพูดอะไรกับหนู หนูช่วยตั้งใจฟังเขาหน่อยนะ มันอาจจะพูดอะไรไม่เก่ง ไม่ใช่คนปากหวาน แต่มั่นใจได้ว่ามันเป็นคนดี จริงใจ ลองมองแง่ดีๆของลูกชายป้าสักนิดเถอะนะ...ดูเหมือนจะมาแล้วพ่อตัวดี” ปราณีชะเง้อมองไปที่ท่าน้ำ เห็นปริวัตรขับเรือหางยาวเข้ามาเทียบ จอมขวัญรีบเข้าไปทักทาย เขาขอโทษเธอด้วย พอดีมีธุระสำคัญเรื่องการตกแต่งสถานที่ที่เราจะไปกันวันนี้ก็เลยไม่อยู่ต้อนรับแล้วยกกล่องสัมภาระที่เตรียมไว้ลงไปในเรือ ปราณีเดินเข้ามาหาจอมขวัญ

“อย่าลืมที่ป้าขอล่ะถ้าไม่ลำบากก็ลองเออออตามมันไปก่อนนะ” พูดจบปราณียื่นกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมให้เธอ “เสื้อผ้าสบายๆกับผ้าเช็ดตัวอยู่ในนี้ เอาติดไปด้วยเผื่อฝนตก ป้ารู้สึกว่าวันนี้จะมีพายุเข้านะ” ปราณีมองตามจอมขวัญที่หิ้วกระเป๋าเดินทางก้าวลงเรือไปกับปริวัตรด้วยสีหน้าพอใจ

พลันภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของปราณี ตอนนั้นปริวัตรมาบอกว่าชอบมิสโจว มาก และรู้ว่าแม่ก็ชอบเธอเช่นกันก็เลยจะขอให้ช่วยเขาคิดแผนการอะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอประทับใจในตัวเขา ปราณีทักท้วง ไม่ว่าแผนการอะไรก็ไม่ทำให้ใครประทับใจได้ดีไปกว่าความจริงใจ

“หนูขอเวลาอยู่กับเธอตามลำพังที่บ้านหลังนั้นสักคืนได้ไหมแม่ หนูรู้สึกว่าเธอชอบที่นั่น”

ปราณีเตือนพรุ่งนี้อาจจะมีพายุเข้า ปริวัตรเชื่อว่าถ้าเป็นอย่างที่แม่พูดแปลว่าโชคเข้าข้างเขา ขอให้แม่ช่วยพูดอะไรดีๆให้เธอรู้สึกดีกับเขาได้ไหม ปราณีไม่รู้จะพูดอะไร แต่จะท่องคาถาขอฝนให้เขาก็แล้วกัน

ooooooo

ที่สตูดิโอสอนเต้นรำ ว่านยังคงตามประกบสิริวิมลไม่ห่างอ้างยังติดใจไม่หายก็เลยอยากมาที่นี่อีก แล้วขอตัวไปเปลี่ยนชุดเราสองคนจะได้เต้นกันให้มันหยดแบบวันก่อน

“ไม่ล่ะ วันนี้ฉันไม่อยากเต้น ฉันอยากให้นายพาฉันไปเดินเล่นข้างนอกมากกว่า” สิริวิมลว่าแล้วเดินนำออกไป ว่านเดินตามพร้อมด้วยรอยยิ้มและความสุขใจอยู่ลึกๆ...

ขณะที่ว่านเริ่มมีใจให้กับสิริวิมลโดยไม่รู้ตัว ปริวัตรพาจอมขวัญมาถึงบ้านโบราณริมน้ำซึ่งภายในถูกปรับปรุงใหม่ให้น่าอยู่ขึ้น มีอยู่ห้องหนึ่งซึ่งถูกใจเธอมากเพราะทั้งห้องมีกระดาษหลากสีสันห้อยเอาไว้เหมือนที่คนเกาหลีผู้นิยมชมชอบเขียนคำอธิษฐานทำกัน ปริวัตรคุยอวดว่าอยู่ที่นี่ทั้งคืนกว่าจะทำเสร็จ

“ผมน่าจะทำตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่คุณบอกผมวันนั้น คำอธิษฐานคงจะมีโอกาสเป็นจริงมากยิ่งขึ้น”

จอมขวัญพลิกกระดาษแผ่นหนึ่งดู มีตัวหนังสือเขียนไว้ว่าจ๋อมซ้ำๆกันหลายตัว หันไปถามว่าเธออยู่ในคำอธิษฐานของเขาด้วยหรือ ปริวัตรพยักหน้าแทนคำตอบ เธออยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลา

“นับตั้งแต่วันแรกที่เราได้เจอกัน ผมก็เลยเขียนความคิด ความรู้สึกและความหวังของผมในวันนั้น มันคือไทม์ไลน์ของชีวิตผมที่ผูกพันกับคุณ”

กระดาษสีแต่ละแถวมีรูปและข้อความเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตเขียนเอาไว้เริ่มตั้งแต่ปริวัตรได้เจอกับจอมขวัญครั้งแรกตอนที่มอเตอร์ไซค์ของเธอถูกรถตู้ของบริษัทลีลาวัฒน์เฉี่ยว นอกจากนี้ยังบอกเรื่องราวตอนที่เขาจ้างเธอขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งที่บริษัทลีลาวัฒน์ และมีเรื่องราวตอนที่เธอเป่าเค้กวันเกิด รวมทั้งเหตุการณ์ที่เขาเดินทางไปเจอกับเธอที่เกาหลีอีกด้วย ปริวัตรเล่าเพิ่มเติมประกอบภาพที่เขียนไว้ในกระดาษอีกว่าจากนั้น จอมขวัญหายไปจากไทม์ไลน์ของเขา 5 ปีและกลับมาอีกครั้งในชื่อมิสโจว


“ไม่ว่าคุณจะใส่วิกผมสีอะไร แต่งหน้าแต่งตัวอย่างไรหรือจงใจสร้างความสับสนให้ผมให้บริษัทของผมแค่ไหน คุณก็ยังคงเป็นเด็กผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงในฝันของผมไม่เปลี่ยนแปลง”

“ที่คุณเขียนทั้งหมดนี่ ตรงไหนคือคำอธิษฐานของคุณคะ”

ปริวัตรชี้ไปที่หัวใจตัวเองพร้อมกับบอกว่าจะเขียนคำอธิษฐานของเขาคืนนี้ถ้ามีโอกาส จะอธิษฐานขอให้ผู้หญิงในฝันของเขากลับคืนมา ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก เธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย

ไม่ว่าจะต้องต่อสู้แค่ไหนเพื่อให้ได้เธอกลับมาเขาก็จะทำแม้คู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นถึงหลานของท่านประธาน

“คุณแน่ใจเหรอว่าคุณรู้จักฉันดีแล้ว”

“เท่าที่ผมรู้ก็เพียงพอแล้ว ผมฝันถึงเด็กผู้หญิงที่ผมไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน ผู้หญิงคนเดียวกันนี้อยู่กับผมในวันที่ผมเกือบจะสิ้นใจ เธอทำทุกอย่างเพื่อให้ผมมีชีวิตอยู่ ยังมีอะไรที่ผมต้องการรู้จักเธออีกเหรอ นอกจากอยากรู้ว่าเธอจะรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกไหม และผมต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้เธอคนนั้นกลับมา”

จอมขวัญจูบเขาอย่างดูดดื่มแทนคำตอบ ความรักไหลผ่านริมฝีปากของทั้งคู่สู่หัวใจของกันและกัน สักพักเธอผละออกมา เขาทักท้วงเมื่อครู่นี้ยังพูดไม่ทันจบ เธอขอพักครึ่งเวลาก่อนตอนนี้อยากลงเล่นน้ำในคลอง

ooooooo

สิริวิมลชวนว่านมาปิกนิกที่สวนสาธารณะ เขาอดกระเซ้าไม่ได้พกอุปกรณ์ปิกนิกไว้หลังรถตลอดเวลาเลยหรือ เธอเพิ่งทำเป็นครั้งแรกเพราะรู้ว่าต้องเจอกับเขา นอกจากนี้เธอยังเอากีตาร์ติดรถมาอีกด้วย ว่านแกล้งแหย่ไม่กลัวคนที่เธอจะแต่งงานด้วยเคืองเอาหรือ เธอส่ายหน้าปริวัตรอาจทำแบบนี้กับคนอื่นอยู่ก็ได้

“เขามีคนอื่นด้วยเหรอ”

“มิสโจวไง เขาแอบชอบมิสโจวฉันรู้ นายก็เหมือนกัน”

ว่านสรุป ถ้าเป็นอย่างนั้นทั้งเขากับปริวัตรก็อกหักด้วยกันทั้งคู่เพราะมิสโจวกำลังจะแต่งงานกับพิทักษ์พงศ์ แล้วหลอกถามสิริวิมลว่ารักปริวัตรบ้างหรือเปล่า เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามตรงๆ ได้แต่บอกว่าสองสามวันมานี่เธอคิดถึงว่านมากกว่าว่าที่คู่หมั้นเสียอีก ดังนั้นก่อนที่เธอจะแต่งงาน เธออยากใช้เวลากับเขาให้เต็มที่ก่อนจะจบชีวิตสาวโสด แล้วขอให้เขาร้องเพลงที่เขาเคยร้องให้ฟังที่เกาหลี...

ระหว่างที่สิริวิมลฟังว่านเล่นกีตาร์ไปร้องเพลงไปอย่างมีความสุข ปริวัตรเล่นน้ำในคลองกับจอมขวัญอย่างสนุกสนาน อยู่ๆฝนก็เทกระหน่ำ เขาชวนเธอขึ้นจากน้ำเพื่อหลบฝน เธอไม่รู้จะหลบทำไมในเมื่อฝนตกหรือไม่ตกเราก็เปียกอยู่ดี...

ฝนตกทำให้สิริวิมลชวนว่านไปนั่งร้องเพลงบรรเลงกีตาร์ต่อในรถของเธอ...

ในขณะที่ปริวัตรกำลังช่วยกันกับจอมขวัญยกสำรับไปตั้งโต๊ะ เขาเสนอจะให้หุ้นลีลาวัฒน์ที่ถือครองอยู่แก่เธอเผื่อจะเป็นเงื่อนไขให้ถอนหมั้นพิทักษ์พงศ์ เธอจะได้มีอิสระที่จะเลือกรักใครที่เธอรักจริงๆ ระหว่างนั้นมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เธอคว้ามันเดินเลี่ยงมารับสายที่ระเบียงหน้าบ้าน ว่านแค่จะโทร.มาบอกว่าสิริวิมลดูเหมือนจะไม่ได้รักปริวัตรเผื่อปฏิบัติการของเธอจะได้ง่ายขึ้น จอมขวัญลังเลที่จะใช้ปริวัตรเป็นเครื่องมือ อยาก จะล้มเลิกทุกอย่างให้หมด ว่านดักคอหรือเป็นเพราะเธอหลงรักปริวัตรเข้าแล้ว จอมขวัญได้แต่นิ่งไม่ตอบ

“ว่านอยากเป็นเขานะ อยากได้ความรู้สึกจากจ๋อมแบบเดียวกับที่เขาได้ แต่ไม่มีหวัง”

จอมขวัญยืนยันว่าว่านเป็นคนพิเศษของเธอเสมอ เขารู้ดีว่าคงไม่เท่ากับที่เธอรู้สึกต่อปริวัตรแล้วตัดบท

ถ้าเธอจะเอาอย่างไรก็ขอให้บอกด้วยแล้วกัน เป็นจังหวะเดียวกับสิริวิมลเดินออกมาจากซุปเปอร์มาร์เกต ว่านวางสายแล้วเข้าไปช่วยถือข้าวของ สิริวิมลชมเขาว่าเอาใจผู้หญิงเก่ง ถ้ายังไม่มีใคร เธออาจจะขอเขาแต่งงาน

“คุณรู้ไหมว่าผมรู้สึกยังไงที่คุณพูดอย่างนี้”

“ไม่สน เพราะฉันชอบพูดแบบนี้กับผู้ชายทุกคน สนุกดี”...

ฝ่ายจอมขวัญเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร ปริวัตรขอเดาว่าคนที่โทร.มาหาเธอเมื่อครู่นี้คือว่าน ตนมองออกว่าเขารักเธอ จอมขวัญไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้มันทำให้อาหารไม่อร่อย แล้วรวบช้อมส้อมหน้าตาเฉย ปริวัตรเสนอให้กินของว่างก่อน แล้วเดินหายไปในครัวสักพักกลับมาพร้อมกับน้ำแข็งไสถ้วยยักษ์มาวางตรงหน้า

จอมขวัญแล้วทำท่าเป็นทำนองให้เธอผ่าครึ่ง เธอทำตามปรากฏว่าข้างในนั้นมีแหวนแต่งงานของปราณีอยู่

ปริวัตรคุกเข่าลงตรงหน้าขอเธอแต่งงาน จอมขวัญได้แต่ตะลึง

ooooooo

คงศักดิ์อยากจะเจอจินดาให้ได้ จึงโทร.มาคะยั้น คะยอให้สาวพาไปหา เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดีก็เลยนัดให้มาเจอกันที่ตลาดนัดโต้รุ่ง เขามองไปรอบๆ ตลาดที่เต็มไปด้วยร้านรวงก่อนจะหันมาทางสาว

“แน่ใจนะว่าจินดาอยู่แถวนี้”

“ครั้งสุดท้ายที่หนูเจอเขา เขาเข็นรถขายอาหารอยู่แถวนี้ เดี๋ยวหนูจะลองเดินถามคนแถวนี้ดู คุณลุงนั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ ถ้าอาหารมาส่ง คุณลุงก็กินไปเลยไม่ต้องรอ เดี๋ยวหนูมา” สาวว่าแล้วลุกออกไป

จนพ้นระยะที่คงศักดิ์จะเห็น รีบโทร.หาจอมขวัญในคราบมิสโจว แต่เธอไม่อยู่ประไพเป็นคนรับสายแทน สาวแจ้งเรื่องที่คงศักดิ์จะให้พาไปหาจินดาให้ได้ จะให้เธอทำอย่างไรต่อไป ประไพสั่งให้รอมิสโจวก่อน

“แต่หน้าตาเขาน่าสงสารมากเลยนะ ป้าลองดูรูปที่หนูส่งไปในโทรศัพท์สิ”

ประไพเปิดภาพที่ว่าดูโดยมีจินดายื่นหน้าเข้ามาขอดูด้วย ฝ่ายแรกนึกสนุก สั่งให้สาวหาใครก็ได้ถ่ายรูป เธอกับคงศักดิ์ส่งมาให้ขอด่วนที่สุดแล้ววางสาย จินดาขอร้องให้ประไพบอกให้สาวหยุดแค่นี้เพราะรังแต่จะทำให้คงศักดิ์เป็นทุกข์มากขึ้น เธอตัดสินใจเองไม่ได้ต้องรอให้จอมขวัญมาจัดการ แต่ตอนนี้ขอเล่นสนุกก่อน

ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของสาวทำให้ได้ รูปคู่ของเธอกับคงศักดิ์มาโดยไม่ยากเย็นอะไรนัก ประไพส่งต่อรูปนี้ไปให้สุมลทาและโทร.ตามไปเย้ยหยันว่าตอนนี้ผัวของเธอกำลังอยู่กับผู้หญิงที่สาวกว่า

“แสดงว่าแกมันเป็นคนไม่มีน้ำยา น่าเบื่อ น่าสะอินสะเอียนในสายตาของคนเป็นผัว” พูดจบประไพปิดมือถือแกะซิมออกพลางหัวเราะสะใจ จินดาขอร้องให้เลิกโทร.ไปแกล้งสุมลทาได้แล้ว ถ้าทางนั้นอัดเสียงเอาไว้แล้วไปแจ้งตำรวจตามจับจะเดือดร้อนกันหมด ประไพมั่นใจดัดเสียงขนาดนี้ไม่มีทางจับได้ว่าเป็นใคร...

ทางด้านสุมลทาทนไม่ไหวเอารูปที่ผู้หวังดีประสงค์ร้ายส่งมาให้ไปฟ้องหลี่ซวง แต่ท่านกลับหาว่าเธอคิดมากไปเองแค่แตะแขนแตะไหล่กันนิดๆหน่อยๆไม่เห็นจะต้องโวยวาย เธอน่าจะลองตรองดูว่าตลอดเวลายี่สิบกว่าปีที่แต่งงานกันมาคงศักดิ์เคยทำอะไรนอกลู่นอกทางไหม

“อาจจะมีแต่อั๊วจับไม่ได้”

หลี่ซวงขอให้สุมลทาทนประคับประคองชีวิตคู่ของเธอไปจนกว่าพิทักษ์พงศ์จะแต่งงานกับมิสโจว จากนั้นถ้ายังอยากจะแยกทางกับคงศักดิ์ก็เชิญตามสบาย นี่ท่านก็รอให้มิสโจวกลับจากเกาหลีโดยไม่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่แล้ว จะได้แถลงข่าวจัดงานแต่งงานของทั้งพิทักษ์พงศ์ และสิริวิมลพร้อมกันทีเดียว สุมลทาอยากรู้ว่า มิสโจว จะกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ ท่านเองก็ไม่รู้เหมือนกันกำลังรอโทรศัพท์จากมิสเตอร์คิม

ooooooo

ในเวลาต่อมา มิสเตอร์คิมโทร.บอกจอมขวัญว่าหลี่ซวงโทร.มาถามว่าเธอจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ จะได้ประกาศงานแต่งงานระหว่างมิสโจวกับพิทักษ์พงศ์ในวันนั้นทันที ตนก็เลยบอกไปว่าอีกสองวัน หรือจะให้ตนโทร.ไปเปลี่ยนเวลา จอมขวัญว่าสองวันกำลังดีเธอพร้อมจะจบเรื่องนี้แล้ว มิสเตอร์คิม อยากรู้จะจบอย่างไร

“หนูอาจจะเลือกทำตามหัวใจมากกว่าการมุ่งมั่นเอาชนะ นั่นคือสิ่งที่แด๊ดปรารถนาใช่ไหมคะ”

“ความปรารถนาของฉันมีเรื่องเดียวคือให้เธอพบกับหนทางที่มีความสุขอย่างแท้จริง เป็นความสุขสงบที่ไร้ความอาฆาตพยาบาท ไร้ความแค้นมีแต่ความเมตตาและความเข้าใจ”

จอมขวัญรับปากว่าจะทำอย่างที่แด๊ดสอน เสร็จธุระทางนี้เมื่อไหร่เธอจะกลับไปหาท่านที่เกาหลี เธอคิดถึงท่านมาก มิสเตอร์คิมเองก็คิดถึงเธอเช่นกันแล้วกดวางสายเป็นจังหวะเดียวกับพยาบาลประจำตัวของท่านเข้ามาแจ้งว่าถึงเวลาให้มอร์ฟีนแล้ว มิสเตอร์คิมพยักหน้ารับรู้...

ปริวัตรกำลังจัดเตรียมที่นอนไว้กลางห้องใต้คำอธิษฐาน ตอนที่จอมขวัญกลับมาจากคุยโทรศัพท์ เขาอ้อมแอ้มถามว่าคราวนี้ใครโทร.มาหา เธอเล่าว่าแด๊ดของเธอโทร.มาจากกรุงโซลเนื่องจากหลี่ซวงโทร.ไปถามว่าเธอจะกลับจากเกาหลีเมื่อไหร่ ปริวัตรอยากรู้ว่ามีอะไรทำให้เรื่องระหว่างเราต้องเปลี่ยนแปลงไปไหม

“มีบางอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับตัวฉันที่คุณควรจะรู้ แต่ฉันจะบอกคุณเมื่อฉันมั่นใจว่าคุณจะเข้าใจฉัน”...

หลังจากไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน ว่านรับหน้าที่สารถีพาทั้งรถทั้งสิริวิมลมาส่งถึงประตูรั้วบ้าน แล้วสะกิดเธอซึ่งนั่งเอนหลังหลับตาอยู่ที่เบาะข้างคนขับว่าถึงบ้านของเธอแล้ว เธอหรี่ตามองเขา

“ฉันคุ้นๆประโยคนี้ของคุณนะเหมือนเคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาแล้ว บอกมาสิว่าคุณเคยมาส่งฉันตรงนี้หรือเปล่าวันที่ฉันเมาจนจำอะไรไม่ได้ คุณคือคนที่ช่วยฉันคืนนั้นใช่ไหมในห้องน้ำของบาร์ ทำไมไม่ยอมรับ”

“เข้าบ้านเองได้นะครับ กู๊ดไนต์” ว่านขยับจะลงจากรถ สิริวิมลจับใบหน้าเขามาจ้องใกล้ๆแล้วจูบปากโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว แถมบอกว่าอย่าคิดมาก แค่เกมสั่งลาชีวิตโสดของเธอเท่านั้นเอง

“ไม่มีอะไรประทับใจคุณบ้างเลยเหรอครับ”

สิริวิมลขอเลือกไม่ตอบ ปล่อยให้ว่านลงจากรถแล้วตัวเองมานั่งประจำที่คนขับ ก่อนจะขับรถเข้าบ้าน ว่านมองตามด้วยอารมณ์ที่อธิบายไม่ถูก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่ซวงเรียกทุกคนมาพบที่ห้องโถง เพื่อแจ้งให้รู้กันถ้วนหน้าว่าพรุ่งนี้จะจัดงานทำบุญใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บริษัทและครอบครัวและจะถือโอกาสนี้ประกาศงานสำคัญต่อทุกคนนั่นคือกำหนดการแต่งงานของอาซื่อกับหมวยเล็ก ท่านไม่ต้องการให้มีใครถามคำถามหรือข้อสงสัยใดๆเกี่ยวกับงานนี้

“อั๊วต้องการให้ทุกคนทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส สำหรับเช้าวันพรุ่งนี้เพื่อเตรียมรับสิ่งดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้น รายละเอียดของงาน อั๊วได้สั่งการเด็กที่บริษัทเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่หลานทั้งสองอยู่ในช่วงฮันนีมูน ความรับผิดชอบในบริษัทของทั้งคู่ให้อยู่ในความดูแลของหมวยใหญ่และหมวยรอง”

หลี่ซวงเดินมาหยุดตรงหน้าหลานทั้งสี่คนของตัวเอง “หลังจากนี้อีกไม่นาน อาณาจักรแห่งนี้ก็จะอยู่ในกำมือของพวกลื้อ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนรักษาเวลาอย่างเคร่งครัด อย่าให้มีอะไรผิดพลาดและหากพวกลื้อยังคิดว่าอั๊วใช้อำนาจบังคับกดขี่ ก็ขอให้รู้ด้วยว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่อั๊วจะใช้อำนาจแบบนี้กับพวกลื้อ”...

ฝ่ายพิทักษ์พงศ์กังวลใจกับการแต่งงานครั้งนี้มากพอขึ้นรถของตัวเองได้พยายามโทร.หามุนินแต่เธอไม่รับสาย ก็เลยฝากข้อความไว้ว่าจะโทร.ไปหาใหม่อีกครั้งคืนนี้...

ในเมื่อการแต่งงานกับปริวัตรกำลังจะถูกกำหนดวันเวลาที่แน่นอน สิริวิมลจำต้องส่งข้อความไปหาว่านบอดี้การ์ดมาดเข้มว่าหมดเวลาสนุกระหว่างเขากับเธอแล้ว เราคงเจอกันแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว...

ทันทีที่ถึงออฟฟิศ สิริวิภาตรงไปหาพ่อที่ห้องทำงาน เพื่อขออนุญาตลาหยุดไปเที่ยวต่างประเทศสี่เดือนหลังจากอาซื่อกับหมวยเล็กกลับจากฮันนีมูนแล้ว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปริวัตรพาจอมขวัญกลับมาที่บ้านสวน ไม่เจอปราณีกับประนอมเพราะออกไปวัดแต่เช้า มีเพียงตึ๋งรอต้อนรับอยู่ จอมขวัญถือโอกาสขอตัวกลับก่อน มีเรื่องต้องคุยกับแม่ตัวเองหลายเรื่อง ปริวัตรมองตามเธอที่เดินไปขึ้นรถด้วยสีหน้าครุ่นคิด พลันเหตุการณ์ตอนที่เขาขอเธอแต่งงานผุดขึ้นมาในความคิดของเขา ปริวัตรขอร้องเธอให้คำตอบตอนนี้เลย แต่เธอปฏิเสธว่าทำไม่ได้ต้องปรึกษาแม่กับแด๊ดก่อน

“ผมแก้ปัญหาเรื่องหุ้นให้คุณได้จริงๆนะ”

จอมขวัญไม่อยากเอาสองเรื่องนี้มาเกี่ยวพันกัน ขอเวลาเธออีกนิด เธอไม่อยากให้เกิดการผูกมัดด้วยคำตอบที่อาจจะไม่ถูกต้อง แล้วส่งแหวนคืนให้ ปริวัตรฝากมันไว้ที่เธอก่อน แล้วชูสร้อยเส้นที่เธอซื้อให้

“ผมมีสร้อยของคุณอยู่ที่ผม ถือว่าเราแลกของกันไงครับ”

เสียงมือถือดังขึ้นปลุกปริวัตรให้ตื่นจากภวังค์ หลี่ซวงโทร.มาเตือน พรุ่งนี้หมดวันลาพักร้อนของเขาแล้ว พอดีท่านจะทำบุญบริษัทซึ่งเป็นวันสำคัญของบริษัทและของเขาด้วย ดังนั้นเขาควรจะแต่งตัวให้หล่อที่สุดและมาบริษัทให้ตรงเวลา สิริวิมลจะแต่งตัวสวยรอเขาเช่นกัน ปริวัตรทักท้วง ยังไม่ได้ให้คำตอบท่านเลย

“คำตอบไม่จำเป็น ขอให้เธอมาตรงเวลาเท่านั้นพอ”...

ฝ่ายโสภณนัดให้สิริกานดามาพบที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาจะเดินทางไปเรียนต่อปริญญาเอกที่อเมริกาวันพรุ่งนี้และไปเพียงลำพัง ปรุงฉัตรไม่ได้ไปด้วยเพราะต้องพาลูกไปดูโรงเรียนที่นิวซีแลนด์ เราตกลงกันแล้วว่าจะแยกกันอยู่โดยไม่มีการหย่าในตอนนี้ เขาอยากให้สิริกานดาบินตามไปหลังจากเขาจัดที่จัดทางที่นั่นเรียบร้อยแล้ว เธอโพล่งขึ้นทันทีว่าเป็นไปไม่ได้

“อย่าเพิ่งรีบตอบพี่ครับ พรุ่งนี้ไปส่งพี่ ก่อนพี่เดินทางได้ไหมครับ แล้วค่อยให้คำตอบ”...

ด้านทัศน์ต้องการจะกำจัดสิริวิภาไปให้พ้นจากชีวิตจึงหลอกว่าจะขายบาร์ที่เอาเงินของเธอไปซื้อแล้วจะไปเมืองนอกกับเธอ แต่มีเรื่องจะรบกวนหนึ่งเรื่อง เขามียายที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กเป็นหมอตำแยเก่า อยากจะลูบท้องเธอเพื่อให้เป็นมงคลกับเด็กในท้องจะทำให้เด็กแข็งแรงคลอดง่าย เธอหลงเชื่อรับปากจะเจอกับท่าน

“งั้นพรุ่งนี้ผมรออยู่ที่บาร์ของผมนะครับ ยายคงจะดีใจครับ”...

สุมลทาจ้างคนให้โทร.ไปหลอกสาวว่าคงศักดิ์นัดให้มาพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหวังจะเล่นงานหลานทรยศให้หนำใจ แต่กลับถูกเธอขู่ถ้าขืนแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บเธอจะแฉเรื่องที่ท่านให้พ่อของเธอไปฉุดจินดาจนพ่อต้องตายไปพร้อมกับแม่และน้องในอุบัติเหตุ และถ้าไม่จ่ายเงินปิดปากเธอจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คงศักดิ์ฟัง สุมลทาต่อรองให้เธอบอกความจริงมาก่อนว่าจินดายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เธอขอไม่ตอบคำถามนี้

ooooooo

พิทักษ์พงศ์เครียดกับการถูกหลี่ซวงบังคับให้แต่งงานกับมิสโจว ไม่รู้จะทำอย่างไรดี สุดท้ายตัดสินใจทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไปให้ไกลๆโดยไม่ลืมโทร.บอกมุนิน ว่าเราอาจไม่ได้เจอกันอีกนาน เธออยากรู้ว่าเขาจะไปไหน

“ไม่รู้ แต่ฉันจะส่งรูปให้มุนินดูทุกวัน มุนินจะได้รู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่และมีมุนินอยู่ในใจเสมอไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหนก็ตาม แต่ถ้าวันใดไม่มีรูปจากฉันส่งไปถึงมุนินก็แปลว่าวันนั้นไม่มีฉันอยู่บนโลกใบนี้แล้ว”...

ทางด้านจอมขวัญเห็นแม่นั่งดูรูปพ่อที่สาวส่งมาให้ในมือถือเข้ามานอนหนุนตักถามว่าถ้าทุกอย่างถูกเปิดเผย แล้วแม่ได้เจอหน้าพ่อจะพูดอะไรกับท่านเป็นคำแรก จินดาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเราควรจะได้เจอกันอีกหรือเปล่าบางทีการตายจากกันไปจริงๆอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดของเราสองคนก็ได้ เราต่างทำใจได้กันทั้งคู่ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะดิ้นรนอีก เธอมีจอมขวัญ ส่วนเขาก็มีพิทักษ์พงศ์กับลูกสาวอีกสามคน เราทั้งคู่ต่างมีความสุขกับปัจจุบันได้ ถ้าไม่ยึดติดกับสิ่งที่ผ่านมา แล้วย้อนถามลูกด้วยคำถามเดียวกันว่า

“เมื่อถึงวันนั้นหนูจะพูดอะไรกับญาติพี่น้องของหนู จ๋อมจะอธิบายพวกเขายังไงในสิ่งที่จ๋อมทำ”

“แด๊ดบอกจ๋อมว่าความแค้นไม่มีวันยิ่งใหญ่ไปกว่าความรัก ความมุ่งมั่นที่เกิดจากความแค้นอาจจะนำไปสู่ความสูญเสีย หนูกำลังชั่งใจตัวเองอยู่ บางทีมันอาจจะไม่มีวันนั้นก็ได้จ้ะแม่ หนูอาจจะจบเรื่องทุกอย่างด้วยวิธีรวบรัดที่สุดก็ได้” พูดจบจอมขวัญอดนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่นอนอยู่ในบ้านโบราณริมน้ำไม่ได้

ตอนนั้นปริวัตรบอกเธอว่าถ้าถูกบีบให้แต่งงานจะลาออกทันทีและจะรีบทำเรื่องโอนหุ้นให้เธอ จอมขวัญขอร้องอย่าทำอย่างนั้นเพื่อเธอ เขาไม่ได้ทำเพื่อเธอแต่ทำเพื่อตัวเอง แล้วขอคำตอบเรื่องที่เขาขอเธอแต่งงาน

“ถึงวันนั้นคุณจะรู้เองว่าคำตอบคืออะไร ฉันอาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่คุณรับไม่ได้ก็ได้”

“ถ้าไม่ใช่การหลอกลวงไม่จริงใจกันล่ะก็ไม่มีปัญหา ผมรับคุณได้ทั้งหมดทุกเรื่องครับ”...

ด้านหลี่ซวงสบายใจขึ้นมากเพราะคิดว่าทุกอย่างที่วางแผนไว้จะต้องสำเร็จสมดั่งใจหมายในวันพรุ่งนี้ จึงโทร.บอกหมอโรคหัวใจว่าพร้อมแล้ว ให้หมอนัดวันมาได้เลย เธอไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว...

ในเวลาเดียวกัน จอมขวัญนอนมองแหวนที่ปริวัตรให้อยู่นานสองนานก่อนตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาสุมลทา พรุ่งนี้ก่อนงานเริ่ม จะขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว

“มีความจริงบางอย่างที่คุณควรจะรู้ก่อนที่จะมีคนอื่นรู้”

ooooooo

ปริวัตรรีบมาถึงบริษัทลีลาวัฒน์ก่อนงานจะเริ่มเพื่อยืนยันคำพูดเดิมที่เคยบอกคงศักดิ์เอาไว้ ถ้าท่านประธานบังคับให้เขาแต่งงานกับสิริวิมล เขาจะขอลาออกจากที่นี่

“นายไม่ต้องลาออกหรอก ฉันไม่ให้นายออกและก็จะไม่ให้ท่านประธานบังคับนายด้วย”...

เหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่หลี่ซวงหวัง พิทักษ์พงศ์หนีไปทิ้งไว้เพียงคลิปขอโทษทุกคนที่ตัดสินใจทำแบบนี้ แม้จะรักทุกคนมากแต่ไม่พอจะให้เขาทำตามความต้องการของอาม่าได้ ส่วนสิริวิมลถูกผู้หวังดีประสงค์ร้ายเอาคลิปตอนที่มีอะไรกับมาร์คมาโพสต์ว่อนเน็ตเป็นที่โจษจันกันไปทั่ว สิริวิมลเห็นคลิปตัวเองจากในมือถือถึงกับหน้าเครียด ระหว่างนั้นปริวัตรเข้ามาหาเธอที่ห้องทำงาน เพื่อปฏิเสธการแต่งงาน เธอเข้าใจว่าเขาเห็นคลิปฉาวนั่นแล้วจึงยอมรับคำปฏิเสธของเขาแต่โดยดี

“ผมมีของมาคืนคุณเล็กด้วย” ปริวัตรล้วงลูกกุญแจออกมาจากกระเป๋า “ถ้าเราเชื่อว่าการทิ้งกุญแจจะทำให้เราล็อกและผูกมัดกันไปตลอดชีวิตล่ะก็ ที่โซลทาวเวอร์วันนั้น ผมไม่ได้ทิ้งลูกกุญแจครับ ผมขอคืนให้คุณ อย่างน้อยก็เป็นสัญลักษณ์ว่าเราไขมันแยกจากกันได้แล้ว ผมวางไว้ที่นี่นะครับ” ปริวัตรวางกุญแจลูกนั้นไว้บนโต๊ะทำงานแล้วเดินจากไป

คลิปฉาวของสิริวิมลกลายเป็นข่าวครึกโครม รายการทีวีที่ชื่อ “หยิบมาแฉ” ซึ่งชอบเห็นความเจ็บปวดของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก นำเรื่องนี้มาเม้าท์กันกระจาย สิริวิมลเห็นข่าวตัวเองถึงกับกรีดร้องลั่น...

หลี่ซวงเองก็เต้นเป็นเจ้าเข้าเมื่อเห็นคลิปฉาว ตะโกนสั่งให้คนไปตามนังหลานตัวดีมาหาตนเอง แล้วให้คนไปลากตัวมาร์คมาให้ได้ ตนจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย ฐานมันผิดสัญญาจะไม่เผยแพร่คลิปนี้ คงศักดิ์ตกใจ นี่แสดงว่าท่านรู้เรื่องนี้แล้ว หลี่ซวงยังไม่ทันจะตอบคำถาม พนักงานคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานว่าติดต่อมาร์คได้แล้ว แต่คงมาที่นี่ไม่ได้เพราะติดคุกคดีจำหน่ายยาเสพติดอยู่ เขาบอกว่าไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิปและไม่เคยถ่ายคลิปไว้ด้วย สุมลทาโวยวาย ถ้าไม่ใช่ฝีมือมันแล้วจะเป็นฝีมือใคร สิริวิมลเดินหน้าเครียดเข้ามา

“นังดารารัตน์ มันจงใจทำลายชีวิตอั๊ว มันเป็นคนมาบอกม่าเรื่องคลิป พออั๊วไปเคลียร์กับมาร์ค มันก็แอบถ่ายภาพไว้”

หลี่ซวงต่อว่าหลานสาวว่าไปเคลียร์กับมันแบบไหนถึงได้ไปลงเอยกันบนเตียงอย่างนั้น ถ้าเธอไม่ทำเรื่องชั่วๆ ก็จะไม่มีวันเป็นอย่างนี้ ท่านกำลังจะให้ชีวิตใหม่ที่ดีกับเธอแต่เธอกลับทำลายทุกอย่าง แล้วด่าว่าอีหลานเลว สร้างแต่เรื่องเสื่อมเสียให้กับวงศ์ตระกูล ก่อนจะพาลไล่ตะเพิดทุกคนไปให้พ้น ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น พนักงานเข้ามารายงานหลี่ซวงว่ามิสโจวมาแล้ว

“ฉันยังไม่พร้อม ใครก็ได้แจ้งตำรวจแจ้งนักสืบออกตามหาตัวอาซื่อให้ได้เร็วที่สุด” พูดได้แค่นั้นหลี่ซวงเอามือกุมหน้าอก ก่อนจะล้มลงหมดสติ...

ห้องประชุมของบริษัทลีลาวัฒน์ที่ก่อนหน้านี้คึกคักไปด้วยผู้คน มาบัดนี้มีเพียงสิริวิมลนั่งจมอยู่กับความทุกข์ใจเพียงลำพัง จอมขวัญในคราบมิสโจวพยายามเข้ามาพูดปลอบใจ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

ooooooo

ที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติ หลี่ซวงอาการไม่สู้ดีนัก หมอตรวจพบว่าการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่เนื่องจากคนไข้รับยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด หมอจึงต้องหยุดยาเจ็ดวันก่อน ถึงจะผ่าตัดได้ ตอนนี้ต้องให้คนไข้พักอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการไปก่อน

“เดี๋ยวหมอจะจัดห้องพิเศษให้ญาติๆจะได้เข้าเยี่ยมได้สะดวกและจะให้พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด”...

พอมีเวลาว่าง ปริวัตรซึ่งอยู่ที่โรงพยาบาลเช่นกันรีบโทร.ไปขอโทษจอมขวัญที่ไม่ได้อยู่รอเจอเธอเพราะต้องช่วยนำตัวหลี่ซวงมาส่งโรงพยาบาล แล้วบอกเธอว่าเรื่องระหว่างเขากับสิริวิมลไม่มีปัญหาแล้ว ส่วนเรื่องเธอกับพิทักษ์พงศ์คงต้องจบไปไม่ต่างกัน เขาอยากรู้ว่าเรื่องของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป

“รอค่ะ เรายังอยู่ในระหว่างการรอ” พูดจบจอมขวัญวางสาย แล้วหันไปทางว่านกับเกาเฟย “สถานการณ์เปลี่ยน พิทักษ์พงศ์หนีออกจากบ้านเพราะไม่ต้องการแต่งงานกับมิสโจว เขามีคนรักที่ย่าของเขาไม่ยอมรับ ส่วนปริวัตรกลับไปอยู่ที่จุดเดิมเพราะคลิปฉาวของสิริวิมลทำให้ทุกอย่างจบ”

“สัญชาตญาณของเธอตอนนี้เป็นยังไง มันสั่งให้เธอทำอะไรบ้าง” เกาเฟยมองเธออย่างรอคำตอบ

“ฉันรู้แต่ว่าฉันคงต้องไปเยี่ยมคุณนายหลี่ซวง บางทีเขาอาจจะได้รับการตอบแทนที่สาสมแล้วก็ได้ การได้เป็นเจ้าของลีลาวัฒน์อาจไม่จำเป็นสำหรับฉันในวันที่คุณนายหลี่ซวงป่วยขนาดนี้”...

เรื่องเลวร้ายยังไม่จบแค่นี้ ทัศน์ให้เพื่อนร่วมแก๊งไปหลอกสิริวิภาซึ่งมาจอดรถรอเขาอยู่หน้าบาร์ตามที่นัดกันเอาไว้ว่าเขามาตามนัดไม่ได้พอดียายของเขาหกล้มขาหัก นี่เพิ่งพากลับจากโรงพยาบาล เดี๋ยวตนจะไปตามเขามาให้ บ้านยายของเขาอยู่ในซอยนี้เอง หรือเธอจะเข้าไปเยี่ยมยายของเขาด้วยเลย

สิริวิภาอยากให้แกลูบท้องให้เผื่อลูกจะแข็งแรงและทำให้เธอคลอดง่ายก็เลยหลงเชื่อเดินเข้าไปในซอยกับชายคนนั้น จนกระทั่งมาถึงพื้นที่ก่อสร้างซึ่งรกร้างไร้ผู้คน ชายฉกรรจ์อีกสี่คนปรากฏตัวขึ้น สิริวิภาพยายามจะวิ่งหนีแต่ไม่รอดถูกชายฉกรรจ์โฉดล็อกตัวไว้ โดยที่ทัศน์ยืนมองอยู่ที่มุมหนึ่งอย่างสะใจ...

ขณะที่สิริวิภาถูกเหล่าชายโฉดเวียนเทียนกันข่มขืน สิริกานดาขับรถมาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรมที่โสภณพักอยู่ นั่งคิดทบทวนอยู่หลายรอบก่อนจะตัดสินใจโทร.ไปบอกเขาว่ามีคำตอบให้เขาแล้ว โสภณกำลังจะไปสนามบินในอีกยี่สิบนาที ขอให้เธอไปเจอกับเขาที่นั่นจะได้พูดกันแบบเห็นหน้าดีกว่าจะฟังแค่เสียง

“พี่โสไม่อยากฟังคำตอบก่อนเหรอคะ”

“ให้พี่ไปลุ้นที่โน่นดีกว่า ถือว่าน้องรองยังมีเวลาคิดอีกชั่วโมงหนึ่งแล้วพี่ก็ยังมีโอกาสได้กอดน้องรองอีกครั้งก่อนเดินทางไงครับ” พูดจบโสภณวางสาย สักพักใหญ่ๆ ปรุงฉัตรโทร.มาหา เธอไม่ได้ไปนิวซีแลนด์อย่างที่บอกกับเขาไว้ แค่หลอกว่าไปเพราะต้องการจับผิดเขาจะไปเมืองนอกกับผู้หญิงอื่นหรือเปล่า

“พ่อฉันส่งมือปืนไปเฝ้าแกที่โรงแรมแล้วนะ ถ้ามีผู้หญิงไปกับแกด้วย มือปืนจะทำงานทันที เป้าหมายคือทั้งแกและมัน ถึงตอนนั้นฉันจึงจะยอมอยู่กับลูกตามลำพังสองคน”

ชายหนุ่มตกใจมากโยนมือถือทิ้ง แล้ววิ่งไปเปิดประตูห้องพัก เจอมือปืนสองคนยืนจ้องอยู่ เขารีบถอยเข้าห้องแทบไม่ทัน ระหว่างนั้นสิริกานดาโทร.มาบอกว่าเปลี่ยนใจไม่ไปเจอเขาที่สนามบินแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่โรงแรมแห่งนี้กำลังจะขึ้นไปหา เขาไม่อยากทำให้เธอตื่นตระหนก ได้แต่บอกว่าไม่ต้องขึ้นมาเขากำลังจะออกจากโรงแรม แต่เธอไม่ฟังวางสายแล้วก้าวฉับๆตรงไปขึ้นลิฟต์

โสภณพยายามโทร.หา แต่สิริกานดาอยู่ในลิฟต์ทำให้สัญญาณขาดๆหายๆ เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอรีบเปิดประตูออกมาดู ไม่เห็นมือปืนอยู่แถวนั้นก็พุ่งไปที่โถงหน้าลิฟต์พร้อมกับโทร.ห้ามไม่ให้เธอขึ้นมา แต่ไม่ทันกาล ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด สิริกานดาโผเข้าหาโสภณที่ยืนรออยู่หน้าลิฟต์ มือปืนโผล่พรวดออกจากที่ซ่อนสาดกระสุนใส่ เธอขวางวิถีกระสุนพอดีโดนเข้าเต็มหัวถึงกับทรุดฮวบอยู่ในอ้อมกอดของโสภณ

ooooooo

หลี่ซวงซึ่งนอนป่วยอยู่บนเตียงคนไข้เห็นจอมขวัญมาเยี่ยม รีบขอโทษที่พิทักษ์พงศ์หนีหน้าไปทำให้เธอพลอยเสียหายไปด้วย จอมขวัญไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้เพราะไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม

“ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องดี อยู่ๆคู่หมั้นหนีงานแถลงข่าวงานแต่งงานไปเฉยๆ คนเป็นผู้หญิงก็ต้องเสียหาย”

“คู่หมั้นหนีหรือยอมแต่งเพราะถูกบังคับก็เกิดความเสียหายกับฝ่ายหญิงได้ไม่ต่างกันหรอกค่ะ”

ประมุขบ้านลีลาวัฒนชัยเสียดายถ้ามีโอกาสได้รู้จักเธอก่อนหน้านี้หรือคิดได้อย่างที่เธอคิดก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เป็นความผิดพลาดของตนคนเดียว จอมขวัญปลอบว่าทุกอย่างแก้ไขได้ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสนใจเป็นเรื่องแรกก็คือสุขภาพ ท่านต้องเยียวยาร่างกายตัวเองให้แข็งแรงก่อน
และร่างกายจะแข็งแรงเร็วได้ก็ต้องใช้จิตใจที่เข้มแข็งช่วยด้วย หลี่ซวงมองคู่สนทนาด้วยสายตาซาบซึ้งใจถึงขนาดอยากจะได้เธอมาเป็นหลานแท้ๆ ท่านมีหลานสาวอีกคนหนึ่งแต่โชคร้ายแกตายไปตั้งแต่แรกเกิด

“เป็นไปได้ไหมที่ดวงวิญญาณของแกจะมาเกิดเป็นเธอ” หลี่ซวงเห็นจอมขวัญได้แต่นิ่งเฉย รีบออกตัวว่าเพ้อเจ้อไปอย่างนั้นเองอย่าถือสาคนแก่ จอมขวัญว่าอาจเป็นไปได้ก็ได้เพราะบางทีเธอก็รู้สึกถึงความเป็นย่าจากท่านเหมือนกัน หลี่ซวงพอใจที่ได้ยินประโยคนี้ เธอเห็นควรแก่เวลาก็ขอตัวกลับก่อนแล้วขยับจะไป

“มิสโจว...การหมั้นถือว่าเป็นโมฆะทั้งหมด ส่วนของหมั้นฉันยกให้เธอด้วยความเต็มใจ...ถ้าเธออยากมองหาผู้ชายดีๆสักคน ฉันขอแนะนำปริวัตรนะ เขาเป็นคนดีและฉันรู้ว่าเขาชอบเธอ”

จอมขวัญขอบคุณสำหรับของหมั้นและคำแนะนำแล้วเดินออกจากห้องพักผู้ป่วย สุมลทาเลี้ยวหัวมุมมาเจอเธอ พอดี ร้องทักเมื่อคืนบอกว่ามีเรื่องที่ตนควรจะรู้ ตกลงเป็นเรื่องอะไร

“ดิฉันเปลี่ยนใจแล้วค่ะ ในสถานการณ์แบบนี้ดิฉันคิดว่าคุณไม่รู้อะไรเลยจะดีสำหรับคุณมากกว่าค่ะ” จอมขวัญพูดจบผละจากไป สุมลทายังไม่ทันจะขยับไปไหน คงศักดิ์โทร.มาบอกข่าวร้ายว่าสิริกานดาถูกยิง ตอนนี้อยู่ในห้องผ่าตัดอาการเป็นตายเท่ากัน ให้เธอมาหาเขาด่วนที่สุดแต่อย่าให้อาม่ารู้เรื่องนี้เด็ดขาด...

อีกมุมหนึ่งหน้าโรงพยาบาล จอมขวัญกำลังจะเดินไปที่รถของตัวเองตอนที่สิริวิภาเดินกระเซอะกระเซิงเข้ามาหาในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่นเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและคราบเลือด จอมขวัญรีบประคองเธอไว้

“ป๊ากับม้าอยู่ไหน พาฉันไปหาป๊ากับม้าที อย่าบอกอาม่านะ”

ooooooo

พิธีกรรายการ “หยิบมาแฉ” ยังเม้าท์ถึงครอบครัวลีลาวัฒนชัยไม่เลิกทั้งเรื่องที่พิทักษ์พงศ์หนีออกจากบ้านเพราะต้องการปฏิเสธงานแต่งงานที่หลี่ซวงจัดเตรียมให้ อีกทั้งหลานสาวคนเล็กก็มีคลิปฉาวว่อนเน็ต ทำให้ต้องอับอายไปทั้งตระกูล ฝ่ายหลานสาวคนโตก็ถูกรุมข่มขืนปางตาย

“แต่ไม่เท่าหลานสาวคนรอง รายนี้หนักสุดๆถูกยิงกรณีชู้สาว ส่วนคุณนายหลี่ซวงเองก็มาป่วยเป็นโรคหัวใจเอาตอนนี้อีก เอ้า เอาใจช่วยตระกูลนี้กันหน่อยนะครับ”...

ดารารัตน์นั่งดูรายการนี้อยู่ที่ร้านอาหารกับบรรพตด้วยความสะใจ โดยไม่ลืมขอบใจเขาที่เอาคลิปฉาวของสิริวิมลมาแฉ จะเอาค่าตอบแทนเท่าไหร่ให้ว่ามา บรรพตไม่ถือว่าเงินเป็นเรื่องใหญ่ มีบางอย่างที่เขาอยากได้จากเธอ แต่ขออุบไว้ก่อนจนกว่าเธอจะพร้อม

“บอกฉันล่วงหน้าด้วยแล้วกันว่ามันคืออะไร”...

ด้านคงศักดิ์ไม่ลืมขอบคุณจอมขวัญที่ช่วยเป็นธุระเรื่องสิริวิภา เธอถามถึงอาการป่วยของสิริกานดา ได้ความว่าหมอต้องรอดูจนสมองหายบวมก่อนถึงจะประเมินอาการได้ ตอนนี้แค่ระวังไม่ให้หลี่ซวงรู้เรื่อง เธอเสียใจด้วยสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วขอตัวกลับก่อน ครู่ต่อมาขณะจอมขวัญมาถึงหน้าโรงพยาบาล ปริวัตรเห็นเข้าก็ร้องทัก พอรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ทั้งคืนตัดพ้อต่อว่าว่าทำไมไม่โทร.บอกกันบ้างจะได้มาอยู่เป็นเพื่อน เธอไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับเขาก็เลยไม่ได้บอก ปริวัตรขอร้อง จากนี้ไปไม่ว่าเรื่องอะไรของเธอขอเขามีเอี่ยวด้วย

“ฉันจะพยายามค่ะ แล้วเจอกันนะคะ” จอมขวัญเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง

ปริวัตรกำลังจะเดินเข้าข้างในแต่ต้องชะงักเมื่อเจอดารารัตน์ดักหน้าไว้ เขาต่อว่าเธอว่าปล่อยคลิปบ้าๆนั่นทำไม ตั้งใจจะทำลายสิริวิมลใช่ไหม ดารารัตน์ยอมรับว่าต้องการเช่นนั้น เพราะมันจะมาแย่งเขาไปจากเธอ เธอ ทำเพื่อปกป้องคนรักของตัวเอง เขาโวยลั่นว่าไม่ได้เป็นคนรักของเธอและที่สำคัญเขาไม่ได้รักเธอ ดารารัตน์เสนอตัวจะไปขอโทษสิริวิมล แล้วเราสองคนจะได้เริ่มต้นกันใหม่ เขายืนยันไม่มีวันเริ่มต้นกับเธอ

ดารารัตน์มองออกว่าเขามีคนอื่น คาดคั้นให้บอกว่าเป็นใคร จอมขวัญเดินเข้ามาทางด้านหลังเธอ ประกาศตัวว่าเป็นคนรักคนใหม่ของปริวัตร เราจะแต่งงานกันทันทีที่เรื่องทุกอย่างจบ

“และเรื่องทุกอย่างจะจบลงเมื่อแกได้รับการตอบแทนอย่างสาสม ดิฉันไปก่อนนะคะปริวัตร” พูดจบ จอมขวัญหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดก่อนจะเดินกลับมาขึ้นรถ ว่านซึ่งนั่งประจำที่คนขับสงสัยว่าทำอย่างนั้นทำไม เธอแค่หมั่นไส้ดารารัตน์ แล้วบอกให้เขาออกตามหาพิทักษ์พงศ์ได้แล้ว เริ่มต้นที่บ้านของมุนินเป็นที่แรก...

ทุกคนอุตส่าห์ปิดเรื่องสิริวิภาถูกข่มขืนและเรื่องสิริกานดาถูกยิงไม่ให้หลี่ซวงรู้ แต่สิริวิมลดันปากไม่ดีเล่าให้ฟัง ท่านถึงกับสติแตกวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องผู้ป่วยวิฤกติ ตรงไปยังเตียงของหลานสาวทั้งสองคนพร้อมกับร้องไห้ฟูมฟาย ใครทำอย่างนี้กับทั้งคู่ พยาบาลกับคงศักดิ์และสุมลทาต้องช่วยกันจับตัวไว้ เขาถามพยาบาลว่าท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ถึงได้รู้ว่าเป็นฝีมือสิริวิมล สุมลทา โพล่งขึ้นอย่างเหลืออด

“ลูกเวรจริงๆเลย สร้างแต่เรื่องวุ่นวาย ไม่รู้จะเกิดมาทำไม”

สิริวิมลยืนอยู่หน้าห้องผู้ป่วยวิฤกติได้ยินเสียงแม่ด่าชัดเจนก็เสียใจมากเดินคอตกออกไป...

เมื่อมาถึงบ้านของมุนิน จอมขวัญขอเข้าไปคุยเพียงลำพังปล่อยให้ว่านรออยู่ในรถ ระหว่างนั้น สิริวิมลโทร.มาหาเขาด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้คล้ายคนเมายา บอกว่ากำลังจะโดดตึกตายเนื่องจากไม่มีใครรักไม่มีใครต้องการ เขาหลอกล่อจนรู้ว่าเธออยู่บนดาดฟ้าของตึกอะไรรีบตามไปที่นั่น ขณะที่ขึ้นไปหาสิริวิมล ว่านร้องเพลงรักให้ฟังทางมือถือไปด้วย ครั้นถึงดาดฟ้าเป้าหมาย เขาพร่ำบอกเธอว่ายังมีเขาอยู่ทั้งคนที่ห่วงใยเธอ

“คุณมีค่าที่สุดสำหรับผม...ผมรักคุณ”

สิริวิมลซาบซึ้งใจมากเปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตาย โผกอดเขาไว้แน่น เขากอดตอบด้วยความโล่งใจ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม
12 พ.ย. 2562
09:01 น.