นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    อตีตา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่ง "อตีตา" ลงจอได้ "อ๋อม อรรคพันธ์" ประกบ "ปุ๊กลุก"

    แม้ต้องผ่านความยากลำบากถึงขั้นเสี่ยงตาย แต่ในที่สุดเมืองใจก็พาศิโรตม์ไปถึงอโยธยาโดยปลอดภัย จุดหมายแรกคือบ้านออกหลวงศรเสนีซึ่งเป็นคุณตา

    ศิโรตม์นึกไม่ถึงว่าเมืองใจจะเป็นลูกหลานขุนนาง ขณะเดินเข้าในเขตบ้านจึงซักถามเมืองใจและได้คำตอบว่า

    “ท่านตาเป็นฝ่ายพระพุทธเจ้าอยู่หัวหาวัด แต่พ่อเป็นฝ่ายจมื่นศรีสรรักษ์ในพระพุทธเจ้าอยู่หัวสุริยามรินทร์”

    “ฮื่อ ไม่รู้เรื่องหรอก แต่มีพระพุทธเจ้าอยู่หัวสองพระองค์ ท่านตาของเมืองใจกับพ่อเมืองใจอยู่กันคนละฝ่าย ก็แตกคอกันหรือ”

    “ขอรับ อโยธยานอกจากศึกนอก ยังมีศึกใน อันเกิดจากการแบ่งพวกเป็นสอง ข้าสองเจ้า บ่าวสองนาย ไร้สามัคคี ขาดการปรองดอง”

    “อ้อ...แล้วทำไมเมืองใจกับพ่อไม่อยู่ในเมือง”

    “เราทนเห็นความแตกแยกมิได้ อย่างไรก็คนสายเลือดเดียวกัน เป็นคนอโยธยาทั้งสิ้น มิควรแตกเป็นสอง ยิ่งแตกกันยามนี้ จนศึกมาประชิดแล้ว ยิ่งหาได้เกิดประโยชน์กับผู้ใดไม่ พ่อกับข้าไปอยู่ร่วมกับชาว

    บางระจัน อย่างน้อยก็ยังรู้ว่าไม่ได้ต่อสู้เพื่อใคร นอกจากเพื่อแผ่นดิน”

    ศิโรตม์มองเมืองใจอย่างนับถือ พลันได้ยินเสียงสวบสาบ เมืองใจกระชากศิโรตม์หลบหลังต้นไม้แล้วจ้องไปยังทิศทางของเสียงอย่างระมัดระวัง

    ปรากฏว่าชายคนนั้นคือบ่าวในเรือนออกหลวงศรเสนี เมื่อสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน บ่าวดีใจนักหนาทรุดฮวบลงพนมมือไหว้เมืองใจ ก่อนมองไปยังชายอีกคนเชิงถาม เมืองใจบอกว่าเขาคือคู่สาบานของตน

    ศิโรตม์ชะงักมองเมืองใจอย่างตื้นตัน เขารู้สึกคำว่า “คู่สาบาน” มันมีความหมายยิ่งกว่าเพื่อน

    บ่าวยกมือไหว้ศิโรตม์นอบน้อม เมืองใจเบือนหน้าไปรอบบ้านอย่างลึกซึ้ง ได้เยือนบ้านเกิดและคิดถึงแม่

    เมื่อข่าวเมืองใจกลับมากระจายไป บ่าวไพร่ต่างตื่นเต้นยินดี คุณปานแม่ของเมืองใจซ่อนความดีใจ นั่งนิ่งขณะลูกชายก้าวขึ้นเรือนมาพร้อมสหายหนุ่ม

    คุณปานทอดตามองเมืองใจแล้วแลเลยมามองศิโรตม์ เมืองใจหันมองศิโรตม์อย่างรู้ว่าเขาจะคิดเช่นไร

    จริงดังคาด...เพียงเห็นคุณปานแวบแรกศิโรตม์ตะลึงงัน เพราะเธอเหมือนปานทิพย์แม่ของเขาราวคนเดียวกัน

    “แม่...” เสียงนั้นแผ่วเบา

    “ผู้ใดโดยมาด้วย” คุณปานถามขึ้น

    “สหายขอรับ”

    ตอบแม่แล้วเมืองใจเห็นศิโรตม์ตะลึงก็อมยิ้มแล้วแกล้งกระแอม ศิโรตม์ได้สติ ทรุดลงก้มกราบก่อนจะเงยหน้ามองจ้องคุณปานไม่วางตาด้วยความคิดถึงแม่สุดหัวใจ

    คุณปานเริ่มสอบถามว่าสหายเป็นคนที่ไหนชื่อเรียงเสียงไร เมืองใจบอกว่าเขาชื่อศรีขึ้นมาจากบางกอก

    “คุ้นหน้าอยู่...แต่มิเคยปะคนบางกอก” คุณปานเพ่งมอง ศิโรตม์ยิ้มให้อ่อนๆ คิดในใจว่าต้องคุ้นแน่ เพราะเธอคือแม่ของเขาในอีกภพชาติ

    คุณปานเหลือบมองเมืองใจด้วยท่าทีห่างเหินเย็นชาเพราะยังน้อยใจ ถามหน้านิ่งว่าเติบใหญ่ขึ้นสุขสบายดีหรือ

    “ร้อนขอรับ ตอนนี้เข้าไปร่วมกับชาวบางระจัน”

    “นึกเช่นกัน พวกเจ้าเป็นเยี่ยงนั้นคืนมาไยล่ะ ลอบเข้ามาคงมิใช่เพราะห่วงแม่”

    เมืองใจก้มหน้า ศิโรตม์มองอาการห่างเหินระมัดระวังของทั้งสองคนอย่างพอเดาออกว่ามีอาการน้อยใจของแม่ปาน

    “ความห่วงมีบ้าง ชั่วครั้งชั่วคราว”

    คำตอบของเมืองใจทำให้ศิโรตม์ร้องค้านในใจว่าทำไมตอบอย่างนั้น

    เมืองใจเงยหน้าขึ้นมองแม่น้ำตาคลอ เอ่ยเสียงอ่อนว่า “แต่ความระลึกหามีประจำ”

    “ระลึกหา? เจ้าจะหาอะไรล่ะ”

    “หน้าเหมือนแล้วยังฉลาดเหมือนกันอีก” ศิโรตม์พึมพำ

    “ข้อที่หนักอกคือปืนใหญ่ขอรับ”

    คุณปานชะงัก เริ่มเป็นงานเป็นการขึ้น “ในกรุงเพิ่งเงียบเสียงปืนใหญ่ ระดมทุกวันคืน หนักอกก็เรื่องปืนแล กระสุนดินดำเฉกกัน ข้าวปลาอาหารก็เริ่มอดอยาก เจ้าควรเจรจาต่อท่านตาจะดีกว่าแม่”

    เมืองใจถอนใจหนัก คุณปานสะกดอารมณ์อ่อนแอ บอกลูกชายให้พักผ่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยเจรจากัน

    เมื่อคุณปานลุกขึ้น เมืองใจมองเท้าแม่แล้วคลานเข้าไปกราบแทบเท้า คุณปานยืนนิ่งขึง ศิโรตม์มองภาพนั้นยิ่งคิดถึงแม่ปานทิพย์จนตัวเองน้ำตาคลอ

    คุณปานขยับเดินมาหยุดตรงหน้าศิโรตม์เหมือนมีเยื่อใยบางๆ ที่ตอบไม่ถูก แต่เปลี่ยนใจไม่ทักทาย ก้าวเดินออกไปอย่างเงียบๆ

    ooooooo

    บ่าวสองคนนำพาเมืองใจกับศิโรตม์ไปยังเรือนพักและจัดหาของใช้จำเป็นมาให้ด้วยความเต็มใจ ก่อนพากันถอยออกมาอย่างนอบน้อม

    ศิโรตม์เดินมองสำรวจรอบบ้านพลางถามเมืองใจว่า “ทับนี้...เอ่อ...บ้านเมืองใจหรือ”

    “มิได้ขอรับ แต่เรือนนี้กระผมเคยมาพักขอรับ ตอนที่พระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงขัดเคืองกัน แม่แยกคืนมาเรือนท่านตา ส่วนใหญ่กระผมอยู่กับพ่อ...จนไปบางระจัน”

    เมืองใจไปยืนข้างหน้าต่าง ทอดสายตาไปยังเรือนของแม่พร้อมพูดหน้าเศร้าว่า

    “กระผมเลือกที่จะอยู่กับพ่อ แม่จึงน้อยใจท่านตาก็เคืองแค้นหนัก”

    “มิน่า เมืองใจถึงทำท่าเหมือนหมดอาลัยตายอยาก แม่นายก็ดูโกรธๆ แต่เมืองใจ...แม่ของนายกับแม่ของเรา...”

    “เหมือนกันราวกับคนเดียว”

    “นั่นสิ มิน่า ตอนนั้นนายถึงได้ทั้งรักทั้งเกรงใจแม่เรานัก”

    “ตอนพบครั้งแรก กระผมหวั่นใจ นึกว่าท่านแม่สิ้นไป...แล้วกลายเป็นนางฟ้า”

    เมืองใจนึกย้อนไปวันแรกที่ได้เจอปานทิพพ์ รอยยิ้มเขาค่อยๆผุดขึ้นมา ทำให้ศิโรตม์คิดถึงแม่เช่นกัน แต่ตัดใจเปลี่ยนเรื่องไปให้คลายคิดถึง

    “เมื่อกี้ฉันยังเกือบเรียกแม่เหมือนกัน”

    พูดไปแล้วศิโรตม์ก็หลุดคิดกับตัวเอง ร่ำร้องอยู่ในใจว่า “แม่ปาน...แม่ปานทิพย์...กาหลง...ลติกา นี่ละมัง กรรมะ พันธะ สัญญา ที่พระอาจารย์ท่านชอบพูดถึง”

    ศิโรตม์เหลือบมองเมืองใจ พึมพำต่อไปอย่างแคลงใจว่า

    “ถ้าแม่คือแม่ปาน คนเดียวกันที่อยู่สองภพ แล้วเรากับเมืองใจล่ะ เกี่ยวพันกันยังไง”

    “บัดเดี๋ยวนี้ เมืองใจคือเพื่อนร่วมสาบาน เพื่อนร่วมศึก ร่วมเป็นร่วมตายกับท่านศรีไงล่ะขอรับ”

    สองหนุ่มสบตากัน และยิ้มให้กันกระจ่างใจกับปัญหาที่ยังไม่เคยมีคำตอบ แต่บัดนี้คำตอบคือเพื่อนแท้

    ooooooo

    ที่กรุงเทพฯ ลติกาถูกพ่อแม่คาดคั้นจริงจังเรื่องศิโรตม์เป็นครั้งแรกหลังจากเขาหายตัวไปนาน แต่เธอก็ยืนยันอย่างจนปัญญาจะหาคำตอบใดให้พวกท่าน

    “ตีน่าบอกไม่ได้จริงๆค่ะว่าโรตม์ไปไหน เพราะว่า...”

    “เพราะอะไรลูก”

    “เพราะ...เพราะตีน่าไม่ทราบค่ะ”

    “แม่ไม่เชื่อหรอกว่าหนูไม่รู้ เห็นไปขลุกอยู่กับบ้านคุณพี่ปานทิพย์จนแทบจะกินนอนอยู่บ้านนั้น”

    “คุณแม่ก็พูดเกินไป”

    “ถ้านายศิโรตม์ไม่ได้โดนลักพาตัวไปหรือหายไปทำอะไรก็แล้วแต่โดยที่คุณปานทิพย์หรือแม้แต่ลูกไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย พ่อว่าคนแบบนี้เป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ”

    “แต่คุณพ่อคะ...”

    “ถ้าเราไม่ได้เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่มีคนอื่นที่ต้องรับผิดชอบ พ่อก็คงปล่อยเรื่องนี้ไปสุดแต่คุณปานทิพย์ แต่นี่มันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบในความไว้ใจของหุ้นส่วนบริษัท พวกหุ้นส่วนเขาขอให้พ่อประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเลือกประธานบริหารคนใหม่ที่พร้อมจะทำงานให้บริษัท ช่วยไม่ได้ นายศิโรตม์ทำตัวเอง”

    ก้องเกียรติกล่าวน้ำเสียงเด็ดขาด ลติกาถึงกับหน้าเคร่งอย่างกลัดกลุ้ม

    ooooooo

    ปานทิพย์ควบคุมดูแลศิวะกรุ๊ปด้วยตัวเองโดยมียศสันต์กับลติกาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะงานใหญ่ที่อยุธยาซึ่งพวกเขาหมายมั่นปั้นมือว่าต้องชนะบริษัทคู่แข่ง ยศสันต์นำเสนอไอเดียการแสดงแสง สีเสียงอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้มีจุดอ่อน

    หารู้ไม่ว่ามีเกลือเป็นหนอนคอยรายงานอรรถวิทย์ แทบทุกระยะ เขาคือตะปูหนึ่งหนุ่มในทีมงานนั่นเอง ตะปูคิดตอบแทนบุญคุณอรรถวิทย์ที่เคยช่วยเหลือให้ได้ทำงานในศิวะกรุ๊ป แต่แล้ววันหนึ่งปิ่นมุกแฟนสาวของเขา ซึ่งเป็นลูกน้องของปานทิพย์ก็จับได้คาหนังคาเขา ปิ่นมุกยื่นคำขาดให้ตะปูเลือกระหว่างเลิกเป็นแฟนกับเธอหรือเลิกรับใช้อรรถวิทย์

    แน่นอนว่าตะปูเลือกปิ่นมุก จึงโทร.ไปบอกอรรถวิทย์ ว่าเขาไม่สามารถทำงานให้ได้ต่อไป แต่ไม่ยอมบอกเหตุผล ทำให้อรรถวิทย์ฮึดฮัดหัวเสียเป็นการใหญ่ แล้วพยายามจะหว่านล้อมลติกามาเป็นพวกด้วยการนัดพบเธออ้างว่ามีธุระสำคัญ

    “ผมอยากจะบอกคุณลติกาว่าถึงแม้ผมจะแยกตัว ออกมาจากศิวะกรุ๊ปแล้ว แต่มันคงไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องเปลี่ยนไปด้วยนะครับ”

    “แค่นี้เองเหรอคะที่คุณบอกว่าเป็นธุระสำคัญ”

    “คุณลติกาควรแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวนะครับ คุณเองก็ไม่ได้เกี่ยวพันกับศิวะกรุ๊ปมากไปกว่าคุณพ่อ เป็นหุ้นส่วน ผมอยากขอให้คุณมองผมเหมือนเพื่อนมากกว่า ศัตรู”

    “ฉันก็คงไม่ได้มองว่าคุณเป็นศัตรูหรอกนะคะ แต่ฉันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้หรอกนะคะ คนที่จ้องทำลายศิวะกรุ๊ป ฉันคงไม่สะดวกใจที่จะคบหาเหมือนเพื่อนหรอกค่ะ ถ้าคุณอรรถวิทย์มีเรื่องจะคุยแค่นี้ ฉันขอตัวก่อน”

    “เดี๋ยวสิครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ”

    “อะไรคะ”

    “เรื่องหุ้นส่วน ถ้าไม่ใช่คุณผมคงไม่บอก”

    “ก็อะไรล่ะ”

    “พูดกับผมดีๆบ้างได้ไหม”

    ลติกาชะงักเล็กน้อย ปรับสีหน้าและน้ำเสียงอ่อนลง บอกเขาว่ามีอะไรให้พูดมา

    “หุ้นส่วนศิวะกรุ๊ปหลายท่านโทร.คุยกับคุณพ่อผม และอาจมีการถอนหุ้นนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณ คุณลองเรียนคุณพ่อและคุณแม่คุณ เรารวมหุ้นกันได้นะครับ ผมเชื่อว่าคุณฉัตรชัยก็ยินดี ศิวะกรุ๊ปมีแต่ขาลง ราคาหุ้นเริ่มตก บริษัทใหม่ๆ ทุนดีๆอย่างอีเวนต์โซไฮของผมจะมีแต่ขึ้น เชื่อผมเถอะ”

    “คุณนี่ร้ายไม่เลิกเลยนะ”

    “ผมจึงเป็นห่วงคุณไง เพราะผมไม่อยากให้คุณตกอยู่ในบ่วงร้ายที่ผมจำเป็นต้องทำ มันเป็นวิถีธุรกิจ ผมทำตามครรลองของมัน คิดดีๆผมผิดตรงไหน”

    “คุณผิดตรงที่คุณทำธุรกิจตามครรลองแบบคุณ เป็นธุรกิจที่ไม่เคารพกติกา เอาล่ะ ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นเพื่อน คุณฟังไว้ เรามาสู้กันในกติกาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แพ้ชนะให้สมศักดิ์ศรีจะภูมิใจกว่าชนะเพราะแลกด้วยผลประโยชน์ที่เกื้อให้คนโกงเงินแผ่นดิน คุณว่าจริงไหมคะ”

    “ไม่ว่าจะสู้กันด้วยวิธีไหน ผมสนใจแต่เรื่องผลของมันเท่านั้นล่ะครับ”

    “งั้นเราคงหมดเรื่องคุยกันแล้วค่ะ” ลติกาสะบัดไปด้วยความโกรธ อรรถวิทย์เองก็โกรธและหงุดหงิดเช่นกัน

    ooooooo

    ขณะที่เมืองใจกับศิโรตม์ไปพระนครเพื่อนำปืนใหญ่กลับมาต่อสู้ข้าศึก ชาวบางระจันทั้งหลายก็หาได้อยู่นิ่งเฉย นายจันนำขบวนชาวบ้านต้านข้าศึกที่รุกคืบเข้ามาใกล้ค่าย ยอมเสียเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดิน

    นายแท่นอดีตผู้นำค่ายรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถไปร่วมรบกับพี่น้องระจันได้ เนื่องจากขาข้างหนึ่งที่โดนยิงกระดูกแตกเวลานี้เดินเหินไม่ปกติ จันกะพ้อแม้เป็นหญิงแต่ก็อยากออกไปรบ แต่ติดตรงนายจันผู้เป็นพ่อไม่ยินยอม

    ฝ่ายกาหลงที่เอาแต่เศร้าสร้อยหลังจากเมืองใจไปพระนคร เธออยากเข้มแข็งอย่างจันกะพ้อบ้าง ลุกขึ้นมา คว้ามีดจะหั่นผมที่ยาวสลวยให้สั้นอย่างจันกะพ้อ แต่ลำเจียกเข้าห้ามไม่เห็นด้วย เตือนสติว่ากาหลงไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ขอแค่เป็นคนดีอย่างนี้ก็พอแล้ว...

    ด้านเมืองใจที่ไปถึงเรือนออกหลวงศรเสนี เวลานี้เขาเพิ่งจะได้พบเจ้าของเรือน เมืองใจคุกเข่าคลานเข้าไปหาคุณตาที่ยืนนิ่งด้วยทิฐิ

    “ท่านตา...กระผมมากราบขออโหสิกรรม กรรมใดที่ได้ทำให้ท่านตาเสียใจ ผิดหวัง ชาตินี้เมืองใจคงใช้คืนมิหมด กระผมกราบขออโหสิกรรมท่านตาขอรับ”

    “เมืองใจ” ออกหลวงเสียงแหบพร่าด้วยสะเทือนใจ ค่อยๆทรุดลงประคองสองบ่าของหลานชาย “เมืองใจเอ๋ย ครอบครัวที่แท้จริงของเจ้าคือตากับแม่ที่เหลืออยู่เท่านั้นนะ อยู่กับตากับแม่ของเจ้าที่นี่เถิด สู้ด้วยกัน ตายด้วยกัน อย่ากลับไปบางระจันอีกเลยนะ”

    “ท่านตา กระผมมิอาจ...”

    ออกหลวงผุดลุกด้วยความน้อยใจ ตวาดใส่ว่า “เอ็งมันก็ยังหัวดื้อ”

    “ท่านตาขอรับ กระผมมาด้วยความหวังของคนทั้งบางระจัน ศึกครั้งนี้หนักหนา หนทางชนะข้าศึกก็มิอาจมองเห็น แต่ชาวบ้านยังหยัดยืนแลกชีวิตสู้ ก็เพราะสิ่งเดียวเท่านั้นขอรับ พวกเรายังมีความหวัง หากแม้นความหวังถูกทำลาย หัวใจทุกคนก็เสมือนตายทั้งเป็น กระผมมิอาจทำลายความหวังของชาวบ้านบางระจัน ได้ขอรับ”

    “แล้วที่เอ็งเลือกข้างพ่อ ทอดทิ้งแม่เจ้ากับตาไปอย่างมิไยดีเล่า มิใช่เจ้าทำร้ายหัวใจแม่และตาฤา”

    เมืองใจพูดไม่ออก น้ำตาไหลอาบหน้า มองตามคุณตาเดินจากไปอย่างหมดหวังแทบหมดแรง บอกศิโรตม์ที่รีบร้อนเข้ามาว่าเรามาที่นี่มันไร้ผล

    “ไม่หรอกน่า อย่างน้อยเมืองใจก็ได้พบหน้าแม่กับท่านตา ไปนอนก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยลองใหม่”

    “กระผมไม่มีหน้ากลับคืนค่ายบางระจันแล้ว”

    “มันต้องมีทางสิ มันต้องมีทาง มีคนอื่นที่เราจะไปขอร้องเขาได้ไหม”

    “กระผมมิเห็นใครจะเป็นที่พึ่งได้”

    เมืองใจนั่งคอตก ศิโรตม์ลงนั่งข้างกัน ตกอยู่ในอารมณ์เดียวกันคือกลัดกลุ้ม

    แต่แล้วเพียงเช้าวันใหม่ เมืองใจก็รีบไปพบคุณตา ที่ให้บ่าวมาตาม โดยที่ศิโรตม์ตามมาด้วยอย่างมีความหวัง

    เมื่อคืนคุณปานขอร้องออกหลวงศรเสนี เช้านี้ท่านจึงเรียกหลานชายมาพบด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป

    “เจ้าเป็นหลานคนเดียว ถึงเจ้าจะทำเยี่ยงไร เป็นเยี่ยงไร เจ้าก็คือหลานคนเดียวของตา ทำไมคนเป็นตา จะต้องบอกหลานด้วยว่า...รักมัน!!”

    เมืองใจดีใจเหลือล้น ออกหลวงหยิบสายสิญจน์กับธูปเทียนแพและน้ำอบ แล้วบอกเมืองใจให้ยื่นแขนมา

    ท่านผูกข้อมือเป็นการรับขวัญและอโหสิกรรมให้เมืองใจ ระหว่างที่ผูกข้อมือก็พูดไปด้วย

    “ถึงเอ็งจะเลือกคนละทางกับข้า แต่เอ็งก็เป็นลูกแม่ปาน เป็นหลานข้า เลือดในกายเอ็งกึ่งหนึ่งก็เป็นเลือดของข้า อย่างไรก็ตัดกันมิขาด ยามนี้บ้านเมืองระส่ำระสาย จะมัวแต่แบ่งก๊กแบ่งเหล่า คิดว่าฝ่ายใดถูก ฝ่ายใดผิด มิได้อีกต่อไป”

    “หลานขออโหสิกรรมจากท่านตา” เมืองใจก้มกราบทั้งน้ำตาปลื้มปีติ

    “อโหสิ บุญรักษาหลานตา”

    คุณปานยิ้มเป็นครั้งแรก ศิโรตม์มองภาพตรงหน้า เผลอยกมือปาดน้ำตาตัวเองที่ซึมออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

    ออกหลวงวางมือบนศีรษะเมืองใจแล้วทำปากขมุบขมิบก่อนเป่าพรวดลงไป

    “คาถามงกุฎแห่งพระพุทธเจ้า จะครอบเศียรเกล้าเจ้าตลอดไป”

    เมืองใจก้มกราบท่านอีกครั้ง ศิโรตม์กระเถิบตัวเข้าหา พนมมือก้มหัวให้บ้าง ออกหลวงหัวเราะเสียงดัง

    “มา...เจ้านี่ เข้ามาชิดๆ มาผูกข้อไม้ข้อมือรับขวัญ เอ็งต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับหลานข้า ยามสงครามที่มีแต่อันตรายเยี่ยงนี้ ร้อยศัตรูหรือจะสู้หนึ่งมิตรแท้ จงดูแลกันและกันเหมือนดั่งน้องพี่จนกว่าชีวีจะหาไม่”

    ออกหลวงวางมือบนศีรษะศิโรตม์และทำเช่นเดียวกับเมืองใจ แต่พอท่านเป่าพรวดลงไปก็ชะงักอย่างอัศจรรย์ใจ หลุดปากออกมาว่า

    “เจ้านี่มีอะไรในตัว ประหลาดแท้”

    สีหน้าและแววตาจริงจังของออกหลวงทำให้ศิโรตม์อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้เขากับเมืองใจผูกพันกัน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564

    โฉมหน้า 7 สาวขึ้นแท่นนางเอกน้องใหม่ช่อง 3 แห่งปี 2564
    18 ต.ค. 2564

    07:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 18:15 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์