นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แอบรักออนไลน์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"

    ในบ้านพักมืดมิดไปหมด มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามากับแสงจากไฟฉายของลิปดา เขาล้มตัวลงนอนบนโซฟาแล้วตบเบาะข้างๆ เรียกอวัศยามานอน “คัมม่อนเบบี้...”

    “ฉันไม่ใช่เบบี้ ไม่ใช่เด็กๆของบอส เสียใจด้วย” อวัศยาคว้าหมอนไปนอนหันหัวชนกับลิปดา ลิปดาอมยิ้มก็ยังดีที่ได้นอนใกล้กัน

    คืนนั้นทั้งคืน อวัศยา ปราณนต์ ลิปดาและพริบพราวต่างนอนไม่หลับครุ่นคิดรอวันพรุ่งนี้ กลางดึก ลิปดาแน่ใจว่าอวัศยาหลับสนิทจึงลุกมานั่งมองเธอด้วยความรัก อยากสัมผัสใบหน้าเธอแต่ก็เกรงจะตื่น พลันต้องสะดุ้งเมื่อเธอเอื้อมมือมาแตะไหล่ละเมอว่า...ยายอย่าดิ้นสิ เดี๋ยวก็ตกเตียงหรอก...เธอขยับมือมากอดเขาลงนอน ลิปดารู้สึกอบอุ่นและมีความสุขมาก

    รุ่งเช้า ปราณนต์มาเคาะประตูห้องพริบพราว เห็นเงียบจึงเปิดประตูเข้าไป พบกระดาษโน้ตที่เธอทิ้งไว้ให้ว่า “ฉันกลับก่อนนะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง...ทางโรงแรมบอกว่ามีรถตู้ส่งผู้เข้าร่วมสัมมนา ฉันเลยไม่ได้รอนาย เจอกันที่ออฟฟิศ...พริบพราว”

    ระหว่างที่พริบพราวขับรถกลับ ในใจเธอครุ่นคิดแต่ว่าจะเสียปราณนต์ให้อวัศยาไม่ได้...ด้านอวัศยาสะดุ้งตื่นขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนกอดลิปดาอยู่ก็ตกใจพลัดตกโซฟา ลิปดาตกใจตื่นแปลกใจที่เห็นเธอนั่งกับพื้นจึงถามลงไปนอนนั่นทำไม เธอโวยวายว่าเขามานอนข้างๆได้อย่างไร เขาโต้ให้คิดดูดีๆ อยู่ๆเธอก็ดึงเขาไปกอดละเมอว่าเป็นยายแถมกระเซ้า เพิ่งรู้ว่าติดยายเสียด้วย หญิงสาวนึกได้ว่าเมื่อคืนฝันถึงยายจริงๆ จึงอายผลักเขาตกโซฟาแล้วเดินหนีเข้าห้องน้ำ

    พอแต่งตัวเสร็จ อวัศยาก็เร่งลิปดาให้รีบกลับกรุงเทพฯ เพราะตนมีนัด มาถึงสถานปฏิบัติธรรม อวัศยาต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์ลิปดากลับ...ด้านปราณนต์นั่งรถตู้มาถึงกรุงเทพฯ ก็รีบไปร้านดอกไม้ซื้อกุหลาบขาวไปรอที่ร้านกาแฟ รุจน์เจอปราณนต์ก็แปลกใจคิดว่าเขาคงนัดสาว จึงโทร.เรียกแสนดีกับพีระมาแอบดู ส่วนพริบพราวถือกุหลาบขาวมายืนลังเลหน้าร้าน ว่าควรเข้าไปดีหรือไม่ ลองโทร.หาลิปดา รู้ว่าอวัศยาอยู่กับเขากำลังเดินทางมา บริษัทแต่รถติดมาก

    พริบพราวชั่งใจผิดถูก ตัดสินใจทิ้งดอกกุหลาบลงถังหน้าร้านแล้วเดินไป ปราณนต์เห็นเลยเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วจึงออกจากร้าน เห็นพนักงานสาวเก็บดอกกุหลาบขาวในถัง ก็รี่เข้ามาถามว่าเป็นของเธอหรือเปล่า หญิงสาวส่ายหน้าบอกเห็นผู้หญิงคนหนึ่งทิ้งจึงจะเก็บไปใส่แจกัน ปราณนต์รีบถามลักษณะของคนที่ทิ้ง

    “ก็...ตาโตๆ ผมยาวๆ ใส่เสื้อสีขาวกระโปรงสีฟ้า กระเป๋าขาว”

    ปราณนต์มองไปเห็นพริบพราวเดินกลับมา ลักษณะแบบที่พนักงานร้านบอกทั้งหมดก็ดีใจมาก ขอดอกไม้จากพนักงาน พริบพราวเงยหน้ามาเห็นปราณนต์ก็ยืนอึ้งใจเต้นรัว เขาเดินเข้ามาถามว่าทิ้งดอกไม้ทำไม พริบพราวอึกอักตัดสินใจไม่ถูก รับดอกไม้จากเขาและโพล่งออกไป

    “คือ...ฉันไม่มั่นใจ กลัวว่านายจะรับไม่ได้”

    “ผมบอกแล้ว ไม่ว่าตัวจริงจะเป็นยังไง ผมก็รับได้ทั้งนั้น...ยินดีที่ได้เจอกันนะครับ คุณแอบรัก” ปราณนต์ดึงพริบพราวมากอดด้วยความดีใจที่เป็นเธอ เพราะเขาชอบเธอไม่น้อย

    อวัศยามาถึงรีบผละจากลิปดาวิ่งมาที่ร้านกาแฟ เห็นภาพปราณนต์กอดกับพริบพราวก็แทบช็อกถอยหลบหลังเสา...รุจน์ พีระและแสนดีเอามือถือมาถ่ายรูปทั้งสองกันใหญ่ ทั้งสองหันมาเห็นอายเขิน พริบพราวหน้าเจื่อนตกกระไดพลอยโจนเสียแล้ว...ลิปดาเดินตามมาเจออวัศยายืนหน้าซีดก็ถามเป็นอะไร เธอหันมองเขาน้ำตาคลอแล้วตบหน้าเขาฉาดก่อนจะเดินหนีไป ลิปดางง

    ปราณนต์หันมาปรามรุจน์ พีระและแสนดีให้เลิกถ่าย และถือโอกาสบอกทุกคนว่าพริบพราวคือแอบรัก ไม่ต้องพยายามสืบกันอีกต่อไป ทุกคนตะลึงยกเว้นแสนดีที่ไม่เชื่อ พอดีศรันยูเดินมาเห็นถามทำอะไรกัน พอรู้เรื่องก็แทบช็อกเช่นกัน...

    ลิปดาเดินตามถามอวัศยาเป็นอะไรทำไมต้องตบหน้าเขา อวัศยาสุดกลั้นหันมาโวย “บอสก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าโดนตบเพราะอะไร เรื่องมันจบลงแบบนี้ก็เพราะบอส บอสร่วมมือกับรุ่นน้องตัวเองกีดกัน กลั่นแกล้งฉัน...ฉันไม่เข้าใจทำไมบอสต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย เสียแรงที่ฉันไว้ใจ ทำไมต้องหักหลังฉันด้วย” อวัศยาตะเบ็งใส่หน้า กระทืบบนเท้าลิปดาแล้ววิ่งไป

    ลิปดาทั้งเจ็บและอายคนที่มอง แต่ก็งุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น...ศรันยูดึงแสนดีไปคุยในห้องทำงาน

    ต่างไม่เชื่อว่าพริบพราวคือแอบรัก ศรันยูพยายามไม่พลั้งพูดสิ่งที่ตัวเองรู้ ฟังแสนดีวิเคราะห์ “น้องพราวเป็นคนตรงๆบุกๆ แต่ทำไมแอบชอบใครต้องเก็บไว้ ไม่แสดงตัวออกมา และที่สำคัญ ไม่บอกใครแม้แต่แสนดีที่สนิทที่สุดในบริษัท มันเจ็บ...เจ็บที่ต้องรู้พร้อมคนอื่น ทำไมน้องพราวไม่บอกแสนดีสักคำว่าเป็นแอบรัก แสนดีไม่เข้าใจ”

    ศรันยูกัดฟันพึมพำ “ที่มันไม่บอกก็เพราะมันไม่ใช่น่ะสิยะ...”

    ooooooo

    แม้จะได้ตัวปราณนต์สำเร็จ แต่ลึกๆพริบพราวก็รู้สึกผิด อยากเคลียร์กับอวัศยา ตั้งตารอเธอมาทำงานก็ไม่เห็นมาเสียที เจอนิดาบอกว่าอวัศยาโทร.มาลางานเมื่อครู่ พริบพราวยิ่งร้อนใจ

    ตลอดทั้งวัน พริบพราวไม่มีสมาธิทำงานเพราะสายตารุจน์ พีระและแสนดีที่จับจ้องอยู่ตลอดเวลาปราณนต์เข้าใจกล่าวขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นประเด็นทางสังคม หญิงสาวรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจฝืนยิ้มให้ ปราณนต์ขอร้องอย่าหายไปไหนอีกและทึกทักว่าเราเป็นแฟนกันแล้ว

    “ชะ...” พริบพราวชะงักเกือบรับว่าใช่ แต่ต้องเล่นตัว “อย่ามาเนียน ต้องขอดูความประพฤติอีกสักพัก ถ้าสอบผ่านจะให้เลื่อนขั้น” ปราณนต์โอดโอย “แล้วก็เริ่มต้นจากแบบทดสอบที่ 1...ลืมอดีตให้หมด สิ่งที่เราเคยคุยกัน ไม่ว่าจะในอะไรก็ตาม เราจะไม่พูดถึงมันและจะไม่ติดต่อกันผ่านแอบรัก ต่อจากนี้ไปจะไม่มีแอบรัก จะมีแต่พริบพราวกับปราณนต์เท่านั้น”

    “ทำไม...”

    “เพราะนี่คือความจริง ที่ผ่านมาที่คุณกับแอบรักคุยกันทางออนไลน์ มันไม่เห็นหน้า เราจะพูดจะพิมพ์อะไรก็ได้ให้ดูดีที่สุด ถ้าเรายึดติด เราคงไม่ได้เรียนรู้ตัวตนที่แท้จริง เริ่มต้นแบบนี้ ณนต์จะทำได้หรือเปล่า” พริบพราวสะท้อนใจนิดๆ

    ปราณนต์ยอมทุกอย่าง อยากรู้จักเธอให้มากขึ้น ส่วนคนในออฟฟิศจะจัดการให้ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น พริบพราวซาบซึ้งขอตัวกลับ พอพ้นออกมาก็เครียด ต้องจัดการอะไรบางอย่าง

    เย็นวันนั้น อวัศยาตัดสินใจจะส่งเมลขอโทษปราณนต์ที่แอบรักไปตามนัดไม่ทัน คนที่เขาเจอไม่ใช่แอบรักตัวจริง... ทันใดเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นก่อนที่จะกดส่งเมลอวัศยาคิดว่าเป็นลิปดา ก็เดินหงุดหงิดมาเปิดประตู พลันต้องตะลึงที่เป็นพริบพราว “เธอมาทำไม!”

    “เรามีเรื่องต้องตกลงกัน” อวัศยาสวน ตนไม่มี แต่พริบพราวยืนกราน “มีสิคะ แต่พี่ศยาไม่กล้าเผชิญหน้ากับมัน”

    อวัศยาจิกทันที “ถ้ามัน ในที่นี้หมายถึงเธอ...ใช่ ฉันไม่อยากเจอมัน ไม่อยากคุยกับมัน และก็ไม่อยากตกลงอะไรกับมันทั้งนั้น” อวัศยาจะปิดประตู

    พริบพราวพูดสวน “เมื่อไหร่พี่ศยาจะเลิกหนี เลิกหลบซ่อนตัวซักที เมื่อก่อนก็ซ่อนอยู่หลังแอบรัก ตอนนี้ยังมาปิดประตูใส่ ไม่ยอมเคลียร์กับพราว ขี้ขลาดแบบนี้สมควรแล้วที่โดนทิ้ง”

    อวัศยาจี๊ดขึ้นมาทันทีเปิดประตูออกมาถามจะตกลงอะไรว่ามา ทั้งสองจ้องตากันไม่มีถอย ระหว่างนั้น ศรันยูพยายามโทร.หาอวัศยาแต่เธอไม่รับสาย เพราะอวัศยาลงมาเจรจากับพริบพราวในสวนของคอนโด พริบพราวเปิดประเด็น

    “ไหนๆเรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้ว พราวขอพูดกับพี่ศยาแบบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม...พราวรู้ว่าพี่ศยาคือแอบรัก” อวัศยาปั้นหน้านิ่งไม่ยอมรับ พริบพราวจึงเอามือถือเปิดรูปที่ถ่ายเมลแอบรักจากแท็บเล็ตของอวัศยาให้ดู “คราวนี้คงรู้แล้วนะคะว่าพราวกำลังพูดเรื่องอะไร”

    อวัศยาอึ้งนึกออกว่าพริบพราวแอบถ่ายวันที่เกิดอุบัติเหตุ “เธอรู้ แต่เธอยังฉวยโอกาสที่ฉันมาช้า สวมรอยเป็นแอบรักแทนฉัน”

    “พราวไม่ได้สวมรอย แต่พราวคือแอบรักในความคิดของปราณนต์...ตลอดเวลาณนต์คิดว่าแอบรักคือพราว เขาไม่เคยมีพี่ศยาอยู่ในความคิดแม้แต่น้อย พี่ศยาต้องขอบคุณตัวเองที่มาช้า ณนต์เลยไม่ต้องผิดหวังที่แอบรักไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด” พริบพราวเชิดปกปิดความหวาดหวั่น

    “เธอเข้าข้างตัวเองมากเกินไปแล้ว แค่ฉันเดินไปบอกปราณนต์ว่าฉันคือแอบรัก เธอจะต้องโดนเขี่ยทันที”

    “ก็ลองดูสิคะ พราวก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครกันแน่ที่จะโดนเขี่ย ระหว่างพราวกับพี่ศยา ที่ต้องไปพร้อมกับ แอบรัก...ทางที่ดีพี่ศยาควรจะอยู่เงียบๆ ปล่อยให้เรื่องนี้มันจบแบบที่ตัวเองไม่ต้องเสียชื่อเสียงจะดีกว่า มันไม่คุ้มที่พี่จะเอาประวัติการทำงาน ความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือของตัวเองมาแลกกับการเปิดตัวว่าแอบชอบลูกน้องตัวเอง”

    “เธอ! เธอ...ทำแบบนี้ทำไม” อวัศยารู้สึกจุกเถียงไม่ออก

    “พราวไม่อยากให้ปราณนต์ต้องเสียใจเพราะผู้หญิงที่ไม่จริงใจและหลอกลวงมาตลอด”

    “ถ้าฉันหลอกลวง แล้วสิ่งที่เธอทำอยู่ มันคืออะไร”

    “มัน...คืออะไรก็ช่าง แต่พราวทำด้วยความปรารถนาดี และหวังดีกับปราณนต์ ไม่ได้คิดจะปั่นหัวหรือหาเศษความสุข ภายใต้หน้ากากที่ปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง...สิ่งที่พราวทำในวันนี้คือทางออก ถ้าพี่ศยาไม่ใช้อารมณ์อยากเอาชนะมากจนเกินไป ก็ควรจะเดินออกไปจากปัญหาที่พี่สร้างขึ้นมาอย่างเงียบๆ และเราทั้งสามคนก็จะปลอดภัย แต่ถ้าพี่เลือกที่จะไฟ้ว์ เตรียมตัวเจ็บหนักได้เลย” พริบพราวทิ้งท้ายก่อนจะเชิดหน้าซ่อนความกังวลกลับไปปล่อยอวัศยายืนอึ้ง

    อวัศยาเดินกลับห้องด้วยอาการเหม่อลอย เข้าห้องเห็นหน้าจอคอมมีเมลที่ค้างจะส่งให้ปราณนต์ ก็ลังเล ศรันยูยังพยายามโทร.หาอวัศยา แปลกใจทำไมต้อง ปิดเครื่อง...พริบพราวขับรถกลับ ในสมองครุ่นคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปถูกหรือผิด หรือตัวเองเริ่มจะเป็นเหมือนแอบรัก

    ooooooo

    ในแคนทีน ลิลลี่เปิดประเด็นไม่เชื่อว่าพริบพราวคือแอบรัก เพราะพริบพราวเป็นคนเริ่มตามหาว่าแอบรักเป็นใคร นิดา พีระและรุจน์เชื่อ แต่แสนดีเห็นด้วยกับลิลลี่

    “มันแปลกๆ ทะแม่งๆ และไม่น่าเชื่อถือ ที่ผ่านมาน้องพราวเป็นตัวตั้งตัวตีฉีกหน้ากากแอบรัก ที่สำคัญถึงขนาดเชื่อมั่นมากว่ายัยมิสคานทองเป็นแอบรัก แต่ไหงคดีมาพลิกแบบนี้ มันไม่ใช่”

    สองสาวคิดเหมือนกัน ลิลลี่ว่าพริบพราวใช้กลยุทธ์แอบซ่อนหลังศัตรู แสนดีเสริม ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด แล้วทั้งสองก็สรุป ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล ฟันธง...ขณะที่กลุ่มแตกเป็นสองฝ่าย ปราณนต์พรวดพราดเข้ามาชวนทุกคนไปฉลองที่คาราโอเกะวันพรุ่งนี้ ทุกคนกลับสามัคคีรับคำหน้าตาเฉย มองหน้ากันทำนอง กินฟรีต้องไป

    เย็นวันนั้น ลิปดาแวะมาปรึกษาจารวี ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงโดนอวัศยาตบและกระทืบเท้า ดีที่ไม่ได้ใส่ส้นสูง ไม่อย่างนั้นเท้าทะลุแน่ จารวีให้คิดดีๆทำอะไรให้เธอโกรธ หรือเพราะเขารู้ว่าเธอคือแอบรัก ลิปดาครุ่นคิดตนไม่ได้แสดงตัวว่ารู้เลย จารวีช่วยคิด

    “แจนว่านะเรื่องระหว่างลิป คุณศยา ปราณนต์แล้วก็ยังมีคุณแอบรักเข้ามาอีก มันซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากเกินไปแล้ว แจนแนะนำว่า ถ้าลิปไม่อยากเพิ่มเงื่อนไขให้มากไปกว่านี้ ลิปควรจะพูดความจริงทุกอย่างกับคุณศยา อย่างน้อยลิปก็ไม่ต้องมานั่งแบกความลับของคนอื่นแบบนี้ บอกให้คุณศยารู้ไปเลยว่าลิปรู้อะไรบ้าง ที่ สำคัญ บอกความรู้สึกตัวเองให้เขารู้ด้วย เรื่องนี้สำคัญที่สุด”

    ลิปดาอึ้ง ไม่กล้าแม้แต่จะคิด จารวีเห็นสภาพแล้วส่ายหน้า ท่าจะยาก...เย็นวันเดียวกัน ปราณนต์กลับมาบ้าน ได้ยินเสียงสาวๆคุยกันสนุกสนานในครัว จึงโผล่เข้าไปถามหัวเราะอะไรกัน ก็ต้องตกใจเมื่อพบอวัศยาผู้มาเยือน เธออ้างว่านำกระเช้ามาเยี่ยมปริม ทั้งที่จริงใจเต้นร้อนรน

    ทั้งสองออกมาคุยกันที่สนามหน้าบ้าน อวัศยาบอกว่ากลับจากสัมมนาเหนื่อยๆจึงไม่เข้าบริษัท มาทำธุระแถวนี้เห็นว่าใกล้บ้านปราณนต์ จึงแวะมาเยี่ยมปริม แล้วทำทีถามที่ทำงานเป็นอย่างไรบ้าง ปราณนต์ตอบว่าปกติดี จะมีก็แต่เรื่องส่วนตัวของเขา อวัศยารีบถามเรื่องอะไร

    “พี่ศยาจำคุณแอบรักได้ใช่ไหมครับ วันนี้ผมได้เจอเขาแล้วนะครับ” อวัศยาทำทีตื่นเต้นถามเป็นใครใช่ที่เขาคิดไว้หรือเปล่า ปราณนต์ตอบตรงๆ “ไม่เลยครับ...ไม่ใช่แค่เหมือนธรรมดา แต่เหมือนเป๊ะๆ คนเดียวกับที่ผมสังหรณ์ใจไว้ตั้งแต่แรก และคนนั้นก็คือ...พริบพราว”

    อวัศยาหน้าเสีย ใจห่อเหี่ยวเหลือนิดเดียว “ตลอดเวลาที่คุยกับแอบรัก เธอคิดว่าเขาคือพริบพราวจริงๆเหรอ”

    “ใช่ครับ ความรู้สึกตอนที่ผมคุยกับแอบรัก เหมือนกับตอนที่ผมคุยกับพราว มันสนุก สบายใจ อบอุ่นใจ ทุกอย่างที่มี มันคือความรู้สึกเดียวกัน...ผมดีใจมากๆเลยครับ ที่รู้ว่าแอบรักคือพริบพราว เพราะถ้าไม่ใช่ผมต้องมีเรื่องลำบากใจแน่ๆ”

    ใจอวัศยาแตกสลาย เอ่ยถาม “ลำบากใจอะไร...ทะ...ทำไมเหรอ หรือว่าเธอชอบพริบพราวและชอบแอบรักในเวลาเดียวกัน”

    “โห...ตรงจัง ก็...ทำนองนั้นครับ แต่โชคดีมากที่สองคนนี้คือคนคนเดียวกัน ผมก็เลยไม่ต้องลำบากใจ” ปราณนต์ยิ้มมีความสุขมาก อวัศยาเจ็บจี๊ดพูดออกไปโดยไม่รู้ตัว

    “ดีใจด้วย ดีใจด้วยจริงๆ ดีใจที่เธอได้เจอคนที่เธอตามหาและอยากเจอ ดีใจด้วยนะ” พูดจบอวัศยาเดินออกไปจากบ้าน ปราณนต์งงที่เธอกลับไปดื้อๆ จึงสวัสดีตามหลัง

    อวัศยาเหมือนคนไร้สติ ขับรถกลับอย่างเลื่อนลอย อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา คำพูดพริบพราวกระแทกใจ แทรกด้วยคำพูดของปราณนต์ที่ดูเขามีความสุข...เสียงแตรรถไล่ทำให้เธอสะดุ้ง

    ศรันยูเป็นห่วงมาหาอวัศยาที่คอนโดก็ไม่พบ จึงโทร.ไปถามลิปดา เขาบอกแยกกันตั้งแต่เมื่อเช้า แล้วนิดาบอกว่าเธอลางาน ศรันยูจึงฝากลิปดากลับมาคอนโดแล้วช่วยดูแลอวัศยาด้วย

    สวนกันนิดเดียว พอศรันยูกลับไป อวัศยาก็กลับมา เธอเข้าห้องคว้าขวดไวน์มาดื่ม จุดเทียนสร้างบรรยากาศเศร้าๆในห้องตอกย้ำ จิบไปได้หน่อยก็เมาเดินเซชนโต๊ะเทียนล้มลงไหม้พรม อวัศยารู้สึกตัวตกใจลนลานหาน้ำมาดับไฟ...ลิปดากลับมาเดินผ่านห้องอวัศยา ได้ยินเสียงสัญญาณไฟไหม้ในห้องและเห็นควันลอยออกมาจากใต้ประตูก็ตกใจ ถลาเข้าทุบประตูให้เธอเปิด อวัศยาเริ่มสำลักควันได้ยินเสียงลิปดาพยายามจะไปเปิดประตูแต่มึนล้มลงเสียก่อน

    รปภ.วิ่งมาถึงช่วยลิปดางัดประตูเข้าไป ลิปดาถลาเข้าอุ้มอวัศยาอย่างห่วงใย เธอรับรู้ว่ามีคนเข้ามาช่วยแต่จิตใต้สำนึกคิดถึงปราณนต์ จึงเพ้อเรียกปราณนต์ออกไป ลิปดาโกรธ

    “ผมลิปดา!ไม่ใช่ปราณนต์!”

    เสียงเข้มของเขาเรียกสติอวัศยากลับมา เธอลืมตามองตะลึงที่เป็นบอส...ลิปดาอุ้มอวัศยามาที่ลอบบี้ ขณะที่ รปภ.ช่วยกันดับไฟ ผู้คนอลหม่านอยู่พักใหญ่กว่าจะกลับเข้าห้องพักกันไป ลิปดาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง แล้วกลับมาบอกอวัศยาว่า

    “ผมบอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณมีโรคประจำตัว วูบบ่อย แล้ววันนี้วูบไปโดนเทียนอโรม่าที่จุดไว้หล่นลงพื้นไฟลามไปติดผ้าม่าน ผมมีคนรู้จักออกใบรับรองแพทย์ให้ได้ว่าคุณมีอาการนี้จริงๆ จะได้เอาไปเคลมประกันอัคคีภัย”

    “ขอบคุณมากค่ะบอส ถ้าบอสมาช่วยไม่ทัน ฉันต้องถูกย่างสด ตายคาคอนโด ดีไม่ดีถ้าทำห้องอื่นเขาไหม้ไปด้วย ต้องจ่ายค่าเสียหายหมดตัวแน่ๆ เฮ้อ...”

    ลิปดาผงะกลิ่นแอลกอฮอล์ ต่อว่านี่เธอเมาหรือ อวัศยาปฏิเสธเสียงสูง เขาเอ็ดกลุ้มอะไรนักหนาถึงต้องดื่ม อวัศยาน้ำตาปริ่ม “ยังจะมาถามอีก บอสก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว...นี่ก็ดึกแล้ว บอสไปนอนเหอะ ฉันตั้งสติสักพักแล้วจะกลับห้อง”

    ลิปดาหัวเราะบอกห้องเธอเสียหายเกือบหมด ให้ไปนอนห้องตน อวัศยายื้อไม่ไปจะไปนอนคอนโดศรันยู ลิปดาส่ายหน้าอย่างมีเลศนัย พออวัศยาโทร.หาศรันยูก็ได้รับการปฏิเสธลูกเดียวว่าไม่สะดวก ให้พักห้องลิปดาไปก่อน...เพราะก่อนหน้านี้ลิปดาโทร.มากำชับศรันยูไว้ให้ปฏิเสธ อวัศยากระฟัดกระเฟียดใส่ลิปดา ถ้าไม่จนตรอกอย่าคิดว่าจะยอมไปนอนห้องเขาศรันยูครุ่นคิด “ทำไมบอสถึงอยากให้ศยาไปพักด้วย จนถึงกับต้องโทร.มาล็อบบี้เราแบบนี้ บอสแคร์ เว่อร์ไปนะ...คิดอะไรหรือเปล่าเนี่ย”

    ลิปดาเอาชุดใหม่และผ้าเช็ดตัวให้อวัศยาใช้ เขาถามอีกครั้งว่ากลุ้มใจเรื่องอะไร หญิงสาวย้อนถามไม่รู้จริงๆหรือ แล้วหาว่าเขาสร้างภาพ ตนจะไม่เชื่อเขาอีกต่อไป ลิปดางง พออวัศยาเข้าห้องน้ำไปแล้วก็กดโทรศัพท์หานิดา ถามข่าวคราวบริษัทวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง นิดาเล่าเรื่องปราณนต์กับพริบพราวเมื่อเช้าให้ฟัง แล้วย้อนถามเขามีอะไรหรือเปล่า

    “ก็...ผมกำลังดูเรื่องการทำงานของปราณนต์กับพริบพราว เห็นทำยอดได้ดีเลยอยากรู้เรื่องส่วนตัวเอาไว้ เผื่อจะได้คอยระวังไม่ให้มันส่งผลต่อการทำงาน นอกจากเรื่องนี้แล้ว มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับปราณนต์ที่ผมควรรู้อีกไหม”

    “ไม่มีแล้วค่ะ สำหรับวันนี้ก็มีแต่เรื่องนี้ล่ะค่ะที่เป็นไฮไลต์สุดๆ”

    ลิปดาวางสายแล้วคิดทบทวน ที่อวัศยาเร่งให้รีบกลับกรุงเทพฯ บอกว่ามีนัด 9 โมงเช้า มาถึงที่เธอตบหน้าแล้วโวยว่าร่วมมือกับรุ่นน้องกลั่นแกล้ง กีดกัน...ชักจะเข้าใจแล้วว่าเกี่ยวกับเรื่องปราณนต์ แต่ทำไมต้องถึงกับตบหน้าตนด้วย...ลิปดาครุ่นคิดไปต้มซุปร้อนๆไว้ให้อวัศยาไป แต่พออวัศยาออกจากห้องน้ำก็เข้าห้องนอนล็อกประตูทันที ลิปดาเคาะเรียกให้ออกมาคุยกันก่อน เธอก็ไม่ออกอ้างอยากนอน ไม่หิวไม่กินอะไรทั้งนั้น ลิปดาถอนใจคิดจะทำอย่างไรดี

    อวัศยาแปลกใจทำไมเขาเงียบไม่ตื๊อเหมือนเคยจึงย่องมาเงี่ยหูฟังที่ประตู ทันใดมีกระดาษสอดเข้ามาใต้ประตู ข้อความว่า “ผมไม่รู้ว่าคุณโกรธเรื่องอะไร แต่ผมอยากขอโทษและอยากบอกว่าไม่ตั้งใจ เพราะถ้าผมตั้งใจ ผมจะรู้ว่ามันคือเรื่องอะไร”

    ลิปดารีบเขียนแผ่นที่สองสอดเข้ามาอีก อวัศยากำลังพึมพำไม่เชื่อว่าไม่รู้เรื่อง พอดึงแผ่นที่สองมาอ่าน...ผมรู้ว่าคุณไม่เชื่อ...อวัศยาเหวอรู้ได้อย่างไร “แต่ผมพูดความจริง วันนี้คุณเจอเรื่องแย่ๆมามาก นอนหลับให้สบาย หมดโควตาสำหรับความเสียใจในวันนี้แล้ว ที่เหลือให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้” อวัศยาดึงแผ่นที่สามมาอ่าน “ถ้าผมมีส่วนทำให้คุณเสียใจในวันนี้ ผมขอใช้เพลงนี้ แทนคำขอโทษ...” ไม่ทันไร ก็มีเสียงกีตาร์พร้อมเสียงร้องเพลงของลิปดา...ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ เป็นเพียงผู้ชายที่ใฝ่เฝ้ารักเธอ...

    อวัศยามึนงงกับความวุ่นวายในวันนี้ รู้สึกผ่อนคลายไปกับเสียงเพลงของเขาอย่างไม่รู้ตัว ในขณะที่ปราณนต์ลืมตัวจะพิมพ์ข้อความส่งหาแอบรัก แต่ต้องชะงักเมื่อนึกถึงคำพูดของพริบพราว “เริ่มต้นจากแบบทดสอบที่ 1 ลืมอดีตให้หมด ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เราจะไม่พูดถึงมันและจะไม่ติดต่อกันผ่านแอบรัก ต่อจากนี้ไปจะไม่มีแอบรัก จะมีเพียงพริบพราวกับปราณนต์เท่านั้น”

    ปราณนต์เปลี่ยนใจกดโทรศัพท์หาพริบพราว แต่ทั้งสองโทร.ชนกันทำให้สายไม่ว่าง พริบพราวฟุ้งซ่านว่าเขาคงโทร.หาแอบรัก สักพักปราณนต์โทร.เข้ามาใหม่ เธอรีบรับสายต่อว่าเขาว่าคุยกับใครอยู่ ปราณนต์งงอธิบายว่าคงโทร.ชนกันแล้วติงขำๆ “นี่...ถ้าหึงกันขนาดนี้ ต้องเป็นแฟนกันแล้วนะ ไม่งั้นผมไม่ให้สิทธิ์ในการหึงนะครับ”

    พริบพราวหน้าแดง “งั้นไม่หึงก็ได้ แต่ขอถามแค่ข้อเดียว วันนี้คุยกับพี่ศยาหรือยัง...”

    ปราณนต์ตอบว่าคุยแล้ว พริบพราวตกใจถามกลับทันที คุยตอนไหนคุยอะไร เขาแปลกใจทำไมเธอต้องตื่นเต้น เธอกลบเกลื่อนว่า ต้องตื่นเต้นแล้วเขาบอกเรื่องของเราหรือเปล่า

    “พี่ศยาเขาดีใจกับผมนะที่ได้รู้สักทีว่าใครคือคนที่ผมตามหา”

    พริบพราวไม่อยากเชื่อ ปราณนต์ยืนยันแล้วถามมันแปลกตรงไหน หญิงสาวเฉไฉ แปลกตรงที่อวัศยาไม่ชอบหน้าตน ปราณนต์เน้นย้ำ ตนไม่ใช่คนหูเบาเชื่อคนง่าย ไม่เคยตัดสินคนจากคำพูดคนอื่น ตนมั่นใจว่ารู้จักเธอดีพอ แยกแยะได้ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง เชื่อใจตนได้พริบพราวเรียกสติกลับมากล่าวขอโทษ ต่อไปจะหนักแน่นกว่านี้ ปราณนต์ย้ำความจริงใจ

    “พราว...ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มันทำให้ชีวิตของเราสองคนไม่เหมือนเดิม แต่ผมดีใจมากๆที่ชีวิตผมมีวันนี้ การที่เรามาเจอกัน มันคือสิ่งที่พิเศษสุด พิเศษมากกว่าการแชตหรือการส่งอีเมลทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นไง ผมไม่เสียใจกับการตัดสินใจในครั้งนี้”

    พริบพราวน้ำตาซึม รับคำว่าตนก็เช่นกัน ต่างคนต่างอวยพรให้นอนฝันดี...คืนนั้นปราณนต์กับพริบพราวนอนหลับพริ้มมีความสุข ส่วนอวัศยานอนมองกองกระดาษของลิปดาเหมือนเป็นกำลังใจให้ดำเนินชีวิตต่อไป

    ooooooo

    รุ่งเช้า อวัศยาเดินงัวเงียออกจากห้องนอน เห็นลิปดาแต่งชุดทำงานเรียบร้อยทำอาหารเช้าอยู่ จึงตาสว่างต่อว่าเขาทำไมไม่ปลุก ลิปดาโพล่งขึ้นว่าวันนี้เธอไม่ต้องไปทำงาน เพราะเมื่อกี้ตนไปดูที่ห้องเธอเสียหายมาก ตู้เสื้อผ้าถูกไฟไหม้เสียหายไม่เหลือดี อวัศยาตกใจทั้งตู้หรือ

    “ใช่ วันนี้ผมให้คุณหยุดงานไปซื้อเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว ผมมีเงินเยียวยาให้” อวัศยาปฏิเสธเพราะเป็นความผิดตัวเองไม่เกี่ยวกับบริษัท “ถึงไม่เกี่ยวแต่ก็ถือว่าเป็นสวัสดิการสำหรับผู้บริหารระดับสูงก็แล้วกัน ไหนๆคุณก็ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่แบบยกตู้ ผมคิดว่ามันเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวในแบบของผม ผมเลือกแบบเสื้อผ้าที่ผมคิดว่าเหมาะกับคุณเอาไว้ในนี้หมดแล้ว” ลิปดาชูแท็บเล็ตให้

    “บอสเนี่ยนะเลือกเสื้อผ้าให้ฉัน”

    “ใช่ และผมก็รู้ว่าถ้าปล่อยคุณไปเอง คุณไม่มีทางซื้อแบบที่ผมเลือกแน่ ผมเลยหาเพื่อนไปซื้อของไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว” ลิปดายิ้มอย่างเป็นต่อ...

    ด้านปราณนต์กับพริบพราวต่างนั่งทานอาหารเช้ากับครอบครัว พริบพราวเห็นว่าทั้งพ่อแม่และพี่ชายอ่านเอกสารทางการแพทย์ทุกคน จึงแชตทักทายปราณนต์ เขาแชตตอบหยอกเย้ายิ้มกริ่ม ปุ้มสังเกตเห็นแซวว่ามีความรักกับใครให้บอกมา ทั้งปริมและเปรี้ยวมองรอฟังคำตอบ

    แววเงยหน้าจากแท็บเล็ตเอ็ดพริบพราว “กฎของบ้านนี้ ห้ามคุยโทรศัพท์และแชตบนโต๊ะอาหาร จำไม่ได้หรือไง”

    พริบพราวมองพ่อกับพี่ที่ยังอ่านหนังสือพิมพ์และเอกสาร “ถึงพราวไม่แชตก็ไม่มีใครสนใจคุยกันนี่คะ ทุกคนก็ก้มหน้าอยู่กับโลกของตัวเองอยู่ดี พราวก็แค่เปลี่ยนจากหนังสือ จากแท็บเล็ตเป็นโทรศัพท์แค่นั้นเอง” ทุกคนเงยหน้าพรึ่บเคืองๆ “คุณพ่อ คุณแม่ พี่ภูมิคะไหนๆ

    ทุกคนก็เงยหน้าขึ้นมาแล้ว พราวมีเรื่องสำคัญจะบอกค่ะ... พราวกำลังจะมีแฟนค่ะ”

    ขณะเดียวกัน ปราณนต์ตัดสินใจบอกคนในครอบครัวว่ากำลังเริ่มคุยๆคบหาดูใจกันกับพริบพราว ปริมกับเปรี้ยวตกใจเป็นห่วงที่ดูจะต่างกันมาก ปุ้มเชียร์ที่น้องชายจะเด็ดดอกฟ้า ปราณนต์ให้ความมั่นใจว่า ถ้าทุกคนได้รู้จักพริบพราวมากขึ้น จะรู้ว่าเธอไม่เป็นอย่างที่เห็น

    ในขณะที่พริบพราวถูกซักไซ้ว่าปราณนต์เป็นใคร เรียนจบอะไร เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ ปริญญากี่ใบ พ่อแม่เป็นใคร ทำงานที่ไหน...พริบพราวอึ้งไม่รู้สักอย่าง จึงคิดจะชวนปราณนต์มาที่บ้านให้ซักถามกันเอง แววโวยที่ลูกสาวคบคนไม่รู้กำพืดได้อย่างไร พริบพราวแอบตัดพ้อ

    “พราวรู้แค่ว่า ปราณนต์เป็นคนดีให้เกียรติผู้หญิง มีน้ำใจไม่เอาเปรียบคนอื่น ที่สำคัญเขาเห็นคุณค่าในตัวพราว รู้ว่าพราวมีความสามารถ ถึงแม้คนที่บ้านจะไม่คิดว่าพราวมีก็ตาม”

    พอมาถึงบริษัท พริบพราวบอกปราณนต์ต้องไปพบพ่อแม่ตนวันอาทิตย์นี้ เขาตื่นเต้นไม่รู้จะเตรียมตัวอย่างไร เธอแจง “เริ่มจากไปเช่ารถแพงๆ ตัดสูทหรูๆ ทำให้เห็นว่าณนต์รวยสุดๆ”

    ปราณนต์หน้าเสีย “ผมทำแบบนั้นไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นเท่ากับหลอกลวงท่านเพราะผมไม่มีรถ แล้วผมก็ไม่ได้รวย ขอโทษด้วย”

    พริบพราวแกล้งทำหน้าซีเรียสบอกว่า...ล้อเล่นแล้วหัวเราะออกมาบอกถ้าเขาบ้าจี้ทำตามก็มีสิทธิ์เลิกคบ ปราณนต์ร้อง “โห...ลองใจกันแรงนะเนี่ย ได้เลย วันที่พราวไปบ้านผมต้องนุ่งขาวห่มขาว ห้ามแต่งหน้าห้ามใส่บิ๊กอาย ห้ามใส่ส้นสูง ห้ามถือกระเป๋าแบรนด์เนมและต้องขึ้นรถเมล์มาอย่างเดียวเท่านั้น ไม่งั้นห้ามเข้าบ้าน”

    “โห...ห้ามขนาดนี้ ฆ่ากันเลยดีกว่า” พริบพราวโอดโอย แล้วก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

    ลิปดาเดินมาเห็นความสนิทสนมของทั้งสองคนจึงหยุดมอง เสียงปราณนต์บอกพริบพราวว่าตนไม่ห้ามหรอกจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ ตนชอบเธอแบบที่เธอเป็น หญิงสาวปลื้มแต่อดถามไม่ได้ว่าแน่ใจหรือว่าไม่ได้ชอบเพราะเห็นตนเป็นคนอื่น ชายหนุ่มงงจะเห็นเป็นใครได้

    “เอ่อ...ก็อาจจะเป็นใครสักคนที่ณนต์ใช้จินตนาการตอนแชตกันไง อาจจะเป็นพี่แสนดีหรือพี่รันไรงี้” พริบพราวแถไปขำๆ

    ปราณนต์หัวเราะให้เป็นศรันยูคงไม่ไหว...ลิปดาเข้ามาขัดถามใกล้เวลาเปิดตลาดแล้วมาทำอะไรกันตรงนี้ พริบพราวแย้งอีกตั้งครึ่งชั่วโมง ลิปดาพูดเป็นนัยๆ “ไม่พลาดก็ดี เพราะถ้าพลาดขึ้นมา ไม่ใช่แค่ตัวเองที่เดือดร้อน คนอื่นอาจจะเดือดร้อนไปด้วย”

    พริบพราวชะงักมองหน้า ปราณนต์รีบรับคำแล้วเดินนำไป ลิปดาเรียกพริบพราวไว้ เธอหันมาดักคอก่อน “พราวรู้ว่าพี่ลิปจะพูดอะไร พราวรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่”

    “นอกจากรู้ตัวแล้วก็ระวังตัวด้วย อย่าลืม...ความลับไม่มีบนโลก” ลิปดาเน้น

    พริบพราวสะอึกแต่ทำไม่สนใจบอกว่า ถ้าคนที่รู้ไม่พูดมันก็ยังคงเป็นความลับสำหรับคนที่ไม่รู้ ตนหวังว่าเขาจะไม่พูด...ลิปดามองพริบพราวเดินไปหาปราณนต์เหมือนไม่มีอะไร เขาส่ายหน้านึกถึงวันที่พริบพราวมาบอกว่าอวัศยาเป็นแอบรักแล้วตอนนี้เธอกลับทำตัว

    แบบนั้นเสียเอง...ลิปดาแชตถามจารวีว่างานที่สั่งเป็นอย่างไรบ้าง เธอตอบให้ใจเย็นๆรอดูผลทีเดียว

    อวัศยาถือถุงเสื้อผ้าที่ซื้อเดินมาหา จารวีรีบบอกว่า ลิปดาช่างรู้จักเธอดีมาก เลือกชุดได้เหมาะและยังเลือกทรงผมที่เข้ากันด้วย อวัศยาเขินๆยอมรับว่าเก่งแต่ไม่ค่อยเข้ากับบุคลิกตน

    “แบบนี้แหละค่ะ เขาเรียกว่า...ใส่ใจ”

    “ตามประสา ผู้ชายเจ้าชู้” อวัศยาต่อประโยคให้

    “ลิปน่ะทำให้คุณศยาเข้าใจผิดจนได้ ลิปไม่ใช่คนเจ้าชู้นะคะ แจนรู้จักลิปมาตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย บอกเลยว่าลิปไม่เจ้าชู้ แต่แค่ยังไม่อยากหยุด ถ้าเขาเจอใครที่ทำให้เขาอยากหยุดด้วย รับรองว่าจอดสนิทค่ะ”

    “แล้วอย่างคุณแจน ไม่ใช่สเปกลิปเหรอคะ”

    “ไม่ใช่หรอกค่ะ แจนกับลิปเราเป็นเพื่อนรักกันค่ะ ลิปเป็นคนดูแลแจนมาตลอด เรียกได้ว่าเป็นผู้ช่วยเหลือคนสำคัญที่สุด...แค่เพียงกล้าบอกว่าเดือดร้อน ลิปจะกล้าช่วยทุกอย่าง และช่วยอย่างสุดความสามารถโดยไม่หวังอะไรตอบแทน นี่แหละค่ะลิปที่แจนรู้จัก”

    อวัศยาฟังแล้วนึกถึงสิ่งต่างๆที่ลิปดาทำให้ อยู่เคียงข้างเวลาลำบาก ปลอบใจเวลามีทุกข์ “ก็จริงนะคะ บอสช่วยเหลือทุกอย่างจริงๆ จะมากหรือน้อยก็ช่วยไม่เคยปฏิเสธเลย จะว่าไปมันก็เป็นข้อดีที่ฉันเองก็มองข้ามไปบ่อยๆนะคะ”

    “ลิปเป็นคนช่วยแล้วไม่เคยพูดทวงบุญคุณ จนบางทีเราก็หลงลืมไป คุณศยาลองค่อยๆมองลิปดูดีๆสิคะ บางทีอาจจะเห็นในบางอย่างที่มองข้ามมาตลอดก็ได้นะคะ” จารวีช่วยหยอด

    อวัศยาฉุกคิด...จารวีดึงอวัศยาไปทำตามใบสั่ง เข้าร้านตัดผม เปลี่ยนแปลงตามทรงที่ลิปดาเลือกไว้ให้ จากนั้นก็เข้าร้านแว่น เปลี่ยนจากแว่นหนาเตอะเป็นคอนแทคเลนส์

    ooooooo

    แม้จะสมใจแต่พริบพราวก็ยังหวั่นเฝ้ามองห้องอวัศยาแปลกใจที่ยังไม่มาทำงาน ปราณนต์เองเวลาเดินผ่านห้องอวัศยาก็หยุดมองเหมือนรอคอย

    ศรันยูเห็นแล้วรู้สึก...เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่

    พริบพราวเอาเอกสารลูกค้าเปิดพอร์ตใหม่มาให้แสนดีแล้วคุยให้ฟังว่าได้มาอย่างไร แสนดีตัดบท ไม่จำเป็นต้องเล่าเพราะตนไม่รู้ว่าสิ่งที่เล่ามันเชื่อได้กี่เปอร์เซ็นต์ พริบพราวยืนหน้าชา ปราณนต์ปลอบใจว่าแสนดีคงยังงอน เดี๋ยวเย็นนี้ไปเที่ยวคาราโอเกะก็คงจะหาย พริบพราวหวั่นใจแผนนี้จะได้ผลหรือ แล้วถามเขาชวนอวัศยาหรือเปล่า ปราณนต์บอกว่าคิดจะชวนแต่เธอยังไม่มาทำงาน พริบพราวครุ่นคิด...สงสัยยังทำใจไม่ได้

    บ่ายวันนั้น อวัศยาเดินเข้าบริษัทในลุคใหม่สวยเฉี่ยว หุ้นขึ้นเห็นแล้วตาค้าง เธอเดินผ่านพนักงานทุกคนมองกันตะลึง รวมทั้งรุจน์ พีระ ลิลลี่และแสนดี...พอปราณนต์เงยหน้ามาเห็นก็ตะลึงเช่นกัน พริบพราวมองตามอึ้ง อวัศยาเห็นสีหน้าพริบพราวก็แกล้งยิ้มยั่วเข้ามาหาปราณนต์ บอกให้เอาเอกสารลูกค้าทั้งหมดที่ได้จากลุงไกรโฮมสเตย์ไปสรุปให้ฟังที่ห้อง พริบพราวแทรก ตนก็ทำลูกค้ารายนี้ตนเข้าไปด้วย อวัศยาหันขวับมาจิกตามองอย่างเยือกเย็น

    “ไม่ต้อง ทำงานของเธอไป ให้ปราณนต์มารายงานคนเดียวก็พอ” พูดจบอวัศยาเดินไป

    พริบพราวหน้าเจื่อน ลิลลี่กับแสนดีทำหน้าเจ็บแทนพริบพราว...ศรันยูได้ยินรีบเดินไปที่ห้องอวัศยา...เมื่ออวัศยาเปิดประตูเข้าห้องมาได้ก็ทรุดนั่ง ตื่นเต้นมากๆ พลันเสียงเคาะประตูดัง เธอรีบนั่งอย่างสง่ารอ แต่คนที่เปิดเข้ามากลับเป็นลิปดา

    “ไหนดูสิ...ว้าว! เหมือนที่ผมคิดไว้เป๊ะ...จะไม่ขอบคุณผมสักคำเหรอ” ลิปดาชูนิ้วโป้ง

    อวัศยารีบขอบคุณแล้วขอให้เขาออกไปก่อน ไม่ทันไรศรันยูตามเข้ามาอีกคนใส่เต็ม “องค์ดีไซเนอร์ชาติไหนเข้าสิงฮะ ถึงได้จัดเต็มยังกะหลุดออกมาจากรันเวย์ หล่อนเป็นอะไรของหล่อนบอกมาเดี๋ยวนี้นะ” พลันหันมาเห็นลิปดา ศรันยูรีบแอ๊บแมน “อุ่ย! บอส ถ้าคุยงานกันอยู่ผมออกไปก่อนก็ได้นะครับ”

    อวัศยาส่ายหน้าโบกมือให้เพื่อนออกไปก่อน พอดีปราณนต์สวนเข้ามา “ขอโทษที่มาช้าครับ พอดีมีแฟ้มลูกค้าหลายคน เลยใช้เวลานานไปหน่อยครับ” พอเห็นว่าทั้งลิปดาและศรันยูอยู่จึงขอตัวออกไปก่อน ทั้งสามห้ามพร้อมกัน...ไม่ต้อง...ปราณนต์สะดุ้งยืนนิ่งมองอย่างงงๆ

    ในขณะที่พริบพราวทำงานไปชะเง้อมองห้องอวัศยาไป ลิลลี่ รุจน์ แสนดีและพีระ ต่างเม้าท์ว่าทำไมอวัศยาถึงลุกขึ้นมาปรับปรุงตัวสวยขนาดนี้ แต่ก็สรุปว่าสวยจริง พริบพราวใจแป้ว

    ด้านปราณนต์สรุปประวัติลูกค้าให้อวัศยาฟังไปชำเลืองมองเธอไป อยากจะชมว่าสวยแต่ไม่กล้า พอมีโอกาสจึงชวนไปร่วมเย็นนี้ อวัศยาอ้าปากจะตอบ ลิปดาโพล่งขึ้นตอบแทน

    “ไม่ว่าง...ผมนัดลูกค้าวีไอพีไว้ คุณต้องไปกับผม”

    อวัศยาหันขวับมามองนัดเมื่อไหร่ ลิปดาอ้างที่เข้ามาเพื่อจะบอกเรื่องนี้ ศรันยูจึงถามแทนว่าถ้าว่างจะชวนไปไหน ปราณนต์ตอบว่า ตนกับพริบพราวจะเลี้ยงพวกพี่ๆที่คาราโอเกะ อวัศยาจี๊ดในใจที่ทั้งสองสนิทสนมกันขนาดนี้...

    ปราณนต์กลับออกมาบอกพริบพราวว่าอวัศยาไม่ว่างแต่ให้คนไปแทน ปราณนต์คุยไปชงกาแฟไปแล้วส่งให้พริบพราวแก้วหนึ่ง เธอดื่มปั๊บร้องลั่นว่าขม ทำไมไม่ใส่น้ำตาลกับครีม

    “อ้าว! ก็ตอนเป็นแอบรักผมเห็นคุณถ่ายรูปแก้วกาแฟให้ดู ผมเห็นเป็นกาแฟดำ ผมก็เลยชงกาแฟดำให้” ปราณนต์ทำหน้างง

    พริบพราวชะงักแก้ตัวว่ากาแฟนั่นใส่น้ำตาลกับน้ำผึ้ง ปราณนต์จึงขอโทษจะทำให้ใหม่แต่พริบพราวบอกไม่เป็นไร พยายามฝืนกินขมๆแบบนั้น

    ooooooo

    คืนนั้นในร้านคาราโอเกะ ศรันยูสนุกกับการร้องเพลงจนลืมแอ๊บแมน พริบพราวกับปราณนต์ก็พลอยสนุกสนานไปด้วย ปราณนต์กล่าวขอโทษทุกคนที่ทำให้ไม่สบายใจ ตนกับพริบพราวไม่ตั้งใจจะปิดบัง โกหกหรือหลอกลวง ขอให้ทุกคนลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจนี้

    ศรันยูเบ้หน้าแอบเอามือถือมาอัดคลิป พริบพราวตั้งใจขอโทษแสนดี ปราณนต์ช่วยพูดจนเธอใจอ่อนแต่ก็ยังคาใจ ปราณนต์กับพริบพราวจูงมือกันร้องเพลงหวานดูสวีตกันสุดๆ

    ในขณะที่ลิปดาพาอวัศยามาร้านอาหารหรูบนตึกสูง แล้วสารภาพว่าไม่ได้นัดลูกค้า เพียงอยากให้เธอเป็นแขกวีไอพีของเขา ให้สมกับที่ปรับลุคเปลี่ยนตัวเองจนสวยขนาดนี้ อวัศยาเคลิ้มอดถามไม่ได้ว่าไม่ตลกจริงหรือ ลิปดาย้ำว่าสวยจริงๆและขอให้เธอมั่นใจ

    “จะว่าไป ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ที่ฉันกล้าลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ ขอบคุณบอสมากที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นดีไซเนอร์แล้วก็เป็นสปอนเซอร์ให้ด้วย ขอบคุณค่ะ”

    “เวลาคุณพูดดีๆกับผมแบบนี้ ก็น่ารักดีนะ พูดดีๆกับผมแบบนี้บ่อยๆสิ ผมชอบ”

    อวัศยามองแววตาอ่อนโยนของลิปดาอย่างสงสัย พนักงานยกอาหารมาวาง มือถือลิปดาดังขึ้น เขามองหน้าจอแล้วบอกว่าแม่โทร.มา อวัศยายิ้มดักคอจะคุยกับสาวก็ไม่ต้องเอาแม่มาอ้าง

    “สวัสดีครับแม่ แม่ครับมีคนเขาไม่เชื่อว่าผมคุยกับแม่ เดี๋ยวแม่คุยกับเขาหน่อยนะครับ...แม่ผมจะคุยด้วย” ลิปดาส่งมือถือให้ อวัศยาหาว่าเล่นมุก เขาเอ็ดอย่าให้ผู้ใหญ่รอ ทางไกลด้วย

    อวัศยาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกล่าวสวัสดี ปลายสายน้ำเสียงผู้ใหญ่ใจดี เธอหน้าเหวอ ลิปดาพยักหน้าแม่จริงๆให้คุยเลย เสียงปลายสายทัก “ฮัลโหลหนูเป็นใครคะ ชื่ออะไรลูก”

    “เอ่อ...อวัศยาค่ะ หนูชื่ออวัศยา”

    “อ๋อหนูอวัศยา ได้ยินแต่ชื่อเพิ่งได้ยินเสียง นี่ลิปเขาพูดถึงหนูให้คุณแม่ฟังบ่อยๆเลยนะ ไม่ต้องห่วง มีแต่เรื่องดีๆ ขอบคุณมากที่ช่วยลิปทำงานและดูแลกันและกันมาอย่างดี ไม่ต้องห่วงนะนี่แม่เอง ไม่ใช่สาวอื่นหรอก” อวัศยาหัวเราะเก้อๆ “ยินดีที่ได้คุยกันนะ อ้อ หนูเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ลิปพูดถึงทุกครั้งที่คุยกัน หนูเป็นผู้หญิงที่พิเศษสำหรับลิปมากนะลูก”

    อวัศยามองหน้าลิปดา กล่าวสวัสดีกับแม่ของเขาแล้วส่งสายให้เขา...ลิปดาขอตัวออกไปคุยข้างนอก อวัศยาก้มหน้าเขี่ยอาหารเขินๆ ทันใดศรันยูส่งคลิปมาให้ มีข้อความแปะมาว่า ไม่ได้จะซ้ำแต่อยากให้ทำใจ...อวัศยาอ่านแล้วงงจึงเปิดคลิปดู

    ด้านลิปดาคุยกับแม่ “พี่องศาโทร.ไปคุยกับแม่เรื่องเปิดบริษัทเนี่ยนะ แม่ไม่ต้องโอเคอะไรทั้งนั้น ผมไม่ได้อยากทำกับเขา ถ้าเขาเอาชื่อผมไปอ้าง แม่ไม่ต้องเชื่อเลยนะครับ...”

    อวัศยาเห็นคลิปแล้วตัวชาสติแตก น้ำตาไหลพราก ลิปดามองมาเห็นอาการเธอจึงรีบบอกแม่ว่ากลับบ้านจะโทร.กลับไปหา...แล้วรีบเดินมาที่โต๊ะ อวัศยาลุกพรวดจะเดินหนี เขาตกใจดึงไว้

    “ผมไม่ให้คุณไป คุณเป็นอะไร ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่ถามแต่อาการคุณวันนี้ทำให้ผมเปลี่ยนใจ บอกผมได้ไหมว่าเป็นอะไร ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทั้งดื่มเหล้าทั้งมึนจนทำไฟไหม้ห้อง บอกมาเกิดอะไรขึ้น” อวัศยาหันมาจ้องหน้าทำนองไม่รู้จริงหรือ ลิปดาคาดคั้น “ตั้งแต่รู้จักกันมาคุณไม่เคยเป็นแบบนี้ ผมจะไม่ยอมให้คุณปิดปากเงียบอีกแล้ว คุณต้องพูด ต้องระบายออกมา ผมอยู่ตรงนี้รอฟังอยู่ อยากจะพูดอะไรก็พูดออกมา อยากจะทำอะไรก็ทำออกมา”

    สิ้นเสียงลิปดา อวัศยาก็ฟาดฝ่ามือลงบนหน้าเขาฉาด ลิปดาหน้าหัน อวัศยาระเบิดอารมณ์ “บอสรู้เรื่องที่ฉันเป็นแอบรัก และรวมหัวกับเด็กนั่นสวมรอยเป็นฉันหลอกปราณนต์ทำไม ทำไมบอสต้องทำกับฉันแบบนี้ ทำไม! ตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยสนใจใครและไม่คิดจะสนใจ ปราณนต์เป็นผู้ชายคนเดียวที่ทำให้ฉันคิดถึง ฉันยอมทำอะไรบ้าๆ ยอมแชตออนไลน์ ยอมโกหก ยอมเล่นละครเพราะต้องการอยู่ใกล้เขา ทำไมบอสต้องเข้าข้างพริบพราวแล้วมาทำร้ายจิตใจฉันแบบนี้”

    ลิปดาเห็นอวัศยาน้ำตาพรั่งพรูจึงดึงเธอมากอด เธอตกใจดิ้นสะบัดตัว แต่เขาก็ยื้อกอดแน่น บอกให้เธอสงบและฟังตนอธิบายก่อน ถ้าไม่ฟังก็ไม่ปล่อย “อยากให้ปล่อยก็ต้องฟัง โอเคผมยอมรับว่าผมรู้เรื่องคุณเป็น

    แอบรักจากเมลที่คุณส่งผิด แต่ผมไม่ได้บอกพริบพราว เขารู้ด้วยตัวเขาเองวันที่คุณประสบอุบัติเหตุ ผมไม่ได้รวมหัววางแผนอะไรทั้งนั้น และผมก็ไม่รู้เรื่องสวมรอยอะไรเลย ถ้าคุณไม่เชื่อไปเรียกพริบพราวมาถามตอนนี้เลยก็ได้ ผมไม่รู้เรื่องจริงๆว่าพราวทำอะไรลงไป แต่ถ้าการที่คุณได้ตบ ได้ด่าผม ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นก็ทำเลย...ผมยอม”

    อวัศยาหยุดดิ้น สติกลับมาบอกเขาว่าอยากกลับบ้าน ลิปดางงแต่ก็พาเธอกลับ...ถึงคอนโด อวัศยาเอาผ้ามาประคบแก้มให้ลิปดาอย่างรู้สึกผิด ขอโทษที่เห็นเขาสนิทสนมกับพริบพราวเลยคิดไปเอง ลิปดายืนยันว่าเขาสนิทกับพริบพราวน้อยกว่าสนิทกับเธออีก เขาไม่มีวันร่วมมือกับพริบพราวทำให้เธอเสียใจแน่...ลิปดาเห็นว่าอวัศยาเริ่มเข้าใจและตัวเองก็โดนตบมาสองครั้งแล้ว จึงขอถามว่าทำไมอวัศยาถึงชอบปราณนต์ทั้งที่เพิ่งรู้จัก อวัศยา คิดย้อนไปถึงเมื่อหลายเดือนก่อน ที่ปราณนต์ช่วยตนไว้ไม่ให้ถูกรถชนท่ามกลางฝนกระหน่ำ คิดถึงความอบอุ่นและแสนดีของเขา ตอนนั้นปราณนต์เหมือนฮีโร่ จนเชื่อว่าผู้ชายคนนี้พิเศษ เราจะได้เจอกันอีกแน่ แล้วก็เป็นจริง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:45 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์