ข่าว

วิดีโอ



แอบรักออนไลน์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กัลยาณมิตร และ สุธิสา วงษ์อยู่

กำกับการแสดงโดย: อำไพพร จิตต์ไม่งง

ผลิตโดย: บริษัททอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ปริญ สุภารัตน์,คิมเบอร์ลี แอน โวเทมัส,แอน ทองประสม,ปีเตอร์ คอร์ปไดเรนดัล

ปราณนต์กุมแผลมุมปาก ลิปดายืนเหวอเมื่อรู้ว่าอวัศยาลาออก ปราณนต์ย้ำมันเป็นไปแล้ว เธอเพิ่งเขียนใบลาออกเมื่อเช้า ลิปดาย้อนถาม แล้วเรื่องแต่งงาน เรื่องแก่ เรื่องไม่อยากแต่ง

“ผมโกหกครับ” ปราณนต์ยิ้มแต้

ลิปดาถอนใจโล่งอก ปราณนต์บอกอีกว่าตนกับอวัศยาเลิกกันแล้ว ลิปดาตกใจถามทำไม

“เพราะพี่ศยาเขามีคนอื่นอยู่ในใจ คนที่ไม่ใช่ผม พี่ศยาไม่ได้รักผม”

ลิปดาหัวใจพองโต “เป็นไปไม่ได้ ศยาเขารักคุณ เขาเครซี่คุณจะตาย ตอนคบกันก็ดูแฮปปี้ดี วันก่อนเพิ่งจะควงกันไปงานแต่งงานอยู่เลย”

“เราสองคนหลอกตัวเองว่าเรามีความสุข ทั้งๆที่ความจริงแล้ว มันไม่ใช่ พี่ศยาตัดสินใจถูกแล้วครับที่ยุติความสัมพันธ์ของเรา เป็นพี่เป็นน้องเป็นเพื่อนกันดีกว่าเยอะเลยครับ”

“ที่คุณบอกว่า ศยามีคนอื่นอยู่ในใจ รู้รึเปล่าว่าใคร” ลิปดาเลียบเคียงถาม

ปราณนต์ชี้ไปที่กระจก พอลิปดาหันมองก็เห็นหน้าตัวเอง ปราณนต์ย้ำว่าคนที่อวัศยารักคือคนที่อยู่ในกระจก เขาเห็นใครก็คนคนนั้น ลิปดาแทบไม่อยากเชื่อหัวใจเต็มตื้นไปด้วยความดีใจ

“ไม่จริง! จะเป็นผมได้ยังไง โดนยิงยังไม่มาเยี่ยมสักครั้ง โทร.มาถามสักคำก็ไม่เคย”

“พี่ศยาเขาไม่เข้าใจตัวเอง เขาพยายามจะหลอกตัวเอง และไม่ยอมรับความจริง”

“ถามจริง!”

“ตอบตรง...เอางี้บอส พูดกันแบบแมนๆ ไม่ใช่เจ้านายลูกน้อง ผมมีวิธีพิสูจน์ให้บอส เอ่อ ให้พี่ลิปเห็นว่าพี่ศยาเขาชอบพี่ แต่มันมีการเล่นละครตบหน้านิดหน่อย พี่ลิปทำได้รึเปล่า”

“ที่จริงผมก็ไม่เคยเล่นละคร ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหม แต่ถ้าทำแล้วรู้ใจศยาว่าคิดยังไงกับผม...ผมพร้อมจะทำ” ลิปดาตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ปราณนต์แอบยิ้มเจ้าเล่ห์

เมื่อเช้าก่อนหน้าที่ปราณนต์มาหาลิปดา อวัศยากับเขาคุยกันหน้าออฟฟิศ เธอมาลาออก ปราณนต์ตกใจ เธอย้ำ “ใช่ นอกจากลาออกแล้ว ฉันยังจะมาบอกอะไรกับเธอบางอย่าง เธอจะได้รู้ตัว...รู้ตัวว่าใจเธอเองก็ไม่อยู่ที่แอบรักเหมือนกัน เธออยู่กับพี่ แต่ใจเธอก็ลอยไปที่อื่นแล้วก็ฝืนๆ ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ต่างกัน...แต่ พี่จะไม่จูบเธอเพื่อเป็นการพิสูจน์หรอกนะ เสียใจด้วย”

ปราณนต์หัวเราะเขินๆ “สรุปว่าเราสองคนเป็นเหมือนกัน”

“คือฝืน และไม่รู้ใจตัวเอง หมดเวลาที่เราจะทำอะไรที่มันตรงข้ามกับใจเราแล้ว ณนต์...ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา เธอทำให้พี่เรียนรู้อะไรมากมาย”

“ผมก็ต้องขอบคุณพี่ศยาด้วยครับ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากพี่”

“นอกจากพี่ อีกคนที่เธอควรขอบคุณ คือพริบพราว... พราวเป็นห่วงและรักเธอมากนะ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ เพื่อลบล้างความผิดที่เขาเคยทำ พราวอาจจะผิดที่สวมรอยเป็นแอบรัก แต่เขาทำเพราะความหวังดี เขาไม่อยากให้เธอเสียใจที่พี่ไม่จริงใจกับเธอ พราวเขารักเธอมากจริงนะ... เขารักณนต์ที่เป็นณนต์ ในโลกความเป็นจริงไม่ใช่ในโลกออนไลน์แบบพี่หรือแอบรัก”
ปราณนต์ฟังแล้วอึ้งคิดถึงพริบพราวอย่างจริงจัง...

ตกเย็น เขาโทร.ไปที่บ้านพริบพราว แววรับสายและบอกว่า พริบพราวไปต่างประเทศแล้ว เขาตกใจรีบถามจะกลับเมื่อไหร่

“น่าจะอีกนาน พราวสมัครงานไว้ มีหลายบริษัทติดต่อมา ถ้าผ่านสัมภาษณ์ คงจะอยู่ทำงานที่โน่นเลย นี่พราวเขาไม่ได้บอกณนต์เหรอ”

“ปละ...เปล่าครับ ไม่ได้บอก พราวไม่ได้บอกอะไรเลยครับ” ปราณนต์เสียใจ

ooooooo

ในสวนสวยเมืองมิวนิก พริบพราวเดินเหงาเศร้าๆ อยู่คนเดียว รอบๆ ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี หนุ่มสาวเดินคลอเคลียเป็นคู่ เธอยิ่งสะท้อนใจคิดถึงปราณนต์

ทางทะเลไทย รีสอร์ตของอรุณอยู่ติดทะเลบรรยากาศร่มรื่น อวัศยายืนเหม่อมองเศร้าๆ อรุณออกมาชวนเข้าไปทานข้าว อวัศยาตอบว่ายังไม่หิว อรุณเข้ามาลูบไหล่ “ยายดีใจนะที่หนูลาออกและกลับมาช่วยงานยาย แต่ยายแค่เสียดาย ทำมั้ย...ทำไม ทำไมต้องเลิกกับพ่อลิป ผู้ชายดีๆ น่ารักแบบนั้น หาแบบนั้นไม่ได้อีกแล้วนะหายากสุดๆ”

“ยายคะ...” สายตาอวัศยาเว้าวอนไม่อยากให้ยายพูดถึง

“อะๆ ยายไม่พูดถึงพ่อลิปก็ได้ เฮ้อ...ก็แค่เสียดาย งั้นยายไปเดินเล่นดูรอบรีสอร์ตก่อนนะ เออนี่...จะให้ยายเรียกประชุมผู้จัดการเมื่อไหร่ก็บอกนะ ยายอยากจะรีบประชุมและโยน เอ๊ย! ฝากงานให้ศยาดูต่อเต็มทีแล้ว ส่วนเรื่องผู้ชายไม่ต้องห่วงนะ ยายมีในสต๊อกอีกเพียบ จะให้เรียกมาดูตัวเมื่อไหร่บอกเลย ยายจัดให้” อรุณหัวเราะอารมณ์ดี

อวัศยายิ้มขำๆ มองยายเดินไป คล้อยหลังยายก็ทำหน้าเศร้าต่อ ทันใด เสียงไลน์ดังขึ้นหลายครั้ง เธอชักหงุดหงิดใครแชตเข้ามาอีก พอมองเห็นชื่อ...ซิลลูเอท ก็แปลกใจใครกัน เปิดดูข้อความเป็นกลอนภาษาอังกฤษยาวมากยิ่งสงสัยใครมาอารมณ์ไหน ไม่ทันจะอ่าน สาวใช้วิ่งมาบอกว่ามีคนมาขอพบ...อวัศยามาที่ซุ้มดอกไม้สวย เห็นผู้มาเยือนคือจารวี...เธอยื่นซองเอกสารให้

“นี่ค่ะ เอกสารที่จะทำให้คุณศยาเข้าใจอะไรๆดีขึ้น”

อวัศยาเปิดดูแล้วตกใจ “เอกสารรับรองบุตร!”

“ค่ะ ตอนนี้แจนกับสามีกลับมาคืนดีกันแล้ว เราไม่ต้องใช้ชื่อลิปมารับรองความเป็นพ่อแล้วค่ะ” อวัศยาเหวอที่ลิปดาไม่ใช่สามีของจารวี “ไม่ใช่ค่ะ เราสองคนเคยเป็นแฟนกัน คบกันตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง แต่เราเลิกกันตอนปีสุดท้าย และแจนก็มาแต่งงานกับสามี แต่มีปัญหาก็เลยเลิกกัน ตอนนั้นแจนตั้งท้องน้องเจมส์ แจนไม่อยากใส่ชื่อสามี ก็เลยขอให้ลิปมาเป็นพ่อ...”

จารวีสาธยายว่าตอนนี้คืนดีกับสามี ก็เลยถอนชื่อลิปดาออก ใส่ชื่อพ่อตัวจริงแทน และอีกไม่กี่วันครอบครัวตนก็เดินทางไปอยู่อังกฤษ “เฮ้อ...ได้พูดความจริงสักที แจนอึดอัดเก็บเรื่องนี้มานานแล้วค่ะ แต่ลิปขอร้องไม่ให้บอกคุณ เขาคิดว่ามันไม่มีประโยชน์เพราะคุณศยากำลังคบกับน้องณนต์ บอกไปก็ไม่ได้ทำให้คุณหันมารักเขา เขายอมให้คุณเข้าใจผิดและแอบรักคุณต่อไป”

“บอสเนี่ยนะคะ แอบรักฉัน!”

“นี่คุณไม่รู้ตัวเลยเหรอคะ ลิปเขาแอบรักคุณศยามาตั้งแต่เริ่มทำงานด้วยกัน เขาเล่าถึงคุณตั้งแต่วันแรกที่เจอ และก็พูดถึงบ่อยมากๆ”

“แต่บอส สาวตรึมจะตาย เขาจะมาชอบฉันได้ยังไง”

“ที่ลิปคบคนโน้นคนนี้ แต่ไม่มีใครที่เขาคบได้นานเลยนะคะ เพราะผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจเขาคือ...คุณ” จารวีสรุป “ลิปเขาแอบรักคุณศยามานานแล้วค่ะ และทุกวันนี้ก็ยังคงแอบรักอยู่ แจนมาเพื่อพูดแค่นี้แหละค่ะ เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว แจนขอตัวกลับก่อนนะคะ”

อวัศยาขอบคุณ จารวีกลับไปด้วยความสบายใจ แต่อวัศยายังอึ้งอยู่ พลันมีไลน์ดังเข้ามา เธอเห็นชื่อซิลลูเอทอีกแล้ว ชักแปลกใจใครกัน...เธอหาที่สงบๆเปิดอ่าน

“ขอโทษครับ ลืมส่งภาษาไทย” อวัศยางงอ่านบทกลอนที่แปลเป็นไทย “เจ็บที่รักแล้วไม่ได้รับรักตอบ แต่เจ็บยิ่งกว่าถ้าชอบแล้วไม่กล้าเผยใจ...ยินเสียงใดไพเราะนั่นคือเสียงเธอ เมื่อใดได้กลิ่นหอมรัญจวนคือเธออยู่ใกล้” อวัศยาฉุกคิดถึงลิปดาตอนอยู่ด้วยกัน “เมื่อใดที่บรรเลงเพลงอันไพเราะ นั่นคือเพลงของเรา...เมื่อใดที่เห็นทัศนียภาพอันสวยงาม คือยามที่ฉันมองหาเธอ...คืนใดที่ฉันฝันดี คืนนั้นฉันอยู่กับเธอ...เมื่อใดที่ฉันคิดถึงชีวิตอันงดงาม มันคือความทรงจำเกี่ยวกับเธอ” ยิ่งอ่านอวัศยายิ่งอึ้งภาพการกระทำต่างๆที่ลิปดาทำให้ผุดขึ้นประกอบ

คำพูดของจารวีตอกย้ำที่ว่าลิปดาแอบรักตนและทุกวันนี้ก็ยังแอบรักอยู่ แม้แต่แม่ของเขาก็บอกว่า เขาพูดถึงแต่ตน และที่ลิปดาบอกนางแบบที่มาลุยที่ห้องว่า เขาไม่เคยพาใครมาที่ห้องนอกจากตน...อวัศยาครุ่นคิด ตัดสินใจส่งข้อความกลับไปทักทาย...สวัสดีค่ะ

อัลบั้ม: เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวสี่คน ใน "แอบรักออนไลน์"

ลิปดายังอยู่กับปราณนต์ เขาดีใจมากที่อวัศยาตอบกลับ ปราณนต์ทำท่ากำมือดึงเข้าหาตัว “เยี่ยม บอสตอบกลับไปเลย แต่เดี๋ยว...อย่าเพิ่งรีบ รอแป๊บนึง ทิ้งช่วงหน่อย สักสิบวินาที”

พอเวลาผ่านไปสักแป๊บ ปราณนต์ก็บอกลิปดาให้ตอบกลับ ลิปดาไม่รู้จะพิมพ์อะไรเพราะไม่คุ้นเคยการคุยแบบนี้ ปราณนต์ย้ำคุยอะไรก็ได้ที่ไม่ให้อวัศยารู้ว่าเป็นเขา ลิปดาครุ่นคิด “โอเค...นึกออกแล้ว” แล้วลิปดาก็พิมพ์คำว่า สวัสดีครับ

“โธ่บอส! คิดตั้งนานได้แค่เนี้ย”

“อ้าว แล้วจะให้ส่งว่าไง เฮ้ย! มาอีกแล้ว...เรารู้จักกันหรือเปล่าคะ” ลิปดาอ่าน

“นั่นไง ตอบกลับมายาวขนาดนี้ แสดงว่ามีใจ” ปราณนต์ร้องบอก

“เฮ้ย แค่เนี้ย รู้เลยเหรอ” ลิปดางง

“รู้ เชื่อผม ถ้าพี่ศยาไม่สนใจ บล็อกนายซิลลูเอทไปแล้ว แต่นี่ทักกลับและชวนคุย แสดงว่ามีใจชัวร์ บอสลุยต่อได้เลย ตามแผน...คุยอะไรก็ได้ แต่อย่าให้รู้ว่าเป็นบอส”

ลิปดาเดินครุ่นคิด พิมพ์ตึ๊ดๆ แล้วกดส่ง...อวัศยาเปิดอ่าน “ไม่ครับ คงไม่รู้จักกัน”

อวัศยาไม่เชื่อ พิมพ์กลับไปว่า...ถ้าไม่รู้จักแล้วคุณเป็นใคร ทำไมส่งข้อความหาฉันได้...ลิปดาอ่านแล้วคิดคำตอบ...พิมพ์ไปว่า “เราอาจจะเคยคุยกันทางโทรศัพท์ แล้วมันก็เชื่อมต่อมาที่ไลน์ ผมก็เลยเห็นคุณ โลกของเทคโนโลยีทำให้เราติดต่อกันง่ายขึ้น แต่รู้จักกันน้อยลง”

อวัศยาอ่านแล้วเห็นด้วย พิมพ์กลับ “ก็จริง คนบางคนที่เราแชตด้วย คุยด้วยทางออนไลน์เหมือนสนิทสนมรู้ใจ แต่ในความเป็นจริง เรากลับไม่รู้จักเขาเลย”

ปราณนต์เห็นลิปดาอ่านแล้วยิ้ม แสดงว่าเริ่มสนุก จึงบอกให้เขาสู้ๆ ก่อนจะถอยออกมาปล่อยให้ลิปดาเพลิดเพลินกับการแชต ลิปดาแชตกลับไปว่า “แต่ตอนนี้คุณกำลังทำความรู้จักผม และผมก็กำลังทำความรู้จักคุณ อย่างแรกที่ผมรู้ คุณน่าจะชอบกลอนที่ผมส่งมา”

อวัศยายอมรับ “เดาเก่งมากค่ะ ใช่ค่ะ ฉันชอบกลอนของคุณ”

“ตามความเชื่อของผม มีคนอยู่สองประเภทที่จะซาบซึ้งกับกลอน คือคนมีความรักและคนอกหัก...คุณเป็นประเภทไหน”

“ฉันคงเป็นทั้งสองประเภทพร้อมๆกันมั้งคะ”

“คุณเป็นทั้งสองประเภท ส่วนผมไม่เป็นทั้งสองแบบครับ ผมแค่ชอบอ่านกลอนและแบ่งปันให้คนอื่นๆ แต่ไม่รู้ว่าจะส่งให้ใคร เลยส่งไปตามไลน์คนที่คิดว่าอาจจะชอบ แล้วผมก็เจอคุณ เอาล่ะ ผมเล่าเรื่องของผมแล้ว คุณเล่าเรื่องคุณบ้าง”

อวัศยาอ่านแล้วพิมพ์กลับไปว่าทำไมต้องเล่า ไม่ได้รู้จักกัน ลิปดาโต้ เพราะไม่รู้จัก ถึงเล่าได้ เรื่องบางเรื่อง มันยากที่จะเล่าให้คนใกล้ตัวฟัง อวัศยาเบ้หน้าพิมพ์โต้ตอบ “คุณเจ้าเล่ห์เหมือนใครคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก เขาเป็นบอสฉันเอง แต่ฉันเพิ่งลาออก ก็เลยกลายเป็นอดีตบอส”

ลิปดาดีใจที่ทำให้อวัศยาคิดถึงได้ จึงพิมพ์ย้ำ “ไม่หรอกครับ คนอย่างผมไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนแน่นอน ว่าแต่ว่าคุณจะเริ่มเล่าหรือยังครับ ผมอยากรู้จะแย่อยู่แล้ว”

อวัศยาไม่ตอบในทันที ลิปดาเริ่มร้อนรนทำไมเงียบ นึกขำ คนติดแชตเป็นอย่างนี้นี่เอง

ooooooo

ปราณนต์ขี่จักรยานกลับมา พบรุ้งลดารออยู่หน้าบ้าน เธอมาลาเพราะได้งานที่เชียงใหม่ อยากขอโทษและขอบคุณ ฝากขอโทษพริบพราวด้วยตนติดต่อเธอไม่ได้ ตนเคยไม่ชอบหน้า หมั่นไส้ต่างๆนานา แต่ตอนนี้ไม่คิดแบบนั้นแล้ว รุ้งลดานึกถึงที่พริบพราวช่วยปกป้องจากองศา

จนดึก มีเสียงไลน์ดัง ลิปดาถลาไปกดอ่าน “มาแล้ว! เรื่องของฉันเกิดขึ้นไม่นานมานี้...มีผู้ชายสองคนเข้ามาในชีวิต ฉันจะเรียกว่านายพี กับนายแอล ก็แล้วกัน เรื่องมันเริ่มจาก ฉันแอบรักพี แต่มีเหตุขัดข้องบางอย่างทำให้ฉันบอกเขาไม่ได้ แต่คนที่ฉันคุยด้วยมากที่สุดคือแอล มันเป็นความผูกพันที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว...” ลิปดาแทรกว่าเธอรักแอล อวัศยาชักสงสัยจึงพิมพ์กลับไปถาม “ทำไมคะ คุณรู้จักเขาหรือไงถึงได้กล้าฟันธง และถึงแม้ฉันจะรักแอลแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะหัวใจของแอลไม่ได้ว่างสำหรับฉัน เขามีคนรักแล้ว”

ลิปดาร้อนตัวแทรก “แอลเนี่ยนะมีคนรักแล้ว ใครครับ แล้วคุณรู้ได้ยังไง คิดไปเองรึเปล่า”

อวัศยาขำที่เขาร้อนตัว ตอบกลับไปว่า “ไม่ได้คิดไปเองค่ะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนเก่าของเขา ทั้งสองคนยังคบกันอยู่และมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ฉันเลยถอยห่างไม่เข้าไปยุ่งกับเขา”

ลิปดาขมวดคิ้วคิด ตนส่งจารวีไปเคลียร์เรื่องนี้แล้ว ทำไมยังคิดแบบนี้ หรือว่าจะลักไก่ ตนไม่หลงกลแน่ จึงพิมพ์กลับไป “ผมว่าคุณเข้าใจผิด ถ้าเขายังรัก เขาจะมายุ่งกับคุณทำไม”

“เพราะฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงคนนึงที่ผ่านเข้ามาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ เขาไม่เคยคบใครนาน ยกเว้นผู้หญิงคนนี้ ฉันเหมือนคนไม่มีค่า เลยตัดใจจากแอลจอมเจ้าชู้... ฉันกลับไปรักพีให้สมกับที่เขาดีกับฉัน ฉันเหมือนหนีร้อนมาพึ่งเย็น แต่เอาจริงๆมันไม่ใช่เลย” ลิปดาแทรก เธอกำลังหลอกตัวเองและหลอกพีว่ารักเขา “คุณจะรู้จักฉันมากไปแล้วนะคะ คุณซิลลูเอท คุณเป็นใครกันแน่”

ลิปดาอมยิ้มแกล้งไม่ตอบปล่อยให้รอบ้าง อวัศยารู้สึกสบายใจที่ได้คุย พอรู้สึกว่าเขาไม่ตอบกลับมา ก็รู้ว่าคงแกล้งให้รอ จึงวางเครื่องล้มตัวลงนอนไม่สนใจ...ต่างฝ่ายต่างนอนอมยิ้ม

รุ่งเช้า ปราณนต์ยื่นจดหมายลาออกบอกอยากกลับไปเป็นวิศวกรเหมือนเดิมและก็ได้งานใหม่แล้ว แม้ลิปดาจะเสียดายแต่ไม่อยากขัดจึงบอกมีอะไรให้ช่วยยินดีถือว่าตนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมยังไม่ไปจากชีวิตบอส เอ่อ...พี่ลิปแน่ เพราะภารกิจของผมยังไม่เรียบร้อย สถานการณ์การแชตเป็นยังไงบ้างครับ พี่ศยายอมใจอ่อนรึยัง” ปราณนต์ยื่นหน้าถาม

ลิปดายื่นหน้ามาตอบใกล้ๆ “พี่ว่า...คงเกือบแล้ว...”

ตกบ่าย ลิปดาแชตต่อว่าอวัศยา...เธอโวยกลับมา “ก็ฉันยังสับสนอยู่ไม่รู้หรือไง”

“คุณยังจะสับสนอะไรอีกฮะ ผู้หญิงคนนั้นเขาก็พูดออกมาชัดเจนแล้วว่าไม่มีอะไรกัน”

อวัศยาย้อนถาม จะให้ตนทำอย่างไร เก็บข้าวของไปหาเขาที่กรุงเทพฯเลยหรือ...ลิปดาพิมพ์สวน แล้วจะรออะไรอยู่ หรือว่าเสียดายพีขึ้นมา เลยไม่กล้าไปหาแอล... อวัศยาหยุดสิ่งที่ทำหันมาตั้งหน้าพิมพ์ “เอ๊ะ! คุณซิลลูเอท วันนี้คุณเป็นอะไรฮะ มาหงุดหงิดใส่ฉันทำไมเนี่ย”

ลิปดารู้สึกตัวจริงด้วย จึงพิมพ์กลับ “คุณพูดถูกวันนี้ผมหงุดหงิด...ผมไปดีกว่า” แล้วปิดเครื่องไปดื้อๆ อวัศยาร้องเฮ้ย! เอาแต่ใจแบบนี้ นี่มันนิสัยบอสชัดๆ...นึกอยากเห็นหน้าเสียแล้ว

วันต่อมา ลิปดาเล่าให้ปราณนต์ฟัง เขาปรามอย่าวู่วามจะเสียแผน ที่อวัศยายอมเล่าอะไรให้ฟังแสดงว่าเธอเริ่มไว้ใจ รออีกนิด เธอต้องเดินตามแผนแน่ ลิปดาชักท้อ แต่พลันอวัศยาก็ส่งข้อความมา เขาตื่นเต้นรีบเปิดอ่าน “ทำไมคุณถึงดูสนอกสนใจเรื่องของฉันจัง”

ปราณนต์เห็นเข้าทางให้รีบตอบ ลิปดาจึงพิมพ์กลับไปถาม “คุณกำลังสงสัยในตัวผม”

อวัศยาโต้ ตนชักไม่ไว้ใจในตัวเขา...ลิปดาใจเสียรีบอธิบาย อย่าคิดแบบนั้น ตนเสียใจ...อวัศยาเห็นว่าตัวเองไว้ใจคนแปลกหน้ามากเกินไป จะไม่คุยอะไรอีกจนกว่าจะรู้จักมากกว่านี้...ปราณนต์ตบโต๊ะผาง...บอกเข้าแผนแล้วจัดการเลย ลิปดาพยักหน้าพิมพ์กลับ

“ถ้าได้เห็นหน้าผม จะทำให้คุณไว้ใจผมมากขึ้นหรือเปล่า เห็นหน้าจริงๆนะครับไม่ใช่แค่ส่งรูป ถ้าคุณอยากเห็นหน้าผมก็ออกมาพบกัน คุณจะได้รู้ว่าผมน่าไว้ใจรึเปล่า”

อวัศยาครุ่นคิดก่อนจะตอบไปว่าตนไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ลิปดารีบบอกว่าจะไปหาเธอเอง ตนจะถือกุหลาบขาวหนึ่งช่อไปรอ ให้เธอถือมาด้วยช่อหนึ่งเพื่อจะได้รู้ว่าคนไหน...อวัศยาคิดสักพักก่อนจะตอบตกลงตามนั้น...ลิปดาดีใจแต่อดหวั่นใจไม่ได้ถ้าเธอไม่มา ปราณนต์เชื่อว่าเธอต้องมา

ooooooo

วันนัดหมายในสวนสวยของรีสอร์ต อวัศยาถือช่อดอกไม้ยืนรอ พลันมีเสียงข้อความเข้ามา ว่าดอกไม้เธอสวยมาก แต่สวยน้อยกว่าเธอ อวัศยารีบเงยหน้ามองหา พิมพ์ถามเขาอยู่ไหน มีข้อความตอบกลับมาว่า...หันหลังมาก็จะได้เจอ เธอค่อยๆหันอย่างตื่นเต้นในใจคิดว่าเป็นลิปดา

แต่พอชายคนนั้นเดินมาใกล้ ต้องตกใจเพราะเป็นปราณนต์...เขาถามเธอผิดหวังมากหรือ อวัศยาโวยเล่นอะไร...ปราณนต์ดักคอ “ถ้าเป็นผู้ชายอีกคน พี่ศยาจะดีใจมากกว่านี้ใช่ไหมครับ”

“พูดอะไรของเธอ ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วยนะ”

“ผมไม่ได้ล้อเล่น ผมพูดจริงๆ เรื่องจริงที่พี่ศยาต้องยอมรับ ถ้านายซิลลูเอตเป็นพี่ลิปดา พี่ศยาคงไม่ทำหน้าผิดหวังแบบนี้...เงียบแบบนี้แสดงว่ายอมรับ เพราะไม่เถียง”

อวัศยาโวยหมดเวลาไร้สาระ ว่าแล้วก็หันหลังกลับ ปราณนต์ย้ำ “แต่พี่ศยาคิดถูกนะครับ เพราะซิลลูเอตที่แท้จริงแล้ว คือพี่ลิปดาไม่ใช่ผม” อวัศยาหันกลับมา “คนที่แชตจริงๆคือบอสไม่ใช่ผม แต่ถ้าเปิดตัวว่าบอสเป็นซิลลูเอตตั้งแต่แรก บอสก็จะไม่ได้เห็นหน้าตอนพี่ศยาผิดหวัง”

“นี่เธอพูดอะไรของเธอพี่เริ่มงงแล้ว จากงงจะเริ่มหงุดหงิดจากหงุดหงิดจะเหวี่ยงแล้วนะ”

ปราณนต์ขำ รีบตะโกนเรียกลิปดาออกมาก่อนที่ตนจะโดนเหวี่ยง อวัศยาหันมอง...ลิปดาเดินออกมา อวัศยาอึ้งโวยสองคนรวมหัวกันหลอกตนหรือ ตนไม่ใช่ตัวตลก ลิปดาติงไหนว่าเปิดเผยความจริงแล้วจะไม่โกรธ อวัศยาสวน โกรธ...โกรธมากด้วย ปราณนต์ขอให้เธอใจเย็นฟังคำอธิบายก่อน ลิปดาเสริม “ใช่ฟังก่อน ไม่ใช่หลับหูหลับตาด่า ไม่ฟังแบบนี้”

อวัศยาเอาช่อดอกไม้ตีลิปดาหาว่าด่าตน ลิปดาร้องลั่น...เตือนไม่ได้ด่า เธอสวนมันก็คือด่า

“อ้าวเฮ้ย! อะไรเนี่ย ตีสองทีแล้วนะ ผมไม่ได้เป็นคนคิด คนคิดอยู่โน่น ไปตีคนโน้นสิ”

อวัศยาจึงหันไปตีปราณนต์อีกคน ฐานเป็นตัวต้นคิด ปราณนต์โพล่ง ก็เพราะเธอรักลิปดาแต่เขาไม่เชื่อ...อวัศยาปรี๊ดด้วยความอาย “แล้วใครบอกว่าฉัน...รักบอส...หา”

ปราณนต์โอดโอย โกรธก็ตี อายก็ตี ตนเจ็บไปหมดแล้ว ลิปดาเห็นด้วย “เออ อายจริงๆ หน้าแดงกํ่าเลย โดนจับได้ว่ารักผมแล้วอายเหรอ”

อวัศยากรี๊ด “ไอ้บ้าบอส ณนต์ด้วย บ้าทั้งสองคนเลย พอ...ฉันจะไม่ลดตัวลงไปเล่นกับเกมบ้าๆของผู้ชายบ้าๆสองคนแล้ว บ้าจริงๆ ฉันไม่น่ามาเลย” อวัศยาปาดอกไม้ทิ้งแล้วเดินหนี

ปราณนต์รีบดันลิปดาให้ตามไป...ลิปดาวิ่งมาดักหน้า “ฟังผมก่อน...ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกว่าผมเป็นนายซิลลูเอต แต่...ผมทำเพราะผมอยากรู้ว่าคุณคิดยังไงกับผม”

อวัศยาสวนจะอยากรู้ไปทำไม เขาโต้เพราะไม่อยากเสียเธอไป ตนยอมรับว่าขี้ขลาดตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ตนไม่กล้าแสดงความรู้สึก เพราะกลัวเธอไม่รับรัก ตนไม่กล้าบอกว่าตนรักเธอ อวัศยาหน้าแดง ตบหน้าเขาผัวะ ลิปดาเหวอถามตบทำไม อวัศยาส่ายหน้า

“ไม่รู้...รู้แต่ว่ามันโกรธ มันต้องระบายออกอะไรสักอย่าง”

ลิปดาดึงเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม พอตั้งสติได้อวัศยาผลักออก ลิปดาห้าม “อย่าถามนะว่าผมจูบคุณทำไมเพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าผมรักคุณ มันต้องแสดงออกสักอย่างให้รู้ว่ารัก”

“คุณ...คุณรักฉันจริงเหรอ ฉันไม่สวยนะ ไม่สวยเหมือนสาวๆของคุณ แล้วฉันก็อายุมากกว่าสาวๆพวกนั้น นมก็เล็ก ไม่เซ็กซี่สักนิด คุณรักฉันได้ยังไง”...ลิปดาขำ

“ผมไม่ได้รักคุณที่ความสวย แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณขี้เหร่นะ โอเคคุณอาจจะ...หน้าอกไม่ใหญ่ ไม่เซ็กซี่แต่คุณเป็นผู้หญิงที่โคตรจะดีในความคิดผม คุณยืนเคียงข้างผมมาตั้งแต่วันที่ผมไม่มีอะไร ลำบากแค่ไหน คุณก็ไม่เคยทิ้งผม ผมรักคุณที่คุณเป็นของคุณแบบนี้ รักมานานแล้วและจะรักตลอดไป...ผมรักคุณนะศยา ถึงแม้คุณจะไม่รักผม แต่มันไม่ทำให้ผมหยุดรักคุณ”

อวัศยาน้ำตาไหลพราก “แล้วใครบอกว่าฉันไม่รักบอส ฉันก็ขี้ขลาดพอๆกับบอสนั่นแหละ ฉันไม่กล้ารับความรู้สึกของตัวเอง ไม่กล้าบอกไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้า...”

ลิปดาดึงเธอเข้ามาจูบอีกครั้ง เนิ่นนานและนุ่มนวล เธอรับความรู้สึกนั้นอย่างเต็มตื้น ลิปดาถอนริมฝีปาก บอกเธอ “คุณไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นนะศยา คุณคือคนพิเศษ คนสำคัญที่สุดของผม ขอให้คุณกล้าเชื่อในตัวผม ผมจะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวัง” เขาโอบกอด

ปราณนต์มองสองคนอย่างโล่งใจ เดินแยกออกมาแอบคิดถึงเรื่องตัวเองเศร้าๆ...อรุณยิ้มหน้าบานเมื่อรู้ว่าหลานสาวรับรักลิปดา อวัศยาคิดอยากช่วยพริบพราวกับปราณนต์บ้างจึงปรึกษาลิปดาไม่ได้สนใจว่าอรุณจะงงพูดเรื่องอะไรกัน ใครพริบพราวใครปราณนต์...จากนั้น ลิปดาโทร.กลับไปหาปราณนต์ ขอให้ช่วยทำงานสุดท้ายก่อนจะลาออก ให้ช่วยปั้นบริษัทลูกค้าซึ่งอยากเข้าตลาดหุ้น เขามีสาขาที่เยอรมัน โดยจะมีคนรอต้อนรับ ส่วนอวัศยาก็โทร.ทางไกลไปหาพริบพราว ให้ช่วยเทกแคร์ลูกค้าวีไอพีที่จะไปเที่ยวมิวนิก อ้างลูกค้าคนนี้สำคัญมาก พริบพราวรับปาก

อวัศยาทิ้งท้ายให้สงสัย “ขอบใจมาก อ้อ...แล้วอย่าลืมโทร.ไปแสดงความดีใจกับบอสด้วยนะ เพราะพี่ลิปของพราวคือเจ้าบ่าวของพี่ เขาคือผู้ชายที่พี่จะแต่งงานด้วย”

พริบพราวตกใจ มันเกิดอะไรขึ้นเพียงตนมาได้ไม่กี่วัน...อวัศยาบอกลิปดาทางตนเรียบร้อย ลิปดาก็บอกว่าปราณนต์จะออกเดินทางอาทิตย์หน้า...หลายวันผ่านไป ถึงวันเดินทาง อวัศยาโทร.ย้ำกับพริบพราวให้ถือกุหลาบแดงรอหน้าสวนสาธารณะ พริบพราวแทรกถามถึงปราณนต์ อวัศยาบอกสบายดีและเขาเป็นคนทำให้ตนกับลิปดาเข้าใจกัน...ส่วนลิปดาบอกปราณนต์ให้ถือกุหลาบแดงเช่นกันไปที่สวนสาธารณะบ่ายสอง

แต่ทั้งสองคลาดกันเพราะสวนสาธารณะมีหลายประตูเข้าออก พริบพราวโทร.บอกอวัศยาว่าเธอต้องย้ายไปอีกเมือง พอลิปดารู้รีบบอกปราณนต์ ให้ตามลูกค้าไปอีกเมืองอ้างเขาไปพักตากอากาศ ว่าแล้วก็ส่งรายละเอียดให้ ปราณนต์ตัดสินใจเช่ารถขับไป...อวัศยาติดต่อพริบพราวจนรู้ว่าเธออยู่ริมทะเลสาบ ระหว่างนั้นปราณนต์ฟังลิปดาอธิบายทาง เดินหาจนหันมาจ๊ะเอ๋กันเอง ทั้งสองตกใจ อวัศยากับลิปดาได้ยินเสียงลอดเข้ามา ต่างยิ้มปลื้มที่ทั้งสองได้เจอกันแล้ว

ปราณนต์กับพริบพราวยืนตะลึงมองกัน ปราณนต์ตัดสินใจพูดขึ้น “คุณคิดผิด ที่คุณบอกว่าพี่ศยาเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดสำหรับผม ผมว่าไม่น่าใช่ พี่ศยาคงเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดสำหรับพี่ลิปมากกว่า ส่วนผู้หญิงที่ดีที่สุดสำหรับผมยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้...พราว ผมขอโทษที่ผมพูดรุนแรงกับคุณ ผมขอโทษที่โกรธจนลืมคิดถึงสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม นั่นคือ...ความรักของเรา”

ปราณนต์ย้ำตอนนี้ไม่สนใจแล้วว่าเธอจะเคยสวมรอยเป็นแอบรัก หรือเคยโกหก เคยทำผิดพลาดอะไรมา เขายกโทษให้ทุกอย่าง เพราะรู้แล้วว่าตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันมีความสุขจากผู้หญิงที่ชื่อพริบพราวไม่ใช่แอบรัก ในโลกความจริงไม่ใช่จินตนาการที่เติมแต่ง ความดื้อรั้นไม่ยอมคน รักความยุติธรรมและกล้าหาญ “มันคือคุณ...พริบพราวที่ผมรัก ผมเคยปล่อยให้คุณหลุดมือมาครั้งนึง ผมจะไม่ยอมให้คุณหลุดมือไปอีกเป็นครั้งที่สอง...แต่งงานกับผมนะพราว”

พริบพราวตื้นตันปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ก่อนจะพยักหน้ารับคำ ปราณนต์ดึงเธอมากอดด้วยความดีใจ...ในขณะที่อวัศยาเดินขาขวิดด้วยความเป็นห่วง พลันเสียงข้อความส่งเข้ามาพร้อมรูปถ่ายคู่พริบพราวกับปราณนต์โอบกอดกันริมทะเลสาบ “ผมพาพราวกลับไปงานแต่งพี่ศยากับพี่ลิปได้แล้วนะครับ แต่มีข้อแม้ว่า พี่สองคนต้องมางานแต่งของเราด้วย ตกลงนะครับ”

อวัศยากับลิปดาดีใจ ลิปดากระโจนหอมแก้มอวัศยาบอกจะได้หาฤกษ์แต่งงานเสียที ลิปดากอดอวัศยาด้วยความดีใจสุดๆ...ด้านปราณนต์เดินควงคู่พริบพราวริมทะเลสาบมีความสุข เรื่องราวทั้งหมดเป็นข้อมูลให้อวัศยามาร์ฯตัวแม่ พิมพ์บล็อกเปรียบเปรย ในโลกนักค้าหุ้น สิ่งที่เราต้องเจอคือข้อมูลจริงและข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นไม่ต่างกับเครื่องมือสื่อสารที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีเพื่อนมาก แต่ความเป็นจริงมีเพียงรายชื่อ...เราห่างไกลจากคนที่อยู่ใกล้กันตรงหน้าเพราะมัวคุยกับเพื่อนในคอมพิวเตอร์ ไม่รู้ว่ามีคนรอสบตาเราอยู่ มีคนรอคอยที่บ้าน ไม่มีความสุขใดจริงเท่ากับการพูดคุย ยิ้มสบตากัน เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าคือโลกแห่งความเป็นจริงที่สุด...

ooooooo

–อวสาน–


ละครแอบรักออนไลน์ ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านแอบรักออนไลน์ ติดตามแอบรักออนไลน์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ปริญ สุภารัตน์,คิมเบอร์ลี แอน โวเทมัส,แอน ทองประสม,ปีเตอร์ คอร์ปไดเรนดัล 12 ก.พ. 2558 08:42 2015-02-25T02:50:37+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ