ข่าว

วิดีโอ



วิหคหลงลม

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เริงฤทัย

กำกับการแสดงโดย: แดง บูรพา

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: เคลลี่ ธนะพัฒน์, แซมมี่ เคาวเวลล์, กิตตน์ก้อง ขำกฤษ

ภุมวารีโมโหหึงจนหน้ามืดตามัวตามไปอาละวาดคว้าถ้วยแกงสาดใส่ขวัญเรือนขณะนั่งกินข้าวกับภาสกรภายในห้องอาหารของโรงพยาบาล แล้วระเบิดอารมณ์ด่าทั้งสองคน

“หิวมากนักใช่ไหม ถึงได้มาลักกินขโมยกินสามีฉัน คุณภาสก็เหมือนกัน ที่ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องอ้างว่าเป็นห่วงน้อง แต่ที่แท้ก็เพราะจะได้มีเวลาอี๋อ๋อกับมัน...ผัวฉันไม่ใช่คนป่วย ไม่ต้องการพยาบาลอย่างแก ไปให้พ้น ถ้าไม่อยากจะโดนซ้ำสอง”

“พอได้แล้ว อย่าให้ผมหมดความอดทนนะคุณนวล”

“แล้วคุณจะทำอะไร จะตบฉันต่อหน้ามันอย่างนั้นเหรอ”

ภาสกรจ้องภุมวารีอย่างเดือดดาล แต่ไม่ทันทำอะไรเพื่อนพยาบาลของขวัญเรือนวิ่งเข้ามาบอกว่ามีคนพบภานุโรจน์แล้ว ทั้งสามคนรีบไปดูภานุโรจน์ที่ห้องผู้ป่วยหนักซึ่งมีคนพบเขาในศาลาริมทางแถววังอภัยรัตน์และเห็นชื่อโรงพยาบาลที่เสื้อเลยพามาส่ง

ภานุโรจน์อาการหนักเพราะตากฝนจนปอดติดเชื้อ ภาสกรห่วงน้องมากรีบกลับมาเก็บเสื้อผ้าเพื่อไปเฝ้า แต่เกิดทะเลาะกับภุมวารีอย่างรุนแรงเมื่อรู้ว่าเธอคือต้นเหตุให้คนป่วยถ่อสังขารไปขอเงินญาติ

“ผึ้งคิดว่าเขาจะหาทางติดต่อญาติคุณทางโทรศัพท์หรือทางไหนก็ได้ ไม่ได้คิดว่าคุณโรจน์จะบ้าบิ่นขนาดซมซานออกไปทั้งที่ร่างกายเป็นแบบนั้น”

“ก็เพราะเขายังเด็ก เขาจะมีสมองคิดอะไรถ้วนถี่ได้ยังไง คุณไม่ควรจะมาก้าวก่ายเรื่องของพวกเราตั้งแต่แรก”

“เรื่องของเราเหรอคะ แล้วผึ้งเป็นใคร ผึ้งไม่ใช่เมียคุณหรือไง จะต้องให้ผึ้งอธิบายอีกกี่ร้อยครั้งว่าที่ทำทุกอย่างลงไปก็เพื่อคุณทั้งนั้น”

“งั้นต่อไปนี้ไม่ต้องทำอะไรเพื่อผมทั้งนั้น เพราะคุณมีแต่จะทำให้มันแย่ลง” ภาสกรคว้ากระเป๋าผลุนผลันออกจากบ้าน ทิ้งให้ภุมวารียืนน้ำตาไหลนองหน้า น้อยใจที่เขาไม่เคยเห็นความดี

ภาสกรไม่โผล่กลับมาบ้านแถมยังไม่รับโทรศัพท์ ทำให้ภุมวารีเดือดดาลพาลคิดว่าเขาไปอยู่กับขวัญเรือน จึงบุกไปดักขณะอีกฝ่ายออกเวรในตอนค่ำ คาดคั้นว่าเอาผัวของตนไปซุกไว้ที่ไหน ทั้งที่น้องชายเขานอนพะงาบๆ จะตายมิตายแหล่ ยังมีหน้าเอาพี่ชายเขาไปกกไว้

“คุณภาสกรไม่ได้อยู่กับฉัน เธออยู่เฝ้าน้องชายตลอดเวลานั่นแหละ แต่คงไม่อยากพบคุณถึงให้ที่ตึกโกหกแบบนั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย”

“ฉันไม่เชื่อ”

“นั่นมันปัญหาของคุณ” ขวัญเรือนเดินหนีแต่ภุมวารีตามไปกระชากกลับ

“แน่จริงแกก็ไปกับฉันสิ ไปเรียกคุณภาสให้ออกมาพบฉัน”

“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉัน แล้วคุณเองก็ไม่อยากให้ฉันยุ่งเรื่องในครอบครัวคุณอยู่แล้วไม่ใช่หรือ...ปล่อยฉัน”

“ทีอย่างนี้แกทำเป็นเล่นลิ้น ฉันชักจะสงสัยแกมากกว่าเดิมแล้ว ไปกับฉันเดี๋ยวนี้”

ขวัญเรือนปัดป้องไม่ไป พอดีภาสกรมาเห็นจึงพยายามกันขวัญเรือนออกห่าง ทำให้ภุมวารีของขึ้นด่าเขาอย่างหยาบคาย

“ยอมโผล่หน้าออกมาแล้วหรือคะคุณภาส ถ้าฉันไม่มาเล่นงานมัน คุณก็คงหลบอยู่ใต้กระโปรงมันจนลืมเมียลืมบ้านต่อไป”

ภาสกรเลือดขึ้นหน้า รู้สึกถูกหยามอย่างแรง สวนทันควันว่าตนไม่ได้ซุกอยู่ใต้กระโปรงของใคร แต่อยู่กับน้องชายตลอดเวลา

“แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน”

“เพราะผมไม่มีอะไรจะคุย แล้วไม่อยากฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ไงล่ะ ชีวิตผมตอนนี้มีแต่นายโรจน์คนเดียว ไม่มีใครเอาเวลาแบบนี้ไปคิดทำเรื่องสกปรกอย่างที่คุณคิดหรอก”

“คุณพูดแบบนี้กับฉันไม่ได้นะคะคุณภาส”

“ผมจะพูด ถ้าคุณยังไม่เลิกสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย กลับบ้านไปซะ ถ้าคุณไม่สนใจความเป็นตายร้ายดีของน้องชายผม ก็อย่ามาที่นี่อีก” ภาสกรพูดจบก็ประคองขวัญเรือนเดินจากไปโดยไม่สนใจภุมวารีว่าจะกรีดร้องและตีอกชกตัวสักแค่ไหน

ooooooo

หลังจากความทรงจำของนวลกลับคืนมา เธอพยายามเล่าความจริงให้เอื้อยฟังตั้งแต่เริ่มต้นรู้จักภุมวารีหรือผึ้งแล้วโดนผลักตกบันได แต่สาวใช้ไม่เชื่อเพราะคิดว่าเจ้านายยังอยู่ในภาวะของคนป่วยที่เกิดความสับสน

เมื่อเห็นว่าร่างกายลูกปกติดีแล้ว เกรียงไกรจึงพากลับมาบ้านเพราะยังปักใจว่านวลคือผึ้งลูกสาวของตน โดยมีชายใหญ่ตามมาอยู่ด้วยเพื่อทำให้เธอหายเร็วขึ้น... ฝ่ายภัทรยศกับดาริกาพอหนังปิดกล้อง ชายหนุ่มประกาศข่าวดีเรื่องหมั้นต่อสื่อมวลชนอย่างชื่นมื่น แต่ในเวลาถัดมาหญิงเล็กแอบได้ยินภัทรยศสารภาพกับชายใหญ่เรื่องที่หลอกดาริกาว่าได้เสียกัน พิธีหมั้นจึงล้มครืนกลางคันเมื่อหญิงเล็กมาบอกดาริกาในวันงาน

ดาริกาผิดหวังและเสียใจ ประกาศยกเลิกงานหมั้นกับผู้ชายหลอกลวงที่บอกว่ามีความสัมพันธ์กับเธอทั้งที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง เขาปั้นเรื่องขึ้นมาเพื่อให้เธอหลวมตัวหมั้นกับเขา ทั้งหมดเป็นแค่แผนการโปรโมตหนัง

ทุกคนตกใจมาก โดยเฉพาะภัทรยศที่จ๋อยสนิทเพราะโดนดาริกาด่ากราดก่อนที่เธอจะร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด และอับอายขายหน้าจนต้องวิ่งหนีเข้าห้อง ขณะที่พ่อกับแม่ของเธอก็โกรธยุทธกับภัทรยศมากจนประกาศตัดขาดและห้ามสองพ่อลูกมาเยี่ยมบ้านนี้อีก

ชายใหญ่หนักใจแทนภัทรยศแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ได้แต่ตำหนิหญิงเล็กที่ก่อเรื่องจนงานหมั้นล้มไม่เป็นท่า... แล้วกลับมาเล่าให้นวลฟังจนเธออดสงสารภัทรยศไม่ได้

“ผมสงสารทุกคน แต่น้องดาวก็น่าเห็นใจ เพราะดูท่าทางแล้วคงจะรู้สึกดีๆกับนายยศอยู่บ้าง แต่พอรู้ความจริงแบบนี้ ความรู้สึกคงเสียไปหมดแล้ว”

“เราจะช่วยอะไรได้บ้างไหมคะ”

“นายยศเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอาเอง คนนอกทะเล่อทะล่าเข้าไปอาจจะทำให้เรื่องมันแย่ลงก็ได้ ยังไงหมอนี่ก็เป็นฝ่ายผิดที่ไปหลอกเขา ไม่มีใครอยากเป็นคนโง่หรอก ยิ่งโดนคนที่เราไว้เนื้อเชื่อใจหลอก ยิ่งทำใจยากนะคุณผึ้ง”

นวลฟังแล้วอดคิดเรื่องตัวเองไม่ได้ รำพึงออกมา “แม้ว่าฉันจะไม่ได้ตั้งใจเหรอคะ” แต่พอชายใหญ่ถามว่าหลอกอะไรให้รีบสารภาพตอนนี้เลย เธอรีบกลบเกลื่อนว่าพูดเผื่อไว้ ทั้งที่ลึกๆในใจกังวลว่าชายใหญ่จะเจ็บปวดแค่ไหนถ้ารู้ว่าเธอไม่ใช่ภุมวารี

เวลาเดียวกันนั้นภุมวารียังตามตอแยภาสกรกับขวัญเรือนไม่เลิก จนกระทั่งภานุโรจน์อาการหนักและจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ภาสกรเสียใจแทบล้มทั้งยืนขณะที่ขวัญเรือนก็ร้องไห้โฮ ต่อว่าภุมวารีเสียงสั่นเครือ

“สมใจคุณแล้วใช่ไหม คุณรอวันนี้มานานแล้วนี่ วันที่คุณโรจน์จะไม่อยู่ทำลายความสุขของคุณ”

“เธอพูดอะไร”

“คุณรู้ดีอยู่แก่ใจว่าทำอะไรลงไปบ้างเพื่อทำลายคุณโรจน์ คุณผลักไสคุณโรจน์ออกไปข้างนอกจนป่วยหนัก ก่อนหน้านี้คุณก็เคยคิดทำร้ายเธอในโรงพยาบาล ฉันเคยคิดที่จะไม่รื้อฟื้นเรื่องนี้เพราะฉันบอกคุณแล้วว่าอย่าทำอีก แต่วันนี้คุณภาสกรคงจะต้องรู้เสียทีว่าคุณเคยทำอะไรเอาไว้กับน้องของเขา...ฉันเคยเห็นคุณนวลเข้ามาในห้องคุณโรจน์ พยายามจะปรับสายน้ำเกลือที่ให้คุณโรจน์”

“ไม่จริง แกไม่มีหลักฐาน”

“ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน คุณก็ไม่เคยยอมรับความจริงหรอก เหมือนเรื่องที่คุณส่งคนไปข่มขืนฉันไง คุณจะทำร้ายฉันซักกี่ครั้งมันไม่เป็นไรหรอก เพราะฉันดูแลตัวเองได้ แต่คุณทำกับคุณโรจน์ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ คุณมันไม่ใช่คน”

ภุมวารีหน้าซีดเผือด เข้ามากอดแขนภาสกรห้ามไม่ให้เชื่อที่ขวัญเรือนพูด มันใส่ความตน ตนไม่เคยทำร้ายภานุโรจน์ ตนจะทำร้ายคนในครอบครัวตัวเองได้อย่างไร ภาสกรไม่เชื่อคำพูดภุมวารีอีกต่อไป เขากลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของที่บ้านเช่าและพูดตัดขาดกับเธอ

“เราเลิกกันเถอะ คุณกลับไปที่บ้านของคุณ บอกให้ทุกคนรู้ ผมเชื่อว่าพ่อของคุณจะให้อภัย ส่วนเรื่องที่แล้วๆมา ที่คุณทำกับนายโรจน์ ผมก็จะให้อภัยเหมือนกัน

ภุมวารีกรีดร้องไม่ยอมกลับบ้าน เขาจะทิ้งเธอแบบนี้ไม่ได้ ให้นึกถึงเราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ภาสกรใจแข็งขับรถออกไป ทิ้งให้ภุมวารีฟูมฟายน้ำตา รู้สึกเหมือนโลกแตกสลายลงตรงหน้าไม่มีอะไรเหลือแล้ว

ooooooo

ภัทรยศกลุ้มใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อหนังที่เตรียมเข้าโรงฉายมีการยุติเพราะสื่อตีข่าวงานหมั้นของเขากับดาริกาล้มเลิก พาดหัวข่าวว่าเป็นคู่รักลวงโลก ทำให้สายหนังต่างๆไม่กล้าซื้อไปฉาย

ขณะเดียวกันดาริกาที่เห็นข่าวนี้ก็สะเทือนใจไม่น้อย เผลอบีบแก้วน้ำอย่างแรงจนแตกคามือ หญิงเล็กอยู่ด้วยตกใจมากรีบพาเพื่อนรักไปทำแผลที่โรงพยาบาล แต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นภุมวารีกำลังอาละวาดใส่พยาบาลที่พยายามขัดขวางไม่ให้เธอเข้ามาตามหาภาสกร

สองสาวแอบดูและได้ยินทุกอย่าง หญิงเล็กต้องการจับให้ได้คาหนังคาเขาว่าภุมวารียังติดต่อกับภาสกร จึงบอกดาริกาให้ไปทำแผลก่อน ส่วนตัวเองแยกมาสอบถามยามจนได้ข้อมูลว่าน้องชายของภาสกรตายและภุมวารีมาตามหาสามี

หญิงเล็กทำทีว่ารู้จักภาสกรและอยากแสดงความเสียใจ ยามจึงแนะนำให้ไปถามฝ่ายทะเบียนซึ่งน่าจะมีข้อมูลว่าบ้านภาสกรอยู่ที่ไหน ปรากฏว่าได้รู้สมดังใจ แต่หญิงเล็กยังไม่ดำเนินการใดๆ เพราะต้องพาดาริกากลับบ้านหลังจากทำแผลที่มือแล้ว

ภุมวารียังวนเวียนอยู่แถวโรงพยาบาล รอจนกระทั่งขวัญเรือนออกเวรแล้วเข้าไปถามหาภาสกรทั้งน้ำตา...ท่าทีแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นอ่อนลงแทบจะก้มกราบขอร้อง

อีกฝ่ายอย่าเอาเขาไปจากชีวิตตน แต่พอภาสกรปรากฏตัวทำให้ภุมวารีเข้าใจผิดว่าเขามาอยู่กับขวัญเรือนจริง

“ผมตามคุณขวัญมาเพราะยามที่โรงพยาบาลบอกว่าคุณมาอาละวาดตั้งแต่เช้า นึกอยู่แล้วว่าคุณต้องมาดักเล่นงานคุณขวัญที่นี่”

“ฉันก็ต้องเล่นงานมันสิ เพราะมันคือต้นเหตุที่ทำให้คุณทิ้งฉัน”

“จะให้ผมบอกอีกกี่ครั้งว่าเรื่องของเรามันไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น เราอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว คุณทำลายชีวิตผมจนพังพินาศไม่เหลืออะไรแล้ว จะเอาอะไรจากผมอีก”

ภุมวารีสะเทือนใจร้องไห้ตัวสั่น “แล้วชีวิตฉันล่ะ ชีวิตเดิมที่ฉันยอมทำลายทิ้งเพื่อแลกกับการมาอยู่กับคุณ มันไม่มีค่าเลยหรือคะคุณภาส”

“ในเมื่อเราต่างทำลายชีวิตของกันและกัน มันยิ่งไม่มีเหตุผลที่เราจะต้องอยู่ด้วยกันอีกแล้วคุณผึ้ง”

ขวัญเรือนชะงักมองภาสกรอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่ไม่ทันจะถามก็ถูกเขาดึงออกไปโดยไม่สนใจภุมวารีที่ตะโกนก้องไล่หลังว่าขอโอกาสอีกครั้ง

ภุมวารีกลับมาที่บ้านเช่าในสภาพท้อแท้สิ้นหวัง เป็นเวลาที่หญิงเล็กพาท่านพ่อกับดาริกามาถึง หญิงเล็กเปิดฉากเอาเรื่องภุมวารีว่ามีชู้หนีมาอยู่กับภาสกร

ภุมวารีกำลังแย่เพราะถูกผัวทิ้ง พอเจอแบบนี้ก็อัดอั้นจนสติแตกวิ่งเข้าไปคว้าขวดน้ำกรดที่เตรียมไว้ใช้กับขวัญเรือนออกมาสาดลงพื้นขู่ทุกคนไม่ให้ยุ่งกับตน แต่ตัวเองเสียหลักล้มโดนน้ำกรดเสียเองตั้งแต่ใบหน้าซีกหนึ่งลงมาตามคอและแขน กรีดร้องดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสท่ามกลางความตกใจของพวกหญิงเล็ก

ooooooo

วันเดียวกัน ชายใหญ่กับเกรียงไกรไปติดต่อพ่อค้าที่ตลาดองค์พระเพื่อนำผลิตผลจากไร่มาส่งขาย นวลมาด้วยแต่แยกตัวไปตามหาจักรเพราะรู้ว่าเขามักมาส่งปลาที่ตลาดนี้ จนกระทั่งได้เจอเพียงธารจึงเขียนข้อความใส่กระดาษฝากไปให้เขา

เมื่อพากันกลับมาถึงบ้านได้ไม่ทันไร เกรียงไกรได้รับแจ้งจากท่านชายภานุดิษฐ์ว่าภุมวารีเกิดอุบัติเหตุให้รีบมาโรงพยาบาล เกรียงไกรงงเป็นไก่ตาแตก วางสายแล้วมองหน้านวลอย่างพิศวง

และแล้วความจริงก็เปิดเผยว่ามีผู้หญิงสองคนหน้าเหมือนกันราวฝาแฝด ทุกคนนั่งรุมล้อมนวลฟังเรื่องราวจากปากเธอตรงหน้าห้องผู้ป่วยที่ภุมวารีนอนอยู่ข้างใน

“ฉันเพิ่งจำความทุกอย่างได้หลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งล่าสุดค่ะ”

“เล่ามาให้หมดซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

นวลมองเกรียงไกรแล้วหวนนึกถึงอดีตตอนแรกเจอภุมวารี

“ฉันพบคุณผึ้งครั้งแรกที่ตลาด เราทั้งสองคนตกใจมาก เพราะแค่แวบเดียวที่เห็นหน้ากันมันเหมือนเราสองคนกำลังส่องกระจกอยู่ไม่มีผิด หลังจากนั้นคุณผึ้งก็พยายามติดต่อกับขอร้องให้ฉันสวมรอยเป็นเธอ ฉันไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องยอมเพราะบุญคุณที่เคยช่วยเหลือฉัน คุณผึ้งบอกให้ฉันแต่งตัวเป็นเธอไปงานเลี้ยงกับคุณชาย แล้วหลังจากนั้น ฉันก็ตั้งใจว่าจะไม่ร่วมมือกับเธอตบตาหลอกใครอีก แต่คุณผึ้งไม่ยอมหยุด เธอบุกมาเกลี้ยกล่อมฉันที่บ้าน บังคับให้ฉันยอมสวมรอยเป็นตัวเธอตลอดไป เพราะเธอคิดจะหนีไปอยู่กับคนรักของเธอ”

“ฉันปฏิเสธและพยายามไล่เธอกลับไป คุณผึ้งโมโหมาก ก็เลยคิดจะทำร้ายฉันให้ตกบันไดเพื่อให้ฉันตาย ทุกคนจะได้เข้าใจว่าเธอตายไปแล้ว แล้วหลังจากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย...นี่แหละค่ะคือสิ่งที่ฉันพยายามจะบอกกับทุกคน ฉันไม่ใช่คุณผึ้ง ฉันต้องการชีวิตของฉันกลับคืนมา”

“งั้นที่ผ่านมาพวกฉันก็เข้าใจเธอผิดมาตลอด

เธอไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับสิ่งที่คุณผึ้งทำกับฉันและหญิงเล็ก”

นวลก้มหน้าสะอื้น ขณะที่ดาริกากับหญิงเล็กรู้สึกผิด คนอื่นๆพากันพูดอะไรไม่ออกเพราะสงสารนวล ทันใดนั้นภัทรยศพรวดพราดมาถึงหน้าห้อง ดาริกายังเคืองเขาไม่หายรีบขอตัวกลับทันที

เมื่อความจริงเปิดเผย นวลขอโทษที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิด แต่ชายใหญ่กับภัทรยศบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ พวกเราต่างหากที่ต้องขอโทษที่ปฏิบัติต่อเธอผิดไปเพราะเข้าใจว่าเธอคือภุมวารี

“แต่ถึงยังไงความสัมพันธ์ของเราก็จะไม่เปลี่ยนไป คุณยังเป็นผู้หญิงที่ผมเลือกที่จะรักเหมือนเดิมนะครับ” ชายใหญ่กล่าวหนักแน่นและสวมกอดนวลด้วยความรัก

ส่วนภุมวารีใบหน้าเสียโฉมเพราะน้ำกรด เธอนอนกระสับกระส่ายบนเตียงผู้ป่วย เกรียงไกรเฝ้าลูกตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง เมื่อลูกเห็นพ่อก็เอาแต่ร้องไห้ เกรียงไกรไม่โกรธกับเรื่องที่ผ่านมา แต่จะพาลูกสาวกลับบ้านทันทีที่หมออนุญาต

คำว่าบ้านทำให้ภุมวารีนึกถึงภาสกร เธอร่ำร้องตะเกียกตะกายจะไปหาเขาให้ได้ พยาบาลต้องเอายามาฉีดให้สงบลงโดยมีเกรียงไกรยืนดูอย่างเวทนา

ooooooo

ภาสกรยังไม่เผาศพน้องชาย แต่จะเก็บไว้เพื่อรอให้พ่อมางานโดยไม่รู้ว่าพ่อของเขาตายแล้วด้วยมือภุมวารี จนเมื่อเขารู้ข่าวภุมวารีโดนน้ำกรดจึงย้อนกลับมาที่โรงพยาบาล และได้รู้ข่าวร้ายจากตำรวจว่ามีคนพบศพทินกรลอยน้ำ สภาพร่างกายเน่าเปื่อยแทบจำไม่ได้ แต่รู้ว่าเป็นใครเพราะมีบัตรประชาชน

ขวัญเรือนสงสารภาสกรจับใจ  เธอยินดีช่วยเหลือเขาเท่าที่จะทำได้ในฐานะเพื่อนแท้คนหนึ่ง...

ชายใหญ่พานวลมากราบท่านพ่อที่วังเทวฉัตร ท่านชายยอมรับนวลเป็นสะใภ้เหมือนเดิมและได้มอบสร้อยคอที่เคยให้แต่หญิงเล็กไปเอากลับคืนมา นวลกราบท่านด้วยความซาบซึ้งในความเมตตา แต่จู่ๆเกรียงไกรเข้ามาขัดขวาง บอกว่าข้อสัญญาระหว่างตนกับชายใหญ่ยังคงมีอยู่ ตนยอมยกหนี้สินและไร่ภักดิ์ภิรมย์ให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของชายใหญ่กับภุมวารี ไม่ใช่กับผู้หญิงคนอื่น

นวลสะอึก เหลือบตามองเห็นเกรียงไกรจ้องเขม็ง ไม่มีสายตารักใคร่ผูกพันเหมือนเมื่อก่อน

“เพราะฉะนั้นคุณชายจะต้องกลับไปดูแลลูกสาวผม ตามที่เราเคยตกลงกันไว้”

“หนูผึ้งแข็งแรงพอที่จะกลับบ้านแล้วหรือ”

“หมอบอกว่าบาดแผลที่หน้าสามารถผ่าตัดรักษาได้ แต่ต้องรอให้เนื้อเยื่อฟื้นฟูแข็งแรงเสียก่อน ผมก็เลยจะพายายผึ้งกลับบ้านเพื่อไปเยียวยาแผลทางจิตใจ และคงจะต้องรบกวนให้คุณชายช่วยเหลือเรื่องนั้น”

“ถ้าคุณเกรียงไกรต้องการแบบนั้น ผมก็จะกลับไปดูแลคุณผึ้ง แต่ผมจะพานวลไปด้วย”

เกรียงไกรจำยอม แต่ดูเหมือนภุมวารีไม่ต้องการ เธออยากพบแต่ภาสกร เมื่อกลับมาอยู่บ้านโดยไม่มีเขาจึงไม่มีความสุข พาลพาโลพูดจาดูถูกนวลว่าเป็นเมียน้อย ทำให้ชายใหญ่ไม่พอใจ

“อย่าก้าวล่วงคุณนวล ที่ผ่านมาคุณทำกับเธอไว้มากพอแล้ว ควรจะมีความสำนึกเห็นใจเธอบ้าง”

“เห็นใจเหรอ ฉันเป็นคนยกมันขึ้นมาจากโคลนตมให้มันได้มีวาสนาเป็นเมียหม่อมราชวงศ์ ได้อยู่สุขสบายมีข้าทาสบริวาร แล้วคุณดูฉันสิ”

ภุมวารีตะเบ็งเสียง อารมณ์เจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมา ก่อนจะกระชากผ้าที่ปิดหน้าออก เผยให้เห็นแผลเป็นลึกยาวไปถึงคอและไหปลาร้า ชายใหญ่ผงะตกใจ ไม่คาดคิดว่าแผลจะรุนแรงขนาดนี้ ภุมวารีเห็นสีหน้าเขาก็ยิ่งสะเทือนใจ ประชดด้วยการเปิดเสื้อให้ดูรอยแผลที่แขน

“ฉันกลับเป็นคนที่ต้องอยู่ในสภาพนี้ มีใครเห็นใจฉันบ้าง” ภุมวารีกรีดเสียงร้องไห้ออกมา ชายใหญ่สงสาร เสียงอ่อนลง

“ทุกคนเห็นใจคุณทั้งนั้นแหละครับคุณผึ้ง”

“งั้นก็ไปตามคุณภาสกลับมาให้ฉันสิ เพราะฉันไม่ต้องการคนอื่นนอกจากเขาคนเดียว ไปสิ ไปตามเขามา ถ้าทุกคนเห็นใจฉัน ก็ไปพาเขากลับมาหาฉัน”

ภุมวารีทรุดลงกับเตียงร้องไห้คร่ำครวญ ชายใหญ่เวทนาจนอยากช่วยเหลือ แต่เกรียงไกรไม่ยอม

“คุณชายจะให้ผมไปตามไอ้ภาสกรกลับมาหายายผึ้งงั้นเหรอ คุณไม่เห็นเหรอว่ามันทิ้งลูกผมไปไหนต่อไหนแล้ว ยายผึ้งถึงได้ลงเอยแบบนี้”

“แต่เขาคือคนที่คุณผึ้งต้องการ...ไม่ใช่ผม”

“คุณชายกำลังผลักความรับผิดชอบ”

“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ตอนนี้สภาพจิตใจคุณผึ้งแย่มาก เธออาจจะดีขึ้นถ้าได้พบกับผู้ชายคนนั้น”

“ยายผึ้งจะดีขึ้นแน่ ถ้าตัดมันออกไปจากชีวิตอย่างเด็ดขาด และคุณชายต้องเป็นคนช่วยเยียวยาจิตใจลูกผม”

ชายใหญ่ถอนใจกับความดื้อรั้นของเกรียงไกร นวลฟังอยู่นานทนไม่ไหว อาสาช่วยชายใหญ่ดูแลภุมวารี แต่เกรียงไกรไม่ต้องการ

“ถ้าเธออยากจะอยู่ในบ้านนี้ในฐานะผู้อาศัย

ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่หน้าที่ดูแลลูกสาวฉันต้องเป็นของคุณชายคนเดียว”

เอื้อยสงสารนวล คิดว่าเกรียงไกรใจร้ายกับเธอมาก แต่ความดีของนวลทำให้เอื้อยนับถือน้ำใจ ยินดีรับใช้เธอต่อไปแม้เธอจะไม่ได้อยู่ที่นี่ในฐานะเดิม

ooooooo

ภัทรยศเดินหน้าง้อดาริกาทุกรูปแบบแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งหญิงเล็กต้องเข้ามาเป็นกาวใจ ฝ่ายเพียงธารที่แอบรักจักร เธอยังไม่ยอมนำกระดาษข้อความจากนวลส่งให้เขา

แต่อยู่มาวันหนึ่งจักรบอกลาจะไปจากแพปลาเพราะไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับทุกคนที่นี่อีก เพียงธารตัดสินใจสารภาพรักเขาก่อนจะบอกเรื่องนวล... นวลต้องการพบจักรที่บ้านเก่า ซึ่งเวลานี้บ้านอยู่อาศัยได้เพราะชายใหญ่ส่งคนจากไร่มาบูรณะซ่อมแซม

ชายใหญ่ตัดสินใจจะพานวลกลับไปอยู่ที่ไร่เพราะภุมวารีไม่ต้องการเขา เกรียงไกรไม่ยอมเหมือนเดิมและขู่จะยึดไร่คืน แต่ชายใหญ่ไม่สนใจ หากต้องเลือกระหว่างไร่กับนวล เขาเลือกนวล ซึ่งท่านพ่อกับหญิงเล็กก็เห็นด้วย โดยเฉพาะหญิงเล็กที่เปลี่ยนไปมาก ยอมรับนวลเป็นพี่สะใภ้ด้วยความเต็มใจ

เกรียงไกรกับภุมวารีไม่เหลือใคร ภาสกรยังไม่ติดต่อมาหาภุมวารีเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องงานศพพ่อกับน้องชายที่ตั้งใจเผาพร้อมกัน ฝ่ายสวาทอดีตเมียของเกรียงไกรที่หนีไปอยู่กับชู้ เธอโชคร้ายถูกมันยิงตายขณะยื้อแย่งเงินทองกัน

ชายใหญ่รู้ข่าวร้ายเรื่องพ่อกับน้องชายของภาสกรจากท่านพ่อ จึงพานวลกลับมาร่วมงานศพ เมื่อจักรกับเพียงธารไปถึงบ้านหลังเดิมไม่เจอ แต่รู้จากหลานยายสาว่านวลเพิ่งกลับพระนคร สองคนเลยมุ่งหน้าไปต่อ

ภุมวารีเห็นข่าวงานศพทินกรกับภานุโรจน์ในหนังสือพิมพ์ เธอแต่งชุดดำสนิทและปิดบังรอยแผลเป็นมาร่วมงาน

“ผึ้งมาแสดงความเสียใจด้วยค่ะคุณภาส แต่ที่จริงก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากหรอก เพราะพ่อของคุณมันก็สมควรตายแล้ว เดนสังคมพรรค์นั้นอยู่ไปก็รกโลก ส่วนน้องคุณ ไม่ตายวันนี้ก็ต้องตายวันหน้าอยู่ดี”

ภาสกรสะกดกลั้นความเจ็บปวด แต่ไม่ถือโทษเพราะรู้ว่าภุมวารีพูดด้วยความแค้นใจ ชวนเธอไปลาพ่อกับน้องชายของเขา

“ไม่ล่ะค่ะ ฉันเดินไม่ถนัด แล้วคุณภาสรู้ไหมคะว่าทำไมฉันถึงเดินไม่ถนัด” ภุมวารีย้อนถามเสียงเยาะ แววตาฉายความเจ็บปวด ภาสกรยิ่งรู้สึกผิด บอกว่าตนเสียใจ “เท่านั้นเหรอคะที่คุณคิดจะพูดกับผึ้ง คุณรู้ไหมว่าผึ้งยิ่งกว่าเสียใจ เพราะผึ้งต้องเสียทุกอย่าง ไม่มีอะไรเหลือแล้ว”

ภุมวารีกรีดเสียงดังลั่นไปทั่วลานวัด ตกเป็นเป้าสายตาของผู้มาร่วมงาน ขวัญเรือนรู้ความจริงเรื่องภุมวารีจากภาสกรหมดแล้ว เธอสงสารและเห็นใจ แต่ไม่อยากให้พูดอะไรกันตอนนี้ เพราะใกล้เวลาเผาศพแล้ว

ภุมวารีไม่ฟังคำขอร้องของขวัญเรือน กลับชี้หน้าด่าก่อนจะชักปืนเล็ง แต่เมื่อเห็นภาสกรปกป้องก็ยิ่งเดือดดาล หลุดปากพูดความจริงเรื่องฆ่าทินกรและส่งคนไปทำร้ายขวัญเรือน แต่วันนี้ต้องฆ่ามันให้ได้

“คุณผึ้ง...ผมขอร้อง” ภาสกรพูดทั้งน้ำตาอาบหน้า

“คุณขอร้องผึ้งอย่างนั้นเหรอ แล้วทีผึ้งขอร้องคุณไม่ให้ไปจากผึ้ง ให้คุณรักผึ้งเหมือนเดิม ทำไมคุณทำไม่ได้ คุณเป็นคนลิขิตให้ชีวิตผึ้งเดินมาจนถึงจุดนี้ คุณฆ่าผึ้งให้ตายทั้งเป็นแล้ว...ผึ้งก็จะฆ่าคุณให้ตายทั้งเป็นบ้างเหมือนกัน”

ภุมวารียิงขวัญเรือนแต่ภาสกรพุ่งมารับกระสุนแทน เขาถูกยิงล้มลง ทุกคนตกใจมาก โดยเฉพาะภุมวารีที่ไม่ตั้งใจจะยิงผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

ภาสกรยอมรับผิดคนเดียวและขออโหสิกรรมต่อภุมวารีก่อนสิ้นใจ ภุมวารีเสียใจจนคลุ้มคลั่งจะยิงขวัญเรือน ทันใดนั้นจักรมาถึงพร้อมเพียงธาร เขาเข้าใจว่าภุมวารีคือนวลจึงพุ่งเข้ามาแย่งปืนเพราะไม่ต้องการให้นวลก่อกรรม

แต่เมื่อนวลตัวจริงมาพร้อมชายใหญ่ นวลเรียกพี่จักร...เท่านั้นเองจักรงงเป็นไก่ตาแตก ขณะที่ภุมวารีระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ไอ้หน้าโง่ จะให้ฉันบอกกี่ครั้งว่าฉันไม่ใช่อีนวลของแก เห็นหรือยังว่าอีนวล อีคนบ้านนอกคอกนามันอยู่ตรงโน้น”

จักรนิ่งตะลึง ปล่อยมือจากภุมวารีแล้วหันไปมองนวลอีกครั้งอย่างสับสน

“ฉันคือคนที่ลากนังนั่นออกมาจากชีวิตแก เอามันไปใส่พานให้เป็นเมียผู้ชายคนนั้น ช่วยไม่ได้ที่พวกแกมันโง่จนดูไม่ออกว่าใครเป็นใคร และนี่คือการตอบแทนที่แกทำลายฉัน ไอ้จักร”

ภุมวารีพูดจบก็ลั่นไกเปรี้ยงเข้ากลางหลังจักร นวลกับเพียงธารกรีดร้องตกใจ วิ่งถลันมาหาจักรที่ล้มลงหายใจรวยริน และสิ้นใจไปพร้อมกับความจริงจากปากนวล

ชายใหญ่กับภัทรยศช่วยกันจับภุมวารีที่กรีดร้องราวคนเสียสติ ไม่นานนักตำรวจมาถึงเหตุการณ์จึงสงบลง

ooooooo

ภัทรยศกับดาริกาเข้าอกเข้าใจกันได้เพราะฝีมือหญิงเล็ก ส่วนชายใหญ่กับนวลกลับไปครองรักกันที่ไร่ภักดิ์ภิรมย์ เพราะเกรียงไกรยกเลิกสัญญาที่ค้างคา คืนสมบัติทั้งหมดให้ท่านชายภานุดิษฐ์

“น่าเสียดายนะคะ ถ้าคุณผึ้งเลือกคุณชาย เธอก็คงมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ มีความสุขพรั่งพร้อม” นวลพูดหน้าเศร้ากับชายใหญ่

“แล้วคุณจะไปอยู่ที่ไหน”

“ถ้าฉันไม่ได้พบกับคุณชาย ฉันก็คงร่อนเร่ไปกับพี่จักร จนกว่าหาที่ตั้งหลักใช้ชีวิตสงบสุขอยู่ที่ไหนซักแห่ง”

“แล้วตอนนี้คุณไม่มีความสุขหรือครับ”

“มีความสุขสิคะ แต่ฉันก็อดนึกไม่ได้ว่าฉันกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของคุณผึ้งหรือเปล่า”

“อย่าคิดแบบนั้นเลยครับ ความสุขของคุณผึ้งไม่ได้อยู่ที่ผม ไม่ได้อยู่ที่คุณ แต่อยู่ที่หม่อมหลวงภาสกร เขาสองคนสร้างเวรสร้างกรรมต่อกันมา ความสุขที่สุดของคุณผึ้งก็คงอยู่ที่การได้มีคุณภาสกร เหมือนกับที่ผมได้มีคุณในวันนี้”

นวลซาบซึ้งและตื้นตัน เอนตัวซบอกชายใหญ่ด้วยความอบอุ่นใจ...

หลังเหตุการณ์ร้ายที่วัด ภุมวารีเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในสภาพของคนป่วยทางจิต วันหนึ่งเกรียงไกรได้รับแจ้งเหตุด่วนจากทางโรงพยาบาล จึงรุดมาพร้อมเอื้อยและเฟื้อ

ภุมวารีถือรูปถ่ายของภาสกรขึ้นไปบนดาดฟ้า ทุกคนกลัวเธอจะกระโดดลงมาจึงพยายามเกลี้ยกล่อมแต่ไม่สำเร็จ เมื่อภุมวารีเห็นเกรียงไกรก็หวนคิดเรื่องในอดีตที่พ่อเคยห้ามปรามไม่ให้คบกับภาสกร เธอมีท่าทีหวาดกลัว รำพึงรำพันว่าคนใจร้ายจะมาจับตัวตนอีกแล้ว

“คุณภาสคะ เราไปอยู่ที่อื่นเถอะนะคะ” เธอพูดกับรูปถ่ายภาสกร พอเกรียงไกรขยับเข้ามาก็ถอยหนีพลางโบกมือไล่ กระทั่งรูปหลุดมือหล่นไป เธอตามไขว่คว้าจนร่วงจากตึกโดยที่เกรียงไกรและคนอื่นๆคว้าตัวไม่ทัน

ร่างภุมวารีตกลงมากระแทกพื้นเลือดสาดกระจาย ดวงตาเบิกโพลงมองรูปถ่ายภาสกรด้วยความรัก ริมฝีปากคลี่ยิ้มอิ่มเอมใจที่ได้ติดตามไปพบเขายังดินแดนที่ไม่มีใครจะพรากทั้งสองจากกันได้อีกตลอดกาล...

ooooooo

-อวสาน-


ละครวิหคหลงลม ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านวิหคหลงลม ติดตามวิหคหลงลม ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย เคลลี่ ธนะพัฒน์, แซมมี่ เคาวเวลล์, กิตตน์ก้อง ขำกฤษ 16 มี.ค. 2561 07:10 2018-03-17T01:15:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ