ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แล้วก็มีเรื่องที่ทำให้สยุมภูว์ต้องเปิดตัว เมื่อมิสเตอร์เหลียง นักธุรกิจระดับสากลที่คุ้นเคยกับคุณพ่อของเขาจะมาเยือนเมืองไทย และมิสเตอร์เหลียงคงจะไม่ให้ข้อมูลสำคัญแก่คนอื่นแน่ เพิ่มพงษ์ย้ำว่าให้เขาเปิดตัวเฉพาะกับมิสเตอร์เหลียงเท่านั้น

สยุมภูว์ถามว่า เรายังต้องกังวลเรื่องนิติภูมิอยู่อีกหรือ เขาเองก็น่าจะรู้ว่าถูกเราจับตาดูอยู่คงไม่กล้าทำอะไร เพิ่มพงษ์ย้ำว่าอย่าเพิ่งประมาท

เมื่อสยุมภูว์พร้อมแล้วภาพเขาปรากฏบนจอโปรเจกเตอร์ในห้องประชุมที่มีหัวหน้าแผนกต่างๆของทศพลกรุ๊ปร่วมประชุม

นิติภูมิร่วมประชุมด้วย เขานั่งด้วยสีหน้าเย็นชาเมื่อเห็นหน้าสยุมภูว์

สยุมภูว์เอ่ยทักทุกคนในที่ประชุมแล้วจึงแจ้งว่า

“มิสเตอร์เหลียง ประธานบริษัทไชน่าอะกรีจะแวะมาเยี่ยมเราเร็วๆนี้ นี่เป็นโอกาสสำคัญของทศพลกรุ๊ปที่จะมีโอกาสต้อนรับนักธุรกิจสำคัญระดับโลก ถึงมิสเตอร์เหลียงจะเป็นคนคุ้นเคยกับคุณพ่อ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะปล่อยให้เกิดความผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว”

สัญญาณไฟไมค์ของนิติธรปรากฏขึ้น นิติธรรู้ว่าสยุมภูว์ต้องการพูดกับตน เขาขานรับ “ครับ...คุณสยุมภูว์”

“คุณนิติธรดูจะคุ้นเคยกับมิสเตอร์เหลียงมากกว่าคนอื่นๆในห้องนี้ ดังนั้น ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมิสเตอร์เหลียงต้องผ่านสายตาของคุณนิติธรเสียก่อน ขอให้ทุกคนรับทราบเรื่องนี้นะครับ”

หลังจากนั้นมีสัญญาณไฟที่หน้าไมค์นิติภูมิ เขาข่มอารมณ์ไม่รู้ว่าสยุมภูว์จะมาไม้ไหนกับตน

“ผลงานที่หาดใหญ่ของคุณทำให้ผมมั่นใจว่าไม่ได้ไว้ใจคนผิด แต่งานนี้ผมคงขอให้คุณช่วยคุณนิติธร หวังว่าคุณคงจะไม่คิดมาก” เมื่อนิติภูมิขอให้เขาไม่ต้องห่วง เพราะตนไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย สยุมภูว์ยิ้มอย่างรู้ทันแล้วปิดไฟหน้าไมค์ของนิติภูมิแบบไม่ให้พูดต่อ แล้วเขาก็สรุปว่า

“ถ้าอย่างนั้นเป็นอันรับทราบนะครับว่าตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเรื่องนี้ เราจะประชุมกันอีกครั้งเมื่อมีกำหนดการที่แน่นอนจากมิสเตอร์เหลียง ผมขอปิดการประชุมเท่านี้นะครับ”

ooooooo

นิติภูมิออกมาอย่างหน้าเครียดจนนิติธรถามว่า ไหนว่าไม่คิดอะไรแล้วทำไมเครียด นิติภูมิบอกว่า ตนต้องเก็บความรู้สึกให้มากกว่านี้ เพราะถ้าไปเจรจากับลูกค้าแล้วโดนจับได้ขึ้นมาจะเสียงาน

นิติธรถามว่า คิดว่าสยุมภูว์ไม่ไว้ใจเขาหรือ ไปทำอะไรให้สยุมภูว์ไม่ไว้ใจ? นิติภูมิตัดบทว่า “พ่อคิดว่ามีไหมล่ะครับ” ทำให้นิติธรมองหน้าลูกชายอย่างสงสัย

ส่วนสยุมภูว์ หลังการประชุมเขาไปคลิกดูหน้านิติภูมิกับเพิ่มพงษ์ในห้องลับที่ร้านขาย ต้นไม้ เพิ่มพงษ์ บอกว่า ท่าทางนิติภูมิจะผิดหวัง สยุมภูว์ชี้ว่าคงยังเจ็บใจไม่หายที่ถูกหลอก ไม่รู้ว่ายังคิดจะทำอะไรอีกหรือเปล่า

เพิ่มพงษ์พูดอย่างทึ่งว่า นึกว่าเขายังเป็นคนคิดบวกมีมนุษยธรรมเห็นแต่ด้านดีของมนุษยชาติเหมือนเดิมเสียอีก

“แต่ผมก็ยังคิดว่าไม่มีใครเลวร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ”

“ถ้าเขาหันด้านดีให้ผมเห็นสักแว้บหนึ่ง ผมก็คงจะเชื่อคุณสยุมภูว์นะครับ แต่เอาเถอะครับ มันเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วที่ต้องหาทางรับมือถ้าเขาจะกลายเป็นคนร้ายขึ้นมา”

“ขอบคุณครับท่านองครักษ์” สยุมภูว์ตบไหล่เพิ่มพงษ์อย่างให้กำลังใจ

ส่วนนิติภูมิเข้าห้องทำงานค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของมิสเตอร์เหลียงเอา จริงเอาจังด้วยความเจ็บใจว่า ถึงสยุมภูว์จะกันตนออกมา แต่ตนก็จะไม่หยุด เชื่อว่าคนใหญ่โตระดับนี้คงไม่ได้แวะมาแค่เยี่ยมแน่ๆ

นิติภูมิหยิบล็อกเกตรูปแม่มาเปิด บอกแม่ว่า “แม่จะต้องได้เห็นความย่อยยับของมันครับ”

ooooooo

วัณณรีเรียนจบแล้ว มาลตีเร่งให้รีบหางานทำ แต่เธอยังอยากเที่ยวส่งท้ายให้สนุกก่อน บอกแม่ว่าตนนัดคำรพไว้แล้ว

“ฉันไม่ให้แกไป!!” เสียงแววดังขึ้นพร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางเข้ามา

แววได้รับอนุญาตให้กลับมาพักผ่อน อยากให้กลับไปทำงานเมื่อไรจะโทร.มาบอก แววกลับมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า

ขณะนั้นเอง คำรพส่งเสียงร่าเริงเข้ามาถามว่า ใครอยากไปช็อปปิ้ง โชเฟอร์มาแล้ว แววลุกขึ้นหันไปเผชิญหน้าทักทาย พอคำรพเห็นแววเท่านั้นก็ทำตาเยิ้ม พุ่งเข้ามาบอกว่า ขอกอดให้ชื่นใจให้สมกับที่หายหน้าหายตาไปตั้งนาน ถูกมาลตีพรวดเข้าแทรกกลาง คำรพชะงักอ้อนมาลตีให้สงสารตนเถอะ อย่าขวางกั้นความรักของเราสองคนเลย

มาลตีบอกคำรพว่า วันนี้ตนกับวัณณรีไปช็อปปิ้งกับเขาไม่ได้ แล้วบอกโรสให้ส่งแขก พอโรสลากคำรพออกไป สามแม่ลูกก็มองหน้ากันด้วยแววตาอ่อนโยนอย่างเข้าใจกัน

“แววว่าแม่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” แววชื่นชมมาลตีบอกว่า ตนยังเป็นแม่ที่เป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น วัณณรีมองแววเอ่ยขึ้นว่า แม่ไม่เปลี่ยนแต่แววเปลี่ยนไป พอแววทำหน้างง วัณณรีแจกแจงว่า

“อย่างน้อย พี่ก็ยอมลดลาวาศอกให้แม่บ้าง ไม่ได้อยากเอาชนะคะคานเหมือนแต่ก่อน เป็นอย่างนี้ไปตลอดเลยนะ เราจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน”

สามแม่ลูกกอดกันด้วยความรัก มาลตีเสนอให้ทำหมูกระทะกินกันไหม เพราะนานๆจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอย่างนี้สักที แววเห็นด้วยชวนขึ้นตุ๊กๆไปตลาดด้วยกันเลย

“แท็กซี่ได้ไหมล่ะ เดี๋ยววัณผิวเสีย” วัณณรียังอดห่วงสวยไม่ได้ แววกับมาลตีมองอย่างหมั่นไส้ แต่ก็ด้วยความเข้าใจ แล้วหัวเราะกันอย่างมีความสุข...

ooooooo

หลังจากคืนนั้นที่เอกรินทร์ดื่มจนเมาแล้ว ชล-ธิชากับเริงใจก็ไม่เจอเอกรินทร์อีกเลย ครั้นไปถามที่ออฟฟิศ พนักงานบอกแต่ว่าเอกรินทร์ลาพักร้อนแต่ไปพักร้อนที่ไหนไม่รู้ เริงใจเปรยๆกับชลธิชาว่ารู้สึกเขาหลบ หน้ายังไงไม่รู้ พนักงานหูไวได้ยิน พยักหน้าหงึกบอกว่า

“ค่ะ...หนูว่าเขาอยากหลบหน้าคุณแป้งร่ำน่ะค่ะ พี่เขาเล่นมาตื๊อถึงออฟฟิศเลยนะคะ ทำอย่างกับเป็นแฟนกันงั้นแหละ”

พอได้ยินชื่อแป้งร่ำ ชลธิชากับเริงใจก็ฉุกคิดได้ว่า ต้องเป็นแม่นี่แน่ๆที่ทำให้เอกรินทร์หายเงียบไป

คืนนี้ แววมาหาเพื่อนรักที่ร้านกาแฟ ทั้งสามชนแก้วน้ำแดงกันแต่ท่าทางเริงใจเหมือนเมาเหล้า จนเพื่อนแซวว่าคออ่อนขนาดเห็นโถใส่เหล้าก็เมาแล้ว

แววเล่าถึงการทำงานของตัวเองว่า เหมือนมีเจ้านายที่ไม่ใช่สยุมภูว์ เริงใจบอกว่าจะเป็นใครก็ช่าง ถึงเวลาเขาจ่ายเงินเดือนให้ครบมันก็จบ ชลธิชาเห็นด้วย แซวเพื่อนว่าไปจับผิดเขาอย่างกับจับผิดแฟนงั้นแหละ เขาจะเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมก็เจ้านายตัวเองอยู่ดี ไม่เห็นจะต้องสนใจเลย หลังจากต่างเล่าถึงเรื่องค้างคาใจให้ฟังกันแล้ว ชลธิชารำพึงว่า

“เธอตามคุณสยุมภูว์ แต่เราสองคนตามคุณเอก เฮ้อ...นี่มันชีวิตเศร้าของสาวโสดตามหารักเลยนะเนี่ย”

แล้วสามสาวก็ยกแก้วนํ้าแดงขึ้นชนกันเซ็งๆ “หมดแก้ว!!!”

ooooooo

ให้แววกลับมารอคำสั่งที่บ้านแล้ว จักรมาฉีดนํ้าข้ามรั้วรดต้นไม้ให้บ้านแวว พอเจอแววก็ทำไก๋ถามว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นบอกตนเลย

ณ นาทีนี้ ทั้งจักรและแววต่างมองอีกฝ่ายอย่างระแวงระวัง แต่จักรเป็นฝ่ายคุมเกมจึงยังดูสบายๆ ส่วนแววนับวันยิ่งระแวงมากขึ้น จักรบอกเพิ่มพงษ์ว่า ณ วันนี้ นอกจากนิติภูมิแล้ว เราอาจต้องเตรียมรับมือกับแววด้วย

“มั่นใจเถอะครับคุณสยุมภูว์ สองคนนี้ไม่มีทางจะร่วมมือกันถล่มเราได้หรอก” เพิ่มพงษ์มั่นใจมาก

“ไม่ได้ร่วมมือกัน แต่มีจุดประสงค์ร่วมกัน”

“คือการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของคุณสยุมภูว์

ใช่ไหมครับ” เพิ่มพงษ์สีหน้าหนักใจขึ้นมา

แล้ววันนี้แววก็มีหลักฐานที่ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าจักรคือสยุมภูว์ เมื่อเธอได้รับจดหมายจากหลินและตงตงที่เขียนมาด้วยความคิดถึง ทั้งยังส่งรูปใบหนึ่งมาให้ด้วย หลังภาพเขียนว่า “คุณสยุมภูว์กลับมาเยี่ยมไร่” เป็นรูปชายคนหนึ่งยืนที่ระเบียงบ้านพักของแววกำลังโบกมือให้กล้องเหมือนทักทาย

เป็นจังหวะที่จักรกับเพิ่มพงษ์กำลังจะออกไปทำงานพอดี แววมองเขาอย่างสังเกต จักรหันมาโบกมือให้ แววสะอึกอึ้ง เมื่อเห็นจักรที่กำลังโบกมือให้ตรงหน้าเหมือนกับสยุมภูว์ในภาพไม่มีผิด!

ไม่ทันที่แววจะคิดอะไรต่อ นิติภูมิก็โทร.เข้ามือถือเธอ นิติภูมิเดินเกมของตนต่อ เขานัดพบแววในแกลเลอรี่ที่กำลังแสดงภาพในหัวข้อ “หน้ากาก” เป็นนัยถึงสิ่งที่เขากำลังต้องการให้แววรู้

แววประหลาดใจมากเมื่อนิติภูมิบอกเธอว่า คนที่เราเข้าใจว่าเป็นสยุมภูว์ที่เชียงใหม่นั้นที่แท้คือนำพล ผู้จัดการไร่ เขายํ้ากับแววว่าเราสองคนถูกหลอก ทำเป็นตั้งข้อสังเกตว่า “ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้านายเราต้องการเล่นสนุกอะไรอยู่”

หลังจากเป่าหูแววจนคล้อยตาม อยากรู้ว่าทำไมสยุมภว์ต้องทำตัวลึกลับ ต้องมีตัวปลอมมาตบตาคนอื่นแล้วนิติภูมิก็ถามว่า

“คุณแววไม่อยากรู้หรือครับว่าใครคือเจ้านายตัวจริงของเรา” เห็นแววยิ้มแทนคำตอบ เขารวบรัดว่า “งั้นผมจะถือว่าเรามีเป้าหมายเดียวกันนะครับ”

“ค่ะ...คุณนิติภูมิ” แววตอบรับอย่างอยากรู้ความจริง ผิดกับนิติภูมิที่อยากรู้เพราะต้องการฆ่า!

ooooooo

เอกรินทร์กลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับข้อเท็จจริง และพยานที่จะมาแฉแผนการของไลลากับแป้งรํ่าฉีก หน้าทั้งสองที่วางแผนมัดมือชกตน

เอกรินทร์แฉไลลาว่า คนขับรถที่ร้านอาหารเป็น พยานให้ได้ว่าเธอกับแป้งรํ่าช่วยกันลากตนกลับเข้าห้องพัก ซํ้ายังเป็นคนฝากกุญแจมอเตอร์ไซค์ของตนกับคนขับรถคนนั้นด้วย

เมื่อมีพยานหลักฐานมายืนยันจนไลลาต้องยอมรับแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นิ่งคิดพึมพำอย่างเจ็บใจ... หนักใจว่า

“จะบอกยัยแป้งยังไงล่ะเนี่ย...”

เป็นเวลาเดียวกับที่แป้งรํ่าไปโวยวายกับชลธิชาและเริงใจที่ร้านกาแฟ ถามว่าสองคนรู้ใช่ไหมว่าเอกรินทร์ อยู่ที่ไหน ถูกชลธิชากับเริงใจกวนประสาทแล้วย้อนถามว่า ไลลาน่าจะรู้ดีกว่าคนอื่นไม่ใช่หรือว่าเอกรินทร์อยู่ไหน แป้งรํ่าพยายามแสดงตัวว่าตนเป็นมากกว่า เพื่อนของเอกรินทร์ เริงใจไม่เชื่อ ยืนยันว่าของแบบนี้ต้องถามเอกรินทร์เอง

“งั้นก็เตรียมใจไว้ได้เลย เพราะคำตอบของคุณเอกอาจจะทำให้คุณสองคนสะเทือนใจจนถึงขั้นรับไม่ได้ เลยล่ะ” แป้งรํ่ายิ้มเยาะ พอดีมีคนโทร.เข้ามือถือ เธอรับสาย อย่างตื่นเต้น “ไลลา...ว่าไงจ๊ะ อะไรนะ...คุณเอกกลับมาแล้ว...” วางสายจากไลลาแล้ว แป้งร่ำปรายตาใส่สองสาว พูดเยาะ “ขอตัวก่อนนะคะ แฟนแป้งกลับมาแล้ว ว่าง เมื่อไหร่แป้งจะให้คุณเอกมายืนยันเรื่องนี้กับคุณสองคนด้วยตัวเองเลยค่ะ” พูดแล้วเดินระริกระรี้ออกไป

“ถ้ามันเป็นจริงอย่างที่คุณแป้งว่า...” ชลธิชาพูดไม่ออก

“เราก็ต้องปลอบใจกันเองน่ะสิ” เริงใจพูดอย่างทำใจไม่ได้ แล้วสองสาวก็มองหน้าแบบคนหัวอกเดียวกัน...

ooooooo

สยุมภูว์ยังคงใช้ห้องทำงานลับที่ร้านขายต้นไม้ เป็นที่ติดต่องาน วันนี้เขาโทร.คุยกับนิติธรที่ได้รับ มอบหมายให้รับผิดชอบดูแลการมาเยี่ยมของมิสเตอร์เหลียง นิติธรบอกว่ามิสเตอร์เหลียงนัดพบเขาในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านี้ วันเวลาแน่นอน เลขาของมิสเตอร์เหลียงจะคอนเฟิร์มอีกที

นิติธรรายงานอีกว่า เท่าที่ตนสืบข่าวจากเพื่อนฝูง มิสเตอร์เหลียงต้องการมาลงทุนเรื่องการเกษตรในภูมิภาคนี้ เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว คงไม่ไว้ใจที่อื่นเท่าทศพลกรุ๊ป นิติธรพูดตบท้ายอย่างยินดีว่า

“ถ้าเป็นอย่างนั้น นี่ก็คงเป็นข่าวดีที่สุดนับตั้งแต่คุณสยุมภูว์กลับมาเลยล่ะครับ”

วางสายจากสยุมภูว์แล้ว นิติธรหันมองนิติภูมิที่นั่งดื่มกาแฟฟังอยู่ด้วย นิติภูมิถามว่า “พ่อมีอะไรจะคุยกับ ผมไหม” พอนิติธรบอกว่าก็อยากจะชวนกินข้าวเย็นด้วยกัน นิติภูมิผิดหวัง เขาปฏิเสธอ้างว่าเย็นนี้ตนมีนัดแล้วครั้นนิติธรถามว่ามีงานอะไร เขาตอบอย่างยโสว่า

“จะงานอะไรล่ะพ่อ ผมทำงานให้คุณสยุมภูว์ก็ต้องงานของคุณสยุมภูว์สิครับ” พูดแล้วออกจากห้องไปเลย นิติธรมองตามอย่างสงสัยว่าลูกชายไปงานอะไร?

ที่แท้นิติภูมินัดพบกับศักดา เขาถามอาการบาดเจ็บเมื่อศักดาบอกว่าดีขึ้นมากแล้ว นิติภูมิมอบหมายงานใหม่ให้พร้อมกับซองเอกสารที่มีรูปมิสเตอร์เหลียง อธิบายว่า

“มิสเตอร์เหลียงเป็นเพื่อนไอ้สีหราชจะมาตกลงเรื่องธุรกิจกับทศพลกรุ๊ปที่กรุงเทพฯ แกคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับทศพลกรุ๊ป ถ้ามันเป็นอะไรไประหว่างการมาเจรจาธุรกิจพันล้านกับไอ้สยุมภูว์...โดยที่ทุกคนต้องเข้าใจว่าเป็นฝีมือของมันเอง”

นิติภูมิกับถึงคฤหาสน์ทศพลตอนกลางคืน นิติธร ถามอย่างสงสัยว่างานคงเยอะจริงๆ ถึงได้กลับดึกกว่าตนอีก ถูกย้อนถามว่า พ่ออยากรู้จริงๆ หรือต้องการจับผิดตน นิติธรบอกว่าเป็นห่วงเห็นทำงานหนักเกินไป

นิติภูมิขอบคุณประชดกลายๆ เมื่อพ่อบอกให้ไป พักผ่อนเสีย เขาเดินเลี่ยงไป ในขณะที่นิติธรมองตามพึมพำ...

“แกไปทำอะไรให้คุณสยุมภูว์เขาไม่ไว้ใจแกรึเปล่านะ...ไอ้ภูมิ...”

ooooooo

แป้งร่ำไปหาไลลาที่ห้องพัก โกรธเพื่อนที่ยอมรับสารภาพกับเอกรินทร์ง่ายๆ ไลลาปลอบเพื่อนว่าอย่าคิดมากเลย ผู้ชายดีๆมีอีกตั้งเยอะ แป้งร่ำย้อนถามอย่างรับไม่ได้ว่า คิดว่าแทนกันได้หรือ ท้าว่างั้นเธอเลิกจีบคนสวนนั่นได้ไหม แล้วหาผู้ชายดีๆ คนอื่นแทน

ไลลาไม่ตอบ ได้แต่มองอย่างเหนื่อยใจแทนเพื่อน

ส่วนเอกรินทร์ เมื่อจับเท็จไลลากับแป้งร่ำได้แล้ว เขาไปที่ร้านกาแฟ เจอแววนั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอฟังชลธิชากับเริงใจเล่าเรื่องแป้งร่ำให้ฟังแล้ว เห็นเอกรินทร์เดินมาอย่างเร่งรีบ ก็โบ้ยให้เพื่อนทั้งสองเคลียร์กับเจ้าตัวเสียให้รู้เรื่อง

“เราสามคนต้องการคำอธิบาย...เอก” แววพูดขึ้นก่อน

“ผมขอน้ำสักแก้วได้ไหมครับ เรื่องนี้เราต้องคุยกันยาว” เอกรินทร์เอ่ยแล้วถอนใจยาว

พอได้น้ำแล้วเอกรินทร์เริ่มเล่าด้วยสีหน้าทั้งเครียด ทั้งรู้สึกตัวเองผิด ส่วนสามสาวก็จ้องเขม็งอย่างอยากรู้ ความจริง

ฟังเอกรินทร์แล้ว ชลธิชาตำหนิตัวเองที่คืนนั้นทิ้งเขาไว้คนเดียว ส่วนเอกรินทร์ก็ยอมรับว่าตัวเองผิดที่ไม่รู้จักประมาณตนถึงได้ดื่มหนักขนาดนั้น พอถูกเริงใจถามว่าดื่มหนักเพราะอะไร เขาตอบคำเดิมว่าเครื่องมันติด ไม่มีเหตุผลอื่น

เมื่อพาแววมาส่งที่บ้าน เอกรินทร์ถามแววว่าจำได้ไหมที่คืนนั้นตนบอกว่าจะรอเธอ แววยืนยันว่าคำตอบของตนเหมือนเดิมคือ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเถอะเอกรินทร์บอกเศร้าๆว่าตนยังจะรอ แววเลยตัดปัญหาทั้งที่ไม่สบายใจว่า

“แต่แววมีคนอื่นแล้ว ตัดใจเสียเถอะเอก เลิกทำให้แววอึดอัดเสียที” เอกรินทร์ถามเหมือนใจจะขาดว่าแววไม่ได้โกหกใช่ไหม เธอกลั้นใจส่ายหน้า เอกรินทร์ยิ้มเศร้าๆ แล้วขี่รถออกไป แววมองตามพึมพำอย่างสะเทือนใจ

“แววขอโทษนะเอก...”

ooooooo

พอแววเข้าบ้าน ก็ได้รับการติดต่อจากสยุมภูว์ทางไอแพด พอเห็นหน้ากันทางจอ เขาถามทันทีว่า รู้แล้วสินะว่าการทำงานใกล้กับเขานั้นอันตรายแค่ไหน แววถามว่าเขาถูกตามล้างแค้นใช่ไหม

“มันไม่ใช่เรื่องการล้างแค้น ผมแน่ใจว่าไม่เคยทำให้ใครเจ็บช้ำน้ำใจขนาดนั้น แล้วผมก็ไม่รู้ใจคนที่มันไล่ฆ่าผมเสียด้วยสิ”

สยุมภูว์เลียบเคียงถามแววว่าเรื่องที่ไร่เธอโกรธและเกลียดตนที่ทำให้เธอเจ็บตัวหรือเปล่า

“ไม่โกรธและไม่เกลียดค่ะ เพราะคุณเองก็ไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้”

“แต่ผมเสียใจที่ทำให้คุณตกอยู่ในอันตราย แล้วก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง เอาเป็นว่าต่อไปนี้คุณกับผมติดต่อกันผ่านระบบนี้เท่านั้น เราจะได้ปลอดภัยกันทั้งสองฝ่าย....ถ้าคุณยังพร้อมที่จะทำงานกับทศพลกรุ๊ปนะ”

“แววพร้อมสำหรับที่นี่ค่ะคุณสยุมภูว์”

“จากวันนี้ งานของคุณจะอยู่ที่ออฟฟิศของทศพลกรุ๊ป คุณนิติธรจะนัดคุยกับคุณเร็วๆนี้ เรามีโปรเจกต์ใหม่ที่ต้องลุยไปด้วยกัน แล้วคงได้เจอกันอีก...ที่นี่นะ คุณมีอะไรจะถามอีกรึเปล่า”

“ไม่มีค่ะ...คุณสยุมภูว์” พอหน้าจอดับ แววพูดกับหน้าจอราวกับเห็นเขาอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยว่า “คุณไม่ให้ใครปลอมเป็นคุณ แล้วคุณจะปลอมตัวเป็นคนอื่นหรือเปล่าคะ...คุณสยุมภูว์??”

ooooooo

วันนี้คำรพมาที่บ้านแววแต่เช้า แววพูดประชดว่าถ้าเวลาเหลือเยอะขนาดนี้แนะนำให้ไปรำไทเก๊กกับอากงอาม่าดีกว่า คำรพเลยบอกว่างั้นตนต้องไปฉีดโบทอกซ์สักเข็มสองเข็มเสียแล้ว แววได้ทียุว่างั้นตนจะบอกแม่ให้ แม่ก็คงอยากฉีดเหมือนกัน

มาลตีได้ยินแว่วๆ รีบออกมาทำดี๊ด๊าอย่างถูกใจ แล้วเข้ามาลากคำรพออกไปด้วยกันเลย คำรพขืนตัวพยายามจะปฏิเสธ ถูกวัณณรียัดเยียดว่า ถ้าแม่หน้าตึงก็เหมือนลูกแววลูกวัณนั่นแหละ แล้วสองพี่น้องก็ยืนดูแม่ลากคำรพออกไปขำๆ

พอแววออกมาก็เห็นจักรฉีดน้ำข้ามรั้วรดน้ำต้นไม้ให้อยู่ แววบอกว่าไม่ต้องฉีดมาเผื่อถึงสวนของตนหรอก เขาบอกว่าเสียดายต้นไม้ตนอุตส่าห์ไปจัดสวนให้ แล้วทำทีถามว่าไม่ต้องกลับไปเชียงใหม่แล้วหรือ ไม่คิดถึงตงตงกับหลินหรือ

แววพยักหน้ารับว่าไม่ต้องกลับแล้วจะได้มาทะเลาะกับเขาทุกวันเหมือนเดิม ส่วนตงตงกับหลินก็สัญญากันไว้แล้วว่าจะโทรศัพท์คุยกันบ่อยๆ คุยอวดว่า

“ตงตงรับดูแลต้นไม้แทนฉันด้วย เมื่อไรที่มันออกดอกฉันจะกลับไปที่นั่นทันทีเลย” จักรติงว่าเธอบอกเองว่ามันไม่ออกดอกแล้วนี่ แววพูดอย่างมีความหวังว่า “ไม่รู้สิ...ฉันเชื่อว่ามันต้องออกดอกอีก  แล้วฉันจะได้กลับไปเห็นมันอีกครั้งหนึ่ง”
แววยิ้มอย่างมีความหวัง มั่นใจ จักรยิ้มตาม ลุ้นในใจอยากให้ความฝันของเธอเป็นจริง...

ooooooo

แววเข้ามาคุยกับนิติธรในห้องทำงานของเขา หลังจากคุยกันจนแววเข้าใจภาพรวมของงานแล้ว นิติธรยํ้าว่า มิสเตอร์เหลียงเป็นเพื่อนรุ่นน้องของสีหราช เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ทำให้มีทศพลกรุ๊ปในทุกวันนี้ บอกแววว่า การที่สยุมภูว์ให้เธอมาดูแลแขกสำคัญนี้ก็แปลว่าเขาไว้ใจเธอมาก

“แววจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตั้งแต่วันแรกที่มิสเตอร์เหลียงมาถึงเลยค่ะคุณนิติธร”

“มีปัญหาอะไรติดต่อได้เลยนะ งานนี้เราพลาดไม่ได้”

ปรากฏว่ามิสเตอร์เหลียงมาก่อนกำหนด เมื่อมาถึงพนักงานต้อนรับพูดภาษาจีนต้อนรับอย่างแสนสุภาพว่า

“ยินดีต้อนรับค่ะ มิสเตอร์เหลียง”

ปรากฏว่าต้อนรับผิดคน มิสเตอร์เหลียงลงจากรถแล้วสั่งด้วยสีหน้าไม่พอใจ ให้เรียกผู้จัดการโรงแรมมาพบหน่อย ครู่เดียว ผู้จัดการโรงแรมก็วิ่งหน้าตาตื่นมาขอโทษเป็นการใหญ่ที่พนักงานใหม่เอ่ยต้อนรับผิดคน

“บริการอย่างนี้เดี๋ยวถอนหุ้นเสียเลยดีไหม” มิสเตอร์เหลียงเสียงเข้มแล้วเรียกเลขา เลขารีบเข้ามาพร้อมเอกสารยื่นมาตรงหน้า มิสเตอร์เหลียงทำท่าจะเซ็นถอนหุ้น ผู้จัดการอ้อนวอนว่าถ้าทำอย่างนั้นตนถูกไล่ออกแน่ แล้วใครจะเลี้ยงลูกกับสามีตน มิสเตอร์เหลียงสั่งให้หยุดครํ่าครวญ แล้วหันไปพยักหน้าให้เลขา เลขาส่งซองสีแดงมีสัญลักษณ์ของบริษัทให้

“ค่าปลอบขวัญที่ทำให้ตกใจ”

ผู้จัดการรับซองแล้วโค้งอย่างงามพลางพามิสเตอร์เหลียงเข้าไปข้างใน

ooooooo

แจ็คยังสาระแนสอดรู้สอดเห็นไม่เลิก ทีแรกก็แอบทำแต่นานไปก็ทำอย่างเปิดเผย พยายามจะเปิดประตูเข้าไปดูในห้องทำงานลับของจักรกับเพิ่มพงษ์ให้ได้ จนเพิ่มพงษ์สั่งให้เก็บเสื้อผ้าจะพาไปส่งหมอชิต

แจ็คทำหน้ารั้นว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะรู้ว่าในห้องลับนั้นมีอะไร เพิ่มพงษ์ทำเป็นใจอ่อนจะพาไปดู แต่ห้ามบอกจักรเด็ดขาด แจ็คจะได้เลิกสาระแนสอดรู้สอดเห็นเสียที

ที่หน้าร้าน จักรกำลังรับมือกับการรุกของไลลาอย่างระอาใจ เธอทำทีมาสั่งซื้อต้นไม้ พอจักรก้มลงยกกระถางเธอก็กอดเขาจากข้างหลัง จักรบอกให้ปล่อยเธอก็ยิ่งกอดแน่น จนจักรต้องวางกระถางแกะมือเธอออกจากเอว

ไลลาตื๊อหน้าด้านๆ บอกว่าถึงเขาไล่ตนก็ไม่กลับ จักรเลยไปเปิดสปริงเกอร์ที่ติดอยู่ในร้าน นํ้าพ่นถูกไลลาเปียกเธอหนีไปยืนที่หน้าร้าน จักรยังคงเปิดสปริงเกอร์ทิ้งไว้ ทำให้ไลลาไม่กล้าเข้ามา เขาจึงลงมือทำงานต่ออย่างไม่สนใจเธอเลย

ส่วนชลธิชากับเริงใจ หลังจากรู้ว่าเอกรินทร์พ้นข้อหาแล้ว ก็แย่งกันทำคะแนนกับเขา วันนี้ต่างก็ชงกาแฟเย็นในสูตรของตัวเองให้เมสเซนเจอร์เอาไปส่งเขา โดยแปะชื่อของตัวเองไว้ที่กระบอกเก็บความเย็น ท้ากันว่า

“จะได้วัดกันไปเลยว่า คุณเอกชอบกาแฟของใคร ใครดี...ใครได้ เย็นนี้รู้กัน” เริงใจพูดอย่างมาดมั่น

“เราตกลงกันแล้วนะ ไม่ว่าคุณเอกจะเลือกใคร เราต้องยอมรับ” ชลธิชายํ้าข้อตกลง

“แน่น้อน...กลัวที่ไหน” เริงใจมั่นใจมาก

เมื่อเมสเซนเจอร์เอากาแฟไปส่งเอกรินทร์แล้ว สองสาวต่างลุ้นสุดๆ ให้กาแฟเย็นของตัวเองชนะใจเอกรินทร์...

ooooooo

เมื่อเข้าพักในห้องเรียบร้อยแล้ว เลขาเข็นอาหารมาให้ที่ห้อง มิสเตอร์เหลียงมองอย่างไม่สนใจ ถามเลขาว่า เรามาล่วงหน้าแถมยังต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะกลับ จะให้ตนกินอาหารโรงแรมตลอดเลยรึไง

เลขาบอกว่าอาหารที่โรงแรมปลอดภัย มิสเตอร์ เหลียงแย้งว่า แต่ไม่ถูกปาก เลขาเป็นห่วงความปลอดภัยบอกมิสเตอร์เหลียงว่า สายข่าวของตนรายงานมาว่าท่านกำลังถูกจับตาอยู่

“กว่าพวกนั้นจะรู้ว่าเรามาที่นี่ เราคงบินกลับเมืองจีนไปแล้ว...ผมอยากกินหูฉลามเยาวราช”

เลขารีบรับคำว่าจะให้พนักงานโรงแรมจัดมาให้ มิสเตอร์เหลียงพูดอย่างขัดใจว่า “มันจะได้เรื่องกว่ากินที่ร้านได้ไง”

เลขาขอเวลา 15 นาทีให้ตนเตรียมรถให้ มิสเตอร์เหลียงให้แค่ 5 นาทีพอ เลขารีบเข็นรถอาหารออกไป มิสเตอร์เหลียงมองตามแบบไม่ได้ดั่งใจเลย

ooooooo

เพื่อให้แววต้อนรับมิสเตอร์เหลียงอย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง นิติธรพาแววไปดูภัตตาคารเก่าแก่ที่สีหราชกับมิสเตอร์เหลียงเคยมานั่งคุยธุรกิจกันบ่อยๆ จนสนิทสนมกับเจ้าของร้าน นิติธรพาแววมารู้จักกับเจ้าของร้านเผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกันไม่ต้องผ่านตน

แววถามว่าสยุมภูว์เคยมาที่ร้านนี้ด้วยใช่ไหม นิติธรบอกว่าเคยมาตอนเด็กๆ กับคุณสีหราชและคุณหญิง พอ ไปอยู่เมืองนอกก็ไม่ได้แวะมาอีกเลย หรืออาจจะมาแต่เราไม่รู้ก็ได้

“ไม่รู้ว่าคุณสยุมภูว์จะต้องหลบๆซ่อนๆอย่างนี้ไปถึงเมื่อไรนะคะ” แววเลียบเคียงในเรื่องที่ค้างคาใจอยู่

“ไม่ต้องร้อนใจหรอกหนู เมื่อไรที่มิสเตอร์เหลียงนัดพบคุณสยุมภูว์ วันนั้นหนูก็คงได้เจอท่าน”

“หวังว่าคุณสยุมภูว์จะไว้ใจให้แววได้พบสักครั้งนะคะ” แววตั้งความหวัง นิติธรได้แต่ยิ้มอย่างปลอบใจ

ห้องลับที่ร้านขายต้นไม้ ยังเป็นเป้าหมายที่แจ็คพยายามจะรู้ให้ได้ว่าในนั้นมีอะไร และจักรกับเพิ่มพงษ์เข้าไปทำอะไรกันในนั้นทีละนานๆ แต่ก็หาทางเข้าไม่ได้สักที เพิ่มพงษ์เห็นบ่อยจากที่รู้สึกรำคาญจนกลายเป็นขำกับความพยายามที่ใช้แต่แรงไม่ใช้สมองของแจ็ค

จักรบอกว่าแจ็คคงอยากรู้มากว่าพวกเราทำอะไรกันอยู่ เพิ่มพงษ์บอกว่าแจ็คจะได้รู้เมื่อเราต้องการตัวช่วย แล้วชวนคุยเรื่องงานกัน จักรถามถึงงานเลี้ยงต้อนรับมิสเตอร์เหลียง เพิ่มพงษ์ถามว่า

“ไฟต์บังคับที่คุณสยุมภูว์ต้องไปรับรองด้วยตัวเองน่ะหรือครับ ไม่ต้องห่วงครับ คุณสยุมภูว์จะได้เจรจาธุรกิจกับมิสเตอร์เหลียงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แม้แต่น้อย”

“หวังว่าจะไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นอีกนะ” จักรมองหน้าเพิ่มพงษ์อย่างอดกังวลไม่ได้

ooooooo

หลังจากนิติธรแนะนำแววอย่างละเอียดแล้ว แววขอหาซื้อขนมไปฝากแม่เพราะนานๆจะได้มา แถวนี้ที นิติธรจึงกลับไปก่อน

ที่เยาวราชนี่เอง แววได้สร้างวีรกรรม เมื่อแววไปเจอมิสเตอร์เหลียงไปกิน “บัวลอยน้ำขิงจักรพรรดิ ลูกใหญ่สะใจ” แล้วเกิดบัวลอยจักรพรรดิติดคอ แววไปซื้อบัวลอยเจ้าเดียวกัน เห็นมิสเตอร์เหลียงตาเหลือกหายใจ ไม่ออก จึงเข้าไปช่วยด้วยการจับมิสเตอร์เหลียงนั่งคุกเข่าเอาตัวพาดกับเก้าอี้แล้วทุบอั้กๆ

เลขาเข้ามาโวยวายหาว่าแววทำร้ายเจ้านายตน แววไม่สนใจ ทุบไปอีกหลายอั้กจนมิสเตอร์เหลียงตาเหลือกบัวลอยทะลักออกจากปาก พอช่วยมิสเตอร์เหลียงปลอดภัยแล้ว แววขอโทษที่ตนมือหนักไปหน่อย แล้วจึงขอตัว

รับบัวลอยที่สั่งไว้แล้วแววจะเดินออกจากร้าน มิสเตอร์เหลียงมองหน้าเลขา เลขารู้ใจเรียกแวว แล้วเอาซอง สีแดงมีโลโก้บริษัทให้ บอกแววว่าเจ้านายอยากตอบแทนที่เธอช่วยชีวิตไว้ แววไม่รับและขอตัวเพราะต้องรีบกลับ ไปทำงาน

“หยิ่งทะนง...เด็ดจริงๆ” มิสเตอร์เหลียงพึมพำแล้วสั่งเลขาให้ตามไป ตนอยากรู้ว่าแววทำงานที่ไหน

ตามไปจึงรู้ว่าแววทำงานอยู่ที่ทศพลกรุ๊ป แต่ขณะที่มิสเตอร์เหลียงกำลังกลับออกไปพร้อมกับกระจกหน้าต่างรถค่อยๆปิดลงนั่นเอง สวนกับรถของนิติภูมิที่กำลังเข้ามาพอดี นิติภูมิเห็นมิสเตอร์เหลียง เขาพึมพำอย่างแปลกใจว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปจากด้านหลังแล้วส่งไปให้ศักดาทันที

มันทำงานกันอย่างมืออาชีพ ไม่นานศักดาก็สืบรู้ว่ามิสเตอร์เหลียงพักอยู่ที่โรงแรมไหน นิติภูมิสั่งการอย่างพอใจว่า

“ดีมาก...งั้นแกจับตาดูมันไว้ ฉันจะสืบจากทางนี้ว่ามันเข้ามาคุยกับไอ้สยุมภูว์แล้วหรือยัง”

แล้วนิติภูมิก็สืบจากแวว เขาสั่งแม่บ้านเอากาแฟไปเสิร์ฟแววแล้วทำทีเข้ามาถามไถ่ว่าพ่อตนใช้แววหนักไปรึเปล่า ค่อยๆเลียบเคียงถามการมาของมิสเตอร์เหลียง พอแววบอกว่าทางโน้นยังไม่คอนเฟิร์มมา นิติภูมิทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยแล้วรีบปรับสีหน้า

หารู้ไม่ว่า บนกองหนังสือโต๊ะทำงานของแววนั้น มีกล้องเล็กๆซ่อนอยู่ การเคลื่อนไหวทั้งหมดถูกส่งไปยังห้องทำงานลับในร้านขายต้นไม้ จักรกับเพิ่มพงษ์เห็นการเคลื่อนไหวทุกอย่างในห้องราวกับอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน

หลังจากนิติภูมิออกไปแล้ว จักรกดคีย์บอร์ดถอยกลับไปดูภาพและการสนทนาในตอนที่เห็นนิติภูมิชะงักทำหน้าแปลกใจ จักรสงสัยว่านิติภูมิแปลกใจอะไร?

“เขาสงสัยคุณแววน่ะสิครับ คงคิดว่าโดนปิดบังอะไรอยู่” เพิ่มพงษ์วิเคราะห์

“แปลว่า เขารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับคุณเหลียง ที่ไม่ตรงกับคำตอบของแวว”

“ก็เป็นไปได้”

จากจุดนี้ กลายเป็นประเด็นให้คิดกันต่อไปว่า มีอะไรซ่อนเงื่อนอยู่ในสีหน้านั้น?

ooooooo

เย็นนี้ เอกรินทร์ไปที่ร้านกาแฟ ชลธิชากับเริงใจพยายามถามเขาเรื่องกาแฟที่ส่งไปให้ เขาบอกว่าชิมของทั้งสองคน สองสาวเลยตัดสินไม่ได้ว่าใครทำคะแนนได้ดีกว่า

ครู่เดียว  แววก็มาพร้อมกับนิติภูมิ เอกรินทร์มองหน้านิติภูมิอย่างไม่ถูกชะตานัก ความร่าเริงที่มีก็พลอยหดหายกลายเป็นนิ่งขรึมไปด้วย ชลธิชากับเริงใจดูออกว่าเอกรินทร์หึงแวว ยิ่งเมื่อแววทำเป็นไม่สนใจเขา เอกรินทร์ ก็ยิ่งหงอย ซ้ำร้าย เมื่อแววจะกลับนิติภูมิยังอาสาไปส่งด้วย

เริงใจกับชลธิชาอ่านใจเอกรินทร์ออก บอกกันว่า เห็นทีจะต้องนัดคุยกับแววอย่างเปิดอกเสียแล้วจะได้หายข้องใจกัน

ระหว่างขับรถกลับ นิติภูมิพยายามที่จะแสดงท่าทีว่าชอบแวว เลียบเคียงถามถึงเอกรินทร์และจักร เมื่อแววบอกว่าทั้งสองคนเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น เขารีบพูดอย่างดีใจว่า “ถ้าอย่างนั้นผมก็ยังมีสิทธิ์สิครับ” ทำเอาแววอึ้งก่อนตอบเลี่ยงไปว่า

“ค่ะ...คุณนิติภูมิ แต่แววคิดว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงานน่ะค่ะ”

นิติภูมิบอกว่า “ผมเข้าใจครับ” และจากนั้นแววก็ไม่กล้าคุยอะไรอีกเลยจนไปถึงบ้าน

พอแววลงจากรถเข้ารั้วเท่านั้น ก็ได้ยินเสียงจักรทักด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า

“เพื่อนร่วมงานทำคะแนนรุกหนักอย่างนี้ คุณเอกรินทร์ของผมคงแย่เลยสิ”

เป็นเรื่องทันที! แววแหวใส่ว่าใครขอความเห็น จักรก็ยังยั่วว่า ตนเอาใจช่วย เลือกให้ถูกคนก็แล้วกัน แวว บอกว่าสองคนนั้นก็เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น จักรแย้งว่าตนดูออกว่าสองคนนั้นไม่ได้คิดกับเธอแค่เพื่อนแน่ๆ

ทั้งคู่โต้เถียงกันแบบเถียงกันไปแหย่กันไป จนจักรทำเป็นโมโหกระโดดข้ามรั้วมา แต่ทำเป็นพลาดตกเจ็บจนลุกไม่ขึ้น แววตกใจรีบเข้าไปดูถามว่าต้องหาหมอรึเปล่าตนจะเรียกรถพยาบาลให้ จักรแกล้งกระชากเธอเข้าหาตัว แต่แววระวังตัวอยู่แล้วเลยรู้ทัน พอรู้ว่าถูกหลอกแววก็ไล่ให้กลับไปเลย

จักรลุกเดินไปที่ประตูรั้วอย่างว่าง่าย พูดอย่าง สบายใจว่า “ได้ทะเลาะกับคุณก่อนนอน คืนนี้ผมต้องหลับฝันดีแน่ๆ”

“เชิญเถอะย่ะ...อีตาบ้า...” แววด่าเสียงอ่อนๆ มองตามจักรไปขำๆ ก่อนเดินเข้าบ้าน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.