ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

แววมยุรา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แววกลับถึงห้องก็อดคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปไม่ได้ ขณะคิดเพลินๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น มาลตีเข้ามาถึงก็ถามทันทีว่าคนข้างบ้านเราชื่ออะไรนะ พอแววบอกว่าชื่อจักร ก็บ่นว่าคนอะไรหน้าตาออกหล่อแต่ชื่อย้อนยุคไปไกลเลย

แววรู้ว่าแม่มีเรื่องอื่นจะพูด พอถามก็จริงอย่างที่คาด มาลตีบอกว่าตนสั่งซื้อครีมทาหน้ามาสองชุด เผื่อเธอกับวัณณรีจะได้ใช้ด้วย ราคาชุดละ 6 พันบาท สองชุด 12,000 บาท แววบอกว่าแล้วจะหามาให้ หนักใจแต่ไม่แสดงออก

รุ่งขึ้น เมื่อจักรกับแจ็คไปจัดสวน เจอแววที่นั่น ทั้งสองคุยกันถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอีก แววคิดว่าเขาปากรรไกรใส่งูพลาด แต่เขาบอกว่าตนตั้งใจปาไม่ให้ถูกเพราะงูก็รักชีวิตเหมือนเรา ทำให้แววรู้สึกดีแต่ไม่วายปรามาสว่าเขาปาพลาดมากกว่า

ชลธิชากับเริงใจเห็นทั้งสองคุยกันดีๆ ก็แปลกใจว่าเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า แจ็คมาอยู่ข้างหลังสาระแนแทรกขึ้นว่า

“นั่นสิครับ ผมเองก็ยังงงอยู่เลย วันนี้ดูเจ๊แกจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ”

ชลธิชากับเริงใจหันมองด้วยหางตาแล้วเดินเลี่ยงไป ทำเอาแจ็คที่ยิ้มแป้นหน้าบาน ยืนเก้อไปเลย

ooooooo

สวนหย่อมจัดได้อย่างสวยงาม น่ารัก จนแจ็ค

บอกว่าเห็นแล้วหายเหนื่อยเลย บอกจักรให้ถ่ายรูปไปอวดน้าเพิ่มกัน แต่เพื่อยืนยันว่าเป็นฝีมือพวกตนจริงๆ แจ็คขอให้แววกับจักรเข้ากล้องด้วย จัดให้ยืนใกล้ๆกันเพื่อโชว์สวน

เริงใจเห็นเข้ามองตาโต ร้องแซว “นั่นแน่...มีแอบถ่ายรูปคู่กันด้วยเหรอจ๊ะ”

แววรีบผละออก บอกว่าตนแค่ถ่ายรูปกับคนจัดสวน จักรร้องอ้าว ถามว่าคนจัดสวนคนนี้มันก็คนเดียวกับคนข้างบ้านเธอไม่ใช่หรือ แววก็ตะแบงไปว่า แค่คนข้างบ้านไม่ได้นับเป็นเพื่อนบ้าน

ทั้งคู่ทำท่าจะตีฝีปากกันอีก ชลธิชากับเริงใจรีบหย่าศึก ชวนกันเดินดูสวนชมว่าสวย ชอบมาก

กลับถึงบ้าน จักรดักพบแววบอกว่าพรุ่งนี้จะมาจัดสวนให้ แววบอกว่าพรุ่งนี้ตนไม่ว่างต้องไปเป็นนางแบบในงานประมูลเครื่องเพชร แล้วจะเข้าบ้าน แต่ก็ยังมีแก่ใจบอกเขาว่า

“ยังไงก็ขอบใจนะ ที่อุตส่าห์จะช่วยจัดสวนให้ งั้นฉันเข้าบ้านก่อนล่ะ ต้องรีบนอน พรุ่งนี้หน้าจะได้ไม่โทรม”

จักรยิ้มกริ่มพูดเบาๆว่าโทรมยังไงก็ยังสวย แต่พอหันมาก็เจอเพิ่มพงษ์ยืนอยู่แล้ว เขาบ่นว่ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย นึกได้บอกเพิ่มพงษ์ว่า มาก็ดีแล้ว พรุ่งนี้เราหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่า อย่างเช่น...ประมูลเครื่องเพชร

เพิ่มพงษ์ฟังแล้วอึ้งๆ งงๆ ไม่รู้ว่าเขาจะเล่นอะไร?

รุ่งขึ้น เอกรินทร์เตรียมไปงานประมูลเพชร แวะไปที่ห้องไลลาจะชวนไปพร้อมกัน ไลลาอยู่กับแป้งร่ำ สองสาวบอกว่าเดี๋ยวค่อยตามไป พอเอกรินทร์ไป ไลลาเห็นแป้งร่ำหน้าระรื่นกับเอกรินทร์ก็พูดอย่างหมั่นไส้ว่า

“จะบอกให้นะ นายนี่ไม่ใช่สเปกเธอหรอก ชอบทำตัวเป็นหนุ่มเรียบร้อย อบอุ่น ดูน่าเบื่อจะตาย ไม่มีความเร้าใจสไตล์แบดบอยเอาซะเลย”

“แล้วใครบอกเธอว่าฉันชอบผู้ชายแบบแบดบอยล่ะ” แป้งร่ำยิ้มกริ่มอย่างอิ่มใจ จนไลลาหันมองหน้า นึกรู้ว่าดูท่าแป้งร่ำจะชอบเอกรินทร์จริงจัง

ooooooo

เอกรินทร์ไปถึงหน้าโรงแรมหรูที่จัดประมูลเพชร เจอชลธิชาเขาเอ่ยปากรบกวนขอถามข้อมูลและสัมภาษณ์ในสกู๊ปข่าวด้วย ชลธิชาไม่มั่นใจ เอกรินทร์ยืนยันขอรบกวน แล้วขอตัวไปที่จอดรถก่อนเพราะตากล้องรออยู่ที่นั่น

ไม่นาน ไลลากับแป้งร่ำก็มาถึง สองสาวไม่พอใจที่ได้เป็นนางแบบพรีเซนต์ต่างหู แหวน กำไล ไม่ได้โชว์สร้อยเพชรที่เป็นไฮไลต์ของงาน ถามกันว่าแล้วเป็นใคร ไลลาระแวงว่าจะเป็นแวว

พูดกันไม่ทันขาดคำ แววก็มาถึง ต่างทักทายกันอย่างไว้เชิง แววเสียความรู้สึกเพราะไม่คิดว่าไลลากับแป้งร่ำจะมางานนี้ ไม่อยากมีเรื่องกวนใจเลยเลี่ยงจะเข้าห้องแต่งตัว เจอชลธิชาเข้าพอดี บ่นเพื่อนว่าทำไมไม่บอกว่าไลลากับเพื่อนมาด้วย

“ก็คุณเอกเขาแนะนำมา ฉันก็เลยไม่กล้าปฏิเสธ” ชลธิชาบอกเบาๆ แล้วขอแววว่าให้ถือว่าทำเพื่อเพื่อนก็แล้วกัน นึกได้บอกแววว่า “เดี๋ยวฉันต้องรีบออกไปแล้ว คุณเอกเขาจะสัมภาษณ์ฉันออกข่าวทีวีด้วยนะ”

“คำก็คุณเอก สองคำก็คุณเอก เป็นเอามากนะ...” แววหยอก แต่พอหันมองอีกที ชลธิชาก็หายไปแล้ว

เมื่อได้เวลาสัมภาษณ์ ชลธิชาประหม่าจนพูดไม่ได้ เอกรินทร์แนะนำให้เธอหายใจลึกๆ ตนจะเป็นกำลังใจให้ ทำให้เธอมั่นใจจนการสัมภาษณ์ผ่านไปด้วยดี น่าพอใจ

ooooooo

ที่ห้องทำงานลับร้านขายต้นไม้ เพิ่มพงษ์ให้จักรมาเตรียมประมูลเพชรจากห้องนี้ จัดแจงให้เขาใส่สูทบอกว่าตอนนี้เขาไม่ใช่นายจักรแล้ว  แต่คือคุณสยุมภูว์ เจ้าของและประธานกรรมการเครือทศพลกรุ๊ป

เพิ่มพงษ์จัดการทุกอย่างให้พร้อม ส่งพงศกรเลขาของเขาไปที่ห้องประมูล ให้ติดกล้องกระดุมอันจิ๋วไว้ที่ปมเนกไทเพื่อถ่ายทอดภาพและเสียงในห้องประมูลให้เราชมจากในห้องนี้

จัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว เพิ่มพงษ์เตือนว่า

“เพื่อความไม่ประมาท จะให้ใครเห็นหน้าคุณ

สยุมภูว์ไม่ได้ ดังนั้น ผมจะให้นายวงศกรได้เห็นปากและคางลงมาเท่านั้น ไม่ให้เห็นใบหน้าเต็มๆของคุณสยุมภูว์” จากนั้นจัดสูทให้เรียบร้อยใส่แว่นและเตรียมตัวสู่การประมูลเครื่องเพชร

จักรนั่งหลังตรง ท่าทางภูมิฐาน กลายเป็นสยุมภูว์เต็มรูปแบบ แต่หารู้ไม่ว่า ท่อนล่างของเขาก็ยังสวมกางเกงขาสั้นสบายๆ แบบนายจักรคนขายต้นไม้อยู่

การประมูลรายการที่หนึ่งเป็นต่างหูเพชร นางแบบคือไลลา รายการนี้เริ่มต้นราคาประมูลที่ 4 แสนบาท มีผู้เสนอเพิ่มขึ้นเรื่อย จนสุดท้าย มีผู้ประมูลได้ในราคา หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาท

รายการที่สองคือ แหวนเพชร เริ่มต้นประมูลราคา สองแสนห้าหมื่นบาท มีผู้เสนอสามแสน ห้าแสน และเจ็ดแสนตามลำดับ

ooooooo

เมื่อไลลากลับเข้าไปที่ห้องแต่งตัวแล้ว แบ็กสเตจ บอกให้ถอดต่างหูคืนเจ้าหน้าที่ตรงนี้ด้วย ไลลารับคำพลางถอดต่างหู ขณะนั้น ได้ยินแบ็กสเตจเอาสร้อยเพชรมาใส่ให้แวว ไลลามองอย่างอิจฉาตาร้อน

พอแววเดินออกไปโดยทิ้งกระเป๋าถือไว้ในห้องแต่งตัว ไลลาจิกตามองอย่างร้ายลึก แล้วเอาต่างหูคืนในกล่องข้างเดียว อีกข้างแอบใส่ไว้ในกระเป๋าถือของแวว!

การประมูลสร้อยเพชรเริ่มต้นราคาที่สี่ล้านห้าแสนบาท มีผู้เสนอราคาขึ้นทันทีเป็นห้าล้านห้าแสนบาท...แล้วก็หกล้าน สยุมภูว์บอกเพิ่มพงษ์ว่าต้องประมูลสร้อยเพชรเส้นนี้ให้ได้ เมื่อมีผู้เสนอหกล้านสอง สยุมภูว์เสนอทันทีเป็นหกล้านห้า

ระหว่างนั้น แจ็คโทร.เข้ามือถือของเพิ่มพงษ์ ถามว่า ลูกค้าขอต่อต้นแก้วสองต้นเป็นแปดสิบบาทได้ไหม เขาตอบไปอย่างหงุดหงิดว่า ไม่ได้! สองต้นร้อยนี่ก็สุดๆแล้ว พูดแล้วกดปุ่มวางสายบ่นอย่างหงุดหงิด

“ไอ้นี่! โทร.มาไม่รู้จักเวล่ำเวลา คนเขากำลังประมูลสร้อยเพชรกัน 6-7 ล้าน ดันโทร.มาเรื่องสองต้นแปดสิบ” เพิ่มพงษ์บ่น แล้วหันถามสยุมภูว์ว่าถึงไหนแล้ว

“ท่าทางเราจะมีคู่แข่งรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้วล่ะสิ” สยุมภูว์บอก ต่างเพ่งที่จอภาพไม่วางตา

คู่แข่งคนนั้นคือคำรพนั่นเอง! เขาพยายามที่จะประมูลสร้อยเพชรให้ได้เพราะแววเป็นนางแบบ ซึ่งสยุมภูว์ก็ปักใจแน่วแน่แล้วว่า ต้องประมูลสร้อยเพชรเส้นนี้ให้ได้เช่นกัน

การแข่งขันดำเนินไปอย่างดุเดือด เมื่อคำรพเสนอหกล้านเจ็ด วงศกรเลขาของสยุมภูว์ก็เสนอหกล้านเก้าแสน

ทั้งสองแข่งกันอย่างดุเดือด วงศกรเสนอแปดล้าน สุดท้ายวงศกรประมูลได้ในราคาแปดล้านสอง!

“เราประมูลสำเร็จแล้วครับคุณสยุมภูว์” เพิ่มพงษ์บอกแล้วบ่นเบาๆ “เฮ่อ...ไม่รู้จะดีใจหรือเสียดายเงินดี...” แต่พอหันดูอีกที เห็นสยุมภูว์ถอดสูทออกทำท่าจะออกไป “อ้าว...แล้วนั่นจะรีบไปไหนเหรอครับ”

“ก็...จะรีบกลับออกไปเป็นไอ้จักร แล้วก็ว่าจะขับรถไปรับแววเขาหน่อยน่ะสิ” ว่าแล้วออกไปเลย

“เป็นเอามากแฮะ เจ้านายเรา” เพิ่มพงษ์ส่ายหน้าอ่อนใจ...

ooooooo

นุกูลกับชลธิชาตกใจเมื่อแบ็กสเตจมาบอกว่า ต่างหูเพชรหายไปข้างหนึ่ง

การสอบถามตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเริ่มขึ้นอย่างตึงเครียด ไลลากับแป้งร่ำอยู่ในห้องแต่งตัวคอยยุคอยลุ้นให้จับได้ว่าของอยู่ในกระเป๋าถือของแวว จนกระทั่งเสนอให้ค้นกระเป๋าทุกคนดู พบต่างหูเพชรในกระเป๋าถือของแวว เธอตกใจมากพยายามชี้แจงปฏิเสธ แต่หลักฐานชัดเจนและไลลาก็คอยยุคอยป้ายสีตลอดเวลา

นุกูลพูดอย่างผิดหวังว่าตนหวังดีเห็นว่าแววกำลังตกงานจึงให้มาเดินแบบให้ ไม่คิดว่าจะเป็นคนแบบนี้ ชลธิชาพยายามบอกพ่อว่าแววไม่ใช่คนแบบนั้น นุกูล บอกให้แววชี้แจงมาว่าทำไมต่างหูจึงอยู่ในกระเป๋าเธอได้

“ทางเดียวที่เป็นไปได้คือ ต้องมีคนแอบเอามาใส่ไว้น่ะสิคะ” แววพูดแล้วมองไลลาอย่างจับผิด ฝ่ายนั้นหลบตาอย่างมีพิรุธ แววชี้ว่าไลลาเป็นตัวตั้งตัวตีที่เสนอให้ค้นกระเป๋า ถามว่า “เธอแกล้งเอาต่างหูเพชรมาใส่กระเป๋าฉัน แล้วก็ยุให้ค้น ฉันจะได้กลายเป็นผู้ร้าย”

ไลลาเถียงฉอดๆ หาว่าแววแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ถามแป้งร่ำแบบหาพวกว่าเชื่อไหม แป้งร่ำตอบทันทีว่าเชื่อ ถูกชลธิชาสวนทันควันว่า “แต่ฉันไม่เชื่อ” ชลธิชาบอกว่าตนไม่สนใจว่ามันเข้ามาอยู่ในกระเป๋าแววได้ยังไง แต่ตนเชื่อว่าเพื่อนไม่มีวันเป็นขโมยแน่ๆ จากนั้นสั่งว่าเมื่อเรียบร้อยแล้วทุกคนแยกย้ายกันกลับได้

ไลลารีบออกไป แป้งร่ำยุว่าไปยอมง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไง ไลลากระซิบว่าดีแล้วขืนสืบไปสืบมาตนจะซวยเสียเอง

ส่วนแววขอบคุณชลธิชาที่ช่วยพูดไม่อย่างนั้นตนตายแน่ๆเลย ชลธิชายิ้มอย่างให้กำลังใจเพื่อน

ooooooo

พอแววออกมาถึงประตูทางออกโรงแรม เจอคำรพดักรออยู่ เขามาตื้อขอคำตอบจากแววเรื่องจะรับส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวเธอเพียงแต่เธอยอมไปอยู่กับเขา เมื่อแววปฏิเสธและพยายามเดินหนี คำรพใช้กำลังกระชากแววจะลากไปที่รถ

“ปล่อยแววเดี๋ยวนี้!” เสียงจักรตะคอกขึ้นอย่างดุดัน

คำรพกำลังหน้ามืดต่อยเบ้าตาจักรจังๆ ครั้นจักรต่อยคืนปรากฏว่าคำรพไม่สะดุ้งสะเทือนเลย ขณะคำรพกำลังรุกจักรนั่นเอง ไลลาออกมาตะโกนให้หยุด ไม่อย่างนั้นตนจะเรียก รปภ. คำรพขู่จักรว่าทีหน้าทีหลังอย่ามายุ่งเรื่องชาวบ้านอีก หันบอกแววให้ไปคิดใหม่แล้วตนจะติดต่อไปอีกที

แป้งรํ่ามาเห็นจักรก็อุทานว่านี่นายเป็นคนขายต้นไม้หรือ ไลลาถามจักรว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พลางเข้า

ไปลูบหน้าลูบตาอย่างเป็นห่วง จนแป้งรํ่าถามว่าเดี๋ยวนี้สเปกของเธอเป็นคนขายต้นไม้ไปแล้วหรือ ไลลาตอบอย่างพอใจมากว่า

“ทำไม เขาก็หล่อดีออก แถมยังแมนสุดๆ เป็นฮีโร่สุดๆ ผู้ชายแบบนี้แหละย่ะที่จะปกป้องดูแลฉันได้”

แป้งรํ่าได้แต่มองเพื่อนเพลียๆว่า...เป็นไปได้ไงเนี่ย?!

จักรพาแววมาขึ้นรถกระบะจะพาไปส่งบ้าน แววเกรงใจจะเรียกแท็กซี่กลับเอง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นคำรพจอดรถดักรออยู่

เมื่อมาถึงบ้าน แววเรียกเขาเข้าบ้านเพื่อทำแผลที่หางคิ้วให้ จักรลังเลเธอขอร้องว่าถือเป็นการขอบคุณก็แล้วกัน จักรจึงเดินตามเข้าบ้านไปโดยดี

พอแววเอานํ้ายาล้างแผลให้ จักรก็ร้องลั่นคว้ามือเธอไว้ต่างจ้องตากันชะงักงันหวั่นไหว พอดีวัณณรีลงมาเห็นถามว่า ทำอะไรกันน่ะ ทั้งสองจึงผละจากกัน แววบอกว่าตนทำแผลให้จักร

วัณณรีเข้ามาอาสาทำแทน แววปล่อยให้ทำ วัณณรีทำไปถามไปว่าเจ็บไหม เป็นอย่างไรบ้าง จักรเลยแกล้งพูดประชดแววว่า ให้หัดดูอย่างน้องสาวมั่ง รู้จักทำเบาๆ

รู้จักเป็นห่วงคอยถามว่าเจ็บหรือเปล่า

หลังจากล้างแผลแล้ววัณณรีใส่ยาแดงให้ มองหน้าจักรอย่างถูกใจชมว่าหล่อดี ทำเอาแววรีบจับน้องแยกออกมาแทบไม่ทัน ปรามน้องว่าอย่าแก่แดดให้มากนัก แล้วไล่จักรให้กลับบ้านไปเสีย

“โอเคๆ...ไล่จังนะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะมาช่วย

จัดสวนให้ตามสัญญานะ” วัณณรีฟังแล้วชมว่าคนอะไรทั้งหล่อทั้งมีนํ้าใจ พอแววปรามว่าตัวเองเป็นผู้หญิงพูดอะไรให้ระวังหน่อย กลับถูกวัณณรีหาว่ากันท่า ทำเอาแววมึนกับท่าทีของน้อง

ooooooo

นุกูลยังติดใจสงสัยว่าใครเป็นคนเอาต่างหูเพชรใส่กระเป๋าของแวว เมื่อขอเช็กทีวีวงจรปิด ภาพก็ไม่ชัด เห็นแต่ไลลาเดินไปที่กระเป๋าของแวว แต่ตัวบัง ทำให้ไม่เห็นว่าไปทำอะไร

ชลธิชาบอกพ่อว่า ไหนๆเราก็ได้ของคืนแล้วอย่าไปเสียเวลากับมันอีกเลย

ฝ่ายนิติภูมิมารู้ว่าสยุมภูว์ยังไม่ตายก็ตอนที่ดูทีวีเห็นมีตัวแทนของสยุมภูว์มาประมูลเพชรด้วย เขาโทร.หาศักดาทันที เป็นเวลาที่ศักดากำลังเอาปืนไปขายให้เฮียร้านขายของเก่า บอกว่าจะล้างมือแล้ว แต่ไม่ทันขายปืนก็ได้รับโทรศัพท์จากนิติภูมิ ศักดาบอกเฮียว่าเปลี่ยนใจไม่ขายแล้ว เฮียเดาอย่างรู้ทันว่า “ยังมีงานสุดท้ายที่ต้องสะสางอีกสินะ...”

นิติธรเห็นลูกคุยโทรศัพท์หน้าเครียด ถามว่าคุยกับใครหรือ นิติภูมิไม่บอก ผู้เป็นพ่อจึงบอกข่าวดีว่า เห็นช่วงนี้ยังว่างอยู่เลยจะฝากให้ทำงานกับสยุมภูว์

นิติภูมิของขึ้นทันที ปฏิเสธจะไม่ยอมเป็นขี้ข้าสยุมภูว์ นิติธรปรามลูกว่า

“ภูมิ ทำไมแกพูดจาแบบนี้ พ่อเองก็รับใช้ตระกูลทศพลมาตั้งแต่แกยังไม่เกิด ถ้างั้นพ่อก็เป็นแค่ขี้ข้าสิใช่ไหม การได้ทำงานรับใช้ตระกูลนี้ พ่อถือเป็นความภาคภูมิใจ มีคนอีกตั้งเท่าไหร่ที่อยากทำงานให้ทศพลกรุ๊ป แกจำเอาไว้ อย่าได้พูดแบบนี้อีก เพราะตระกูลทศพลมีบุญคุณกับครอบครัวเรา”

นิติภูมิระเบิดความอัดอั้นออกมาอย่างรุนแรง หาว่าพวกทศพลเอาเวลาของพ่อไปจากตนและแม่หมด แม้แต่เวลาที่แม่ป่วยหนักจนสิ้นใจ พ่อยังไม่มีเวลามาดูใจแม่เลย เพราะต้องไปคอยรับใช้พวกนั้น

นิติธรสั่งให้ลูกหยุด แต่นิติภูมิถึงจุดระเบิดเสียแล้ว ระบายความอัดอั้นออกมาอย่างเดือดแค้นว่า

“แล้วนี่พ่อยังจะให้ผมไปรับใช้ไอ้สยุมภูว์ ที่ตั้งแต่จำความได้ พ่อก็ชอบพูดเปรียบเทียบผมกับมัน ว่ามันดีกว่าผมอย่างโน้นอย่างนี้ ใช่สิ! ผมมันไม่ได้เรื่อง ผมมันไม่เอาไหน แต่ถึงยังไงผมจะไม่มีวันยอมไปทำงานรับใช้มัน” นิติภูมิระบายความอัดอั้นแล้วเดินไป ทิ้งให้ผู้เป็นพ่อยืนอึ้งด้วยความรู้สึกผิด เสียใจกับอดีต ที่ตนไม่ได้ดูแลครอบครัวอย่างที่ลูกพูดจริงๆ...

ooooooo

แจ็คกับเพิ่มพงษ์มาจัดเก็บใบไม้และเศษขยะรกๆที่บ้านแววเตรียมจัดสวน แจ็คบ่นที่มาจัดให้ฟรีๆ เพิ่มพงษ์ขัดคอว่าจะบ่นไปทำไม ทำให้เพื่อนบ้าน ตัวแจ็คเองก็เล็งสาวใช้บ้านเขาอยู่ไม่ใช่หรือ

พอดีจักรเข็นรถใส่ต้นแววมยุรามาเต็มรถ บอกให้สองคนกลับไปเฝ้าร้านได้แล้ว ทางนี้ตนจัดการเอง ทั้งสองรีบไปอย่างรู้ใจและถูกใจ

วัณณรีเดินมาเห็นจักรทำงานคนเดียวถามว่า

แล้วคนอื่นหายไปไหนหมด เขาบอกว่าสวนแค่นี้ตนจัดคนเดียวได้ วัณณรีจะไปเอาน้ำมาให้ จักรบอกว่าไม่ต้องบ้านอยู่แค่นี้ หิวน้ำก็กลับไปกินได้ ถามว่าแล้วแววไม่อยู่หรือ

“พี่แววไปสัมภาษณ์งานค่ะ เห็นบอกว่าถ้ายังไม่ได้งานในเดือนนี้ เดือนหน้าจะไม่มีตังค์แล้ว”

“ถ้าวัณพอช่วยอะไรพี่แววได้ ก็ช่วยเขาบ้างแล้วกัน”

“โอย...ไม่เป็นไรหรอกพี่ พี่แววเขาก็ชอบพูดแบบนี้ แต่ถึงเวลาสิ้นเดือนทีไร ก็เห็นเขาหาเงินมาจ่ายโน่นจ่ายนี่ได้ทันทุกที” วัณณรีพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อน จักรฟังแล้วยิ่งเห็นใจแวว ที่ยอมรับภาระหนักคนเดียวเพื่อให้แม่กับน้องสบายใจ

ตกเย็น แววกลับมาเห็นสวนจัดเสร็จแล้ว เธอชมว่าจัดได้สวยมาก เดินไปดูต้นแววมยุราที่มุมผนังอาคาร ต้นกำลังออกดอกสีชมพูอ่อนและม่วงอ่อนสวยหวาน แววถามว่านี่ต้นอะไร

จักรบอกขำๆว่าต้นไม้ชื่อตัวเองยังไม่รู้จักอีก พอรู้ว่าชื่อต้นแววมยุรา เธอตื่นเต้นมากบอกว่าชื่อเหมือนตนเลย ทั้งสองดูต้นไม้ แววขำชื่อตัวเองเหมือนกับชื่อต้นไม้ ต่างมีความสนิทสนมยอมรับกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

แววเอาซองใส่เงินมาให้บอกว่าเป็นค่าจัดสวน จักรไม่รับ พูดให้เธอสบายใจว่าต้นไม้ที่เอามาก็ถูกๆทั้งนั้น แกล้งพูดแบบจิกๆ กัดๆว่า อย่าง “แววมยุรา” ต้นละสิบกว่าบาท ยิ่งถ้าซื้อเป็นซองมาปลูกเองซองละสิบบาทเอง บางทีตนให้ลูกค้าไปฟรีๆ ด้วยซ้ำ

“พอๆๆๆ ฉันรู้แล้ว ถ้าลองว่าชื่อแววมยุรานี่ก็คงเป็นอะไรที่หรูๆแพงๆ กับเขาไม่ได้หรอกใช่ไหม”

จักรเห็นเธอหงุดหงิดเลยบอกว่าล้อเล่น ตนมีปัญญาจัดสวนให้ได้แค่นี้แหละ เพราะคนมันจน ทำไงได้ แววถามว่า ทำไมเขาชอบพูดว่าตัวเองจนเหมือนพวกมีปมด้อย เกิดมาเป็นลูกผู้ชายถ้ากลัวจนก็ต้องขยัน ไม่ใช่มาบ่นเป็นเด็กอยู่อย่างนี้

“จ้า...แหมใส่เป็นชุดเลยนะ อ้อ...เห็นน้องบอกว่าเธอไปสมัครงานมานี่ เป็นไง มีข่าวดีไหม”

“อย่าพูดถึงมันเลย ไม่มีวี่แววว่าจะได้สักงาน” แววหน้าหมองไปทันที จักรมองเธออย่างเห็นใจ ถามว่าแล้วจะทำยังไงต่อไป “จะทำยังไงได้ล่ะ ก็คงต้องกู้หนี้ยืมสินเอามาใช้ให้พ้นช่วงนี้ไปก่อนละมั้ง”

จักรถามว่าทำไมไม่ยืมเพื่อนเพราะเพื่อนเธอรวยๆ ทั้งนั้น แววบอกว่ายิ่งเป็นเพื่อนสนิทยิ่งไม่อยากรบกวน เราเดือดร้อนของเราคนเดียวก็พอแล้ว อย่าไปดึงให้เพื่อนรักต้องมาเดือดร้อนด้วยเลย

ฟังแล้วจักรยิ่งรู้สึกนับถือจิตของเธอ เปรยเบาๆว่า “หัวใจเธอนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ” แต่พอเธอถามว่าพูดอะไรเขาบอกว่าเปล่าไม่มีอะไร แววถามเขาว่าแล้วที่เขามาจัดสวนให้ตนฟรีๆ นี่มีจุดประสงค์อะไรหรือเปล่าทั้งที่ตนก็ด่าเขาอยู่ประจำ

“หรือว่านายคิดอะไรกับฉัน” แววดักคอ

“โอ๊ะ...ฉันจะไปคิดอะไรกับเธอ...หลงตัวเองอีกแล้วเนี่ย” จักรทำเสียงดังกลบเกลื่อน

“งั้นก็ดีแล้ว อย่าได้มาคิดทะลึ่งเกินเลยกับฉันเชียวนะ ไม่งั้นเจอดีแน่” จักรสะดุ้ง เพราะรู้ตัวดีว่าลึกๆแล้วก็แอบคิดอยู่...

ooooooo

เย็นนี้ เพิ่มพงษ์มารับเอกสารจากนิติกรที่คฤหาสน์ของสยุมภูว์ นิติภูมิแอบดูอยู่ เขาตามรถแท็กซี่ที่เพิ่ม-พงษ์นั่งมา หมายสาวไปให้ถึงตัวสยุมภูว์ แต่เพิ่มพงษ์รู้ตัว สั่งแท็กซี่หลอกล่อหลบหลีกจนสลัดพ้นการติดตาม

“โธ่เว้ย! อุตส่าห์ตามจนถึงตัวไอ้สยุมภูว์อยู่แล้วเชียว!” นิติภูมิสบถอย่างหัวเสีย

เมื่อกลับมาเล่าให้จักรฟังว่า สงสัยคนที่ตามตนมาจะเป็นนิติภูมิ เพราะตามมาตั้งแต่ตนออกจากคฤหาสน์แล้ว จักรไม่พอใจ หาว่าเพิ่มพงษ์ระแวงเกินไป ตนไม่มีวันเชื่อว่านิติธรจะคิดไม่ดีหรือทรยศต่อตระกูลทศพลเด็ดขาด ครั้นเพิ่มพงษ์บอกว่าตนสงสัยนิติภูมิต่างหาก จักรถามว่า แล้วมีแรงจูงใจอะไรให้นิติภูมิคิดอย่างนั้น

“ลองคิดดูสิครับ มูลเหตุและแรงจูงใจคุณนิติภูมิอยากกำจัดคุณสยุมภูว์ก็คือ ถ้าคุณเป็นอะไรไป คุณนิติภูมิคนนี้แหละที่จะมีส่วนได้ทั้งเงินและกิจการของทศพลกรุ๊ป”

“แต่ผมเชื่อว่าคนอย่างคุณนิติธรไม่มีวันที่จะเลี้ยงลูกชายให้มาทำร้ายตระกูลทศพล เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ”

เมื่อสยุมภูว์มั่นใจเช่นนั้น เพิ่มพงษ์ได้แต่เตือนว่าอย่าประมาทสองพ่อลูกนี้เป็นอันขาด

แจ็คได้ยินเสียงสองคนดังออกมา ผลักประตูเข้าไปดู ถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่าได้ยินเสียงดังมาก

จักรกับเพิ่มพงษ์ปรับตัวแทบไม่ทัน เพิ่มพงษ์ทำเป็นตำหนิจักรว่าทำงานไม่ได้ดั่งใจ ส่วนจักรก็ทำเป็นกลัวหงอ แต่พอแจ็คออกไป ต่างก็กลับมาเป็นเจ้านายกับลูกน้องตามเดิม ถอนใจกันอย่างโล่งอกที่ตบตาแจ็คได้

ooooooo

ด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งกับดอกแววมยุราที่เพิ่งรู้จัก คืนนี้แววมุดเข้าไปในห้องเก็บของค้นหาสี พู่กัน เฟรมผ้าใบที่เก็บไว้นานแล้ว วัณณรีมาเจอถามว่านึกยังไงจะวาดรูปอีกทั้งที่ทิ้งไปนานมากแล้ว

แววบอกว่าเห็นดอกแววมยุราสวยดีเลยอยากวาดไว้ ถามน้องว่า ที่ว่าจะไปฝึกงานกับเอกรินทร์นั้นไปถึงไหนแล้ว วัณณรีบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะไป ฝากปลุกด้วย พูดจบก็ผละไปเลย

“นี่โตจนป่านนี้แล้ว แค่จะตื่นนอนยังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้เลยเหรอ...อ้าว...ไปซะแล้ว เวลาจะพูดอะไรเป็นสาระล่ะไม่เคยอยู่ฟังเล้ย...” แววบ่นหน่ายๆ

วัณณรีไปฝึกงานที่ออฟฟิศเอกรินทร์ เธอใส่หูฟังนั่งมองจอคอมพิวเตอร์หัวเราะคิกคัก ยุทธหัวหน้า บก.ถือเอกสารเดินผ่านมา เรียกอยู่หลายทีก็ไม่รู้สึกตัวจึงดึงหูฟังออก วัณณรีไม่พอใจถามว่ามาดึงหูฟังตนออกทำไม บอกกันดีๆก็ได้

ยุทธบอกว่าเรียกอยู่ปาวๆ ยังไม่ได้ยินเลย แล้วส่งเอกสารให้บอกว่าให้ไปถ่ายเอกสารให้สักชุด

วัณณรีมองอย่างไม่พอใจบอกว่าไม่ว่าง ยุทธไม่พอใจถามว่าใครเป็นคนรับเธอมาฝึกงาน พอดีเอกรินทร์เดินมาบอกว่าตนเป็นคนพามาเอง แล้วแนะนำให้วัณณรีรู้จักยุทธ บอกว่าเป็น บก.ข่าวเป็นหัวหน้าตน วัณณรีอึ้งไปนิดหนึ่งยกมือไหว้แบบขอไปที เอกรินทร์รู้สึกถึงความไม่ปกติถามยุทธว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ

เมื่อรู้เรื่องจากยุทธแล้ว เอกรินทร์เรียกวัณณรีไปถามว่าทำไมทำแบบนั้น เธอโต้ว่าตนมาฝึกงานช่องข่าวเคเบิลทีวี ไม่ได้มาฝึกงานเป็นพนักงานถ่ายเอกสาร

“วัณ...วัณยังเป็นแค่เด็กฝึกงานนะ มาวันแรกๆใครใช้ให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ถ้าไม่ทำตัวให้พี่ๆเขาเอ็นดู ต่อไปใครเขาจะสอนงานให้เราล่ะ” วัณณรีพูดอย่างอวดดีว่าไม่สอนก็ไม่ต้องสอน แค่ตนเห็นยุทธก็ไม่ชอบหน้าแล้ว “แต่พี่ยุทธเป็นหัวหน้ากอง บก.ข่าวนะ เป็นเจ้านายพี่ แล้วก็เป็นเจ้านายของทุกคนที่ทำงานในฝ่ายข่าวด้วย” “เป็นใคร วัณก็ไม่สนทั้งนั้น”

“ไม่ได้นะ วัณต้องใจเย็นๆ แล้วปรับทัศนคติเสียใหม่ การฝึกงานก็เหมือนการจำลองโลกของการทำงานจริงๆ เราไม่อดทน แถมยังมีปัญหากับหัวหน้างาน แล้วอนาคตเราจะเป็นยังไง”

“ไม่รู้ ไม่สน งั้นถ้าวันนี้ยังไม่มีงานอะไรน่าสนใจให้ทำ วัณขอตัวไปหาเพื่อนๆ ก่อนนะคะ” พูดแล้วเดินออกไปเลย

เอกรินทร์มองตามอย่างหนักใจ

ooooooo

จักรมาเห็นแวววาดรูปก็ทึ่ง คิดไม่ถึงว่าเธอจะวาดรูปเป็นและวาดได้สวยขนาดนี้ ยุให้วาดเยอะๆ แล้วเอาไปวางขายพวกฝรั่งนักท่องเที่ยว เชื่อว่าต้องขายได้ เพราะขนาดตนเห็นยังอยากซื้อเลย แววถามว่าจริงรึเปล่า

“จริง...แต่ในกระเป๋ามีแค่ไม่ถึงร้อยนะ เธอจะขายไหมล่ะ” จักรทำหน้าตาย เลยถูกแววด่าไอ้บ้า แล้วเอาพู่กันแต้มที่แก้มจักร ถูกจักรเอาคืน เลยกลายเป็นแหย่กันหัวเราะสนุกสนาน

มาลตีมาเห็นไม่พอใจ เรียกแววเข้าไปคุยในบ้าน ตำหนิว่าเล่นอะไรกับคนสวนข้างบ้าน ไม่ห่วงหน้าตัวเองก็รักษาหน้าตนบ้าง พอแววชี้แจงก็หาว่าเถียง ซํ้ายังด่าว่าเวลาขอเงินทีไรก็บอกว่าไม่มีเงิน ไม่มีงานทำ ก็มัวแต่มานั่งวาดรูปไร้สาระจะมีงานทำขึ้นมาได้ยังไง!

แววเสียใจมากแต่พยายามอดกลั้นไว้

ที่หน้าบ้าน จักรนั่งรอแววอยู่ พอดีเริงใจกับชลธิชามา สองสาวมาเห็นรูปที่แววสเกตช์ไว้พากันตื่นเต้น แต่พอพูดถึงสมัยเรียนที่แววเป็นคนมีฝีมือในการวาดแล้วก็ชมว่าเธอยังวาดรูปได้ดี

พอดีแววเดินหน้าไม่สบายใจออกมา จักรบอกให้มาวาดต่อให้เสร็จ วาดเยอะๆ แล้วเอารวมๆ ไว้จะได้จัดแสดงภาพให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลย ส่วนชลธิชาก็อาสาจะบอกพ่อให้ช่วยติดต่อสถานที่ให้

แววมาถึงก็ระเบิดอารมณ์ผลักขาตั้งเฟรมล้ม พูดเกือบเป็นตะโกนว่า “ฉันไม่อยากวาดอะไรอีกแล้วทั้งนั้น” พอเพื่อนๆ ถามว่าเป็นอะไร เธอสะอื้นบอกว่าไม่เป็นไร ตนไม่เป็นไร

“ฉันว่าเธอคงเครียดเกินไปแล้วล่ะ ร้องออกมาเถอะเพื่อน ร้องไห้ออกมาให้สบายใจ” ชลธิชาปลอบ แล้วทั้งชลธิชาและเริงใจก็กอดเพื่อนร้องไห้ไปด้วยกัน จักรยืนดูอยู่วงนอกด้วยความเป็นห่วง...

ooooooo

วันนี้ จักรเดินตามหาเพิ่มพงษ์เจอแจ็คถามว่าเห็นไหม  แจ็คบอกย่าคงอยู่ในห้องที่น้าเพิ่มหวงนักหวงหนา

ไม่ยอมให้ตนเข้าไป ถามว่าห้องนั้นมีอะไรหรือ จักรบอกว่าตนกำลังรีบมีอะไรค่อยคุยกันวันหลัง ทำให้แจ็คยิ่งสงสัย

จักรเข้าไปหาเพิ่มพงษ์ในห้องทำงานลับ บอกว่าตนพร้อมที่จะเริ่มบริหารทศพลกรุ๊ปแล้ว เพิ่มพงษ์ดีใจมากเชื่อว่าระดับเขาเมื่อเริ่มบริหารงานต้องเป็นโปรเจกต์ระดับร้อยล้านขึ้นไปแน่ๆ ขอให้สั่งมาตนพร้อมรับงานแล้ว

“ได้! ผมอยากให้น้าเพิ่มช่วยติดต่อคุณนิติธร ผมจะฝากให้คุณนิติธรช่วยเหลือแววแทนผม”

เพิ่มพงษ์ที่กำลังตื่นเต้นดีใจถึงกับเจื่อนไปกับภารกิจแรกนี้...

เมื่อเพิ่มพงษ์โทร.คุยกับนิติธรแล้ว เขาตอบรับด้วยความยินดีที่จะรับใช้สยุมภูว์ ถามว่าผู้หญิงที่ชื่อแววมีความสำคัญอย่างไรหรือ สยุมภูว์ถึงกำชับให้ตนเตรียมตัวให้ความช่วยเหลืออย่างนี้

เพิ่มพงษ์พูดโทรศัพท์อย่างระวังอยู่หลังต้นไม้ว่าอย่าถามเลยตนเองก็งงอยู่เหมือนกัน แต่ขอให้มั่นใจในเจ้านายของเรา เพราะคนระดับนี้ทำอะไรต้องมีเหตุผลที่สมควรแน่ๆ ยํ้าก่อนยุติการสนทนาว่า

“แล้วยังไง คุณสยุมภูว์จะติดต่อผ่านผมอีกที ว่าจะให้ช่วยอะไรแม่แววมยุรานะครับ ครับผม สวัสดี”

คุยกับนิติธรแล้ว เพิ่มพงษ์ก็บ่นอย่างกังวลว่า “เฮ้อ... หวังว่าคุณสยุมภูว์จะไม่เห็นแม่แววอะไรนี่สำคัญกว่าการบริหารกิจการของทศพลกรุ๊ปนี่หรอกนะ”

ooooooo

คืนนี้ จักรเข้าไปหาแววที่นั่งร้องไห้อยู่ที่สวนหน้าบ้าน บอกเธออย่างเป็นห่วงว่ามีอะไรก็ระบายออกมาเถอะ เผื่อตนจะช่วยอะไรได้บ้าง

แววระบายความอัดอั้นกดดันของตนซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องเงิน และไม่มีงานทำ เธอระบายอย่างไม่หวังว่าเขาจะช่วยได้ จักรยอมรับว่าตนช่วยไม่ได้จริงๆ เขามอบพวงกุญแจที่เป็นคริสตัลรูปดาวสวยใสให้ บอกว่าสิ่งนี้อาจช่วยเธอได้ แววเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ จักรบอกว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ลองดูเผื่อจะช่วยได้ โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังหางานไม่เคยผิดหวังเลย

แววอยากให้เขาไปๆ เสียทีเลยรับไปอธิษฐานว่า “ขอให้ฉันได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ แล้วก็ได้ใช้ความสามารถมากกว่ารูปร่างหน้าตา และสุดท้ายขอให้ได้เจ้านายที่ไม่หัวงู”

อธิษฐานเสร็จส่งคืน จักรบอกให้เธอเก็บไว้และเตรียมรับคำตอบจากคำอธิษฐานได้เลย แววรับพวงกุญแจอย่างเสียไม่ได้พร้อมกับพูดอย่างรำคาญใจว่า “ไร้สาระ...แต่ก็สวยดี”

ขึ้นไปที่ห้องนอนแล้วแววยังเอาคริสตัลรูปดาวออกมาดูด้วยความรู้สึกว่าสวยดี แล้วก็สะดุ้งเมื่อมาลตีมาบอกว่าวัณณรียังไม่กลับ รู้ไหมว่าน้องไปไหน เพราะเมื่อเช้าบอกว่าไปฝึกงานที่บริษัทของเพื่อน แต่โทร.ไปหลายทีก็ไม่รับสาย แววจึงโทร.ไปหาเอกรินทร์ เขาบอกว่าวัณณรีออกไปตั้งแต่บ่ายแล้ว

บอกแล้วเห็นปลายสายเงียบเหมือนกำลังตกใจมาก เอกรินทร์บอกว่าเห็นวัณณรีบอกว่านัดกับเพื่อนไว้ แววก็ยังเงียบ เขาบอกอย่างเป็นห่วงว่าเดี๋ยวจะรีบมาหา

จักรเห็นแววออกมานั่งนอกบ้านดึกดื่น ถามว่ามีอะไรไหม พอรู้ว่าวัณณรียังไม่กลับ เขาปลอบว่าน้องอาจไปเที่ยวกับเพื่อนรออีกสักชั่วโมงถ้ายังไม่กลับค่อยว่ากัน ถูกแววเอ็ดว่าจะให้รอตั้งชั่วโมง รู้ไหมว่าแม่กับตนร้อนใจขนาดไหน

จักรบอกว่าถ้าจะให้น้องกลับมาตอนนี้เลย ใครก็คงช่วยไม่ได้

ครู่เดียว เอกรินทร์ก็พาวัณณรีกลับมา มาลตีดีใจมาก วัณณรีบอกแม่ว่ารู้สึกเบื่อๆ เลยไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน มาลตีถามว่าเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย วัณณรีบอกว่าผู้ชาย แต่ไปกันตั้ง 5-6 คน แค่ไปร้องคาราโอเกะกัน

ส่วนแววก็ขอบใจเอกรินทร์ที่ไปตามน้องกลับได้ ชมว่าเก่งจัง เอกรินทร์บอกว่าตนแค่หาทางเฟซบุ๊กที่วัณณรีเปิดทิ้งไว้ แววชมว่าฉลาดมากแล้วชวนไปกินน้ำก่อน ทิ้งจักรไว้ตรงนั้นเหมือนไม่มีตัวตนเลย

ooooooo

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น นิติธรก็มาที่บ้านแวว เจอมาลตี จึงแนะนำตัวเองว่าชื่อนิติธร แล้วบอกว่า

“ที่มาขอพบคุณแววเพราะเจ้านายสั่งให้มาทาบทามคุณแววไปทำงานกับเจ้านายผมครับ” มาลตีถามว่าใครคือเจ้านายเขา “ผมทำงานให้กับคุณสยุมภูว์ ทศพลครับ” แต่มาลตีก็ยังไม่รู้จักอยู่ดี จึงเรียกแววออกมาคุยเอง

แววรู้จักทศพลกรุ๊ปจากงานประมูลเพชรครั้งที่แล้ว นิติธรบอกว่า เจ้านายตนเห็นเธอในงานนี้แล้วเกิดถูกชะตาเลยส่งตนมาทาบทามไปทำงานเป็นเลขา แล้วเอาสัญญาจ้างให้อ่าน บอกว่า ถ้าไม่มีปัญหาก็ช่วยเซ็นชื่อกำกับทุกหน้าด้วย

แววรับไปอ่านแล้วเลื่อนแฟ้มคืนให้นิติธร บอกว่าตนไม่สามารถรับงานนี้ได้ ทั้งนิติธรและมาลตีถามเกือบพร้อมกันว่าทำไม มาลตีสนใจมากถามว่า เขาให้เงินเดือนเท่าไหร่ พอรู้ว่าสองแสนไม่รวมโบนัส โรสก็สาระแนยุให้เซ็นเลย...มาลตีบ่นแววว่าคนใช้มันยังรู้จักคิด  จะมัวช้าทำไม

“แม่ไม่เอะใจเหรอ คนสติดีที่ไหน จู่ๆ จะมาเรียกเราไปทำงาน แถมยังให้เงินเดือนสูงปรี๊ดตั้งสองแสน” มาลตีถามอย่างขัดใจว่าแล้วไงล่ะ “แล้วไงล่ะแม่ ลองมาอีหรอบนี้ก็คงเป็นพวกหัวงูเหมือนดีนาคำรพแหง” แล้วหันไปทางนิติธร “ต้องขอโทษด้วยค่ะ ฉันอยากทำงานที่ได้ใช้ความสามารถ ไม่ใช่งานที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวแบบนี้”

แววเลื่อนแฟ้มสัญญาคืนให้นิติธรด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว จริงจัง จนนิติธรพูดไม่ออก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.