ตอนที่ 15
ฝ่ายนพลักษณ์คุยกับรองฯพรรณี รองฯพรรณีปรารภถึงความกังวลที่กรกับทรายต่างก็เป็นหัวสมัยใหม่จึงคิดโปรเจกต์ใหม่ๆขึ้นมาไม่ได้ขาด แบบนี้เรามีครูเท่าไหร่ก็ไม่พอ
นพลักษณ์บอกว่าตนหาทางแก้ไว้แล้ว คือจะให้ทรายลาออก เมื่อไม่มีใครสนับสนุนสักคน กรจะได้หยุดสร้างโปรเจกต์รายวัน รองฯพรรณีถามว่าทรายยอมหรือ
“ยอม...แต่ขอเวลาสะสางงานที่ค้างอยู่ตอนนี้ให้จบ พอทรายลาออกมาพี่จะให้มีลูกเลย จริงๆกรก็อยากมีลูก พอมีลูกแล้วทรายจะได้ยุ่งเลี้ยงลูก ไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียน ปัญหาที่มันมีตอนนี้น่าจะซาๆลง หวังไว้แบบนั้นนะ”
รองฯพรรณีนิ่ง แปลกใจที่ทรายยอมลาออก แอบเสียดายและเห็นใจทราย...
กรทบทวนที่สักทองพูดถึงการเป็นพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว แล้วนึกถึงไวทิน นึกถึงปราบ นึกถึงกองพลที่อ่านหนังสือและค้นคว้าเกี่ยวกับออทิสติก แม้จะเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก แต่พอกองพลมองรูปน้องสาวที่ติดอยู่ที่ผนังแล้วก็ยิ้มอย่างมีกำลังใจ มุ่งมั่น
ส่วนธรรมชนะก็คิดถึงตัวเองที่ทำให้พีทสงบลงได้ ยิ้มภูมิใจตัวเองที่ทำได้สำเร็จ
กรคิดถึงคนเหล่านั้นแล้วมีกำลังใจที่ครอบครัวเหล่านั้นกำลังนำครอบครัวไปสู่ทางออกของปัญหา
ooooooo
กวิตาบอกเกริกฤทธิ์ว่าตนคุยกับลูกแล้ว คืนนี้ลูกกลับไปนอนที่บ้านตน เกริกฤทธิ์บ่นว่าดีแล้ว งอนกันเป็นเด็ก เรื่องเล็กๆน้อยๆไม่รู้จะทะเลาะกันทำไม
กวิตาแย้งว่าตนว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับเรา แต่สำหรับลูกเป็นเรื่องใหญ่ของเขา ติงว่า
“แล้วไอ้ที่จะให้ลูกเพื่อนคุณมาทำให้มันเป็นผู้หญิง ฉันว่ามันไม่ได้ผลหรอก” เกริกฤทธิ์ถามเสียงแข็งว่าหมายความว่าไง ลูกเรามันไม่ใช่ผู้หญิงหรือ! “ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไง ถ้าพอมีเวลาลองไปคุยกับครูทรายหน่อยไหมเผื่อว่าคุณจะเข้าใจลูกมากขึ้น”
เกริกฤทธิ์โมโหบอกว่าตนไม่ได้บ้าไม่จำเป็นต้องไปคุย ซ้ำบอกกวิตาว่าเลิกคุยได้แล้ว คุยไปคุยมากลับให้ท้ายลูกผิดเพศผิดธรรมชาติ ตนไม่เอาด้วย ผู้หญิงก็ไม่ใช่ผู้ชายก็ไม่เชิง เห็นแล้วทุเรศทุรัง กวิตาบอกว่าอุ่นไม่ได้เป็นแบบนั้น ก็ถูกปรามว่าไม่ต้องเข้าข้างกัน ซ้ำขู่ว่า
“ถ้าเกิดมันวิปริตผิดเพศขึ้นมา ฉันเลิกส่งเสียทั้งเธอทั้งลูก ฉันจ่ายเงินให้เธอดูแลมันให้เป็นคนปกติ ไม่ใช่เป็นโรคจิต”
เกริกฤทธิ์เดินหัวเสียออกไป กวิตาได้แต่มองด้วยความหนักใจ เข้าใจทั้งลูกและผัว ไม่รู้จะทำยังไง
ooooooo










