ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

กรณีใบพัดกับฆ้องวงศ์ ไม่เพียงมีการวิพากษ์ วิจารณ์กันรุนแรงหากยังกลายเป็นกระแสต่อต้านการรับเด็กพิเศษเข้าเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปในชั้นเรียน

ผู้ปกครองบางส่วนถึงกับห้ามลูกหลานตัวเองเข้าใกล้เด็กพิเศษ ทางโรงเรียนจึงจำเป็นต้องประชุมทำความเข้าใจและจัดการปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

วันนี้ ชวนากร เปี่ยมคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียน จึงจัดประชุมทั้งผู้ปกครองและนักเรียนที่เกี่ยวข้อง

กรกล่าวในที่ประชุมถึงสังคมปัจจุบันที่ผู้คนมีความหลากหลายมากขึ้นและนับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ กรพูดถึงความจำเป็นในการรับเด็กพิเศษเหล่านั้นเข้าเรียนในโรงเรียนว่า

“เราจะต้องใช้ชีวิตกับผู้คนที่ไม่เหมือนเรา ทำงานกับคนที่แตกต่างจากเรา ทำให้โรงเรียนตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนของเรามีความเข้าใจและยอมรับความแตกต่างนั้น

กรขอโทษที่อนุมัติให้รับนักเรียนใหม่ รับนายกายภัทรซึ่งเป็นเด็กที่มีภาวะออทิสซึมเข้ามาเรียนร่วมในชั้น ม.5/3 จึงทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น ขณะที่กรพูดนั้นนักเรียนเริ่มสะกิดให้ดูใบพัดและยิ้มเป็นนัยกัน

กรพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

“จากเหตุการณ์นั้นทำให้ผมค้นพบว่าโรงเรียนต้องมุ่งมั่นในการให้ความรู้กับนักเรียนทุกคน ให้เด็กๆ ได้เข้าใจและยอมรับความแตกต่างจากเรา เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

ครูพรรณีฟังกรพูดอย่างตั้งใจเพื่อดูทิศทางและนโยบาย ส่วนกองพลเข้าไปนั่งข้างๆใบพัดที่เริ่มโยกตัวและถูมือไปมา กองพลลูบแขนใบพัดเบาๆพูดจากใจที่รักและสงสารหลานว่า

“ใจเย็นๆนะใบพัด ไม่ต้องตื่นเต้น เราทำได้”

ใบพัดยิ้มให้ลุงอย่างสัมผัสถึงกำลังใจที่ลุงส่งให้

กรพูดถึงเปอร์เซ็นต์ผู้ที่มีภาวะออทิสซึมทั่วโลกที่มีแนวโน้มมากขึ้น ถ้านักเรียนของเรามีความรู้เบื้องต้น พวกเขาก็จะรู้วิธีอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ผู้ปกครองหลายคนพยักหน้าอย่างเข้าใจและเห็นด้วย

“ทางโรงเรียนได้ทำแผนการสอนเฉพาะบุคคลเพื่อจัดการสอนและประเมินผลให้เหมาะสมกับเด็กที่มีภาวะออทิสซึม ผู้ปกครองที่สนใจสามารถขอตัวอย่างได้”

กรยังพูดถึงการอยู่ร่วมและเข้าใจกันของเด็กที่มีความต่างในความเหมือนว่า

“ท่ามกลางความหลากหลายของสังคม มาตรฐานของคนคนหนึ่งไม่สามารถใช้วัดเด็กทุกคนได้ เพราะเด็กแต่ละคนไม่มีใครเหมือนกัน...ผมขอให้ทุกท่านลองเปิดใจให้โอกาสและทำความรู้จักกับ ‘กายภัทร’ หรือ ‘ใบพัด’ ไปพร้อมๆกัน”

ตลอดเวลาของการประชุม สายขิมไม่ค่อยพอใจนักกับแผนการนี้ของโรงเรียน เมื่อประชุมเสร็จทางโรงเรียนได้จัดให้ใบพัดแสดงความสามารถพิเศษขั้นเทพในการเล่นเปียโนให้ที่ประชุมฟัง ใบพัดได้แสดงความสามารถในการเล่นเปียโนได้อย่างยอดเยี่ยมได้รับความชื่นชมจากผู้ปกครองนักเรียนอย่างมาก บางคนที่เพื่อนมีลูกเป็นออทิสซึมก็จะแนะนำให้พาลูกมาเรียนที่นี่

แต่สายขิมและผู้ปกครองบางคนจับกลุ่มคุยกับครูพรรณีอย่างไม่พอใจ สายขิมถึงกับประกาศว่าถ้าทางโรงเรียนจะรับเด็กออทิสติกเรียนร่วมกับเด็กปกติจริง ตนก็จะกดดันครูประจำชั้นให้ย้ายเด็กออทิสติกไปอยู่ห้องอื่นหรือไม่ก็จะขอย้ายลูกตัวเองไปอยู่ห้องอื่นหรือไปโรงเรียนอื่นเลย และยังปลุกระดมให้ผู้ปกครองอื่นช่วยกันคัดค้านแผนการนี้ให้ถึงที่สุดด้วย

ครูพรรณีแม้จะมีความเห็นต่างกับกร แต่ในสถานการณ์นี้ครูก็เพียงแต่ฟังและเก็บข้อมูลเท่านั้น

พวกนักเรียนที่เป็นเพื่อนของใบพัดอย่างออมชมใบพัดว่าเมื่อกี้ใบพัดงานดีมาก ออร่ามาเว่อร์เลย ส่วนกลุ่มฆ้องวงศ์ก็หวีดร้องแซวขำๆ ฆ้องวงศ์เหยียดปากว่า แค่เล่นเปียโนได้เบๆ ออมโต้ทันทีว่าอย่างใบพัดเขาเรียกเล่นเก่ง ฆ้องวงศ์บาดหูย้อนถามเหยียดๆว่า

“แล้วไง มันเอ๋อ มันก็ต้องเก่งอะไรสักอย่างอยู่แล้วป่ะ จะให้มันโง่ทุกเรื่องเหรอ”

“แล้วแกเก่งอะไรสักเรื่องยังฆ้อง หรือเก่งแต่โบ้ยความผิดให้คนอื่น”

ฆ้องวงศ์ถูกอันยาศอกกลับอย่างจัง เพื่อนๆเฮชอบใจ ฆ้องวงศ์จิกตาแค้นใส่อันยา นึกฉุนเพื่อนตัวเองที่หันไปเข้าข้างใบพัดทำให้ตนเสียหน้า

ooooooo

กรเรียกประชุมทราย ครูป้อง ครูน้อย และครูชิชาสั่งงานเหมือนหัวหน้าทีมให้ครูน้อยประสานกับทางวิชาการและฝ่ายบุคคลเรื่องการเปิดรับครู

การศึกษาพิเศษเริ่มตั้งแต่ระดับอนุบาล ครูป้องให้วางแผน การศึกษาของเด็กที่มีภาวะออทิสซึมเริ่มแต่อนุบาลรวมถึงเกณฑ์การประเมินผลไว้เป็นส่วนกลาง

ส่วนครูชิชาให้หาคอร์สอบรมเกี่ยวกับการดูแลเด็กที่มีภาวะออทิสซึมตามที่ทางโรงเรียนสาธิตเกษตรเคยแนะนำมา และเปิดรับสมัครครูที่สนใจ ทางโรงเรียนจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

“ชาขอสมัครคนแรกเลยค่ะ” ครูชิชายิ้มสดใส

ทุกคนมองครูน้องเล็กอย่างเอ็นดู กรฝากให้ทุกคนช่วยดูแลด้วย ทรายร้องอ้าว...ถามว่าแล้วตนล่ะ แล้วตอบเองว่า

“เอาเป็นว่า...เดี๋ยวทรายคุยกับคุณกองพลแล้วกันค่ะ คุณกองพลดูเปลี่ยนไปเยอะ สนใจและตั้งใจกับใบพัดมากขึ้น ทรายคงต้องช่วยอยู่บ้าง อีกเรื่องคือ...หาบัดดี้คนใหม่ให้ใบพัด ทรายมองไว้คนนึงค่ะ”

“โอเค...งั้นก็ฝากด้วย”

“ค่ะ”

ทรายจดในสมุดของตัวเอง ในขณะที่กรมองอย่างเป็นห่วง...

พอเข้าไปนั่งในห้องทำงานของทรายที่โรงเรียน ครูป้อง ครูชิชาและทรายก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกันจนทุกคนขำ ครูป้องเอ่ยอย่างปลื้มว่าเห็นสีหน้าผู้ปกครองหลายๆคนแล้วหายเหนื่อยเลย แต่ก็ยกเครดิตให้ ผอ.ที่มีความตั้งใจ จริงใจในการต่อสู้เพื่อเรื่องนี้มันมีพลัง ได้ใจผู้ปกครองไปเต็มๆ

ครูชิชาชมว่าเท่สุดๆเลย แซวว่าสัมผัสได้ด้วยว่า ผอ.มีพลังแห่งความภูมิใจและห่วงใยภรรยาก็ชัด มากๆด้วย

“งานนี้สำเร็จได้เพราะทีมเวิร์ก ต้องฉลองกันหน่อยแล้ว ที่ไหนดี” ทรายชวนเขินๆ

ครูป้องว่าถ้าเด็ดสุดๆก็ต้องอาหารฝีมือแม่ทราย อร่อยทุกอย่างคอนเฟิร์ม ทรายสรุปว่าตกลงเอาที่บ้านตนนะ ก่อนแยกย้ายกันไปทำงาน ครูชิชาบอกว่าเมื่อเช้าติดต่อคุณจุลมาสได้แล้ว เขาบอกว่าจะให้วิธารีมาคุยกับพี่ทรายแทนน่าจะเป็นวันนี้

ooooooo

ไออุ่นไปนั่งมุมประจำของตนที่สนาม คิดถึงที่กรพูดในที่ประชุมที่ว่า...

“ท่ามกลางความหลากหลายของสังคม มาตรฐานของคนคนนึงไม่สามารถใช้วัดเด็กทุกคนได้...เพราะเด็กแต่ละคนไม่มีใครเหมือนกัน”

ไออุ่นคิดแล้วเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง...ต้องการความช่วยเหลือฝ่ายวิธารีหรือวีหนึ่งมีความกดดันและเก็บกดจนเมื่อมายืนที่ระเบียงโรงเรียนก็คิดว่า ‘ถ้าเรากระโดดลงไปมันคงโล่งดีนะ’ วีหนึ่งขยับเท้าเหมือนจะก้าวไปข้างหน้า พลันเสียงครูชิชาก็เรียก “วิธารี!”

วีหนึ่งรู้สึกตัวสะดุ้งหันมอง ครูชิชาถามว่าคิดอะไรอยู่ วีหนึ่งตอบทันทีตามสัญชาตญาณว่า “เปล่าค่ะ” พอครูชิชาบอกว่าติดต่อคุณแม่เธอได้แล้ว วีหนึ่งก็ถามสวนทันทีว่า

“เรื่องครูทรายใช่ไหมคะ เดี๋ยวหนูไปวันนี้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูไปเรียนก่อนนะคะ” พูดแล้วไหว้ลาเลย ครูชิชาได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง

วีหนึ่งไปที่ห้องทำงานของทรายไม่เห็นทรายอยู่ที่ห้องจึงนั่งรอ ทันใดไออุ่นก็เปิดประตูเข้ามา ต่างมองหน้ากัน แล้วไออุ่นก็ไปนั่งข้างๆวีหนึ่ง

วีหนึ่งถามไออุ่นว่ามาหาครูหรือ ไออุ่นว่าใช่ ย้อนถามว่าพี่มีอะไรหรือถึงมาหาครูทราย วีหนึ่งตอบร่าเริงว่าตนไม่เป็นไร แค่มาแทนแม่ แม่ไม่ว่าง

ไออุ่นถามทึ่งว่าแม่ไว้ใจพี่ดีนะพี่สนิทกับแม่มากไหม วีหนึ่งทำเสียงอึ้ม...ในคอก่อนตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติว่าแม่ลูกกันก็ต้องสนิทกันสิ

“ไม่จริงหรอก แม่ลูกที่ไม่สนิทกันก็มี” ไออุ่นหน้าเศร้าเมื่อคิดถึงความจริงของตัวเอง “อุ่นไม่เห็นสนิทกับแม่เลยคุยกันไม่รู้เรื่อง พูดไรไปเขาก็ไม่ฟัง ชอบบังคับให้เราเป็นอย่างที่เขาต้องการ ไม่เห็นสนใจเรื่องที่เราต้องการ...ถ้าแม่ทุกคนเข้าใจลูกแบบแม่พี่ก็คงดี”

วีหนึ่งเหมือนถูกแทงใจดำน้ำตาไหลออกมาเลย ไออุ่นตกใจถามว่าร้องไห้ทำไมหยิบทิชชูส่งให้ วีหนึ่งรับไปเช็ดน้ำตาพยายามหยุดร้องไห้ แต่ยิ่งจะหยุดก็ยิ่งร้อง ไออุ่นงงตกใจทำตัวไม่ถูก

ทรายเข้ามาเห็นวีหนึ่งกับไออุ่นนั่งอยู่ ถามว่ามากันนานหรือยัง วีหนึ่งรีบบอกว่าไม่นานตนมาแทนแม่แต่ครูคุยกับน้องไปก่อนเลยเดี๋ยวตนค่อยมาใหม่แล้วไหว้ลาเลย ทรายรู้สึกผิดปกติบอกไออุ่นรอแป๊บนึงแล้วตามวีหนึ่งไปบอกว่าดีใจที่วีมาหาครู บอกเชิงนัดว่า เอางี้ไหมวันจันทร์ครูว่าง

“เอ่อ...หนูขอไปเช็กกับเพื่อนก่อนนะคะว่ามีทำงานกลุ่มหรือเปล่า เดี๋ยววีมานัดครูอีกทีนะคะ”

“ได้ค่ะ แล้วเจอกันนะ” ทรายไม่เร่งรัด ให้วีหนึ่งเป็นตัวของตัวเองสบายๆ แล้วกลับไปหาไออุ่นที่ห้องพอเข้าห้องเห็นท่าทางไออุ่นอึดอัด เดินมานั่งตรงหน้าทรายกลัวๆกล้าๆ ไม่แม้แต่จะมองหน้าทรายจนทรายเองกังวลเลียบเคียงถามว่าทะเลาะกับเพื่อนหรือกับ...ทรายหยุดแค่นั้นเมื่อเห็นไออุ่นอึกอักเหมือนพูดไม่ออก จึงเปลี่ยนเป็นฝ่ายถามไออุ่นเพื่อให้ผ่อนคลายว่า

“อุ่นกำลังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ใช่ไหมคะ”

ไออุ่นชะงักมองหน้าทรายเมื่อถูกถามโดนใจ ทรายพูดต่อว่า “ที่อุ่นมาหาครู เพราะอุ่นหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้”

เป็นคำถามที่โดนใจจนไออุ่นพูดออกมาเหมือนน้ำที่ไหลทะลักจากความกดดัน

“ถ้าเรารู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวประหลาด ไม่เหมือนคนอื่น ไม่เป็นในสิ่งที่มันควรจะเป็น ไม่อยากมองตัวเองในกระจก ไม่อยากให้ตัวเราเป็นแบบนี้ มันผิดปกติหรือเปล่า...คะ”

ทรายสรุปว่าไออุ่นต้องการถามว่า ถ้าเราไม่เหมือนคนอื่นมันผิดปกติหรือเปล่าใช่ไหม ไออุ่นพยักหน้า

“ครูกับอุ่นเราเหมือนกันไหมคะ” ไออุ่นส่ายหน้า “แล้วอุ่นคิดว่ามีใครเหมือนอุ่นไหมคะ?” ไออุ่นส่ายหน้าอีก “นี่แหละคือคำตอบ บนโลกนี้ไม่มีใครเหมือนกันการที่เราไม่เหมือนคนอื่น ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ”

ไออุ่นฟังและคิดตามเหมือนเริ่มคลายปมในใจ ทรายพูดต่ออย่างนุ่มนวล ใจเย็นว่า

“ส่วนเรื่องที่ ถ้าไม่อยากให้ตัวเราเป็นแบบนี้ผิดปกติไหม บางครั้ง ‘กรอบของคนอื่น’ มันอาจจะทำให้เราไม่เป็นตัวเอง เหมือนอยู่ผิดที่ผิดทาง” ไออุ่นน้ำตา

คลอเบ้าเจ็บเหมือนถูกสะกิดแผล ทรายกุมมือไออุ่นไว้ “ครูอยากให้ไออุ่นลองมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ฟังเสียงของตัวเอง ค่อยๆค้นหาว่าตัวตนที่แท้จริงของเราคืออะไร แล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที...ว่าอุ่นยังอยากให้ตัวเองเป็นแบบนี้หรือเปล่า...โอเคไหมคะ”

ไออุ่นน้ำตาไหลเป็นทางเหมือนความรู้สึกที่อัดอั้นทลายลง ทรายนั่งเงียบๆ ปล่อยให้ไออุ่นอยู่กับตัวเอง ต่างอยู่ในความเงียบที่อบอุ่นอย่างประหลาด

ooooooo

เย็นแล้ว พีทยืนมองเพื่อนๆเล่นลิงชิงบอลกันที่สนามอย่างสนุกสนานตาละห้อย นึกถึงที่แอบฟังแม่พูดถึงตัวเองกับตายายว่า

“พีทมันต้องเรียนรู้ ไม่อย่างนั้นพีทก็จะไม่มีเพื่อน ไม่มีใครคบ ไม่มีใครอยากเล่นด้วย!!”

คิดแล้วพีทเจ็บลึกในใจ พอดีบอลโยนมาทางพีท พีทรับไว้ตัดสินใจถือบอลเดินไปหากลุ่มเพื่อนขอเล่นด้วยคน วินวิน กำปั้น และกูเกิ้ลที่เล่นกันอยู่ชะงัก วินวินบอกว่าไม่เอาเดี๋ยวกรี๊ดอีก กำปั้นจะเข้าไปแย่งบอลจากพีท

แต่กูเกิ้ลบอกว่าให้เล่นด้วยก็ได้แต่ต้องมาเป็นลิงแทนตนเพราะตนเป็นลิงมานานแล้ว แย่งบอลไม่ได้สักที

กูเกิ้ล กำปั้น และวินวิน กระจายกันเป็นวง เริ่มโยนบอลข้ามหัวพีทไปมา ครูป้องยืนดูอยู่ไกลๆ ครู่หนึ่งโมเดินมามองหาพีท เห็นพีทยืนอยู่กลางสนามไกลๆ

พีทเป็นลิงอยู่กลางวง แต่แย่งบอลไม่ได้สักทีเริ่มเหนื่อยและหงุดหงิด บอกเพื่อนๆว่าอย่าโยนบอลสูงมากตนโดดไม่ถึง ถูกเพื่อนหัวเราะเยาะว่าเป็นลิงก็ต้องโดดให้สูงแล้วพากันล้อลิงพีทอย่างสนุกสนาน พีทปรี๊ดแตกแผดเสียงกรี๊ดแล้ววิ่งเข้าไปผลักกูเกิ้ลล้มก้นจ้ำเบ้าแย่งบอลมา

“นิสัยไม่ดี ไม่ให้เล่นแล้ว เอามาเลย” วินวินวิ่งเข้าไปแย่งบอลจากพีท พีทไม่ยอมให้ ตะโกนใส่หน้าเพื่อนๆว่า พีทจะเล่น! จะเล่น!! จะเล่น!!! แต่ถูกกำปั้นกับวินวินแย่งบอลไปซ้ำด่าใส่หน้า “ไอ้ลิงนิสัยไม่ดี”

ครูป้องที่ยืนดูอยู่รีบเข้าไปดึงกำปั้นกับวินวินออกมาส่วนโมก็ดึงพีทออกไป พีทดิ้นไม่ยอม ร้องจะเอาบอล...จะเอาบอล ครูป้องเข้าไปกอดพีทบอกให้ใจเย็นๆ โมเห็นอารมณ์ของพีทแล้วทั้งตกใจและสงสาร

เมื่อพีทสงบลงและนั่งกินขนมทั้งที่น้ำตายังเปียกแก้ม ส่วนครูป้องกับโมนั่งคุยกันอยู่ โมเล่าว่าตนไปที่โรงเรียนเก่าของพีทมาแล้ว เป็นอย่างที่ครูทรายบอกจริงๆว่าพีท

มีปัญหาตั้งแต่อยู่โรงเรียนเก่าแล้วแต่ตนไม่รู้ย้ายกลับไปก็คงไม่มีประโยชน์ ตำหนิตัวเองว่าเป็นแม่ที่แย่ เอาแต่หนีปัญหา ต่อไปนี้จะพยายามสู้กับปัญหาแต่ก็ไม่รู้จะสู้ยังไง ครูป้องให้กำลังใจว่าคุณโมเห็นและรับรู้ว่าปัญหามีอยู่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว

ในขณะที่โมกับครูป้องกำลังคุยกันถึงการแก้ปัญหาของพีทนั้น ตากับยายก็มา พอพีทเห็นตากับยายก็วิ่งเข้าไปหาผลัดกันกอดหอมกันพัลวันโอ๋กันไม่ขาดปาก พีทฟ้องว่าเพื่อนไม่เล่นกับตน ยายโอ๋เอาใจว่า

“เพื่อนไม่เล่นเราก็ไม่ต้องเล่น เล่นกับยายก็ได้เนอะ!”

โมเห็นและได้ยินแล้วก็ส่ายหน้า ครูป้องเห็นแล้วหนักใจกับพฤติกรรมที่สวนทางกันกับตน

ooooooo

กลับถึงบ้านวันนี้กองพลชมใบพัดว่าวันนี้ตอนประชุมผู้ปกครองทำได้ดีมาก ใบพัดบอกว่ารู้ กองพลแซวว่านี่ถ่อมตัวเป็นไหม ใบพัดบอกไม่เป็นครับ กองพลขำแต่ยังให้กำลังใจว่า ถ้าพ่อแม่มองจากสวรรค์ต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ๆ

พอกองพลพูดถึงพ่อแม่ ใบพัดก็ชะงักหันมองนาฬิกา ตัดบทว่า 4 ทุ่มแล้วแม่ให้เข้านอนตอน 4 ทุ่ม ปิดไฟต้องปิดไฟ แล้วเดินปิดไฟแป๊กๆๆเลย กองพล จากปลื้มค่อยๆเปลี่ยนเป็นหนักใจ

พอเช้าวันจันทร์ กองพลก็ไปเล่าพฤติกรรมปิดเปิดไฟตอน 4 ทุ่มแสดงถึงการคิดถึงแม่ แต่ตนอยากให้ใบพัดเลิกพฤติกรรมนี้ ถามว่าต้องทำยังไง

ครูป้องวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมของใบพัดแสดงถึงความคิดถึงแม่แต่เล่าออกมาไม่ได้ ถ้าเราอยากให้เขาปรับพฤติกรรม เราต้องหาสิ่งที่มาทดแทน ทรายเสริมว่า ทำให้ใบพัดรู้ว่าถึงเขาไม่มีแม่แต่เขายังมีลุงอยู่ข้างๆ

“ถ้าคุณกองพลทำให้ใบพัดรับรู้ได้ อาการปิดเปิดไฟน่าจะน้อยลง” ครูป้องสรุปกองพลฟังแล้วอึ้ง ไม่แน่ใจว่าตนจะทำได้

ครูพรรณีไปคุยกับนพลักษณ์ที่บ้าน ครูพรรณีบอกว่าโครงการของ ผอ. ผลตอบรับดีเกินคาด เชื่อว่า ผอ.คงมั่นใจที่จะทำโครงการนี้ต่อไปแน่ ผู้ปกครองบางส่วนที่รับได้ก็ไม่มีปัญหา แต่คนที่รับไม่ได้ก็เริ่มจะรวมตัวกันแล้ว ถ้ามีปัญหาอีก อาจจะเกิดแรงต่อต้านมากกว่าครั้งที่แล้ว

นพลักษณ์ถามว่าโครงการนี้มีผลดีกับเด็กอย่างไรบ้าง พรรณีบอกว่ายังมองไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง นพลักษณ์ฟังแล้วยิ่งเป็นห่วง

หลังจากบุ๊คเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลและทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับเพื่อนๆ พฤติกรรมของบุ๊คก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีอย่างเห็นได้ชัด เข้ากับเพื่อนได้ ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วยสีหน้าแววตาที่เป็นประกายสดใสมาก

กร อลินและปราบที่แอบดูบุ๊คอยู่ด้านนอก เห็นความเปลี่ยนแปลงของบุ๊คแล้วยิ้มให้กันอย่างดีใจ เมื่อคุยกับหมอสันติถึงการเอาบุ๊คกลับบ้าน อลินพูดอย่างปลื้มปีติว่าสิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกว่าได้ลูกกลับคืนมาคือบุ๊คกินได้มากขึ้น ปราบเสริมว่าลูกคุยกับตนเรื่องฟุตบอล พอไม่มีเกม เรื่องเก่าๆที่เราเคยคุยกันมันก็กลับมา

ทั้งปราบและอลินต่างตื่นเต้นเมื่อเห็นบุ๊คมีความกระตือรือร้นเมื่อพูดกันถึงเป้าหมายชีวิต ทั้งยังบอกให้กลับบ้าน หมอสันติบอกว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่มั่นใจแบบนี้หมอก็อนุญาตให้กลับบ้านได้

เมื่อหมอสันติกับกรคุยกัน กรถามว่าต้องทดสอบบุ๊คก่อนออกจากโรงพยาบาลไหม หมอย้ำว่าพ่อแม่ต้องประเมินพฤติกรรมของลูกเวลากลับไปอยู่บ้านด้วย โดยให้ทำสัญญากันว่าจะไม่กลับไปติดเกมอีก แต่ต้องให้เด็กเขียนเองด้วยความสมัครใจ เป้าหมายการรักษาเด็กติดเกมของเราคือ การเล่นอย่างสมดุล ไม่ใช่การห้ามเด็ดขาดซึ่งเป็นการหักดิบเกินไปและเด็กจะต่อต้าน

เมื่ออลินกับปราบให้บุ๊คเป็นคนเขียนสัญญาเอง บุ๊คกำหนดตัวเองด้วยความสมัครใจว่าจะไม่เล่นเกมจนกว่าจะเรียนจบชั้น ม.4 หลังจากนั้นก็จะเล่นเฉพาะเสาร์อาทิตย์วันละไม่เกิน 30 นาที ระบุอย่างเข้มแข็งว่า

“ผมจะเป็นคน ‘คุมเกม’ แต่จะไม่ให้เกม ‘คุมผม’...”

แต่ไออุ่นยังต้องหวานอมขมกลืนกับกวิตา แม่ที่เคี่ยวเข็ญบงการชีวิตตนให้เป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ วันนี้ก็ซื้อชุดใหม่กระโปรงฟรุ้งฟริ้งมาให้บอกให้ลองดูซิชอบไหม ไออุ่นน้ำตาแทบร่วงรับชุดแล้วยัดกลับเข้าตู้ปิดประตูตู้เลย เมื่อเข้าห้องตัวเอง ไออุ่นคิดถึงคำพูด

ของทรายที่ว่า “บางครั้ง ‘กรอบของคนอื่น’ มันอาจจะทำให้เราไม่เป็นตัวเอง” แล้ว ไออุ่นหลับตาเหมือนพยายามฟังสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในของตัวเอง

ฉับพลัน ไออุ่นก็หยิบกรรไกรขึ้นมาตัดผมตัวเอง ตัดๆๆๆจนสั้น แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองได้เปลี่ยนแปลงไป แววตาที่เคยหวาดหวั่นสับสนก็ค่อยๆนิ่งขึ้น ไออุ่นถอนใจเบาๆ รู้สึกโล่งอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน...

ส่วนวีหนึ่ง แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในเต็มไปด้วยความกดดัน ทั้งจากตัวเองและความหวังของคนรอบข้างโดยเฉพาะแม่ที่ดูแลทุกอย่างเพื่อให้วีหนึ่งได้มีเวลาอ่านหนังสือและสอบเข้าเรียนแพทย์ให้ได้

กร ทราย ครูป้อง และครูชิชา คุยกันในห้องทำงานของกร ทรายเอาแฟ้มรายงานทั้งหมดให้กรและเล่าสภาพของแต่ละคนแต่ละเคสให้ฟังโดยสังเขปว่า โมไม่เอาพีทออกจากโรงเรียนแล้ว บุ๊คกลับบ้านวีกนี้ ส่วนใบพัดนั้นกองพลก็ให้ความร่วมมืออย่างดี วางแผนปรับพฤติกรรมการเปิดปิดไฟของใบพัดตอน 4 ทุ่ม

ส่วนเคสของวีหนึ่งคุณแม่ไม่ยอมมาพบแต่ให้วีหนึ่งมาแทน วีกนี้ตนจะนัดคุยกับเด็กอีกที และสุดท้ายคือไออุ่น เพิ่งมาคุยกับตนครั้งแรก ต่อไปคือเชิญผู้ปกครองมาคุย

กรรับแฟ้มจากทรายไปดู ถามทรายว่าไหวนะ ทรายยิ้มสดใสบอกว่าสบายมาก หยอดหวานให้ว่าไม่ต้องคิดมากนะที่รัก แต่กรก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ooooooo

หลังจากไออุ่นตัดผมตัวเองจนสั้นและรู้สึกปลอดโปร่งเหมือนปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระแล้ว 

วันนี้ไออุ่นไปโรงเรียนเพื่อนๆต่างมองอย่างแปลกตาแปลกใจ พวกผู้ชายถึงกับมองเหวอ แอนเน่ชมว่าเยี่ยม ส่วนแก๊งภูภูมิมองไออุ่นแล้วพยักพเยิดทำหน้าสะใจอย่างรู้กันว่า เดี๋ยวได้เจอดี!

ฆ้องวงศ์นั่งดูคลิปที่มีคนแอบถ่ายตอนใบพัดเล่นเปียโนตอนประชุมผู้ปกครอง มีคอมเมนต์ขึ้นมากมายล้วนแต่เป็นคำชมฝีมือการเล่นเปียโนขั้นเทพของใบพัด ด่าและแช่งคนที่แกล้งใบพัดว่าเลว ต้องเอาไปยิงเป้า

ฆ้องวงศ์อ่านแล้วรู้สึกเสียหน้า แค้น ไม่ยอม ที่ใบพัดกลายเป็นเทพแต่ตัวเองกลายเป็นตัวร้ายถูกด่าเละ

เต้ยติงว่า “ใบพัดมันเอ๋อๆ มึงจะไปอะไรกับมันวะ”

“ไม่เว้ย มันจะเป็นอะไรกูไม่สน มันทำกู กูไม่จบ!”

วันนี้ทรายเรียกอันยาเข้ามาที่ห้องทำงานถามว่ารู้ได้ยังไงว่าใบพัดเป็นออทิสติก อันยาขอโทษที่ตนตะโกนไปวันนั้นทำให้เป็นเรื่องเลยเถิดใหญ่โต และที่ตนรู้ว่าใบพัดเป็นออทิสติกเพราะทิวเดนน้องชายตนก็เป็นออทิสติก ทรายจึงขอให้อันยามาเป็นบัดดี้ใบพัด อันยายินดีและภูมิใจ บอกว่าใบพัดพูดน้อยกว่าน้องตนเยอะ ดูแลได้สบายมาก

ขณะครูชิชากำลังนั่งตรวจงานอยู่ในห้องพักครูคนเดียว ครูเบญจาเดินเข้ามาถามว่าครูป้องกับครูทรายสนิทกันใช่ไหมเห็นว่าเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม และครูป้องได้มาเป็นครูที่นี่เพราะครูทรายฝาก

ใช่ไหม บางเสียงถึงกับเม้าท์กันว่าทั้งสองแอบกิ๊กกันด้วย

ครูชิชาบอกว่าพี่เบญจาเข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว ยืนยันว่าไม่จริง ทั้งสองเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ครูเบญจาพยักหน้า แต่ลึกๆแล้วก็ยังคาใจอยู่

แอนเน่เดินคุยมากับไออุ่นเห็นพวกเพื่อนนักเรียนต่างก้มดูโทรศัพท์มือถือแล้วเงยมองไออุ่นหัวเราะกันคิกคัก แอนเน่เอาโทรศัพท์มาดูบ้าง พอเห็นรูปในโทรศัพท์ก็ถึงกับปรี๊ดแตก โพล่ง

“นี่มันเล่นแรงไปแล้ว” พรวดไปหาพวกภูภูมิ ไออุ่นตกใจรีบตามไป แอนเน่ตรงเข้าผลักภูภูมิ “ว่างมากใช่ไหม เที่ยวแกล้งคนอื่นแบบนี้ไม่ขำนะ!!!”

“เฮ้ย เหวี่ยงไรวะอีตุ๊ด”

“มึงอยากโดนตุ๊ดต่อยไหมล่ะ” แอนเน่ง้างหมัดฟึ่บ ไออุ่นตามมาขวางถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ใจเย็นๆ ภูภูมิเย้ยแอนเน่ว่าเจ้าตัวเขายังไม่เดือดร้อนเลยมันอาจจะชอบก็ได้ ตัวเองมาเดือดร้อนแทนทำไม ไออุ่นเอะใจดึงโทรศัพท์มาดูจึงเห็นรูปตัวเองถูกตัดต่อหน้าอกบึ้มเซ็กซี่สุดๆ ไออุ่นโกรธจัดขว้างมือถือใส่หน้าภูภูมิปึง!

“โอ๊ย...ไออุ่น มึง!!”

ภูภูมิพุ่งเข้าบีบคอไออุ่นแต่ถูกปัดและต่อยสวน ทั้งสองตะลุมบอนกันนัวเนีย เพื่อนๆเข้าห้ามก็เหมือนยิ่งห้ามยิ่งยุ ทั้งสองคลุกฝุ่นคลุกโคลนกันเลอะเทอะไปหมด

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ” กรที่เดินมากับครูน้อยตวาด ทำให้นักเรียนที่มุงกันอยู่แหวกออกเป็นทาง

กรเดินเข้าไปถาม “นี่มันเรื่องอะไรกัน!!!”

ไออุ่นกับภูภูมิต่างหยุด ถอยออกมาในสภาพเหนื่อยหอบกันจนพูดไม่ออก

ooooooo

ทั้งไออุ่นและภูภูมิถูกพามาที่ห้องฝ่ายปกครอง ต่างก้มหน้าไม่กล้าสบตาครูน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทรายนั่งใกล้ๆ ปล่อยให้ครูน้อยสอบปากคำ

ครูน้อยตำหนิว่าสมควรแล้วหรือที่สองคนเป็นนักเรียนแต่ทำตัวเป็นนักเลงและภูภูมิเป็นผู้ชายแต่ทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ได้ไง ภูภูมิโทษว่าไออุ่นเอาโทรศัพท์ขว้างตน แอนเน่สวนกลับทันทีว่าภูภูมิเอารูปไออุ่นไปตัดต่อแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ครูน้อยดู ฟ้องฉอดๆว่า

“มันทำแล้วส่งเข้าไปในไลน์กลุ่มห้อง ถ้าหลุดออกไปแล้วอุ่นจะเอาหน้าไปไว้ไหน ไหนจะพ่อแม่อีก” แอนเน่หัวหมอว่า “ทำแบบนี้มันเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นะครับ แจ้งความได้เลย”

ภูภูมิของขึ้น ท้าให้แจ้งเลย ขึ้นมึงขึ้นกูว่า

“กูจะได้แจ้งด้วยว่าไอ้อุ่นมันทำร้ายร่างกายกูคราวก่อนพ่อแม่มันก็เห็น แม่มันยังมาขอโทษกูเลย”

ครูน้อยปรามว่าต่อหน้าครูพูดจาดีๆหน่อย ทรายแปลกใจว่าคู่นี้เคยมีเรื่องกันมาก่อนหรือ ถามว่าใครจะเป็นคนเล่า ภูภูมิชิงเล่าเรื่องที่ตนเอารูปไออุ่นใส่ชุดนักเรียนในงานแต่งงานญาติมาให้เพื่อนๆดูแล้วถูกไออุ่นต่อย

แต่ตนไม่ได้ตอบโต้ เล่าแล้วท้ายิกๆให้ไออุ่นเถียง ไออุ่นเถียงไม่ออก แต่แอนเน่จิกตาใส่ภูภูมิไม่พอใจ

“มองไรอีตุ๊ด” ภูภูมิจิกเสียงด่าเบาๆ แต่แอนเน่ได้ยินโต้กลับเบาๆแต่เล่นถึงแม่ ภูภูมิถูกด่าถึงแม่ก็พุ่งเข้าใส่ไม่สนใจเลยว่าอยู่ต่อหน้าครู

ครูน้อยตวาดให้หยุด คาดโทษทั้งสองว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการทะเลาะกัน ครูจะตัดคะแนนความ ประพฤติและทำทัณฑ์บนแล้วจะเชิญผู้ปกครองมารับทราบ แต่ถ้ายังมีครั้งต่อไปจะสั่งพักการเรียน

ไออุ่นกับภูภูมิโอดครวญว่าไม่บอกพ่อแม่ไม่ได้หรือ ครูน้อยปรามว่าอย่ามาโอดครวญ ตอนตีกันทำไมไม่คิดแล้วไล่ให้กลับห้องเรียนไปเลย พอทั้งสามกำลังจะออกไป ทรายก็เรียกไออุ่นไว้ขอคุยด้วย

ทีแรกไออุ่นนึกว่าจะถูกดุ แต่พอทรายทำแผลถลอกให้ ไออุ่นก็ใจชื้น ผ่อนคลายขึ้น ทรายทำแผลไปคุยไป ถามว่าตัดผมแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ไออุ่นบอกว่าโล่งดีและเหมือนเราได้ปลดปล่อยบางอย่าง

เมื่อบรรยากาศผ่อนคลาย ทรายคุยกับไออุ่นสบายๆ ถามว่าเวลามองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกว่านี่แหละคือตัวฉันไหม เวลาถูกคนอื่นล้อเลียนในสิ่งที่เราเป็น รู้สึกโกรธไหม ไออุ่นพยักหน้ารับแทนคำตอบ

“อุ่นคิดว่าความรู้สึกของตัวเองกับความรู้สึกของคนอื่นที่มีต่อตัวเรา สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน” ไออุ่นบอกว่า ความรู้สึกของตัวเอง ทรายยิ้ม ย้ำว่า “ครูอยากให้อุ่นจำ ความรู้สึกนี้ไว้นะคะ ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้อีก อุ่นจะได้บอกตัวเองได้ว่า เราเป็นใครและเรารู้สึกดีกับสิ่งที่เราเป็น ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม”

ไออุ่นคิดตาม จำที่ทรายพูดได้ทุกคำ ทบทวนแล้วบอกตัวเองอย่างหนักแน่นว่า “โอเค!”

ooooooo

อลินกับปราบที่รักและทุ่มเทกำลังแรงกำลังใจทั้งหมดเพื่อช่วยบุ๊คลูกชายที่ติดเกมเป็นอย่างมาก

จนทั้งสองมีความสัมพันธ์ดีขึ้น ทรายแสดงความดีใจด้วยกับทั้งสองและนี่จะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการช่วยบุ๊คได้อย่างดี

วันนี้ทั้งสองมาพบทรายเพื่อเตรียมรับบุ๊คกลับบ้าน ทั้งสองยังกังวลกลัวจะเอาบุ๊คไม่อยู่ ทรายบอกว่าอย่ากังวลเลย เราผ่านขั้นตอนที่ยากที่สุดไปแล้ว คุณอลินกับคุณปราบทำได้ดีมากแล้ว

“ต่อไปคือทำให้บุ๊คคุ้นกับการใช้ชีวิตแบบใหม่ เราต้องลดการเข้าถึงเกม เพิ่มกิจกรรมในครอบครัว สร้างวินัยและความรับผิดชอบ” ส่วนที่กลัวว่าบุ๊คจะมีปัญหากับเพื่อน ทรายบอกว่า “สิ่งที่จะเป็นภูมิคุ้มกันให้กับบุ๊ค คือความรักความเข้าใจของพ่อแม่ ไม่ว่ามีปัญหาอะไรบุ๊คน่าจะรับมือได้ค่ะ”

ฟังทรายแล้ว อลินกับปราบมองหน้าอย่างให้กำลังใจกันและกัน

บุ๊คเก็บของเตรียมกลับบ้านมีเสื้อผ้าชุดเดียว สมุดไดอารีและรูปถ่าย พยาบาลที่เข้ามาจัดห้องถามว่าดีใจไหมจะได้กลับบ้านแล้ว บุ๊คบอกว่าดีใจ พยาบาลถามว่าสิ่งแรกที่อยากทำเมื่อกลับถึงบ้านคืออะไร

“ผม...อยากกอดพ่อกับแม่ครับ” บุ๊คคิดๆก่อนตอบ พยาบาลชมว่าน่ารักจัง อย่าลืมทำล่ะ บุ๊ครับคำแล้วมองรูปครอบครัวที่ถ่ายตอนตัวเองยังเด็กๆปลุกใจย้ำเตือนตัวเอง... “สู้ๆนะบุ๊ค”

ที่ห้อง 5/2 ที่ใบพัดเรียนอยู่ ใบพัดยังคงเป๊ะกับทุกอย่าง วันนี้ครูกำลังจะสั่งการบ้านก็ถูกใบพัดทักท้วงว่าหมดคาบเรียนเคมีแล้วตอนนี้เป็นวิชาภาษาไทยของครูนิรมล ครูชิชาบอกใบพัดเบาๆว่ารออีกแป๊บให้ครูสั่งการบ้านก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะครูชิชา งั้นเอาเป็นว่าวันนี้ไม่มีการบ้านแล้วกัน ยกประโยชน์ให้”

นักเรียนต่างดีใจที่วันนี้ไม่มีการบ้าน พอครูนิรมลเข้ามา ใบพัดก็บอกเพื่อนๆที่ยังเฮฮาดีอกดีใจกันอยู่ว่า

“คุณครูนิรมลมาแล้วครับ ทุกคนเงียบด้วยครับ”

ความเป๊ะของใบพัดกลายเป็นความกล้าที่เพื่อนๆ เริ่มยอมรับกัน แต่ฆ้องวงศ์หมั่นไส้มากๆ

กรณีของใบพัดวันนี้ ครูป้องคุยกับครูชิชาในห้องทำงานของทรายว่า เด็กที่มีภาวะออทิสซึมจะมีแบบแผนและยึดติดกับแบบแผน ตอนนี้บางประเทศจ้างคนที่มีภาวะออทิสซึมแบบไฮฟังก์ชันทำงานในตำแหน่งที่ต้องการความมีระเบียบและความอดทนสูง ครูชิชาบอกว่าดีใจจัง ใบพัดไม่ตกงานแล้ว

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่ทรายนัดวีหนึ่งว่าจะคุยกัน เมื่อเจอกัน ทรายคุยสบายๆถามถึงสุขภาพ การกินอยู่ว่าปกติไหม นอนหลับดีไหม

วีหนึ่งรู้สึกผ่อนคลายที่ทรายไม่ถามสิ่งที่ตนกลัว ตอบสบายๆว่าตนไม่เป็นอะไร กินได้น้อยลงเหมือนไม่ค่อยหิว แต่นอนไม่ค่อยหลับ ทรายถามว่ามันเหมือนเราเหนื่อยอยากหลับแต่สมองไม่หยุดคิดใช่ไหม แล้วตอนเช้าตื่นมาโรงเรียนไหวไหม

คำถามที่เหมือนสะกิดแผลในใจทำให้วีหนึ่งร้องไห้ออกมา แต่ก็ยังบอกว่าตนไม่เป็นอะไรยังรู้สึกอยากมาโรงเรียนแต่ไม่อยากเจอใคร ตัดบทปลอบใจตัวเองว่า ตนไม่เป็นอะไร พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็คงไม่มีอะไรแล้ว อีกนิดเดียวเอง

“ครูก็แค่อยากให้รู้ว่าถ้าอยากพูด อยากระบายอะไรที่อยู่ในใจ ครูยินดีรับฟังค่ะ” ทรายไม่กดดันทั้งที่รู้ปัญหาของวีหนึ่ง วีหนึ่งรีบขอบคุณและไหว้ลาเลย

อาการของวีหนึ่งไม่เพียงเป็นที่ห่วงใยของทรายและครู แม้แต่เพื่อนๆอย่างคีต์และโอ๋เอ๋ที่สังเกตวีหนึ่งอยู่ก็เป็นห่วงเพื่อน แต่พอถามทีไรวีหนึ่งก็ตัดบทและปฏิเสธทุกทีว่าตนไม่เป็นอะไร จนโอ๋เอ๋ปรารภกับคีต์อย่างหนักใจว่า “อาการหนักว่ะ มันยิ้มแต่ตามันไม่ยิ้ม ถามกี่ทีก็ว่าไม่เป็นไร แล้วเราจะช่วยมันได้ยังไงวะ”

ฝ่ายวีหนึ่ง เมื่อตัวเองรู้สึกทั้งเหนื่อยและกดดันอย่างหนักแต่ต้องแสดงต่อภายนอกว่าไม่มีอะไร ตนยังไหวเสมอ ก็ยิ่งกดดัน คิดถึงที่ทรายพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจากกันว่า “ครูก็แค่อยากให้รู้ว่าถ้าอยากพูด อยากระบายอะไรที่อยู่ในใจ  ครูยินดีรับฟังนะ” ก็อยากจะเปิดใจกับทรายแต่ก็ยังกลัวๆกล้าๆ

ooooooo

กรคิดหนักอยากรู้ความรู้สึกของเด็กที่ไม่อยากเป็นในสิ่งที่ตัวเองเป็น คืนนี้ถึงกับเอาลิปสติกของทรายที่วางอยู่ทาปากแดงแจ๊ดมองตัวเองในกระจกพยายามหาความรู้สึกของตัวเองในรูปลักษณ์นั้น

พอทรายมาเห็นถามว่าเขาถึงกับต้องลองกับตัวเองเลยหรือ กรบอกว่าตนอ่านข้อมูลของทรายแล้วถ้าเรามีลูกแล้วเขาขอไปแปลงเพศ เราจะรับได้ไหม

“ถ้าเป็นสิ่งที่เขามีความสุขจริงๆ ทรายก็รับได้ ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไร เขาก็เป็นลูกเรา”

กรคิดตามและได้คำตอบง่ายดายว่า...นั่นสิ มองตัวเองในกระจกแล้วนึกขำว่า “ทำไปได้”

ใบพัดกลับบ้านแล้ว กองพลพยายามทำอย่างที่ครูป้องกับทรายบอก แต่ถ้าใบพัดยังไม่รู้สึกอะไรก็ให้เข้าไปกอดด้วยความรักและความเป็นห่วง กองพลตะขิดตะขวงใจเมื่อนึกภาพที่ตัวเองไปกอดใบพัด แต่ก็พยายามฝืนตัวเอง แต่พอไปกอดก็ถูกใบพัดสะบัด

อย่างแรงกระเด็นไปชนประตูจนร้องโอ๊ย...แล้วใบพัดก็ปิดเปิดไฟพูดแต่ว่า “นอนได้แล้ว...นอนแล้ว นอน...นอน...”

กองพลสงสารหลานจับใจ ตัดสินใจโทร.หาครูมิลันเล่าการเปิดปิดไฟของใบพัดให้ฟัง ครูมิลันบอกว่า  แต่ก่อนใบพัดไม่เคยเป็น พอถึงเวลาก็เข้านอนเองเลย ไม่เคยได้ยินพ่อแม่ใบพัดพูดเรื่องนี้ด้วย บอกว่าถ้าอยากรู้ให้มาที่เชียงใหม่เพราะแม่ของใบพัดอาจจดบันทึกพัฒนาการของใบพัดไว้ตลอด กองพลบอกว่าจะรีบไป

เช้านี้โมรากุลออกไปแต่เช้า ธรรมชนะก็เตรียมออกเพราะมีนัดกินข้าวกับเพื่อน แม่บอกให้พ่อดูแลพีททีเพราะเช้านี้งอแงไม่ยอมไปโรงเรียนอ้างว่าไม่มีเพื่อนเล่นด้วย พ่อเลยจะเอาพีทไปด้วยบอกว่าเดี๋ยวตาซื้อไข่ให้

พอไปพบเพื่อนๆที่ร้านอาหารซึ่งบางคนก็พาหลานมาด้วยจึงให้เด็กเล่นด้วยกัน แต่เล่นกันได้ไม่กี่อึดใจ พีทก็รองกรี๊ดๆ ธรรมชนะบอกว่าหลานตนเองแล้วรีบลุกไปดู เห็นพีทร้องกรี๊ดๆแย่งกันนั่งรถเก๋งที่หลานเพื่อนเล่นอยู่ เมื่อหลานเพื่อนไม่ยอมพีทก็ตีหน้าพลั่ก! หลานเพื่อนร้องไห้จ้า ตารีบเข้าไปบอกว่าพี่เขาไม่ได้ตั้งใจ หลานเงียบอย่างว่าง่าย แต่พีทกลับแผดเสียงกรี๊ดๆ จนตาต้องเอาพาดบ่าพาออกไปที่รถ

เพื่อนตาตามมาเห็นพีทพยศสุดฤทธิ์เอาหัวกระแทกเบาะไม่หยุด ตาก็หลอกล่อตามเคยว่าจะเอาอะไรตาจะซื้อให้หมดเลย พีทจึงค่อยสงบลงเมื่อตาตามใจ ได้อย่างที่ตนต้องการแล้ว

เพื่อนตาเห็นอาการของพีทก็บอกตาว่าควรพาหลานไปหาหมอเพราะมันไม่ดีกับเด็ก แต่ตาบอกว่าไม่มีอะไร แค่ตามใจมันก็หายแล้ว เพื่อนตาติงว่าตาจะอยู่ตามใจมันได้อีกกี่ปีนักเชียว อีกคนก็เตือนแกมติงว่า

“ใช่! พอมันโตขึ้น อยู่ในสังคมข้างนอกใครจะตามใจมันแบบแก ถ้าแกไม่สอนพอมันโตขึ้นมันจะรู้ได้ยังไงว่าต้องปรับตัวยังไง แล้วจะเข้าสังคมกับคนอื่นได้ไหม”

คำเตือนของเพื่อนทำให้ตาเริ่มได้คิด

ooooooo

เพื่อแก้ปัญหาภูมิกับไออุ่นที่ทะเลาะและตีกันวันก่อน ครูน้อยเชิญพ่อแม่ของทั้งสองมาคุยกันที่โรงเรียน ครูน้อยบอกพ่อแม่ของทั้งสองว่าได้สอบสวนแล้ว เด็กต่างยอมรับว่ามีส่วนผิด คราวนี้ได้ตักเตือนไปแล้วแต่ถ้ามีอีก คราวหน้าคงต้องพักการเรียน

เกริกฤทธิ์พ่อของไออุ่นเห็นลูกสาวตัดผมสั้นท่าทางแมนสุดๆก็ถามอย่างรับไม่ได้ว่ามีปัญหาอะไร ทำไมทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ไออุ่นบอกว่า “อุ่นไม่มีปัญหาพวกมันนั่นแหละมีปัญหา” เกริกฤทธิ์เตือนแกมตำหนิว่าตัวเป็นผู้หญิงไปมีเรื่องกับผู้ชายมีแต่เสียกับเสีย อะไรยอมได้ก็ยอมบ้างแค่แซวกันนิดหน่อย

“พ่อไม่เป็นไร แต่อุ่นเป็น อุ่นไม่ชอบ ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วต้องยอมทุกอย่าง! อุ่นไม่อยากเป็น!! อุ่นไปเรียนนะ” ยกมือไหว้แล้วออกไปเลย พ่อมองตามคิดหนักและเป็นห่วงกับคำพูดทิ้งท้ายของไออุ่น

เย็นนี้ไวทินพ่อของวีหนึ่งนัดกินข้าวกัน สังเกตเห็นวีหนึ่งเอาแต่เขี่ยอาหารไปมาหน้าตาซูบซีดถามว่าเรียนหนักไปหรือเปล่า วีหนึ่งบอกว่าช่วงนี้วุ่นวายมากต้องสอบโน่นสอบนี่เต็มไปหมด คู่แข่งก็เยอะ ระบบก็มึนๆ ตนก็ต้องตั้งใจไม่อยากทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง

ไวทินบอกว่าไม่ว่าผลการสอบของลูกจะเป็นยังไง พ่อไม่ผิดหวังอยู่แล้ว พ่อไม่อยากให้ลูกกดดันตัวเอง พ่อไม่อยากให้วีไม่มีความสุข ความกดดันภายในทำให้วีหนึ่งน้ำตาร่วงทันที ไวทินตกใจถามว่าลูกเป็นอะไร วีหนึ่งร้องไห้หนักบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่ตนไม่เป็นอะไร แล้วหยิบกระเป๋ามือสั่นริกๆขอตัวกลับ แต่พอลุกขึ้นก็หน้ามืดวูบไปกองกับพื้น

“วี!!!” ไวทินตกใจมาก

เย็นแล้ว พวกทรายที่นัดไปทำอาหารกินกันที่บ้านพ่อแม่ทราย ต่างไปช่วยกันทำอาหาร กรที่บอกทรายว่าตนจะไปด้วย แต่เห็นเด็กๆหายไปหมดอย่างรวดเร็ว ถามครูน้อยว่าเด็กไปไหนหมด ครูน้อยจึงพาไปดู

ครูน้อยพาไปเดินสำรวจละแวกโรงเรียน เห็นร้านเกมกึ่งคาเฟ่มีเด็กๆวิ่งเข้าร้านกันอย่างรีบเร่ง พอมองเข้าไปก็เห็นนักเรียนของเปี่ยมคุณอยู่เกือบครึ่งร้าน กรเครียดถามว่ายังมีร้านแบบนี้อีกไหม ครูน้อยพาไปสำรวจต่อ มีร้านเกมทั้งใหญ่เล็กรูปแบบหลากหลายอยู่มากมาย เด็กนักเรียนโรงเรียนเปี่ยมคุณทั้งเด็กประถม มัธยมต้นมัธยมปลายมีอยู่เกือบทุกร้าน กรเครียด...ออกมาจดชื่อร้านและถ่ายรูปหน้าร้านไว้หมด

ที่บ้านของสักทอง พวกทรายช่วยกันทำอาหารอย่างคึกคักสนุกสนานทั้งของคาวของหวาน เสร็จแล้วครูชิชาบอกให้ครูป้องกับทรายช่วยกันยกจานขนมขึ้นมาถ่ายรูป บอกให้ครูป้องกับทรายขยับเข้าใกล้กันหน่อยส่วนตัวเองหน้าใหญ่เป็นกระด้งเลยติดแค่ครึ่งหน้า

พอถ่ายออกมาปรากฏว่าครูป้องกับทรายถือจานขนมด้วยกันยืนติดกันมาก ส่วนครูชิชาติดเพียงครึ่งหน้า ครูชิชาคิดๆแล้วพิมพ์ข้อความว่า เวลาของขนมหวานแล้วรู้สึกว่ายาวไปเลยเปลี่ยนเป็นหวานๆ แทนแล้วกดโพสต์แบบไม่คิดอะไร

ooooooo


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 9 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 9 เม.ย. 2562 11:05 2019-04-11T02:41:50+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ