ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

ความตั้งใจมั่นจะช่วยลูกของปราบและอลินทำให้ทั้งคู่กลับมามีความรู้สึกดีๆต่อกัน ยิ่งได้หยิบของเก่าๆมาระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังอยู่ด้วยกัน ยิ่งทำให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบครอบครัวเกิดขึ้นอีกครั้ง...

บ่ายนี้กองพลมีนัดกับทนายของน้องสาวเพื่อรับเช็คค่าใช้จ่ายในการดูแลใบพัด ส่วนของเดือนหน้า ทนายอาจจะขอนัดรับเช็คเร็วขึ้นหน่อยเพราะมีธุระไปต่างจังหวัดหลายวัน กองพลอยากรู้ว่าถ้าเขาจะย้ายใบพัดไปเรียนในโรงเรียนเฉพาะเด็กพิเศษซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงเรียนนี้จะทำได้ไหม ทนายตอบทันทีว่าได้ เขามีสิทธิ์ในการดูแลใบพัดเต็มที่อยู่แล้ว ต้องใช้เงินเท่าไหร่ก็ให้เขาแจ้งมา เดี๋ยวตนจะจัดการให้

“เอ่อ ผมเองก็ยังไม่แน่ใจหรอกครับแค่กำลังดูๆอยู่...คุณทนายครับ น้องผมเขาไม่มีเงื่อนไขประเภทว่า ถ้าผมดูแลใบพัดไม่ดีจะเพิกถอนสิทธิ์ในการดูแล ไม่ให้เงินอะไรทำนองนี้เลยเหรอครับ”

“ไม่มีครับ น้องคุณไว้ใจคุณมาก ตอนที่เรียกผมไปทำพินัยกรรมก็ไม่ได้มีความกังวลหรือไม่มั่นใจอะไรนะครับ คุณพิณแก้วคงรู้ว่าคุณจะดูแลหลานได้จริงๆ”

กองพลอึ้งไปเล็กน้อย เหลือบเห็นนาฬิกาใกล้เวลาที่ต้องรับใบพัดก็เลยขอตัวกลับก่อน...

ฆ้องวงศ์ยังสนุกกับการกลั่นแกล้งใบพัด เย็นนี้ใบพัดมีเวรทำความสะอาดห้อง ฆ้องวงศ์ชวนคิมมาช่วยกันแกล้งเขา เดินย่ำไปบนพื้นที่เขาถูแล้ว พอเขาถูใหม่

ก็ย่ำอีก แกล้งแบบนี้อยู่หลายรอบจนใบพัดเริ่มจิตตก โยกตัว ถูนิ้วไปมา ฆ้องวงศ์เห็นอาการเขากำเริบก็ยิ่งสนุก

“เอาแล้วเว้ย จะแปลงร่างแล้วเว้ย มาๆเดี๋ยวกูทำดนตรีประกอบให้ กูรู้มึงไม่ชอบเสียงดัง กูจัดให้” ฆ้องวงศ์เอาไม้กลองแต๊กมาตีรัวกับโต๊ะเรียนเสียงดังจนใบพัดต้องเอามืออุดหู ฆ้องวงศ์ยิ่งสนุกรัวไม้กลองหนักกว่าเดิม ใบพัดทนไม่ไหวพุ่งเข้าไปจะแย่งไม้กลอง ฆ้องวงศ์วิ่งหนี แล้วพยักพเยิดให้คิมถ่ายคลิปไว้ เสียงโต๊ะสัมผัสกับไม้กลองรบกวนใบพัดสุดๆ เขาเอามืออุดหูกระโดดๆเหมือนอยากบอกให้หยุดแต่ไม่รู้จะพูดอย่างไร...

อันยากลับจากเอาขยะไปทิ้งกับปริญหัวหน้าห้อง เจอฆ้องวงศ์กับคิมกำลังแกล้งใบพัดก็เข้าไปปกป้อง พยายามแย่งไม้กลองเพื่อให้เขาหยุดแกล้ง ใบพัดสัมผัสได้ว่าเธอเข้ามาช่วยด้วยความจริงใจก็รู้สึกดีด้วย จังหวะนั้น กองพลเดินเข้ามาเห็นสภาพหลานชายก็ถามว่าเป็นอะไร ครั้นมองไปรอบๆห้องก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มองหลานชายที่ยืนอุดหูด้วยความสงสาร

ooooooo

จากนั้นไม่นาน กองพลไปหาทรายกับครูป้องที่ห้องทำงานโดยให้ใบพัดรออยู่หน้าห้อง เปิดคลิปเล่นเปียโนให้ดูเพื่อจะได้ไม่ว่อกแว่ก เขาอยากรู้ว่าหลานของเขาจะรู้สึกอะไรไหมเวลาที่โดนเพื่อนล้อหรือโดนแกล้งเพราะเห็นหลานหน้านิ่งตลอด ทรายยืนยันว่ารู้สึกเหมือนคนทั่วไป อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

“เพียงแต่เด็กกลุ่มนี้อาจมีปัญหาด้านการสื่อสาร เขาก็จะแสดงออกต่างๆกันไป เช่นถูนิ้ว สะบัดข้อมือร้องโวยวาย บางคนกัดตัวเอง โยกตัวโขกหัวกับกำแพง ทั้งหมดที่ทำเพราะต้องการสื่อสารบางอย่าง”

“เหมือนที่ครูทรายคาดเดาว่าที่ใบพัดยืนปิดเปิดไฟ เพราะอาจคิดถึงแม่เหรอครับ”

“ใช่ค่ะ เห็นเขาเงียบๆนิ่งๆ เขารู้นะคะว่าใครรักและหวังดี ใบพัดสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ค่ะ เด็กออทิสติก ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองเสมอค่ะ”...

ขณะที่กองพลเพิ่งรู้ว่าภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยของหลานชายก็มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนคนปกติ บุ๊คที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลมีพัฒนาการดีขึ้น เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆในกลุ่มบำบัด ไม่ปิดกั้นตัวเองอีกแล้ว การพูดการจาของเขาโดนใจเพื่อนๆในกลุ่มบำบัด เรียกเสียงหัวเราะได้อีกต่างหาก การเข้าร่วมกลุ่มบำบัดครั้งนี้ทำให้ บุ๊คได้รู้ว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่พ่อแม่มาเยี่ยมทุกวัน เพราะเพื่อนในกลุ่มบางคนไม่มีใครมาเยี่ยมเลยด้วยซ้ำ...

กรทั้งแปลกใจและไม่พอใจปนกันเมื่อพรรณีแจ้งว่าทำ IEP หรือแผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลของเด็ก ออทิสติกให้ไม่ทัน อ้างว่างานที่ตัวมีล้นมืออยู่แล้ว ที่สำคัญเธอไม่สันทัดเรื่องนี้ น่าจะให้ครูป้องซึ่งเรียนด้านนี้มากับครูทรายซึ่งรับผิดชอบงานนี้โดยตรงทำ ตั้งแต่ไปดูงานยังไม่เห็นสองคนนี้แก้ปัญหาอะไรได้สักอย่าง คลิปใบพัดทำร้ายฆ้องวงศ์ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน สองคนนั่นควรทำอะไรสักอย่างไหม

“ได้ครับผมจะโอนงาน IEP ของใบพัดไปให้สองคนนั้นทำ ผมมั่นใจว่าทั้งคู่ทำทันแน่นอน”...

ทั้งทรายและครูป้องถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกกรมัดมือชกเอางานชิ้นนี้มาโยนให้ทำ แถมตบท้ายว่าถึงงานนี้จะยากแต่เขารู้ว่าทั้งคู่ทำได้ เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ทรายแอบบ่นว่าจะไหวไหมเนี่ย ครูป้องเป็นห่วงถ้าไม่ไหว เขาทำคนเดียวได้ เพราะเคยช่วยรุ่นพี่ทำตอนฝึกสอน

“เฮ้ย ไม่ได้ เริ่มมาด้วยกันจะทิ้งกันได้ไง มันก็ต้องทำให้ทันแต่อาจต้องนัดกันไปทำหลังเลิกงาน”

ครูชิชามาทันได้ยินประโยคสุดท้ายถามว่านัดกันไปไหนหรือ ทรายกับครูป้องนัดไปทำ IEP แผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลของใบพัด ครูชิชายินดีช่วยขอให้บอกมาได้เลย ครูป้องกระเซ้างานที่ตัวเองมีอยู่น้อยหรือไง

“แหะๆ รับอาสาไปเรื่อยอีกและ” ครูชิชายิ้มเขินๆ

“พี่เข้าใจ นิสัยเหมือนพี่ เตรียมตัวเหนื่อยได้เลย ไป...ไปพักกันก่อนดีกว่า”

“งั้นผมไปก่อนนะ ส่วนเรื่องทำงานนอกเวลานัดมาได้เลย”

ทรายพยักหน้าไว้จะโทร.หาขอตั้งสติก่อน ครูป้องจะเตรียมข้อมูลไว้แล้วจะขอให้เพื่อนๆที่ทำงานด้านนี้ส่งตัวอย่างมาให้ดู ถ้ามีฟอร์มให้เกาะคิดว่าน่าจะไหว แล้วหันไปชวนครูชิชาซึ่งอยู่ทางเดียวกันกลับบ้านพร้อมกัน

ooooooo

กวิตาพยายามอย่างยิ่งจะให้ลูกเป็นหญิงให้ได้ ชวนแกมาเลือกรูปถ่ายของแกในชุดไทยซึ่งสะสวยเพื่อส่งไปประกวด ไออุ่นยืนกรานไม่ยอมประกวด ส่งรูปคืนให้ กวิตาไม่สนใจคำปฏิเสธของลูกเลือกรูปที่สวยที่สุดเอง แล้วนึกขึ้นได้เดินไปหยิบกระปุกครีมมาให้ เป็นครีมนวดหน้าอกให้สวยได้รูป สั่งให้ลูกนวดเช้าและเย็น

ไออุ่นแทบจะขว้างทิ้งแต่ไม่กล้าหักหาญน้ำใจแม่ จำใจถือมันขึ้นห้อง ครั้นอยู่ลำพังคนเดียวในห้องเธอปากระปุกครีมทิ้ง อึดอัดใจมากกับสิ่งที่แม่พยายามยัดเยียด...

ไวทินเริ่มเป็นกังวลที่พยายามโทร.หาวีหนึ่งอีกครั้งแต่ลูกก็ไม่รับสาย บ่นกับกิ่งแก้วว่าชักจะเป็นห่วงลูก ส่งข้อความไปตั้งหลายครั้งก็ไม่อ่าน โทร.ไปก็ไม่รับสาย เธอปลอบให้เขาใจเย็นๆแกอาจกำลังอ่านหนังสืออยู่ก็ได้ ไททันพูดขึ้นลอยๆสงสัยอ่านหนังสือเยอะจนเป็นบ้าไปแล้วก็ได้ ไวทินหันไปถามลูกว่าพูดอะไร

“เอ้า ก็เห็นแม่บอกว่านักจิตวิทยาเรียกพ่อแม่ไปคุยเรื่องพี่วีเป็นโรคจิต”

“ไทหยุดพูดไปเลย” ไวทินเอ็ดเสียงเขียว กิ่งแก้วเห็นท่าไม่ดีรีบไล่ลูกไปนอน ไวทินรอจนลูกไปพ้นแล้วตำหนิกิ่งแก้วทีหลังจะพูดอะไรระวังหน่อยไททันไม่เข้าใจจะพูดกันไปผิดๆ เธอรับปากต่อไปจะระวังแต่ที่เล่าให้แกฟังเพราะไม่อยากให้แกเครียดเหมือนวีหนึ่ง ถ้าแกรู้สึกไม่ดีจะได้รีบบอกเรา เธอไม่ได้พูดอะไรให้วีหนึ่งเสียหาย

“ช่างมันเถอะ เฮ่อ...แล้วจะติดต่อวียังไงเนี่ยหรือว่าวีไม่อยากคุยกับผมจริงๆ” ไวทินหน้าเครียด...


ในเวลาไล่เลี่ยกัน ครองพรกับธรรมชนะแก้ปัญหาของพีทง่ายๆด้วยการบอกให้โมรากุลเอาลูกออกจากโรงเรียนไฮโซแห่งนี้กลับไปอยู่โรงเรียนเก่า ในเมื่ออยู่ไปก็ไม่มีใครเล่นด้วย ไม่มีใครให้ขนมกินแถมยังโดนเพื่อนด่า ขอร้องเธออย่าไปงกกับค่าเทอมฟรี โรงเรียนเดิมของพีทเป็นโรงเรียนรัฐบาลเรียนฟรีอยู่แล้ว ให้ลูกไปเรียนโรงเรียนหรูนั่นมันก็ไม่มีเพื่อนไม่มีใครคบ ไม่สงสารลูกบ้างหรือที่เป็นคนไม่มีใครเอา โมรากุลอึ้งเถียงไม่ออก...

ทางด้านกรกลับถึงบ้านเห็นโน้ตของทรายแปะที่ตู้เย็นว่า “ประชุมงานที่ห้องทำงาน ไม่ต้องรอ ทานข้าวได้เลยค่ะ” เขาอ่านแล้วรู้สึกผิดที่ใช้งานภรรยาหนัก กลับมาบ้านก็ยังต้องทำงานอีกจึงอยากจะเอาใจ เป็นจังหวะเหมาะที่พ่อของเขาให้คนขับรถเอาอาหารโปรดหลายเมนูมาให้ เขาจึงจัดอาหารใส่จานไปวางบนโต๊ะอาหารแล้วเอาแจกันดอกไม้มาวางเพิ่มความสดใส จากนั้นไปตามเธอมากินข้าวด้วยกัน

ทรายกำลังคุยโทรศัพท์กับครูป้องทางสมอลทอล์กไปพลางพิมพ์คอมพ์ไปด้วยก็เลยไม่ได้ยินกรเข้ามา เขาต้องดึงหูฟังออกข้างหนึ่ง เธอตกใจหันมาถามว่ามีอะไร ครูป้องงงนึกว่าพูดกับตัวเองถามว่าพูดอะไร เธอรีบบอกว่าพูดกับกรอยู่ให้รอสักครู่ แล้วถามสามีอีกครั้งว่ามีอะไร เขาชวนไปกินข้าว คุณพ่อส่งอาหารมาให้ เขาจัดโต๊ะไว้แล้ว เธอมีพาวเวอร์บาร์กินแล้ว เชิญเขากินก่อนเลย ขอทำงานก่อนเดี๋ยวเสร็จไม่ทัน แล้วหันไปคุยงานต่อ

กรเห็นเธอไม่สนใจกินข้าวจึงลงไปเอาอาหาร

ใส่ถาดยกขึ้นมาให้ถึงห้องทำงาน เธอหันมาเห็นนิ่วหน้าสงสัย นี่เขาคิดจะทำอะไร เขาไม่อยากให้เธอทำงานจนขาดสารอาหารก็เลยหาวิธีแบบวินวิน

“คุณทำงานไปเดี๋ยวผมป้อนคุณเอง ผมได้งานคุณได้สารอาหาร ทำงานไปกินไปในยามคับขัน โอเคนะ”

“ถ้าเรากินไปคุยไป ป้องโอเคไหม” ทรายถามปลายสาย กรจัดแจงยื่นหน้าไปพูดใส่สมอลทอร์ก

“โอเคอยู่แล้วใช่ไหมครูป้อง”

ครูป้องไม่ขัดข้องเชิญตามสบายตนก็มีของกินเหมือนกัน  แล้วหยิบขนมที่วางอยู่แถวนั้นมากิน แอบเหงา อยู่ลึกๆที่ทรายมีกรคอยเอาใจ ขณะที่ตัวเองไม่มีใครอยู่กับความเดียวดาย

ooooooo

คีต์ โอ๋เอ๋และเพลินเพลินคิดว่าวีหนึ่งอาจถูกผีพี่ปุ่นเล่นงานก็เลยเอาถ้วยใส่ลอดช่อง กับถ้วยใส่ทรายสำหรับปักธูปมาวางตรงจุดที่พวกนักเรียนเรียกว่าศาลพี่ปุ่น จุดธูปคนละดอกขอขมาพี่ปุ่นแทนเพื่อนด้วยหากวีหนึ่งไปทำอะไรล่วงเกินให้อภัยมันด้วย

แล้วปักธูปในถ้วยใส่ทราย


ทรายผ่านมาเห็นจึงเข้ามาถามว่าทำอะไรกัน โอ๋เอ๋ ส่ายหน้าไม่มีอะไรแล้วถามครูว่าวีหนึ่งไปหาหรือยัง เธอส่ายหน้ายังไม่เห็นแม้เงา โอ๋เอ๋แนะถ้าอย่างนั้นครูน่าจะเป็นฝ่ายไปหามัน แล้วสามสาวพากันเผ่นแนบ ทรายมองถ้วยใส่ลอดช่องสีหน้าครุ่นคิด...

วันนี้ทั้งวีหนึ่ง พีท ไออุ่นและใบพัดอาการไม่ค่อยดีนัก วีหนึ่งเครียดหนักจนเรียนไม่รู้เรื่อง ใบพัดก็จิตตกเนื่องจากห้องข้างๆมีการเจาะผนังเสียงดังของเครื่องเจาะทำให้แกนั่งไม่ติดลุกเดินไปมาเอามืออุดหูไปด้วย ฆ้องวงศ์หยิบมือถือขึ้นมาจะถ่ายคลิป ครูชิชาร้องห้ามไม่ให้เล่นมือถือในห้องเรียน อันยามองใบพัดด้วยความสงสารขณะที่เพื่อนคนอื่นๆมองเขาเป็นตัวประหลาด

ไออุ่นเองก็ถูกเพื่อนในห้องกลั่นแกล้ง แถมภูภูมิกับพวกทำท่าชวนท้าตีท้าต่อย เธอของขึ้นลุกพรวดจะเอาเรื่อง แอนเน่ต้องจับตัวไว้ ไออุ่นรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวประหลาดของห้องเช่นกัน

พีทเองก็มีปัญหาเข้ากับเพื่อนๆไม่ได้ รู้สึกแปลกแยก

มีเพียงบุ๊คเท่านั้นที่มีพัฒนาการดีขึ้น เริ่มเข้ากับคนอื่นได้ อาจเป็นเพราะพ่อกับแม่มาเยี่ยมทุกวัน อีกทั้งวันนี้แม่ยังมีปาท่องโก๋กรอบของชอบมาฝากเขาด้วย ไม่ใช่จะคุยกับแค่คนอื่น บุ๊คยังชวนพ่อคุยเรื่องฟุตบอลที่ครั้งหนึ่งเขาเคยชอบมาก

“นี่ถ้าผมได้กลับไปดูบอลกับพ่อที่บ้านนะ คงสนุกเนอะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับเมื่อไหร่” บุ๊คดูเศร้าไปเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องกลับบ้าน...

แม้อาการของบุ๊คจะดีขึ้นมาก แต่หมอสันติยัง

ไม่อนุญาตให้กลับบ้านต้องขอประเมินเขาในหลายๆด้านก่อน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอารมณ์ การฟังเหตุผล

การให้ความสนใจในการทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่การ

เล่นเกมทั้งกิจกรรมเดี่ยวและกิจกรรมกลุ่ม อลินเห็นลูกทำกิจกรรมกลุ่มเกือบทุกอย่างแล้ว หมอสันติอธิบายอย่างใจเย็นว่า ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ตนประเมินบุ๊คได้เร็ว ตอนไปเยี่ยมให้ลองชวนเขาคุยเรื่องความฝันของเขา

“คุยถึงสิ่งที่เขากำลังคิดหรือตั้งเป้าหมายเอาไว้ ถ้าเขาเริ่มพูดถึงอนาคตของตัวเองนั่นถือเป็นสัญญาณที่ดีมากๆเลยครับ ที่สำคัญลองเช็กดูว่าคุณพ่อคุณแม่ได้บุ๊คคนเดิมกลับมาแล้วหรือยัง บุ๊คคนเดิมที่คุณพ่อคุณแม่เคยรู้จัก ลองนั่งทบทวนดูนะครับว่าเมื่อก่อนบุ๊คเป็นอย่างไร”...

อลินกับปราบช่วยกันคิดแต่นึกไม่ออก เธอจึงโทร.ไปปรึกษากับทรายซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นช่วงก่อนที่เธอกับปราบจะแยกทางกัน ก่อนที่เธอจะไปทำงานที่อเมริกา

“ค่ะ ได้ค่ะครูทราย ฉันจะลองคิดดูว่าเมื่อก่อนลูกเป็นอย่างไร” ว่าแล้วอลินวางสาย จากนั้นไม่นาน

ครูศิลปะมาขอพบกับทราย เนื่องจากเห็นภาพวาดของ


ไออุ่นมีลักษณะแปลกๆ เธอเห็นรูปถึงกับอึ้ง หยิบมือถือมาถ่ายรูปวาดนั้นไว้ ครูศิลปะยังเล่าให้ฟังอีกว่าพักหลังมานี่ไออุ่นดูเงียบๆไปไม่สดใสเหมือนเก่า ปกติเธอกับแอนเน่จะชอบคุยเล่นกันในห้อง แต่ตอนนี้ดูเงียบๆไป ฝากเธอช่วยดูแกให้ด้วย

“ได้เลยค่ะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมบอกได้ตลอดนะคะ” ทรายรอจนครูศิลปะไปแล้ว จึงเอารูปไออุ่นที่ถ่ายไว้ในมือถือมาปรินต์

ooooooo

กวิตาได้ความรู้ใหม่จากลูกสาวของลูกค้าที่มาทำเล็บว่าถ้าเด็กผู้หญิงไม่ชอบแต่งหน้าทำผม กระโปรงไม่ชอบนุ่ง ยอมนุ่งแค่กระโปรงนักเรียน อาจเป็นทอมเหมือนแฟนของเธอก็ได้ จังหวะนั้นแฟนทอมของเธอเดินเข้ามา กวิตาอึ้งมากแอบนินทากับลูกค้า ถ้าไม่บอกตนต้องนึกว่าเป็นผู้ชายเพราะไม่มีหน้าอกเลย

“มันรัดไว้น่ะสิ ใช้ไอ้ผ้ายืดแบบผ้าพันข้อเท้าน่ะเคยเจอมาลืมไว้ในห้องลูกสาวยาวสามสี่เมตรเลย”

“รัดไว้แบบนั้นเจ็บแย่” พูดไปกวิตานึกถึงไออุ่นไปด้วย

“เจ็บมันก็ทนเอาสิเกิดมาเป็นผู้หญิงดันอยากจะเป็นผู้ชาย รัดนี่แค่สเต็ปแรกนะ วันนั้นได้ยินมันพูดเรื่องเก็บเงินตัดนม แต่ก็นะเด็กสมัยนี้ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุต้องปล่อยๆคิดซะว่าดีกว่ามีแฟนเป็นผู้ชายตรงที่มันไม่ท้อง” คำพูดของลูกค้าทำให้กวิตาสังหรณ์ใจบางอย่าง พอลูกค้าไปแล้ว เธอรีบขึ้นไปค้นห้องลูกเห็นลูกเอากระโปรงที่ซื้อให้ไปเก็บไว้ในลัง ลองรื้อลังดูข้างใต้สุดเจอผ้ายืดแบบที่ลูกค้าว่าอยู่หลายผืนก็ใจคอไม่ดี...

ที่สนามกีฬาของโรงเรียน ไออุ่นเห็นแก๊งทอมรุ่นพี่จะมีเรื่องกับแก๊งนักฟุตบอลชาย เพื่อนๆต้องช่วยกัน

จับแยกไปคนละทาง เธอเห็นแล้วต้องเบือนหน้าหนีเพราะตอกย้ำความสับสนของตัวเอง พลันมีเสียงทรายดังขึ้น

“น้ำแดงไหม” ทรายถามหยั่งเชิง ไออุ่นหันมองตามเสียงเห็นทรายนั่งโต๊ะถัดไปไม่ไกลกันนักทิ้งระยะห่างไว้เพื่อสร้างความไว้วางใจ ครูชูแก้วน้ำแดงใบหนึ่งในมือขึ้น เธอครุ่นคิดอยู่อึดใจก่อนพยักหน้า ทรายเดินยิ้มเข้าไปนั่งข้างๆยื่นน้ำแดงให้ สองคนดื่มน้ำแดงอย่างเงียบๆ ไออุ่นแปลกใจที่ครูไม่พูดอะไรสักคำดื่มน้ำแดงหมด ทรายหันมาบอกว่าขอตัวก่อน ไออุ่นยกมือไหว้ขอบคุณ พอเห็นครูจะไปก็พูดขึ้นว่า

“ครูทรายคะ ขอบคุณนะคะเรื่องชุดว่ายน้ำ”

“ยินดีจ้ะ” ทรายยิ้มให้แล้วเดินจากไป แอบพอใจไม่น้อยที่ไออุ่นเริ่มเปิดใจและจำได้ว่าเธอเคยช่วยเอาไว้...

ไออุ่นกลับถึงบ้านเห็นไฟในร้านปิดมืดดีใจที่

ไม่ต้องเจอหน้าแม่ ค่อยๆย่องขึ้นบันได ทันใดนั้นไฟสว่างพรึ่บ กวิตายืนจังก้าในมือถือผ้ายืดผืนยาวหลายผืนถามว่านี่คืออะไร เอามาทำอะไร ไออุ่นอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร กวิตาเข้าประชิดตัวลูกจับหน้าอกลูกว่าพันผ้ายืดไว้จริงหรือเปล่า แกเบี่ยงตัวหนี กวิตาปลุกปล้ำจะดู


ใต้เสื้อให้ได้ ไออุ่นพยายามดิ้นหนีแต่สุดท้ายกวิตากระชากเสื้อขาดเห็นผ้ายืดรัดอกจนได้

“อุ่น นี่แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ แกไปเอาออกเดี๋ยวนี้”

“อุ่นไม่ได้บ้า” ไออุ่นตาแดงจะร้องไห้ กวิตาตวาดแว้ดไม่ได้บ้าแล้วทำแบบนี้ทำไมแม่เลี้ยงแกมาไม่ดีหรือไง ไออุ่นอยากเถียงแต่เถียงไม่ออก น้ำตาไหลพราก เธอทั้งเสียใจและผิดหวังที่เห็นลูกเป็นแบบนี้ เขย่าตัว

ให้ตอบนี่ตนทำผิดอะไร ทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้

“มันไม่มีใครผิดทั้งนั้นแหละแม่ มันเป็นของมันเอง อุ่นก็เป็นของอุ่นแบบนี้ อุ่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อุ่นก็ไม่รู้ว่าอุ่นเป็นอะไร แต่อุ่นไม่ได้บ้านะแม่” ไออุ่นปล่อยโฮแล้ววิ่งหนีขึ้นห้อง กวิตาโทษตัวเองที่ลูกเป็นแบบนี้ ด้านไออุ่นโทร.ปรึกษาแอนเน่ว่าแม่รู้เรื่องเธอไม่อยากเป็นผู้หญิงแล้ว จากนี้ไปเธอจะทำอย่างไรดี แอนเน่

ยังเอาตัวเองไม่รอดแล้วจะไปให้คำปรึกษาเธอได้อย่างไร

ooooooo

เช้านี้สายขิมแวะมาทวงถามเรื่องบทลงโทษใบพัดอีกครั้ง แต่คราวนี้เหตุการณ์กลับตาลปัตร เนื่องจากกรกู้ภาพจากกล้องวงจรปิดได้แล้ว เมื่อเปิดภาพดูต่อหน้าครูๆและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งสายขิมและกองพล

ปรากฏว่าฆ้องวงศ์กับเพื่อนเป็นคนก่อเรื่องก่อนแย่งกระเป๋าใบพัดไปโยนเป็นลิงชิงบอลเล่น แทนที่จะรับว่าลูกตัวเองผิด สายขิมกลับต่อว่ากรนี่ถึงขนาดต้องหาหลักฐานแก้ต่างให้เด็กนั่นเลยหรือ

“ไม่ได้แก้ต่างแก้ตัวแทนใครทั้งนั้น แต่เราต้องหาความจริงและโรงเรียนมีกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว เราแค่ดูเหตุการณ์จริงให้ครบถ้วนเท่านั้นครับ”

ด้วยหลักฐานที่มีทำให้ใบพัดจึงพ้นผิด ส่วน

ฆ้องวงศ์จะต้องถูกสอบสวนและลงโทษตามระเบียบของโรงเรียน กองพลยังข้องใจแล้วในเพจผู้ปกครองและกระทู้ตามโซเชียลที่โพสต์ให้คนอื่นมาด่าหลานของตนจนลุกลามใครจะรับผิดชอบ พรรณีจะเคลียร์เรื่องทั้งหมดในเพจผู้ปกครองเอง สายขิมร้อนตัว

“จะเอาคลิปนี้ไปแฉลงเพจผู้ปกครองเหรอคะ”

“โรงเรียนไม่ทำแบบนั้นแน่นอนครับ ยิ่งคลิปความรุนแรงของเด็กๆจริงหรือไม่จริงก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเอาไปลงในสื่อสาธารณะ ปัญหาของเด็กๆที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเป็นเรื่องที่เราจัดการพูดคุยกันเองแค่ปรับความเข้าใจกัน เรื่องก็จะไม่บานปลาย” กรอธิบาย...

ประชุมกันเสร็จ ครูน้อยเรียกฆ้องวงศ์กับใบพัดเข้ามาในห้อง แล้วแจ้งกับฆ้องวงศ์ว่าผู้ปกครองของใบพัดไม่ติดใจอะไร ครูจึงลงโทษเขาให้ติดทัณฑ์บนกับตัดคะแนนความประพฤติไว้ก่อน ถ้าก่อเรื่องอีกจะโดน


พักการเรียน ถ้าเข้าใจให้เซ็นรับทราบด้วย แล้วยื่นปากกาให้ฆ้องวงศ์เซ็นชื่อ กรมองเด็กทั้งคู่ก่อนพูดขึ้นว่า

“ครูไม่ได้บอกใครเป็นคนผิด ใครจะเริ่มก่อน ใครจะเผลอทำใครเจ็บไม่สำคัญ แต่ต่อไปนี้ให้อยู่ร่วมกันแบบเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนเป็น ลูกผู้ชายขอโทษกันจับมือกันแบบแมนๆได้ไหม”

“จับมือกับเพื่อนนะครับใบพัด” ครูป้องพูดจบ ใบพัดยื่นมือไปให้ฆ้องวงศ์พร้อมกับขอโทษ ทีแรก

ฆ้องวงศ์ไม่ยอมจับมือด้วย แต่พอเห็นสายตาของทุกคนจ้องอยู่จำใจจับมือและขอโทษใบพัด กรสังเกตเห็นว่า

ฆ้องวงศ์ไม่ได้ขอโทษจากใจจริง เรื่องอารมณ์คงยังไม่จบก็คิดจะทำบางอย่าง จึงเรียกครูน้อย ครูป้องกับทรายมาประชุมที่ห้องทำงานของตัวเอง ขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกันอย่างดีจนทุกอย่างคลี่คลาย

“แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้คงยังไม่จบ เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ผมจะจัดการประชุมผู้ปกครองวาระพิเศษ เฉพาะห้องของใบพัด เพื่อชี้แจงแนวทางการจัดการศึกษาให้นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ โดยใช้ใบพัดเป็นกรณีตัวอย่าง เราจะจัดการประชุมในวันศุกร์นี้”

ทุกคนตกใจที่กรช่างสรรหาเรื่องให้ลูกน้องทำได้เก่งจริงๆ ทรายถึงกับออกปากนั่นอีกสองวันเท่านั้น กรอ้างไม่อยากเสียเวลาเสียโอกาสในการทำความเข้าใจไปมากกว่านี้ บอกให้ครูน้อยส่งจดหมายเชิญได้เลย ส่วนครูป้องกับทรายเริ่มทำแผนให้เสร็จและต้องช่วยเขาพรีเซนต์ในที่ประชุมครั้งนี้ด้วย ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ปกครองเข้าใจความต้องการของเราให้มากที่สุด แม้จะมีเวลาแค่สองวันแต่เขาเชื่อว่าทั้งคู่ทำได้

ooooooo

โมรากุลแวะมาดูลูกก่อนจะไปหาทรายตามนัด เห็นแกยังไม่เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ ไม่มีใครให้แกเล่นด้วย ได้แต่มองลูกด้วยความสงสาร ทำให้เธอตัดสินใจบางอย่างได้ ตรงไปหาทรายที่ห้องทำงาน แจ้งว่าจะมาลาออก เนื่องจากพีทเข้ากับใครไม่ได้ไม่มีเด็กคนไหนอยากเป็นเพื่อนกับแกด้วยซ้ำ

ทรายเห็นว่าอีกฝ่ายแรงก็เลยไม่อยากพูดมาก “เอาเป็นว่าทรายรับเรื่องไว้ก่อนแต่ยังไม่แจ้งทางผู้บริหารนะคะ การย้ายไปโรงเรียนอื่นในระหว่างเทอมเป็นเรื่องใหญ่ คุณโมลองไปคุยกับโรงเรียนเก่าก่อนไหมคะว่ารับได้หรือเปล่าและพีทเคยมีปัญหาเดียวกันกับตอนนี้ไหม บางทีปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนก็ได้นะคะ”...

ครั้นโมรากุลกลับไปที่โรงเรียนเก่าเพื่อแจ้งย้ายพีทกลับมาเพราะอยู่ที่นี่แกไม่มีปัญหาไม่งอแงเลย ครูดาวขอเดาว่าที่โรงเรียนใหม่พีทมีปัญหาเรื่องการเข้ากับเพื่อนไม่ได้ใช่ไหม


“เอ่อ ใช่ค่ะ รู้ได้ยังไงคะ อย่าบอกนะคะว่าอยู่ที่นี่ก็เป็น”

ปรากฏว่าอยู่โรงเรียนเดิมพีทก็มีปัญหาเหมือนกันไม่มีใครเอาอยู่ เป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจเรียน เล่นกับเพื่อนไม่เป็น ถ้าใครขัดใจก็จะร้องกรี๊ดๆ โมรากุลต่อว่าแล้วทำไมโรงเรียนไม่บอก ทำไมเธอไม่รู้

“ทางเราบอกตลอดนะคะ แต่บอกไปกับคุณตาคุณยายเพราะคุณแม่ไม่ว่างมาพบ ครูยังคุยกันเลยว่าโรงเรียนใหม่มีครูที่ปรึกษานักจิตวิทยา ยังคิดว่าน่าจะดีกับพีท คุณแม่ลองไปปรึกษากับครูที่ปรึกษาหรือยังคะ”

คุณแม่น้องพีทจุกจนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าพ่อกับแม่จะปิดบังเรื่องลูกมีปัญหาไม่บอกให้ตัวเองรู้...

ไม่ได้มีแต่กวิตาเท่านั้นที่ลูกมีปัญหา ป้าปูผู้เชี่ยวชาญด้านส่งสาวประกวดนางงามก็มีปัญหาเรื่องลูกชายที่ชื่อปั้นดิน ตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นปั้นดาวแถมกลายเป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวย ขนาดป้าปูเจอสารพัดเก้ง กะเทยก็รับได้หมด แต่พอเป็นลูกตัวเองไม่ง่ายที่จะยอมรับ ได้แต่โทษตัวเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี กวิตาอยากรู้ว่า ปั้นดาวของป้าปูเฉาะหรือยัง ป้าปูส่ายหน้า มันขอทำอยู่แต่ตนไม่ยอม

“ยังไงเราก็ยังมีหวังว่ามันจะหาย เก็บไว้ทำหลานให้แม่สักคนสองคนหรือเป็นเกย์ก็ยังดี หัวอกคนเป็นแม่นะตา ไม่มีใครอยากมีลูกผิดปกติหรอก” คำพูดของป้าปูโดนใจดำกวิตาอย่างแรง ยิ่งเครียดหนักไม่รู้อาการของไออุ่นจะรุนแรงขนาดไหน...

แอนเน่กลับบ้านไปกับป๊าแล้ว แต่ไออุ่นยังนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินในโรงเรียนไม่อยากกลับบ้านไม่อยากถูกแม่บังคับให้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากเป็น นึกถึงครูทรายขึ้นมาได้ไปยืนด้อมๆมองๆที่ประตูห้องทำงานลังเลไม่กล้าเข้าไปหา ทรายเห็นเงาคนแวบๆหน้าประตู ลุกขึ้นไปดู

แต่ไม่เห็นใครเพราะไออุ่นไปแอบเสียก่อน

ooooooo

ผลมงฟิสิกส์ออกแล้ว วีหนึ่งไม่ได้ไปดูเพราะตัวเองไม่ได้สอบ ถ้าแม่รู้เรื่องนี้ต้องโดนด่าแน่ๆ คราวก่อนพลาดมงเลขมาครั้งหนึ่งแล้วคราวนี้ยังพลาดอีก วีหนึ่งกลัวไปหมดทุกอย่าง...

ยิ่งพยายามหลบหน้า แม่ก็ยิ่งจับพิรุธได้ถาม

วีหนึ่งว่ามีอะไรปิดบังใช่ไหมถึงต้องหลบหน้า เธออัดอั้นมากตัดสินใจบอกแม่ว่าไม่ได้สอบเพชรยอดมงกุฎฟิสิกส์ อ้างว่าต้องเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย

“แม่ก็เห็นปีที่แล้วเขาเปลี่ยนระบบสอบเข้าหมอ ต้องมียื่นพอร์ตยื่นโปรไฟล์ต้องสอบตั้งหลายอย่าง ทีแคส มันไม่ได้ง่ายนะแม่ ปีที่แล้วเขาไม่มีที่เรียนตั้งเยอะ มันก็ทบมาปีนี้ เขาว่าจะมีรุ่นพี่ซิ่วมาสอบใหม่ตั้งเยอะ คู่แข่งมันมากกว่าปกตินะแม่” วีหนึ่งเหลือบเห็นสายตาผิดหวังของแม่น้ำตาพานจะไหลแต่ต้องกลั้นเอาไว้ จุลมาสต่อว่าทำไมเพิ่งมาบอก วีหนึ่งอ้างว่ากลัวแม่ด่า จุลมาสไม่เคยว่าอะไรจะกลัวทำไม


“ไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าวจะได้อ่านหนังสือ วีทำให้แม่ผิดหวังมาสองครั้งแล้วอย่าให้ผิดหวังอีกนะลูก”

“ค่ะแม่ วีไปอาบน้ำนะคะ” ว่าแล้ววีหนึ่งขยับจะไป จุลมาสนึกอะไรขึ้นมาได้บอกว่าครูทรายที่เคยมาเยี่ยมบ้านเราให้ผู้ช่วยโทร.มาเรียกตนไปคุยหลายรอบแล้ว ตนไม่ว่างวานลูกไปคุยแทนด้วย

“ได้จ้ะ แม่ไม่ต้องไปหรอกไม่ใช่เรื่องใหญ่ วีจัดการเอง วีไปหาครูทรายเองแม่”

“รู้ว่าปีนี้เข้ามหาวิทยาลัยยากแต่ต้องทำให้ได้นะวี ทำคะแนนดีมาตลอดตกม้าตายไม่ได้นะ” จุลมาสตะโกนไล่หลัง คิดว่าการกดดันลูกเป็นวิธีที่ดี ด้านวีหนึ่งทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนแรง น้ำตาที่กลั้นไว้

เมื่อครู่ไหลอาบแก้ม อยากอยู่นิ่งๆไม่อยากขยับไปไหน มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ไวทินโทร.มา เธอนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนสายหลุดไปเอง...

ไวทินไม่สบายใจที่ติดต่อลูกไม่ได้จัดแจงจะไปหาที่บ้าน กิ่งแก้วบอกให้เขาใจเย็นๆก่อนถ้าไปตอนนี้หนูวีอาจตกใจจะต่อต้านเอาได้ ครูทรายแนะให้เขาทำเป็นไม่รู้เรื่องและสังเกตลูก ถ้าลูกรู้ตัวอาจจะไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เธอขอลองติดต่อหนูวีให้ก่อนถ้ายังเงียบพรุ่งนี้เธอจะให้ไททันไปดักรอที่โรงเรียน ให้เด็กๆลองคุยกันเองอาจจะเข้าถึงได้มากกว่า ไวทินเห็นดีด้วยขอบใจกิ่งแก้วมากที่ช่วยเป็นธุระให้

ooooooo

เย็นนี้ทรายกับกรแยกกันกลับบ้าน เขาต้องพากองพลซึ่งอยากจะพาใบพัดมาแนะนำตัวกับสมภพพ่อของเขา ขณะที่เธอต้องทำงานต่อ แล้วจะไปหาพ่อกับแม่ตัวเอง

สมภพเจอใบพัดก็ถูกใจมาก สองคนเหมือนมีเคมีตรงกัน เขาพอรู้มาว่าใบพัดชอบเปียโนก็เลยชวนคุยเรื่องที่เด็กชอบ ใบพัดคุยโน่นคุยนี่ให้ฟังจนกองพลแอบแซวหลานตัวเองให้กรฟังว่า คุยน้ำไหลไฟดับเลยปกติไม่ค่อยคุยกับคนที่เพิ่งเจอครั้งแรก

“ก็คงจะเป็นแบบที่ทรายเคยบอกมังครับเรื่องความไว้วางใจ”

กองพลมองหลานชายที่คุยกับสมภพเรื่องเปียโนอย่างมีความสุข พลอยรู้สึกดีไปด้วย...

หลังจากส่งใบพัดกับกองพลกลับไปแล้ว สมภพถามกรว่าแยกกินข้าวแยกกลับบ้านกับทรายแบบนี้บ่อยไหม เขายอมรับว่าช่วงนี้บ่อย พอดีงานยุ่ง เขาเลยให้ทรายช่วยงาน สมภพสอนว่างานสำคัญแต่ครอบครัวสำคัญกว่า ควรจัดสรรเวลาให้ดี

“พ่อครับผมกับทรายอยู่บ้านเดียวกันทำงานที่เดียวกัน เรามีเวลาอยู่ด้วยกันถมเถไปครับ”

“แล้วเวลาที่อยู่ด้วยกันเป็นเวลาส่วนตัวที่มีคุณภาพรึเปล่า หรือเอะอะก็คุยแต่เรื่องงาน ถ้าทำแบบนี้ระวังตัวไว้นะ เมียจะรู้สึกว่าเราไม่ใช่สามีแต่เป็นเจ้านายตลอดเวลา แล้วบ้านก็ไม่เป็นบ้านแต่เป็นที่ทำงาน แล้วเขาอาจจะอยากไปอยู่ที่อื่นที่มีความสุขมากกว่า”...

ทรายมีงานที่ต้องเร่งทำให้เสร็จ จึงชวนครูป้องไปทำงานด้วยกันที่บ้านพ่อแม่ของเธอ เนื่องจากคืนนี้เธอมีนัดไปกินข้าวกับพวกท่าน...

คำสอนของสมภพทำให้กรได้คิดก็เลยจะตามไปรับทรายที่บ้านพ่อแม่ โทร.ไปหาเธอแต่ไม่มีใครรับสายจึงโทร.เข้าเบอร์บ้านแทน สักทองเป็นคนรับสาย เขาไม่ได้จะคุยกับภรรยาแค่จะโทร.มาบอกว่าเดี๋ยวจะไปหาจะได้รับเธอกลับบ้านด้วยกัน แต่ท่านอย่าเพิ่งบอกอะไรเธอ เขาอยากจะเซอร์ไพรส์...

แต่ปรากฏว่ากรถูกเซอร์ไพรส์เสียเอง อุตส่าห์แวะซื้อกับข้าวหลายอย่างจะไปกินด้วย ครั้นไปถึงบ้าน พ่อตาทุกคนกินข้าวเสร็จแล้ว เขาก็เลยกินข้าวคนเดียวโดยมีสักทองกับน้ำทิพย์นั่งคุยเป็นเพื่อน ส่วนทรายกับ ครูป้องยกจานชามที่ใช้แล้วเข้าไปช่วยกันล้าง กรมองทั้งคู่ที่ล้างจานไปหัวเราะกันไป นึกถึงตัวเองตอนที่เคยช่วยกันกับเธอล้างจานแบบนี้มาก่อน รู้สึกเหมือนถูกแทนที่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้...

กรเห็นเก็บความไม่สบายใจที่เห็นทรายกับครูป้องสนิทสนมกันเอาไปถามเธอตอนจะเข้านอนว่าเป็นเพื่อนกับครูป้องมานานหรือยัง สนิทกันมากแค่ไหน แล้วได้ติดต่อกันไหมหลังจากเรียนจบ เธอหรี่ตามองทำไมวันนี้ถามเยอะนัก หึงหรือ เขาปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ดว่าไม่ได้หึงเธอขึ้นมานอนบนเตียงซุกตัวเข้าหาเขา

“นอนได้แล้วค่ะ วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวัน” ทรายว่าแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

“พรีเซนต์แผนงานทำคุณเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ” กรไม่ได้ยินเสียงหือเสียงอือก้มมองทรายที่อยู่ในอ้อมแขน ปรากฏว่าหลับไปแล้ว จะเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงแต่นึกบางอย่างขึ้นมาได้ค่อยๆลุกออกไป ไม่นานนักเขามาที่ห้องทำงานเปิดคอมพ์เข้าไปดูในไฟล์ “หลุมหลบภัย” อ่านข้อความที่เขียนไว้หลายประโยค ล้วนเกี่ยวกับคำพูดที่อยู่ในใจที่ไม่สามารถพูดออกมาได้

“เราจะได้ยินสิ่งที่เขาอยากพูดโดยที่เขาไม่ต้องพูดมันออกมา และสิ่งนั้นอาจจะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น sometimes unspoken words speak the loudest. บางครั้งคำพูดที่อยู่ในใจส่งเสียงดังมากที่สุด”

กรอ่านข้อความทั้งหมดแล้ว รู้สึกว่าทรายกำลังต้องการจะสื่อสารบางอย่างกับเขา...

อุตส่าห์หนีแม่ไปนอนบ้านป๊าหวังให้สบายใจขึ้นแต่กลับถูกว่าว่านิสัยเหมือนแม่ ยิ่งเครียดมากขึ้นอีก...

กองพลลงมาดูใบพัดเห็นนั่งดูมือถือคนเล่นเปียโนสองหลังพร้อมกันโดยพยายามทำมือตาม เขาชวนแกคุยเรื่องเปียโนเพราะรู้ว่าแกชื่นชอบได้ไม่กี่คำ อยู่ๆแกก็พูดขึ้นว่าไม่ได้แกล้งฆ้องวงศ์ วันนั้นฆ้องวงศ์เอากระเป๋าของแกไป แกจะเอาคืนฆ้องวงศ์ไม่ให้แกก็เลยดึงคืนแล้วฆ้องวงศ์ก็ล้มลงไปเอง

“ลุงเข้าใจล่ะ ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว วันหลังมีอะไรก็มาบอกลุงแล้วกัน 4 ทุ่มแล้วไปนอนไป”

ใบพัดไม่ได้ขึ้นไปนอน แต่ขึ้นไปปิดๆเปิดๆไฟในห้องตัวเอง กองพลได้แต่ยืนมองไม่รู้จะทำอย่างไร...

วีหนึ่งนั่งอ่านหนังสือตั้งแต่กลับบ้าน จนตอนนี้สี่ทุ่มแล้วยังอ่านได้ไม่กี่ตัว เพราะยิ่งอ่านเธอยิ่งรู้สึกว่าไม่เข้าหัว มีเสียงไลน์ดังรัวๆจากมือถือ เธอคว้ามาอ่าน คีต์ โอ๋เอ๋กับเพลินเพลินกำลังคุยกันในไลน์กลุ่มห้อง ม.6/1 เรื่องมงฟิสิกส์ไปลงที่แว่น เพื่อนคนอื่นก็เข้ามาแชตถึงเรื่องนี้เช่นกัน วีหนึ่งทนไม่ไหวกดออกจากกลุ่มไปเลย แล้วจะอ่านหนังสือต่อ ทั้งโอ๋เอ๋ คีต์และเพลินเพลินส่งไลน์ส่วนตัวมาถามว่าออกไปไหน เธอเลยปิดเครื่องหนี...

ด้านโมรากุลบอกกับพ่อแม่ว่าจะให้พีทเรียนที่โรงเรียนเปี่ยมคุณเหมือนเดิม อยู่ที่นี่ลูกยังได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นและขอให้พ่อกับแม่เลิกตามใจแก เธอไม่อยากให้ลูกโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีใครอยากคุยด้วย...

ทางฝ่ายบุ๊คดูรูปบ้านที่พ่อกับแม่ช่วยกันจัดใหม่รวมทั้งรูปห้องนอนของเขาด้วย แม้จะเกลียดห้องนอนใหม่ของตัวเองแต่เขาก็อยากกลับไปเห็น อยากกลับบ้านไปอยู่กับพวกท่าน บุ๊คเริ่มมีเป้าหมายในชีวิต

ooooooo

อลินกับปราบซื้อซาลาเปาของโปรดมาเยี่ยมบุ๊คที่โรงพยาบาลแต่เช้าและยังบอกข่าวดีลูกด้วยว่าปราบย้ายกะทำงานมาเป็นตอนกลางวันแล้ว ต่อไปนี้ลูกไปโรงเรียนพร้อมเขาได้สบายเพราะทางเดียวกัน

“แต่พ่อเคยบอกว่ากะกลางวันได้เงินน้อยกว่าไม่ใช่เหรอครับ”

ปราบยิ้มก่อนตอบว่าเงินสำคัญก็จริงแต่สำคัญน้อยกว่าลูก บุ๊คซึ้งมากต้องกะพริบตาถี่ไม่ให้น้ำตาไหล แล้วทวงถามท่านทั้งสองเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน ทั้งคู่พูดไปในทำนองเดียวกันให้อดทนอีกนิดอีกไม่นานเกินรอ...

กิ่งแก้วพาไททันมาดักรอวีหนึ่งหน้าโรงเรียน พอเห็นแกมาถึงกิ่งแก้วปล่อยให้พี่น้องได้คุยกันตามลำพัง ไททันถามพี่สาวว่าโอเคหรือเปล่า เธอพยักหน้า เขาตั้งข้อสังเกตถ้าโอเคทำไมไม่รับโทรศัพท์ พ่อเป็นห่วงพี่มาก ช่วยรับโทรศัพท์พ่อหน่อย วีหนึ่งรับปากน้ำตาคลอ ไททันชักสงสัยตกลงพี่โอเคแน่ใช่ไหม

“โอเค ไปตามแม่ได้แล้วเดี๋ยวไปโรงเรียนสายหรอก” วีหนึ่งลูบหัวน้องก่อนจะผลักเบาๆให้ไปได้แล้ว...

ทันทีที่เห็นวีหนึ่งเดินเข้ามาในโรงเรียน โอ๋เอ๋ คีต์และเพลินเพลินรุมถามว่าออกจากกลุ่มห้องทำไม เธอโกหกว่ามือบังเอิญไปโดนปุ่มออกเข้า โอ๋เอ๋จะเชิญกลับเข้ากลุ่มอย่างเดิม เธออ้างโน่นอ้างนี่แล้วขอตัวไปส่งงาน คีต์ฟันธงว่าวีหนึ่งจะต้องมีปัญหาแน่ๆ เพลินเพลินกับโอ๋เอ๋พยักหน้าเห็นด้วยอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้...

พรรณีโทร.เตือนนพลักษณ์ถ้าผลการประชุมวันพรุ่งนี้ออกมาไม่ดีอย่างที่กรกับพวกคิด นพลักษณ์คงต้องเตรียมแผนสำรองเผื่อไว้ เพราะดูท่าทาง ผอ.กับทีมงานจะไม่ได้เผื่อใจไว้สำหรับกระแสในแง่ลบ

“ขอบใจมากที่ยังเป็นห่วงโรงเรียน ฝากดูด้วยนะพรุ่งนี้ผลเป็นอย่างไรฝากรายงานพี่ด้วย”...

กรกำลังอ่านลำดับงานของวันพรุ่งนี้อย่างตั้งใจ ทรายในชุดนอนเดินออกจากห้องน้ำบอกว่าจะไปเตรียมงานของตัวเองก่อนแล้วขยับจะไป เขาร้องบอกไล่หลังว่าถ้ามีอะไรที่เธออยากพูดกับเขาไม่ต้องกลัวบอกเขาได้ทุกอย่าง พูดออกมาได้เลยอย่าเก็บไว้คนเดียว แม้จะรู้สึกแปลกกับคำพูดของเขาแต่เธอก็รับคำ...

ในวันจัดการประชุม ผู้ปกครองทยอยกันมาร่วมงานอย่างคับคั่งรวมทั้งเด็กๆชั้นเดียวกับใบพัด พรรณีกับพวกครูเดินแถวเข้ามา ที่มุมหนึ่งของห้องประชุมกรนั่งทบทวนสคริปต์โดยมีทรายให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ที่ด้านหลังเวทีใบพัดถือสมุดโน้ตเพลงเดินไปเดินมาเริ่มตื่นเต้น เมื่อมากันพร้อมแล้วทรายขึ้นเวทีกล่าวบางอย่าง

“สวัสดีค่ะท่านผู้ปกครอง คุณครูและนักเรียนทุกคน วันนี้เรามาประชุมกันในวาระพิเศษ เราจะมาฟังถึงที่มาที่ไปว่าทำไมโรงเรียนถึงรับใบพัดมาเรียนและแผนงานในอนาคตของโรงเรียนนี้คืออะไร”

กรยืนอ่านสคริปต์เตรียมขึ้นพูดอยู่มุมหนึ่งสีหน้ามุ่งมั่น ส่วนใบพัดพยายามควบคุมตัวเองดีดเปียโนลมเพื่อฝึกซ้อม ไม่มีใครรู้ว่าไออุ่นกับแอนเน่แอบขึ้นมาบนชั้นสองของห้องประชุมเพื่อมาดูพี่ออแต่ยังไม่เห็น

ใบพัดเริ่มจิตตกเมื่อเห็นผู้คนมากันเต็มห้องประชุม โยกตัวนิดๆ ถูนิ้วไปมา กองพลเห็นแล้วเป็นกังวลไปกลัวหลานจะไม่สามารถขึ้นแสดงได้หรือไม่ก็ไปออกอาการบนเวที เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

“เฮ้ยๆ ใจเย็นๆนะใบพัด ไม่นอยด์ดิไม่นอยด์” กองพลลุ้นสุดๆ

ooooooo


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 8 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 6 เม.ย. 2562 23:59 2019-04-09T04:04:42+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ