ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

วันนี้วีหนึ่งจะไปสอบแล้ว ไวทินโทร.มาให้กำลังใจแต่เช้า วีหนึ่งยิ้มมีความสุขบอกพ่อว่าสอบเสร็จแล้วเจอกัน จุลมาสเดินเข้ามาพอดี วีหนึ่งบอกแม่อย่างสบายใจมีความสุขว่า

“พ่อบอกว่าสอบเสร็จแล้วจะพาไปเที่ยว...ไม่ต้องรอดูคะแนนสอบค่ะ” จุลมาสถามว่าวีฟังแล้วรู้สึกยังไง

“รู้สึกดีค่ะแม่ ไม่กดดัน”

จุลมาสสบายใจที่วีไม่กดดัน ถามว่าแล้ววีอยากไปเที่ยวที่ไหน วีบอกว่าหลายที่เลย

“เอาไว้สอบเสร็จเรามาช่วยกันเลือกนะว่าจะไปไหนดี” จุลมาสลูบหัววียิ้มอบอุ่น

“ค่ะแม่...วีไปนะคะ” วีโผกอดแม่ก่อนไปสอบต่างรู้สึกปลอดโปร่ง มีความสุขอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ผ่านการสอบจนวันสุดท้าย นักเรียนเดินออกจากห้องสอบด้วยสีหน้าต่างๆกัน บ้างเครียด บ้างวิ่งออกจากห้องสอบอย่างร่าเริงเหมือนได้รับการปลดปล่อยแล้ว บ้างวิ่งไล่เล่นกันสนุกสนาน

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ที่ดาดฟ้าอาคารเรียนมีลอดช่องหลายแบบเรียงรายมากมาย นักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังไหว้พึมพำ “ให้หนูสอบผ่านเถอะ” “ขอให้พี่ปุ่นคุ้มครอง”

ครูพรรณีขึ้นมาเดินผ่านศาลก็สงสัยเมื่อเห็นลอดช่องมากมาย ถามภารโรงที่ทำความสะอาดอยู่ว่า

“ทำไมลอดช่องเยอะขนาดนี้”

“ช่วงสอบน่ะครับครู เด็กๆมาขอเกรดกับศาลพี่ปุ่น เขาว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์”

ครูพรรณีทำเสียงหือ? ในคออย่างแปลกใจ  มองเด็กๆ แล้วคิดอะไรบางอย่าง

สอบวันสุดท้าย บุ๊คได้รับไลน์ในมือถือ พอกดอ่านก็ตาเป็นประกายเพราะเป็นไลน์จากเฌอฟ้า

“วันนี้มีสอบใช่ไหมน้องชาย”

“Yes!!!”

“ตั้งใจทำข้อสอบ สอบเสร็จแล้วเที่ยวเผื่อพี่ด้วย”

“รับแซ่บ!!!”

“Good Luck!”

บุ๊คอ่านแล้วยิ้ม มีกำลังใจขึ้นอย่างประหลาด ปิดมือถือแล้วเดินเข้าห้องสอบอย่างมั่นใจ มีพลัง

เช้านี้ฆ้องวงศ์นั่งที่ริมสนาม ดูคลิปที่เด็กออทิสติกถูกแกล้ง คลิปเด็กออทิสติกโดนครูตบ และเด็กออทิสติกถูกล้อว่าอ้วนจนกระโดดตึก ดูคลิปแล้วฆ้องวงศ์นึกถึงที่ครูป้องบอกว่า

“ใบพัดเขาเป็นคนเหมือนกับเรานะ เขาแค่มี พฤติกรรม ระบบการเรียนรู้ วิธีคิดที่แตกต่างจากเรา แต่เขามีความรู้สึกเหมือนเรา...ใบพัดเป็นคนเหมือนเรานะฆ้องวงศ์”

ฆ้องวงศ์คิดถึงที่ตนแกล้งใบพัดล้มในห้องน้ำ ใบพัดเจ็บและร้องในห้องพยาบาล ใบพัดร้องไห้ในห้อง ซ้อมดนตรีเพราะเจ็บมือซ้อมไม่ได้ ยิ่งคิดฆ้องวงศ์ก็ยิ่งรู้สึกผิดจนเสียงออดเข้าห้องสอบดังขึ้น

ooooooo

ในห้องสอบ ใบพัดทำข้อสอบอย่างตั้งใจ พลันในสายตาก็เห็นคิมกับเต้ยกำลังส่งโพยให้กัน แต่โพยตก เต้ยรีบเก็บ ทันใดนั้นใบพัดยกมือขึ้น ครูถามว่ามีอะไร ใบพัดลุกขึ้นบอกครูเสียงดังว่า

“คิมส่งกระดาษให้กับเต้ยครับ กระดาษตก กระดาษอยู่กับเต้ยครับ”

ทั้งคิมและเต้ยเรียกปรามใบพัด ถามว่า “จะบอกครูทำไมวะ!”

“ก็มึงบอกกันจริงๆ ใบพัดบอกครูก็ถูกแล้ว” ฆ้องวงศ์พูดเสียงดังจนเพื่อนทุกคนหันมอง เต้ยจ้องฆ้องวงศ์อย่างไม่พอใจ ครูเอาไม้เคาะโต๊ะสั่งเข้ม

“นี่ๆๆๆ หยุดๆ คิมหันต์ พงศ์กร ออกมาคุยกับครูข้างนอก เอาโพยออกมาด้วย ส่วนคนอื่นทำข้อสอบกันต่อไปได้แล้ว จะหมดเวลาแล้วนะ”

ทุกคนก้มหน้ารีบทำข้อสอบของตัวเอง คิมหันต์กับเต้ยเดินหน้าจ๋อยมาหาครูพร้อมโพยในมือ ใบพัดทำข้อสอบต่อไม่สนใจใคร ส่วนฆ้องวงศ์มองใบพัดด้วยความรู้สึกดี

ที่ห้องสอบของวีหนึ่งที่กระดานเขียนว่า 

“สอบปลายภาควิชาคณิตศาสตร์” ครูกำลังแจกข้อสอบ สั่งนักเรียนให้หยิบไว้คนละชุดแล้วส่งต่อให้เพื่อนๆ

วีหนึ่งรับข้อสอบแล้วส่งให้เพื่อนข้างหลัง เพลินเพลิน คีต์ และโอ๋เอ๋ เพื่อนสนิทของวีหนึ่งรับข้อสอบแล้วมองวีหนึ่งด้วยความเป็นห่วง

วีหนึ่งอ่านข้อสอบ...จากสีหน้าเรียบเฉยมาเป็นขมวดคิ้วเบาๆ วูบหนึ่งภาพข้อสอบเบลอๆแต่พักเดียวก็กลับเป็นปกติ วีหนึ่งหายใจเข้าลึกๆหายใจออกยาวๆ หัวใจเริ่มเต้นเป็นปกติ วีหนึ่งหยิบดินสอเริ่มทำข้อสอบ ปรากฏว่าทำได้!

วีหนึ่งดูข้อสอบ ข้อไหนทำได้ก็ทำไป ที่ทำไม่ได้ก็ข้ามไปก่อนไม่กดดันตัวเอง เพื่อนๆที่คอยสังเกตอยู่ต่างอมยิ้มหายห่วงแล้วก้มหน้าก้มตาทำของตัวเอง ส่วนวีหนึ่งที่ไม่กดดันตัวเอง คิดและทำไป ค่อยๆฝนคำตอบจนรอด! เสียงออดหมดเวลาดังขึ้นพอดี...

ไออุ่นกับแอนเน่ออกจากห้องสอบเดินคุยกันสบายๆ แอนเน่คุยว่า

“98 เต็ม 100 เผื่อพลาด 2 ข้อ!” ไออุ่นหัวเราะขำ ว่ามั่นหน้าไปอีก แอนเน่เลยถาม “แล้วแกล่ะ?”

“50 เต็มร้อย เผื่อพลาด 50!” แอนเน่ว่านี่ก็เผื่อเยอะเกิ๊น “ก็ฉันมันสมองไม่ดีเหมือนแก ฉันรู้ตัว ได้แค่ไหนก็แค่นั้นแหละ”

แอนเน่หยอกว่าจ้ะแม่คนรู้ตัว ไออุ่นบอกว่า ไม่ลืมตัวด้วย ทั้งสองหัวเราะกันทำนองว่า “คิดไปได้” บรรยากาศสงบและไออุ่นก็ไม่เคร่งเครียดอีกต่อไป

ooooooo

ที่ห้อง ป.1/6 ที่พีทเรียน กลายเป็นห้องนิทรรศการเหมือนงานโอเพนเฮาส์ แสดงผลงานการเรียนรู้ในหัวข้อต่างๆ เช่น วงจรชีวิตของผีเสื้อ เห็ดสารพัดประโยชน์และระบบย่อยอาหาร

ที่หน้าห้อง ครูป้องอธิบายเรื่องการประเมินผล ในขณะที่ครูผู้ช่วยก็แจกใบประเมินผลให้ผู้ปกครองในห้อง บรรยากาศตื่นเต้นคึกคัก

ครูป้องอธิบายกับผู้ปกครอง มีโมรากุล ครองพร ธรรมชนะรวมอยู่ด้วย ทุกคนดูตื่นเต้น

“การเรียนรู้แบบ Project-based learning เราให้อิสระเด็กๆในการเลือกหัวข้อโครงการที่ตัวเองสนใจ เพื่อค้นคว้า ทดลอง หาคำตอบและนำเสนองาน...

ระหว่างนี้ผู้ปกครองสามารถซักถาม และประเมินให้คะแนนเด็กๆในแต่ละกลุ่ม เสร็จแล้วเราจะกลับมาสรุปภาพรวมกัน”

ครูป้องอธิบายพลางเดินนำผู้ปกครองเข้าสู่การแสดงผลงานของเด็กๆ

“คะแนนจะแบ่งออกเป็นการตอบคำถาม ความกล้าแสดงออก และการช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม”

การแสดงของเด็กแต่ละกลุ่ม มีการแต่งตัวสอดคล้องกับเนื้อหาที่แสดงและมีคนหนึ่งเป็นคนเล่า อธิบาย เด็กๆ แสดงและเล่ากันอย่างน่ารักและได้ความรู้ ส่วนผู้ปกครองก็ช่วยกันซักถามพูดคุย เด็กๆก็ตอบคำถามกันอย่างเต็มที่

ในห้องสอบพีท...กลุ่มพีท มีกำปั้น วินวิน กับกูเกิ้ล แสดงเรื่อง “ระบบการย่อยอาหาร” กำลังนำเสนอชิ้นงาน พ่อแม่เด็กทุกคนต่างลุ้นลูกหลานตนกับผู้ปกครองคนอื่นๆ

พีทบรรยายการกินอาหาร เส้นทางเดินอาหารและกูเกิ้ลก็เสริมต่อจนถึงระบบขับถ่าย

เมื่อผู้ปกครองซักถาม พีทก็ตอบได้อย่างฉะฉาน จนครูป้องชมว่าพีทเก่งมาก

ผู้ปกครองฟังแล้วลงคะแนนให้ในใบประเมิน โมรากุล ธรรมชนะ และครองพรปรบมือรัวๆ มองพีทอย่างภาคภูมิใจ พ่อแม่ของเด็กอื่นก็ปลื้มปีติกับลูกหลานตนไม่ต่างกัน ส่วนพวกเด็กๆก็สนุกสนานและมีชีวิตชีวามากเมื่อได้รับเสียงปรบมือและคำชมเชยจากครูและผู้ปกครอง

ครูป้องยิ้มดีใจและภาคภูมิใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

ครูพรรณีดูผู้ปกครองและเด็กๆที่กำลังประเมินผลกันอย่างคึกคักด้วยสีหน้าพอใจ

ooooooo

ที่ห้องประชุมโรงเรียน กร ครูพรรณี ครูน้อย ครูเบญจา ครูป้องและครูชิชากำลังประชุมกัน

ในห้องมีป้าย “ชมรมหนังสั้น”...“ชมรมนักเขียนบท”...“ชมรม Cover Dance”...“ชมรม Street Science” และป้ายชมรม “Healthy Gamer Club” มีวิทยากรอาสาสมัคร 3 ท่านคือคุณหมอ นักแคสเกม นักออกแบบเกม เด็กๆในชมรมและบุ๊คนั่งฟังด้วยความสนใจ

กร ครูน้อย ครูพรรณี ครูเบญจาที่มาเป็นผู้ช่วยครูพรรณี ครูป้อง ครูชิชา และครูอีกสองสามคนประชุมร่วมกัน ครูน้อยรายงานแก่ที่ประชุมว่า

“กิจกรรมหลังเลิกเรียนไปได้ด้วยดีนะครับ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่าที่เราตั้งเป้าไว้ ผู้ปกครองก็พอใจ เพราะเด็กๆใช้เวลาหลังเลิกเรียนอย่างมีคุณภาพครับ”

“วิดีโอชุดนี้ชาทำขึ้นตามที่ ผอ.สั่ง เอาไว้เปิดให้ผู้ปกครองดูในวันประชุมผู้ปกครองของปีการศึกษาหน้าค่ะ”

“ขอบคุณมาก...ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เทอมหน้าถ้าแต่ละชมรมอยากจะไปประกวด หรือไปแข่งไปแสดงผลงาน บอกมาได้เลยนะครับ ผมสนับสนุน”

“ก่อนปิดเทอม มีผู้ปกครอง ป.1/6 ของครูป้องมาชมว่าการสอบของห้อง PBL ดีมาก ได้เห็นว่าเด็กๆมีความสามารถและมีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด และมี

ผู้ปกครองจากห้องอื่นขอย้ายมาห้อง PBL เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ” ครูพรรณีพูดแล้วหันไปทางครูป้อง “ยินดีด้วยนะคะ”

ครูป้องขอบคุณ กรบอกครูป้องว่าถ้ามีผู้ปกครองสนใจมากพอจะเปิดอีกห้อง ครูป้องไหวไหม ครูป้องตอบทันทีว่าได้เลย ถ้า ผอ.กับท่านรองคิดว่าต้องเพิ่มตนก็พร้อม

“ดีมาก...สำหรับปีการศึกษาหน้า ฝากท่านรองอัปเดตกันอีกทีนะครับ”

“ได้ค่ะ นอกจากเรื่องนี้ ดิฉันมีอีกเรื่องอยากเสนอค่ะ หลังจากที่ดิฉันได้ตามครูทรายไปดูแลเคสของวิธารี ทำให้ดิฉันพบว่าข้อมูลทางจิตวิทยาพื้นฐานมีความสำคัญมากๆ ดิฉันอยากให้มีการอบรมความรู้เรื่องจิตวิทยาพื้นฐานให้กับครูของเราค่ะ”

ครูเบญจาหันมองครูพรรณีอย่างแปลกใจ ในขณะที่ ครูพรรณียังคงพูดอย่างตั้งใจจริงจัง

“นักเรียนของเรามีหลายร้อยคน ที่ปรึกษาดูแลคนเดียวคงไม่ไหว ถ้าครูทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตาให้ได้ ก็เป็นผลดีกับเด็กๆเองด้วย ถ้า ผอ.เห็นด้วย ดิฉันขอเป็นคนจัดการอบรมเองค่ะ”

ทุกคนในห้องประชุมต่างยิ้มดีใจกับการเปลี่ยนแปลงของครูพรรณี กรเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ บอกท่านรองจัดการได้เลย ครูพรรณีขอบคุณยิ้มอย่างมีแผนงานบางอย่างในใจ

หลังการประชุม ครูเบญจาถามครูพรรณีว่าทำไมอยู่ๆถึงเห็นด้วยกับโครงการของ ผอ.และครูทราย แล้วเรื่องอบรมจิตวิทยาพื้นฐาน รองจะทำจริงๆหรือ

“จริงสิ ถ้าไม่ทำฉันจะเสนอเหรอ อีกอย่างนะ อะไรที่ดีกับเด็กฉันก็เห็นด้วยทั้งนั้น ไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคล เรื่องการทำงานอะไรที่มันมากเกินไปฉันจะค้าน แต่เรื่องนี้ฉันสนับสนุนเพราะมันจำเป็นจริงๆ ครูเป็นคนที่อยู่กับเด็กมากที่สุด ถ้าเราเห็นปัญหาก่อนจะช่วยเด็กได้ก่อน”

ครูเบญจาอึ้ง เห็นด้วยกับครูพรรณี ถามว่าแล้วที่บอกว่ามีที่ปรึกษาแล้ว ใครหรือ?

ครูเบญจาถามครูพรรณี แต่พอหันมองก็ชะงักเพราะครูพรรณีต่อสายพูดกับปลายสายอย่างยินดี

“สวัสดีค่ะครูทราย...ดิฉันมีเรื่องขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ”

ทรายตอบรับด้วยความยินดีว่า “ทรายยินดีช่วยค่ะ”

“ดิฉันอยากเชิญครูทรายมาเป็นคนให้ข้อมูล เป็นผู้ดำเนินการอบรมน่ะค่ะ”

“เอ่อ...แต่ทรายคิดว่านอกจากทราย ยังมีอีกคนที่เหมาะจะเป็นผู้บรรยายนะคะ” แต่พอครูพรรณีถามว่าใคร ทรายบอกว่าไว้เดี๋ยวบอก

“ได้เลยค่ะ...ครูทรายคะ ดิฉันยังมีอีกเรื่องที่อยากปรึกษาค่ะ คือ...ดิฉันอยากทราบรายละเอียดของเด็กนักเรียนที่ชื่อ ‘ปุ่น’ ค่ะ”

ทรายอึ้งไป แววตานิ่ง เหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่...

ooooooo

โรงเรียนปิดเทอมแล้ว แต่ที่โรงเรียนยังจัดอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญาณและอาการทางสุขภาพจิตในวัยรุ่นที่ครูควรรู้ ครูต่างทยอยกันเข้ามาในที่ประชุมอย่างกระตือรือร้น

เมื่อใกล้เวลาเปิดประชุม ทุกคนต่างมองหาว่าใครจะเป็นคนพูด แต่พอเปิดเวที ทุกคนแอบตกใจที่ครูพรรณีขึ้นพูด ทุกคนฟังอย่างตั้งใจเพราะไม่คิดว่าครูพรรณีจะกลายเป็นคนหนึ่งที่มาทางนี้ด้วย!

ครูพรรณีพูดถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ เช่นการเรียกร้องความสนใจ พฤติกรรมทางโซเชียลมีเดีย เช่นโพสต์เรื่องส่วนตัวที่ล่อแหลม สร้างกลุ่มแชตเพื่อสร้างดราม่า กระทั่งพฤติกรรมที่หันหลังให้สังคม

ครูพรรณีบรรยายพฤติกรรมเหล่านั้นแล้วมองไปรอบห้อง กล่าวว่า

“ข้อมูลเบื้องต้นที่คุณครูควรรู้มีประมาณนี้ เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของเด็กๆมากขึ้น วันนี้ดิฉันมีตัวแทนของนักเรียนที่จะเล่าถึงช่วงเวลาสำคัญในชีวิต...หลายๆท่านยังคงจำได้ ไม่กี่ปีที่ผ่านมาโรงเรียนของเราเคยเกิดเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนคนนึง ตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาเองก็ไม่คาดคิดมาก่อน...”

ฝ่ายกรก็คุยกับทรายอย่างจริงจังว่า หลังจากที่คุยกับหมอก้องมา 3 ครั้งตามที่ทรายแนะนำแล้ว หมอบอกว่าตนปรับทัศนคติเร็วและดีมากไม่ต้องคุยกับหมอแล้ว แต่ให้คุยกับเมียแทน แล้วอ้อนว่า

“ผมก็เลยอยากจะคุยกับคุณ อยากจะบอกคุณว่า ผมดีใจที่ได้แต่งงานกับคุณ คุณคือชีวิตของผม...ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจริงๆ คุณเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ผมขาด ทำให้ผมรู้ว่าผมต้องการคุณมากแค่ไหน”

ทรายยิ้มกับคำพูดตรงๆจากใจของกร กรขอว่าถ้าทรายให้โอกาส เขาก็จะเริ่มต้นใหม่แบบไม่คาดหวัง ไม่กดดัน และพร้อมเผชิญทั้งความสุขและความทุกข์ไปด้วยกัน แล้วจับมือทรายอ้อน...

“ทราย กลับมาอยู่กับผมนะ กลับมาอยู่ด้วยกัน”

“ทรายก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้วนี่คะ”

กรดีใจมากอ้อนต่อว่า งั้นก็กลับบ้านวันนี้เลยนะ พอทรายพยักหน้า ต่างกอดกันด้วยความเข้าใจ

ทรายบอกว่าตนตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับไปทำงานที่เปี่ยมคุณ แต่จะไปทำงานให้กับองค์กรอิสระที่ดูแลเด็กๆที่มีปัญหา เพราะเด็กนักเรียนเวลามีปัญหามีครูมีเพื่อนคอยช่วยเหลือกัน แต่หลายปัญหาในสังคมต้นเหตุจริงๆมันเกิด ‘นอกรั้วโรงเรียน’ ปัญหามันเยอะจริงๆ

กรไม่ห้ามทราย แต่ให้ข้อคิดว่า

“ชีวิตแต่งงานมันมีทั้งส่วนที่เป็น ‘ของเรา’ และ ‘ส่วนตัว’ คุณไม่กลับไปทำงานโรงเรียนก็เพื่อรักษาพื้นที่ของเราเอาไว้ เพราะฉะนั้นในส่วนของงาน...ผมให้คุณตัดสินใจเอง...แต่ผมขออย่างเดียว ถ้าคุณเริ่มมีข่าวดีอีก คุณต้องหยุดทุกอย่าง เพราะงานนี้ผมว่ามันหนักหนายิ่งกว่างานในโรงเรียนหลายเท่า”

“ได้ค่ะ ดีล!!”

“ดีล!” กรดึงทรายเข้าไปกอดจากด้านหลัง ทั้งสองกอดกันด้วยความรักความเข้าใจกันและกัน ทั้งบ้านดูสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อทุกอย่างในชีวิตครอบครัวผ่านไปด้วยดี ทรายเปิดแฟนเพจ “หลุมหลบภัย” อีกครั้ง...พิมพ์ในหัวข้อ

“การปิดเทอมไม่ได้มีไว้สำหรับนักเรียน”

ทรายพิมพ์ลงใน “หลุมหลบภัย” ในหัวข้อนี้ว่า...

“ชีวิตของเราต่างต้องการวันปิดเทอมหรือพักร้อนเพื่อหลุดจากกิจวัตรประจำวัน เพื่อทำสิ่งที่เราไม่เคยทำ เพื่อทบทวนตัวเอง และค้นหาสิ่งที่อยู่ข้างในที่เราอาจจะ...ละเลย ไม่เคยหยุดฟัง Inner Voice ที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา ถ้าเราหยุดฟัง เราจะรู้ว่าเราต้องการอะไร การเดินไปข้างหน้าจะเป็นการไปอย่างมีเป้าหมายและมั่นคง”

ooooooo

ในช่วงปิดเทอมนี่เอง เกริกฤทธิ์ส่งไออุ่นไปเรียนภาษาเยอรมัน แอนเน่หาซื้อหนังสือภาษาเยอรมันมาให้ บอกไออุ่นว่าถ้าอ่านรู้เรื่องก็บอกจะซื้อส่งไปให้อีก สิงห์ที่มาส่งไออุ่นที่สนามบินบ่นว่าโคตรอยากไปเรียนบ้าง

เกริกฤทธิ์บอกว่าเดี๋ยวก็ได้ไป ตนคิดไว้แล้วถ้าไออุ่นเรียนภาษาเยอรมันแล้วชอบ ก็จะให้เรียนอาชีวะหรือเรียนเฉพาะทางที่โน่นไปเลย บอกสิงห์ว่าตอนไปส่งไออุ่นก็จะลองคุยกับคนไทยที่โน่นดูว่ามีสาขาอะไรน่าสนใจหรือเปล่า ถ้าสิงห์พอมีข้อมูลก็ดูๆให้น้องด้วย

สิงห์บอกว่าเพื่อนจะไปต่อโทที่โน่นพอดี จะให้ช่วยหาให้ ส่วนเรื่องคดีไม่ต้องห่วงตนกับพ่อจะตามเรื่องให้เอง เพราะหลักฐานที่เราไปเก็บไว้กับทางนิติเวชภายใน 72 ชั่วโมงก็ชัดเจนมาก

แอนเน่บอกว่าไออุ่นโชคดีมากที่พ่อแม่เข้าใจ

กวิตาได้ยิน เข้าไปพูดกับแอนเน่ว่าเราก็ต้องให้เวลาพ่อแม่ ด้วยนะ ให้กำลังใจว่า “แต่เชื่อน้า ถ้าหนูตั้งใจเรียน เป็นคนดี รู้หน้าที่แล้วก็เป็นเด็กน่ารักแบบนี้ สักวันพ่อแม่ก็เข้าใจเอง”

พอไออุ่นไปแล้ว แอนเน่ถามหยั่งเชิงสิงห์ว่า รู้ใช่ไหม ว่าไออุ่นเป็นอะไร

“อุ่นเป็นคนน่ารัก เป็นคนที่พี่คุยด้วยแล้วสบายใจ อยู่ด้วยแล้วแฮปปี้ พี่ว่ามันก็พอแล้วนะ ไม่ว่าจะในสเตตัสอะไร พี่ว่ามันก็โอนะ” แอนเน่ฟังแล้วโดนใจมาก ชมว่าคม!! สิงห์หัวเราะด้วยความรู้สึกดีที่มีต่อไออุ่น...

ooooooo

ในช่วงปิดเทอม บุ๊คเปิด Bucket list ของเฌอฟ้าดู แล้วโทร.ชวนเพื่อนๆไปบางแสน ทั้งจิรายุ แจ๊คและบอมต่างตอบรับ บุ๊คมีข้อแม้กับเพื่อนๆว่าเอามือถือไปได้แต่ห้ามเล่นเกม เพื่อนๆแกล้งโวยกันว่า กลับคำทันไหมเนี่ย

“โอเคไหม ถ้าโอเคก็ไปกัน เที่ยวแบบแมนๆ แบบบล็อกเกอร์อินดี้ไงมึง เผื่อทำเพจ 555”

เมื่อถึงวันนัดไปขึ้นรถตู้ที่สายใต้ใหม่กัน อลินจะไปส่งถึงรถ บุ๊คบอกแม่ว่าตนไม่ใช่เด็กแล้วขอไปแบบแมนๆ ลูกผู้ชายหน่อย  ก็พอดีบอมมาถึง  ปราบเร่งให้รีบไปเดี๋ยวตกรถ อลินยังนอยด์เตือนให้ดูแลกันดีๆนะ

พอส่งบุ๊คไปเที่ยวกับเพื่อนๆ  ปราบก็ชวนอลินกลับบ้านไปหากิจกรรมทำกันบ้าง  อลินค้อนด่าเขินๆแต่ก็กลับไปกับปราบ

ส่วนพวกบุ๊คไปถึงบางแสนก็เล่นน้ำทะเลและถ่ายรูปกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนานและขำๆฮาๆกันตามประสา ต่างสนุกสดใสมีชีวิตชีวาสุดๆ บุ๊คส่งคลิปพร้อมข้อความให้เฌอฟ้าว่า

“Hello พี่เฌอจากบางแสนครับ....C U in NY!” พร้อมรอยจูบ...จ๊วฟ!!!

แม้พีทจะเรียนรู้การควบคุมอารมณ์และนับเลขปรับอารมณ์แล้ว แต่เมื่ออยู่กับตายายที่เคยโอ๋เอาใจก็ยังมีที่เอาแต่ความสนุกตามใจตัวเองอยู่ วันนี้ต้องไปงานวันเกิดของกูเกิ้ลก็ยังดูคลิปในแท็บเล็ตจนยายมาเร่งให้รีบกินโจ๊กเดี๋ยวไปไม่ทันงาน ก็ยังไม่ยอมวางแท็บเล็ตจนตากับยายต้องเอาขนมครกมาชวนกินด้วยกัน  พีทจึงยอมวางแท็บเล็ตแล้วมากินโจ๊กกินขนมครก เสร็จแล้วเอาจานไปเก็บ จากนั้นจึงไปงานวันเกิดเพื่อน

พีทมีพัฒนาการที่ดีจนทุกวันนี้ไม่กรี๊ดเอาแต่ใจ มีเพื่อนเยอะและเล่นกับเพื่อนอย่างร่าเริง จนตากับยายดูแล้วคุยกันอย่างมีความสุข โมรากุลเองก็เปลี่ยนไปมาก วันนี้ได้ยินพ่อกับแม่คุยเรื่องพีทก็ขอโทษด้วย ที่ผ่านมาตนเผลอพูดไม่ดีกับพ่อแม่เพราะหงุดหงิด และบอกพ่อกับแม่ว่า “โมรักพ่อกับแม่นะ”

ครองพรกับธรรมชนะทั้งขำทั้งซึ้ง  หยอกว่าดันมาซึ้งในงานวันเกิดเพื่อนลูก เดี๋ยวแม่ร้องไห้ขึ้นมาแขกจะแตกตื่นกันหมด สามคนพ่อแม่ลูกเลยกอดกันหัวเราะอย่างมีความสุข

ooooooo

ทางด้านครอบครัววีหนึ่ง นับวันก็สมัครสมานรักใคร่กันดี กิ่งแก้วถามจุลมาสว่าไม่คิดจะขยายร้านหรือเพราะร้านที่หน้าโรงเรียนจะย้ายออก  ทำเล ดีกว่า พื้นที่กว้างกว่า บอกว่า “ถ้าพี่มาสจะเอาเดี๋ยวฉันจองไว้ให้”

ทีแรกจุลมาสก็อึกอักบอกว่าเกรงใจเพราะทุกวันนี้ค่าเช่าก็ไม่ได้จ่าย กิ่งแก้วบอกว่าตนยินดีช่วยทุกอย่าง จุลมาสเสียงอ่อนว่างั้นก็แล้วแต่พี่ทินกับแก้วแล้วกัน ถ้าคิดว่าควรย้ายตนก็จะย้าย

“เดี๋ยวฉันจัดการให้นะพี่” พอดีมีสายเข้า กิ่งแก้วบอกปลายสายว่าเดี๋ยวจะออกไป บอกจุลมาสว่า “เดี๋ยวแก้วออกไปรับไทก่อนนะคะ”

วีหนึ่งคุยกับไวทินอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของร้าน วีหนึ่ง เสนอว่าปิดเทอมแม่ไม่น่าจะเอาเครื่องเขียนมาขายเยอะเพราะเด็กๆปิดเทอม ไม่ได้ใช้เท่าไหร่ น่าจะเอาสมุดมาขายเพราะปิดเทอมเรียนติวข้างนอก ต้องซื้อสมุด เพราะเบื่อสมุดโรงเรียน แล้วปากกาก็น่าจะ เป็นพวกไฮไลต์สีๆมากกว่าลูกลื่นปกติ  คิดๆแล้วเสนออีกว่า

“อีกอย่างที่ขายดีคือถุงผ้าค่ะพ่อ เอาไว้ใส่หนังสือเวลาไปติว ที่ขาดไม่ได้ตอนนี้ ต้องมีแก้วน้ำกับหลอดแข็งๆแบบ Reuse หรือขวดน้ำส่วนตัว ลดพลาสติก ลดโลกร้อนค่ะ กำลังอินเลย”

ไวทินฟังแล้วถามว่า วีชอบค้าขายหรือ วีหนึ่งบอกว่าชอบดูการตลาด ชอบศึกษาเทรนด์ คิดว่าคนซื้อชอบอะไร  ทำยังไงให้คนมาซื้อของเรา วีว่ามันท้าทาย สนุกดี ไวทินถามว่าวีอยากเรียนพวกคณะเกี่ยวกับการตลาดหรือบริหารธุรกิจไหม วีหนึ่งนิ่งไปอึดใจจึงพูด...“แต่แม่...”

“แม่แล้วแต่วีเลยลูก คนที่เรียนคือวี เลือกคณะที่วีสนใจและอยากเรียนได้เลยลูก แม่ได้หมดถ้าวีสดชื่น”

“ขอบคุณค่ะแม่” วีหนึ่งไหว้ดีใจที่แม่ยอมรับในสิ่งที่ตนอยากทำ

พอดีไททันเข้ามาถามหาของกิน วีหนึ่งแซวน้องว่ามาถึงก็หิวเลย ไม่ช่วยพี่จัดของก่อนหรือ พอไททันเห็นเครื่องเขียนใหม่ๆสีสดใสก็โดนใจคว้าไปบอกว่า “อันนี้ไทขอนะพี่วี”

วีหนึ่งไม่ให้เพราะราคาแพง สองพี่น้องเลยแย่งของกันไปมาทีเล่นทีจริงหัวเราะกันคิกคัก

ไวทิน กิ่งแก้ว และจุลมาสมองขำๆแกมเอ็นดู เป็นความน่ารักอบอุ่นของพี่กับน้องแม้จะคนละแม่แต่ก็เป็นครอบครัวเดียวกัน

ส่วนใบพัดวันนี้เตรียมตัวไปเล่นดนตรีที่โรงพยาบาล กองพลช่วยเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้า ชมว่าหล่อแล้ว มือเป็นยังไงบ้าง ใบพัดขยับนิ้วบอกว่าหายแล้ว

กองพลบอกว่าก่อนจะไปเรามาทำความเข้าใจกันก่อน แล้วยกตัวอย่างถ้าเจอสาวสวยแล้วเราอยากทำความรู้จัก ต้องเริ่มจากอะไร เพื่อแยกแยะได้ว่าท่าทีกิริยาแบบไหนชอบและไม่ชอบ สบายใจหรือไม่สบายใจ

ซึ่งใบพัดก็แยกแยะได้อย่างถูกต้อง

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น รถคุณแหม่มกับอันยามาจอดที่หน้าบ้าน กองพลถามใบพัดว่าคุณแหม่มกับอันยามารับไปเล่นเปียโนที่โรงพยาบาลจำได้นะ ใบพัดจำได้

“เป็นงานพิเศษ ใบพัดเล่นได้เงิน เก็บไว้นะ แล้วก็เล่นให้เต็มที่เลย ลุงเป็นกำลังใจให้”

“ครับ เล่นเต็มที่ครับ”

ooooooo

ใบพัดเล่นเปียโนที่โรงพยาบาล อันยาถ่ายคลิปมุมโน้นมุมนี้ แหม่มนั่งคุยกับกองพลอยู่อีกมุมหนึ่ง

กองพลส่งรูปชาร์ตและวงกลมแยกเพื่อนกับแฟนให้ดู อธิบายให้แหม่มฟัง

“นี่ครับ T chart พื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะแล้วก็สอนให้แยกแยะภาษาท่าทางว่าผู้หญิงที่เราชอบมีใจให้เราหรือเปล่า ส่วนอันนี้ก็มีสิ่งที่ทำกับแฟนได้ กับเพื่อนได้ และสิ่งที่ทำกับเพื่อนและแฟนไม่ได้”

“โห ดีมากเลย ขอบคุณค่ะ”

“เออ แล้วตอนนี้อันยาเข้าใจแล้วนะครับ”

“คุยกันแล้วค่ะ เขาเป็นคนบอกให้แหม่มมาคุยกับคุณกองพลเรื่องนี้ด้วย”

“มี 3 ข้อที่ต้องย้ำบ่อยๆคือ 1.ต้องสอนทุกอย่างด้วยภาพ เพราะจะทำให้เขาเข้าใจง่ายขึ้น 2.เราต้องย้ำๆ สอนซ้ำๆ แล้วก็ติดชาร์ตพวกนี้ไว้ที่ผนังเลยครับ เขาจะเห็นแล้วจำได้”

“ค่ะ แล้วข้อสุดท้าย?”

“เราต้องไม่คิดไปเองว่าเขาเข้าใจแล้วครับ เพราะพูดครั้งแรกเหมือนเขาจะเข้าใจ แต่เราก็ต้องย้ำไปเรื่อยๆครับ ...ต้องย้ำมากกว่าคนปกติ”

แหม่มมองกองพลทึ่ง เอ่ยอย่างชื่นชมว่า

“แค่ไม่กี่เดือนคุณกองพลความรู้แน่นกว่าแหม่มจริงๆนะคะเนี่ย เจอกันครั้งแรกยังมาขอข้อมูลแหม่มอยู่เลย เผลอแป๊บเดียวกลายเป็นแหม่มต้องมาขอข้อมูลแล้ว นับถือเลยค่ะ ทุ่มเทมากจริงๆ”

“ผมน่าจะเริ่มเป็นเหมือนใบพัดแล้วครับ เริ่มมีความหมกมุ่น...”

ทั้งสองขำออกมาพร้อมกัน กองพลพูดต่ออย่างมุ่งมั่นว่า

“แต่จริงๆแล้วน้องสาวผมเขาสอนมาดีครับ ใบพัดดูแลตัวเองได้ในระดับนึง สิ่งที่ผมกำลังสอนเขาเพิ่มคือการหารายได้เพื่อเลี้ยงดูตัวเอง มาเล่นดนตรีที่นี่ถึงจะได้เงินไม่มาก แต่ใบพัดจะเริ่มเรียนรู้การได้เงิน เก็บเงิน ในอนาคตเขาจะได้ดูแลตัวเองได้ครับ”

แหม่มชื่นชมกองพล ความรู้สึกดีๆเริ่มเบ่งบาน สิ่งธรรมดาที่เคยเห็นก็สวยงาม สดชื่นในอารมณ์

อันยาเห็นแหม่มกับกองพลคุยกันอย่างสนุกสนานสดชื่นมีความสุขก็ยิ้มแล้วหันไปถ่ายคลิปไว้ ใบพัดเล่นเพลงจบพอดี เดินมายืนข้างอันยา มองกองพลกับแหม่มคุยกันมุ้งมิ้งกรุ๊งกริ๊ง ใบพัดพูดออกมาทันที

“ลุงกองพลชอบแม่แหม่มแบบแฟนครับ และแม่แหม่มก็ชอบลุงกองพลแบบแฟน เพราะแม่แหม่มยิ้ม หัวเราะแล้วก็ไม่หันหลังให้ลุงกองพลครับ”

“โอ้ยยย...ใบพัดก็ตรงเกิ๊นนนน!!”

อันยาโวยเสียงสูงทั้งขำทั้งเอ็นดูแล้วถ่ายรูปแม่ต่อ ขณะอันยาหันไปถ่ายรูป ผมสะบัดโดนปลายจมูกใบพัด กลิ่นหอมจากปอยผมทำให้ใบพัดเผลอยื่นจมูกจะสูดกลิ่นหอม อันยาปรายตามาเห็นพอดี

“อะแฮ่ม!!! ใบพัดจำไดอะแกรมเพื่อนได้หรือเปล่า” ใบพัดชะงักกึก “เป็นเพื่อนกัน...ดมผมได้ไหม...”

“ไม่ได้ครับ ใบพัดดมผมเพื่อนไม่ได้ครับ” ใบพัดรีบดึงตัวกลับ อันยายิ้มขำๆชมว่าดีมาก

ooooooo

ในงานแสดงความยินดีที่โรงเรียนได้รับรางวัล “โรงเรียนต้นแบบในการใช้จิตวิทยาในโรงเรียน” เป็นงานเล็กๆจัดที่บ้านนพลักษณ์ ใบพัดได้ไปเล่นเปียโนโชว์ในงาน ใบพัดเล่นอย่างอินมาก

แขกในงานเป็นบรรดาครูในโรงเรียนและสมภพ ที่มุมหนึ่ง ทราย ครูป้อง ครูชิชายืนคุยกันอยู่ ครูป้องถามว่าตั้งแต่มายังไม่เห็นคุณกรเลย ทรายโบ้ยไปทางประตู แล้วจู่ๆใบพัดก็เปลี่ยนเป็นเพลง “Happy Birthday” นพลักษณ์ฟังแล้วแปลกใจ

ทันใดนั้น...กรเข็นเค้กเข้ามา ทุกคนร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อวยพรวันเกิดให้นพลักษณ์ นพลักษณ์เป่าเทียนแล้วกอดขอบใจกรและทราย ขอบคุณทุกคน และยินดีกับรางวัล “โรงเรียนต้นแบบในการใช้จิตวิทยาในโรงเรียน” ว่าเป็นรางวัลที่ไม่เคยมีมาก่อนและเราก็เป็นรายแรกที่ได้รับ ขอบคุณทุกคนโดยเฉพาะกรกับทรายชมว่า “ทำได้ดีมากลูก”

ใบพัดเล่นเปียโนเข้าท่อนสุดท้ายพอดี ทุกคนร้องเพลง happy birthday to youuuu...อย่างพร้อมเพรียงปรบมือหัวเราะกันสนุกสนาน

“ขอเสียงปรบมือให้ใบพัด...นักเปียโนคนเก่งของเราด้วยครับ” สมภพขอเสียงราวกับอยู่ในคอนเสิร์ต ทุกคนปรบมือให้ ใบพัดลุกขึ้นโค้งรับอย่างสุดหล่อแล้วนั่งเล่นต่อ กองพลถ่ายรูปใบพัดรัวๆอย่างสุดปลื้ม

ooooooo

ทรายยืนคุยกับครูพรรณีอยู่อีกมุมหนึ่ ครูพรรณีบอกว่ากรบอกเรื่องทรายจะไปทำงานกับองค์กรอิสระจึงแนะนำมูลนิธิ “ไฟทาง” ไฟทางฟันด์ พวกเราเลยเรียกกันว่าไฟทางฝัน ที่เพื่อนๆคนรุ่นใหม่จากสหวิชาชีพร่วมกันมาทำงานเพื่อเด็ก ทรายสนใจ ครูพรรณีจึงให้เบอร์โทรศัพท์ไว้

ครูชิชาก็ตัดสินใจจะลาออกจากโรงเรียนเปี่ยมคุณเพื่อไปในพื้นที่ห่างไกลที่เด็กไม่มีทางจะได้รับการศึกษาการดูแลแบบนี้ ครูป้องสนับสนุนและอาสาจะติวให้ ว่างเมื่อไหร่นัดมาเลยจะติวให้แถมเลี้ยงข้าวด้วย

พอดี ผอ.จะพูดแล้ว ทุกคนจึงหันฟังกรพูดเหมือนเปิดงาน เป็นการพูดสบายๆแบบกันเอง

กรพูดถึงโลกเราปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปมาก หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับ Diversity “ความแตกต่างที่หลากหลาย” เด็กๆจะมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง พวกเขาเรียนรู้ความสนใจที่ไม่ได้อยู่ในกรอบเดิมๆ โรงเรียนและครูต้องปรับตัว ปรับการสอน ให้พวกเขาเห็นคุณค่าในความแตกต่างและสร้างความกล้าในการยอมรับสิ่งที่เขาเป็น

กรย้ำว่า เพื่อการเรียนที่มีประสิทธิภาพของโรงเรียน เราต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่...ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องการเวลาและการศึกษาหาข้อมูลอย่างรอบคอบและรอบด้าน “เพราะชีวิตของนักเรียนไม่ได้มีไว้ทดลอง”

สุดท้ายกรให้ความมั่นใจว่า “ขอให้ทุกคนมั่นใจ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนผมไม่มีวันทิ้งโรงเรียนและเด็กนักเรียนของเราแน่นอนครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและพร้อมกันเดินหน้าต่อไป ขอบคุณครับ”

ครูพรรณียิ้มพอใจลุกขึ้นยืนปรบมือด้วยความชื่นชมอย่างจริงใจ กรก้มศีรษะให้ครูพรรณีด้วยความเคารพ กองพลลุกขึ้นปรบมือประทับใจมาก ทุกคนปรบมือด้วยความชื่นชม

“หายห่วงได้แล้วนะคุณ” สมภพเอ่ยกับนพลักษณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ นพลักษณ์พยักหน้ารับอย่างโล่งใจ...

ทรายเดินมาหากรชมว่าพูดได้ดีมาก กรขอบคุณ บอกว่าได้ยินคำชมแบบนี้หายเหนื่อยเลย มองไปรอบๆ เมื่อไม่มีใครเห็นก็จู่โจมหอมแก้มทรายฟอดใหญ่จับมือแน่นพูดอย่างซึ้งใจ...

“ขอบคุณนะทราย...ขอบคุณที่สู้มาด้วยกัน”

“แล้วเราก็จะสู้กันต่อไปค่ะ”

ทรายกับกรจับมือกันยืนมองถ้วยรางวัลและรางวัล “โรงเรียนต้นแบบในการใช้จิตวิทยาในโรงเรียน” ด้วยความภูมิใจ อบอุ่นและมีพลังที่จะสู้ต่อไป

คืนนี้เมื่อกลับถึงบ้าน ทรายนั่งดูข้อมูลในคอมฯที่ครูพรรณีให้มาอยู่บนเตียง กรเพิ่งออกจากห้องน้ำเอ่ยแซวๆว่า

“นี่มันห้องนอนนะครับคุณภรรยา ไม่ใช่ที่ทำงาน”

“ค่า...ไม่ทำงานแล้วค่ะคุณสามี”

“เตียงมีไว้ทำไรไม่ทราบ”

“มีไว้นอนสิคะ...” ทรายตอบอย่างรู้ทัน แล้วรีบไถลตัวลงนอนห่มผ้า กรเปิดผ้าห่มเบียดตัวเข้าไปอย่างโหยหาช่วงเวลาหวานที่ห่างหายกันไปนานเหลือเกิน

ครู่หนึ่ง...เสียงหัวเราะอย่างมีความสุข...ก็อบอวลในราตรีที่หอมหวาน...

ooooooo

– อวสาน –


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 21 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 6 พ.ค. 2562 07:53 2019-05-09T02:26:41+00:00 ไทยรัฐ