ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

เพราะดื่มมากแล้ว พอได้รับโทรศัพท์จากไออุ่น สิงห์สั่งน้ำเปล่ามาสองขวด เต๋าถามว่า “เลิกแดกแล้วเหรอวะ” สิงห์บอกว่าอุ่นทะเลาะกับพ่อคงแรงมาก กำลังมาหาตน เดี๋ยวตนต้องตั้งสติดูแลน้องก่อน

พอน้ำมาสิงห์ก็เปิดยกดื่มทีเดียวหมดขวด แอนเน่อ่านไลน์ของไออุ่นแล้วตกใจ แต่โทร.กลับก็ติดต่อไม่ได้จึงโทร.หาสิงห์ พอดีสิงห์ดื่มน้ำเข้าไปมากปวดฉี่ไปเข้าห้องน้ำแต่โทรศัพท์ตกที่เก้าอี้ไม่รู้ตัว เสียงโทรศัพท์เรียกจนหยุดไปเองเพราะเสียงดนตรีดังกลบ

แอนเน่ร้อนใจเป็นห่วงไออุ่นจึงโทร.บอกทราย ทรายโทร.เรียกครูป้องให้รีบมา ครูป้องชวนครูชิชามาด้วย แต่พอมาถึงปรากฏว่าทรายพรวดออกมาขึ้นรถบอกให้รีบไป

ไออุ่นนั่งแท็กซี่มาถึงหน้าผับที่สิงห์มาประจำ กำลังมองหาสิงห์ เต๋าก็มาเรียก ไออุ่นหันไปถามว่าพี่สิงห์ล่ะ เต๋าโกหกว่าสิงห์รออยู่อีกร้านเพราะร้านนี้เด็กเข้าไม่ได้

ไออุ่นว้าวุ่นใจเกินกว่าที่จะกลัวหรือระแวงเต๋า บอกว่าช่วยจ่ายค่าแท็กซี่ให้ก่อนตนไม่มีตังค์ เต๋ารีบควักจ่าย อย่างพี่ชายที่แสนดี แล้วทำทีเห็นใจเข้าใจที่ไออุ่นทะเลาะกับที่บ้านมา บอกว่ามีอะไรก็ระบายกับตนได้เราพวกเดียวกัน แล้วชวนขึ้นรถไปหาสิงห์กันเดี๋ยวสิงห์จะรอนาน

ไออุ่นเดินตามไปไม่เฉลียวใจ เต๋ายิ้มชั่วร้ายกับแผนการของตน

ooooooo

เมื่อเกริกฤทธิ์ได้สติรู้สึกตัวว่ารุนแรงกับไออุ่นมากไป เห็นลูกหายไปก็เป็นห่วง แต่ด้วยทิฐิจึงนั่งกินเหล้าดับอารมณ์ กวิตาว้าวุ่นใจตามหาก็ไม่เห็น โทร.หาไออุ่นก็ติดต่อไม่ได้ ถามเกริกฤทธิ์อย่างรับไม่ได้ว่า

“ลูกหายไปไหนก็ไม่รู้ แต่คุณมานั่งกินเหล้าสบายใจ แบบนี้เนี่ยนะ”

เกริกฤทธิ์หันขวับตวาดกวิตาว่าอย่ามาขึ้นเสียงกับตน โทษว่าที่ลูกเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ กวิตาสวนไปว่า นี่ไม่ใช่เวลามาโยนความผิดกัน ไม่รู้ว่าลูกเตลิดไปถึงไหนแล้ว ไล่มันไปตายถ้ามันตายขึ้นมาจริงๆ แน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจ กวิตาเดินออกไปพยายามโทร.หาไออุ่นอีก

เกริกฤทธิ์จุก เจ็บจี๊ด วางมือจากขวดเหล้า เริ่มเป็นห่วงลูกจนดื่มไม่ลง

เต๋าพาไออุ่นนั่งรถไปก็ปลอบและหลอกไปว่า อย่าคิดมากเดี๋ยวก็ถึงร้านที่สิงห์รออยู่แล้ว

สิงห์กลับจากห้องน้ำเห็นโทรศัพท์ตัวเองตกอยู่เก้าอี้ หยิบมาเปิดเช็กเห็นข้อความจากแอนเน่ถามว่า “เจอไอ้อุ่นยังพี่สิงห์” ก็โทร.กลับบอกว่ายัง แอนเน่ตกใจบอกว่าไออุ่นออกไปหาพี่นานแล้วน่าจะถึงแล้ว ตนโทร.หา ก็ไม่ติด มือถือน่าจะแบตหมด สิงห์จึงจะออกไปดูที่หน้าร้าน

แอนเน่บอกสิงห์ว่าตนโทร.บอกครูทรายแล้ว

ครูทรายเป็นที่ปรึกษาของไออุ่น อุ่นมันน่าจะส่งข้อความ บอกสิงห์อย่างเป็นห่วงมากว่า

“อุ่นมันส่งข้อความหาหนู มันอยากตาย หนูอยากให้ครูคุยกับมัน”

“ได้ๆ เดี๋ยวพี่ดูแลต่อเอง” สิงห์รับปากอย่างร้อนใจ ไม่น้อยกว่าแอนเน่

ส่วนครูป้อง ครูชิชาที่รับทรายมาต่างก็ร้อนใจที่ติดต่อไออุ่นไม่ได้ ทรายบอกว่าแอนเน่คาดว่าแบตน่าจะหมด ชิชาถามว่าเรามีเบอร์รุ่นพี่อุ่นไหม จะได้เช็กว่า เจออุ่นหรือยัง ทรายจึงโทร.ถามแอนเน่ดู

“ทรายจะไม่โทร.บอกคุณกรจริงๆเหรอ” ครูป้องถามอย่างเป็นห่วง ทรายชะงักนิดหนึ่งก่อนบอกว่า

“เอาไว้ค่อยบอกทีหลังดีกว่า เดี๋ยวมีปัญหาอีก” พอดีแอนเน่รับสาย ทรายรีบคุย “แอนเน่คะ...ครูขอเบอร์รุ่นพี่ที่อุ่นไปหาหน่อยค่ะ...ค่ะๆ”

ครูป้องได้ยินทรายบอกว่าค่อยบอกกรทีหลังก็ไม่สบายใจ คิดอะไรบางอย่างในใจ

ooooooo

สิงห์ออกมายืนมองหาและคอยไออุ่น เพื่อนๆที่ผ่านมาถามแซวว่ามายืนทำไม  หรือจะชิ่งตามเต๋าไปอีกคน สิงห์จึงรู้ว่าไออุ่นถูกเต๋าฉกไปแล้ว

สิงห์โทร.หาเต๋า เต๋าเห็นเป็นสายจากสิงห์ก็แอบกดตัดสายแต่ตีเนียนทำเป็นคุยกับสิงห์ว่า

“เออๆได้ๆ ที่เดิมนะ เดี๋ยวพาน้องไปส่ง...เฮ้ย แต่กูแวะเอาของที่บ้านแป๊บนึง แล้วเจอกันที่ร้าน...เออๆ เจอกัน” แล้วทำเป็นบอกไออุ่นว่า “มันได้โต๊ะแล้ว แต่พี่ขอแวะไปเอาของที่บ้านแป๊บนึง แล้วพี่ไปส่งนะ”

 “อือ...” ไออุ่นพยักหน้าเซ็งๆ ไม่เอะใจเพราะยังเครียดเรื่องพ่ออยู่ เต๋าแอบมองไออุ่นแววตาคึกคะนอง

เต๋าเปิดแอร์ในรถจนไออุ่นหนาว ก็ทำเป็นลูบหัวขอโทษที่เปิดแอร์เย็นไปหน่อย บอกว่าใกล้ถึงบ้านแล้ว จะแวะเอางานนิดหนึ่ง ตอนที่ไออุ่นคุยกับสิงห์ตนจะได้ทำงานรอ เห็นไออุ่นยังเศร้าก็ปลอบ

“อย่าคิดมากน่า ใจเย็นๆ เอาไว้ถึงที่ร้านระบายให้พี่กับไอ้สิงห์ฟังได้ไม่ต้องเครียดนะ”

เห็นไออุ่นพยักหน้าปาดน้ำตาก็ยิ้มสมใจที่เข้าทางตนแล้ว หักรถเลี้ยวเข้าซอยทันที

สิงห์พยายามโทร.หาเต๋าอีกทั้งที่รู้ว่าถูกปิดเครื่องแล้ว สิงห์ร้อนใจว่าจะทำยังไงดี

ทรายโทร.หาสิงห์ถามว่าตอนนี้อยู่กับไออุ่นหรือเปล่า? สิงห์บอกว่าไออุ่นน่าจะไปกับเพื่อนตนแต่ไม่รู้ว่าไปไหน โทร.ไปหาแต่มันปิดเครื่อง

ครูป้องเสนอว่าเราขับรถวนดูแถวนี้กันดีกว่าน่าจะยังไปไม่ไกล สิงห์จึงขึ้นนั่งเบาะหลังไปด้วย

เต๋าพาไออุ่นไปถึงบ้านที่เป็นบ้านเล็กๆอยู่คนเดียวและเป็นที่จัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่เต๋าโกหกว่าพ่อแม่หลับแล้วให้ไออุ่นไปรอข้างล่างในบ้าน ไออุ่นขอนั่งรอในรถเต๋าก็อ้างว่าตนปวดท้องด้วยเดี๋ยวจะรอนาน

พอทรายรู้ว่าไออุ่นไปกับเพื่อนของสิงห์ก็ถามว่าเพื่อนไว้ใจได้ไหม สิงห์พูดตามตรงว่า

“มันก็เป็นเพื่อนที่ดีครับ แต่กับผู้หญิงก็เหี้ยหน่อย หน้าหม้อ จีบสาวไปทั่ว พอได้แล้วก็ทิ้ง แต่มันก็รู้นะครับว่าอุ่นเป็นน้องผม ไม่คิดว่ามันจะเหี้ยได้ขนาดนี้” เล่าแล้วนึกได้ “ผมรู้แล้วครับว่ามันจะไปที่ไหน!”

เต๋ารินเบียร์มาให้ไออุ่นบอกว่าแก้เซ็งรับรองว่าตนไม่ฟ้องใครและไออุ่นก็โตแล้ว ไออุ่นปฏิเสธก็คะยั้นคะยอว่ามันแก้เครียดได้ ตนกับสิงห์ทำประจำ เอาแก้วเบียร์ใส่มือไออุ่นแล้วทำทีเดินไปห้องน้ำ

ไออุ่นมองแก้วเบียร์ในมือ คิดถึงเรื่องพ่อแล้วเสียใจมาก ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มราวกับน้ำ เต๋าแอบดูอยู่ยิ้มอย่างสมใจ ครู่หนึ่งพอไออุ่นเริ่มเมา เต๋าก็เข้ามาโอบจากด้านหลัง

ไออุ่นตกใจดิ้นสุดฤทธิ์พลางตะโกนให้ปล่อย! ไออุ่นดิ้นแรงจนเต๋าจับมือบีบแน่นมากจนเป็นรอยช้ำ เมื่อไออุ่นยังดิ้นกระชากเสื้อเต๋าจนกระดุมขาดกระเด็น เต๋ายิ่งหน้ามืดจับไออุ่นตรึงกับโซฟาแล้วซุกไซ้เมามัน

“ไอ้เหี้ยเต๋า!!!” สิงห์ตะคอกและกระชากเต๋าออกมา

ทราย ครูป้อง และครูชิชาวิ่งตามกันเข้ามา ไออุ่นร้องไห้เสียขวัญลุกขึ้นวิ่งเข้าหาพวกทราย

“อุ่น...ครูอยู่นี่แล้วนะคะ ไม่เป็นอะไรแล้วนะ” ทรายกอดไออุ่นไว้แน่น

สิงห์แค้นใจอัดและด่าเต๋าว่าทำอย่างนี้กับน้องตนได้ยังไงแล้วอัดเต๋าต่อจนแน่นิ่ง จนครูป้องต้องรีบดึงเต๋าออกไป

ooooooo

กวิตาได้รับโทรศัพท์จากแอนเน่บอกว่าไออุ่นอยู่กับสิงห์ก็เบาใจ พอเกริกฤทธิ์รู้ว่ากวิตาคุยกับแอนเน่ก็ไม่พอใจด่าว่าต้นเหตุที่อุ่นเป็นแบบนี้ก็เพราะเพื่อนตุ๊ดเพื่อนเกย์นี่แหละ คบกันแล้วพากันผิดเพศ!!

กวิตาฉุนขาดสวนทันควันว่า

“เลิกโทษคนอื่นได้แล้วคุณ ฉันจะบอกให้นะ ที่อุ่นมันเป็นแบบนี้ก็เพราะเรา มันเอาเชื้อมาจากพ่อแม่มันนี่แหละ”

“เธอพูดอะไรของเธอ เลอะเทอะ!”

“ก็จริงนี่ ฉันไม่เหมือนพี่เหมือนน้อง แม่ก็ด่าเช้าด่าเย็น คุณเองก็ไม่ฉลาด ไม่ชอบเรียนหนังสือ พี่น้องคนอื่นเป็นด็อกเตอร์กันหมด แต่คุณขอไม่เรียน ออกมาช่วยป๊าคุมคิวรถ ป๊าก็ด่าคุณทุกวัน”

“มันไม่เหมือนกัน ฉันไม่ชอบเรียน แต่ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นอย่างอื่นที่ตัวไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด”

“แล้วไอ้ที่เราเป็นมาตั้งแต่เกิดแล้วเราไม่ชอบ...เราจะเปลี่ยนไม่ได้หรือไงฮะ?”

“โว้ย!! ขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว”

“เอางี้คุณ...ฉันพูดตรงๆเลย ตั้งแต่อุ่นมันเกิดมา มันเคยทำให้คุณเสียใจไหม? มันเคยสร้างปัญหาไหม? เคยทำให้คุณกลุ้มใจหรือเปล่า? ฉันตอบแทนได้เลยว่า ไม่เคย!”

แม้เกริกฤทธิ์จะคิดและคล้อยตามแต่แววตาสีหน้ายังแข็งไม่ยอมแพ้ กวิตาพูดต่ออย่างใจเย็นว่า

“มันเป็นเด็กดี ให้ทำอะไรก็ทำ ว่านอนสอนง่าย ขนาดตอนเราหย่ากันมันก็ไม่เคยเรียกร้องให้พ่อแม่ต้องอยู่ด้วยกันเพื่อมัน หนำซ้ำ ฉันเอาเงินคุณมากๆมันยังมาว่าฉันอีก มันเป็นห่วงคุณ มันรักคุณนะ”

เกริกฤทธิ์แววตาและท่าทีอ่อนลง กวิตาพูดถูก และเริ่มโดนใจตัวเอง...

“แล้ววันนี้มันแค่อยากเป็นตัวของตัวเอง เป็นสิ่งที่มันอยากเป็น คุณ...แค่ไม่ด่ามัน ไม่เกลียดมันได้หรือเปล่า มันต้องต่อสู้กับอะไรอีกเยอะแยะ เราเป็นพ่อแม่ เราไม่ควรซ้ำเติม ฉันขอแค่นี้ คุณทำให้ลูกได้หรือเปล่า”

เกริกฤทธิ์พูดไม่ออกแววตาท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด พอดีเสียงมือถือของกวิตาดังขึ้น กวิตาเปิดดูเห็นชื่อก็รับสายอย่างแปลกใจ

“สวัสดีค่ะครูทราย...ฮะ! ตอนนี้อุ่นอยู่โรงพยาบาล!!??” กวิตาช็อก เกริกฤทธิ์ที่ฟังอยู่ช็อกยิ่งกว่า

ooooooo

ไออุ่นถูกส่งไปที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลเพื่อถ่ายรูปเก็บหลักฐาน ทั้งแผลที่โดนซ้อม รอยช้ำจากการโดนตบ รอยกดรอยบีบที่แขน รอยแผลที่ต้นขา แขน คอ และกระดุมเสื้อที่ขาดเพราะถูกกระชาก

ที่หน้าแผนกนิติเวช ครูป้องถามสิงห์ว่าทำไมคิดว่าเต๋าจะพาอุ่นไปที่บ้าน

“ไอ้เต๋ามันอยู่บ้านคนเดียวครับ ถ้าไม่ชวนเพื่อนไปกินเหล้าก็พาสาวไปเชือดครับ”

ทันใดนั้นกวิตากับเกริกฤทธิ์ก็พรวดเข้ามา เกริกฤทธิ์ร้อนใจเครียดมาก กวิตารีบเข้าไปหาตำรวจแต่ไม่ทันถามอะไรก็เห็นไออุ่นเดินออกมาพอดี เกริกฤทธิ์พุ่งนำกวิตาเข้าไปหาไออุ่นทันที ไออุ่นหน้าเสียเมื่อเห็นป๊า

เกริกฤทธิ์พรวดเข้าไปหาไออุ่นจนกวิตาร้องบอกให้ใจเย็นๆ เกริกฤทธิ์พุ่งเข้าไปเหมือนจะร้ายแต่แล้วเขากลับกอดไออุ่นพร่ำบอก

“ป๊าขอโทษนะอุ่น...ป๊าขอโทษ”

ไออุ่นร้องไห้โฮออกมาพูดอะไรไม่ออก พ่อลูกกอดกันแน่นถ่ายทอดความห่วงใยกันโดยไม่ต้องพูดอะไรสักคำ ครูชิชาน้ำตาร่วง ทรายยิ้มดีใจกับไออุ่น สิงห์กับครูป้องมองหน้ากันอย่างโล่งใจที่ไออุ่นกับป๊าเข้าใจกัน...

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในแผนกนิติเวช สิงห์ เกริกฤทธิ์และครูป้องยืนคุยกัน สิงห์ไหว้ขอโทษเกริกฤทธิ์ที่ตนดูแลไออุ่นไม่ดี ส่วนเต๋าตนก็จะไม่เอาไว้แน่

เกริกฤทธิ์ติงว่าไม่ใช่ความผิดของสิงห์ แต่เรื่องเต๋าถ้าจะเอาเรื่องให้ถามอุ่นก่อนว่าพร้อมหรือเปล่าเพราะคดีแบบนี้ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

สิงห์บอกว่าอุ่นเป็นคนบอกว่าให้เอาเรื่องให้ถึงที่สุด เชื่อว่าเต๋าคงไม่กล้าปฏิเสธเพราะหลักฐานมั่นคง

อุ่นเดินมาสบตากับเกริกฤทธิ์แววตาทั้งสองที่มองกันดีขึ้นแต่ต่างยังพูดอะไรไม่ออก อุ่นถามถึงครูทราย มองไปเห็นทรายยืนคุยอยู่กับกวิตาอุ่นจึงเดินไปหา

กวิตาบอกว่าไม่อยากเชื่อว่าอุ่นต้องเจอเรื่องแบบนี้ อุ่นรอดมาได้ถือว่าเป็นบุญแล้ว ทรายบอกว่าถึงอุ่นจะรอดแต่จิตใจยังบอบช้ำ คุณกวิตาต้องคุยและให้อุ่นระบายออกมา กวิตาถามว่าตนต้องพูดยังไง?

“พูดตรงๆค่ะ ให้เขารู้ว่าเราเป็นห่วง และสิ่งที่เกิดขึ้นมันจบไปแล้ว และที่สำคัญเขาต้องระวังตัว เพราะไม่ว่ายังไงอุ่นก็เป็นผู้หญิง”

กวิตาพยักหน้าอย่างเข้าใจ พอดีไออุ่น เกริกฤทธิ์ สิงห์ ครูป้องกับครูชิชาเดินมา กวิตาจึงลากลับถามทรายว่ากลับยังไง ทรายบอกว่าครูป้องไปส่ง กวิตาจับมือขอบคุณทราย บอกว่าไม่อยากให้ครูทรายลาออกเลยถามว่ากลับมาทำงานใหม่ไม่ได้หรือ

“ครูทรายคะ” ไออุ่นเรียกและโผเข้ากอด พูดอย่างซึ้งใจ “ขอบคุณนะคะครูทราย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ของ ‘ครู’...” ทรายชะงักนึกได้ว่าตนไม่ได้เป็นครูแล้ว บอกไออุ่นว่า “อุ่น ทุกอย่างมันผ่านไปแล้วนะ หนูก็ได้รู้แล้วว่าพ่อกับแม่เป็นห่วงหนูแค่ไหน จำมันไว้นะคะ”

“ค่ะ...ครูทราย ขอบคุณค่ะ” ไออุ่นไหว้ซึ้งใจ

ทรายดีใจกับไออุ่นจนน้ำตาคลอ ทุกคนที่นั่นก้มหัวให้ทรายแทนคำขอบคุณ ทรายก้มรับ บรรยากาศผ่อนคลาย ดีมาก หลังจากตึงเครียดกันมามาก

แต่พอครูป้องกับครูชิชาจะไปส่งทรายที่บ้าน ทรายจึงรู้จากครูป้องว่ากรมารออยู่ที่บ้านแล้ว บอกทรายว่า กรติดต่อทรายไม่ได้ เขาโทร.หาพ่อกับแม่ พ่อกับแม่บอกว่าทรายออกมากับตน กรโทร.หาตนจึงเล่าให้ฟัง

ทรายเตรียมความคิดที่จะต้องเผชิญหน้ากับกรและอาจต้องมีปัญหากัน แต่พอทรายเดินเข้าไปในบ้านกรก็ลุกพุ่งเข้ามาหา พูดอย่างเป็นห่วงว่า

“ทราย...ป้องเล่าให้ผมฟังหมดแล้วว่าวันนี้คุณเจออะไรและคุณทำอะไรมา สิ่งที่คุณทำ ผมต้องขอบคุณคุณ...แล้วก็ขอโทษ...”

กรพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาอย่างสับสน

“ผมขอโทษ...ที่ผมพูดกับคุณแรงเกินไป ผมไม่อยากจะพูดว่า ‘ผมเครียด’ แต่ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ผมไม่เคยคิดจะพูดอะไรแบบนั้นกับคุณนะทราย แต่...มันก็พูดออกไปแล้ว”

ทรายวิเคราะห์ว่าเขาสะสมความเครียดตั้งแต่เราเสียลูก แต่เขาพยายามเข้มแข็งทั้งที่จริงๆแล้วเขาก็เจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทรายแนะนำว่าเขาควรจะคุยกับใครสักคน ถ้าพร้อมตนจะนัดหมอให้

กรถามว่าทรายหมายถึงจิตแพทย์หรือ ทรายพยักหน้า กรถามอย่างทำใจไม่ได้ว่ามันขนาดนั้นเลยหรือ?

“เพราะตอนนี้สิ่งที่คุณเป็นมันส่งผลกับชีวิตคู่ของเรา ถ้าคุณอยากให้เราไปต่อ...คุณต้องทำความเข้าใจกับความเจ็บปวดของตัวเอง...ถึงแม้คุณจะพยายามลืม... แต่มันยังอยู่ในใจคุณ”

ทรายพูดและสรุปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่จริงจังหนักแน่น ทำให้กรที่แม้จะคิดไม่ตก แต่ก็ต้องคิดว่าจะเอายังไงดี?

ooooooo

คืนนี้กวิตาดูแลไออุ่นอย่างใกล้ชิด เมื่อไออุ่นอาบน้ำเสร็จจะเข้านอนก็เข้ามานั่งลูบหัวลูกอย่างรักและเป็นห่วง ถามว่าหายตกใจหรือยัง ไออุ่นทำเสียงอื้อในคอ แต่ถามว่า “แม่พูดอะไร ทำไมป๊าถึงขอโทษอุ่น”

“แม่ก็พูดเหมือนที่ครูทรายคุยกับแม่ แต่จริงๆ พ่อเขาก็เป็นห่วงอุ่นอยู่แล้ว แต่ก็นะ...ผู้ชายฟอร์มจัดเขาไม่ค่อยแสดงออก ตอนจีบแม่ก็เหมือนกัน กว่าจะบอกรักแม่ได้เป็นปีๆเลยล่ะ” กวิตาเล่าขำๆ เอะใจถาม “อุ่น...อุ่นกินเหล้าด้วยเหรอลูก”

“กินไปขวดนึง...แต่ก่อนหน้านี้อุ่นไม่เคยกินนะ ก็มันเฟลๆเรื่องป๊า พอไอ้นั่นมันส่งเบียร์ให้ก็เลย...อยากกินประชด”

กวิตามองหน้าอุ่นเต็มตา พูดน้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรัก...

“อุ่น...คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะลูก ถึงข้างในอุ่นจะคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายหรืออยากเป็นผู้ชาย แต่คนอื่นก็ยังมองว่าลูกเป็นผู้หญิง ถ้ามันคิดไม่ดี มันก็ไม่สนหรอกนะว่าข้างในลูกเป็นอะไร ต่อไปอุ่นต้องระวังตัวนะลูก”

“ค่ะ” ไออุ่นพยักหน้าน้ำตาคลอ กวิตาลูบผมไออุ่นเบาๆ...

“นอนนะลูก...เรื่องร้ายๆมันผ่านไปแล้ว พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้สดชื่น แม่กับป๊ารักและเป็นห่วงอุ่นนะลูก”

ไออุ่นพยักหน้าน้ำตาร่วงอย่างตื้นตัน...

ไออุ่นเข้านอนแล้ว กวิตาออกมาเจอเกริกฤทธิ์นั่งเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เอามือลูบหน้าถอนใจเฮือก

กวิตาเดินเข้าหาถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขาว่า

“คุณกำลังงงๆ ไม่รู้จะทำตัวยังไงกับลูกใช่ไหม” เกริกฤทธิ์ถามว่าเธอรู้ได้ไง กวิตาเข้ามานั่งข้างๆบอกว่า “ฉันผ่านมันมาแล้วเหมือนกัน เราเลี้ยงลูกผู้หญิงมาตั้งแต่เกิด แล้วจู่ๆเราก็เพิ่งรู้ว่ามันเป็นผู้ชาย แล้วคราวนี้เราก็เลยงงว่าแล้วเราจะต้องทำยังไง คุยยังไง”

เกริกฤทธิ์ยอมรับว่าใช่ ถามว่าแล้วเธอคุยยังไง กวิตาบอกว่าตนคุยกับครูทราย เกริกฤทธิ์ชะงักเพราะมีอคติว่าครูทรายสอนให้ไออุ่นเป็นแบบนี้

“จริงนะคุณ ฉันไม่อยากให้คุณอคติ วันนี้คุณก็เห็นว่าเขาเป็นคนช่วยลูกเรานะ” เกริกฤทธิ์ถามว่าครูทรายลาออกแล้วไม่ใช่หรือ “ใช่ แต่ถ้าคุณอยากคุยฉันนัดให้ได้ เผื่อคุณจะเข้าใจไอ้อุ่นมันมากขึ้น”

เกริกฤทธิ์นิ่ง ท่าทีและแววตาอ่อนลงก่อนพยักหน้าทำเสียงอือในคอ กวิตาโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

เช้านี้เป็นวันเสาร์ กองพลเดินมาได้ยินเสียงใบพัดบอกว่า “ใบพัดจะไปซ้อมดนตรีครับ” กองพลทักท้วงว่ามือยังเจ็บอยู่ ถึงไปก็ซ้อมไม่ได้ ใบพัดยืนยันว่า

“แต่ใบพัดนัดกับโจ ก้อง โป๊ป อันยาไว้แล้ว ยังไงก็ต้องไปซ้อมดนตรี ใกล้จะแข่งแล้วครับ วงเราต้องชนะ ใบพัดอยากชนะครับ”

กองพลพยายามหว่านล้อมว่ามือยังเจ็บจะไปเล่นได้ยังไง ใบพัดยืนยันว่าตนนัดกับเพื่อนไว้แล้วยังไงก็ต้องไปซ้อม ใบพัดเริ่มนอยด์ เริ่มตีตัวเอง จนกองพลต้องรีบจับไว้บอกให้พอๆ

กองพลโทร.ถามอันยา อันยายืนยันว่าวันนี้มีนัดกันที่ห้องซ้อมดนตรีโรงเรียน ถามกองพลว่าจะพาใบพัดมาซ้อมหรือ ใบพัดจะไหวหรือ กองพลบอกว่าไม่ไหว แต่ต้องพาไปเพราะพูดยังไงใบพัดก็ไม่ยอม นัดเดี๋ยวเจอกัน

ออมที่ยืนอยู่กับอันยาถามว่าใบพัดเป็นยังไงบ้าง อันยาบอกว่าน่าจะแย่ จะให้ลุงพามาซ้อมเพราะรับปากเพื่อนๆไว้แล้ว ถึงมาก็เล่นไม่ได้เพราะมือบวมมาก น่าสงสาร...อันยาบอกออมว่า

“แต่ฉันเข้าใจใบพัดนะ ถ้ารับปากไว้แล้วยังไงก็ต้องทำ ยังไงก็ต้องมา น้องฉันก็เป็น ถ้าบอกว่าไปก็ต้องไป คำไหนคำนั้น”

“น่าสงสารว่ะแก ถ้ามาแล้วเล่นไม่ได้ ใบพัดมันจะเป็นยังไงอ่ะแก??”

ฆ้องวงศ์นั่งอยู่แถวนั้น ได้ยินอันยากับออมคุยกัน ความรู้สึกว่าตัวเองผิดค่อยๆเพิ่มมากขึ้น ยิ่งคิดถึงตอนที่ตัวเองแกล้งใบพัดในห้องน้ำก็ยิ่งคิดหนัก

อันยากับโอมมาถึงหน้าห้องซ้อมดนตรีเห็นพวกโป๊ปออกมายืนข้างนอก อันยาถามว่าทำไมไม่เข้าไปซ้อม โป๊ปบอกว่าสงสารใบพัด อันยางง โจบอกให้อันยาเข้าไปดูเอง

อันยาเดินเข้าไปในห้องซ้อมแล้วชะงักหน้าเสีย เมื่อเห็นใบพัดนั่งอยู่ที่เปียโนพยายามจะเล่น แต่พอกดแล้วเจ็บ ใบพัดก็ตีตัวเองเจ็บหนักขึ้นไปอีก ใบพัดเอาหัวโขกเปียโนและร้องไห้ ร้องจนอันยารีบเข้าไปหาบอกใบพัดว่าพอได้แล้วไม่ต้องซ้อมแล้ว ใบพัดพูดทั้งที่น้ำตาไหลพรากว่า

“ไม่ครับ ใบพัดจะซ้อม ใบพัดนัดเพื่อนไว้แล้วครับ ใบพัดต้องซ้อมนะครับ...ใบพัดต้องซ้อมครับ แต่ใบพัดเจ็บครับ”

ใบพัดร้องไห้สับสนไปหมดกับสิ่งที่ต้องทำแต่ทำไม่ได้ ใบพัดรู้สึกผิดหวัง เจ็บปวด เอาแต่ร้องไห้อยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน อันยากับออมปลอบใบพัดอย่าร้องไห้...อย่าร้อง แต่ตัวเองก็ร้องไห้ไปกับใบพัดด้วย...

ที่หน้าประตูฆ้องวงศ์ยืนดูอยู่ เป็นครั้งแรกที่ฆ้องวงศ์มองใบพัดด้วยความสงสาร นาทีนี้ความคึกคะนองความสนุกที่ได้แกล้งใบพัดหายไปหมดแล้ว

ขณะนั้นเองกองพลกับครูป้องก็มาถึง กองพลเดินผ่านฆ้องวงศ์พาครูป้องเข้าไปในห้องซ้อม บอกอันยากับออมว่าลุงกับครูป้องขอคุยกับใบพัดเป็นการส่วนตัว ทั้งสองจึงออกไป อันยาถามฆ้องวงศ์ขณะเดินผ่านว่า

“ถามจริงเหอะไอ้ฆ้อง แกมีความสุขเหรอวะที่เห็นใบพัดเป็นแบบนี้”

ฆ้องวงศ์สะเทือนใจอยากจะบอกว่าไม่ แต่ก็ไม่ได้พูด พออันยากับออมออกไป กองพลก็เดินมาพูดกับฆ้องวงศ์ด้วยน้ำเสียงมีเมตตาว่า

“ฆ้องวงศ์ ลุงขอร้องล่ะ ช่วยออกไปก่อนนะ ลุงไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงชอบแกล้งใบพัด แต่ครั้งนี้...ใบพัดเจ็บจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องตลกแล้วนะ”

“ครับ...” ฆ้องวงศ์หน้าจ๋อยแล้วเดินออกไป หันมองใบพัดอีกที เห็นยังนั่งร้องไห้อยู่ที่เปียโน

กองพลปิดประตูเดินกลับมา ครูป้องลากเก้าอี้ไปนั่งข้างใบพัด

ฆ้องวงศ์เดินออกไปจ๋อยๆ พอเงยหน้าก็เห็นเพื่อนๆมองอย่างไม่เข้าใจ ส่วนอันยากับออมมองอย่างไม่พอใจ แล้วทุกคนก็เดินหนีไป

ฆ้องวงศ์รู้สึกผิด เริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปจริงๆ เดินเลี่ยงออกไปหน้าจ๋อยๆอย่างโดดเดี่ยว

ooooooo


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 19 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 30 เม.ย. 2562 08:15 2019-05-01T01:12:11+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ