ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

เมื่อพากันกลับไปนั่งคุยกันในตึกเรียนพิเศษ ทรายถามว่าไออุ่นมีอะไรอยากเล่าให้ครูฟังไหม

“ป๊าจะรับในสิ่งที่อุ่นเป็นได้ไหมคะ”

“ทำไมอุ่นคิดว่าคุณพ่อจะรับไม่ได้คะ”

“ก็ป๊าชอบด่าคนที่เป็นเหมือนอุ่น ทำเป็นด่าคนอื่น แต่จริงๆเหมือนเขาอยากด่าเรามากกว่า แบบ...ด่ากระทบอะไรอย่างนั้นน่ะค่ะ” ไออุ่นพยายามกลั้นน้ำตาที่ท้นขึ้นมา ทรายถามว่าทำไมไออุ่นคิดแบบนั้น “ก็...มันจริงนี่คะ ป๊าชอบพูดว่าไอ้พวกผิดเพศ ไอ้พวกผิดปกติ เกิดมาทำไม เสียชาติเกิด”

“แล้วอุ่นคิดว่า ตัวเองเป็นแบบที่คุณพ่อพูดหรือเปล่าคะ”

ไออุ่นส่ายหน้า พูดโพล่งอย่างกดดันว่า

“อุ่นไม่ได้บ้า แล้วอุ่นก็ไม่ได้ทำอะไรผิด อุ่นก็ทำทุกอย่างที่ป๊าต้องการ ทำไมป๊าเขาไม่เห็น แม่ยังรับได้ทำไมป๊าถึงรับไม่ได้...แล้วอุ่นต้องทำยังไงให้ป๊ายอมรับ ครูทรายไปคุยกับป๊าเหมือนที่คุยกับแม่ได้ไหมคะ”

ทรายถามว่าคุณพ่อกับคุณแม่เหมือนกันไหม ไออุ่นบอกว่าไม่เลย ทรายถามว่าถ้าเขาไม่เหมือนกันแล้วจะใช้วิธีเดียวกับแบบแม่ได้ไหม ไออุ่นส่ายหน้า แอนเน่ก็พยักหน้าว่าครูทรายพูดถูก

“ตอนนี้เราคงเปลี่ยนความคิดคุณพ่ออุ่นไม่ได้ แต่สิ่งที่อุ่นทำได้คือเชื่อมั่นในสิ่งที่เราเป็น อย่าให้คำพูดของคนอื่นทำให้คุณค่าในตัวเราลดลง” อุ่นถามอย่างน้อยใจว่าครั้งนี้พ่อคิดว่าเราไม่น่าเกิดมา เรายังจะมีค่าอะไรอีกหรือ “มีสิคะ ครูเชื่อว่าคุณพ่ออุ่นก็มองเห็น เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เข้าใจและยังยอมรับไม่ได้ อุ่นต้องให้โอกาส ให้เวลาคุณพ่อ เหมือนที่อุ่นเคยให้กับคุณแม่และตัวเองมาแล้ว”

อุ่นร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดและกดดัน เพราะลึกๆแล้วหวั่นไหวและไม่มั่นใจว่าพ่อจะเป็นอย่างที่ทรายบอกหรือเปล่า แอนเน่พลอยน้ำตาไหลอินไปกับเพื่อน

ทรายมองไออุ่นอย่างเป็นห่วง เพราะรู้ว่าเคสของไออุ่น คงต้องการเวลาอีกสักพัก

เมื่อทรายแยกออกมา แอนเน่วิ่งตามมาถามว่าครูจะกลับมาทำงานอีกเมื่อไหร่ นานไหม ทรายบอกว่าคงต้องอีกสักพัก ถามแอนเน่ว่ามีอะไรหรือเปล่า

“คือไอ้อุ่นมันยังหมกมุ่นเรื่องแปลงเพศอยู่เลยครับ ทั้งเรื่องผ่าตัด เทกฮอร์โมน ผมให้มันคุยกับครูมันก็ไม่ยอมคุย ผมกลัวว่ามันจะไปแอบกิน แอบฉีด แอบผ่ากับหมอกระเป๋าน่ะครับ มีอะไรด่วนผมจะติดต่อกับครูได้ยังไงบ้างครับ”

ทรายชะงักคิดว่าจะเอายังไงดี

“แต่ครูไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็นแบบสุดๆ คอขาดบาดตาย ผมจะไม่โทร.ไปครับ”

ทรายสัมผัสได้ว่าแอนเน่เป็นห่วงไออุ่นจริงๆตัดสินใจให้เบอร์โทร.ไว้ บอกว่าถ้ามีอะไรด่วนโทร.มาได้เลย

แอนเน่ดีใจ เอามือถือมากดเมมเบอร์ของทรายไว้ทันที

เมื่อทรายกลับถึงบ้านก็หาข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์โมนเพศชายจนดึก กรเข้ามาถามว่ายังไม่นอนอีกหรือ ทรายขอเวลาอีกแป๊บ เดี๋ยวไปนอน

กรถามว่าดูอะไร พอรู้ว่าหาข้อมูลฮอร์โมนเพศชายก็ถามว่าเรื่องไออุ่นใช่ไหม ตำหนิว่าบอกแล้วไงว่าไม่ให้ทำงาน ทรายไม่อยากทะเลาะเลยลุกขึ้นดึงมือกรพาออกไปบอกว่าไปนอนกันดีกว่า

กรรู้ว่าทรายแอบทำงาน ทรายเองก็พยายามปิดบังกลบเกลื่อน ต่างคนต่างคิด ความรู้สึกไม่ไว้วางใจและไม่สบายใจก่อตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

ooooooo

กวิตาบอกไออุ่นว่าช่วงนี้ให้ไปอยู่บ้านป๊าสักพักเพราะจะปรับปรุงร้านหน่อย ไออุ่นหน้าจ๋อยไปทันที กวิตาถามว่าเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น

“แม่...แม่เคยคุยกับป๊าเรื่องอุ่น...‘เป็น’ หรือเปล่า”

“ไม่เคย ไม่รู้จะพูดยังไง แล้วอุ่นก็ไม่ต้องบอกป๊าเขาหรอก ป๊าเขาไม่เหมือนแม่ แม่ยังพอรับได้ เพราะเพื่อนๆ ที่อยู่ในวงประกวดนางงามก็เป็นแบบนี้กันเยอะ แต่ป๊าเขาไม่มี เขาไม่เข้าใจหรอก วันก่อนยังบ่นๆเรื่องแต่งตัวให้แม่ฟังอยู่เลย”

กวิตาเห็นดัมเบล 4-5 อันวางอยู่ที่พื้น ถามว่านี่จะเล่นกล้ามหรือ ไออุ่นพยักหน้า

“อย่าให้มันถึงกับซิกซ์แพ็กกล้ามเป็นมัดๆแล้วกัน ป๊าแกโวยแน่” กวิตายังขอเรื่องตัดนมว่าเอาไว้โตกว่านี้ก่อน หาเงินได้เอง ชีวิตเป็นของตัวเอง ถึงตอนนั้นอยากทำอะไรก็ทำ เผื่อป๊าเขาพอจะรับได้

“มันนานไปไหมแม่...กว่าจะถึงตอนนั้น ถ้าอุ่นเกิดเดินๆอยู่รถชนตายไปก่อน อุ่นก็ไม่มีวันได้เป็นตัวของตัวเองใช่ไหมคะ” ไออุ่นถามน้ำตาคลอ

“อ้าว...ทำไมพูดเป็นลางแบบนี้ล่ะอุ่น”

“ก็จริงนี่แม่ อุ่นไม่อยากอยู่แบบนี้ แม่...แม่ช่วยหาทางทำให้ป๊าเข้าใจอุ่นหน่อยได้ไหม”

“แล้วจะให้แม่ทำยังไง” กวิตาหนักใจ แต่ไออุ่นปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมาฉับพลัน!!!

ooooooo

โมรากุลไปคุยกับครูป้อง ขอบคุณครูป้องกับครูทรายทั้งเรื่องสีกับอารมณ์ เรื่องการนับเลข เพราะตนเอาไปใช้ในการงานมันเวิร์กมาก และตอนนี้พีทก็เข้าใจขึ้นเยอะแล้ว

ครูป้องดีใจที่พีทมีพัฒนาการดีขึ้นมากและคุณตาคุณยายก็ให้ความร่วมมืออย่างดี โมบอกว่าอยากมาปรึกษาเรื่องพ่อกับแม่ด้วยเพราะไม่ตามใจพีทไปสักพักกลัวเดี๋ยวจะกลับไปตามใจอีก ครูป้องบอกว่า ทรายเพิ่งฝากให้มาบอกคุณโมพอดีว่าให้หากิจกรรมให้คุณตาคุณยายทำหรือสนใจเรื่องอื่นๆบ้าง

ครูป้องยังเสนอว่าควร “สร้างวินัย” ให้พีท มอบหมายงานให้ทำ เริ่มจากง่ายๆ ดูแลเรื่องของตัวเอง เช่นกลับจากโรงเรียนต้องถอดถุงเท้าใส่ตะกร้า เก็บรองเท้าให้เข้าที่ กินอาหารอิ่มแล้วต้องเอาจานของตัวเองไปวางในครัว พออายุมากขึ้นค่อยๆเพิ่มหน้าที่มากขึ้นตามวัย

“เด็กที่มีวินัย ก็จะบังคับตัวเองได้ ควบคุมตัวเองได้ รู้จักการ ‘ฝืน’ อารมณ์ไม่ทำอะไรตามใจตัวเองจนสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและคนรอบข้าง” ครูป้องยกตัวอย่างว่า “สังคมญี่ปุ่น เขาจะฝึกวินัยมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ และมันจะติดตัวไปจนโต พอเกิดเหตุร้ายแรง ประเทศเขาถึงรับมือได้อย่างดี”

“โอเคค่ะ! เดี๋ยวให้เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เลย!! สร้างวินัย สร้างชาติค่ะ!!!”

ป้องขำๆที่โมเล่นใหญ่มาก แต่เห็นความกระตือ รือร้นของโมแล้วก็ยิ้มพอใจ

ที่ห้องคหกรรมโรงเรียนเปี่ยมคุณ มีผลไม้วางอยู่ให้นักเรียนวาดรูปตามมุมต่างๆ ใบพัดมองผลไม้ที่วางตรงหน้า กระดาษยังว่างเปล่า เพราะใจยังนึกถึงคำพูดของกองพลที่ให้สังเกตสายตาชายหนุ่มที่ชอบหญิงสาวแต่หญิงสาวไม่ชอบไม่สบตากระทั่งหันหลังให้ ถ้าเราชอบใครก็ให้ลองมองเขา

ใบพัดลองมองอันยาเห็นอันยาหันหลังให้ ใบพัดเริ่มเรียนรู้ว่าอันยาอาจไม่ชอบตัวเองจริงอย่างที่ลุงบอก

ฆ้องวงศ์เห็นใบพัดหน้าจ๋อยก็ขำ คิมถามว่า “มึงขำอะไรวะ”

“สมน้ำหน้าไอ้เอ๋อ ที่มันโดนอันยาเท ไอ้เอ๋อแม่งเอ๋อสมชื่อจริงๆ กูหาข้อมูลในเน็ต บางโรงเรียนแกล้งให้ไปหอมแก้มก็ทำเว้ย กูเลยเพิ่มเวลขึ้นมาหน่อย มันดันทำจริง แม่งหลอกง่ายฉิบหาย”

คิมติงว่าฆ้องวงศ์เยอะไปแล้ว แกล้งแรงไปหรือเปล่า เต้ยก็ว่าสงสารทั้งคู่เลย ดูสิไม่คุยกันเลย

“มันทำให้คนในห้องเกลียดกู อันยาก็เหม็นหน้ากู ไม่คุยกับกูไปด้วย มันโดนบ้าง ก็สมควรแล้ว!!”

ฆ้องวงศ์ยังสะใจ แต่เต้ยกับคิมเริ่มไม่เห็นด้วยเพราะรู้สึกว่าฆ้องวงศ์เล่นแรงเกินไป

ใบพัดออกจากห้องศิลปะมานั่งรอกองพลที่โต๊ะ กองพลเดินมานั่งข้างๆ ถามว่า

“เช็กมายัง? เป็นไงบ้าง?”

“ใบพัดเห็นหลังอันยาทั้งวันครับ ใบพัดมองตาอันยาครับ อันยาหันหลังให้ใบพัดครับ อันยาไม่ยิ้มให้ใบพัดครับ อันยาไม่เขินให้ใบพัดครับ”

ใบพัดพูดวนซ้ำๆ กองพลถามว่าเสียใจไหม ใบพัดยอมรับว่าเสียใจแต่ก็เข้าใจแล้วว่าอันยาชอบตนแบบเพื่อนไม่ได้ชอบแบบที่ตนชอบอันยา พูดน้ำตาคลอว่า

“เป็นเพื่อนจุ๊บกันไม่ได้ครับ ใบพัดเข้าใจครับ”

กองพลโอบใบพัดปลอบว่าอกหักเป็นเรื่องปกติของลูกผู้ชาย ลุงก็ผ่านมาเยอะจนทุกวันนี้ยังไม่มีแฟนเลย มันเป็นเรื่องปกติ ใบพัดฟังแล้วค่อยๆเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แม้จะเศร้าแต่ก็เข้าใจ

ooooooo

กวิตาเข้าใจเห็นใจและอยากช่วยไออุ่น วันนี้จึงไปดักรอทรายที่หน้าตึกออกกำลังกายที่ไออุ่นเคยเจอทราย ทำเป็นเจอกันโดยบังเอิญบอกว่าไออุ่นอยากให้ทรายไปคุยกับพ่อ

ทรายบอกว่าช่วงนี้ตนพักงานอยู่ ตามระเบียบจะไปเยี่ยมที่บ้านนักเรียนไม่ได้ กวิตาบอกว่าเราไม่ได้ไปเป็นทางการแต่เรารู้จักกับทรายเป็นการส่วนตัว

ทรายคิดหนักแต่ในที่สุดก็ไปกับกวิตา แต่พอทรายบอกเกริกฤทธิ์ว่ากวิตาอยากให้มาคุยเรื่องไออุ่น เกริกฤทธิ์ก็ตัดบทไม่คุย เชิญกลับ แล้วหันหลังเดินไปเลย

กวิตาพยายามขอให้เกริกฤทธิ์คุยกับทรายจนเกือบทะเลาะกัน ทรายบอกกวิตาว่าไม่มีประโยชน์หรอกคุยกันตอนนี้มีแต่จะยิ่งบานปลาย  เอาไว้ค่อยหาวิธีอื่นกันดีกว่า

เกริกฤทธิ์ไม่เพียงไม่คุยกับทรายแต่ยังโทรศัพท์ไปร้องเรียนกรเรื่องการทำงานของครูทรายภรรยาของ ผอ. กรเรียกครูป้องกับครูชิชาไปสอบถาม เมื่อรู้ความจริงก็ทั้งผิดหวังและเสียใจ แต่เมื่อกลับไปที่บ้านสักทองคืนนี้ก็พยายามทำหน้านิ่งเลียบเคียงถามทรายว่าวันนี้เป็นยังไง ไปไหนมาบ้าง?

ทรายบอกว่าไปออกกำลังกาย กรถามว่าแค่นั้นหรือ ทรายนิ่งรู้ว่ากรจับได้แล้ว กรตัดสินใจพูดตรงๆด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ตนถูกหลอก ทรายอึ้งพูดไม่ออก รู้สึกผิดแต่ก็มีเหตุผลที่ต้องทำ

กรถามว่าทรายทำแบบนี้เพื่ออะไร ทรายบอกว่าต้องการช่วยเด็กๆ กรก็พาลว่าทรายกำลังโทษว่าตนบังคับไม่ให้เธอทำใช่ไหม ทรายเห็นว่ากรกำลังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลบอกให้เขาใจเย็นมีสติกว่านี้ค่อยคุยกัน

กรยิ่งโมโห โทษว่าทรายทำผิดหลายอย่างตนปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้ ตัดสินใจทั้งที่เจ็บปวดว่า

“ผมขอเชิญคุณออก” ทรายช็อก! กรพูดต่อทั้งที่เจ็บปวดมาก “ขอให้คุณยุติการทำงานทุกอย่างเกี่ยวกับ นักเรียนและโรงเรียนของผม ผมจะบอกกับทุกคนว่าคุณ ‘ลาออก’ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

ทรายเจ็บจนพูดไม่ออก กรยังพูดต่อทั้งที่เจ็บไม่น้อยกว่ากัน

“คืนนี้ผมจะกลับไปนอนที่บ้าน” พูดแล้วหันหลังจะไป แต่นึกได้พูดทิ้งไว้อีก “ผมมีสติดี และไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ ผมควรจะทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว ผมผิดเอง ที่ปล่อยมาจนถึงวันนี้”

ทรายช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถามตัวเองว่าชีวิตตนมาถึงจุดนี้ได้ยังไง...

สักทองกับน้ำทิพย์รับรู้เหตุการณ์นี้ทั้งหมดจากห้องนอนตัวเอง น้ำทิพย์จะไปปลอบทราย แต่สักทองว่าไว้พรุ่งนี้ดีกว่า ตอนนี้ลูกน่าจะอยากอยู่คนเดียวมากกว่า ทั้งสองจึงเข้านอนทั้งที่ไม่อาจหลับลงได้

ooooooo

รุ่งขึ้น ที่บอร์ดแผนผังครู เจ้าหน้าที่กำลังแกะรูปทรายออกและย้ายตำแหน่งของทรายมาไว้ที่ครูป้องโดยเขียนว่า “รักษาการที่ปรึกษาทางด้านจิตวิทยา” และที่รูปทรายเขียนไว้ว่า “ลาออก”

ครูป้องบอกครูพรรณีที่ยืนมองอย่างสงสัยว่า ผอ. เพิ่งโทร.บอกตนเมื่อคืนนี้เอง

บรรดาเด็กนักเรียนที่ใกล้ชิดทรายต่างตกใจเมื่อเห็นป้ายทรายลาออก โดยเฉพาะแอนเน่กับไออุ่น

“แกจะกล้าคุยเรื่องตัดนมกับครูป้องเหรอวะไอ้อุ่น” แอนเน่ถามไออุ่นที่ยืนเครียดอยู่

ครูป้องไปหาทรายที่บ้านถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ทรายบอกว่ายังไม่อยากเล่าและฝากเด็กๆไว้กับครูป้องด้วย

พักกลางวันวันนี้เองไออุ่นก็ได้รับโทรศัพท์จากกวิตาถามว่าเอวเท่าไหร่  แม่จะซื้อกระโปรงให้เพราะป๊าจะพาไปงานด้วย ไออุ่นหงุดหงิดขึ้นมาทันทีบอกแม่ว่า

ถ้าป๊าจะให้ใส่กระโปรงตนไม่ไป

“อุ่น อย่าเพิ่งห้าวได้ไหม แม่บอกแล้วไง ยอมๆป๊าไปก่อน ก็แค่ใส่กระโปรงไม่กี่ชั่วโมงมันจะเป็นไรไป”

ไออุ่นว่าไม่กี่ชั่วโมงแต่มันทรมาน แม่ไม่ใช่ตนไม่เข้าใจหรอก กวิตาจึงให้ใส่ยางยืดที่เอวแทน

ooooooo

พีทมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างน่าทึ่ง วันนี้ที่กองถ่ายละครโมติดต่อเด็กเข้าฉากไม่ได้จึงให้ยายพาพีทมาเข้าฉากแทน พีทถูกจับแต่งตัวเป็นมาสคอต ครู่เดียว ก็เหงื่อท่วมพีทบอกฝนว่าร้อน ฝนปลอบว่าแป๊บเดียวพี่จะไปบอกลุงผู้กำกับให้รีบถ่ายเลย  ถ่ายเสร็จจะถอดชุดให้เลย

ยายเห็นพีทในชุดมาสคอตก็ชมว่าน่ารักจังหลานยาย พีทบอกว่าหิว ยายบอกให้รอแป๊บเดี๋ยวยายไปหาอะไรมาให้กิน พอยายกลับมาอีกทีพีทหายไปแล้ว

ผู้ช่วยอธิบายบล็อกกิ้งให้พีทเอาดอกไม้ไปให้นางเอกแล้วพูดว่า มีคนเอาดอกไม้มาให้ครับ พีทที่เริ่มหน้าบูดเพราะทั้งร้อนทั้งหิวบ่นว่า “ชุดมันคับ พีทคันไปหมดเลย ร้อนด้วย”

“แป๊บเดียวนะครับ ถ้าพีททำแบบที่พี่บอกเมื่อกี๊ได้นะ เทกเดียวผ่าน กลับบ้านได้เลย” ผู้ช่วยให้กำลังใจ

ยายซื้อขนมมาถึงไม่เห็นพีทแล้วถามโม โมตกใจรับขนมจากยายรีบเดินไปที่เซต ยายจ้ำตามแทบไม่ทัน

ปรากฏว่าพีทอยู่หน้าเซตแล้ว ทั้งร้อนทั้งหิวคันไปทั้งตัวอยากจะแกะชุดออก แต่พอเห็นทุกคนกำลังรอจะเริ่มถ่าย แม่ถือขนมเข้ามา ทันใดผู้กำกับสั่ง

“แอ็กชัน!”

โมชะงักกึก ทั้งโมและยายมองพีทลุ้นๆ เห็นพีทถือดอกไม้เดินไปหาเฟียซตามที่บล็อกกิ้งไว้ พีทกำลังจะทนไม่ไหวเกือบจะปรี๊ดอยู่แล้ว พีทรีบเช็กอารมณ์ตัวเอง พอรู้ตัวว่าอารมณ์เป็นสีเหลืองก็รีบนับเลขพลางเดินไปหาเฟียซ นับถึง 10 ก็ถึงเฟียซพอดี พีทยิ้มหวานบอก

“มีคนให้เอาดอกไม้มาให้ครับ!”

พีทส่งดอกไม้ให้แล้ววิ่งออกจากเฟรมตามคิว ทันใดนั้นเสียงดนตรีดังขึ้น พระเอกปรากฏตัวเซอร์ไพรส์!! เฟียซดีใจกระโดดกอดกัน

“คัต! ผ่าน!!! เลิกกองครับ”

สิ้นเสียงผู้กำกับทีมงานก็เฮ พีทเห็นทีมงานดีใจก็ดีใจไปด้วย ทั้งยายและโมโผเข้ากอดพีท พีทถาม

“พีทเก่งไหมคับแม่”

“พีทเก่งมากเลยครับ”

“หลานยายเก่งจริงๆ ทั้งหิวทั้งร้อนแถมยังคันขนาดนี้ ยังอดทนได้ เก่งมาก มาๆถอดชุดออก จะได้ไปกินน้ำกินขนมกันลูก”

“เก่งมากลูก” โมลูบหัวพีทด้วยความชื่นชมจากใจ นาทีนี้พีทรู้สึกภูมิใจตัวเอง

จุลมาสโทร.หาทรายแต่ติดต่อไม่ได้นึกเป็นห่วงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงโทร.หาครูพรรณี ครูพรรณีบอกว่าตนก็ไม่ทราบเหมือนกันแต่ถ้าติดต่อได้จะบอกว่าคุณจุลมาสฝากความห่วงใยมาให้ ครูพรรณีจึงโทร.หากรบอกว่าเมื่อครู่ผู้ปกครองของวิธารีโทร.มาแจ้งว่าพรุ่งนี้วิธารีจะออกจากโรงพยาบาลแล้วแต่จะขอกลับมาเรียนตามปกติในสัปดาห์หน้า  ฝาก  ผอ.แจ้งครูทรายด้วย  พอดีทางผู้ปกครองติดต่อครูทรายไม่ได้

“ไม่เป็นไรครับ ทรายไม่ได้ทำงานแล้ว ผมเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแจ้งผมรับรู้คนเดียวพอ”

“ค่ะ” ครูพรรณีรับคำแล้ววางสาย ทั้งที่ยังค้างคาใจเมื่อสัมผัสถึงความตึงเครียดในน้ำเสียงของกร

ฝ่ายกรวางสายแล้วก็เครียด เริ่มคิดว่าตัวเองทำเกินไปหรือเปล่า คิดจะโทร.ไปหาทราย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไม่โทร.

ooooooo

วันนี้วีจะได้กลับบ้านแล้ว หมอก้องฝากเรื่องทำกิจกรรมย้ำว่าวีต้องขยับตัวบ่อยๆ เพราะเวลาเคลื่อนไหวความคิดเราจะได้ไม่จมอยู่กับเรื่องเดิมๆจนกลายเป็นความเครียด

พอกลับถึงบ้าน ทุกคนต่างช่วยกันคิดกิจกรรมที่จะทำ ไวทินถามวีว่าอยากทำอะไร วียังคิดไม่ออก

“ผมๆๆ ผมคิดออกครับพ่อ” ไททันยกมือบอกอย่างตื่นเต้น พอไวทินถามว่าจะทำอะไร “ไปเล่นกระโดดแทรมโพลีนกันครับ”

พวกผู้ใหญ่วงแตก กิ่งแก้วเสนอไปเที่ยวทะเล

ไททันบ่นว่าน่าเบื่อ จุลมาสบอกว่าก็ดีพักหลังเราไม่ได้พาวีไปเที่ยวทะเลเลย ถามวีว่าอยากไปไหม วีนิ่งไปนิดหนึ่งบอกว่า “อยากไปค่ะแม่”

ไวทินนึกสนุกเสนอไปขี่จักรยานกันไหม ไททันโวย เสนอวีว่าถ้าขี่จักรยานไปเล่นเซิร์ฟกันดีกว่า วีว่าไม่ไหวเอาไว้พี่ไปดูไทเล่นดีกว่า

กิ่งแก้วเสนอว่าถ้าวีอยากเรียนทำขนมหรืองานประดิษฐ์น้าสอนให้ได้นะ วีสนใจ จุลมาสก็ว่าน่าสนุกดี ขอเรียนด้วยคน ไวทินผสมโรงอย่างถูกใจว่า พ่อขอชิม แล้วกันนะ

“แต่ละอย่าง...เฮ้ออออ” ไททันส่ายหัวเซ็งๆกับพวกผู้ใหญ่

บรรยากาศในครอบครัวคุยกันอย่างถูกคอถูกใจ วีดูแล้วยิ้มมีความสุข

วีซาบซึ้งถึงกับน้ำตาร่วง เมื่อเห็นแม่เอารูปตนตั้งแต่คลอดมาดูอย่างมีความสุข แม่เล่าว่าตอนจะคลอดวีไม่ยอมกลับหัวจนหมอบอกว่าต้องผ่า แม่เล่าน้ำตาคลอเต็มตาอย่างปลื้มปีติว่า

“วีรู้ไหม วินาทีแรกที่แม่เห็นวี แม่มีความสุขมากที่สุดในชีวิต วีคือสิ่งที่สวยงามที่สุดในชีวิตแม่”

“ขอบคุณค่ะแม่ ขอบคุณที่ให้วีเกิดมาเป็นลูกแม่ วีอาจจะดื้อไม่ยอมกลับหัว แต่แม่ก็ยังยอมให้วีออกมาขอบคุณค่ะ”

วีกับจุลมาสกอดกันร้องไห้อย่างซึ้งใจและอบอุ่น วีกอดแม่เซลฟี่ลงในไอจี ใส่แคปชัน

“ฟ้าหลังฝนกับคนที่รักเราที่สุดในโลก...รักแม่ค่ะ” แล้วยังแท็กหาทรายพร้อมข้อความส่วนตัว “ขอบคุณครูทรายที่ไม่หมดความพยายามกับหนูค่ะ คิดถึงครูนะคะ”

พอดีน้ำทิพย์เข้ามาถามทรายว่าวันนี้ได้คุยกับคุณกรหรือยัง ทรายส่ายหน้าบอกว่า

“ยังไม่คุยดีกว่าค่ะ ทรายอยากอยู่คนเดียวสักพัก ทบทวนบางอย่างในชีวิต” น้ำทิพย์ใจไม่ดีถามว่าทบทวนอะไร “อะไรคือสิ่งที่เราต้องการในชีวิตตัวเอง ทรายกำลังฟังเสียงของตัวเองอยู่ค่ะ”

ทรายบอกแม่อย่างมีสติ ไม่ฟูมฟาย น้ำทิพย์กอดทราย อย่างห่วงใยและให้กำลังใจ

ooooooo

เมื่อกรมอบหมายงานให้ครูป้องกับครูชิชาทำงานแทนทราย สองครูจึงเอาแฟ้มทั้ง 5 เคสมาศึกษา ปรึกษากัน ครูป้องเสนอให้เอาเคสพีทก่อน ครูชิชาเอาสมุดมาเตรียมจดรายละเอียด

ครูป้องบอกว่าล่าสุดพีทคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น คุณตาคุณยายก็มีกิจกรรมทำ อีกไม่นานเราน่าจะประเมินพฤติกรรมและปิดเคสได้ แล้วต่อด้วยเคสของไออุ่นซึ่งครูชิชาก็รายงานที่ทราบจากทรายว่าคุณแม่ให้ความร่วมมือแต่คุณพ่อยังไม่โอเค และเด็กมีความสนใจในการผ่าตัดแปลงเพศ

ครูป้องบอกว่าเคสนี้ละเอียดอ่อนมากคงต้องหาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาโดยเฉพาะ เสนอว่าเราอาจจะต้องขอคำปรึกษาจากทราย

ต่อมาเป็นเคสของบุ๊ค ครูชิชารายงานว่าคุยกับคุณปราบและคุณอลินเมื่อเช้าสรุปได้ว่า โดยรวมบุ๊คปรับตัวได้ดีขึ้นไม่มีปัญหา ครูป้องจะประสานกับหมอสันติดูถ้าไม่มีอะไรน่าจะประเมินผลและปิดเคสได้เลย

ครูชิชานึกได้เล่าเคสของวีว่า รองพรรณีแจ้งว่าตอนนี้กลับบ้านได้แล้ว อาทิตย์หน้าจะกลับมาเรียนตามปกติ ครูป้องบอกว่างั้นเราก็รอดูอาการแล้วค่อยประเมินอีกที

สุดท้ายเคสของใบพัด ครูป้องบอกว่าเย็นนี้นัดอันยามาคุย อยากให้ชาที่เป็นผู้หญิงอยู่ด้วย

ooooooo

วันนี้ขณะวงดนตรีเตรียมซ้อม ทุกคนพร้อมแล้ว แต่ใบพัดยังเศร้าแววตาว่างเปล่าเล่นเปียโนเพลงเศร้าอยู่คนเดียว  ทุกคนมองใบพัดอย่างสงสารแต่ไม่รู้จะทำยังไง

ที่ด้านหลังห่างใบพัดออกไปเล็กน้อย คิม เต้ย กำลังเม้าท์กับออมและปริญเซ็งๆ ออมถามอย่างไม่พอใจและสงสารใบพัดว่า “ทำไมไอ้ฆ้องมันเลวแบบนี้วะเนี่ย อันยารู้เรื่องนี้ยัง?”

ครูป้องกับครูชิชาคุยกับอันยาในห้องพักครู อันยาถามว่าใบพัดแยกไม่ออกจริงๆหรือว่าเพื่อนกับแฟนต่างกันยังไง ครูป้องบอกว่าตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วเพราะลุงกองพลเริ่มสอนใบพัดแล้ว อันยาถามว่าแล้วใบพัดรู้สึกยังไง เสียใจหรือเปล่า

“ก็...รู้สึกเหมือนคนทั่วไปนะครับ แต่ข้อดีคือ ถ้าใบพัดเขาเข้าใจข้อเท็จจริง เขาจะยอมรับมันได้ จะไม่ซับซ้อน ...คือถ้าเขาเข้าใจแพตเทิร์นของคำว่าแฟนและเพื่อนแล้ว เขาจะอยู่กับมันได้”

“ที่ครูเรียกมาคุย ไม่ได้จะให้อันยากลับมาเป็นบัดดี้นะคะ แค่อยากจะอธิบายให้เข้าใจค่ะ เผื่ออันยาจะกลับมาเป็นเพื่อนกับใบพัดได้เหมือนเดิม”

อันยาไม่ตอบเพราะไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่พอเดินออกมาก็เจอออม ออมบ่นว่าตามหาตั้งนาน มีเรื่องชั่วๆของไอ้ฆ้องมาบอก

ก้อง โจกับโป๊ปซ้อมดนตรีกันแล้วเห็นว่ายังไม่ปึ้ก ก้องนัดเสาร์นี้มาซ้อมกันดีกว่าทั้งโจและโป๊ปเห็นด้วย ทุกคนหันมองใบพัดจะถามว่า มาซ้อมได้ไหม ใบพัดก็ลุกพรวดบอกว่า

“ใบพัดปวดฉี่ครับ” พูดแล้วเดินไปเลย

ครูน้อยกำลังให้ฆ้องวงศ์ล้างอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ ฆ้องวงศ์โวยว่าไม่เคยล้างให้ทำอย่างอื่นได้ไหม

“ก็ดีแล้ว จะได้รู้ว่าทำยังไง ถ้าไม่ชอบก็เลิกแกล้งเพื่อนสักที ไม่ต้องบ่นมาก รีบทำจะได้รีบกลับบ้านถ้าเธอทำได้สะอาดเรียบร้อย ครูจะถือว่างานนี้เป็นงาน สุดท้าย ทำไปนะเดี๋ยวครูกลับมา”

ครูน้อยเดินออกไป ฆ้องวงศ์มองตามเซ็งๆ แล้วกลับแค้นใบพัด คำราม

“ไอ้ใบพัด เพราะมึงคนเดียว!”

ขณะฆ้องวงศ์เหม็นกลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำจนจะอ้วกนั้น จู่ๆอันยาก็พรวดเข้าไปตบจนหน้าหัน ออมที่วิ่งตามมาพยายามดึงอันยาไว้ไม่อยากให้มีเรื่อง

“เฮ้ย...อันยา เป็นไร ตบเราไมเนี่ย”

“แกไม่รู้จริงๆเหรอไอ้ฆ้อง! แกทำชั่วไว้เยอะรึไงถึงจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง” ฆ้องวงศ์เริ่มนึกได้ “ที่ผ่านมา ที่แกแกล้งใบพัดฉันว่ามันเลวแล้วนะ แต่แกล้อเล่นกับความรู้สึกของคน มันโคตรเลวเลยว่ะ”

ฆ้องวงศ์หน้าชา ไม่เคยโดนผู้หญิงด่าขนาดนี้

อันยายิ่งด่าก็ยิ่งโกรธ

“ใบพัดมันก็คนนะเว้ย ถ้าฉันไม่รู้ว่ามันทำแบบนั้นเพราะแก ฉันอาจจะเกลียดมันไม่คุยกับมันไปเลย แต่โชคดีที่ฉันรู้!”

ฆ้องวงศ์พยายามจะอธิบาย แต่ถูกอันยาตะโกนใส่หน้าว่า

“ฉันเกลียดแกไอ้ฆ้อง!”

อันยาเดินออกไปเลย ออมรีบตาม ส่วนฆ้องวงศ์ยืนอึ้งสบถหัวเสีย “แม่งเอ๊ย!!!”

ฆ้องวงศ์หัวเสียที่โดนด่า พอหันมาก็เจอน้ำยาล้างห้องน้ำที่วางอยู่ในอ่างฉุนจนต้องหันหน้าหนี ด่าแม่งเอ๊ยแล้วยกลงวางที่พื้น

ใบพัดเดินเข้ามาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นเดินผ่านฆ้องวงศ์ ตรงไปจะฉี่ ฆ้องวงศ์เห็นใบพัดก็ตาลุก แกล้งเตะถังน้ำที่ผสมน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฟองฟอดหกไหลนองพื้น

ใบพัดเหยียบน้ำลื่นจะล้มเอามือเท้าพื้นยันไว้มือรับน้ำหนักอย่างแรงจนร้องออกมาอย่างเจ็บปวดมือสั่น ฆ้องวงศ์ก็ตกใจ ออมกับอันยายังอยู่แถวนั้นได้ยินเสียงร้องก็ตกใจร้อง เฮ้ย รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำชาย ได้ยินเสียงใบพัดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด...

“อ๊ากกกกก...ใบพัดเจ็บครับ ใบพัดเจ็บ”

เพื่อนๆและครูพาใบพัดไปที่ห้องพยาบาลของโรงเรียน มือใบพัดยังสั่นระริก พยาบาลเช็กว่าแขนหักหรือซ้น ใบพัดร้องเจ็บตลอดเวลา อันยากับออมยืนอยู่ข้างๆ หน้าเสียด้วยความสงสารใบพัด

กองพลกับครูป้องเดินเกือบเป็นวิ่งไปที่ห้องพยาบาล ครูป้องบอกกองพลว่า ใบพัดจะร้องดังหน่อย เพราะประสาทสัมผัสเขาดีกว่าเรา ถ้าเราเจ็บ 10 เขาอาจจะเจ็บ 20 หรือ 30

พยาบาลเช็กแล้วบอกว่าข้อมือไม่หัก แต่กล้ามเนื้อน่าจะอักเสบจากการกระแทก ถ้าจะให้ดีควรไปเช็กที่โรงพยาบาล กองพลก้มบอกใบพัดว่าเราจะไปโรงพยาบาลก่อนกลับบ้านนะ ใบพัดยังคงร้องน่าสงสาร...

“ใบพัดเจ็บครับ...ใบพัดเจ็บบบบบ”

ครูป้องหันถามอันยากับออมที่ยืนอยู่ว่า รู้หรือเปล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ฆ้องวงศ์ถือถังน้ำและอุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าเครียดมา เห็นเพื่อนๆที่จับกลุ่มคุยกันอยู่หันมองอย่างตำหนิ อันยาเมินหันหลังให้ ฆ้องวงศ์เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนๆก็รู้ตัวว่าโดนเพื่อนแบน

กองพลประคองใบพัดที่ยังร้องอย่างเจ็บปวดพาออกมา เพื่อนๆมองด้วยความสงสาร ส่วนฆ้องวงศ์มองตามใบพัดอึ้งๆ ต่อมสำนึกค่อยๆทำงาน

กองพลเห็นใบพัดที่ร้องอย่างเจ็บปวดและเริ่มมีอาการโยกตัวเอาหัวโขกเปียโนร้องไห้ ร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด ก็ได้แต่กอดหลานไว้ด้วยความสงสารและไม่เข้าใจว่าทำไมใบพัดจึงเป็นอย่างนี้

ขณะเดียวกันกรกำลังขับรถกลับบ้าน เขาโทร.หาทรายแต่ไม่มีคนรับสาย กรตัดสินใจเลี้ยวไปหาทราย

ทรายปิดเสียงโทรศัพท์ นั่งอยู่บนเตียงคิดถึงชีวิตตัวเอง พลันประตูเปิดออก กรเข้ามา ต่างมองหน้ากันเต็มตา ทรายตั้งหลักเผชิญปัญหา

กรถามว่าทำไมไม่รับสาย ทรายบอกว่าปิดเสียงเพราะทั้งครูและผู้ปกครองโทร.เข้ามาเยอะมาก ตนยังไม่พร้อมเผชิญ ขอหนีปัญหาก่อน กรถามว่า

“ทราย คุณรู้ใช่ไหมที่ผมทำ...เพราะหวังดีกับคุณ”

ทรายมองหน้าถาม “เหรอคะ”

กรชะงักมองหน้าทรายถามทั้งงุนงงและเจ็บปวด “ทำไมคุณถามแบบนี้?”

ooooooo

ทรายมองกรเต็มตา พูดนิ่งๆอย่างมีสติ หนักแน่นว่า

“ทรายไม่แน่ใจว่าคุณไม่รู้จักทรายดีพอ หรือว่าคุณไม่รู้จักแม้แต่ตัวเอง” กรสะอึกแต่ทรายยังคงพูดต่อ “คุณไล่ทรายออก เพราะคุณเป็นห่วงทราย แต่เอาจริงๆทรายยังไม่แน่ใจเลยว่าคุณ ‘ห่วง’ เรื่องอะไรกันแน่?”

“ผมไม่อยากให้คนอื่นมองคุณไม่ดี ไม่อยากให้คุณมีปัญหา ไม่อยากให้คุณเครียด ถ้าผมให้คุณออกก่อนหน้านี้ เราอาจจะไม่ต้องเสียลูกไปก็ได้”

“เรื่อง ‘ลูก’ มันจบไปแล้วค่ะ ทรายไม่ค้างคาใจแล้ว ทรายยอมรับและปล่อยวางมันไปแล้ว แต่คนที่ยังติดอยู่กับเรื่อง ‘ลูก’ คือคุณ!!”

กรอึ้งที่ทรายพูดแทงใจดำ ทรายพูดต่อเสียงเรียบนิ่ง อย่างมีสติว่า

“ลึกๆคุณรู้สึกผิด คุณโทษตัวเอง คุณยังยึดติดกับความผิดพลาดที่มันเกิดขึ้น ที่คุณกำลังทำอยู่เนี่ย คุณทำเพราะอยากแก้ไขสิ่งที่คุณเคยทำผิดพลาด...คุณทำเพื่อตัวเอง คุณไม่ได้ทำเพื่อทราย”

“ทราย...” กรเสียงอ่อน ตาพร่าไปหมดเมื่อถูกทรายจี้ใจดำซ้ำๆ ทรายตัดบทว่า

“เราห่างกันสักพักเถอะค่ะ ลองไปคิดดูว่าเราต้องการอะไรในชีวิตคู่ คำว่า ‘ครอบครัว’ ของเรามันคือสิ่งเดียวกันหรือเปล่า” พูดแล้วทรายหันหน้าหนีอย่างเสียใจ

กรช็อก น้ำตาคลอ ไม่คิดว่าเรื่องจะถึงขนาดนี้ กรทำอะไรไม่ถูก คำพูดของทรายทำให้เขาฉุกคิดสิ่งที่อยู่ในใจตัวเอง

กรกลับถึงบ้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก เจอสมภพนั่งรออยู่ กรปรับอารมณ์ถามพ่อว่ามานานแล้วเหรอ สมภพบอกว่าสักพักแล้ว ถามว่าทรายล่ะ ไม่อยู่บ้านหรือ กรหน้าจ๋อยเครียด เป็นคำถามกระทบใจกรจนไม่อาจกลบเกลื่อนความรู้สึกได้

“กองพลบอกพ่อเรื่องทรายลาออกกะทันหัน พ่อก็แปลกใจแล้วนะ นี่ทรายไม่กลับบ้าน แยกกันอยู่คนละบ้าน ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“ไม่มีอะไรครับพ่อ ก็แค่ทรายเขาไม่ค่อยสบาย เขาเลยขอไปอยู่กับพ่อแม่”

“กร...นี่พ่อนะ จะโกหกพ่อทำไม” กรมองหน้าพ่อน้ำตาคลอทันที สมภพรู้ว่าต้องมีปัญหาแน่ เลยนั่งข้างกร “กร...พ่อรู้ว่าสามีภรรยาทำงานด้วยกันมันไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อกับแม่ก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน กรต้องใจเย็นๆ สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือ ‘คำพูด’ เพราะบางทีเราพูดในฐานะเจ้านาย แต่ถ้าเขาฟังในฐานะภรรยามันก็จะเจ็บ เพราะฉะนั้น อย่าพูดด้วยอารมณ์ คิดให้รอบคอบก่อนแล้วค่อยพูด แต่ถ้าเราพูดไปแล้วก็ต้องรีบขอโทษ อย่าปล่อยให้มันข้ามวันข้ามคืน มันจะต่อกันไม่ติด”

“มัน...อาจจะสายเกินไปแล้วครับพ่อ” กรเสียงอ่อยน้ำตารื้น

“พ่อไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พ่อเชื่อว่าทรายเป็นคนมีเหตุผล ถ้ากรคุยกับเขาด้วยเหตุผลแต่มันต้องเป็นเหตุผลที่เราคิดดีแล้วจริงๆ พ่อว่ามันไม่สายเกินไป”

คำพูดของพ่อทำให้กรคิดทบทวนตัวเองอย่างจริงจัง ถามตัวเองว่าเหตุผลที่ตนทำแบบนี้คืออะไรกันแน่

วันต่อมากรมองบรรยากาศของโรงเรียนที่ใกล้สอบ ทุกอย่างดูอึนๆเครียดๆ มองโต๊ะทรายที่เคยแก้ปัญหาต่างๆด้วยกันเสมอแต่วันนี้ว่างเปล่า โต๊ะเรียนวีหนึ่ง...ใบพัดก็ว่างเปล่า ส่วนบุ๊คก็อยู่ในทางสองแพร่งลังเลว่าจะกลับไปเล่นเกมดีไหม

ไออุ่นได้รับโทรศัพท์จากแม่ว่าอย่าลืม เย็นนี้เลิกเรียนแล้วรีบกลับ ต้องไปงานกับป๊า ไออุ่นเครียดทันที

จังหวะนั้นสิงห์ก็โทร.มา ไออุ่นจึงเล่าเรื่องป๊าให้ใส่กระโปรงไปในงานคืนนี้ให้ฟังว่าเซ็ง ไม่อยากใส่ สิงห์บอกว่าไม่อยากใส่ก็บอกไปตรงๆ บางทีอาเกริกอาจจะเข้าใจ ดีกว่าไม่ได้พูดอะไรเลย

ไออุ่นกลับบ้านกวิตาจะแต่งตัวให้ ไออุ่นบอกว่าตนไม่อยากใส่ชุดนี้ กวิตากล่อมว่างานนี้เป็นงานรวมญาติของป๊า ยอมๆป๊าเขาไปก่อน แต่งตัวให้สมฐานะป๊าหน่อย ไออุ่นตัดสินใจไปบอกเกริกฤทธิ์ว่าตนไม่อยากใส่กระโปรงไปงาน มันไม่ใช่ตน

เกริกฤทธิ์ด่าไออุ่นว่าอยู่กับพวกตุ๊ดพวกเกย์มากเลยติดเชื้อบ้ามา สั่งไออุ่นให้ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้

“อุ่นไม่ได้บ้า อุ่นเป็นอุ่น ป๊านั่นแหละที่ใจแคบ!”

เกริกฤทธิ์ตบหน้าไออุ่นอย่างแรง ไออุ่นช็อกน้ำตาร่วง เกริกฤทธิ์ตวาดดุดัน

“แกกล้าด่าฉันเหรอฮะ! เก่งนักก็ดูแลตัวเอง ไม่ต้องมาอยู่กับฉัน ไม่ต้องมาเอาเงินฉัน!! ไปเลย!!!” ไออุ่นน้ำตาไหลพรากวิ่งพรวดออกไป เกริกฤทธิ์ยังตะเพิดไล่หลังว่า “อวดเก่ง!! ไปแล้วไม่ต้องกลับมา!! ไป!!!”

กวิตาได้ยินเสียงเกริกฤทธิ์ตวาดไล่ไออุ่นรีบวิ่งมาดูแต่หาไออุ่นไม่เจอแล้วได้แต่ตะโกนเรียกอย่างร้อนใจ

ไออุ่นวิ่งเตลิดออกมาขึ้นแท็กซี่พลางโทร.หาแอนเน่แต่ไม่มีคนรับสาย แบตก็ใกล้หมด ไออุ่นตัดสินใจโทร.หาสิงห์ สิงห์อยู่ในร้านเหล้าประจำกับเต๋ากินเบียร์ไปแล้ว 2 แท็บกำลังกินแท็บที่ 3 สิงห์รับสายบอกไออุ่นให้มาเลย  ไออุ่นบอกสิงห์ว่าแบตมือถือตนหมดแล้วให้เตรียมเงินค่าแท็กซี่ให้ด้วย แล้วไลน์บอกแอนเน่พิมพ์ไปร้องไห้ไป

“กำลังไปหาพี่สิงห์ที่ร้านประจำ แกออกมาได้ป่าววะ ทะเลาะกับป๊าว่ะ ป๊าตบหน้าด้วย กูแม่งอยากตายว่ะมึง”

ooooooo


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 18 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 28 เม.ย. 2562 07:27 2019-04-30T01:15:34+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ