ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

แม้ทรายจะอยู่ที่บ้านสักทอง แต่ครูชิชาวิดีโอคอลหาทรายและเปิดทิ้งไว้ให้ทรายเห็นสิ่งที่กรทำอยู่ ทรายดูตลอดการประชุมแล้วยิ้มด้วยความภูมิใจ

ในที่ประชุมยังฮือฮากับการพูดของบุ๊ค เด็กๆต่างมองบุ๊คพูดคุยกันอย่างทึ่ง ครูพรรณีมองกรแล้วส่งกระดาษโน้ตเล็กๆที่เขียนว่า “สรุปเลยค่ะ” กรจึงกล่าวสรุป

“ครูว่าที่บุ๊คพูดมาก็ครอบคลุมหมดทุกอย่างแล้ว ครูหวังว่าเรื่องที่บุ๊คเปิดใจกับพวกเราในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคน”

กรพูดถึง ‘เกม’ กับ ‘อีสปอร์ต’ ว่ายังเป็นประเด็นถกเถียงกันทั่วโลก บางประเทศไม่ยอมรับว่าเกมเป็นกีฬา... และองค์การอนามัยโลกให้คำนิยามว่า ‘การติดเกมเป็นโรคทางสุขภาพจิตที่มีผลรุนแรง’ และยังมีข่าวความรุนแรงต่างๆที่เกิดจากคนที่เล่นเกมจนเกินควบคุม หรือแม้แต่โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในการแข่งขันอีสปอร์ตที่สหรัฐอเมริกา

พวกเด็กๆฟังแล้วซุบซิบกัน กรพูดต่อไปว่า

“ทำให้ครูต้องศึกษาอย่างรอบด้านและลึกซึ้งแต่ในเมื่อนักเรียนสนใจ เราเลยจะมาเจอกันตรงกลาง...ครูจะจัดชมรมให้ แต่เราต้องมีข้อตกลงดังต่อไปนี้” ทุกคนตั้งใจฟังว่ากรจะมีข้อตกลงอะไร กรพูดต่อเน้นๆว่า

“ข้อ 1 ผู้ปกครองต้องเห็นด้วย...ข้อ 2 ก่อนจะเริ่มกิจกรรม ครูจะมีคุณหมอมาให้ความรู้และบอกลักษณะของ ‘Healthy Gamer’ เล่นเกมอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ และทุกครั้งก่อนจะเริ่มกิจกรรมของชมรม...เราต้องอัปเดตข่าวในวงการเกม ทั้งในด้านบวกและด้านลบเพื่อรู้เท่าทันสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว”

เด็กๆฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย

“และข้อสุดท้าย นักเรียนทุกคนต้องทำแบบทดสอบจากเว็บไซต์ Healthy Gamer ของโรงพยาบาลศิริราชทุกๆหนึ่งเดือน เพื่อดูว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการติดเกมหรือเปล่า ถ้าทุกคนยอมรับข้อตกลง ครูจะเปิดชมรม ‘Healthy Gamer’ ให้ และในชมรมจะแยกย่อยเป็นหัวข้อต่างๆตามความสนใจ สุดท้ายครูขอปิดด้วยคำพูดของบุ๊ค...เราเล่นเกมได้ แต่เราต้องคุมเกม...” เด็กๆพูดต่อให้อย่างพร้อมเพรียงว่า ‘ไม่ให้เกมคุมเรา’ “ดีมาก!! ยินดีต้อนรับ Healthy Gamer ทุกคนครับ!!!”

พอกรปิดประชุม ครูพรรณีปรบมือก่อนเพื่อน

ครูน้อย ครูป้อง ครูชิชาและบรรดาครูปรบมือตามกึกก้อง กรหันมองอึ้งๆ บุ๊คปรบมือชื่นชมกรสุดๆ กลุ่มแจ๊ค นักเรียนและผู้ปกครองทุกคนในห้องปรบมือตามกราว

ครูพรรณีมองกรด้วยสายตาที่ยอมรับในตัวเขา กรดีใจที่ครูพรรณีมองตนอย่างยอมรับ

กรขอบคุณครูพรรณีที่ช่วยจัดทำเอกสารและจัดอภิปรายวันนี้ ครูพรรณียิ้มบอกว่าไปขอบคุณทรายเถอะ ทำให้กรคิดถึงทรายขึ้นมา กรกลับไปขอบคุณทรายแต่พอทรายขอกลับไปทำงานก็ตัดบท “จบนะ” แล้วเดินออกไปเลย ทรายได้แต่บ่นเสียงอ่อย “โหยยยย...ไม่ได้จริงๆเหรอ”

ooooooo

คืนนี้ไออุ่นชวนแอนเน่ไปปาร์ตี้วันเกิดพี่สิงห์กัน แอนเน่รับคำทันทีบอกว่าสำหรับพี่สิงห์ไม่ต้องคิดนาน แล้วทั้งสองก็ไปที่ร้านอาหารกึ่งผับ แอนเน่ถามว่าป๊าแกยอมให้มาที่อย่างนี้เหรอ

ไออุ่นบอกว่าพอป๊ารู้ว่ามากับพี่สิงห์ก็อนุญาตแถมให้เงินมาซื้อของขวัญวันเกิดอีกสามพันบาท 

แอนเน่ฟังแล้วยิ้มเป็นนัยฟันธงว่า “พ่อแกไม่ได้แค่ชอบพี่สิงห์หรอก เขาอยากให้แกกับพี่สิงห์แต่งงานกัน”

“ใครจะแต่งงานกันเหรอครับ” เสียงสิงห์ถามแทรกขึ้น แอนเน่เฉไฉว่าเพื่อนตนถูกพ่อแม่จับคลุมถุงชน สิงห์ถามว่าเดี๋ยวนี้ยังมีอีกหรือ ไออุ่นเลยรีบตัดบทชวนเข้าร้านตนหิวและไม่อยากกลับดึกด้วย

เมื่อเข้าไปสั่งอาหารกินกันจนอิ่ม ไออุ่นนึกได้ยื่นถุงของขวัญแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ แอนเน่ยุให้แกะเลย

พอแกะออกแอนเน่แซวไออุ่นว่า

“โห แต่ละสิ่ง แกเป็นคาร์แคร์รึไงอุ่น”

“แบบนี้แหละดีแล้ว พี่ชอบ คนรักรถก็งี้แหละ ขอบคุณนะอุ่น” สิงห์พูดอย่างปลื้มมากที่ไออุ่นรู้ใจตน

ครู่หนึ่งเต๋าก็มา พอเห็นไออุ่นก็ทักตาวาว สิงห์ถามเต๋าว่าตนนัดสี่ทุ่ม นี่แค่สองทุ่มมาเร็วเกินไปหรือเปล่า เต๋าบอกว่าหิวเลยจะมากินข้าวรอ ไออุ่นแนะนำแอนเน่กับสิงห์ แอนเน่ไหว้แต่เต๋าไม่สนใจแถเข้าไปนั่งข้างไออุ่นเลย ทำเอาแอนเน่เหวอ

เต๋าถามไออุ่นว่ากินอะไรรึยัง ดื่มไหม แล้วตะโกนสั่งเบียร์ทาวเวอร์นึง สิงห์เบรกว่าเอาขวดเดียวพอ บอกเต๋าปรามๆว่า

“มึงกินไปคนเดียว น้องกูไม่กิน”

เต๋ายังรบเร้าว่าเป็นผู้หญิงต้องหัดกินไว้จะได้ไม่โดนมอม พอแอนเน่บอกว่าอุ่นมันแมนๆไม่มีใครมอมหรอก เต๋าก็กะล่อนว่าผู้ชายด้วยกันถ้าอยากซี้กันต้องก๊งเหล้ากัน

“อุ่นรอยี่สิบก่อนนะพี่ เดี๋ยวมาก๊งด้วย”

เต๋าบอกว่าจะรอ ขอเช็กแฮนด์สัญญากันก่อนคว้ามือไออุ่นหมับเลย สิงห์ไม่พอใจดึงมือไออุ่นจากมือเต๋า ด่าเต๋าว่าเลิกแต๊ะอั๋งน้องตนได้แล้ว แล้วพาไออุ่น กลับเลยอ้างว่าดึกแล้วเดี๋ยวพ่อเป็นห่วง บอกเต๋าว่าส่งน้องแล้วจะกลับมาใหม่

พอพาไออุ่นกับแอนเน่ออกมา สิงห์ขอโทษไออุ่นที่ไอ้เต๋ามันรั่วไปหน่อย ไออุ่นว่าไม่เป็นไรตนไม่ซีเรียส แค่ขำๆ แต่สิงห์จริงจังจนแอนเน่ถามแซวว่า

“แอ่ะ...ไม่อยากให้ผู้ชายจับมืออุ่นด้วย นี่พี่สิงห์หึงป่ะเนี่ย”

“เฮ้ยยยย!” สิงห์กับอุ่นร้องลั่นพร้อมกัน สิงห์พูดเขินว่าไม่ได้หึงแต่หวง อุ่นหัวเราะขำเพราะไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แต่แอนเน่ดูออก แอบยิ้มเบาๆ

สิงห์กับแอนเน่ไปส่งอุ่นที่บ้านเกริกฤทธิ์ แล้วรีบลากลับเพราะต้องไปส่งแอนเน่แล้วกลับไปหาเต๋าที่ร้าน พอสิงห์กับแอนเน่กลับไป เกริกฤทธิ์ถามอุ่นว่า

“เพื่อนแกเป็นตุ๊ดใช่ไหม มันออกตุ้งติ้งซะอย่างนั้น ดูแล้วมันยังไงก็ไม่รู้ แกอย่าไปยุ่งกับมันมาก เดี๋ยวพาผิดเพศไปกันใหญ่”

อุ่นจี๊ดขึ้นมาทันที เสียใจมากที่พ่อพูดแบบนี้ รุ่งขึ้นเมื่อเจอกันที่โรงเรียนแอนเน่ถามไออุ่นว่าพ่อแกไม่ชอบฉันใช่ไหม เกลียดฉันใช่ไหม ไออุ่นบอกว่า

พ่อเขาก็เป็นแบบนี้แหละอย่าคิดมาก แอนเน่ฟันธงว่า

“พ่อแกเกลียดฉันแน่ๆ คงเห็นฉันเป็นตัวประหลาด แต่ฉันชินแล้วว่ะ เห็นพ่อแกก็เหมือนเห็นพ่อตัวเอง  เจ็บว่ะ!”

ไออุ่นกับแอนเน่ไปหาทรายที่ห้องทำงาน ครูชิชาบอกว่าครูทรายไม่มา ไออุ่นถามว่าจะมาเมื่อไหร่ ครูชิชาบอกว่าไม่รู้เหมือนกันมีอะไรฝากบอกครูทรายไหม เดี๋ยวครูจะบอกให้เอง

“อุ่นอยากให้ครูทรายคุยกับพ่อเหมือนที่คุยกับแม่น่ะค่ะ...พ่อเป็นหนักกว่าแม่อีกค่ะ ฝากแค่นี้ล่ะค่ะ”

ครูชิชาแปลกใจ ไม่สบายใจ ที่วันนี้ไออุ่นสีหน้าอัดอั้นพูดเหมือนจะร้องไห้

ooooooo

วงดนตรี “เปี่ยม You” ประกวดได้เข้ารอบ โป๊ปดีใจมากมาขอให้อันยาที่เป็นผู้จัดการวงไปกล่อมใบพัดให้เข้าร่วมการแข่งขัน

พออันยาพูดกับใบพัด ใบพัดบอกว่าตนเล่นดนตรีเพื่อความเพลิดเพลิน การแข่งขันไม่เพลิดเพลิน อันยาบอกว่าแต่มันสนุกนะ เห็นใบพัดนิ่ง อันยาลุ้นว่า

“อีกอย่างนะ ถ้าวงของเราชนะมันก็แปลว่า...เราประสบความสำเร็จในการเป็นผู้จัดการวงไง”

พออันยายกเหตุผลนี้ขึ้นมา ใบพัดบอกทันทีว่าตนจะไปแข่ง อันยาดีใจมากรีบส่งข้อความบอกคนในวง ขณะอันยาหยิบมือถือขึ้นมา ผมสยายผ่านหน้าใบพัด กลิ่นหอมอ่อนๆดึงดูดใบพัดอย่างจัง จนพึมพำ “หอม...”

ฆ้องวงศ์ที่จัดห้องอยู่กับครูป้องเห็นอันยาเดินพูดโทรศัพท์และใบพัดเดินตามดมกลิ่นผมเคลิ้มก็สงสัยว่าใบพัดทำอะไร ถามครูป้องว่าใบพัดมีแฟนหรือมีความรักได้ไหม ครูป้องบอกว่าใบพัดมีความรู้สึกเหมือนฆ้องวงศ์นั่นแหละ ฆ้องวงศ์ถามย้ำว่าใบพัดก็มีความรักได้ใช่ไหม พอครูป้องยืนยัน ฆ้องวงศ์ก็คิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาทันที

วันเดียวกันนี้ หมอก้องนั่งคุยกับวีหนึ่งในห้องกิจกรรมบำบัดให้ค่อยๆคิดและฟังเสียงข้างในตัวเราเอง

วีหนึ่งทำตามแล้วบอกว่ากังวล กังวลว่าสิ่งที่เราพูดจะทำให้พ่อแม่ไม่สบายใจ ตนไม่เคยพูดอะไรต่อหน้าพ่อแม่แบบนี้เลย ไวทินกับจุลมาสฟังแล้วจุก

ไวทินบอกว่าตนอยากฟังลูกพูดออกมาไม่อยากให้ลูกกังวล จุลมาสก็โทษว่าที่ลูกรู้สึกแบบนี้เพราะตนเอง

หมอก้องให้วีหนึ่งสังเกตตัวเองว่าเมื่อไหร่เราเริ่มรู้สึกเกร็ง นอนไม่หลับ กินไม่ได้ตามปกติ เราต้องถามตัวเอง หาสาเหตุและสื่อสารออกมา ถามว่าพอเราได้พูดแล้วรู้สึกยังไง วีหนึ่งบอกว่าโล่งและรู้ว่าพ่อแม่คิดอะไร ต่อไปตนจะพูดให้มากกว่านี้ ตนอยากบอกแม่ว่า

“มันไม่ใช่ความผิดของแม่ วีไม่อยากให้แม่คิดแบบนั้น วีกังวลเพราะ...วีรักแม่นะคะ”

“แม่ก็รักวีนะลูก”

แม่ลูกโผเข้ากอดกันแนบแน่น ไวทินถึงกับน้ำตาซึมเข้าไปโอบวีหนึ่งไว้ด้วยความรักอีกคน

กิ่งแก้วทำอาหารมาให้ไวทินกับจุลมาสและทำเผื่อวีหนึ่งด้วยเผื่อจะเบื่ออาหารโรงพยาบาล นึกได้บอกว่าวันก่อนเพื่อนหนูวีมาที่บ้านเพราะเป็นห่วงเห็นวีหายไปหลายวัน เมื่อไม่เจอก็บอกว่าวันหลังจะมาใหม่ จุลมาสถามว่าถ้าเพื่อนลูกมาจริงๆเราจะบอกอะไรไหม แล้วเราจะบอกได้แค่ไหน ไวทินนิ่งไปครู่หนึ่งจึงบอกว่า

“ผมว่าคุยกับครูทรายดีไหมคุณ”

จุลมาสโทรศัพท์คุยกับทรายถามว่าจะกลับไปทำงานได้เมื่อไหร่ตนจะปรึกษาเรื่องเพื่อนๆวีด้วย ทรายไม่แน่ใจเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยสบายเลยพักอยู่ที่บ้าน

“งั้นเราขอไปคุยกับคุณทรายที่บ้านได้ไหมคะ” ทรายเงียบไป จุลมาสถามว่าคุณทรายสะดวกไหม “ดิฉันก็ไม่ได้อยากรบกวนคุณทรายนะคะ แต่ตอนนี้อาการของวีดีขึ้นมากแล้ว ฉันไม่อยากคิดแทนลูกอีกแล้ว ฉันอยากรู้ว่าฉันต้องทำยังไงต่อไป รบกวนด้วยนะคะ”

 ทรายคิดหนักรู้ว่าเสี่ยง แต่ก็เป็นห่วง อยากคุยอยากให้คำปรึกษา พอสักทองรู้ก็แนะให้ทรายทำ Life Coach ที่บ้านเลยดีไหม ไม่ต้องเป็นครูแล้ว น้ำทิพย์ถามว่าทรายพร้อมทำงานจริงๆแล้วใช่ไหม

“เคสนี้ทรายต้องทำ เพราะมันจำเป็นจริงๆค่ะ ทรายโอเคแล้วค่ะ มันถึงเวลาที่เราต้องปล่อยวางความเศร้าแล้วเดินหน้าต่อไปนะคะแม่”

ทั้งสักทองและน้ำทิพย์พยักหน้าอย่างเข้าใจ

เพราะทั้งนักเรียนและผู้ปกครองเด็กพิเศษที่โรงเรียนต่างอยากปรึกษาปัญหาของลูกกับทราย วันนี้ทั้งไวทินกับจุลมาส และอลินกับปราบ ต่างมาที่บ้านสักทอง ทรายจึงจัดแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตามสมัครใจ

พ่อแม่สองคู่จึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในการแก้ปัญหาลูกกันอย่างตั้งใจ เปิดใจ

กองพลไปคุยกับครูป้องในห้องปรับพฤติกรรม ครูป้องบอกว่าเราต้องสอนให้เขารู้จัก 2 อย่างคือภาษากายและน้ำเสียง ถ้าเราลองคุยกับผู้หญิงเราจะพอรู้สึกได้

ใช่ไหมว่าผู้หญิงเขามีใจให้เราหรือเปล่า แต่ใบพัดจะดูไม่ออกและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องดูก่อน

ครูป้องบอกกองพลว่าสิ่งแรกที่เราต้องสอนคือเขาต้องแยกแยะให้ได้ว่า “ความสัมพันธ์แบบเพื่อน” และ “แฟน” ต่างกันยังไง กองพลรับปากด้วยความมั่นใจว่าทำได้ไม่ยาก

แต่ช้ากว่าฆ้องวงศ์ เพราะฆ้องวงศ์ถามใบพัดว่าชอบอันยาใช่ไหม ถ้าชอบต้องแสดงให้อันยารู้

ขณะอันยาคุยกับสมาชิกในวงดนตรีอย่างสนุกสนานดีใจที่ใบพัดรับปากจะเข้าร่วมแข่งขัน ใบพัดเดินมาพอดี พอเห็นอันยาใบพัดยื่นปากเข้าไปจุ๊บปากอันยาทันที ทำเอาทุกคนช็อก!!

ฆ้องวงศ์กับกลุ่มเพื่อนยืนดูอยู่ต่างหัวเราะสะใจ อันยาตกใจวิ่งเตลิดไปหาครูป้องที่ยังคุยอยู่กับกองพลพูดอย่างสติแทบไม่อยู่กับตัว ขอถอนตัวจากการเป็นบัดดี้ใบพัด ยกมือไหว้ขอโทษแล้วจะออกไปเลย ออมวิ่งตามมาทันแต่อันยาเดินไปแล้ว ออมจะวิ่งตาม กองพลบอกว่าอย่าเพิ่งไป ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

บุ๊คออกจากห้องพักครูเห็นพวกแจ๊คยืนหลบอยู่หลังประตูถามว่ายังไม่กลับอีกเหรอ

“รอมึงอ่ะดิ” บอมบอก บุ๊คถามว่ารอทำไม จิรายุกับบอมบอกว่าจะชวนบุ๊คเข้าทีมแข่งเกม บุ๊คบอกให้ไปหาคนอื่นเถอะตนไม่อยากผิดสัญญากับตัวเอง

กลุ่มแจ๊คเอาเงินเข้าล่อบอกว่าเกมละห้าพันสิบวินก็ห้าหมื่น ถ้ายี่สิบวินก็แสนนึง แต่ถึงจะเอาจำนวนเงินเข้าล่ออย่างไรบุ๊คก็ไม่สน

แต่พอกลับถึงบ้านได้ยินพ่อกับแม่คุยกันถึงเงินแสนที่จะต้องหาเพิ่มเพื่อซื้อและแต่งรถทำ Food Truck อย่างหนักใจ บุ๊คก็คิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา

บุ๊คเดินมาที่ห้องรับแขกก็มีข้อความของบอมเด้งขึ้นมา เป็นรายละเอียดการแข่งเกม บอกว่า “เผื่อมึงเปลี่ยนใจ” เฌอฟ้าเดินมาเจอเห็นแว้บๆถามบุ๊คว่าดูอะไร บุ๊ครีบกดปิดบอกว่าไม่มีอะไร จะไปนอนแล้วเดินเลี่ยงไปเลย เฌอฟ้ามองตามอย่างแปลกใจ

ooooooo

นพลักษณ์ไปหากรที่โรงเรียนพร้อมเอกสารการเงินเรื่องกิจกรรมหลังเลิกเรียน บอกกรว่าตามตำแหน่งตนไม่สามารถระงับหรือตีกลับงบประมาณที่กรอนุมัติไปแล้ว แต่ขอใช้สิทธิ์ที่ปรึกษาอาวุโสให้กรทบทวนใหม่

กรบอกว่างบที่ตนทำต่ำสุดๆแล้ว ลดงบประมาณลงกว่านี้ไม่ได้แล้ว

“ลดไม่ได้ก็หยุดไว้ก่อน”

“หยุดไม่ได้นะครับ ทุกอย่างเริ่มต้นแล้ว อยู่ๆมายกเลิกนักเรียนจะคิดยังไง”

 นพลักษณ์ให้อ้างว่าใกล้สอบให้ระงับไว้ก่อนเทอมหน้าค่อยบวกค่าใช้จ่ายส่วนนี้เข้าไปในส่วนการสนับสนุนกิจกรรมพิเศษแล้วค่อยเอาเงินตรงนั้นมาจ่ายในส่วนนี้

แม่ลูกคุยกันไม่ลงตัว จนเมื่อครูพรรณีเข้ามาอธิบายและชี้แจงว่าเรื่องนี้ ผอ.เคยคุยกับตนเรื่องการบวกค่าใช้จ่ายในส่วนของกิจกรรมพิเศษ ให้เป็นตัวเลือกของผู้ปกครอง

กรแปลกใจที่ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับครูพรรณี ครูพรรณีส่งสายตาให้ กรจึงปล่อยให้พูดต่อ

ครูพรรณีเน้นว่า “เราต้องพิสูจน์ให้เห็นว่ามันมีประโยชน์จริงๆ และถ้าผู้ปกครองเห็นชอบด้วยเขาก็จะสนับสนุนในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นการสร้างผลงานเป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้ค่ะ”

“แล้วมันจะมีผลงานจริงๆเหรอ”

“ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ค่ะ เพราะนักเรียนมีความกระตือรือร้นกันมาก ภายในเทอมนี้เราน่าจะได้เห็นผลบ้าง ถึงตอนนั้นเราค่อยมาประชุมกันอีกครั้งก็ไม่สายค่ะ”

“ได้ แต่ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้น ฉันจะกลับเข้ามาดูแลเรื่องการเงินเอง”

นพลักษณ์พูดจบก็ลุกไปเลย กรถอนใจโล่งอกมองขอบคุณครูพรรณีที่ช่วยแก้สถานการณ์ให้

ครูพรรณีมองกรอย่างโล่งอกพอกัน

ooooooo

คืนนี้กรไปหานพลักษณ์ที่บ้านคนเดียว แม่ถามว่าทำไมมาคนเดียวทรายเป็นอะไรไปหาหมอหรือยังกรบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก พักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น

นพลักษณ์เปิดฉากถามว่าความวุ่นวายต่างๆนานา โปรเจกต์ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดมาจากทรายใช่ไหม กรบอกว่าไอเดียตนทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับทรายเลยจริงๆ

นพลักษณ์อ้างว่าไม่ใช่ตนคิดคนเดียว คนทั้งโรงเรียนเขาก็คิดกันอย่างนั้น ความจริงจะเป็นอย่างไร คนเขาไม่สนใจ พอมีโปรเจกต์พิเศษๆขึ้นมา คนก็มองว่าเป็นความคิดทรายทั้งนั้น ย้ำว่า “เพราะทรายเป็นเมียเรา”

“ถ้าผมให้ทรายลาออก ทุกคนน่าจะพอใจนะครับ” กรโพล่งออกไปด้วยความไม่พอใจและสงสารทราย

“คนอื่นแม่ไม่รู้...แต่ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด” นพลักษณ์แววตาดีใจแว่บขึ้นมา แต่พูดนิ่งๆหนักแน่นแล้วเดินเข้าบ้านไป กรมองแม่แล้วคิดตัดสินใจบางอย่าง

กรไปบอกทรายให้ลาออก บอกว่าตนรู้เรื่องที่แม่คุยกับทราย ตนเป็นคนเสนอเองว่าให้ทรายลาออกเดี๋ยวนี้เลย ทรายงงมากถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น

กรถามว่าต้องให้ตนพูดอีกหรือว่าเราเพิ่งสูญเสียอะไร ตำหนิตัวเองว่าตนผิดเองที่ให้ทรายทำงานมากเกินไป พอแต่งงานแล้วตนก็น่าจะให้ทรายเลิกทำงานไปเลย

ทรายอ้างว่างานทุกเคสกำลังไปในทางที่ดีขึ้น ตนยังต้องช่วยพวกเขาอีกสักพัก แต่กรอ้างว่าตนมีทั้งครูป้อง ครูพรรณี ครูน้อย และชิชาก็คอยดูแลอยู่ทรายไม่ต้องห่วง ทรายอ้างว่าพวกเขาช่วยได้เพียงบางส่วน กรก็ว่าจะเปิดรับครูคนใหม่ ทรายมีเพื่อน รุ่นพี่คนไหนที่แทนได้ให้แนะนำมาเลย ทรายติงว่าคนใหม่มาแทนก็ต้องส่งต่องาน ให้ข้อมูลให้คำปรึกษาอยู่ดี

“ทราย! ตกลงคุณจะไม่ยอมลาออกใช่ไหม”กรเสียงดังอย่างขัดใจ

“แล้วถ้าทรายไม่ใช่ “เมีย” คุณ ทรายจำเป็นต้องลาออกไหมคะ?” ทรายสวนเสียงแข็งแววตาเจ็บปวดทำให้กรรู้ว่าทรายไม่ยอมจริงๆ

สักทองกับน้ำทิพย์อยู่ในห้องนอนที่ติดกัน ได้ยินสองคนโต้เถียงกัน ต่างฟังด้วยความเป็นห่วง

ทรายถามอย่างทำใจไม่ได้ว่าตนยอมลาออกตามที่คุณแม่ต้องการแล้วยังไม่พอหรือ กรเสียงอ่อนลงว่าตนเข้าใจ แล้วย้ำว่า “หมดเทอมนี้เท่านั้นนะ แต่ผมขอให้คุณเป็นแค่ที่ปรึกษา ไม่ต้องลงมือทำอะไรเอง”

ทรายยังไม่ยอมอยู่ดีเพราะปัญหาของเด็กเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กรขอเจอกันครึ่งทางได้ไหม บอกว่าตนเป็นห่วง ไม่อยากให้การที่ทรายเป็นเมียตนทำให้ทรายต้องเดือดร้อนหรือลำบาก ย้ำว่า

“แค่เทอมนี้นะทราย หมดเทอมนี้ผมจะดูแลคุณเอง”

แม้น้ำเสียงกรจะอบอุ่นห่วงใย แต่ทรายฟังแล้วถามตัวเองว่า นี่คือสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงหรือ?

น้ำทิพย์กับสักทองที่ได้ยินจากอีกห้องหนึ่งหันมองหน้าถอนใจพร้อมกัน น้ำทิพย์ถามเบาๆว่า

“ไม่ให้ทรายทำงานเนี่ยนะ มันจะเป็นไปได้เหรอพ่อ?”

คืนนี้ทรายนั่งดูแฟ้มงานที่วางอยู่ตรงหน้าทั้ง 5 เคสแล้วถอนใจ ข้างแฟ้มมีงานที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ถึง 5 รายการ ทรายดูแล้วไม่มีทางทำได้ จนห้าทุ่มทรายยังไม่เข้านอน กรนอนคอยด้วยความเป็นห่วง

จนรุ่งขึ้นกรตื่นขึ้นมาเห็นโพสต์อิทติดที่หน้ากระจก กรดึงออกดูด้วยความแปลกใจ

“ทรายไปออกกำลังกายนะคะ กลับบ่ายๆค่ะ”

ooooooo

กองพลถามอ้อมว่าเกิดอะไรขึ้น อ้อมบอกว่าเมื่อกี้ใบพัดจุ๊บอันยาแล้วรีบเดินไปหาอันยาเลย กองพลไปปรึกษาครูป้อง ครูป้องบอกว่าต้องอธิบายความรู้สึกของอันยาให้ใบพัดเข้าใจ ให้พูดง่ายๆตรงๆเป็นวิธีที่ดีที่สุด

เมื่อกองพลถามใบพัดตรงๆว่าจูบอันยาหรือ ใบพัดบอกว่าใช่ กองพลบอกว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ใบพัดสวนทันทีว่าได้ ตนรักอันยาก็ต้องแสดงให้อันยารู้

“แต่อันยาเขาไม่ได้รักแก”

“ลุงรู้ได้ยังไงครับ!!”

กองพลบอกว่าอันยาบอกเลิกเป็นบัดดี้ใบพัดแล้วเพราะตกใจ ไม่พอใจ ย้ำกับใบพัดว่าอันยาไม่ได้ชอบเขา ใบพัดหาว่าลุงโกหก อันยารักตน ดูแลตนเหมือนแม่เลย

กองพลต้องใช้ความพยายามและอดทนอย่างมากในการอธิบายให้ใบพัดเข้าใจว่า

“อันยาไม่ได้รักแกแบบที่แกรักเขา อันยาเขารักแกแบบเพื่อน”

ใบพัดยังหาว่าลุงโกหก กองพลจึงเอาไดอะแกรมวงกลมมาจ่อตรงหน้าใบพัด ใบพัดดูอย่างสนใจ

“รักแบบเพื่อน กับรักแบบแฟน แบบที่ใบพัดรักอันยามันไม่เหมือนกัน!”

กองพลอธิบายให้ฟังว่ารักแบบเพื่อนจะปฏิบัติต่อกันอย่างไรและรักแบบแฟนปฏิบัติต่อกันอย่างไร รักแบบเพื่อนจะทำแบบแฟนไม่ได้และรักแบบแฟนก็ไม่ทำแบบเพื่อน และยกตัวอย่าง ทำเป็นตัวอย่างให้ดู กระทั่งเอาตัวอย่างคนเป็นแฟนกันในละครมาให้ดู 

อธิบาย ทำให้ดูและให้ดูตัวอย่างในละครแล้ว กองพลบอกใบพัดว่า

“พอใบพัดไปโรงเรียน ลองไปเช็กกับอันยาว่าเขาเป็นแบบในรูปหรือเปล่า ถ้ามองเขาแล้วเขาเป็นแบบนี้แสดงว่าเขาคิดกับเราแบบแฟน แต่ถ้าเขาทำแบบนี้แสดงว่าเขาไม่ได้ชอบเราแบบแฟน”

อธิบายอย่างละเอียดแล้ว กองพลจับไหล่ใบพัด ให้กำลังใจว่า

“มันเป็นการเรียนรู้ครั้งยิ่งใหญ่ของแกนะใบพัด มันอาจจะยากสักหน่อย แต่ลุงเชื่อว่าแกจะเข้าใจเอง”

ooooooo

วันนี้โมรากุลหัวเสียอีก เมื่อเฟียตนักแสดงหญิงไม่ยอมใส่ชุดที่คอสตูมเตรียมไว้ให้ โมพุ่งเข้าไปหาเฟียตบอกว่าฉากที่จะถ่ายวันนี้เป็นฉากต่อเนื่องเสื้อผ้าหน้าผมก็ต้องต่อเนื่อง ถ้าเฟียตไม่ยอมใส่ชุดนี้เราก็ต้องถ่ายซ่อมฉากก่อนหน้านี้

เฟียตบอกว่านั่นเป็นปัญหาของพี่ไม่ใช่ปัญหาของตน

โมปรี๊ดแตกตวาดจนเฟียตสะดุ้ง แต่พอรู้ตัวโมก็ดึงสติกลับมา ถามว่าตอนนี้อารมณ์สีอะไร พอรู้ว่าสีแดงก็ลดลงมา หายใจเข้าออกช้าๆเริ่มนับ เฟียตที่โดนตวาดเห็นโมสงบลงเริ่มนับก็สงสัยว่าทำอะไรของเขา?

พออารมณ์เย็นลง โมบอกทุกคนให้ออกไปก่อนแล้วถามเฟียตว่าไม่อยากใส่ชุดนี้เพราะไม่ปลื้มใช่ไหม เฟียตบอกว่าใช่ โมหว่านล้อมบอกว่าเฟียตใส่ชุดนี้แล้วสวย ชุดนี้แพงมาก เป็นคอลเลกชันใหม่ที่ทางสปอนเซอร์ส่งมาให้เรา นอกจากนี้ยังจะให้พี่พีอาร์มาถ่ายรูปสวยๆให้เฟียตเลือกที่ชอบที่สุด ให้เด็กรีทัชแล้วส่งทำข่าวให้ รับรองปังแน่

เฟียตยอมโดยง่ายแต่มีข้อแม้ตามฟอร์มว่าฉากนี้ฉากเดียวนะ ตนจะลงไอจีตัวเองให้ ติดแฮชแท็กให้ด้วย

“ดีงามค่ะ ขอบใจนะจ๊ะ” โมยิ้มแย้มแจ่มใส สั่งถ่ายต่อเลย

“เจ๊...ทำได้ไงอะ ไปเรียนมาจากไหน” ฝนผู้ช่วยโมถามทึ่ง

“เรียนจากลูก...” โมนึกถึงพีทขึ้นมาทันที แต่ฝนฟังแล้วเหวอไปเลย

วันนี้จุลมาสยกอาหารเช้ามาให้วีแล้วหันไปปอกมะม่วงสุกบอกว่าเจ้านี้หวานมากทั้งหวานทั้งหอม แล้วคะยั้นคะยอให้วีกิน วีจำต้องหยิบมาชิมชิ้นหนึ่ง จุลมาสถามว่าอร่อยไหม แล้วนึกได้ว่าวีไม่ชอบกินมะม่วงสุก วีบอกไม่สบตาว่าวีชอบค่ะ

จุลมาสบ่นตัวเองว่าไม่เคยถามวีเลยว่าชอบผลไม้อะไร เวลาซื้อก็ซื้อแต่ที่แม่ชอบคิดเองว่าวีคงชอบถามว่าแล้ววีชอบผลไม้อะไรบ้าง วีนึกๆแล้วบอกว่าตนชอบมะม่วงเปรี้ยว ไว้กินแก้ง่วงตอนอ่านหนังสือ และชอบมะเฟือง มะดันแต่ชอบที่สุดคือน้อยหน่า จุลมาสบอกว่าวันหลังจะซื้อมาให้และมะม่วงนี่เดี๋ยวแม่จัดการเอง

จากการคุยกันอย่างเปิดใจ ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่างแม่ลูกหายไปในพริบตา

หมอก้องบอกครูพรรณีว่าวิธารีดีขึ้นมากแล้ว ครูพรรณีถามว่ากลับไปเรียนได้แล้วหรือ หมอก้องบอกว่าเด็กควรกลับไปสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ หมอให้เพิ่มข้อหนึ่งคือให้คนในครอบครัวร่วมกันทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ผ่อนคลาย

ทั้งไวทินและจุลมาสไม่รู้จะทำกิจกรรมอะไรเพราะไม่เคยทำ จุลมาสขอให้วีพักที่บ้านสักแป๊บแล้วค่อยกลับไปเรียน เพราะตนอยากปรับความพร้อมของตัวเองด้วย ไวทินเห็นด้วยเพราะเราทั้งสองคนต้องปรับตัวมากพอสมควร พูดขำๆว่านี่ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะทำอะไรกัน

หมอก้องกับครูพรรณีมองไวทินกับจุลมาสอย่างเข้าใจ ขณะเดียวกันพรรณีก็คิดอะไรบางอย่าง พอแยกกันมา ครูพรรณีถามครูป้องว่าทำไมเด็กสมัยนี้จึงเครียดหรือเป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะขึ้น

หมอก้องอธิบายว่าเด็กสมัยนี้ลำบาก เรียนก็หนัก สังคมก็คาดหวัง พ่อแม่ก็คาดหวัง เด็กเรียนรู้ว่าการเรียนดีทำให้พ่อแม่มีความสุข เด็กแบกรับความกดดันความคาดหวังไว้โดยไม่รู้ตัว

หมอก้องเปรียบเทียบให้ฟังว่าสมัยก่อนเด็กได้กินขนมอร่อย เล่นกับเพื่อน ได้อ่านการ์ตูน ก็มีความสุขแล้ว แต่เด็กในปัจจุบัน ความสนุกมันมีเข้ามาทุกวัน ความสุขมันเลยกลายเป็นความธรรมดา จนเขาไม่รู้ว่าความสุขคืออะไร หมอก้องดีใจที่ครูพรรณีสนใจเรื่องนี้เผื่อจะเข้าใจเด็กๆมากขึ้น

พอแยกกัน ครูพรรณีกดข้อความถึงทรายทันที บอกเรื่องวีหนึ่งจะได้กลับบ้านแล้ว ถามว่าครูทรายอาการดีขึ้นหรือยัง จะกลับมาทำงานเมื่อไหร่ ทางฝ่ายวิชาการมีเรื่องจะขอคำปรึกษา ขอให้ทรายหายไว้ๆ ทรายตอบด้วยความยินดีว่าอีกไม่นานคงได้กลับไปทำงาน แล้วเจอกัน ทรายยิ้มมีไฟทำงานต่อขึ้นมาทันที

ฝ่ายไออุ่นไปถึงหน้าที่เรียนพิเศษตอนเช้าก็นั่งนึกถึงเหตุการณ์ก่อนออกจากบ้านเมื่อเช้าเซ็งๆ เพราะพอบอกป๊าว่าจะไปติว เกริกฤทธิ์บอกให้ตั้งใจเรียน เพื่อนที่โรงเรียนถ้าไม่ดีก็คัดๆออกไปบ้าง อุ่นถามว่าใคร เกริกฤทธิ์ระบุว่าแอนเน่นั่นแหละ ถามว่าพ่อแม่เขารู้ไหมว่าลูกเป็นแบบนี้ ไออุ่นบอกว่าไม่เดือดร้อนใครสักหน่อย

“เดือดร้อนพ่อแม่มันนั่นแหละ ปวดกบาลตาย อุตส่าห์มีลูกชายดันออกมาครึ่งๆกลางๆ ถ้าจะเกิดมาเป็นแบบนี้อย่าเกิดมาเลยดีกว่า”

ไออุ่นชะงักเจ็บจี๊ดเหมือนพ่อด่ากระทบตัวเอง รู้สึกเหมือนป๊าบอกว่า ตัวเองไม่น่าเกิดมาเลย

เมื่อไออุ่นเดินเข้าตึกติวเจอแอนเน่ก็ขอโทษที่ตนโกหก เมื่อวานที่ป๊าไม่ค่อยโอ แอนเน่ถามว่าตนหรือเปล่า ไออุ่นบอกว่าเราทั้งสองคนเลย ทั้งสองคนต่างคิดว่าถ้าจะพูดความจริงเรื่องนี้พูดกับแม่ง่ายกว่าพูดกับป๊า

พลันแอนเน่ก็บอกไออุ่นว่าตนเจอคนที่จะตอบปัญหาได้แล้ว ชวนไปสวัสดีครูทรายถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ทรายบอกว่ามาออกกำลังกาย แอนเน่ถามว่าครูรีบกลับไหม ไออุ่นมีเรื่องอยากปรึกษาครูพอดี?

ooooooo


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 17 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 27 เม.ย. 2562 08:36 2019-04-28T00:26:22+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ