ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

สิงห์กับไออุ่นในชุดป้องกันยืนอยู่หน้ารถยนต์เก่าๆสำหรับสอนในช็อป สิงห์สอนไออุ่นเชื่อมต่อชิ้นงานอย่างละเอียด พอไออุ่นเชื่อมตามที่สอนเสร็จ ถามว่าโอเคไหม

สิงห์บอกว่าครั้งแรกทำได้อย่างนี้ก็ถือว่าเก่งแล้ว ไออุ่นตาเป็นประกายเหมือนค้นพบตัวเองแล้ว

ฝ่ายเต๋าดูรูปไออุ่นแล้วรีทวีตพิมพ์ข้อความอย่างคะนองว่า “รับแก้ทอมนะคร้าบ ไม่หายไม่หยุดแก้ อิอิ” แล้วเต๋าก็เดินมาแอบดูไออุ่นที่อยู่กับสิงห์เห็นความน่ารักสดใสเหมือนเด็กสาวทั่วไป เต๋ายิ้มกริ่ม...โดนอ่ะ!!

ooooooo

ฝ่ายกองพลพาใบพัดไปหัดต่อยมวยโดยมีอันยากับแหม่มไปช่วยแนะนำเพราะเคยพาทิวเดนมาแล้ว

ครูสอนมวยพากองพลไปเลือกซื้อนวมและเริ่มสอนจากการใส่นวม อันยาบอกว่าตนเคยใส่ให้ทิวเดนมาแล้วไม่ยากเลย ว่าแล้วจับแขนใบพัดพาไปเลย ใบพัดมองมืออันยาที่จับแขนตน เดินตัวลอยตามไป

แหม่มกับกองพลนั่งคุยกันอยู่อีกมุมหนึ่ง แหม่มถามกองพลว่าวันก่อนที่ถามว่าทิวเดนเคยมีแฟนไหม

มีอะไรหรือเปล่า กองพลปดว่าตนดูหนังสารคดี พูดถึงคนที่มีภาวะออทิสติกกับการมีครอบครัว มีความรัก แต่หลังๆเริ่มมีข้อมูลว่าพวกเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกับเรา รักได้ เสียใจได้เหมือนกัน

ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ แหม่มแนะนำว่ามีซีรีส์เรื่อง Atypical ที่พูดถึงเด็กวัยรุ่นที่เป็นออทิสติกกับการมีความรัก ถ้าอยากเข้าใจความรักในมุมของใบพัด ลองหามาดู

กองพลฟังแหม่มวิเคราะห์ตัวละครแล้วชมว่า

คุณแหม่มดูเก็บรายละเอียดมาก แหม่มยิ้มสดใสบอกว่า ตนดูละเอียดก็ในเรื่องที่เกี่ยวกับลูกนี่แหละ กองพลเห็นรอยยิ้มสดใสของแหม่มก็มองเคลิ้ม พอรู้ตัวก็รีบดึงสติกลับขอตัวไปดูใบพัดก่อนเดี๋ยวมา แหม่มดูกองพลที่เดินไปด้วยความรู้สึกดีไม่ต่างกัน

ooooooo

กองพลไปดูใบพัดต่อยมวย ครูมวยกำลังสอนแทงเข่าบอกให้แทงสูงๆจนใบพัดเสียหลักล้มลง อันยารีบเข้ามาก้มดึงแขนใบพัดขึ้นมาถามว่าไหวไหม เป็นจังหวะที่ผมของอันยาสยายผ่านหน้าใบพัดพอดี

ใบพัดได้กลิ่นผมของอันยาสูดกลิ่นสัมผัสถึงความใกล้ชิด ฮอร์โมนเริ่มทำงาน กองพลเดินมาเห็นพอดีตกใจร้องเฮ้ย! รีบเรียกอันยาเบน ความสนใจไม่ให้อันยาเห็นจุดสำคัญนั้น บอกอันยาว่าพอแค่นี้ก่อนดีกว่า  ไปอาบน้ำก่อน วันหลังค่อยมาต่อยใหม่ กองพลขอบคุณแหม่ม

กับอันยาที่วันนี้มาเป็นเพื่อน คราวหน้าใบพัดน่าจะมาคนเดียวได้แล้ว คงไม่ต้องรบกวนอีก ใบพัดพูดขัดทันทีว่าอันยาอยากมา ถ้าชอบมาเองไม่ถือว่าเป็นการรบกวน

ย้ำว่า “ใบพัดชอบต่อยมวยกับอันยา อันยาผมหอม...”

กองพลรีบตัดบทว่าเอาไว้จะมาอีกเมื่อไหร่จะนัดอีกทีแล้วรีบให้ใบพัดลาเลย ใบพัดก้มหน้าหันเดินไปที่รถ อึดใจเดียวก็ยิ้ม มือขยับเหมือนเล่นเปียโนและฮัมเพลง... กองพลเห็นอาการของใบพัดแล้วหนักใจ...

ปราบกับอลินเปิดแท็บเล็ตเช็กรถที่จะทำเป็นรถขายเบอร์เกอร์ บุ๊คเดินมาถามพ่อกับแม่จะทำอะไร

“พ่อกับแม่คุยกันว่าจะทำฟู้ดทรักขายแฮมเบอร์เกอร์” ปราบบอก บุ๊คตื่นเต้นบอกให้ไปขายแถวโรงเรียน

ตนจะช่วยขาย พอดีเฌอฟ้าถือขนมปังเดินมาบอกว่าขนมปังหมดอายุแล้วเอาให้เป็นอาหารปลาดีไหม อลินเห็นด้วย เฌอฟ้าถามบุ๊คจะไปไหม

“ไปครับ” บุ๊คกระตือรือร้นมากลุกตามเฌอฟ้าไปทันที อลินกับปราบจึงคุยเรื่องรถกันต่อ ทั้งสองปรึกษาหารือกันอย่างมีอารมณ์ร่วมเข้ากั๊นเข้ากัน บุ๊คหันมองพ่อกับแม่แล้วยิ้มรู้สึกดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

เฌอฟ้าให้อาหารปลาไปก็คุยกับบุ๊คไปสบายๆ พูดถึงพ่อแม่จะเห็นค่าลูกตอนที่กำลังจะเสียลูกไปว่า

“จริงๆพ่อแม่ก็ไม่ผิดนะ เพราะบางทีเขาก็ไม่รู้อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็แค่งานยุ่งอยากหาเงินมาให้เรา แม่พี่ก็เป็น ถ้าพี่ไม่เป็นมะเร็งแม่ก็คงไม่อนุญาตให้พี่ออกมาเที่ยวแบบนี้หรอก”

เฌอฟ้าเล่าประสบการณ์ของตัวเองว่า รู้ว่าพ่อแม่รักเรามากแค่ไหนก็ตอนนี้แหละ บุ๊คก็น่าจะเหมือนกัน

ใช่ไหม บุ๊คบอกว่าตนก็เพิ่งรู้เหมือนกัน เฌอฟ้ารำพึงเศร้าว่า แต่พ่อแม่บางคนที่ไม่ทันได้บอกลูกแบบว่าลูกไปซะก่อนจะได้บอกว่ารักแค่ไหน พี่ว่าน่าสงสารทั้งพ่อแม่ทั้งลูกเลย

ทั้งสองคนพยักหน้าเศร้าๆอย่างเคยอยู่ในอารมณ์เดียวกัน

ooooooo

นักจิตวิทยา...เป็นผู้ช่วยเหลือให้คำแนะนำผู้มีปัญหามามากมาย แต่พอตัวเองเจอปัญหาก็แก้ไม่ตก ทรายก็เช่นกัน เศร้าซึมเมื่อเสียลูกไปจนกรถามว่าต้องการใครสักคนมารับฟังเสียงจากข้างในของตัวเองบ้างไหม

ทรายพยักหน้านึกถึงอาจารย์พลอยที่สอนตนมา อาจารย์พลอยบอกว่านักจิตฯไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็ต้องเคยผ่านปัญหานี้มาทั้งนั้น เอาเรื่องเขามาคิด เอาปัญหาเขามาเป็นปัญหาของตัวเอง พอมันสะสมไปเรื่อยๆชีวิตเรามันก็เริ่มไม่สมดุล ย้ำกับทรายว่า

“งานที่เราทำเหมือนการใส่เครื่องแบบ พอถึงบ้านก็ต้องถอดมันออก ถอดออกจากหัวใจแล้วหันมาดูแลตัวเองเพื่อที่จะกลับไปทำงานในวันรุ่งขึ้น”

อาจารย์พลอยถามทรายว่า จำพรีเซนต์ธีสิสป.โทได้ไหม ทรายพยักหน้า อาจารย์พลอยย้ำเตือนว่า

“ครูบอกให้ไปเก็บเคสจริงมา งานที่เราทำมันใช้แต่ในตำราไม่ได้ หลักวิชาการเป็นแค่แนวทางให้เรา

ที่เหลือเราต้องออกมาเจอกับความจริงแล้วนำมาปรับใช้ ตอนนี้ทรายกำลังเจอเคสที่ไม่ง่าย เรียนรู้ รับมือและเติบโตขึ้นจากสิ่งที่กำลังเจออยู่ตอนนี้นะ”

ทรายน้ำตาไหลที่อาจารย์พลอยมาปลดล็อก

บางอย่างในใจของตน แต่เมื่ออาจารย์พลอยมาเจอกรที่หน้าลิฟต์ กรขอบคุณที่อาจารย์มาช่วยคุยกับทราย แต่พออาจารย์บอกว่ากรเองก็ต้องการคนคุยด้วยเหมือนกัน กรตอบทันทีว่าตนโอเค ตนรับมือกับมันได้ แต่พอแยกกัน กรไปเห็นพ่อแม่อุ้มลูกน้อยมากันอย่างมีความสุข กรก็จิตตกโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ทรายบอกพ่อกับแม่ว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วตนจะขอไปอยู่ด้วยสักพัก แม่บอกว่าเราสองคน

ไม่มีปัญหาถ้าคุณกรยอม พอดีกรเข้ามา พอรู้ก็โทร.คุยกับครูป้องให้ช่วยดูแลพีทกับใบพัดแทนทรายสักระยะ

ครูป้องยินดีเพราะตนดูแลพีทอยู่แล้วแต่ใบพัดตอนนี้อาจต้องคุยกับกองพลมากหน่อยเพราะค้นพบสถานการณ์บางอย่าง และเมื่อครูป้องเจอกองพล ครูป้องเอาวิดีโอให้กองพลบอกว่าให้ใบพัดดู เล่าว่า

“ผมเคยเข้าอบรมเรื่อง ‘ออทิสซึมกับความต้องการทางเพศและความรัก’ ที่แคนาดา เขาให้ความรู้กับคนในครอบครัวและครูเพื่อรับมือครับ วิดีโอชุดนี้สอนให้เด็กออทิสติกชายเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและเคมีในร่างกาย ความต้องการเมื่อถูกกระตุ้น และบอกวิธี ‘ปลดปล่อย’ มันออกมา”

กองพลถามว่าเนื้อหามันจะล่อแหลมหรือเปล่า ครูป้องยืนยันว่าไม่ เดี๋ยวตนจะไกด์ให้ว่าต้องพูดยังไง พอใบพัดเรียนรู้แล้วเราจะสอนให้เขาแยกให้ได้ว่า เขาทำแบบนี้ที่ไหนได้บ้าง

ฝ่ายพีทแม้จะได้รับการฝึกให้ควบคุมอารมณ์แต่เมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งสติอารมณ์ก็ปรี๊ดอาละวาด แต่เมื่อครูชิชาแยกพีทไปพยายามให้ดึงสติกลับมาและนับเลข พีทก็เริ่มควบคุมอารมณ์ได้

ครูป้องชมว่าทำได้ดีมาก ครูชิชาบอกว่าเมื่อเช้าไปเยี่ยมพี่ทรายมา พี่ทรายห่วงเคสพีทอยากให้ตนช่วยย้ำเวลาพีทอารมณ์ขึ้น ตนเลยสอนวิธีนับเลขและพีทก็ทำได้

ส่วนวีหนึ่งวันนี้นั่งคุยกับหมอ วีหนึ่งบอกหมอว่าตอนนี้รู้สึกโล่งขึ้นเพราะบางทีคิดว่าตัวเองทำให้แม่ผิดหวังเสียใจแต่แม่จำเรื่องพวงมาลัยของตนได้ ตนไม่คิดว่าเรื่องเล็กๆที่ดูไม่สำคัญแต่แม่ก็จำได้ เลยคิดว่า

ตนคงเป็นลูกที่ไม่แย่สักเท่าไหร่ก็เลยรู้สึกโล่ง หมอถามว่าแล้ววีมีอะไรที่ไม่เคยบอกแม่แต่อยากบอกไหม วีหนึ่งนิ่งคิด หมอพูดทิ้งท้ายว่า “ลองพูดให้แม่ฟังนะ บางทีคุณแม่อาจจะรู้สึกดีแบบที่วีเป็นก็ได้นะ”

และเมื่อวีหนึ่งเปิดใจคุยกับแม่ขอโทษที่ตนไม่ค่อยได้พูดสิ่งที่คิดกับแม่ จุลมาสถามว่ามันเขินใช่ไหม ครูทรายบอกว่าต้องใช้เวลาค่อยๆฝึกไป

วีหนึ่งเห็นแววตาอ่อนโยนน้ำเสียงอบอุ่นของแม่ก็น้ำตาร่วงบอกว่า

“วีรักแม่นะคะ วีดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ วีรักแม่ที่สุดในโลกเลย”

“แม่ก็รักวีนะลูก รักที่สุดในสามโลกเลย”

แม่ลูกกอดกันหัวเราะสดชื่น ต่างรู้สึกเบาสบายเมื่อกำแพงต่างๆค่อยๆทลายลง

ooooooo

โมรากุลรู้สึกตัวเองผิดที่ตวาดลูกจึงไปดูพีทที่โรงเรียน ครูป้องบอกว่าวันนี้พีทมีพัฒนาการทางอารมณ์ดีขึ้นมาก บอกโมว่าอย่าลืมชมพีทด้วย เพราะคำชมสำคัญมากๆ

พอโมไปหาพีท พีทยิ้มสวัสดีแม่ โมชมพีทว่าวันนี้เก่งมาก เราไปฉลองกันดีกว่า พีทอยากกินอะไร แล้วแม่ลูกก็เดินคุยกันมุ้งมิ้งไป ครูป้องมองตามยิ้มพอใจ

ไออุ่นมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างตัวเอง วันนี้ก็เสิร์ชหาข้อมูล “ฮอร์โมนชายขาย” แอนเน่มาเจอถามว่าแกจะกินหรือ ไออุ่นบอกว่ากินแล้วเมนไม่มา เสียงจะแตกทุกอย่างจะแมน แอนเน่ติงให้ถามหมอก่อนไหม

ไออุ่นบอกว่าป๊ากับแม่ไม่ยอมตนก็ต้องเดินทางลัด แอนเน่บอกว่างั้นเราไปหาครูทรายดีกว่า แต่ไปแล้วปรากฏว่าครูทรายไม่อยู่ ไออุ่นร้อนใจว่าครูทรายหายไปไหน?

ฝ่ายบุ๊คเดินไปเจอบอม จิรายุกับแจ็คเล่นเกมกันอยู่ พอดีนุ่นแฟนแจ็คโทร.มา บอมให้แจ็ครับ แจ็คให้บอมหรือจิรับแทน ทั้งสองไม่รับเพราะจะเล่นของตัว แจ็คเลยยัดเกมใส่มือบุ๊คที่เดินมาพอดี บุ๊คเห็นแจ็คเล่น ROV ค้างอยู่ก็อึ้ง บุ๊คจ้องจอแววตากังวลว่าจะเล่นหรือไม่เล่น อยู่ในภาวะยากที่จะห้ามใจอย่างที่สุด

บุ๊คถูกแจ็คด่าที่ปล่อยให้ป้อมตนแตก บุ๊คบอกว่ามันจะแตกอยู่แล้วเอามาให้ตนเล่นทำไม แจ็คท้าให้ไปตีป้อมกับตนสักตาไหมล่ะ บุ๊คบอกว่าตนมีเรียนเสริมไปไม่ได้ แจ็คเลยชวนบอมรีบไปเดี๋ยวร้านคนเต็ม จิรายุบอกแจ็คให้รีบไปง้อนุ่นเดี๋ยวได้เลิกกันเพราะเกมนี่แหละ

“เออๆไว้วันหลังก็ได้” แจ็คตอบไม่แยแสแล้วบอกบุ๊ค “รอบหน้าเจอกันนะเว้ยไอ้บุ๊ค”

บุ๊คไปหาทรายที่ห้องเจอไออุ่นกับแอนเน่ต่างก็ชะงัก เพราะทรายไม่อยู่ ครูพรรณีมาเห็นถามว่ามานั่งทำอะไรกัน พอรู้ว่ามาหาครูทราย ครูพรรณีถามว่าพวกเธอเป็นเด็กในโครงการครูทรายหรือ บุ๊คกับไออุ่นบอกว่าใช่ แต่แอนเน่บอกว่าตนไม่ได้อยู่แต่อยากอยู่ ครูพรรณีบอกว่าเดี๋ยวจะบอกครูทรายให้

ครูพรรณีไปหากรที่ห้อง เลขาบอกว่า ผอ.ลา  ไม่ได้มาแต่เช้าแล้ว พรุ่งนี้ก็ลาครึ่งวัน บอกว่าท่านรองฯมีอะไรด่วนโทร.หา ผอ.ได้เลย ครูพรรณีแปลกใจมาก สังหรณ์ใจว่าต้องมีอะไรแน่ๆ

ooooooo

กรไปคุยกับทรายเรื่องไปอยู่บ้านแม่ บอกว่าตนวางใจให้แม่ดูแล ทรายไม่ต้องคิดมาก ทรายขอบคุณที่เข้าใจ ทั้งสองจับมือให้กำลังใจกันในช่วงเวลาที่แสนยากอย่างนี้

ทันใดนั้นประตูเปิดออก ครูป้องถือกระเช้าเข้ามาตามด้วยครูพรรณี ครูพรรณีขอโทษที่ขอตามมาเพราะพอดีทราบข่าวโดยบังเอิญเพราะได้ยินครูป้องกับครูชิชาคุยกัน เลยขอมาเยี่ยมด้วยถามว่าทรายป่วยเป็นอะไร กรตอบแทนว่าเครียดนิดหน่อย ครูพรรณีเออออว่าช่วงนี้คงงานหนัก บอกว่าในระหว่างพักฟื้นหากมีอะไรให้ตนช่วยก็ยินดี

“ขอบคุณครับ ผมมีงานให้รองฯช่วยแน่ๆ ไม่ต้องห่วงครับ” กรยิ้มเปิดเผย

ครูพรรณีบอกว่าวันนี้มีเด็กมาคอยที่หน้าห้องให้คำปรึกษาสองสามคน ถามว่ามีอะไรเด็กก็ไม่ตอบเลยให้จดชื่อไว้ พลางยื่นกระดาษให้ดู กรรับไปอ่าน

“อุ่นกับบุ๊ค เดี๋ยวผมตามเรื่องต่อให้เอง ชิชาตามอุ่นนะ บุ๊คผมจัดการเอง”

ครูพรรณีบอกว่าค่ำแล้วตนขอตัวกลับก่อน มองทรายอย่างเมตตาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนว่า

“ฉันรู้ว่าครูทรายเข้มแข็งพอที่จะผ่านมันไปได้ หายไวๆนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ” ทรายสัมผัสได้ถึงความห่วงใยและกำลังใจจริงๆ ทำให้มีกำลังใจขึ้นมาก กรมองครูพรรณีอย่างซึ้งใจในความหวังดี แล้วเดินไปส่ง ระหว่างนั้นก็ขอร้องอย่าบอกเรื่องทรายป่วยเพราะไม่อยากให้แม่เป็นห่วง

“ได้ค่ะ ดิฉันจะไม่บอกท่าน” ครูพรรณีรับปากทั้งที่แปลกใจ “ส่วนเรื่องกิจกรรมเกม ดิฉันมีข้อเสนอนะ พรุ่งนี้จะขอเปิดประชุมนะคะ ส่วนเคสวิธารีดิฉันพอมีข้อมูลอยู่ จะประสานงานต่อให้ค่ะ”

กรถามว่ารองฯไม่สงสัยหรือว่าทำไมตนขอไม่ให้บอกแม่ ครูพรรณีบอกว่าก็ ผอ.บอกว่าไม่อยากให้ท่าน เป็นห่วงไง แล้วนัดพรุ่งนี้เจอกัน กรรับคำและไหว้ขอบคุณ ครูพรรณีอึ้งเมื่อได้สัมผัสถึงความเคารพอย่างแท้จริงจากการไหว้ของกร รับไหว้แล้วเดินไป กรมองตามอย่างรู้สึกดี

ooooooo

แม้ทรายจะอยู่ในโรงพยาบาลแต่ก็ติดตามเรื่องราวของเด็กในโครงการอย่างใกล้ชิดทั้งจากป้องและชิชา ป้องติงว่าคุณกรห้ามคุยเรื่องงาน

ทรายรู้ว่าชิชาคุยง่ายกว่าป้องจึงถามชิชาก่อนว่าพีทเป็นไงบ้าง ชิชาบอกว่าพีทนับเลขเองได้แล้ว ปรับระดับอารมณ์ได้เองแล้ว

“ดีจัง...แล้วใบพัดล่ะ เรื่องนั้นคุยกับคุณกองพลหรือยัง” ป้องบอกว่าเรียบร้อย รอดูผลอีกที

ทรายถามถึงวีหนึ่ง ชิชาบอกว่าเริ่มบำบัดกับหมอแล้ว ถ้าไม่มีอะไรตนจะอัปเดต ทรายถามถึงไออุ่นว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า

“อ้อ คุณจุลมาสฝากบอกให้พี่ทรายหายเร็วๆนะคะ”

ป้องเสริมว่าคุณโมรากุลด้วย ทรายยิ้มอย่างรู้สึกดีกับข่าวคราวที่ได้รับ พลันทุกคนก็หยุดชะงักเมื่อกรผลักประตูเข้ามา กรบอกว่าไม่ต้องหยุดพูดก็ได้ตนแอบฟัง มาพักหนึ่งแล้ว

“แค่อัปเดตนิดหน่อยเองค่ะ” ทรายแก้เกี้ยว

“งั้นผมก็อัปเดตเรื่องนี้ด้วย...รองพรรณีจะมาช่วยดูเคสของวิธารี และพรุ่งนี้จะขอนัดประชุมเพื่อเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการจัดชมรมเกม...ฝากชานัดครูน้อยด้วย”

ชิชารับคำ ทรายรีบบอกว่าประชุมว่ายังไงชาอัปเดตพี่...อัปเดต ผอ.ด้วยนะ กรบอกว่าดีมากแต่ตนอยู่ในห้องประชุมด้วยไม่ต้องอัปเดตตนแล้วก็ไม่ต้องอัปเดตทรายด้วย ทรายจ๋อยจำต้องรับสภาพ

บรรยากาศเริ่มกร่อย ชิชาจึงยกถาดผลไม้มาให้บอกให้พี่ทรายทานเยอะๆจะได้หายไวๆ ทรายขอบใจ ชิชากับป้องจึงไหว้ลาออกไปด้วยกัน กรมองแล้วเปรยๆ

“คู่นี้เขาก็น่ารักดีนะ” แล้วหยิบผลไม้กินเนียนๆ ถูกหยอกว่านี่ผลไม้คนป่วยนะ กรทำหูทวนลมหยิบกินอีก ทรายเลยตีมือ ทั้งสองหัวเราะกันอย่างสดชื่น ทรายดูสดใสขึ้นมาก กรเห็นแล้วสบายใจ

เมื่อทรายอยู่ตามลำพังคิดถึงไออุ่นที่จะตัดนมแล้วกังวลไม่รู้เป็นยังไงบ้าง คิดถึงบุ๊ค คิดถึงใบพัด คิดถึงวีหนึ่งที่นอนไม่รู้สึกตัว และคิดถึงพีทที่ชิชาบอกว่านับเลขเองได้แล้ว ปรับระดับอารมณ์ได้เองแล้วด้วย ทรายยิ้มออกที่อย่างน้อยก็มีเรื่องดีๆเป็นรางวัล

คืนนี้โมรากุลเห็นพีทนอนดูทีวีจนดึกก็เตือนว่าดึกแล้วพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า พีทอ้อนว่าอยากดูอีก โมเรียกเสียงเข้มทันทีแต่พอรู้สึกตัวก็เสียงอ่อนลง พีทได้ยินแม่เสียงแข็งก็ถามว่าเรียกพีททำไม

โมรากุลรู้สึกตัวปรับเสียงอ่อนลงบอกพีทว่าไปนอนก่อนพรุ่งนี้จะได้ตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า ตั้งใจเรียน พอพีทกลับแม่ให้ดูต่อ 2 ตอนเลย พีทต่อรอง 3 ตอน ได้ไหม

“ได้ แต่กลับจากโรงเรียนพีทต้องรีบอาบน้ำกินข้าว ช่วยตารดน้ำต้นไม้ เอาไปเลย 3 ตอน!”

“โอเคครับ!” พีทลุกไปปิดทีวีบอกไม่ลังเล “พีทไปนอนครับ”

พีทกับโมเดินไปที่ห้องนอนด้วยกัน ธรรมชนะแอบดูอยู่ยิ้มพอใจ...

ooooooo

คืนนี้ตานะบอกยายพรอย่างปลื้มปีติว่า พีทกับโมเปลี่ยนไปเยอะ แม่มันก็เย็นลงเยอะ ลูกมันก็ว่าง่ายขึ้นเยอะ พูดขำๆว่าอย่างกับโดนจับอาบน้ำมนต์ไล่ผีร้ายออกจากร่าง

ยายพรแย้งว่าผีร้ายไม่ได้ออกเพราะน้ำมนต์แต่ออกเพราะโดนครูทรายกับครูป้องจับเป่าคาถาไฟเขียว ไฟแดง ไฟเหลือง นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะได้ผลจริงๆ

“บ้านเราสงบลงได้ก็เพราะครูช่วยไว้ ฉันยังจำวันแรกที่เจอกันเลย เราสองคนไม่มองหน้าแถมด่าอีกต่างหาก ครูเขาก็ทนเนอะ สู้ไม่ถอยจริงๆ”

“ตาพร พรุ่งนี้เช้าแวะซื้อมะพร้าวสวนตาโย่งท้ายซอย ให้หน่อย ฉันจะทำขนมเปียกปูนกะทิสดไปให้ครูทราย” ตานะถามว่าจะเอากี่ลูก “ครึ่งโหล แก่ๆอ่อนๆคละๆกัน พรุ่งนี้ซื้อมะพร้าวแล้วอย่าเถลไถล รีบกลับมาช่วยฉันทำด้วย จะได้ทันให้ครูทรายกินตอนพักเที่ยง เข้าใจไหม”

“ครับผม!” ตานะทำท่าตะเบ๊ะล้อๆ แล้วตากับยายก็หัวเราะกันครึกครื้น อบอุ่น มีความสุข

ฝ่ายกองพลเมื่อได้รับวิดีโอจากครูป้องแล้วก็เริ่มคุยกับใบพัดกลัวๆกล้าๆ หยั่งเชิงจากหนังสือเกี่ยวกับร่างกายของคนเราที่แม่เคยเอาให้อ่านก่อน ปรากฏว่าใบพัดจำแม่นพูดคล่องเกี่ยวกับโครงสร้างร่างกายมนุษย์ ทำให้กองพลเข้าสู่เรื่องที่ตนจะพูดได้ง่ายขึ้น บอกว่าวันนี้ลุงจะเจาะลึกลงไปอีกหน่อย ไปถึงระบบสืบพันธุ์

ใบพัดจำได้อีก บอกว่าระบบสืบพันธุ์ต้องอาศัยสารต่างๆ เช่น ของเหลว ฮอร์โมน...

“อ๊า! อันนี้แหละ ฮอร์โมนนี่แหละ พอเราเป็นวัยรุ่นนะ ฮอร์โมนมันก็เริ่มทำงาน...”

กองพลดีใจที่เข้าสู่ประเด็นได้รวดเร็ว แต่พอจะพูดถึงรูปธรรมก็เริ่มอึดอัดลำบากแต่ก็ต้องพูด ใบพัดฟังกองพลอย่างตั้งใจมาก กองพลอธิบายเรื่องฮอร์โมนว่า เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ให้ทำตามนี้...หันไปหยิบวิดีโอบอกใบพัดว่า ในวิดีโอจะมีวิธีบอกว่าเราต้องทำยังไง...ใบพัดลองดูนะ

ใบพัดรับวิดีโอแล้วจะเดินไปเปิด กองพลรีบบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวใบพัดต้องดูคนเดียวในห้องนอน พอลุงออกไปก็ล็อกห้องแล้วเปิดดู ดูเสร็จแล้วเราค่อยคุยกัน โอเคนะ ใบพัดไม่ตอบแต่เดินไปเปิดประตูบอก “ลุงไปได้แล้วครับ”

กองพลออกไปนั่งรอนอกห้อง จับเวลาตั้งแต่ทุ่มกว่าจนเกือบสามทุ่ม ใบพัดจึงเปิดประตูห้องยิ้มกริ่มออกมานั่งข้างกองพล พอกองพลถามว่าเป็นไง

“มัน-ดี-มาก-ครับ...ผมไม่เคยรู้เลยว่ามันต้องทำแบบนี้ มันดีจริงๆครับ หนังสือที่แม่ให้มาอ่านไม่เห็นบอกให้ทำแบบนี้”

“โอเค!!” กองพลทั้งดีใจทั้งขำ “คราวนี้สิ่งที่สำคัญมาก ถ้าความต้องการมันเกิดขึ้น ใบพัดจะทำแบบเมื่อกี้ทุกที่ไม่ได้ ไม่ใช่ทำที่ไหนก็ได้ ต้องทำในที่ส่วนตัวเท่านั้น”

ผ่านขั้นตอนที่พูดลำบากที่สุดแล้ว กองพลสอนใบพัดให้รู้จัก “พื้นที่ส่วนตัว” และ “พื้นที่สาธารณะ” ว่าแตกต่างกันอย่างไร ที่ไหนเป็นส่วนตัวและที่ไหนเป็นที่สาธารณะ เราต้องรู้ว่าที่ไหนทำได้ ที่ไหนทำไม่ได้

กองพลสอนอยู่จนถึงสี่ทุ่ม ใบพัดบอกว่าตนเข้าใจแล้ว และสี่ทุ่มตนต้องเข้านอนแล้ว

กองพลถอนใจอย่างโล่งอกที่การสอนผ่านไปได้ด้วยดี แต่แล้วก็ตกใจเมื่อใบพัดโผเข้ากอดเต็มมือเหมือนจะบอกอะไรแต่พูดไม่ออก ได้แต่บอกว่า

“วันนี้มันดีมากจริงๆครับ ขอบคุณครับ” พูดแล้วเดินไปเลย

กองพลจุก ตื้อ รู้สึกถึงคุณค่าของการเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง

ooooooo

กรดูแลทรายที่บ้านอย่างดี เตรียมทุกอย่างไว้ให้หยิบง่ายใช้คล่องเพื่อทรายจะได้ไม่ต้องเคลื่อนไหวมากและที่ย้ำหนักคือห้ามคิดเรื่องงาน ทรายรับปาก แต่พอกรคล้อยหลังไปทำงาน ทรายก็คิดเรื่องงานทันที

วีหนึ่งยังอยู่โรงพยาบาล หมอก้องคุยกับจุลมาสและไวทินให้ปรับสิ่งแวดล้อมให้พร้อมก่อน ที่อยู่ต้องถูกสุขลักษณะอย่าให้มีส่วนที่ทำให้เกิดความเครียดได้ ที่สำคัญห้องนอนต้องมีไว้นอนเท่านั้น

ไวทินกับจุลมาสช่วยกันจัดห้องนอนแล้วถ่ายรูปไปให้วีดู วีถามว่าตนกลับบ้านแล้วเมื่อไหร่จะได้กลับไปเรียน จุลมาสบอกว่าหมอบอกว่าต้องคุยกับครูพรรณีก่อนแต่วีอย่าเพิ่งคิดเลย


ทรายนอนพักอยู่ได้ยินเสียงรถเข้ามาจึงเดินไปที่ห้องรับแขกถามพ่อกับแม่ที่เพิ่งกลับมาว่าเจอหนังสือของตนไหม น้ำทิพย์บอกว่าเจอหนังสือและเจอคุณตาคุณยายด้วย พอดีธรรมชนะกับครองพรเดินตามเข้ามา ทรายสวัสดีถามว่ามากันได้ยังไง

สักทองเล่าว่าไปเอาหนังสือให้ทรายเจอคุณตาคุณยายนั่งรอทรายอยู่หน้าห้องเลยคุยกัน คุยไปคุยมาถูกคอ ธรรมชนะบอกว่าพอรู้ว่าทรายป่วยเลยขอมาเยี่ยม ครองพรบอกว่ามีขนมมาฝากด้วย อวดว่าทำเองนะ

น้ำทิพย์ลุกไปเอาจานมาใส่ขนม สักทองไปเอาน้ำสมุนไพร ทรายจึงถามคุณตาคุณยายว่ามีอะไรไหม

น้ำทิพย์กับสักทองถามกันว่าทรายจะต่อว่าไหมที่พาคุณตาคุณยายของเด็กมาที่บ้าน สักทองฟันธงว่าลูกต้องว่าอยู่แล้ว น้ำทิพย์ร้องอ้าว แล้วทำไมพ่อพาเขามาล่ะ

“ก็สิ่งที่คุณตาคุณยายคุยกับเราที่โรงเรียนมันดีมากๆ พ่ออยากให้ทรายได้ยินเอง บางทีมันอาจจะทำให้ทรายรู้สึกดีขึ้น”

ooooooo

ธรรมชนะขอบคุณทรายที่ใส่ใจพีทและพวกเราในครอบครัวทุกคน

ครองพรขอบคุณที่ทรายไม่เพียงแค่ช่วยพีทแต่ช่วยพวกเราทั้งบ้าน เรื่องไฟเขียวไฟแดงทำให้บ้านเย็นลงเยอะ ยอมรับว่าไม่เคยคิดว่าหลานจะว่านอนสอนง่ายและลูกจะพูดจาดีๆกับคนอื่นเป็น

“บ้านที่เคยร้อนเป็นไฟตอนนี้เย็นขึ้นเยอะเลยนะครู” ทรายบอกว่ามันเป็นหน้าที่ ตนยินดีทำ “ครูทรายอาจจะทำตามหน้าที่แต่มันสำคัญกับพวกเรามาก” ธรรมชนะเสริม

“ใช่ค่ะ สิ่งที่ครูทรายสอนพีทมันสอนพวกเราด้วย ไม่น่าเชื่อว่าไม้แก่อย่างเรายังดัดได้”

ทั้งธรรมชนะและครองพรต่างหัวเราะ ทั้งปีติและขำตัวเอง บรรยากาศทั้งอบอุ่นและประทับใจ

สักทองกับน้ำทิพย์เอาน้ำสมุนไพรกับขนมเข้ามา ทรายชิมแล้วชมว่าอร่อยมาก ครองพรบอกว่าอร่อย

ก็ทานเยอะๆ ธรรมชนะแซวว่าแค่คำแรกก็รู้สึกแข็งแรงขึ้นมาเลยใช่ไหม

“เปียกปูนวิเศษค่ะ ปลุกเสกอย่างดี ถ้าชอบเดี๋ยวทำมาให้อีกนะคะ” ครองพรหยอดมุก

ทุกคนขำและกินขนมเปียกปูนกะทิสดที่ครองพรทำมาด้วยใจอย่างเอร็ดอร่อย บรรยากาศกันเองมาก

ooooooo

วันนี้ครูพรรณีเปิดประชุมครูคุยเรื่อง “เกม” ตามที่บอกกรไว้ เป็นการเปิดกว้างให้เด็กเสนอความคิดว่าเขาอยากทำอะไรและเราจะทำอะไรได้บ้าง เป็นการ “ร่วมคิดร่วมทำ” หาบทสรุปเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเกม

“คุณกรจะต้องเป็นคนคุยกับเด็กๆ คอยฟังว่าเด็กมีความคิดเห็นอย่างไร และถ้ามีชมรมจริงต้องมีการวางข้อตกลงที่ชัดเจน” ครูพรรณีแจ้งในที่ประชุม กรประมวลความคิดบอกแก่ที่ประชุมอย่างมั่นใจว่า

“ผมเห็นด้วยครับ ผมจะเป็นคนคุยกับเด็กเอง เปิดโอกาสให้เด็กๆได้แสดงความคิดเห็น ผมอยากฟัง ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจัดเย็นนี้เลย”

แจ๊ค บอม จิรายุและบุ๊คคุยกันขณะกลับจาก

กินข้าวกลางวัน แจ๊คถามว่าเย็นนี้ ผอ.จะให้พวกเราเสนอความคิดเรื่องเกมจะไปกันหรือเปล่า จิรายุบอกว่าไป ตนลงชื่อไปแล้ว แจ๊คถามบุ๊ค บุ๊คไม่ตอบแต่ขอยืมมือถือของแจ๊คโทร.บอกแม่ว่าเย็นนี้ขออยู่โรงเรียนเย็นหน่อย เพราะจะฟังครูกรพูดเรื่องชมรมเกม

ปราบกับอลินแปลกใจกับกิจกรรมใหม่ของโรงเรียน เฌอฟ้าถามว่าแล้วตนเข้าฟังด้วยได้ไหม อลินกับปราบมองหน้ากันเชิงถาม...เอาไงดี?

ooooooo

ทรายกำลังอยู่ในระยะพักฟื้น ทุกคนโดยเฉพาะกรกำชับให้พักผ่อนห้ามคิดเรื่องงาน ทรายรับปากทุกครั้ง แต่พออยู่คนเดียวก็ติดตามงานและแอบสอบถามจากครูป้องกับครูชิชา งานทุกอย่างจึงอัปเดตตลอดเวลา

เมื่อทรายรู้ว่ากรจะคุยกับเด็กนักเรียนเรื่องชมรมเกม ถามว่ามีข้อมูลสำหรับคุยกับเด็กๆหรือยัง กรบอกว่ายังมีไม่มาก รอฟังเด็กๆก่อน ทรายจึงปรึกษาหมอสันติขอข้อมูลแล้วให้ครูชิชาช่วยปรินต์ไปให้ ผอ.สำหรับคุยกับเด็กเรื่องชมรมเกม

กรได้รับข้อมูลแล้วขอบคุณทราย แต่ก็กำชับให้พักจริงๆได้แล้ว ห้ามทำงาน

ทรายรับปากรับคำกร แต่พอวางสายแล้วก็ส่งข้อความถึงครูป้องถามเรื่องใบพัดทันที...ครูป้องอ่านข้อความแล้วส่งตอบว่า

“กำลังเคลียร์เรื่องใบพัดกับครูน้อยและผู้ปกครองฆ้องวงศ์ เรียบร้อยแล้วจะรีบอัปเดต...พักผ่อนครับครูทราย”

ครูน้อยคุยกับฆ้องวงศ์และสายขิมผู้เป็นแม่ที่ห้องปกครองโรงเรียนเปี่ยมคุณ บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียดเมื่อครูน้อยแจ้งว่าจะทำทัณฑ์บนฆ้องวงศ์ที่แกล้งนายกายภัทร

สายขิมโต้แย้งเอาเป็นเอาตายว่าเรื่องแย่งกระเป๋ากันฆ้องวงศ์ก็หัวแตกเหมือนกัน ครูน้อยบอกว่าหลังจากนั้นฆ้องวงศ์ยังแกล้งกายภัทรอีกหลายครั้ง พอสายขิม

ถามฆ้องวงศ์ว่าจริงหรือ ฆ้องวงศ์ปากแข็งว่าไม่จริง ครูน้อยจึงอ้างคิมหันต์กับพงศกรที่สารภาพความจริงแล้วว่า

ฆ้องวงศ์เป็นคนออกความคิดและนำเพื่อนแกล้งกายภัทร ทั้งเรื่องขูดช้อนและเรื่องเครื่องตีไข่

พอฆ้องวงศ์จำนนสายขิมก็พูดว่าเรื่องแค่นี้เอง ครูป้องกับครูน้อยอธิบายว่าเด็กออทิสติกจะไวต่อเสียงมาก การทำเสียงดังใส่ถือว่าเป็นการแกล้งที่รุนแรงมาก ครูน้อยเสริมเรื่องฆ้องวงศ์ขโมยสมุดโน้ตเพลงของกายภัทรไปทิ้งมีหลักฐานชัดเจนจากกล้องวงจรปิด

สายขิมพาลกระแชงว่าตนไม่ยอมไม่อนุญาตให้ลงโทษลูกตน กองพลโต้ว่าตอนฆ้องวงศ์ทำร้ายก็เรียกร้องให้ลงโทษกายภัทร ตอนนี้เขาโดนฆ้องวงศ์แกล้งหลายครั้ง ฆ้องวงศ์ก็ต้องได้รับการตักเตือนเช่นกัน ครูน้อยย้ำว่าถ้าฆ้องวงศ์แกล้งกายภัทรอีกก็จะถูกพักการเรียน ระหว่างนี้ฆ้องวงศ์ต้องบำเพ็ญประโยชน์ 2 สัปดาห์ กิจกรรมจะเปลี่ยนไปตามที่ครูจะเห็นสมควร

สายขิมจนด้วยหลักฐานและเหตุผล ตัดบทว่าไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเพราะตนต้องไปประชุมต่อ ถามครูน้อยว่า “แค่นี้ใช่ไหมคะ ดิฉันกลับนะคะ”

พอสายขิมพาฆ้องวงศ์ตะบึงตะบอนกลับไปแล้ว กองพลขอบคุณครูป้องกับครูน้อย คาดหวังว่า

“ฆ้องวงศ์โดนตักเตือนแบบนี้น่าจะหยุดแกล้งใบพัดแล้วนะครับ”

ฝ่ายสายขิมพอลากฆ้องวงศ์ออกไปแล้วก็ด่าว่าทำให้แม่เสียหน้ามาหลายครั้งแล้ว เลิกยุ่งกับไอ้เด็กออฯนั่นเสียที ถ้าย้ายโรงเรียนได้ก็จะย้ายไปเรียนที่อื่น ฆ้องวงศ์ถามว่าจะย้ายตนทำไม ไอ้เอ๋อนั่นต่างหากต้องออกไปไม่ใช่ตน สายขิมปรามว่าอย่าหาเรื่องอีกได้ไหม หัดทำตัวให้มันดีๆเหมือนลูกคนอื่นเขามั่ง

เมื่อฆ้องวงศ์ไปถึงโรงเรียนยังถูกเพื่อนล้อว่า

“ฆ้องวงศ์ลูกรัก มึงโดนแม่สับเละเลยเหรอวะ” ฆ้องวงศ์หาว่าพวกเพื่อนนี่แหละแฉตน อาฆาตว่า “คอยดูกูจะจัดแม่งหนักๆสักดอก” เพื่อนถามว่าไม่กลัวโดนพักเรียนหรือ

“กลัวที่ไหนวะ ปล่อยแม่งไว้ไม่ได้ เสียชื่อกูหมด ต้องจัดหนักๆสักทีจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร”

ฆ้องวงศ์ที่เป็นลูกคนเดียวที่เอาแต่ใจและเป็นหัวหน้ากลุ่มอาฆาตไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด

ooooooo

การประชุม “ร่วมคิดร่วมสร้างสรรค์ชมรมเกม” เริ่มขึ้นแล้ว เด็กๆที่สนใจกิจกรรมทยอยกันเข้าห้องประชุมจนเกือบเต็มห้องประชุมเล็กแล้ว

กรกล่าวเปิดประชุม บอกว่าที่ชวนพวกเรามาก็เพราะอยากฟังความคิดเห็นของนักเรียนทุกคนเกี่ยวกับการเล่นเกม อยากให้พวกเรามาแชร์กัน ถามว่าใครบอกได้ยกมือขึ้น เด็กคนหนึ่งยกมือขึ้นทันที

เด็กคนแรกบอกว่าเกมทำให้ตนได้ภาษา พอมีคนแรกคนต่อไปก็ทยอยตามมาจนแทบแย่งกันพูด คนที่สอง ที่สาม สี่ห้า ต่างบอกว่าทำให้มีเพื่อนเยอะ ฝึกทักษะสายตาความจำดีขึ้น สนุกและคลายเครียด

เด็กชายคนหนึ่งบอกว่าได้แฟนครับ อีกคนแย้งทันทีว่าทำให้ได้แฟนแล้วก็ทำให้เลิกกับแฟนด้วย

“หาเงินได้ครับ! เด็กติดเกมตั้งหลายคนได้เป็นนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติด้วยนะครับ”

พอเด็กคนนี้พูดจบบุ๊คก็ยกมือฟึ่บ! กรเชิญให้พูด

ขณะที่การประชุมกำลังดำเนินไปอย่างคึกคักนั้น ที่หน้าห้อง อลินกับปราบก็กลัวๆกล้าๆเข้ามาเพราะกลัวบุ๊คจะโกรธ เฌอฟ้าบอกว่าเชื่อเถอะบุ๊คไม่โกรธหรอก

บุ๊คลุกขึ้นแนะนำตัวก่อนพูดว่าตนเห็นด้วยกับเพื่อนๆที่พูดถึงข้อดีของการเล่นเกม

“แต่ผมว่าเราเล่นเกมยังไงก็อย่าถึงกับเป็นเด็กติดเกมเลยครับ เพราะถ้าคุณเล่นจนติดจริง ผมบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุก ถ้าคุณยังไม่เคยเล่นเกมจนไม่กินไม่นอนไม่ไปโรงเรียน ไม่เยี่ยว...ไม่อึ คือไม่ทำอะไรเลยนอกจากเล่นเกมแบบหยุดไม่ได้ ไม่คิดจะหยุด ไม่สนใจอะไรนอกจากเกม ไม่สนใจพ่อ เพื่อน หรือแม้แต่ตัวเอง ถ้าใครยังไม่ถึงขั้นนี้คุณยังไม่ติดเกมหรอกครับ ที่ผมพูดได้เพราะผม...เคยติดเกมมาแล้ว”

อลิน ปราบกับเฌอฟ้าเข้ามาได้ยินบุ๊คกำลังพูดพอดี ทั้งสามมองบุ๊คอย่างตื่นเต้น บุ๊คยังคงพูดต่ออย่างมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดลึกซึ้งจนเสียงสั่นว่า

“ผมเคยต่อยพ่อ ผมอาละวาดจนพ่อแม่ต้องส่งผมไปโรงพยาบาล และผมต้องบำบัดอยู่เป็นเดือนกว่าผมจะหายและกลับมาเรียนได้วันนี้ ผมบอกได้เลยว่ามันทรมานมาก...มันไม่เท่ ไม่สนุก ไม่น่าเอามาพูดอย่างภาคภูมิใจแบบที่เขาเขียนๆกันในข่าว...”

ทั้งห้องประชุมฟังบุ๊คเงียบกริบ ปราบ อลิน และเฌอฟ้ามองบุ๊คทึ่ง

“ทุกวันนี้...ผมก็ยังต้องบำบัด ต้องรักษา ถ้าผมไม่ได้ครูกร ครูทราย ไม่มีพ่อแม่ ผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้ผมจะเป็นยังไง” บุ๊คเสียงสั่น จุกจนต้องหยุดพูด เมื่อควบคุมความรู้สึกได้แล้วจึงพูดต่อ “ที่เพื่อนๆพูดข้อดีของเกม มันก็ดีจริงๆนะครับ ผมเห็นด้วย แต่ผมเป็นคนที่เคยเจออีกด้านนึงของเกม มันไม่ได้สวยงามเหมือนที่ผมคิด”

แจ๊ค บอม จิรายุที่ติดเกมอย่างบ้าคลั่งฟังและมองบุ๊คอึ้ง

“อาการ ‘ติดเกม’ มันโคตรจะทรมาน พอไม่ได้เล่น มันเหมือนเราคุมตัวเองไม่ได้ มันเหมือนเราไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้จะเอามือ เอาหัวสมองไปไว้ตรงไหน...”

บุ๊คเล่าว่าตนเคยฝันเหมือนทุกคน ฝันอยากเป็น นักกีฬาอีสปอร์ต อยากเป็นนักแคสเกมที่รวย แต่ตอนนี้เริ่มรู้แล้วว่ามันไม่ง่าย คนที่เขาคิดเกมไม่ได้อยากให้เรารวยเหมือนเขา และที่สำคัญหลายคนที่ทำธุรกิจเกม เขาไม่ได้เล่นเกมอย่างบ้าคลั่งหรือติดเกมเหมือนพวกเรา ถ้าเราอยากเป็นเหมือนพวกเขา เราต้องเล่นเกมให้น้อยลง และทำอย่างอื่นให้มากขึ้น

บุ๊คกล่าวในตอนท้ายว่า ถ้าครูกรเปิดให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับเกม ตนก็จะลงนะ แต่ไม่ได้ลงเพราะอยากเป็นแค่คนเล่น กรถามว่าแล้วบุ๊คอยากเป็นอะไร

“ผมอยากเป็น ‘หมอรักษาเด็กติดเกมครับ’ ผมว่าผมรู้จักมันดีและผมคิดว่าในอนาคต ‘ถ้าประเทศไทยเรายังไม่มีการควบคุมวางแผนเรื่องนี้ดีๆ ยังสนับสนุนให้เกม

เป็นอีสปอร์ตโฆษณาให้เด็กๆอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ’ รับรองว่ามีเด็กอยากเล่นเกม คลั่งเกมและติดเกมเพิ่มมากขึ้นแน่ๆ ผมว่าผมน่าจะรวยกว่านักกีฬาอีสปอร์ตแน่นอน”

บุ๊คปิดท้ายด้วยคำพูดเหมือนตั้งปณิธานว่า

“และถ้าผมกลับไปเล่นเกมอีก ผมจะเป็นคนควบคุมเกม ไม่ให้เกมคุมผมครับ”

เฌอฟ้าปรบมือทันที ทุกคนในห้องประชุมปรบมือตาม บุ๊คหันมาเจอพ่อ แม่กับเฌอฟ้ายืนอยู่ เห็นแม่ร้องไห้ บุ๊คทั้งดีใจและเขิน และเมื่อบุ๊คนั่งลง แจ๊ค บอม จิรายุก็ยื่นมือมาโอบไหล่ทำนอง “มึงโคตรเท่”

บุ๊ครู้สึกดีมากที่ได้รับการยอมรับจากทุกคน...

ooooooo


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 16 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 24 เม.ย. 2562 07:10 2019-04-27T01:35:52+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ