ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

จุลมาสโทร.แจ้งข่าวดีแก่ทราย ทรายดีใจมากบอกว่าเย็นนี้จะรีบไปเยี่ยม รู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูกเมื่อ “หลุดไปอีกขั้น” แต่พอดูกระดาษโน้ตก็สะดุดเพราะเย็นนี้มีนัดกับพีท ครูป้องบอกว่าไม่เป็นไร ตนจะรับไม้ต่อเอง

ทรายบอกว่าคุณตากับคุณยายจะมาด้วย ครูป้องบอกว่าดีจะได้ฝึกไปพร้อมกันเลย แต่ละเคสตอนนี้พัฒนาไปทางที่ดีน่าจะทันก่อนปิดเทอม และทรายก็จะได้ทำหน้าที่คุณแม่บ้านได้อย่างสบายใจ น้าป้องอยากเห็นหน้าหลานแล้ว

ทรายแซวว่าน้าหรือลุง ป้องขำบอกว่าลุงก็ได้เพราะตอนนี้กระแสลุงกำลังมาแรง

ส่วนบุ๊คที่มาเรียนวันแรก เพื่อนกลุ่มเล่นเกมออนไลน์เรียกบุ๊คที่ถือว่าฝีมือขั้นเทพให้ช่วยแก้สถานการณ์หน่อย บุ๊คนึกถึงสัญญาที่ให้กับพ่อแม่ไว้ว่าจะไม่เล่นเกมอีก จนกว่าจะเรียนจบชั้น ม.4 บอกว่าไม่ได้ต้องรีบกลับบ้าน วันนี้นัดหมอไว้แล้วผละไปเลย

พอกรรู้ก็ชมว่าบุ๊คเก่งมาก อาทิตย์หน้ามาเรียนเต็มวันน่าจะสบายมาก

“ผมว่ามันก็น่าจะง่ายกว่าวันนี้” บุ๊คขอบคุณกรกับทรายที่แนะนำพ่อแม่ตนหลายอย่าง “ผมไม่เคยคิดเลยนะครับว่า ครอบครัวผมจะเป็นแบบที่มันเป็นในวันนี้” บุ๊คซึ้งจนน้ำตาคลอ “เอาจริงๆนะครับ ผมไม่เคยนึกเลยว่าพ่อแม่รักผมมากขนาดนี้ ผม...ขอบคุณมากครับ”

กรบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของครูอยู่แล้ว ทรายก็ว่าพ่อแม่บุ๊คก็รู้แล้วว่าบุ๊ครักพวกเขามากเหมือนกัน ชมว่าบุ๊คเข้มแข็งเพื่อตัวเองเพื่อครอบครัว ขอบคุณตัวเองด้วยนะที่มาถึงวันนี้ได้

“ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะทำได้ดี ก็จะพยายามรักษาสกิลนี้ไว้ อัปเวลไปเรื่อยๆนะครับ” แล้วลากลับเพราะอยากกลับให้ตรงเวลาที่นัดพ่อแม่ไว้

กรถอนหายใจเบาๆ พูดกับทรายอย่างรู้สึกดีว่า

“เวลาที่เราช่วยเหลือใครแล้วเขาเห็นคุณค่า มาขอบคุณเรา มันรู้สึกดีเนอะ”

“แล้วคุณล่ะคะ ขอบคุณรองพรรณีหรือยัง”

“เออใช่ ลืมไปเลย”

เมื่อกรไปขอบคุณครูพรรณี พรรณีบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว แต่ถึงเป็นหน้าที่ตนก็ขอมีข้อแลกเปลี่ยนจาก ผอ. ครูพรรณีเสนอขอเป็นที่ปรึกษาในการปรับรายวิชาในหลักสูตร PBL ของครูป้องเกียรติ

“ทำไมครับ”

“เพราะฉันคุยเรื่องนี้กับ ผอ. และครูป้องมาหลายครั้ง แต่ไม่มีใครทำอะไร ฉันเลยคิดว่าน่าจะเข้ามาช่วยก่อนที่ผู้ปกครองจะไม่เข้าใจและต่อต้านมากไปกว่านี้ ผอ.จะได้มีเวลาไปทำเรื่องกิจกรรมอื่นๆได้เต็มที่”

เห็นสีหน้ากรเหมือนจะแย้ง ครูพรรณีขัดทันทีว่า ไม่ได้ประชดแต่คิดแบบนั้นจริงๆ แล้วถามว่า ผอ.รู้ไหมว่าปัญหาการศึกษาของไทยคืออะไร กรว่าส่วนหนึ่งก็ความล้าหลัง ครูพรรณีบอกว่าไม่ใช่การปิดกั้นหรือการยึดติดอยู่กับอะไรเดิมๆ แต่ปัญหาคือการเปิดกว้างมากเกินไปและการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

กรนิ่งฟังอย่างแปลกใจ ครูพรรณีพูดต่ออย่างเห็นปัญหาและเข้าใจว่า

“ผู้บริหารที่มีความตื่นตัวมาก อะไรใหม่ ใครว่าดีรับมาเลย ลองทำเลย โดยไม่ได้เตรียมความพร้อมของครูและผู้ปกครองที่จะต้องให้ความร่วมมือกับโรงเรียน ไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสังคมไทย ครอบครัวไทยและธรรมชาติของคนไทย กลายเป็นหัวมังกุดท้ายมังกร การเปลี่ยนแปลงต้องควบคู่กับการปรับปรุง ศึกษาอย่างรอบคอบและรอบด้านจึงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง”

“ผมเห็นภาพแล้วครับ ขอบคุณที่แนะนำ” ครูพรรณีถามว่าแล้วจะให้ตนประสานงานกับครูป้องไหม กรพูดอย่างจริงใจว่า “เชิญเลยครับ ผมมั่นใจว่ารองฯมีความรู้และเข้าใจมากพอ อย่างน้อยก็มากกว่าผม”

“ขอบคุณที่ ผอ.เปิดกว้างและวางใจฉัน ฉันเองก็พยายามเปิดกว้างและทำในสิ่งที่ ผอ.แนะนำเช่นกัน”

หลังเลิกเรียน ครูพรรณีคุยกับทราย ทรายคาดว่า ผอ.คงไม่รู้ว่ารองฯสนใจเคสของวิธารีอยู่แล้ว และตอนนี้เราต้องประสานกันทุกฝ่าย เพราะเคสของวีน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กคนอื่นๆด้วย

“ฉันก็คิดแบบเดียวกัน วันนี้ก็เลยขออนุญาตครอบครัวไปเยี่ยมเด็กกับครูทราย พูดตามตรง ตั้งแต่เป็นครูมา ก็ไม่เคยต้องมาทำอะไรแบบนี้ มีอะไรแนะนำได้เลยนะคะ”

ความอ่อนน้อมถ่อมตัวของครูพรรณีทำให้ทรายยิ่งชื่นชมว่า ครูพรรณีเป็นครูที่เปิดกว้างมากและยิ่งมั่นใจว่าตัวเองมองคนไม่ผิดจริงๆ

ooooooo

ครูป้องเล่านิทานประกอบการเรียนรู้ให้เด็กๆฟังเกี่ยวกับสีกับอารมณ์ ครูป้องเล่าสนุกสนานโดยให้เด็กๆร่วมแสดงและทายสีอารมณ์กัน โดยเฉพาะพีททั้งร่วมแสดงและทายสีกับอารมณ์อย่างสนุกสนาน

ครองพรกับธรรมชนะเพิ่งมาถึงเห็นพีทเล่นอย่างร่าเริงก็ยิ้มพอใจ ส่วนพีทเล่นได้ก็ภูมิใจ

นอกจากเล่นทายสีกับอารมณ์กันแล้ว ครูป้องยังสอนวิธีที่จะหลุดจากอารมณ์พีทที่เป็นสีแดงด้วยคือให้นับหนึ่งถึงสิบ แต่ถ้าถึงสิบแล้วอารมณ์ยังไม่หลุดก็ให้นับใหม่จนกว่าอารมณ์จะเป็นสีเขียว

ทั้งตาและยายจึงได้ร่วมฝึกร่วมสนุกกับพีทด้วย กลายเป็นตา ยาย หลาน เรียนไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน พอโมรากุลมายายก็จับมาร่วมเรียนด้วยกลายเป็น 4 คนนั่งนับเลขกัน ป้องมองพีทที่เป็นตัวหลักฝึกจริงจังอย่างพอใจ

หลังการฝึก ครูป้อง โมรากุล ครองพรและธรรมชนะนั่งสรุปกันในห้อง ส่วนพีทนั่งเล่นห่างออกไป

“พีทเรียนรู้แล้วว่า การอาละวาดไม่ทำให้เขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ตอนนี้เขาเลยต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ แต่คนในครอบครัวต้องให้ความร่วมมือด้วยนะครับ” ครูป้องสรุป

ครองพรถามว่าต้องทำยังไง ครูป้องบอกว่าต้อง ใจแข็ง เพราะพีทกำลังเปลี่ยนการรับรู้ คนในครอบครัวต้องช่วยยืนยันความคิดนี้ ถ้าเขาโดนขัดใจแล้วอาละวาดเราก็ต้องไม่ใจอ่อนตามใจ เพื่อให้เขาดึงสติกลับมา ถ้ายังไม่ฟังก็ให้เข้าไปกอดแล้วนับเลขพร้อมกัน ต้องใจแข็ง ไม่อย่างนั้นการฝึกก็สูญเปล่า

ครูป้องย้ำว่าทั้งสามคนต้องเตือนๆกัน ตอนนี้พีทกำลังตั้งใจเต็มที่ เรียนรู้ได้เร็วมาก ทั้งสามพยักหน้ากันอย่างมีความหวัง

ooooooo

เมื่อรู้สึกตัวแล้ว วีหนึ่งถามว่าพ่อแม่ตนอยู่ไหน พยาบาลบอกว่าคุยกับหมอและครูสองคนอยู่ห้องข้างๆ วีสงสัยว่าครูสองคนเป็นใคร ที่แท้คือทรายกับครูพรรณี

หมอบอกว่าพ่อแม่ต้องเข้าใจปฏิกิริยาของคนในครอบครัวที่มีต่อกันมากขึ้น เช่นบางครั้งลูกบอกเราว่าไม่เครียดแต่จริงๆแล้วเขาอาจจะเครียดอยู่ หรือบางคำพูดเราพูดด้วยความหวังดี แต่จริงๆเป็นการกดดันลูกโดยไม่รู้ตัว จุลมาสยอมรับว่าบางครั้งตนก็สร้างความกดดันหลายอย่างให้ลูกโดยไม่รู้ตัว

หมอบอกว่าในเรื่องการเรียนคงต้องให้เด็กพักไปก่อน ครูพรรณีบอกว่าตนจะประสานกับครูประจำชั้นทำเรื่องลาป่วยเฉพาะกิจให้ ไม่ต้องห่วง ส่วนไวทินก็พูดจากใจว่า

“ผมต้องขอบคุณทุกๆท่านมากเลยนะครับที่ให้ความช่วยเหลือลูกและครอบครัวพวกเรา ขอบคุณจริงๆครับ”

ส่วนทรายก็ขอบคุณทั้งไวทินและจุลมาสที่ร่วมมือเพราะคนที่อยู่ใกล้ชิดและมีอิทธิพลกับเด็กมากที่สุดก็คือพ่อแม่

ทรายจับมือจุลมาสให้กำลังใจ ต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกขอบคุณ พรรณีมองภาพตรงหน้าด้วยความปีติ

เมื่อทรายกับครูพรรณีเดินออกจากห้องวี ครูพรรณีเอ่ยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจว่า เพิ่งทราบว่างานครูทรายหนักและเป็นงานละเอียดมาก ต้องใช้การสื่อสารทั้งพูดและฟังอย่างรอบคอบ ขนาดมีแค่เด็กไม่กี่คน ไม่แปลกใจเลยที่ไม่ค่อยเห็นครูทรายกับ ผอ.อยู่ห้อง บางเคสมันไม่ใช่แค่ในโรงเรียนจริงๆ เป็นงานเหนื่อยแต่ผลที่ออกมาก็น่าชื่นใจ

ทรายปลื้มปีติกับงานที่ทำ แต่ก็ใจหายเมื่อนึกถึงเส้นตายของนพลักษณ์ที่ว่าให้ทรายอยู่เคลียร์งานทั้ง 5 เคส แต่ให้เวลาแค่เทอมเดียว ปิดเทอมเมื่อไหร่ต้องลาออกทันที...

ooooooo

เมื่อปราบกับอลินช่วยกันทำทุกอย่างเพื่อลูกจนบุ๊คอาการดีสามารถผ่านการไปเรียนวันแรกได้อย่างดี ครอบครัวอบอุ่นน่ารัก อลินแสดงฝีมือทำอาหารฉลองกัน

อลินทำเบอร์เกอร์เนื้อให้ปราบกับบุ๊ค ทำเบอร์เกอร์ผักให้เฌอฟ้า และเบอร์เกอร์ปลาของตัวเอง ทุกคนร้องสุดยอด! น่ากินมาก

“ฉลองที่บุ๊คผ่านวันแรกไปได้อย่างสวยงามปรบมือค่า...”

เฌอฟ้าชมว่าฝีมือเบอร์เกอร์ของน้าลินเลื่องลือมาก เพื่อนๆตนติดใจมาก บุ๊คบอกว่าแม่ทำอะไรก็อร่อย อลินถามบุ๊คว่าแม่ทำขายได้ไหม บุ๊คบอกว่าได้แน่นอน

บุ๊คขอบคุณแม่ที่อยู่ต่อ อลินบอกว่าเงินก็สำคัญ แต่ลูกสำคัญกว่า แต่ต่อจากนี้เราต้องประหยัดกว่าเมื่อก่อน ถามว่าบุ๊คทำได้ไหม

“สบายมากแม่ เอาจริงๆถ้าแม่ทำกับข้าวกินแบบนี้ทุกวันก็แทบไม่ต้องใช้เงิน ยิ่งไม่ต้องเล่นเกมเงินเหลือเพียบ” บุ๊คพูดแล้วหัวเราะขำๆกับแม่

ปราบมาอยู่ช่วยดูลูกแต่ก็ไม่นิ่งดูดาย ช่วยอลินทำโน่นนี่ คืนนี้ขณะช่วยพับเสื้อผ้าจู่ๆก็ถามอลินว่า

“เธอจำได้ไหม ทำไมเราเลิกกัน” อลินบอกว่ามันไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน มันก็แค่รู้สึกเบื่อๆเครียดๆ อยู่ด้วยกันแล้วยิ่งเครียดตนเลยตัดสินใจไปเลย อีกอย่างก็เรื่องเงิน

“เออใช่...เธออยากรวย แต่ฉันขี้เกียจ”

อลินหัวเราะขำๆ สรุปว่าทุกวันนี้ก็ไม่รวยอยู่ดี

ปราบถามว่าไปอยู่โน่นมีคนจีบไหม อลินคุยว่าคนสวยก็ต้องมีบ้าง แต่ตนไม่อยากคิด คิดถึงแต่ลูก แล้วย้อนถามปราบว่าเขามีเด็กๆเข้ามาบ้างไหม

“มี แต่เธอทำให้ฉันเสียความมั่นใจ เพราะตอนที่อยู่ด้วยกันเธอเอาแต่ด่าว่าฉันไม่ได้เรื่อง ไม่เอาไหน ดูแลใครก็ไม่ได้ เป็นผัวก็ไม่ดีเป็นพ่อก็ไม่ได้ เวลามีใครเข้ามาฉันก็เลยไม่อยากสนใจ เพราะสุดท้ายก็ต้องเลิกกันอยู่ดี”

“แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปเยอะนะ จริง...ตั้งแต่มีปัญหาเรื่องลูกเธอเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะ”

ปราบมึนๆงงๆไม่รู้ว่าถูกด่าหรือชม แต่ก็ดีใจในคำชม พับผ้าเสร็จก็เก็บใส่ตะกร้า

“ขอบใจมากที่ช่วยพับผ้า กู๊ดไนต์” แล้วอลินก็หยิบตะกร้าไปเลย

“เยส!! กู๊ดไนต์ด้วยเว้ยเฮ้ยยย” ปราบลิงโลด

ooooooo

ฝ่ายกองพลหนักใจและกังวลที่ได้ยินใบพัดบอกว่ารักอันยา ถามว่า

“ใบพัดบอกว่ารักอันยา แล้วรู้เหรอว่าความรักคืออะไร”

“ความรัก ภาษาอังกฤษ Love เป็นความรู้สึก สภาพและเจตคติต่างๆ ซึ่งมีต่อความชอบระหว่างบุคคล หมายถึงอารมณ์ ความดึงดูดและความผูกพันส่วนบุคคลอย่างแรงกล้า”

“โห...ไอ้ที่ตอบมามันคืออะไรวะ ลุงฟังแล้วยิ่งงงกว่าเดิม ถามใหม่...ทำไมถึงรักอันยา”

“ก็รักไงครับ ทำไมต้องมีเหตุผล...รักไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้ครับ แค่สองคนอยากอยู่ด้วยกัน อันยาปากไม่เหม็น ตัดเล็บสั้น ชอบเพลงเดียวกับใบพัด อันยาตัวหอมด้วย”

กองพลตกใจถามว่าไปดมกันตั้งแต่เมื่อไหร่

“ตอนอันยาเอาเพลงมาให้ฟัง อันยาตัวหอมมือก็นิ่ม ใบพัดชอบอยู่ใกล้อันยา”

ขณะใบพัดบรรยาย กองพลเห็นความผิดปกติในความเป็นชายของใบพัดก็ยิ่งตกใจ โทร.ปรึกษาครูป้อง

“ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ มันเป็นเรื่องธรรมชาติครับคุณกองพล ใบพัดเขาก็เป็นผู้ชายเหมือนเรา มันเป็นเรื่องปกติ แล้วตอนนี้อาการเป็นยังไงครับ”

“ผมพยายามชวนคุยเรื่องอื่นมันก็สงบลงไปแล้วครับ”

“แสดงว่าใบพัดอาจจะยังไม่รู้วิธีปลดปล่อย เอาอย่างนี้ครับ วันจันทร์ผมจะเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับสอนเด็กที่มีพัฒนาการลักษณะเฉพาะ เช่นเด็กออทิสติก หรือแอสเพอร์เกอร์ เจอกันผมจะสอนคุณกองพลว่าจะสอนใบพัดเป็นขั้นตอนยังไงบ้างนะครับ”

กองพลมึนตึ้บถามว่าต้องสอนกันถึงขั้นนั้นเลยเหรอ อย่าบอกนะว่าตนต้องทำให้ดู ครูป้องบอกไม่ต้อง เราแค่แนะนำบางอย่าง สัญชาตญาณน่าจะทำให้เด็กเรียนรู้วิธีได้เอง เราแค่บอกเขาว่าทำได้ที่ไหนบ้าง เวลาไหนควรทำ ไม่ควรทำ เพราะเคยมีเคสที่เด็กพิเศษไปช่วยตัวเองในที่สาธารณะ บางเคสก็ไปจับหน้าอกของผู้หญิง มีเรื่องกันไปหลายเคส ครูป้องบอกไม่ยาก ไม่ต้องตกใจ เขาแค่แตกต่างจากเรานิดหน่อยเท่านั้น

กระนั้นกองพลก็ยังตะขิดตะขวงใจ เครียดหนัก ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำได้หรือไม่ โชคดีที่ใบพัดเป็นหลานชายถ้าเป็นหลานสาวนี่คงไปไม่เป็นเลย...เฮ้อ!

ooooooo

ไออุ่นออกกำลังวิดพื้นที่บ้านเกริกฤทธิ์จนเหงื่อท่วมตัว เมื่ออาบน้ำเสร็จ ป๊าบอกว่าแม่เขาโทร.มาถามว่าทำไมไม่กลับบ้านโน้น มาอยู่ที่นี่หลายวันแล้ว

“ก็ต้องทำรายงานกับเพื่อนเลิกเย็นน่ะป๊า บ้านป๊าใกล้กว่า”

“ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาพี่สิงห์เขานะ เด็กคนนี้ใช้ได้ ป๊าเห็นเขาตั้งแต่เด็กๆเผื่อพี่เขาจะให้คำแนะนำดีๆ” ไออุ่นทำเสียงอื้อในคอแล้วจะเดินไป เกริกฤทธิ์เรียกไว้ ถามว่า “แล้วอยู่โรงเรียนมีผู้ชายมาจีบหรือเปล่า”

ไออุ่นทำเสียงสูงว่าไม่มีหรอกป๊า เกริกฤทธิ์บอกว่าที่ถามนี่ไม่ได้ห้าม แต่ถ้ามีก็พามาให้ป๊ารู้จัก อย่าไปแอบๆ คบกัน ย้ำอีกว่าแล้วอย่าไปต่อยกับเพื่อนอีกล่ะ

“ไม่ต่อยแล้ว ดีกันแล้ว” ฉุกคิดถามว่า “ป๊าเสียใจป่ะ ที่อุ่นไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

“ไม่เสียใจแค่ผิดหวังนิดหน่อย แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้อยากได้ เป็นผู้หญิงก็เป็นผู้หญิง ไม่ต้องเปลี่ยน”

ฟังป๊าแล้วไออุ่นรู้สึกว่าป๊ารู้เรื่องของตน แต่ไม่พูดตรงๆ และแน่นอนว่าป๊าไม่มีวันยอมรับแน่ ไออุ่นคิดแล้วเศร้าอย่างบอกไม่ถูก

ฝ่ายกวิตาได้รับข้อความจากพี่ปูจากแท็บเล็ต “เปิดดูซะจะได้เข้าใจลูกมากขึ้น” กวิตาเปิดดูชื่อคลิป “ผู้ชายข้ามเพศ” แค่หัวเรื่องกวิตาก็ไม่อยากเปิดดูแล้ว แต่คำพูดของทรายแว่บเข้ามาในหัวว่า

“ไม่ว่าเราจะอยากเป็นอะไร คนที่เราอยากให้เขายอมรับและอยู่เคียงข้างเรามากที่สุดคือพ่อแม่” กวิตาจึงตัดสินใจกดดู

หน้าจอปรากฏผู้ชายข้ามเพศในรายการสัมภาษณ์ “Secret Life ชีวิตมุมลับ” เป็นชายข้ามเพศ หน้าตาหล่อเหมือนผู้ชาย 2 คน กำลังนั่งเล่าประสบการณ์ให้พิธีกรฟัง

“คือเรารู้ตัวมาตั้งแต่เด็กว่าเราไม่ชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง ไม่ชอบเล่นกับผู้หญิง พอโตขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย...เราผิดปกติหรือเปล่า ทำไมเราไม่ชอบตัวเอง คือเรามองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกไม่ใช่ตัวเรา”

สาวหล่อคนหนึ่งเล่า อีกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย...

ooooooo

พิธีกรถามสาวหล่อว่าทำไมถึงรู้สึกว่าไม่ใช่เรา สาวหล่อคนที่สองบอกความไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองมีหลายอย่างนับตั้งแต่ ตา จมูก กราม และที่สำคัญไม่ชอบที่มีหน้าอก อยากเอามันออก

กวิตาเหมือนถูกแทงใจดำ ฟังแล้วเจ็บปวดจนบอกไม่ถูก เมื่ออดทนฟังต่อไปยังรู้ว่าปัญหาที่สาวหล่อทั้งสองมีกับครอบครัว คล้ายกระทั่งเหมือนกับที่ตนมีกับไออุ่นที่แม่ลูกถึงกับทะเลาะกัน สาวหล่อเล่าถึงความเจ็บปวดในตอนนั้นว่า การโดนด่าจากคนที่รักและใกล้ชิดที่สุดคือพ่อแม่นั้น เจ็บปวดเหลือเกิน แม้บางคำพูดไม่แรงแต่มันก็เจ็บ เช่น ถ้ารู้ว่าโตมาแล้วจะเป็นแบบนี้ทิ้งไว้โรงพยาบาลดีกว่า

สาวหล่อทั้งสองเล่าอดีตของตัวเองก่อนจะมาถึงวันนี้แล้วร้องไห้ กวิตาคิดถึงตอนที่ตนทะเลาะกับไออุ่นแล้วร้องไห้โฮ ปิดแท็บเล็ต กำแพงที่กั้นระหว่างตนกับลูกพังทลายลง เริ่มเข้าใจว่าไออุ่นคิดอะไรอยู่อย่างแท้จริง

วันนี้จึงตัดสินใจไปรับไออุ่นที่บ้านเกริกฤทธิ์เพื่อไปเรียนพิเศษ แต่พอเกริกฤทธิ์บอก ไออุ่นปฏิเสธทันทีว่าตนไปเองได้ แต่พอป๊าบอกว่าเลิกงอนแม่เขาได้แล้ว ไออุ่นไม่อยากมีปัญหาจึงไปขึ้นรถแม่

พอรถมาถึงตึกเรียนพิเศษ กวิตาบอกไออุ่นว่าเรื่องประกวดนางงามแม่ยกเลิกกับป้าปูไปแล้วและต่อไปแม่ก็จะไม่บังคับอุ่นอีก เพราะคนที่ชอบประกวดคือแม่ไม่ใช่อุ่นแม่เลยเปลี่ยนใจจะประกวดแทน

“แม่! มุกไหนเนี่ย พูดจริงพูดเล่น” ไออุ่นถามตึงๆขำๆ

กวิตายืนยันว่าจะเข้าประกวดจริงแต่เป็นประกวด ‘มิสเวิลด์’ คือเขาเอาคนที่แต่งงานแล้วมาประกวด ไออุ่นถามทึ่งว่าเอาจริงดิ กวิตาบอกว่าจริง เพราะหลังจากที่แม่ไปคุยกับครูทรายมา แม่ก็ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของแม่อีกครั้งว่า “แม่ชอบเป็นนางงาม แม่รักเวทีประกวด มันคือชีวิตของแม่”

ไออุ่นตกใจถามว่าแม่ไปคุยกับครูทรายมาหรือ!?

“อือ...แล้วแม่ก็ได้คำตอบที่อุ่นถามแม่ไว้ อุ่นไม่ต้องห่วงนะลูก ไม่ว่าอุ่นจะเป็นอะไร อุ่นยังเป็นลูกของแม่เสมอนะ” กวิตาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ไออุ่นจุกตื้ออยากจะพูดอะไรมากมายแต่พูดไม่ออก เลยถามแม่ว่าจะไปประกวดเมื่อไหร่ กวิตาบอกว่าคงเป็นปีหน้า ไออุ่นบอกว่าตนจะไปเชียร์แม่นะ แล้วไหว้ลาไปเรียนเลย

พอลงจากรถหันหลังให้กัน ไออุ่นก็น้ำตาไหลด้วยความดีใจ ส่วนกวิตาก็เช็ดน้ำตาโล่งอกที่พูดออกไปได้สักที

ทันใดนั้นประตูฝั่งคนนั่งก็เปิดออก ไออุ่นเข้ามานั่งโผกอดขอบคุณแม่ กวิตากอดลูกน้ำตาไหลพรากบอกไออุ่นให้ตั้งใจเรียน ไออุ่นบอกแม่อย่างให้กำลังใจว่า “ตั้งใจลดความอ้วนนะแม่จะได้ทันประกวดปีหน้า”

กวิตายิ้มทั้งน้ำตา เหมือนยกภูเขาออกจากอกเมื่อรู้สึกว่าได้ลูกสาวกลับมาแล้ว...

เมื่อไออุ่นเล่าให้แอนเน่ฟัง แอนเน่อยากให้พ่อหรือแม่ตัวเองเป็นแบบนี้สักคน เพราะถ้าตนขืนทำแบบไออุ่นมีหวังโดนตัดออกจากวงศ์ตระกูล ไออุ่นติงว่าพ่อแม่อาจจะดูแอนเน่ออกแล้วก็ได้

“ถ้าเขาดูออก แต่ทำเป็นดูไม่ออกก็แปลว่าเขาไม่รับในสิ่งที่ฉันเป็นว่ะแก ทุกวันนี้ฉันก็ยังแอ๊บเสียงแมนพูดครับผมอยู่เลย ถ้าเขายอมรับฉันได้แบบแม่แก ฉันคงฟินเลยแหละ”

ไออุ่นชวนแอนเน่เลิกเรียนแล้วไปหาพี่สิงห์กันพี่สิงห์จะพาไปช็อปวิด แอนเน่บอกว่าไม่ได้ต้องไปดูบอลกับพ่อที่เมืองทอง ไออุ่นบอกว่า “แมนมาก!!!” ชมแล้วต้องขำพรืด เมื่อแอนเน่ถอนหายใจหนักยาว “เฮ้อ”

ooooooo

ครอบครัวพีท แม้ว่าโมรากุล แม่ครองพรและพ่อธรรมชนะได้เข้าเรียนรู้และฝึกการควบคุมอารมณ์ตัวเองพร้อมกับพีท แต่เมื่อมาเจอของจริงในชีวิตที่ต้องหัวหมุนวุ่นวายกับปัญหาต่างๆโดยเฉพาะในด้านงานที่โมต้องแก้ปัญหาในกองถ่ายแล้ว ก็เกิดปัญหาจนได้

เช้านี้ขณะโมกำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะกินข้าวอย่างคร่ำเคร่ง พีทก็เข้ามาเขย่าแขนถามว่าเมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกัน ตนรอมานานแล้ว ทีแรกโมก็บอกพีทว่าเดี๋ยว แม่ทำคิวกองถ่ายแป๊บนึง ทีมงานรออยู่ พีทไม่ยอมบอกว่าวันนี้เป็นวันหยุดแม่ต้องพาพีทเที่ยว

เท่านั้นเอง โมก็ตวาดตามความเคยชินว่ารอแป๊บสิ... รอ!! พีทแผดเสียงใส่ทันทีว่าไม่ พีทไม่รอ จะไปให้ได้เดี๋ยวนี้ พีทกับโมเลยแผดเสียงใส่กันจนครองพรกับธรรมชนะต้องรีบเข้ามา ธรรมชนะคิดถึงคำพูดของครูป้องทันที “พอไปเจอสถานการณ์จริงๆ เราเองนี่แหละที่จะมัวแต่หงุดหงิดจนไม่มีสติซะเอง ต้องคอยเตือนๆกัน”

ธรรมชนะตั้งสติบอกครองพรให้เอาโมออกไปก่อนตนจะดูแลพีทเอง พอครองพรลากโมออกไปแล้ว ธรรมชนะก็เอาน้ำเย็นเข้าลูบ จนพีทเย็นลงแล้วชวนนับเลขอย่างที่ครูป้องสอน

ขณะตาหลานนับเลขไปด้วยกันจนพีทอารมณ์เป็นปกติ โมก็ได้สติเย็นลง ขอโทษพ่อที่ตนทำงานติดพันเลยไม่ทันตั้งตัว

“ไม่เป็นไรๆ พ่อเข้าใจ ถ้าไม่นึกถึงคำพูดครูป้องขึ้นมาก็คงจะตวาดด่าแก แล้วก็ทะเลาะกันทั้งบ้านแบบเดิม เอาน่า...เพิ่งเริ่มมันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างก็คอยเตือนๆกันนะ” พ่อยิ้มอบอุ่นให้กำลังใจ ย้ำเตือนโมว่า “เวลาลูกพูดด้วยตั้งใจฟังหน่อย อย่าใจร้อนพ่อเห็นหลายทีแล้ว ใจเย็นๆกับลูกหน่อย”

พูดแล้วพ่อเดินไปเลย โมรู้สึกว่า ยิ่งพ่อไม่ด่าตัวเองก็ยิ่งต้องทำให้ดีกว่านี้

ooooooo

ทรายคุยกับไวทินและจุลมาสเพื่อประสานกันช่วยไออุ่น บอกทั้งสองว่าต่อไปต้องฝึกการฟัง ฟังให้ลึกเข้าไปถึงความรู้สึก ฟังสิ่งที่อยู่ในความคิด สิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมา

ไวทินเปรยว่าฟังดูยาก เหมือนหมอดูต้องทายใจ ถามว่าต้องทำยังไง ทรายบอกว่าหนึ่งต้อง “มองตา” เวลาคุย สองต้อง “อ่านภาษากาย” และสุดท้ายฟังโดย “ไม่ตัดสิน” ฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง พอเขาสัมผัสได้ว่าเราเปิดใจฟัง เขาก็จะเปิดใจพูดกับเรา แต่ขอว่าช่วงนี้ขอให้งดพูดเรื่องเรียนก่อน

ทรายออกจากไวทินกับจุลมาสมาครู่เดียวก็รู้สึกเจ็บเสียดที่ท้องน้อยพอดีมือถือมีข้อความเข้าทรายเปิดดูที่หน้าจอขึ้น “คุณแม่” ทรายแปลกใจ

เมื่อไปเจอกรที่รอรับอยู่ที่ลานจอดรถ กรกดดูข้อความเป็นรายชื่อหมอที่ทำกิฟต์ กรถามว่าแม่ส่งมาให้หรือ ทรายบอกว่าคงจะเตือนเรื่องลาออก กรเห็นด้วยกับคุณแม่เพราะตนก็อยากให้ทรายปิดจ๊อบเตรียมความพร้อมเปิดอู่ ทรายหัวเราะขำๆแล้วบอกว่าตนหิวแล้ว ชวนไปกินข้าวกัน

ขณะเดินไปทรายปวดเสียดท้องขึ้นมาอีก แต่ทนฝืนเดินไปเพราะคิดว่าเป็นประจำเดือน

ooooooo

วันนี้ที่บ้านสักทอง มีการทดลองทำขนมกัน สักทองทำเยลลี่ น้ำทิพย์ทดลองใส่กลิ่นวานิลลา ทรายได้กลิ่นวานิลลาบอกว่ากลิ่นแรงมาก แต่น้ำทิพย์ดมแล้วบอกว่ากำลังดี

ชิชาก็หัดทำเยลลี่เหมือนกันแต่ทำแล้วหน้าเละจนป้องถามจะกินได้จริงๆเหรอเนี่ย? ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนิทสนมจนทรายเห็นเคมีอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเลียบเคียงแซวๆ ป้องบอกว่าน้องเขาน่ารักทำอะไรก็ดูเป็นธรรมชาติอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ทำงานด้วยกันก็เลยเป็นพี่น้องกัน

“แค่พี่น้อง?” ทรายทำเสียงล้อๆ ป้องบอกว่าตนยังไม่มีอะไรเลยไม่พร้อมสักอย่าง เป็นพี่น้องกันไปแบบนี้ดีแล้วเผื่อน้องเขาเจอคนที่ดีกว่าจะได้ไม่ต้องลำบากใจ

จนเมื่อชิชาทำขนมเสร็จตักแบ่งให้คนนั้นคนนี้ชิม บังเอิญช้อนขาดไปทรายจึงลุกไปเอา

เกิดเรื่องทันที! เมื่อทรายเจ็บท้องจี๊ดขึ้นมาอย่างรุนแรงจนน้ำทิพย์ต้องประคองไปนั่ง จังหวะนั้นเองน้ำทิพย์ตกใจมากเมื่อเห็นเลือดเปื้อนที่กางเกงทรายเยอะมาก และทรายก็ปวดท้องเกร็งจนทรุดลง

“ทราย!!!” ทุกคนตกใจมาก

เมื่อพาทรายไปโรงพยาบาล น้ำทิพย์ถามทรายแบบเดาๆว่า ปวดแบบมีประจำเดือนใช่ไหม ทรายพยักหน้า น้ำทิพย์บอกสักทองว่างั้นพาไปหาหมอสูฯก่อนแล้วกัน

เมื่อหมอตรวจแล้ว กรถามอย่างร้อนใจว่าภรรยาตนเป็นอะไร

“ภรรยาคุณ...แท้งลูกครับ”

กรช็อก! บอกว่าภรรยาตนไม่ได้ท้อง หรือว่าท้อง แล้วทำไมตนไม่รู้เพราะเขาไม่มีอาการอะไรเลย

หมออธิบายว่าคนท้องหลายคนก็ไม่มีอาการแพ้ท้องไม่รู้เลยว่ากำลังตั้งครรภ์ และการแท้งอาจเกิดจากการทำงานหนัก การกินอาหารและพักผ่อนไม่เพียงพอ หมอเน้นว่า

“ที่สำคัญ ความเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราแท้งได้นะครับ โชคดีที่ตัวอ่อนถูกขับออกมาหมดเลยไม่ต้องขูดมดลูก แต่ยังไงหมอก็ขอให้คนไข้นอนโรงพยาบาลสักสองสามวันเพื่อดูอาการนะครับ”

กรเสียใจมาก ออกจากหมอแล้วเจอป้อง ป้องถามว่าทรายเป็นอย่างไรบ้าง เขาไม่อาจบอกอะไรได้บอกป้องว่า “ผมขออยู่คนเดียวสักพัก” แล้วเลี่ยงไปเลย

กรไปที่มุมสงบที่ไม่มีคนเดินไปมา ระบายอารมณ์ชกกำแพงอย่างขาดสติ จนสักทองมาจับมือไว้เตือนสติว่า ต่อยจนมือหัก กำแพงพัง มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น กรพร่ำโทษตัวเองว่าผิดที่ให้ทรายทำงานหนัก ทำให้ทรายกับลูกต้องเป็นแบบนี้ กรร้องไห้อย่างหนัก

“ร้องออกมาเถอะครับ ร้องให้พอแล้วก็ทำใจให้เข้มแข็ง ลูกสาวผมรอกำลังใจจากสามีของเขาอยู่นะครับ”

กรยิ่งสะเทือนใจ สักทองพูดต่อ ทั้งเตือนสติและให้กำลังใจว่า

“ผมรู้ การเป็นพ่อคน การเป็นหัวหน้าครอบครัว มันคือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของผู้ชายทุกคน แต่เราต่างมีความพลาดพลั้งกันได้ทั้งนั้น เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราต้องลุกให้เร็วที่สุด และประคองคนในครอบครัว หรืออย่างน้อยเราต้องเป็นหลักที่มั่นคงให้พวกเขา”

กรตั้งสติขอบคุณพ่อ สักทองถามว่ากรจะบอกเรื่องนี้กับทรายเองใช่ไหม กรขอบอกทรายเอง

“ที่ผ่านมาคุณกับทรายคอยไล่แก้ปัญหาให้ครอบครัวอื่น ถึงเวลาต้องเอาวิชาความรู้ ความรัก และกำลังใจมาใช้กับครอบครัวตัวเองบ้างนะ” สักทองตบไหล่กรอย่างให้กำลังใจ

เมื่อกรเข้าไปหาทราย กุมมือทรายไว้แน่น สีหน้าเจ็บปวด ทรายกลับเป็นฝ่ายถามขึ้นเองว่า

“เราเสียเขาไปแล้วใช่ไหมคะ?” กรอึ้งอัดอั้นตอบไม่ออก ทรายขอบตาร้อนผ่าวถามว่า “คุณหมอบอกไหมคะว่าเขาอายุเท่าไหร่” กรบอกว่าอย่าไปรู้เลย “บอกสาเหตุหรือเปล่าคะ...ร่างกายอ่อนแอ? พักผ่อนไม่พอ? เพราะเครียดใช่ไหมคะ”

กรพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้า ทรายช็อกเสียใจสุดชีวิต กรมองทรายสงสารจนน้ำตาไหล ดึงทรายเข้าไปกอดแน่น ทั้งสองเจ็บปวดในอ้อมกอดของกันและกัน ต่างรู้สึกผิดท่วมหัวใจ...

เมื่อกรออกมาพบทุกคนที่รอฟังข่าวอยู่อย่างใจคอไม่ดี กรบอกว่าตนบอกทรายแล้วและขอร้องทุกคนให้เก็บเรื่องนี้ไว้อย่าบอกใครโดยเฉพาะแม่ตน

ทุกคนพยักหน้าโดยไม่มีใครคิดจะถามเหตุผลทั้งที่ไม่เข้าใจ ได้แต่มองหน้ากรที่ทั้งเศร้าและหนักใจ

ooooooo

ฝ่ายนพลักษณ์คุยกับรองฯพรรณี รองฯพรรณีปรารภถึงความกังวลที่กรกับทรายต่างก็เป็นหัวสมัยใหม่จึงคิดโปรเจกต์ใหม่ๆขึ้นมาไม่ได้ขาด แบบนี้เรามีครูเท่าไหร่ก็ไม่พอ

นพลักษณ์บอกว่าตนหาทางแก้ไว้แล้ว คือจะให้ทรายลาออก เมื่อไม่มีใครสนับสนุนสักคน กรจะได้หยุดสร้างโปรเจกต์รายวัน รองฯพรรณีถามว่าทรายยอมหรือ

“ยอม...แต่ขอเวลาสะสางงานที่ค้างอยู่ตอนนี้ให้จบ พอทรายลาออกมาพี่จะให้มีลูกเลย จริงๆกรก็อยากมีลูก พอมีลูกแล้วทรายจะได้ยุ่งเลี้ยงลูก ไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียน ปัญหาที่มันมีตอนนี้น่าจะซาๆลง หวังไว้แบบนั้นนะ”

รองฯพรรณีนิ่ง แปลกใจที่ทรายยอมลาออก แอบเสียดายและเห็นใจทราย...

กรทบทวนที่สักทองพูดถึงการเป็นพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัว แล้วนึกถึงไวทิน นึกถึงปราบ นึกถึงกองพลที่อ่านหนังสือและค้นคว้าเกี่ยวกับออทิสติก แม้จะเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก แต่พอกองพลมองรูปน้องสาวที่ติดอยู่ที่ผนังแล้วก็ยิ้มอย่างมีกำลังใจ มุ่งมั่น

ส่วนธรรมชนะก็คิดถึงตัวเองที่ทำให้พีทสงบลงได้ ยิ้มภูมิใจตัวเองที่ทำได้สำเร็จ

กรคิดถึงคนเหล่านั้นแล้วมีกำลังใจที่ครอบครัวเหล่านั้นกำลังนำครอบครัวไปสู่ทางออกของปัญหา

ooooooo

กวิตาบอกเกริกฤทธิ์ว่าตนคุยกับลูกแล้ว คืนนี้ลูกกลับไปนอนที่บ้านตน เกริกฤทธิ์บ่นว่าดีแล้ว งอนกันเป็นเด็ก เรื่องเล็กๆน้อยๆไม่รู้จะทะเลาะกันทำไม

กวิตาแย้งว่าตนว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับเรา แต่สำหรับลูกเป็นเรื่องใหญ่ของเขา ติงว่า

“แล้วไอ้ที่จะให้ลูกเพื่อนคุณมาทำให้มันเป็นผู้หญิง ฉันว่ามันไม่ได้ผลหรอก” เกริกฤทธิ์ถามเสียงแข็งว่าหมายความว่าไง ลูกเรามันไม่ใช่ผู้หญิงหรือ! “ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไง  ถ้าพอมีเวลาลองไปคุยกับครูทรายหน่อยไหมเผื่อว่าคุณจะเข้าใจลูกมากขึ้น”

เกริกฤทธิ์โมโหบอกว่าตนไม่ได้บ้าไม่จำเป็นต้องไปคุย ซ้ำบอกกวิตาว่าเลิกคุยได้แล้ว คุยไปคุยมากลับให้ท้ายลูกผิดเพศผิดธรรมชาติ ตนไม่เอาด้วย ผู้หญิงก็ไม่ใช่ผู้ชายก็ไม่เชิง เห็นแล้วทุเรศทุรัง กวิตาบอกว่าอุ่นไม่ได้เป็นแบบนั้น ก็ถูกปรามว่าไม่ต้องเข้าข้างกัน ซ้ำขู่ว่า

“ถ้าเกิดมันวิปริตผิดเพศขึ้นมา ฉันเลิกส่งเสียทั้งเธอทั้งลูก ฉันจ่ายเงินให้เธอดูแลมันให้เป็นคนปกติ ไม่ใช่เป็นโรคจิต”

 เกริกฤทธิ์เดินหัวเสียออกไป กวิตาได้แต่มองด้วยความหนักใจ เข้าใจทั้งลูกและผัว ไม่รู้จะทำยังไง

ooooooo

สิงห์พาไออุ่นเดินมาที่จุดเวิร์กช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ เห็นไออุ่นสนใจมาก ถามแซวๆว่าท่าทางอยากเรียนวิศวะมากนะเนี่ย ไออุ่นบอกว่าตนชอบเครื่องยนต์ พ่อทำรถบรรทุกด้วย ตนอยู่กับรถตั้งแต่เด็ก

ไออุ่นพูดอย่างชื่นชอบว่า รถมันมีเสน่ห์ มันพาเราไปไกลแค่ไหนก็ได้ สิงห์บอกว่าถ้าชอบขนาดนี้ จบ ม.6 มาต่อที่นี่เลย พี่จะติวให้ ไออุ่นบอกว่าแต่กว่าจะจบ ม.3 แล้วต่อ ม.ปลายอีกสามปี กว่าจะได้เรียนอีกนาน

สิงห์พาไออุ่นไปที่ช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ เจอเต๋าที่ดูเป็นแบดบอยเดินมาทักกร่างๆ ถามเรื่องเขียนแบบส่งอาจารย์ สิงห์บอกว่าเขาส่งกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว

เต๋าเพิ่งเห็นไออุ่น ไออุ่นจึงไหว้ เต๋าถามสิงห์ว่าแฟนหรือ ไออุ่นรีบบอกว่า

“ไม่ใช่ น้องค่ะ น้อง พ่ออุ่นกับพ่อพี่สิงห์เป็นเพื่อนสนิทกันค่ะ”

เต๋าคะนองแซวว่าชื่ออุ่นน่ารักจัง สิงห์เห็นเต๋าเริ่มพล่ามก็ปราม

“พอๆอย่ามาหม้อน้องกู ไปเขียนแบบส่งจารย์เหอะเดี๋ยวมึงก็ได้เอฟหรอก...ไปอุ่น”

สิงห์พาอุ่นเดินไป เต๋ามองตามสนใจความน่ารักของไออุ่น ลุคทอมๆแบบนี้ปิ๊งเลย

 สิงห์พาไออุ่นไปดูเครื่องมือ เครื่องจักรต่างๆจนถึงเครื่องเชื่อม บอกว่ามีเรียนเครื่องเชื่อมโลหะด้วย ไออุ่นถามว่าอ๊อกเหล็กใช่ไหม ที่อู่ป๊าก็มีแต่ป๊าไม่เคยให้

ตนจับ สิงห์ถามว่าอยากลองไหม ไออุ่นดีใจมากบอกว่าอยากทำมานานมาก สิงห์มองไออุ่นอย่างเอ็นดูที่สนใจเครื่องเชื่อมโลหะ

เต๋าเล่นทวิตเตอร์ “เจอทอมหล่อบอกต่อด้วย” เต๋าคลิกเข้าไปส่องดูจนทั่ว เจอรูปคุ้นๆ เต๋าเพ่งดูเป็นรูปไออุ่น อุทานตื่นเต้นเมื่อเห็นไออุ่นในมุมที่ดูเป็นผู้หญิง หน้าหวานใสๆ

“นี่มันน้องอุ่นนี่หว่า...แม่งน่ารักฉิบห...ทอมจริงเหรอวะ” เต๋าเพ่งมองอย่างไม่อยากเชื่อ

ooooooo


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 15 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 22 เม.ย. 2562 07:12 2019-04-24T00:09:43+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ