ข่าว

วิดีโอ



วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-สะท้อนสังคม

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดย ณัฐิยา/ปิยรส/ชญานิน/กุศลิน/ภูธิดา

กำกับการแสดงโดย: ศุภฌา ครุฑนาค

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ

ทรายอาบน้ำเสร็จกำลังจะเดินไปหากร มีเสียงไลน์ดังขึ้น ทรายเปิดอ่านเป็นไลน์จากครูชิชาบอกเรื่องยาของวีหนึ่งมาอย่างละเอียด เน้นว่ายาทุกตัวมีฤทธิ์ทำให้ง่วง

ทรายอ่านแล้วยิ่งเป็นห่วงวีหนึ่งจนลืมกรไปเลย ส่วนกรไปนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก รอแล้วรอเล่าทรายก็ไม่มาสักทีจึงขึ้นไปดู เห็นทรายนอนหลับลึกอย่างอ่อนเพลียไปแล้ว

รุ่งขึ้นกรตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นทรายแล้ว มีแต่กระดาษโน้ตเล็กๆวางอยู่ กรหยิบอ่าน...

“มีเรื่องด่วนต้องไปพบคุณไวทินคุณพ่อของวิธารีนะคะ ขอโทษที่ต้องทำงานวันหยุด แต่งานด่วนจริงๆ บ่ายๆกลับค่ะ กลับมาแล้วคุณอยากไปไหน อยากทำอะไร จัดมาได้เลยค่ะ” แล้ววาดรูปยิ้มหวานให้

กรยิ้มไม่ออก วางกระดาษโน้ตลงคิดหนัก

ที่บ้านโมรากุล...หลังจากที่ทรายสอนพีทเรื่องสีที่แสดงอารมณ์และครูป้องก็แนะนำตา ยาย และโมรากุลแล้ว ต่างทบทวนกันเพื่อความแม่นยำว่าสีเขียวเป็นสีของอารมณ์สุข สีเหลืองเป็นสีของอารมณ์วิตกกังวล สีแดงคืออารมณ์โกรธ และสีฟ้าคือสีของอารมณ์เศร้า

พอกลับบ้านโมจึงลองฝึกฝนทดสอบกับพีทโดยมีครองพรกับธรรมชนะนั่งอยู่ห่างๆ แต่พีทไม่สนใจเพราะกำลังอินกับเกม โมถามพีทว่าเวลาเศร้าสีอะไร พีทตอบโดยไม่ละสายตาจากเกมว่าไม่รู้ครับ โมเลยเปลี่ยนเป็นถามว่า “เกมสนุกไหม” พีทบอกว่าสนุก โมถามว่า สนุกนี่สีอะไร พีทบอกว่าจำไม่ได้แล้วเล่มเกมต่อ

“หยุดเล่นเลย” โมดึงเกมจากพีทไป “ทำไมจำไม่ได้ล่ะลูก ถ้าเรามีความสุขก็สีฟ้าไง”

“ไอ้โม ไม่ใช่!” ธรรมชนะขัดขึ้นเสียงดัง “สีฟ้ามันเหงาหรือเปล่า”

“มั่วล่ะตานะ มันมีเหงาซะที่ไหน สนุกนี่มันต้องสี...สีอะไรนะ เอากระดาษมาดูใหม่ซิ”

ตากับยายต่างก็จำไม่ได้มัวแต่เถียงกัน โมก็งงเลยช่วยเช็กอีกคน พีทดึงเกมจากมือโมไป บอกเสียงดัง

“พีทจะเล่นเกม!”

“หมดเวลาเล่นเกมแล้วครับ” โมดึงเกมกลับ “หมดเวลาเล่มเกมแล้วครับ มาคุยกับแม่ก่อน เวลาแม่ตีอารมณ์สีอะไรครัับ”

“ไม่เอา...พีทไม่อยากตอบแล้ว พีทจะเล่นเกม!!”

“ไม่ได้ครับ พีทต้องฝึกนะ ไม่ฝึกเดี๋ยวไม่มีเพื่อน” พีทสวนเสียงดังว่าไม่มีก็ไม่มี พีทไม่อยากมีเพื่อน

“โมไปพูดกับลูกแบบนั้นทำไม ไปๆ พีทไปเล่นกับตาห้องโน้นไป”

“พีทไม่รักแม่แล้ว” พีทหยิบของเล่นแล้วลุกไปอีกห้องเลย

ครองพรมองโมแล้วถอนใจ บอกว่า

“แม่ว่าก่อนเราจะสอนตาพีท เรามาสอนกันเองก่อนดีไหม เด็กมันจะได้ไม่งง” แล้วเดินตามธรรมชนะไปอีกห้องหนึ่ง

โมนั่งคิดๆ นึกถึงความจริงเมื่อครู่แล้ว เห็นด้วยกับแม่

ครองพรตามไปที่ห้องรับแขกถามธรรมชนะว่าถ้าถูกหวยตารู้สึกยังไง ธรรมชนะบอกว่าก็แฮปปี้สิ


“งั้นแฮปปี้สีอะไรจ๊ะ” ครองพรเสียงหวานอย่างลองเชิง ธรรมชนะตอบทันทีว่าสีเหลือง ครองพรว่าผิดต้องเป็นสีเขียว

ระหว่างที่ตากับยายทดสอบความจำกันนั้น

พีทเริ่มมองอย่างสนใจ

ตากับยายยังทดสอบความจำกันทั้งจำได้และเถียงกันเองเพราะต่างก็จำไม่ได้ จนสุดท้ายครองพรต้องไปเอาตารางมาดู บ่นตาว่าเมื่อไหร่จะจำได้เนี่ย ทั้งที่ตัวเองก็จำไม่ได้

โมดูพ่อกับแม่เถียงกันอำกันแล้วก็คิดหนักถามตัวเอง...จะไหวไหมเนี่ย?

ooooooo

เกริกฤทธิ์กับศรนัดไปกินอาหารจีนกัน แล้วก็วุ่นอยู่กับการส่องพระเครื่องและคุยกันอย่างออกรส

สิงห์ดูพ่อกับอาเห็นไออุ่นนั่งเซ็งก็ถามว่าเลี่ยนไหม ไออุ่นงง สิงห์บอกว่าอาหารจีนไง เห็นไม่ค่อยกิน ไม่ชอบใช่ไหม ไออุ่นทำเสียงรับในคอ

“พี่ก็ไม่ชอบ ยังไม่อิ่มเลยเนี่ย ข้างๆมีร้านเบอร์เกอร์ไปกินกันป่ะ” ไออุ่นมองพ่อที่บอกให้มาเพื่อจะเป็นข้ออ้างกลับบ้าน สิงห์จึงหันไปขอเกริกฤทธิ์พาไออุ่นไปกินเบอร์เกอร์ร้านข้างๆ

“ก็เอาสิ ถ้าอุ่นอยากไปก็ไปเลย ป๊าคงอีกสักพัก”

“ไปเหอะ...ส่องขนาดนี้อีกนาน” สิงห์ชวนไออุ่นลุกไปเลย

ไออุ่นเห็นพ่อกับอาเอาแต่ส่องพระและคุยกันจึงตัดสินใจไปกับสิงห์ เกริกฤทธิ์มองตามอย่างแอบหวังว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น

เมื่อเข้าไปในร้านเบอร์เกอร์ ไออุ่นกับสิงห์กินเบอร์เกอร์กันอย่างอร่อยผิดกับที่ร้านอาหารจีน สิงห์กินไปคุยไปอย่างมีความสุข

“โครตฟินอ่ะ เชื้อจีนพี่คงจางไปหมดละว่ะ”

“เหมือนกันเลยพี่”

“วันนี้พ่ออุ่นสัญญาว่าจะให้อะไรล่ะถึงยอมมา” ไออุ่นถามว่าพี่รู้ได้ไง “ใครจะยอมมากับพ่อง่ายๆ ล่ะไม่มีหรอก พี่ก็โดนพ่อซื้อมาเหมือนกัน ถ้ายอมมาด้วยเขาจะเปลี่ยนท่อมอไซค์ให้”

ไออุ่นตื่นเต้นถามว่าจริงดิ รุ่นไหน สิงห์หยิบโทรศัพท์มาเปิดให้ดูรูปมอเตอร์ไซค์ คุยอย่างปลื้มว่า

“แต่จริงๆพี่เก็บตังค์ซื้อคันใหม่ อย่างสวยอ่ะ แต่ราคาก็สวยตามด้วย”

ไออุ่นขอดูหน่อยอยากเห็นจัง สิงห์คุยอย่างติดลมว่ามันเป็นมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ในจูราสสิกเวิลด์ภาคแรก ที่พระเอกขี่ไปกับแรพเตอร์ ไออุ่นตื่นเต้นมากบอกว่าตนก็ชอบ เท่มากเลย

“เฮ้ย รู้เรื่องมอเตอร์ไซค์ด้วยเหรอ”

“ก็ชอบดูชอบอ่านไปเรื่อยอ่ะพี่ แต่ขี่ไม่ไหวหรอก เตี้ยอ่ะ ขาไม่ถึง”

“ของงี้มันอยู่ที่ใจ มอไซค์สูงไปก็โหลดได้ ปาดเบาะเปลี่ยนยางได้”

“จริงอ่ะ”

“จริงสิ ถ้าอุ่นจะขี่จริงๆนะ พี่แนะนำให้ก็ได้ 

เห็นหน้างี้พี่เรียนวิศวะเครื่องยนต์นะครับ”


ไออุ่นขำบอกว่ามันไม่เกี่ยวมั้ง แต่ตนก็อยากเรียนเครื่องยนต์เหมือนกัน สิงห์ถามอย่างตื่นเต้นว่า

“นี่เราเป็นพี่น้องที่พลัดพรากกันป่ะเนี่ย มีอะไรเหมือนกันเยอะเกิ๊น” สิงห์หัวเราะขำ ไออุ่นขำไปด้วย ทั้งสองหัวเราะกันอย่างถูกคอถูกชะตากันมาก สิงห์มองไออุ่นอย่างเอ็นดู ไออุ่นก็มองสิงห์เต็มตาอย่างสนิทใจ รู้สึกเหมือนอยู่กับพี่ชาย

ฝ่ายกรอยู่ที่บ้าน เดินไปดูรูปแต่งงานที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขแล้วคิดอย่างตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่าง

กรเข้าไปในห้องทำงานของทรายที่บ้าน เริ่มรื้อเอกสารเพื่อดูสิ่งที่ทรายทำ แต่รื้อไปพักเดียวก็หยุดรู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง ถอนใจเฮือก คิดว่า...จะทำยังไงดี

ooooooo

ทรายไปหาไวทินที่บ้านบอกเขาเรื่องยาที่ไออุ่นกิน ไวทินดูชื่อยาทั้งหมดแล้วถามว่าวีกินยาพวกนี้เพื่อให้นอนหลับหรือ ทรายบอกว่าแค่สันนิษฐานเพราะยาที่วีหนึ่งกินเป็นแบบเดียวกันแต่มีหลายยี่ห้อและเยอะมาก

ทรายออกตัวว่าที่จริงตนไม่ควรบอกถ้านักเรียนไม่ยินยอม แต่ตนกลัวว่า...ไวทินขัดขึ้นอย่างไม่สบายใจว่าสำหรับวีตนไม่มีวันหยุดอยู่แล้ว กิ่งแก้วที่นั่งฟังอยู่ด้วยถามว่าเมื่อครูทรายบอกเรื่องนี้เราได้ เราก็บอกพี่มาสได้ใช่ไหม เพราะเป็นเรื่องที่อาจทำให้หนูวีเป็นอันตราย ทรายบอกว่าใช่ ถ้าคุณไวทินอนุญาต

แต่พอไวทินกับทรายไปบอกจุลมาส เธอกลับบอกว่าจะแปลกอะไร ก็แค่ยาแก้หวัดแก้ปวดธรรมดาใครๆก็มีกัน ไวทินแย้งว่านี่ไม่ปกติเพราะมีเป็นปึกแล้ววียังมีอาการแปลกๆ เธออย่าหลอกตัวเองว่าไม่มีอะไร

กลายเป็นไวทินกับจุลมาสโต้เถียงกันเมื่อไวทินบ่นว่าจุลมาสไม่ใส่ใจเอาแต่กดดันลูกเรื่องสอบ ส่วนจุลมาสก็ด่าไวทินว่าทิ้งลูกทิ้งเมียไปอยู่กับคนอื่นแล้วยังมีหน้ามาด่าตนอีก ตัดบทว่าตนไม่คุยอะไรทั้งนั้นเพราะลูกไม่ได้เป็นอะไร

ทรายจึงเอากระดาษคำตอบของวีหนึ่งแผ่นแรกที่ขีดฆ่า ลบเส้นยึกยือเต็มไปหมด แผ่นที่สองที่พับ-พับ-พับ ขณะคุยกับทราย และแผ่นที่สามถึงกับฉีกเป็นชิ้นเล็ก

ชิ้นน้อยให้จุลมาสดู ไวทินก็บอกว่าวันที่พาวีไปทานข้าวครั้งสุดท้ายอยู่ๆวีก็ร้องไห้จนเป็นลม ตนต้องพาเข้าโรงพยาบาล ทรายบอกว่าวียังชักในห้องสอบด้วย

ไวทินสรุปว่าวีไม่อยากบอกจุลมาสเพราะไม่อยากให้เป็นห่วง แต่จุลมาสเชื่อว่าวีไม่ได้เป็นอะไร วีบอกตนทุกอย่าง เราไม่มีอะไรปิดบังกัน แล้วออกไปหน้าร้านเลย กระนั้นทรายก็รู้สึกดีที่อย่างน้อยจุลมาสก็ยอมรับฟังเรื่องราวของวีดีขึ้น ทั้งทรายและไวทินต่างหวังว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น

ooooooo

วันนี้กรนัดทานข้าวกับพ่อแม่ที่บ้าน สมภพถามว่าทรายไม่มาหรือ กรบอกว่าทรายมีงาน สมภพติงว่าวันหยุดยังมีงานอะไรอีก


นพลักษณ์รู้แก่ใจดีว่าทรายกำลังเร่งงานเพราะอะไรแต่ก็กลบเกลื่อนเร่งให้ทานข้าวเพราะตนหิวแล้ว

แต่ยังไม่ทันได้ทานข้าวกันกรก็ได้รับโทรศัพท์จากน้ำทิพย์ว่าสักทองหน้ามืดความดันขึ้นเวลานี้อยู่โรงพยาบาลกรจึงรีบไป

ทรายไปถึงโรงพยาบาล แม่บอกว่าพ่อค่อยยังชั่วแล้ว และกรกำลังลงไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ ถามว่าเรื่องคำสั่งแม่คุณกรทรายได้คุยกับเขาหรือยัง ทรายส่ายหน้า แม่จึงเล่าเรื่องที่กรมาถามวันก่อนว่าทรายได้มาปรึกษาอะไรหรือเปล่า มีปัญหาอะไรไหม บอกทรายว่าหน้าตาเขาเครียดๆไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน

“คุณกรเขาเป็นคนดีมากนะทราย ดูสิพ่อไม่สบายก็รีบมาจัดการเป็นธุระให้ แม่ไม่อยากให้ลูกกับเขามีปัญหากัน ทรายแก้ปัญหาให้คนอื่นมาตั้งเยอะ ลอง

แก้ปัญหาให้คุณกรเขาหน่อยดีไหม”

“ทรายรับปากแม่เขาไปแล้วว่าจะไม่บอก แล้วถ้ากรรู้ ทรายว่ามันต้องเป็นเรื่องแน่ๆ แล้วถ้าทั้งสองคนให้ทรายลาออกตอนนี้...เด็กๆจะเป็นยังไง”

ทรายเครียด น้ำทิพย์สงสารลูกได้แต่โอบปลอบใจ...

เมื่อกรกลับมาถามน้ำทิพย์ว่าเมื่อกี๊คุยอะไรกับทราย ดูเหมือนทรายไม่ค่อยสบายใจ น้ำทิพย์ต้องปดว่าเรื่องเด็กในโครงการ ทรายไปคุยกับพ่อแม่เด็กมาเลยกลุ้มใจไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ

กรฟังแล้วยิ่งหนักใจ มองทรายเหมือนมีกำแพงกับตนมากขึ้นทุกที...

ooooooo

เมื่อกลับบ้านตัวเอง ขณะเดินเข้าบ้านกรจับมือทรายถามว่าจำได้ไหมว่าตนคือคนที่เธอคุยได้ทุกเรื่อง

ทรายบอกว่าจำได้ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง และขอโทษจริงๆถ้าช่วงนี้ตนทำงานมากเกินไป แต่อีกนิดเดียว นิดเดียว...ปิดจ๊อบเมื่อไหร่ตนก็จะพักยาวแน่ มองอ้อน...“ขอเวลาอีกนิดนึงนะคะ”

กรมองทรายด้วยความเข้าใจ แล้วจูงมือกันเดินเข้าบ้าน

แต่คืนนี้จนเที่ยงคืนแล้วทรายยังไม่เข้านอน ทรายอยู่กับแล็ปท็อปในห้องรับแขก

ทรายคิดถึงตัวเองแล้วพิมพ์ “ความรู้อย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เมื่อเรารู้แล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือ...ฝึกฝนและปรับใช้สิ่งที่เรารู้ให้เกิดประโยชน์จริงๆ”

และเมื่อคิดถึงครอบครัวโมรากุลที่ต้องการช่วยพีท แต่ทั้งโม แม่ และพ่อต่างก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ต้องทำแม้แต่สีที่แสดงอารมณ์ก็ยังถกเถียงกันวุ่นวายเพราะจำผิดจำถูก จำไม่ได้ ทรายคิดถึงครอบครัวนี้แล้วพิมพ์...

“การฝึกฝนต้องมาจากความเข้าใจ ใช้ความจำ

อย่างเดียวไม่พอ ความเข้าใจบางครั้งเกิดจากการลองผิดลองถูก”

และเมื่อคิดถึงกองพลกับใบพัด กองพลมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลและช่วยใบพัด แต่วิธีการกลับเป็นการทำตามความเข้าใจและต้องการของตัวเองจนใบพัดรับไม่ได้ ทรายพิมพ์เพิ่มเติมว่า

“ความเข้าใจที่แท้จริง ไม่ใช่ความพยายามเข้าใจโดยไม่เปิดใจอย่างแท้จริง”


แต่เมื่อคิดถึงจุลมาสที่พยายามจะให้วีหนึ่งพูดความในใจออกมาจนกลายเป็นคาดคั้นซึ่งทำให้วีหนึ่งยิ่งไม่เปิดเผยปัญหาของตนเพราะกลัวแม่ไม่สบายใจ ทรายพิมพ์อย่างเข้าใจว่า

“แต่การเปิดใจใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย...เช่นเดียวกับการปิดใจตัวเราเองก็ไม่ง่ายเช่นกัน เงื่อนไขต่างๆ มากมายที่ทำให้เราไม่สามารถเปิดใจและแสดงออกในสิ่งที่เราต้องการ...และด้วยกรอบที่มากมายนี่เองทำให้เราปิดกั้นตัวเองจากความรู้สึกที่มี เข้าทำนอง...ความรู้

ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด เพราะหลายครั้งเรารู้อะไรมากมาย

แก้ปัญหาให้คนอื่นได้สารพัด แต่กลับมาใช้แก้ปัญหาให้ตัวเองไม่ได้...เพราะบางครั้ง ความรู้กับความเป็นจริงมันขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง”

คิดถึงเรื่องราวของเด็กและการแก้ปัญหาของแต่ละคนแล้ว ทรายตัดสินใจลบทิ้ง ไม่โพสต์ดีกว่า มองตำราจิตวิทยาที่กองอยู่มากมายแล้วถอนใจ...ตำราช่วยอะไรไม่ได้เลย...

ooooooo

นายมหาสมุทรหรือบุ๊ค ที่มีความตั้งใจร่วมมือกับพ่อแม่ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองแม้จะมีงอแงในระเบียบที่แม่กับพ่อคอยดูแลบ้าง แต่ก็ไม่เป็นปัญหา

แต่พอไปถึงโรงเรียนครูคุยเรื่องการเรียนที่บุ๊คจะต้องเร่งตามเพื่อนให้ทัน เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มและเรียนพิเศษเสริม แล้วถามบุ๊คว่าไหวไหม บุ๊คบอกว่าไหวทั้งที่หนักใจ กรสังเกตเห็นบอกว่าบุ๊คอยากเรียนเพิ่มในช่วงเสาร์อาทิตย์ก็บอกได้

“ครับ...ผมขอลองแค่นี้ก่อนครับ ตอนนี้ต้องทำอะไรเยอะมากเลย ตื่นหกโมง ออกจากบ้านไปโรงเรียนก่อนเจ็ดโมง กลับมาก็ต้องรีบอาบน้ำ ออกกำลังกาย เข้านอนก่อนสี่ทุ่ม...อะไรก็ไม่รู้เยอะไปหมด”

“เอาน่า เริ่มแรกก็แบบนี้แหละ พอเราทำได้สักพักก็ชิน” กรให้กำลังใจ บุ๊คพยักหน้า คิดๆแล้วถาม

“ตอนนี้ผมกลับมาใช้ชีวิตปกติแล้ว เมื่อไหร่ผมจะใช้มือถือได้ครับ” เห็นกรชะงักบุ๊ครีบบอก “ผมไม่เล่นเกมแน่ๆครับ ไม่ต้องห่วง”

กรบอกว่าจะถามครูทรายกับคุณพ่อคุณแม่ให้

บุ๊ครับคำ แต่พอดูตารางการเรียนและตารางกิจกรรมประจำวันแล้วก็เครียด...เพราะปรับตัวยังไม่ได้

พอกรไป บุ๊คก็แปลกใจที่จู่ๆเฌอฟ้าสาวรุ่นน้องก็เข้ามาทักอย่างสนิทสนม บุ๊คงงๆ อลินเดินออกมาบอกว่า เฌอฟ้าเป็นลูกสาวของเจ๊เจ้าของร้านอาหารที่แม่ทำงานด้วยที่นิวยอร์ก เฌอฟ้าเล่าว่าตนรู้จักบุ๊คเพราะน้าลินเอารูปให้ดูตลอด เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ พอเจอตัวจริงเลยรู้สึกเหมือนสนิทกันมาก

เฌอฟ้าบอกว่าตนมาแบ็กแพ็กทั่วไทยคนเดียว เริ่มต้นที่เชียงรายอยากไปดูถ้ำ บุ๊คมองเฌอฟ้าอย่างทึ่งรู้สึกเท่มาก เฌอฟ้าเล่าแผนการว่ากลับจากเชียงรายแล้วจะขอมานอนที่นี่สักพัก อลินยินดี ถามบุ๊คว่าโอเคไหม


“โอเค้...บุ๊คโอเคครับ” บุ๊ครีบตอบใจเต้นตึ้กตั้กตื่นเต้นมาก เฌอฟ้าจะเรียกแท็กซี่ไปสนามบิน อลินจึงให้บุ๊คโทร.เรียกให้ บุ๊คตอบรับเขินๆแล้วรีบเข้าบ้านโทร.เรียกแท็กซี่จนอลินเอะใจกับอาการแปลกๆที่บุ๊คเทกแคร์เฌอฟ้าเอาการเอางานออกนอกหน้ามาก

เมื่อแท็กซี่มา เฌอฟ้าขึ้นรถแล้วลดกระจกลงโบกมือบ๊ายบาย “แล้วเจอกันนะบุ๊ค”

บุ๊คโบกมือบ๊ายบายปิ๊งเฌอฟ้าอย่างแรงจนปิดความเขินไม่อยู่

ooooooo

วันนี้ไออุ่นไปต่อคิวยาวเพื่อเข้าห้องน้ำหญิง ได้ยินรุ่นพี่สองคนแต่งหน้าเติมปากคุยกันถึงหน้าอกตัวเองที่เรียบเป็นกระดาน บอกว่าปีหน้าจบเมื่อไหร่จะไปขึ้นเขียงจัดไปเลยห้าร้อยซีซี

รุ่นพี่สองสามคนคุยกันอย่างสนุกสนานจนไออุ่นฟังแล้วเขินใจเต้นโครมโครมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พอออกไปเจอแอนเน่หน้าก็ยังแดงจนแอนเน่ถามว่า

ไข้ขึ้นหรือเปล่า ไออุ่นปฏิเสธเขินๆแล้วรีบเดินห่างจากห้องน้ำหญิง แอนเน่แซวว่านี่ถึงขนาดเข้าห้องน้ำหญิงแล้วฟินแล้วหรือ

“ไอ้บ้า จะไปหารายงานที่ห้องสมุดไม่ใช่เหรอ รีบไปได้แล้ว” ไออุ่นด่าแก้เขินแล้วรีบเปลี่ยนเรื่องเลย

บ่ายนี้จู่ๆก็มีพัสดุส่งมาให้ไออุ่นที่โรงเรียน แอนเน่เอาไปให้ถามว่าสั่งอะไรมา โดนครูด่าเลย สั่งว่าต่อไปห้ามสั่งของส่งมาที่โรงเรียน ไออุ่นบอกว่าตนไม่ได้สั่ง แต่ชื่อผู้รับเป็นไออุ่นชัดๆจึงเปิดดู ไออุ่นหยิบของออกมาถามแอนเน่ว่าอะไรน่ะ แอนเน่ส่ายหน้าไม่รู้

“ชอบไหมเอาไปลองใช้ดิ” เสียงภูภูมิถามขำๆ ไออุ่นถามว่าอะไร “อ้าว...ไม่รู้จักเหรอ ที่ช่วยเยี่ยวไง เห็นมึงอยากเป็นผู้ชายมากก็เลยจัดให้ ทีนี้มึงก็ยืนเยี่ยวข้างๆกูได้แล้ว ดีป่ะล่ะ”

เสียงเพื่อนเฮชอบใจ ไออุ่นปรี๊ดแตกตวาด

“ไอ้ภูภูมิ!!!” จะพุ่งเข้าหา แอนเน่รีบห้ามไว้...

เพราะความเกเรอยากแกล้งใบพัด ฆ้องวงศ์จึงเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของเด็กออทิสติก เพื่อจะเอาไปแกล้งใบพัด พอรู้ว่าบางคนไม่ชอบเสียงดัง เสียงแหลมๆ ก็คิดแกล้งทันที พอพักกลางวันเดินมากับคิมหันต์เห็นใบพัดอยู่คนเดียวก็เข้าไปแกล้ง เอาช้อนสองคันมาขูดกันเสียงบาดหูจนใบพัดที่กำลังกินขนมปังทิ้งขนมปังเอามืออุดหูอย่างทรมาน

ฆ้องวงศ์กับคิมหันต์เห็นดังนั้นก็ยิ่งแกล้ง ใบพัดพยายามลุกหนีก็ตามไปขูดช้อนใกล้ๆหู ใบพัดทรมานกับเสียงนั้นมาก พลันก็นึกถึงที่ครูป้องบอกว่า เจออะไรที่ไม่ชอบอึดอัดก็ให้ตั้งสตินึกให้ได้ว่าจะต้องทำสิ่งที่เราชอบ แต่เสียงขูดช้อนทรมานจนใบพัดดิ้นทุรนทุราย คนแถวนั้นพากันมองเหมือนใบพัดเป็นตัวประหลาด

ครูป้องกับครูชิชาเดินไปโรงอาหารด้วยกัน ครูชิชาสะกิดครูป้องให้ดูกลุ่มเด็กที่แกล้งใบพัด ครูป้องตกใจเดินไปทันที


ใบพัดเอามือปิดหูอย่างทรมาน พยายามตั้งสติคิดถึงที่ครูป้องกับลุงกองพลบอกไว้ ใบพัดเอาหูฟังมาใส่ และเปิดเพลง พอเสียงเพลง Moonlight sonata ดังขึ้น ใบพัดก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นเลย ค่อยๆสงบลง ฆ้องวงศ์เห็นก็บอกให้คิมหันต์ดึงหูฟังใบพัดออก คิมหันต์ไม่เอาบอกว่าเริ่มไม่สนุกแล้ว พอดีเห็นครูป้องเดินมา คิมหันต์ร้อง “ครูมา!” แล้วทั้งสองก็พากันเดินหลบไปโดยครูป้องไม่ทันเห็น

ครูป้องรีบเดินไปหาใบพัดที่นั่งฟังเพลงอยู่อย่างสงบ ก็ชม

“ครูเห็นใบพัดรับมือกับความไม่ชอบของตัวเองได้ดีมากเลยนะ ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใบพัดต้องทำแบบนี้ เข้าใจไหม”

ครูป้องถามว่าใบพัดถูกใครแกล้ง ใบพัดรู้ จำได้ แต่เล่าไม่ออกเลยหันหน้าหนี ชิชามาถึงถามว่าใบพัดเป็นอะไร ครูป้องพูดเบาๆว่าเขาเรียบเรียงเรื่องราวเล่าออกมาไม่ได้ บอกครูชิชาว่านี่เป็นขั้นตอนต่อไปที่เราจะต้องฝึกเขา ครูชิชาฟังแล้วนึก...“โห...ไม่ง่ายเลย”

ooooooo

ฝ่ายไออุ่นถูกแอนเน่รั้งไว้ก็จ้องแค้นภูภูมิ แต่แล้วก็ยิ้มออกมาบอกว่าเดี๋ยวจะไปเยี่ยวลองของใหม่หน่อย ชวนแอนเน่ไปด้วยกันดูซิว่าใครจะเยี่ยวได้ไกลกว่ากัน แล้วไออุ่นก็ถืออุปกรณ์ช่วยฉี่เดินไป แอนเน่เดินตามแต่หันมายักไหล่เย้ยภูภูมิอย่างสะใจ

“เงิบดิมึง” ดู๋ดี๋หันไปเยาะภูภูมิ “เสียตังค์ไม่พอ เสียฟอร์มอีก...ดูดิ๊ แม่งยืนเยี่ยวสบายเลย”

เพื่อนๆฮากันครืนหันมองภูภูมิที่ยืนเซ็งพูด

ไม่ออกเลย

แอนเน่สะใจที่ไออุ่นแก้เผ็ดได้แสบ ถามว่าทำได้ไงวะ ไออุ่นพูดด้วยสีหน้าสมใจสะใจที่ตนทำได้สำเร็จว่าครูทรายสอนว่าเราเปลี่ยนวิธีคิดของคนอื่นไม่ได้ แต่เรารับมือกับมันได้

เมื่อทรายรู้ก็ชมไออุ่นว่าเก่งมาก ครั้งนี้เราคุมอารมณ์ได้ไม่ตอบโต้...ฝึกไปเรื่อยๆ ไออุ่นถามว่าตนยังต้องเจออีกเยอะใช่ไหม ทรายไม่ตอบแต่บอกว่า

“ตอนนี้อุ่นเข้าใจและรู้วิธีรับมือแล้ว ครูดีใจนะ”

“อุ่นว่า...” ไออุ่นเอ่ยยิ้มนิดๆ “โรงเรียนนี้มีครูทรายมันดีนะคะ จะได้มีคนมานั่งฟังปัญหาของเด็กๆ ผู้ใหญ่หลายคนชอบคิดว่าปัญหาของเด็กเป็นเรื่องเล็ก โตขึ้นเดี๋ยวก็หาย แต่เอาจริงๆถ้าไม่มีผู้ใหญ่ที่เข้าใจมาแนะนำ ปัญหามันก็ไม่หายนะคะ มันยิ่งแย่ลงกว่าเดิมอีก...อุ่นโชคดีมากที่โรงเรียนนี้มีครูทราย”

ฟังไออุ่นแล้วทรายจุก ดีใจที่ไออุ่นรู้สึกและพูดจากใจ แต่ก็เศร้าใจ เมื่อนึกถึงว่าอีกไม่นานตนก็ต้อง “ลาออก” ไปเป็นแม่บ้านแล้ว

ooooooo

พรุ่งนี้จะสอบ Pre-test แล้ว คีต์กังวลถามโอ๋เอ๋ว่าข้อสอบยากไหม ถ้ายากแล้วคะแนนออกมาไม่ดีจะทำยังไง โอ๋เอ๋บอกว่าก็เปลี่ยนคณะสิ ประเทศไทยไม่ได้มีแค่หมอ

คีต์บอกว่าที่บ้านตนเป็นหมอทั้งบ้าน ตนไม่อยากเป็นจุดด่างของครอบครัว


วีหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆได้ยินคีต์พูดถึงกับเจ็บจี๊ดขึ้นสมอง โพล่งไล่ให้ไปคุยกันที่อื่นตนอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว วีหนึ่งเหมือนคุมตัวเองไม่อยู่ ปากแห้ง เหงื่อซึม ใจสั่นบอกเพื่อนๆว่า

“ฉัน...ฉันไปอ่านที่อื่นนะ”

“ไอ้วี...มันเป็นไรวะ”

“นั่นดิอยู่ๆก็หัวร้อนเลย”

“ก็พวกแกแหละ มัวแต่เม้าท์กันอยู่ได้”

“แต่หลังๆไอ้วีมันเปลี่ยนไปจริงๆนะแก ฉันว่ามันแปลกๆ”

เพลินเพลินกับคีต์ต่างงง โอ๋เอ๋บอกว่า “มันคงเครียด ทุกคนคงเครียดเหมือนกันแหละ คืนนี้ดึกๆเราค่อยโทร.ไปปลอบใจมัน พรุ่งนี้มันจะได้ไม่เครียดตอนสอบ”

วันนี้ที่ศาลปุ่นบนดาดฟ้าโรงเรียน วีหนึ่งไปยืนที่ศาลปุ่นคนเดียว ครู่หนึ่งครูพรรณีขึ้นมาถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ได้เวลาเรียนแล้ว วีหนึ่งบอกว่าจะไปเรียนเดี๋ยวนี้แล้วไหว้ลาเลย

ครูพรรณีเห็นลอดช่องวางอยู่มากมายถามนายสันภารโรงที่กำลังจะไปเก็บว่าทำไมเยอะขนาดนี้ มาจากไหน นายสันบอกว่ามาจากเด็กนักเรียน เพราะเขาเชื่อว่าตรงนี้มีเด็กกระโดดตึกฆ่าตัวตาย เป็นเด็กเรียนเก่ง พอช่วงใกล้สอบก็จะเอาลอดช่องมาไหว้ ขอให้สอบผ่านได้คะแนนดีๆ

พรรณีงง ถามว่าเด็กกระโดดตึกฆ่าตัวตาย? นายสันออกตัวว่าจริงหรือเปล่าตนก็ไม่รู้ เพราะตนเพิ่งมาทำงานแค่ปีกว่าๆ พอดีเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น พรรณีเห็นนายสันไปเก็บลอดช่อง อดคิดกังวลไม่ได้

วันนี้พอเลิกเรียนกำปั้นถามเพื่อนๆว่าเสาร์นี้วันเกิดวินวินใครจะไปกินพิซซ่าวันเกิดวินวินบ้าง วินวินมองพีทที่หลับอยู่ก็ทำสัญญาณไม่ให้กำปั้นพูด บอกเบาๆว่าไปทุกคนแหละ กูเกิ้ลแทรกว่ายกเว้นพีท ไม่อยากชวนเพราะพีทชอบกรี๊ด กำชับกำปั้นว่าอย่าบอกพีทนะ

ที่แท้พีทได้ยินทุกคนพูดถึงตน รู้สึกแย่และเสียใจมากที่เพื่อนไม่ชวน ทรายจึงพาไปที่ห้องถามว่าตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง พีทบอกว่าเบื่อ ทรายถามว่าเบื่อสีอะไร พีทบอกว่าไม่รู้ จำไม่ได้ แล้วร้องจะกลับบ้าน...กลับบ้าน

ทรายเล่าให้ครูป้องฟัง บ่นๆว่าไม่รู้ว่าคุณโมฝึกพีทบ้างหรือเปล่า

ครูป้องบอกว่าเย็นนี้ตนจะพาคุณกองพลไปเจอคุณแหม่มที่บ้านอันยาเองทรายจะได้รีบกลับบ้าน ตนอยากให้ทรายอยู่กับคุณกรเผื่อมีจังหวะจะได้คุยกันเรื่องจะ

ลาออก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ในฐานะ ผอ.ตนคิดว่าคุณกรมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ ส่วนในฐานะสามี บางทีคุณกรก็อาจจะมีทางออกที่ดีกว่าการลาออกก็ได้

ทรายฟังแล้วเครียดไม่รู้ว่าจะบอกกรหรือไม่บอกดี?


ที่ห้องซ้อมดนตรี วันนี้มีปัญหากันเล็กน้อยเมื่อใบพัดบอกว่าก้องร้องเพี้ยน ก้องเสียหน้าสวนทันทีว่าตนร้องตามโน้ตนะ ใบพัดบอกว่ามันเพี้ยนแบบผิดคีย์เลยล่ะ ก้องเสียหน้าที่ใบพัดพูดตรงเกินไป อันยาที่เป็นบัดดี้ของใบพัดบอกก้องให้ใจเย็นๆ ถามโจกับโป๊ปว่าถ้าสองคนโอเคใบพัดอาจฟังผิดก็ได้ โจกับโป๊ปเกี่ยงกันพูด แต่สุดท้ายโป๊ปพูดว่า

“อย่าโกรธเรานะ แต่ที่ใบพัดพูดมันก็ถูกว่ะ แกร้องเพี้ยนจริงๆ แต่ไม่ได้ว่าแกนะโว้ย เราเองก็เล่นไม่ดีเหมือนกัน” โจจึงแทรกว่าจริงตนก็เล่นผิด ก้องบอกว่าตนก็ร้องแบบนี้มาตลอด ตนมีความสามารถแค่นี้ จะให้ทำยังไง หรือจะหาคนร้องใหม่ก็ได้นะ

อยู่ๆใบพัดก็พูดขึ้นว่า

“Talent is good, Practice is better, Passion is best! ซ้อมครับไม่ต้องหาใหม่ เราต้องซ้อมครับ ซ้อมเยอะๆครับ Practice makes perfect ครับ!”

ทุกคนเหวอไปทันที แล้วโป๊ปก็ยิ้มออกมา พูดอย่างทึ่ง

“พูดน้อยต่อยหนักเว้ยเฮ้ย”

ก้องฟังแล้วโดนใจมากหันมองใบพัด พูดอย่างตัดสินใจได้แล้วว่า “เอาวะ ซ้อมมากันขนาดนี้แล้ว สู้เว้ย!” แล้วตบไหล่ใบพัดผัวะ ใบพัดตบกลับแรงเท่ากันทำเอาก้องถึงกับทรุด เพื่อนๆหัวเราะกันครืนใหญ่

เสียงเคาะประตูดังขึ้นกองพลเข้ามาเห็นทุกคนกำลังหัวเราะก็ระแวงถามอันยาว่าใครแกล้งใบพัดหรือเปล่า อันยาบอกว่าไม่ ทุกอย่างราบรื่น แล้วแนะนำกองพลกับเพื่อนๆว่า “นี่ลุงของใบพัด” ทุกคนไหว้อย่างนอบน้อม กองพลงงๆเพราะไม่ค่อยเห็นเพื่อนๆยอมรับใบพัดอย่างนี้

“ขอบใจมากนะใบพัดที่พูดกับเราตรงๆ เราจะขยันซ้อมให้มากกว่านี้นะ” ก้องพูดกับใบพัดอย่างจริงใจ

ใบพัดมองไปทางอื่นไม่สบตาก้องแต่แววตาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดี กองพลมองภาพนั้นอย่างตื้นตันใจ

ooooooo

ครูป้องพากองพลไปคุยกับแหม่มแม่ของอันยา เมื่อฟังความพยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กออทิสติกเพื่อดูแลทิวเดนจนท้อหลายครั้งแต่พอตั้งสติได้ก็สู้ใหม่ และดีใจมากเมื่อโรงเรียนเปี่ยมคุณหันมาสนใจด้านนี้

ต่อมาไปเจอกลุ่มพ่อแม่ที่มีลูกเป็นออทิสติกมารวมตัวกัน เลยไปขอข้อมูลจากเขา

เห็นกองพลมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้มาก แหม่มบอกว่าถ้าคุณกองพลสนใจเข้ากลุ่มผู้ปกครองเดี๋ยวตนจะพาไป ครูป้องบอกแหม่มว่ามีอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์ก็ติดต่อคุณกองพลโดยตรงได้เลย

กองพลเบาใจขึ้นมากเมื่อได้พูดคุยกับแหม่ม

ระหว่างที่กองพลคุยกับแหม่มอยู่นั้น อันยาก็พาใบพัดไปเล่นกับทิวเดน อันยาพาทั้งสองเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน จนเมื่อกองพลคุยเสร็จเดินมาดูก็รู้สึกแปลกใจกับสายตาของใบพัดที่มองอันยาอย่างอ่อนโยนแบบไม่เคยเห็นใบพัดมองใครแบบนี้มาก่อน

ooooooo

ทรายเร่งงานจนแทบไม่มีเวลาพัก คืนนี้ก็นั่งพิมพ์งานที่ห้องทำงานในบ้าน กรนอนที่โซฟาระบายความไม่สบายใจเรื่องครูพรรณีให้ฟังว่าตั้งแต่ตนเป็น ผอ.ไม่เห็นครูพรรณีสนับสนุนตนสักเรื่อง


กรบอกทรายว่าพรุ่งนี้จะเชิญครูพรรณีกับครูน้อยมาคุยเรื่องกิจกรรมหลังเลิกเรียนกันไม่รู้ว่าจะขัดอะไรอีกหรือเปล่า ถามทรายว่าตนควรทำยังไงดี

แต่ทรายไม่ได้ฟังเพราะมีสมาธิกับการพิมพ์หนังสือ จนกรเรียกหลายครั้งจึงรู้สึกตัว รีบขอโทษและให้เขาเล่าใหม่อีกครั้งได้ไหม กรมองหน้าแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ตนไม่กวนแล้วให้ทรายทำงานไปเถอะแล้วลุกไป ทรายรีบจับแขนไว้ถามว่า “คุณกร...คุณโอเครึเปล่าคะ”

“คุณเสียสละทำงานเพื่อช่วยคนอื่นอยู่ ผมก็ต้องเสียสละเพื่อคุณบ้าง”

ทรายทั้งขอบคุณและรู้สึกผิด ตัดสินใจจะบอกความจริงเขา แต่แล้วก็ชะงักเมื่อนึกถึงที่นพลักษณ์กำชับว่าอย่าให้กรรู้ ในที่สุดก็ตัดสินใจไม่บอก กลับมานั่งทำงานอย่างอึดอัดใจ

เช้าวันต่อมาเมื่อกรเชิญครูพรรณีกับครูน้อยมาปรึกษากันเรื่องจะเพิ่ม “กิจกรรมหลังเลิกเรียน” อยากให้ทำแบบสอบถามสำรวจว่าเด็กสนใจอะไร ถ้าทำได้ เราก็จะทำให้

ครูพรรณีแย้งทันทีว่าแค่เรื่องทำการบ้านอ่านหนังสือเตรียมสอบเรียนพิเศษ เด็กๆก็ไม่มีเวลาทำอะไรแล้ว กรติงว่าเด็กไม่ได้ชอบเรียนพิเศษกันทุกคน ตนไม่อยากให้โรงเรียนเราโฟกัสเด็กเรียน อยากให้เด็กมีกิจกรรมด้วย

ครูพรรณีแย้งว่าการเพิ่มกิจกรรมให้เด็กก็เท่ากับเพิ่มงานให้ครูด้วย ทุกวันนี้งานของครูก็ล้นมืออยู่แล้ว ตนเกรงว่าครูจะไม่ไหว

กรบอกว่าตนจะจ้างคนนอกเข้ามาจัดกิจกรรม ครูพรรณีก็แย้งอีกว่าก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม กรบอกว่าตนยินดีจ่าย

“ก่อนยินดีจ่าย ปรึกษาฝ่ายการเงินก่อนดีไหมคะ” ครูพรรณีสวนทันควัน

แต่กรก็ขัดขึ้นว่าเราค่อยๆเริ่มก่อนดีไหม ก่อนจะไปถึงค่าใช้จ่ายเราลองมาดูกันก่อนไหมว่าเด็กๆสนใจอะไร ทำแบบสอบถามขึ้นมา พอเราได้ข้อมูลแล้วค่อยมาคิดกันอีกที เมื่อกรยืนยันเช่นนี้ครูพรรณีจำต้องพยักหน้า

กรถามว่าให้ครูชิชาทำแบบสอบถามได้ไหม หลังจากได้ ข้อมูลจากแบบสอบถามแล้วตนจะดำเนินการตามที่เห็นสมควร คงไม่รบกวนรองพรรณีแล้ว แล้วสรุปอย่างมัดมือชกว่า

“ที่เชิญครูมาวันนี้ถือว่าผมแจ้งให้ทราบนะครับ ขอบคุณครับ”

ครูพรรณีจุก พูดไม่ออก ครูน้อยได้แต่มองครูพรรณีอย่างเห็นใจ แต่พอกลับถึงห้องทำงาน ครูพรรณีบ่นกับครูน้อยว่าตนไม่อยากขัด ผอ.ไปเสียทุกเรื่อง แต่ ผอ.ทำทุกอย่างไม่ได้คิดให้รอบคอบ ไม่ได้ศึกษา มองปัญหาให้รอบด้าน พอทำไปมีปัญหามา คนอื่นต้องตามแก้กันไป มันไม่ไหวนะ

ครูน้อยติงว่า ผอ.ทำทุกอย่างเพื่อเด็กๆ ท่านหวังดีกับเด็กจริงๆ

ครูพรรณีแย้งว่าบางครั้งแค่ความรักความหวังดีมันไม่พอ เพราะนอกจากเด็กแล้วครูก็เป็นส่วนที่ผู้บริหารต้องให้ความหวังดีกับพวกเขาด้วย ถามว่าเด็กจะดีได้ยังไง ถ้าครูไม่มีกำลังใจในการสอน พูดแล้วออกตัวว่า “ฉันก็ได้แต่บ่นกับครูน้อย หวังว่าสักวัน ผอ.จะเข้าใจ ก่อนที่ความอดทนของฉันจะหมดลง”


ครูพรรณีพูดอย่างเหนื่อยล้ากว่าเมื่อก่อนมาก และเมื่อครูชิชาส่งแบบสอบถามให้ครูประจำชั้นดู บรรดาครูก็พากันถอนใจบ่นว่างานเข้าอีกแล้ว บางคนก็ว่า “โปรเจกต์ครูทรายอีกแล้ว ขยันสร้างผลงานจัง”

ooooooo

เกริกฤทธิ์อยากให้ไออุ่นใกล้ชิดกับสิงห์เพื่อให้สิงห์ช่วย วันนี้เลยใช้ให้ไออุ่นเอาของไปให้สิงห์ ไออุ่นชวนแอนเน่ไปด้วย แต่พอเข้าไปในยิม ได้ยินเจ้าหน้าที่เรียกนางสาวเกษรา พอเกษราขาน “ครับ” แล้วเดินมาดเท่เข้าไป ไออุ่นมองทึ่งอยากเป็นแบบนั้นขึ้นมาทันที

ขณะแอนเน่กับไออุ่นรอสิงห์ เห็นสิงห์หล่อล่ำกล้ามโตก็มองอย่างอยากเป็นแบบนั้น เมื่อกลับบ้านก็ออกกำลังกายยกดัมเบลและเอาผ้ารัดหน้าอกจนแบนราบแต่ก็ไม่ปังอย่างที่ต้องการ ได้แต่คิดๆว่าจะทำยังไงดี นึกอยากตัดทิ้งอย่างเกษราขึ้นมาบ้าง

ฝ่ายครูป้องก็ร่วมกับกองพลที่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อดูแลใบพัดจนใบพัดสามารถรับมือกับอารมณ์ตัวเองและป้องกันตัวเองจากการโดนแกล้งได้แล้ว ก็เริ่มสอนให้ใบพัดฝึกเล่าเรื่องที่เขาทำประจำ ครูป้องบอกว่าต้องฝึกจนใบพัดสามารถเล่าสิ่งที่เขาไม่ชอบไม่พอใจได้ ก็ถือว่าการฝึกบรรลุเป้าหมาย แม้กองพลจะรู้สึกว่ายากแต่มั่นใจว่า เพื่อหลานตนต้องทำได้...

เพื่อนๆเป็นห่วงวีหนึ่งดึกคืนนี้จึงโทร.ไปให้กำลังใจ พอดีจุลมาสมาเคาะประตูถามว่าจะกินโน่นกินนี่ไหม

วีหนึ่งบอกว่าไม่หิว ก็เปลี่ยนเป็นถามเรื่องอ่านหนังสือเตรียมสอบ พอรู้ว่ากำลังลองทำข้อสอบที่โรงเรียนจัดให้อยู่ จุลมาสก็ให้กำลังใจว่าลูกต้องทำคะแนนได้ดี แม่เชื่อว่าลูกทำได้อยู่แล้ว

วีหนึ่งเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ เสียงแข็งใส่แม่ว่าตนอยากอยู่คนเดียว จุลมาสตกใจออกไปจากห้อง พอออกไปแล้วก็ยืนใจสั่นอยู่หน้าห้องถามตัวเองว่า “ลูกเป็นอะไร”

ฝ่ายวีหนึ่งพอแม่ไปแล้วก็กำปากกาแน่น ปักลงสมุด ขีดย้ำอย่างแรงจนสมุดขาด!

ooooooo

กรเข้าไปในห้องทำงานของทราย โทรศัพท์ดังขึ้นแต่ทรายไม่อยู่ เขาเห็นเป็นชื่อป้องจึงรับเพราะคิดว่าเป็นเรื่องงาน

ครูป้องบอกว่าพอดีตนมาเยี่ยมพ่อ ช่วยบอกทรายด้วยว่าตนยังอยู่แถวนี้พรุ่งนี้ไม่ต้องมารับพ่อ ตนจะไปส่งพ่อแม่เอง กรบอกว่าตนจะไปรับเองเพราะต้องไปเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายด้วย พอดีทรายเข้ามาถามแซวๆว่าแอบเช็กโทรศัพท์หรือ จึงรู้ว่าป้องโทร.มาและเธอไม่อยู่เขาจึงรับแทน

ครูป้องบอกน้ำทิพย์ว่าพรุ่งนี้กรจะมารับเอง ก่อนจะกลับยังให้กำลังใจแม่ให้เอาน้ำขึ้นฉ่ายให้พ่อดื่มบอกว่าหมดแล้วตนจะทำมาให้ทำได้ง่ายมากแล้วลากลับเลย

กรกับทรายมาถึงเห็นแม่เอาน้ำขึ้นฉ่ายให้พ่อกินบอกว่าป้องทำมาให้ กรก็แอบเคืองที่ป้องเอาใจใส่พ่อถึงขนาดนี้ หันไปเห็นทรายหน้ามืดจะล้ม กรรีบเข้าพยุง ถามว่าเป็นอะไร ทรายบอกว่าสงสัยจะหิวแม่เลยรีบไปหาของกินให้

ทรายอ่อนเพลียมาก กรมองอย่างเป็นห่วง กังวล

รุ่งขึ้นจุลมาสไปจัดร้านแต่เช้า เป็นห่วงวีหนึ่งจึงโทร.หาแต่โทรศัพท์บอกให้ฝากข้อความ จุลมาสฝากข้อความว่า แม่โทร.มาเป็นกำลังใจเรื่องสอบ วีไม่ต้องเครียดทำให้เต็มที่ แล้วบอกให้สู้ๆนะลูก

แต่ที่ห้องสอบวันนี้วีหนึ่งไม่ได้ไปสอบ เพื่อนๆต่างคิดกันว่าวีหนึ่งไม่น่าพลาดเพราะเมื่อคืนยังคุยกันปกติดี โอ๋เอ๋บอกครูชิชา ครูบอกว่าเดี๋ยวจะเช็กให้แล้วรีบโทร.บอกทราย

ไวทินได้รับโทรศัพท์แจ้งเรื่องวีหนึ่งไม่ไปสอบเขาบอกว่าจะรีบไปดูให้ แต่นึกได้ว่าไม่มีกุญแจบ้านจึงโทร.บอกจุลมาส

“ฮะ วีไม่ได้ไปสอบ!! โทร.ก็ไม่รับสาย?? ได้ๆ ฉันจะรีบไปบ้านเดี๋ยวนี้” จุลมาสตกใจมาก

ooooooo


ละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ตอนที่ 12 อ่านวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2ติดตามละครวัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, ธีรเดช เมธาวรายุทธ 16 เม.ย. 2562 09:10 2019-04-18T02:24:53+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ