ข่าว

วิดีโอ



เวียงร้อยดาว

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

กว่าจงจิตรจะหายตัวสั่นเพราะความหวาดผวาก็หลายชั่วโมงถัดมา เต็มเดือนรออยู่แล้ว ตบตีไม่ยั้งด้วยความโกรธที่สะใภ้สองจะสารภาพเรื่องในอดีตเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเวียงแก้วต่อหน้าทุกคน จงจิตรยกมือไหว้ปลกๆ อ้อนวอนขอให้เห็นใจ เพราะเหตุการณ์ระทึกที่ผ่านมาทำให้กลัวจนทนไม่ไหว เต็มเดือนต้องแหวลั่น

“จะกลัวอะไร หล่อนลืมไปแล้วหรือไงว่าเจ้าคุณพ่อฉันเป็นใคร มีอำนาจมากแค่ไหน นังเวียงแก้วมันก็ไม่ต่างจากหมาข้างถนนตัวหนึ่ง มันจะตายโหงตายห่าก็ไม่มีใครสนใจมันหรอก เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งยี่สิบห้าปีแล้ว ทุกวันนี้ยังไม่มีหลักฐานสักชิ้นจะสาวมาถึงตัว แล้วใครหน้าไหนจะเอาผิดเราได้”

“เวรกรรมยังไงล่ะ ต่อให้ใหญ่คับฟ้าขนาดไหนก็ไม่มีใครหนีพ้นกฎแห่งกรรมไปได้หรอก”

เต็มเดือนฟังแล้วเดือด ตบหน้าสะใภ้สองฉาดใหญ่ที่ปากเสีย แถมขู่จะฆ่าปิดปากถ้าไม่เลิกพล่าม จงจิตรกลัวหัวหด ก้มหน้างุด ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก เต็มเดือนมองมาด้วยแววตาลุกวาว...แล้วเราจะได้เห็นดีกันอีเวียงแก้ว!

ฟากมาร์คโวยวายกับบังหนั่นที่หลอกให้ไปขุดหลุมศพเวียงแก้วแต่ดันเจอแค่โรงเปล่า แขกยามเก่าแก่บอกว่าไม่ได้โกหก เขาเป็นคนฝังโครงกระดูกของเวียงแก้วที่นั่นจริงๆ น่านฟ้าซึ่งตามมาด้วยคิดว่าต้องมีคนแอบโยกย้ายไปที่อื่น บังหนั่นส่ายหน้าเร็วๆ ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเพราะชื่อเสียงความเฮี้ยนของผีเวียงแก้วทำให้ทุกคนขยาด

น่านฟ้าไม่เชื่อและรบเร้าให้แขกยามพาไปสำรวจบนเวียงร้อยดาว โดยเฉพาะบริเวณที่มาร์คเคยถูกผีเวียงแก้วหลอกเมื่อครั้งก่อนที่มาเยือนที่นี่ รอยไม้บนผนังเหมือนเป็นรอยตอกตะปูใหม่ๆ ทำให้ราชนิกุลสาวยกมือลูบอย่างพิจารณา เริ่มมั่นใจว่าหลังผนังนี้น่าจะมีอะไรบางอย่าง ทั้งสามจะรื้อผนังอยู่แล้ว ถ้ามาร์คจะไม่โวยวายขึ้นก่อนเพราะผีเวียงแก้วโผล่มาให้เห็นและตวาดไล่ให้ออกจากเวียงร้อยดาว!

มาร์คกับน่านฟ้ากลับถึงวังเวฬุมาศในสภาพหน้าซีดปากสั่น ผมชี้เด่เพราะความกลัวขึ้นสมอง รัตนากรไม่อยากเชื่อเมื่อได้ยินหลานสาวบอกว่าเจอผีเวียงแก้วหลอกหลอนจนต้องวิ่งหนีแทบไม่ทัน แถมโกรธไม่ลงเพราะรู้ว่าทั้งสองไม่ได้มีเจตนาไม่ดี น่านฟ้าคาใจเรื่องความเฮี้ยนของผีเวียงแก้ว จึงขอร้องให้หม่อมป้าเล่าให้ฟัง

“ท่านป้าต้องทรงรู้แน่ๆว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น ตอนนี้หญิงโตแล้ว รู้เรื่องได้ ทรงเล่าให้หญิงฟังเถอะนะคะ”

“พี่ชายของหญิงไม่ชอบให้รื้อฟื้นเรื่องในอดีต รู้แล้วจะได้อะไรขึ้นมา”

“หญิงทราบค่ะว่าทำอะไรไม่ได้ เราไม่สามารถย้อนเวลาไปแก้ไขอดีต แต่เราใช้เป็นบทเรียนสอนไม่ให้ผิดซ้ำได้”

รัตนากรนิ่งไปอึดใจและตัดสินใจเล่าเหตุการณ์วันที่เวียงแก้วเสียชีวิตให้ฟัง ซึ่งในตอนนั้นอาภากำลังท้องแก่ ส่วนสิบทิศเพิ่งได้ไม่กี่ขวบนั่งเล่นของเล่นใกล้ๆ จันทร์ฉายวิ่งฝ่าฝนมาจากบดินทร์ธรกลางดึก เพื่อแจ้งว่าเวียงแก้วกำลังลำบาก วิรุฬไม่รอช้า ออกจากวังไปกับจันทร์ฉายทันที อาภาสุดจะทน จึงระเบิดอารมณ์กับรัตนากรอย่างเหลืออด

“ลมหายใจเข้าออกของท่านพี่มีแต่ผู้หญิงคนนั้น เป็นห่วงมันยิ่งกว่าหญิงที่เป็นเมียเสียอีก ถึงตัวจะอยู่กับหญิงก็ตาม แต่หัวใจท่านพี่ไม่เคยมีหญิงอยู่เลยแม้แต่น้อย ถ้ารักมันมากนักก็ไปอยู่ซะด้วยกันเลยสิ”

รัตนากรร้อนใจ เมื่อทราบจากวิรุฬว่าเวียงแก้วเสียชีวิตอย่างน่าอเนจอนาถก็ถึงกับพูดไม่ออก สงสารทั้งเวียงแก้วและน้องชายที่ต้องจากกันในสภาพนี้ ราชนิกุลหนุ่มตกอยู่ในความเศร้าโศกจนไม่เป็นอันทำอะไร สิบทิศคิดถึงและอยากเจอพ่อจึงไปหาถึงห้อง แต่กลับต้องตะลึงเมื่อเห็นพ่อยิงตัวตายต่อหน้าต่อตา!

เสียงปืนดังลั่นตำหนักทำให้ทุกคนแห่มาดู อาภาช็อกและเจ็บท้องอย่างรุนแรงจะคลอดลูก รัตนากรสติดีกว่าเพื่อน ร้องสั่งให้ช้อยเรียกรถไปส่งอาภาที่โรงพยาบาล ส่วนตัวเองจัดการเรื่องศพของน้องชายและดูแลสิบทิศ ไม่กี่วันหลังจากนั้นจึงพาสิบทิศไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล อาภาอาการไม่ค่อยดีเพราะเสียเลือดมาก เธอรู้ตัวจึงสั่งเสียกับพี่สะใภ้

“ท่านพี่รัตนากร...หญิงฝากลูกด้วย หญิงคงไม่มีวาสนาอยู่เลี้ยงดูลูกๆจนโต ลูกสาวคนนี้หญิงตั้งชื่อว่าน่านฟ้า ขอให้ลูกแม่จงร่าเริงแจ่มใสดุจท้องฟ้าสว่างไร้เมฆหมอก อย่าได้อาภัพเหมือนแม่เลยนะลูก”

รัตนากรกับช้อยสะอื้นไห้ กุมมือซีดเย็นชืดและพยักหน้ารับปากอย่างจำใจ อาภาเลยหันมาสั่งเสียกับสิบทิศ

“อย่าร้องไห้...แม่ไม่อยู่ อย่าดื้อกับท่านป้า รักน้องให้มากๆ อย่าทิ้งน้อง ดูแลน่านฟ้าแทนแม่ด้วย”

สิบทิศพยายามเม้มปากข่มอารมณ์ แต่ก็กลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่ พยักหน้ารับปากแม่ด้วยแววตาจริงจัง

รัตนากรดึงตัวเองจากอดีต น่านฟ้าน้ำตาร่วงเผาะ โดยมีมาร์คยืนส่งกำลังใจให้ไม่ห่าง เห็นใจราชนิกุลสาวที่ต้องเจอเรื่องราวแบบนี้ สิบทิศมาถึงทันได้ยินรัตนากรเล่าทุกอย่าง แต่พยายามทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไม่อยากทำให้น้องสาวสะเทือนใจ แต่เมื่อเห็นแววตาเศร้าของน้องก็อดไม่ได้ เปรยเสียงเครียดว่าจะรื้อฟื้นอดีตทำไม รัตนากรต้องออกรับแทน

“อย่าโทษอดีตที่ทำให้เจ็บช้ำ ต้องขอบคุณมันด้วยซ้ำที่ทำให้เราเข้มแข็งในวันนี้ ชายต้องรู้จักรักษาบาดแผล ใส่ยารักษาใจให้ถูก วันเวลาจะเป็นยาสมานให้บาดแผลทุเลาลง อย่าจมปลักกับมันมากนัก แล้วชายจะผ่านมันไปได้”

สิบทิศนิ่งคิดตาม ความทุกข์ทรมานที่เคยมีค่อยๆ เลือนหาย หวังลึกๆว่าจะทำใจเรื่องนี้ได้สักวัน

ooooooo

ในขณะที่สิบทิศพยายามสมานแผลในใจ ดำรงก็เผชิญหน้ากับความกลัวจับขั้วหัวใจเมื่อผีเวียงแก้วโผล่มาหาถึงห้องกลางดึก พร้อมพูดจาถากถางสภาพ เหมือนอัมพาตของเขาว่าเป็นแผนหลอกลวงที่ทรมานมาก

“อย่าโทษใครเลย มันเป็นกรรมของคุณท่านเอง กรรมที่เห็นข้าเจ้าทุกข์ร้อนตรงหน้าแต่กลับดูดาย พอถึงคราวคุณท่านบ้าง ผีสางอย่างข้าเจ้าก็ไม่รู้จะช่วยยังไง แต่ไม่ต้องกลัวนะเจ้า อดใจรอสักนิด ข้าเจ้าจะแก้แค้นให้คุณท่านเอง”

ผีเวียงแก้วหัวเราะเครียดๆ ดำรงตาเหลือกมองตามกลุ่มควันดำทะมึนของผีเวียงแก้วที่หายวับไปแล้ว!

ผีร้ายรับรู้ด้วยญาณพิเศษว่าเหยื่อรายต่อมากำลังจะโกยสมบัติหนี จงจิตรซึ่งหอบถุงแก้วแหวนเงินทองวิ่งหนีลนลานออกจากตึกใหญ่จนถึงบริเวณบ่อน้ำร้างหลังบ้าน ผีร้ายเปรยเสียงเย็นให้ระลึกถึงความทรงจำในอดีตที่สะใภ้สองลอบทำร้ายเธอกับร้อยดาวที่นี่ จงจิตรหน้าซีดเผือด คุกเข่าและยกมือไหว้ปลกๆขอชีวิต

“เวียงแก้ว...ฉันสำนึกผิดแล้ว ได้โปรดอโหสิกรรมให้ฉันด้วย”

“อโหสิกรรมงั้นหรือ กราบข้าเจ้าสิ กราบข้าเจ้างามๆ ที่เท้านี่”

ผีเวียงแก้วกระดิกเท้ารอ จงใจทำให้เหมือนเหตุการณ์ ในอดีตที่สะใภ้สองเคยทำกับเธอและลูก จงจิตรก้มกราบแทบเท้าตัวสั่น ลืมหมดว่าเคยถือยศถือหางและรักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน ผีร้ายหัวเราะหยามสะใจ

“เชื่อแล้วว่าเวลาหมาจนตรอกทำได้ทุกอย่างจริงๆ ข้าเจ้าเปลี่ยนใจแล้ว ขอเล่นสนุกกับคุณจงจิตรอีกนิดดีกว่า”

จงจิตรตาเหลือก ผีเวียงแก้วใช้อิทธิฤทธิ์สั่งให้ตบหน้าตัวเองทั้งซ้ายขวาจนหน้าแดงก่ำห้อเลือด สะใภ้สองร้องไห้ด้วยความกลัวแต่บังคับตัวเองไม่ได้เพราะผีร้ายร่ายมนต์ให้ทำร้ายตัวเองไม่หยุด เมดานึกเป็นห่วงจงจิตรเลยไปหาถึงห้อง เมื่อไม่เจอจึงออกตามหาจนเจอที่บ่อน้ำร้าง สงสารสภาพน่าเวทนาจนต้องเอ่ยปากขอร้อง

“พอได้แล้วค่ะ...อย่าทำอะไรเธออีกเลย เธอสำนึกผิดแล้ว ให้โอกาสคุณจงจิตรกลับตัวเถอะ หนูขอร้อง”

“ก็ได้...ฉันจะทำตามที่แกขอ ถือว่าบุญคุณที่แกเคยช่วยปลดปล่อยวิญญาณฉันเป็นอันจบกัน ไม่มีอะไรติดค้าง”

ผีเวียงแก้วลับร่างหายไปแล้ว พร้อมกับแขนขาที่ขยับได้ตามใจเหมือนเดิมของจงจิตร สองสาวต่างวัยกอดกันกลมด้วยความหวาดระแวง แต่เหมือนความสงบจะอยู่ไม่นาน เพราะผีร้ายแผลงฤทธิ์ขึ้นใหม่ ด้วยการทำให้สะใภ้สองเห็นภาพหลอนเหมือนตัวเองกำลังตกนรกอเวจี ปีนต้นงิ้วหนามแหลมที่เคยกลัวสุดขีดมาก่อน แถมทำให้ไฟลุกท่วมตัวจนร้อนรุ่มไปหมด จงจิตรกรีดร้องราวกับคนบ้าและกระโจนลงบ่อน้ำร้างทันที!

เมดายืนมองอย่างละล้าละลัง ตะโกนเรียกจงจิตรแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ผีเวียงแก้วโผล่มากระชากลูกสาวไปอีกมิติและปรากฏตัวให้เห็นเต็มๆตา ค่อนแคะเสียงหยันว่าเรียกให้คอแตกตายสะใภ้สองก็ไม่มีทางฟื้นมาอีกแล้ว

“ไหนคุณแม่บอกว่าจะไว้ชีวิตคุณจงจิตรไงล่ะคะ ทำไมถึงยังฆ่าเธอได้”

“ต่อให้ฉันไม่ฆ่า เวรกรรมก็ตามล่ามันอยู่ดี ตอนนี้นังหญิงชั่วมันคงกำลังปีนต้นงิ้วกับบรรดาชายโฉดชู้รักของมัน”

“แต่คุณแม่ก็มีส่วนทำให้เธอต้องตาย”

“นังหน้าโง่...ถ้านังจงจิตรมันเป็นคนดีอยู่ในศีลและธรรม มีหรือผีอย่างฉันจะทำอะไรมันได้ แต่เพราะมันเลวระยำต่ำช้าเลยเปิดโอกาสให้ฉันตามจองเวรมันได้ชะตามันขาดไม่ใช่เพราะใคร เพราะกรรมที่มันก่อต่างหาก!”

ผีเวียงแก้วหายวับไปแล้ว เมดารู้สึกตัวอีกครั้งในห้องตัวเองบนตึกใหญ่ โดยมีสิบทิศกับนมแสงดูแลไม่ห่าง ราชนิกุลหนุ่มไม่สบายใจ ขอร้องให้เธอย้ายไปอยู่วังเวฬุมาศ กลัวเธอมีอันตรายโดยที่เขาปกป้องไม่ได้ แต่เมดาไม่ยอมเพราะเป็นห่วงดำรงที่ไม่มีคนดูแล สิบทิศไม่อยากขัดใจ ได้แต่กุมมือเธอไว้เหมือนเป็นสัญญาว่าจะไม่หนีไปไหน

ooooooo

การตายของจงจิตรทำให้สมาชิกในบ้านแตกตื่น โดยเฉพาะเต็มเดือน แต่ยังทำนิ่ง ตีบทโศกตื่นไปใส่บาตรแต่เช้า โดยมีเมดาในคราบร้อยดาวลุกมาใส่เป็นเพื่อน หญิงสาวจากเมืองผู้ดีผงะ เมื่อเห็นรอยกากบาทสีดำจางๆบนหน้าผากสะใภ้เอก อยากจะเตือนแต่พูดไม่ออก เต็มเดือนพอรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเลยเปรยเสียงอ่อน

“ฉันรู้...เวียงแก้วอาฆาตแค้นทุกคนที่เป็นเมียคุณพี่ปกรณ์...ไม่เว้นแม้กระทั่งฉัน”

“ทำไมล่ะคะ ตอนมีชีวิตอยู่ คุณเต็มเดือนก็ดีกับคุณแม่เวียงแก้วทุกอย่าง ทำไมถึงยังได้...”

“โลกนี้ไม่ได้มีแค่สีขาวกับสีดำหรอกนะจ๊ะ ฉันเองก็ไม่ได้ดีไปทั้งหมดเหมือนอย่างที่หนูคิดหรอก”

เมดานิ่วหน้า เต็มเดือนทำหน้าเศร้าเล่าเรื่องอดีตว่าจำใจสั่งให้สร้อยฟ้าอัญเชิญพ่อปู่มาสะกดวิญญาณของผีเวียงแก้วเพราะอาละวาดจนทุกคนในบ้านประสาทเสีย ที่สำคัญเสงี่ยมต้องมาตายเป็นรายแรกเพื่อสังเวยความแค้น สะใภ้เอกบีบน้ำตาพรรณาถึงความทุกข์ใจที่ต้องทำร้ายผีเวียงแก้ว

“ฉันรู้ตัวว่าเคยทำไม่ดีกับเวียงแก้วไว้ แต่ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ จำต้องทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบดินทร์ธร หนูร้อยดาวอย่าโกรธอย่าเกลียดฉันเลยนะจ๊ะ”

“ดิฉันเข้าใจค่ะ คุณทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ดิฉันไม่โกรธคุณหรอกค่ะ”

“ถึงเธอจะเข้าใจ แต่เวียงแก้วสิ คงไม่ไว้ชีวิตฉันแน่”

“ที่วิญญาณของคุณแม่เวียงแก้วยังไม่ไปสู่สุคติ เพราะศพของท่านยังถูกซ่อนอยู่ที่ใดสักแห่งในเวียงร้อยดาว ถ้าหาศพคุณแม่เวียงแก้วพบแล้วเผาซะ คุณเต็มเดือนก็จะปลอดภัยค่ะ”

เต็มเดือนตาวาวโรจน์ด้วยความหวัง สมใจที่หลอกใช้ลูกสาวคนเดียวของเวียงแก้วทำลายศพแม่ตัวเองได้สำเร็จ

เมดาไม่รอช้า ขอร้องสิบทิศ มาร์ค น่านฟ้าและบังหนั่นให้ช่วยขุดหาศพเวียงแก้วบริเวณเวียงร้อยดาวอีกรอบ ไม่อยากให้มีใครตายเพราะสังเวยความแค้นของแม่อีก ทุกคนสงสารจึงตามไปช่วยอย่างกลัวๆกล้าๆ โดยเฉพาะมาร์คกับบังหนั่นที่โดนดีเมื่อครั้งก่อน น่านฟ้าคาใจรอยตอกตะปูใหม่บนผนังที่เคยสำรวจก่อนหน้า เมื่อเมดามาดูก็มีเลือดกำเดาออกไม่หยุด แต่เธอไม่หวั่น ขอร้องให้สิบทิศช่วยใช้ชะแลงงัดแผ่นไม้เพื่อตรวจดูข้างหลังผนัง

ฉับพลันนั้น...ภาพเหตุการณ์ตอนวีระวิทย์ถูกผีเวียงแก้วสะกดจิตให้มาที่เวียงร้อยดาวก็ผ่านเข้ามาในหัว เมดาปวดหัวมาก แต่จำทนเพราะอยากรู้ความจริง จึงได้ทราบว่าผีเวียงแก้วเป็นคนบงการให้วีระวิทย์เป็นคนสลับสับเปลี่ยนหลุมศพเพื่อไม่ให้ค้นเจอ เมดาดึงตัวเองออกจากห้วงความคิด จึงเห็นซากกระดูกขาวโพลนของเวียงแก้วที่สิบทิศขุดเจอ หญิงสาวจากเมืองผู้ดีดีใจมาก แต่ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อพบว่าประตูและหน้าต่างทุกบานถูกล็อกจากข้างใน!

บังหนั่นเป็นลมหมดสติไปแล้วเพราะความกลัวจับจิต ทิ้งหนุ่มสาวทั้งสี่ไว้กับการหวาดระแวงว่าผีร้ายจะมาไม้ไหน บรรยากาศอึมครึมพร้อมเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของผีเวียงแก้วนำมาก่อนตัว เมดากลัวแต่ต้องแข็งใจโต้ตอบ

“จะต้องมีกี่ชีวิตที่ต้องสังเวยความแค้น คุณแม่ถึงจะสาแก่ใจ หยุดสร้างกรรมเสียทีเถอะค่ะ ความอาฆาตพยาบาทก็เหมือนไฟ มันไม่ได้เผาแค่คนอื่น แต่มันเผาตัวคุณแม่เองด้วย”

“ต่อให้ต้องตกใต้เถรเทวทัต ถูกไฟนรกแผดเผาฉันก็ยอม ขอแค่ได้แก้แค้นไอ้อัปรีย์ที่มันทำกับฉัน”

“แก้แค้นแล้วจะได้อะไรนอกจากความสะใจที่เห็นเขาเจ็บปวด ปล่อยวางเสียบ้าง เลิกยึดติดแต่เรื่องอดีตเสียที”

“เลิกยึดติดงั้นหรือ แค่คำพูดพล่อยๆ ใครก็พูดได้ ฉันอยากรู้นักว่าแกจะเก่งเหมือนปากหรือเปล่า”

ผีเวียงแก้วทำให้ภาพอุบัติเหตุของดิลกและจันทร์ฉาย เสียชีวิตกลับมาในหัวอีกครั้ง เมดาถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่เพราะสะเทือนใจไม่หาย สิบทิศต้องกอดปลอบด้วยความสงสารและตัดสินใจช่วยเกลี้ยกล่อมอีกแรง

“เลิกทำร้ายเธอเสียที เธอหวังดีอยากจะช่วยคุณให้หลุดพ้นจากบ่วงของความอาฆาตแค้นนะคุณเวียงแก้ว”

“อีกไม่นานเกินรอหรอกลูกแม่ อีกไม่กี่อึดใจ ทุกอย่างจะยุติ แล้วเราสองแม่ลูกจะได้มีความสุขกันเสียที”

คำพูดเป็นนัยของผีร้ายทำให้สิบทิศหัวใจกระตุกวาบ กลัวจับใจจะเสียคู่หมั้นสาวเพื่อสังเวยความแค้น แต่ไม่ทันขยับปากถามให้แน่ใจ ผีเวียงแก้วก็หายวับไปแล้ว บังหนั่นได้สติ โวยวายลั่นเพราะกลัวตายที่นี่ ราชนิกุลหนุ่มคิดว่าผีร้ายคงใช้อาถรรพณ์บังตาทำให้หาทางออกไม่เจอ เมดาคิดเหมือนกันและขอโทษทุกคนที่ทำให้ลำบาก สิบทิศมองมาด้วยความเห็นใจ โอบกอดพร้อมคำพูดปลอบประโลม

“ไม่ใช่ความผิดของเธอหรือความผิดของใครทั้งนั้น อย่าเพิ่งท้อสิ เข้มแข็งไว้ ฉันเชื่อว่าต้องมีทางออก ต่อให้ข้างหน้าจะเป็นนรกหรือสวรรค์ ฉันก็เต็มใจจะก้าวไปพร้อมๆกับเธอ ฉันจะปกป้องเธอเอง”

สองหนุ่มสาวกุมมือกันแน่นเหมือนเป็นสัญญาใจว่าจะเคียงข้างกันตลอดไป มาร์คมองมาด้วยความหมั่นไส้ แต่ไม่ทันพูดอะไร เมดาก็ร้องขึ้นด้วยความดีใจเสียก่อนเพราะได้ยินเสียงสวดมนต์แว่วจากที่แห่งหนึ่ง เมื่อเดินตามเสียงจึงได้พบทางออกท่ามกลางความมืดมิดของมิติลี้ลับที่ผีเวียงแก้วสร้างขึ้น

ooooooo

เต็มเดือนไม่รู้ว่าภัยกำลังถึงตัว นั่งทอดอารมณ์ฟังเพลงพร้อมชื่นชมพินัยกรรมที่มีชื่อตัวเองเป็นผู้รับมรดกบ้านหลังใหญ่ของบดินทร์ธร แต่เมื่อกวาดตามองทั่วเอกสารจึงเห็นว่าดำรงยังไม่ได้เซ็นชื่อ สะใภ้เอกโกรธมากและตามไปเอาเรื่องถึงห้อง ไม่อินังขังขอบกับสภาพอัมพาตของพ่อผัวและสั่งเสียงเข้มให้ลุกมาพิมพ์ลายนิ้วมือ

ดำรงยังสวมบทอัมพาตอย่างแนบเนียน พยายามดิ้นขลุกขลักอย่างทุกข์ทรมานไม่ยอมให้จับมือไปพิมพ์

เต็มเดือนเดือดจัด บีบมือเขาแรงขึ้นเพื่อปั๊มนิ้วบนกระดาษ แต่เป็นไปด้วยความยากลำบากจนต้องแหวอย่างเหลืออด

“จะลองดีกับฉันใช่ไหม ได้...ไม่อยากพิมพ์ตอนยังมีลมหายใจ เอาไว้พิมพ์ตอนตายแล้วกันไอ้แก่”

เต็มเดือนจัดแจงบีบปากพ่อผัวและกรอกชาผสมยาพิษให้ แต่ดำรงขัดขืนจนถ้วยตกแตกกระจายกลางห้อง สะใภ้เอกยิ่งแค้น จ้องจะเอาเรื่องเต็มที่แต่ผีเวียงแก้วก็ปรากฏร่างดำทะมึนให้เห็นเสียก่อน

“ฆ่าคนมันบาปนะเจ้า คุณเต็มเดือนไม่กลัวตกนรกหรือ”

“ทำไมฉันต้องกลัว ในเมื่อฉันทำบุญล้างบาปอยู่ทุกวัน”

“บุญก็ส่วนบุญ บาปก็ส่วนบาป ไม่มีทางหักล้างกันได้ เลิกปลอบใจตัวเองสักทีเถอะ มันน่าสมเพช”

“อย่านึกว่าเป็นผีแล้วฉันจะกลัว นังสัมภเวสีชั้นต่ำ ฉันจะทำทุกทางให้แกทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตอนมีชีวิต”

เต็มเดือนหัวเราะบ้าคลั่ง เล่าถึงเหตุการณ์วันที่ชะตาชีวิตของเวียงแก้วขาดลงเพราะรนหาที่เอง เมื่อสะใภ้สี่แห่งบดินทร์ธรอุ้มร่างอ่อนแอของลูกสาวมาขอความช่วยเหลือยืมเงินไปหาหมอ เต็มเดือนลอบยิ้มร้าย เปิดตู้และหยิบสร้อยทองเส้นใหญ่ให้ เวียงแก้วจะไม่รับแต่สะใภ้เอกยืนกราน

“รับไว้เถอะ...น่าสงสาร เธอกับลูกคงลำบากไม่น้อย สร้อยเส้นนี้เอาไปขายคงได้เงินพอช่วยจุนเจือเธอกับลูกได้ ถือว่าตอบแทนที่เธอเคยทำอะไรต่อมิอะไรให้ฉัน”

เวียงแก้วไม่รู้เรื่อง ก้มกราบด้วยความซาบซึ้งใจ แต่เมื่อออกจากห้องก็ต้องหน้าเสีย เมื่อจงจิตรกับสร้อยฟ้าตามมาล้อมหน้าล้อมหลังและกระชากสร้อยทองจากมือ ตะโกนกล่าวหาเสียงลั่นบ้านว่าเธอเป็นหัวขโมยลักสร้อยทองของปกรณ์ไปขาย เต็มเดือนเยี่ยมหน้ามาดูและกลับกลอกว่าไม่รู้เรื่องด้วย แถมปรักปรำเวียงแก้วว่าเป็นคนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ขโมยของมีค่าเจ้าของบ้านทั้งที่ชุบเลี้ยงอย่างดีมาตลอด

สร้อยฟ้ากับจงจิตรไม่รอช้า ถลาไปตบตีเวียงแก้วไม่ยั้งด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน เต็มเดือนได้แต่มองดูข้างๆแต่ไม่ช่วยอะไร เวียงแก้วช้ำใจมาก ดิ้นรนต่อสู้ปกป้องลูกสาวเป็นกำลัง แต่สู้แรงสองสะใภ้ไม่ไหวกลิ้งตกบันไดจนสลบที่พื้นโถงใหญ่ เต็มเดือนสะใจมาก บงการให้จงจิตรกับสร้อยฟ้าพาร่างสะบักสะบอมของสองแม่ลูกกลับไปที่เวียงร้อยดาวและจัดแจงผูกคอเวียงแก้วจนตายอย่างทุกข์ทรมาน

สามสะใภ้สมใจมากที่กำจัดเสี้ยนหนามสำเร็จ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงจันทร์ฉายตะโกนเรียกเวียงแก้วจากหน้าเรือน และรีบหลบฉากไปซ่อนหลังบ้าน ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเวียงแก้วถูกฆาตกรรมไม่ใช่ผูกคอตาย!

ที่ร้ายกว่านั้นคือสามสะใภ้ยังจองเวรเวียงแก้วไม่เลิก โดยเฉพาะเมื่อปกรณ์สั่งให้นำศพไปประกอบพิธีกรรมตามศาสนาให้สมเกียรติสะใภ้สี่แห่งบดินทร์ธร สร้อยฟ้ากับจงจิตรโมโหมาก อิจฉาที่ผัวรักเวียงแก้วไม่เสื่อมคลาย เต็มเดือนตีหน้านิ่ง แค้นใจไม่แพ้กันและตัดสินใจสั่งให้คนงานเอาศพของเวียงแก้วไปถ่วงใต้บึงบัว...จะได้ไม่ต้องไปผุดไปเกิด!

เต็มเดือนหัวเราะร่วนคล้ายคนโรคจิต ดึงตัวเองจากอดีตและสารภาพบาปกับผีเวียงแก้วอย่างหมดเปลือก

“สะใจฉันจริงๆ อ้อ...ฉันจะบอกให้ก็ได้ ไอ้หกคนที่มันรุมข่มขืนแกคืนนั้น ฉันเป็นคนจ้างพวกมันเอง ฉันเคยทำให้แกตกนรกทั้งเป็นมาแล้ว คราวนี้ฉันจะส่งแกไปลงนรกอเวจีให้ได้...คอยดู!”

ผีเวียงแก้วไม่กลัว โต้กลับอีกต่างหากให้รอดูว่าใครจะลงนรกก่อน หลังจากนั้นผีร้ายก็หายไป ทิ้งเต็มเดือนให้เผชิญหน้ากับสิบทิศและเมดาที่มาทันได้ยินเรื่องราวทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีปรมัตถ์ซึ่งมาถึงพร้อมกันนั้นมองสะใภ้เอกด้วยแววตาสมเพช เต็มเดือนปากแข็งไม่ยอมรับ ทั้งเรื่องบงการฆ่าเวียงแก้วและส่งคนไปฆ่าดาหลา จนพยาบาลสาวต้องปรากฏร่างให้เห็นและเล่าเรื่องทุกอย่างว่าคงตายไปแล้วถ้าปรมัตถ์ไม่มาช่วยไว้

เต็มเดือนหน้าซีดเผือด เพราะปรมัตถ์มีหลักฐานพยานบุคคลคือดาหลาและพรคนขับรถที่ให้การรับสารภาพ ดำรงซึ่งฟังอยู่ตลอด ตัดสินใจเลิกเล่นบทอัมพาตและลุกยืนให้เห็นเพื่อจัดการสะใภ้เอก

“คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดคือคนโง่ที่สุด นึกว่าฉันโง่ไม่รู้ไส้รู้พุงคนหน้าเนื้อใจเสืออย่างหล่อนหรือไง เคยเห็นเวลานักล่าสัตว์เอาแพะไปผูกล่อเสือไหมเล่า ฉันใดก็ฉันนั้น...ฉันสู้อดทนรอ รอจนกระทั่งวันที่หล่อนถูกกระชากหน้ากากออกมา หล่อนติดกับแล้วล่ะแม่เต็มเดือน”

“ฉันพลาดไปแล้วจริงๆ ยอมรับว่าประมาท ถึงปล่อยให้พวกแกรวมหัวกันย้อนเกล็ดเล่นงานฉันได้”

ดาหลาไม่ถือโทษ พยายามเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพเพื่อผ่อนโทษหนักให้เบา แต่เต็มเดือนไม่ยอมและโทษพยาบาลสาวว่าเป็นตัวการทั้งหมดแย่งสมบัติที่ควรเป็นของเธอ สะใภ้เอกจนตรอกคว้ามีดพกจะแทงดาหลา แต่ปรมัตถ์รับเคราะห์แทนจนทรุดฮวบ ทุกคนวิ่งวุ่นชุลมุนเพื่อช่วยลูกชายทนายเก่าแก่ เต็มเดือนจึงฉวยโอกาสนี้หนีไปได้!

ooooooo

ทุกคนยกเว้นเต็มเดือนวุ่นวายพาปรมัตถ์ส่งโรงพยาบาล แถมต้องเจรจากับตำรวจ  เพราะเหตุที่เกิดเป็นการจงใจฆาตกรรมไม่ใช่อุบัติเหตุหรือป้องกันตัว สะใภ้เอกหลบซ่อนตัวในห้องและกอบโกยข้าวของสมบัติใส่กำปั่นใบย่อม ลอบออกไปทางหลังตึกเพื่อหนีออกจากบ้าน แต่โชคร้ายเจอผีเวียงแก้วมาดักรอ

“คนหน้าซื่อใจสัตว์อย่างแก ฆ่าให้ตายมันสบายเกินไป ฉันจะทำให้แกต้องทรมานยิ่งกว่าที่เคยได้รับ”

ผีเวียงแก้วใช้เล็บยาวและคมกรีดบนหน้าสะใภ้เอกแผ่วเบาแต่ฝังรอยเลือดซิบ ตั้งท่าจะเผด็จศึกอยู่แล้วถ้าปกรณ์ในชุดผ้าเหลืองเป็นภิกษุเต็มตัวจะไม่ปรากฏกายให้เห็นและขอบิณฑบาตความแค้นครั้งนี้ เต็มเดือนผงะไม่อยากเชื่อว่าผัวยังมีชีวิต เช่นเดียวกับผีร้ายที่งุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนที่ไฟไหม้เวียงร้อยดาวกันแน่

พระปกรณ์เล่าว่าคืนนั้นวิ่งหนีเหล่าคนงานและผีเวียงแก้วจนพลัดตกแม่น้ำที่มีกระแสเชี่ยวกราก เขาคิดว่าต้องตายแน่ๆ แต่ดันไปฟื้นคืนสติ ณ ริมตลิ่งแห่งหนึ่ง โดยมีพระธุดงค์รูปหนึ่งช่วยไว้ อาการหลังจากนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน เพราะวิญญาณผีมากมายตามหลอกหลอนจนแทบบ้า พระธุดงค์จึงตัดสินใจสวดคาถาหัวใจพระพุทธคุณเพื่อปลอบประโลมจิตใจจนเขาหายจากอาการหวาดระแวงและกลัวขึ้นสมองในที่สุด

ก่อนตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เขาก้มกราบพระธุดงค์และขอลาไปจัดการปัญหาที่บ้าน แต่พระธุดงค์ไม่เห็นด้วยและสอนว่าควรปล่อยให้เป็นเรื่องของกรรม เพราะอดีตเป็นเรื่องกลับไปแก้ไขไม่ได้ ควรอยู่กับปัจจุบันมากกว่า ปกรณ์เครียดจัด ความกังวลใจและความรู้สึกผิดจากการกระทำของตนในอดีตทำให้นั่งไม่ติด

“พระคุณเจ้าขอรับ กระผมควรทำอย่างไรให้ดวงวิญญาณของเวียงแก้วเลิกอาฆาตพยาบาท”

“จิตที่ผูกพยาบาทไม่มีใครแก้ไขได้นอกจากตัวเขาเอง คนอื่นได้แต่ชี้ทางและให้ปัจจัยในการรู้เท่านั้น”

ปกรณ์ก้มกราบด้วยความเลื่อมใสและตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ไม่นานหลังจากนั้น เขาบำเพ็ญเพียรสวดมนต์แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ชดเชยเรื่องเลวร้ายที่เคยมีส่วนทำให้เกิด ซึ่งหลายครั้งก็ช่วยให้เมดากับคนอื่นๆรอดพ้นจากเงื้อมมือของผีเวียงแก้วมาได้อย่างหวุดหวิด

พระปกรณ์ยืนสงบนิ่งเพื่อดูว่าผีเวียงแก้วจะทำเช่นไร ส่วนเต็มเดือนหน้าซีดเผือด มองมือดำทะมึนที่เกาะกุมคอตัวเองด้วยความหวาดกลัว ผีร้ายยืนกรานไม่ยอมอภัยเพราะไฟแค้นสุมอกยากจะไถ่ถอน แม้พระปกรณ์จะเกลี้ยกล่อมเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล ผีเวียงแก้วก็ไม่คลายความแค้น แถว่าสะใภ้เอกจะได้ไม่มีหน้าไปทำกรรมกับคนอื่นอีก

“แน่ใจได้อย่างไรว่าถ้าเอาชีวิตเขาแล้ว อีกฝ่ายจะเลิกพยาบาท ไม่ตามจองเวรกับโยมอีกในภพหน้าชาติหน้า”

“แต่สิ่งที่นังผู้หญิงคนนี้ทำกับข้าเจ้าไว้มันอำมหิตนัก ยากเกินจะอภัย”

“แล้วสิ่งที่แกทำกับฉันล่ะเวียงแก้ว...มันน่าให้อภัยนักหรือ” เต็มเดือนแหว

ผีเวียงแก้วหันขวับ มองศัตรูหัวใจคนสำคัญด้วยแววตากราดเกรี้ยว เต็มเดือนโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“แกแย่งคุณพี่ไปจากฉัน ไม่ต่างจากจงจิตร สร้อยฟ้า แกเคยนึกถึงหัวอกเมียหลวงอย่างฉันบ้างไหม ว่าการที่ผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่นมันเจ็บปวดสักแค่ไหน โดยเฉพาะแก...คนที่ฉันไว้ใจกลับเป็นงูเห่าแว้งกัดฉัน”

“หากคุณปกรณ์ไม่ใช้เล่ห์ขืนใจฉัน มีหรือเรื่องจะลงเอยแบบนี้ ผู้ชายมันเลวยิ่งกว่าหมา เห็นผู้หญิงเป็นแค่เครื่องบำเรอความกำหนัด พอสิ้นรักหน่ายแหนงก็ทิ้งขว้าง”

“อาตมาไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งนั้น บัดนี้ปกรณ์คนเดิมตายจากโลกนี้ไปแล้ว เหลือเพียงแต่อาตมาผู้ยึดถือพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นสรณะ อาตมามาที่นี่เพื่อช่วยโยมเวียงแก้ว”

ผีเวียงแก้วนิ่งไปอึดใจ ผ่อนแรงที่กำคอเต็มเดือนจนอีกฝ่ายหนีไปได้ พร้อมกล่องกำปั่นใส่สมบัติที่หวงแหนนักหนา เมื่อถึงท่าเรือสะใภ้เอกก็ไม่รอช้ากระโจนลงเรือและลงมือพายอย่างเก้ๆกังๆ ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าผีร้ายแอบตามลงไปด้วย แสยะยิ้มร้ายรอคอยเวลาชำระแค้นที่เก็บกดมานาน

เต็มเดือนกวาดตามองรอบตัวเห็นดอกบัวสีแดงสดเต็มไปหมดก็เกิดอาการหายใจติดขัด ความกลัวฝังจิตทำให้กอดกำปั่นแน่นราวกับจะมีใครแย่ง ผีเวียงแก้วรอจังหวะอยู่แล้วและปรากฏตัวให้เห็น เต็มเดือนถอยกรูดแหวลั่น

“อีผีนรก...ถ้ากูรอดไปได้ กูจะกลับมาจัดการกับมึง กูจะขอจองเวรมึงทุกภพทุกชาติ...อีเวียงแก้ว!”

ผีเวียงแก้วพุ่งเข้าหาทันที เต็มเดือนหลบพัลวันจนพลัดตกน้ำ กำปั่นในอ้อมกอดทำให้ร่างของสะใภ้เอกจมดิ่งช้าๆ แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยจนผีร้ายต้องแหย่ให้รักษาชีวิตตัวเองก่อนจะได้ใช้เงินได้

“ความโลภ...ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งหนักมากเท่านั้น แล้วจะยึดไว้ทำไม สุดท้ายก็ต้องไปเชิงตะกอนเหมือนกัน ดูเอาเถอะ...ขนาดจวนตายยังไม่วายกอดสมบัติแน่น ต่อให้ฉันนึกเวทนาปล่อยแกไป แกก็ต้องตายอยู่ดี”

กว่าทุกคนจะตามมาถึงเต็มเดือนก็จมน้ำตายแล้ว พระปกรณ์ตามมาสมทบ เหล่าคนงานตกตะลึงเพราะคิดว่าอดีตเจ้านายหนุ่มรูปงามจะยังมีชีวิต ผีเวียงแก้วปรากฏร่างให้เห็น หัวเราะร่าสะใจที่คร่าชีวิตเต็มเดือนได้ในที่สุด

เมดากับสิบทิศมองดูรอยกากบาทปริศนาที่เลือนหายจนเหลือแค่หนึ่งรอยด้วยแววตาเป็นกังวล ไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นรายต่อไป หญิงสาวจากเมืองผู้ดีมืดแปดด้านเช่นกัน แต่ไม่เสียเวลาคิดและตั้งใจบุกเวียงร้อยดาวอีกครั้งเพื่อเผาโครงกระดูกแม่ให้ได้ ราชนิกุลหนุ่มเป็นห่วงไม่อยากให้เสี่ยงจึงขอร้องให้รอจนเช้า จะนิมนต์พระมาสวดปัดรังควาญและขอให้การค้นหาศพเป็นไปด้วยดี แต่เมดาร้อนใจจนต้องแอบไปตามลำพังกลางดึกคืนนั้นเอง

ooooooo

เมดารอจนทุกคนเข้านอนหมดแล้ว จึงลอบออกไปค้นหาซากศพของเวียงแก้ว มั่นใจว่าต้องเป็นข้างหลังผนังซึ่งมีรอยตอกใหม่ๆนั่นแน่ ผีเวียงแก้วปรากฏตัวให้เห็นและปฏิเสธเสียงเข้มว่าไม่ไปไหนทั้งนั้น เมดาในคราบร้อยดาวหน้าเจื่อน ขอร้องให้แม่ละความแค้น ไม่เอาชีวิตของเหยื่อรายสุดท้ายที่เธอคิดว่าเป็นพระปกรณ์

“ตอนนี้หลวงพ่อปกรณ์ตัดขาดเรื่องทางโลก มุ่งหน้าเข้าสู่ทางธรรม หนูจะไม่ยอมให้คุณแม่เอาชีวิตท่านเด็ดขาด”

“แล้วใครบอกแกล่ะนังเด็กเมื่อวานซืน...ว่ารอยกากบาทสุดท้ายหมายถึงหลวงพ่อปกรณ์”

เมดางงเป็นไก่ตาแตก ผีเวียงแก้วเคลื่อนตัวมาใกล้และลูบศีรษะเธอแผ่วเบาราวกับรักเสียเต็มประดา

“ร้อยดาวลูกแม่...จบสิ้นแล้วลูกรักจ๋า จะไม่มีใครพรากเราสองแม่ลูกอีก มาอยู่กับแม่เถอะนะคนดี”

เมดาเบิกตาโพลงเมื่อรับรู้ว่าแม่จะเอาตนไปอยู่ด้วย แต่ไม่ทันอ้าปาก สิบทิศซึ่งสังหรณ์ว่าคู่หมั้นสาวจะบุกมาตามลำพังก็ปราดมาขวางหน้าเสียก่อน โต้กลับอย่างไม่กลัวและตัดสินใจบอกความลับของเมดา

“เธอไม่ใช่ร้อยดาว คุณเข้าใจผิด ลูกสาวคุณตายแล้ว เธอบริจาคดวงตาคู่นี้ให้เมดา คนตรงหน้าคุณคือเมดา บดินทร์ธร...ลูกสาวคนเดียวของคุณดิลกและคุณจันทร์ฉาย ไม่ใช่ร้อยดาวอย่างที่คุณเข้าใจ”

ผีเวียงแก้วหัวเราะบ้าคลั่ง “แกนึกว่าฉันหน้าโง่จนแยกไม่ออกว่ามันไม่ใช่ร้อยดาวตัวจริงหรือไง”

สิบทิศกับเมดาตะลึง ผีเวียงแก้วแสยะยิ้มแล้วเล่าถึงเหตุการณ์ตอนดิลกกับจันทร์ฉายตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่อังกฤษ โดยให้ทวีปจัดการและดูแลกิจการทุกอย่างในเมืองไทยให้ ที่สำคัญสองสามีภรรยาตั้งใจพาร้อยดาวไปด้วย ไม่อยากให้มีชีวิตเสี่ยงตายท่ามกลางคนสติไม่ดีในบ้านบดินทร์ธร โดยเฉพาะดิลกโกรธพี่ชายมาก

“ในเมื่อพ่อบังเกิดเกล้าทิ้งขว้างไม่ดูดำดูดีก็ช่างเขาเถอะ หลานฉันคนเดียวเลี้ยงไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป จำไว้ให้ดี...ตั้งแต่วันนี้ร้อยดาวเป็นลูกของฉันกับจันทร์ฉาย ฉันไปล่ะนะ ฝากคุณทวีปดูแลคุณพ่อด้วย”

ผีเวียงแก้วดึงตัวเองออกจากอดีต มองมาที่ราชนิกุลหนุ่มและลูกสาวกำมะลอด้วยแววตาเข้มขึ้น

“ไม่มีแม่คนไหนจำลูกในไส้ตัวเองไม่ได้ ฉันรู้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มันเหยียบที่นี่แล้วว่ามันไม่ใช่ลูกฉัน แต่ที่ฉันยอมเอออวยกับนังนี่เพราะต้องการยืมมือมันแก้แค้นต่างหาก แต่แกหักหลังฉันไปเข้าข้างพวกมัน...นังทรยศ!”

“คุณก็รู้เต็มอกว่าเธอไม่ใช่ แล้วจะต้องการอะไรอีก”

“ดวงตาของมันไงล่ะ ดวงตาคู่นี้แกเอามาจาก

ร้อยดาวลูกสาวฉัน ถึงเวลาที่แกต้องคืนให้เขาแล้ว”

“เอาดวงตาของผมไป เอาชีวิตผมไปก็ได้ แต่อย่าทำร้ายเมดา...ได้โปรด”

ผีเวียงแก้วไม่ต้องการ อยากได้แต่ดวงตาของร้อยดาวคืนเท่านั้น สิบทิศพุ่งไปดึงตัวคู่หมั้นสาวออกมา แต่ถูกผีร้ายแผลงฤทธิ์ผลักกระเด็นไปอีกทาง ราชนิกุลหนุ่มจุกแทบตาย แต่เมื่อเห็นซากโครงกระดูกของเวียงแก้วพิงอีกมุมก็รีบคว้าแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาทันที ผีร้ายโกรธจัดและดลบันดาลให้ไฟลุกท่วมเรือน เมดาจะโผตามคู่หมั้นหนุ่ม แต่ช้ากว่าผีเวียงแก้วที่ยื่นกงเล็บจะควักลูกตาของเมดาคืนมา

พระปกรณ์เห็นไฟลุกที่เวียงร้อยดาวจึงตามมาถูกและขัดขวางการก่อกรรมครั้งสุดท้ายของผีเวียงแก้วได้สำเร็จ พยายามเกลี้ยกล่อมว่าการสละอวัยวะเป็นทานนั้นคือบุญกุศลยิ่งใหญ่

“ให้สิ่งใดจะได้สิ่งนั้นตอบแทน อานิสงส์ของการบริจาคนัยน์ตา นอกจากจะทำให้ชาติภพหน้ามีมังสะจักษุ คือตาเนื้อที่ดีเลิศแล้ว ยังมีปัญญาจักษุ สามารถรู้เรื่องต่างๆได้ด้วยปัญญาอีกด้วย”

ผีเวียงแก้วลังเล ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เขาพูด พระปกรณ์ยืนกรานว่าร้อยดาวไปสู่สุคติแล้ว มีเพียงผีร้ายที่ยังติดบ่วงแห่งกิเลสตัณหาและความโกรธแค้น ผีเวียง-แก้วเลือดขึ้นหน้า ปล่อยมือจากเมดาและเอาเรื่องพระปกรณ์แทน

“ที่ฉันเป็นอย่างนี้เพราะใคร ไม่ใช่เพราะท่านหรอกหรือ ท่านคนเดียวเป็นต้นเหตุทำให้ฉันต้องทนทุกข์แสนสาหัส ท่านไม่เป็นฉันท่านไม่มีวันรู้หรอก ความโหดร้าย ทารุณ ขมขื่น เคียดแค้น ชิงชังจะยุติลงได้อย่างไรหากไม่ได้ล้างแค้น”

“ที่สุดของการล้างแค้นคือการรบกับความมืดในใจตน สิ่งที่ตกค้างในใจคือความโกรธเกลียดเคียดแค้น พร้อมจะสร้างศัตรูขึ้นใหม่ตลอดเวลา ถ้าไม่ใช่คนก็เป็นอารมณ์ร้ายของตัวเองที่ตามรบกวนใจโยมไม่ให้เป็นสุข วิธีแก้แค้นดีที่สุดจึงไม่ใช่ทำให้ใครตาย แต่เป็นการทำให้ความเกลียดจางหายไปจากใจเราเอง”

“ไม่ต้องมาเปลืองน้ำลายเทศนา ฉันไม่อยากฟัง สำหรับฉัน...เลือดมันต้องล้างด้วยเลือดเท่านั้น”

ผีเวียงแก้วยื่นมือไปหมายจะเอาชีวิตพระปกรณ์ ต้นเหตุเรื่องราวความแค้นทั้งหมด เขาไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย

“หากชีวิตของอาตมาทำให้โยมเวียงแก้วสิิ้นสุดความอาฆาตพยาบาท อาตมาก็ยินดี อาตมาขอสละชีวิตเป็นทาน ขอให้โยมคลายทุกข์ทั้งมวลที่มีอยู่จนสิ้น”

ผีเวียงแก้วจะบีบคอพระปกรณ์ แต่เพราะสำนึกผิดชอบชั่วดีวูบสุดท้ายทำให้เปลี่ยนใจ ทรุดตัวกับพื้น

“ข้าเจ้ายอมแล้ว ท่านได้โปรดช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณของข้าเจ้าให้หลุดพ้นด้วยเถอะ”

“เวรที่ยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น เริ่มต้นจากเวรที่อภัยได้แต่ไม่ทำ การให้อภัยชนะการให้ทั้งปวง ลูกกุญแจที่ปลดปล่อยให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม จะไขหรือจะขัง จะจบหรือจะจองล้วนอยู่ที่ใจของโยมทั้งสิ้น”

พระปกรณ์โล่งใจที่ผีร้ายสำนึกได้ ตั้งท่าจะช่วยปลดปล่อยวิญญาณให้แต่เหมือนจะไม่ทันการณ์เพราะขื่อบนหลังคาติดไฟหล่นลงมาอย่างฉิวเฉียด สิบทิศพยุงเมดาและมานิมนต์ให้ออกไปพร้อมกัน แต่พระปกรณ์ไม่ยอมเพราะตั้งใจจะช่วยผีเวียงแก้วไปสู่สุคติให้ได้ ผีเวียงแก้วเปลี่ยนเป็นร่างโปร่งแสง พนมมือรับบทสวดบังสุกุลทั้งน้ำตา เปลวไฟเผาโครงกระดูกของเธอจนกลายเป็นเถ้าถ่านช้าๆ พร้อมกับที่รอยกากบาทรอยสุดท้ายค่อยๆเลือนหายไป

ooooooo

เหตุการณ์ไฟไหม้เวียงร้อยดาวรอบนี้สร้างความเสียหายมากกว่าครั้งก่อน มาร์คกับน่านฟ้าบุกไปช่วยสิบทิศกับเมดาแต่ไม่ทันการณ์ ราชนิกุลหนุ่มถูกท่อนไม้หล่นมาทับรับเคราะห์แทนคู่หมั้นสาว อาการภายนอกเหมือนไม่เป็นอะไรมากนอกจากฟกช้ำตามประสา แต่ที่น่าตกใจคือเขามีสิทธิ์ตาบอดตลอดชีวิต

เมดาสะเทือนใจมาก เสียใจที่คู่หมั้นหนุ่มต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอ เช่นเดียวกับดาหลาที่เฝ้าดูแลปรมัตถ์ที่รับคมมีดแทนตัวด้วยความร้อนรุ่ม เป็นห่วงและสลดใจที่เขาต้องรับเคราะห์แทนเธอ ลูกชายทนายเก่าแก่ปลื้มใจมาก แต่ยังปากแข็ง อ้างว่าเต็มใจปกป้องเธอเสมอในฐานะลูกสาวบุญธรรมของดำรง ดาหลาใจแป้ว คิดว่าเขาไม่มีใจให้แต่ช่วยเพราะหน้าที่เลยงอน ตั้งท่าจะหมุนตัวออกจากห้อง ปรมัตถ์เริ่มรู้ตัวตะโกนรั้งไว้

“ถามจริงเถอะ คุณจะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะขอให้คุณช่วยเป็นพยาบาลดูแลผมไปตลอดชีวิต”

ดาหลาหัวใจพองโต หันกลับไปหาเขาด้วยความดีใจ ปรมัตถ์ยิ้มรับทั้งปากและดวงตาชื่นใจที่มีคนรักเสียที

ฟากสิบทิศอาการดีขึ้นมากหลังจากผ่านไปสองสามวัน เมดามาเยี่ยมและคอยปรนนิบัติทุกวันด้วยความเต็มใจ อย่างเช่นวันนี้ที่เธอพาเขามาเดินเล่นในสวนหย่อมของโรงพยาบาล ราชนิกุลหนุ่มจมกับความเศร้าที่จะไม่ได้เห็นหน้าคู่หมั้นสาวอีก เมดากลั้นสะอื้น กุมมือเขามาแตะที่แก้มเธอแผ่วเบา สิบทิศลูบไล้ด้วยความทะนุถนอม ความกดดันจากอาการเจ็บป่วยทำให้โพล่งออกไปว่าจะให้รัตนากรยกเลิกงานแต่งแต่เมดาไม่ยอม

“ดิฉันเต็มใจค่ะ ไม่ว่าคุณชายจะเป็นอย่างไร ดิฉันก็ไม่มีวันจากไปไหน ดิฉันจะคอยเป็นดวงตาให้คุณชายเอง”

เมดาโผกอดเขาแน่นด้วยความรักล้นใจ สิบทิศได้แต่โอบตอบ ยังลังเลเพราะไม่รู้อนาคตตัวเอง ยิ่งคู่หมั้นสาวดูแลและเอาอกเอาใจเท่าไหร่ ความรู้สึกสงสารและเสียดายโอกาสแทนเธอก็ยิ่งมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นอาการตาบอดของเขาก็ดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ทำให้กำลังใจมาเป็นกอง แต่เขายังอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อลองใจเมดา

ในที่สุดสิบทิศก็มองเห็นอีกครั้ง เขาอยากได้ยินคำรักจากคู่หมั้นสาวสักครั้งเลยแกล้งขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เมดาตกใจหน้าเสีย ร้องห้ามพัลวันและยืนกรานจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม สิบทิศเลยสวนกลับเสียงเรียบ

“อย่าโง่นักเลย เธอจะทนอยู่กับคนตาบอดอย่างฉันทำไม ไม่อายบ้างหรือที่ฉันพิการแบบนี้...ลืมฉันซะ”

“ดิฉันไม่ไป คุณชายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว ต่อให้ต้องใช้ทั้งชีวิตดูแลคุณชาย ดิฉันก็จะทำเพื่อคนที่ดิฉันรัก”

สิบทิศปลื้มมาก ดึงเธอมากอดแน่นด้วยความรัก เมดาได้ยินคำพูดและรู้สึกถึงท่าทางแปลกๆของคู่หมั้นหนุ่มเลยถึงบางอ้อว่าโดนหลอกให้บอกรัก แต่เธอก็ไม่ถือสาเพราะรักเขาจนเต็มหัวใจ

หลังเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย พระปกรณ์ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้เวียงร้อยดาวได้อย่างปาฏิหาริย์ตัดสินใจไม่สึก ตั้งใจแน่วแน่จะศึกษาธรรมแสวงหาความวิเวกตลอดชีวิต ส่วนน่านฟ้าได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ โดยมีมาร์คอาสาดูแลด้วยความเต็มใจ มีแต่เมดาที่ทำตัวไม่ถูก เพราะคนภายนอกรู้จักเธอในฐานะร้อยดาวไม่ใช่เมดา สิบทิศลำบากใจไม่แพ้กัน ทำให้คู่หมั้นสาวพลอยคิดมากว่าเขาจะรักเธอที่เป็นร้อยดาวมากกว่าเธอตัวจริง

รัตนากรเฝ้ามองอาการหลานชายด้วยความเป็นห่วง เข้าใจดีว่าสิ่งที่เมดาทำนำมาซึ่งความไม่ไว้ใจ แต่ถึงกระนั้นความรักและความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อกันคือความจริงซึ่งเลี่ยงไม่ได้ ราชนิกุลสาวใหญ่จึงเตือนสติให้คิดเพื่อตัวเอง ไม่ใช่อาศัยลมปากคนอื่นเพื่อตัดสินเรื่องของตัวเอง สิบทิศคิดหนัก แม้จะดีใจที่เธอไม่ใช่ลูกสาวปกรณ์กับเวียงแก้ว แต่เพราะทิฐิที่มีมาแต่เดิมทำให้ปากหนัก รัตนากรยิ้มบางๆแล้วบอกให้ทำตามใจตัวเอง

“ลองฟังคำตอบจากหัวใจตัวเองดูสิ ตอนนี้หลานกำลังหลงทาง ตามหาอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตตัวเองให้เจอ ของบางอย่างมองด้วยหัวใจเห็นชัดกว่าดูด้วยตา อย่ามัวสร้างเงื่อนไขทำให้ตัวเองต้องเสียใจภายหลังเหมือนป้าเลยนะชาย”

สิบทิศนอนไม่หลับไปหลายคืน สุดท้ายก็คิดได้ว่าควรหันหน้าคุยกันเพื่อรักษาคนรักไว้ เขาจึงไปหาเมดาในเช้าวันรุ่งขึ้นและบอกรักเธออย่างที่อยากทำมานาน แต่ถึงกระนั้นก็อดตัดพ้อเรื่องที่คาใจไม่ได้

“สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือคนโกหก ฉันโกรธที่เธอไม่กล้าบอกความจริงทั้งที่ฉันไม่ใช่คนอื่น ทุกสิ่งที่ผ่านมาเธอสร้างภาพลวงตา แสร้งทำให้ฉันรัก คิดถึง ห่วงใยทุกวัน โดยที่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีเยื่อใยให้ฉันบ้างหรือเปล่า”

“ดิฉันพยายามเตือนตัวเองทุกครั้งว่าไม่ใช่พี่ร้อยดาว ดิฉันมาที่บดินทร์ธรเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นก็จะไป แต่ยิ่งใกล้ชิดคุณชายเท่าไหร่ ดิฉันก็ตัดใจยากขึ้นทุกที ดิฉันเกลียดตัวเองที่หวั่นไหวรักคนที่เขาไม่เคยเห็นดิฉันในสายตา ถ้าความรักทำให้ตาบอด ดิฉันคงตาบอดตั้งแต่รู้จักคุณชาย น่าละอายนะคะที่บอกรักผู้ชายก่อน”

“ฉันต่างหากที่น่าละอาย ฉันเป็นผู้ชายแต่กลับไม่กล้า รอให้เธอบอกฉันก่อน สำหรับความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอ ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร...ร้อยดาวหรือเมดา มันมากกว่าคำว่ารัก เพราะเธอคือครึ่งชีวิตที่ฉันใช้เวลาหาและรอคอยมานาน”

ความรักของสิบทิศกับเมดาเป็นไปด้วยดี ดำรงให้ทวีปเปิดพินัยกรรมของดิลกไม่นานหลังจากนั้น และก็เป็นไปตามคาด สมบัติทั้งหมดตกเป็นของเมดาทายาทคนเดียวที่เหลือ สิบทิศพาคนรักไปเยี่ยมหลุมศพดิลกกับจันทร์ฉายในเช้าวันต่อมาและสัญญากับท่านทั้งสองจะรักและดูแลเมดาให้ดีเท่ากับชีวิตตัวเอง

ฝ่ายดารกาหายดีจากแผลที่แทงตัวตาย และกลับตัวกลับใจเพราะสำนึกในบุญคุณของเมดาที่ทำให้รอดชีวิต หญิงสาวจากเมืองผู้ดีไม่ถือสา ยินดีกับดารกาด้วยใจจริงที่ตั้งใจจะปฏิบัติธรรมอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พ่อแม่ที่ล่วงลับ สิบทิศยืนมองสองพี่น้องกุมมือกันด้วยความปลื้มใจ เมื่อได้อยู่ตามลำพังจึงถือโอกาสขอเธอแต่งงาน

เมดาเขินจัด แต่เมื่อถูกตื๊อมากๆเลยตอบตกลงด้วยความเต็มใจ สองหนุ่มสาวตระกองกอดกันด้วยความทะนุถนอม เหมือนเป็นสัญญาว่าจะไม่มีวันทิ้งกันตลอดชีวิต

ooooooo

–อวสาน–


ละครเวียงร้อยดาว ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านเวียงร้อยดาว ติดตามเวียงร้อยดาว ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 8 เม.ย. 2557 19:11 2014-04-08T12:11:21+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ