ตอนที่ 2
ที่เนเธอร์แลนด์ เฮียโส่ยจัดชกมวยเถื่อนชิงเงินรางวัลนับล้าน แต่เชนมวยมือหนึ่งของเฮียกลับแพ้คู่ต่อสู้ไม่เป็นท่า ทำให้เฮียนึกถึงภูมิที่เก่งกล้า อยากได้มาแก้มือ แต่เมื่อเขามาเจรจากลับต้องผิดหวังเพราะภูมิไม่เล่นด้วย
“เชิญกลับไปได้แล้ว และจำไว้ ถ้าไม่สั่งอาหารก็อย่ามาที่นี่”
“อ้อ...หยิ่งใช่มั้ย เอ็งแน่มากไอ้ภูมิ ที่กล้าปฏิเสธข้า แล้วเอ็งจะต้องเสียใจ”
เฮียโส่ยกลับไปด้วยความเจ็บใจ ภูมิไม่ได้หวั่นไหวกับคำพูดนั้น ขณะที่ปลื้มบ่นอย่างเอือมระอาว่า
“เวรกรรม หมดเรื่องค่าคุ้มครองก็มาเรื่องชกมวยต่อ ไอ้โส่ยนี่ท่าทางจะเล่นไม่เลิก”
“ก็ช่างมันสิน้าปลื้ม เรามีพี่ภูมิอยู่ทั้งคนจะกลัวทำไม”
“ใช่ พวกไอ้โส่ยสู้พี่ภูมิสุดหล่อของเราไม่ได้อยู่แล้ว”
ขนุนกับมะปรางเห็นพ้องต้องกัน มั่นใจในฝีมือภูมิเต็มที่ แต่ภูมินิ่งขรึม เริ่มกังวลว่าเฮียโส่ยคงไม่รามือเพียงแค่นี้ จึงตัดสินใจไปพบมาเรียกับมาร์โก้เพื่อขอความช่วยเหลือเพราะไม่ต้องการให้ปลื้มเดือดร้อนไปด้วย
“ผมว่าเฮียโส่ยต้องมาหาเรื่องที่ร้านต้มข่าไก่อีกแน่ ก็เลยอยากขอให้คุณตำรวจช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย”
“คุณก็ไม่น่าไปหาเรื่องกับพวกมัน ที่ร้านอาหารอื่นๆเขาก็ยังยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ไม่เห็นมีปัญหาอะไร” มาร์โก้พูดหน้าตาเฉย มาเรียไม่ค่อยพอใจแทรกขึ้นว่า
“แต่คราวนี้มันไม่ได้เรียกเก็บค่าคุ้มครองอย่างเดียวนะคะ แต่มันต้องการให้ภูมิไปชกมวยเถื่อนให้มัน”
“แล้วจะให้ผมทำยังไง คอยเฝ้าพวกเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงงั้นเหรอ”
“ขอโทษนะครับคุณตำรวจ ถ้าคุณมีทางออกที่ดีกว่านั้น ก็เชิญแนะนำมาได้เลย”
“คุณควรไปหามิสเตอร์โยฮัน”
“เขาเป็นใครเหรอคะ”
“ประวัติของเขายาวเป็นหางว่าว แต่คนไทยที่นี่รู้จักเขาแทบทุกคน ไม่เชื่อคุณลองไปถามนายปลื้มดู”
มาร์โก้โยนภาระหน้าที่ให้คนอื่นทันที เมื่อภูมิและมาเรียกลับมาถามปลื้มก็ได้คำตอบว่า
“รู้จักสิวะ เขาดังออกจะตาย มิสเตอร์โยฮันเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการค้าส่งดอกไม้ โดยเฉพาะดอก
ทิวลิปที่ทำกำไรเข้าประเทศเนเธอร์แลนด์มากมายมหาศาล ภรรยาที่เสียชีวิตไปของเขาเป็นคนไทย กิจการของเขาก็เลยจ้างคนไทยไว้เป็นคนงานจำนวนมาก จะว่าไปแล้วก็คือพ่อพระ นักบุญคนนึงของชาวไทยในเนเธอร์แลนด์”
“แล้วทำไมมาร์โก้ถึงให้เราไปคุยกับมิสเตอร์โยฮันล่ะคะ”
“มิสเตอร์โยฮันช่วยเหลือคนไทยทุกคน สมัยที่ไอ้โส่ยมาตั้งรกรากที่นี่ใหม่ๆ มันก็เคยอาศัยใบบุญของมิสเตอร์โยฮันมาก่อน”
“แปลว่าถ้ามิสเตอร์โยฮันออกหน้า เฮียโส่ยก็จะต้องเกรงใจ”
“ถูกต้อง แต่ว่าไอ้กระจอกๆอย่างเราจะไปขอร้องมิสเตอร์โยฮันให้มาช่วยเหลือเรา เขาจะช่วยหรือเปล่า นั่นแหละคือปัญหา” คำพูดของปลื้มทำให้ภูมิกับมาเรียรู้สึกหนักใจขึ้นมา
ooooooo
ส่วนที่กองปราบฯ สถานที่ทำงานของผู้กองจักรีในกรุงเทพฯ เหตุการณ์วันก่อนทำให้ผู้กองกับจ่าชัยตั้งข้อสังเกตว่าต้องมีเกลือเป็นหนอน เราเพิ่งรู้ว่าพยานเป็นใคร อยู่ที่ไหน แต่พวกคนร้ายดันไปถึงก่อน แสดงว่าพวกมันต้องมีสายข่าว
ทั้งผู้กองและจ่าหนักใจไม่รู้จะหาตัวพยานได้ยังไง ระหว่างนี้มีตำรวจนายหนึ่งเข้ามาบอกผู้กองว่าเจ้าหน้าที่จากหน่วยจราจรมาขอพบ บอกว่าผู้กองนัดไว้
จักรีนึกได้ว่าตัวเองนัดหมวดณรงค์เอาไว้ จึงต้อนรับเขาที่ห้องรับแขกด้านนอก โดยมีจ่าชัยตามมาด้วย
ณรงค์มาในชุดนอกเครื่องแบบแต่รายงานตัวต่อผู้กองตามระเบียบ “ผมร้อยตำรวจตรี ณรงค์ ห้าวหาญ ขอรายงานตัวครับ”
“ตามสบายนะหมวด นั่งก่อน” จักรีเชื้อเชิญ ส่วนจ่าชัยถามผู้มาเยือนว่าจะรับเครื่องดื่มอะไรดี
“ไม่เป็นไรครับ ผมทานน้ำเปล่าก็พอ”
จ่าชัยพยักหน้าให้ณรงค์แล้วเดินมาแอบกระซิบจักรีว่าตามระเบียบเป๊ะ จักรีอมยิ้มก่อนจะเบนความสนใจมาที่ณรงค์
“ผมขอขอบใจจากใจจริงนะผู้หมวด ถ้าวันนั้นไม่ได้คุณ ผมกับจ่าชัยไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”
“ผมทำตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ครับ”
“ประทานโทษครับ หน้าที่ของตำรวจจราจรจำเป็นต้องเสี่ยงตายขนาดนี้เลยเหรอ”
“ตำรวจก็คือตำรวจครับจ่า ไม่ว่าหน่วยงานไหนก็มีหน้าที่ต้องดูแลกฎหมาย บำบัดทุกข์ให้ชาวบ้าน”
จ่าชัยแสดงสีหน้าทึ่งออกมา ขณะที่จักรีตั้งคำถามต่ออย่างสนใจ
“ถ้างั้นผมขอถามแบบตรงๆเลยนะหมวด คุณมีวินัย มือสะอาด แถมยังบู๊เก่งขนาดนี้ แล้วทำไมถึงมาอยู่ฝ่ายจราจร”
ณรงค์อึ้งไปสักครู่ก่อนตอบอย่างขมขื่นลึกๆ “อาชีพข้าราชการต้องรู้จักเวลาว่าตอนไหนควรตามน้ำและทวนน้ำครับผู้กอง แต่ผมปรับตัวไม่เก่งเท่าไหร่ ผมชนเป็นอย่างเดียว”
“ก็ดี ถ้างั้นผมอยากให้คุณมาร่วมงานกับผม”
“ผมเหรอครับ”
“ผมก็ชนเป็นอย่างเดียวเหมือนกัน ผมจะทำหนังสือขอคุณมาทำงานกับผม หมวดโอเคไหม”
“ด้วยความยินดีครับผู้กอง”
จักรียิ้มพอใจ จ่าชัยก็อุ่นใจ ทีมเฉพาะกิจตอนนี้มีกันสามคนแล้ว...
หลังจากณรงค์กลับไป จักรีนำแฟ้มประวัติของลิซ่ามาพลิกดู โดยจ่าชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า
“จากข้อมูลที่ได้มายืนยันว่าลิซ่า ชไนเดอร์ ลูกสาวของด็อกเตอร์อีธานมีอาชีพเป็นนักออกแบบเครื่องประดับเช่นเดียวกับแม่ของเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว ดูเหมือนว่าครอบครัวเธอจะสืบทอดความชำนาญด้านนี้มาหลายชั่วคน”
“ไม่มีส่วนพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย”
“แน่นอนครับ ปัจจุบันเธอเป็นหุ้นส่วนของบริษัทจิวเวลรี่แห่งหนึ่งที่มีนักธุรกิจชาวไทยเป็นเจ้าของ”
“เขาชื่ออะไร”
“เสี่ยเก้าครับ หรือชื่อเต็มๆก็คือ...เก้ายอด อมรเวช”
จักรีรับทราบ ส่วนเรื่องพรรณมณีพยานคนสำคัญ เขาก็ยังไม่วางมือที่จะสืบหาตัวเธอให้จงได้
ooooooo
เก้ายอดหลงรักลิซ่าและมักแสดงความเป็นเจ้าของเธอ...เวลานี้ลิซ่าขาดพ่อ ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าท่านเป็นตายร้ายดียังไง แต่หวนนึกถึงคำสั่งก่อนพ่อจะเดินทางไปเมืองไทยเรื่องทิวลิปทองคำที่แม่ทิ้งไว้ให้พ่อดูต่างหน้า พ่ออยากให้เธอเก็บมันเอาไว้เป็นความลับ อย่าให้ใครได้มันไปเด็ดขาด
แล้วคืนนี้ลิซ่าก็ได้รับการติดต่อจากผู้กองจักรีที่เมืองไทย หญิงสาวนึกว่าตำรวจไทยได้ข่าวพ่อของตนแล้ว แต่กลายเป็นจักรีต้องการให้เธอเดินทางมาให้ข้อมูลที่เมืองไทย เพราะคดีนี้รายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน ถ้าพูดกันทางโทรศัพท์คงไม่สะดวก
ลิซ่าตกปากรับคำทันที แต่เมื่อเก้ายอดรู้เข้าก็เป็นห่วง ถามให้แน่ใจว่าจะไปจริงหรือ
“ตอนนี้ตำรวจไทยกำลังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อรู้จักกับใครที่นั่นบ้าง แล้วเดินทางไปทำธุระอะไร ฉันต้องการรู้ว่าพ่อฉันหายไปไหน ได้รับอันตรายหรือเปล่า อะไรเป็นสาเหตุทำให้พ่อฉันหายตัวไป”
“โอเคๆ ถ้างั้นเอาอย่างนี้ดีมั้ย ก่อนเดินทางคุณน่าจะไปปรึกษาคุณลุงโยฮันของคุณซะก่อน อย่างน้อยเขาก็เป็นเพื่อนที่พ่อของคุณไว้ใจมากที่สุด เชื่อผมเถอะลิซ่า เราเป็นหุ้นส่วนกันนะ ผมหวังดีกับคุณเสมอ”
ลิซ่าทำตามคำแนะนำของเก้ายอด โทรศัพท์นัดหมายโยฮันว่าพรุ่งนี้จะไปพบ ทำให้โยฮันต้องให้อีริคสมุนใกล้ชิดเลื่อนเวลานัดหมายของมาเรียที่จะพาเจ้าของร้านอาหารไทยมาขอความช่วยเหลือออกไป ต้องรอให้ตนคุยกับลิซ่าก่อน เมื่อมาเรียพาปลื้มและภูมิมาในวันรุ่งขึ้นจึงได้รับการบอกกล่าวจากอีริคว่าโยฮันกำลังติดธุระสำคัญ
โยฮันพูดคุยกับลิซ่าโดยมีเก้ายอดอยู่ด้วย ลิซ่ายืนยันว่าตนต้องไปเมืองไทยเพื่อตามหาพ่อ โยฮันจึงฝากเก้ายอดดูแลเธอด้วย เพราะเธอเหมือนลูกแท้ๆของตน
“ว่าแต่ก่อนที่พ่อจะหายตัวไป พ่อของหลานบอกอะไรบ้างหรือเปล่า”
“ไม่มีนี่คะ แต่ว่าคุณพ่อฝากเครื่องประดับชิ้นนึงให้ฉันเก็บเอาไว้”
“เครื่องประดับอะไร แล้วหลานเก็บไว้ที่ไหน”
“ต้องขอโทษจริงๆค่ะคุณลุง คุณพ่อให้ลิซ่าสาบานว่าจะต้องปิดทุกอย่างเป็นความลับ”
โยฮันอึ้งไปนิดก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วบอกลิซ่าทำใจให้สบาย อยู่ทางนี้ตนจะช่วยสืบข่าวพ่อของเธอให้อีกแรง ไม่นานต้องเจอตัวแน่
พอลิซ่าขึ้นรถจะกลับ และพวกมาเรียก็เตรียมตัวจะเข้าพบโยฮัน ไม่คาดคิดว่าช่วงเวลานี้จะมีคนร้ายกลุ่มหนึ่งบุกมาฉุดเธอ แต่โชคยังดีที่ภูมิตาไวช่วยเธอทันท่วงที ภูมิเพียงคนเดียวจัดการกับคนร้ายได้สบาย จนพวกมันหวาดกลัวต้องเปิดแน่บไปอย่างไม่เป็นท่า
โยฮันซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่ภูมิช่วยลิซ่า จึงรับปากจะเจรจากับเฮียโส่ยให้เอง เนื่องจากเฮียโส่ยเคยติดหนี้บุญคุณของเขามาก่อน แต่ในระหว่างนี้โยฮันก็ขอให้ภูมิกับปลื้มหลบหน้าไปสักพักเพื่อความปลอดภัย สองคนเห็นด้วยเพราะเมื่อกลับมาที่ร้านปรากฏว่าโดนระเบิดควันของเฮียโส่ยส่งมาข่มขู่
ส่วนลิซ่าที่ได้รับความช่วยเหลือจากภูมิและมาเรีย เธอรู้สึกไว้วางใจเขาสองคนจนอยากให้เดินทางไปเมืองไทยด้วยกัน...
ที่แท้คนร้ายกลุ่มนั้นคือคนของเก้ายอดที่รับคำสั่งจากโยฮันบุกมาจับตัวลิซ่า สองคนมีลับลมคมในที่ลิซ่าไม่เคยระแคะระคายหรือระแวงมาก่อน เมื่อคนของเก้ายอดทำงานพลาด จึงโดนโยฮันตำหนิอย่างไม่พอใจ
เก้ายอดหน้าเสีย แก้ตัวว่า “ไม่มีใครรู้ว่าพวกคนไทยจะโผล่มาที่นี่ แต่คุณไม่ต้องเป็นห่วง ครั้งหน้าผมรับรองว่าต้องได้ตัวลิซ่าแน่”
“แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ ที่สำคัญฉันไม่อยากให้ลิซ่าเจ็บตัวถ้าไม่จำเป็น”
“แล้วจะให้ผมทำยังไง”
“ความลับของอีธาน บางทีอาจจะซ่อนอยู่ในเครื่องเพชรที่ลิซ่าพูดถึง แกต้องไปหามันมาให้ได้”
“เครื่องเพชร คุณหมายถึงชิ้นไหน อย่าลืมสิว่าครอบครัวของเธอเป็นนักออกแบบเครื่องประดับที่ชำนาญมาก”
“สงสัยว่าจะเป็นชิ้นที่มีค่ามากที่สุดคือทิวลิปทอง อีธานพกมันติดตัวอยู่เสมอ ยกเว้นวันที่เขาเสียชีวิต”
“ทิวลิปทอง...” เก้ายอดพึมพำชื่อนั้นด้วยความสนใจ
ooooooo
หลังจากเกือบโดนจับตัวเมื่อตอนกลางวัน พอตกกลางคืนลิซ่าต้องสู้รบกับคนร้ายอีกครั้ง พวกมันบุกเข้ามาเป้าหมายอยู่ที่ตู้เซฟ แต่เผอิญลิซ่าเลือกที่จะเก็บเซฟไว้ในห้องนอน คนร้ายเลยผิดหวัง แถมยังถูกเธอใช้ไม้เบสบอลไล่หวดจนกระเจิงไป
นั่นก็เพราะคนร้ายไม่ต้องการทำร้ายลิซ่า แต่ต้องการของในเซฟเท่านั้น เมื่อมีการแจ้งความ มาเรียจึงมาพร้อมมาร์โก้ เธอวิเคราะห์อย่างไม่เชื่อว่าการที่คนคนหนึ่งจะถูกลักพาตัวแถมถูกปล้นในวันเดียวกันเป็นเรื่องบังเอิญ แล้วมาเรียก็ค้นพบยานอนหลับในห้องลิซ่า ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ เก้ายอดได้โทร.มาบอกให้ลิซ่ากินยานี้เพื่อจะได้หลับพักผ่อนเต็มที่ แต่เพราะเธอดื้อรั้นจึงไม่ได้กิน
เหตุนี้ทำให้มาเรียอดเพ่งเล็งเก้ายอดไม่ได้ว่าน่าจะเกี่ยวข้อง แต่ลิซ่าเชื่อใจเก้ายอดเกินกว่าจะคิดกับเขาในทางลบ จึงไม่ได้ติดใจเรื่องนี้ แต่คิดไปถึงทิวลิปทองที่พ่อสั่งให้รักษามันไว้ให้ดี ของสิ่งนี้หรือเปล่าที่ทำให้เธอกำลังเดือดร้อน ตกลงมันมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
หลังจากคิดมาคิดไป ลิซ่าจำได้ว่าพ่อเคยบอกด้วยว่าทิวลิปทองมีคู่ของมันคือทิวลิปเงิน แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน...วันนั้นพ่อพูดเป็นปริศนาไว้ว่า
“นั่นแหละคือรหัสของเรา คนที่เก็บทิวลิปเงินเอาไว้คือคนที่จะมาปกป้องลูก นอกจากเขาแล้วห้ามเชื่อใครเด็ดขาด แม้แต่ตำรวจ”
เช้าวันถัดมา มาเรียได้รับแจ้งจากมาร์โก้ว่าลิซ่าขอตัวเธอไปเป็นบอดี้การ์ดในระหว่างเดินทางไปเมืองไทย มาเรียไม่แปลกใจเพราะเชื่อว่าลิซ่าไว้ใจถึงเลือกเธอแทนที่จะเป็นมาร์โก้
ด้านปลื้มกับภูมิก็กำลังคิดจะลี้ภัยกลับเมืองไทยชั่วคราว ขณะที่ภูมิกำลังเก็บสัมภาระ ได้ยินเสียงปลื้มกับพีทโต้เถียงกันดังแว่วมาจากชั้นล่าง
“ไม่ได้กีดกันโว้ย แต่ข้าจะปิดร้านชั่วคราว ลี้ภัยการเมือง...เอ๊ย...ลี้ภัยมาเฟีย”
“แต่ผมอยากได้งานนะน้า พี่สาวผมจะมาที่นี่ แล้วจะให้ผมบอกกับพี่สาวว่ายังไง”
“นั่นมันเรื่องของเอ็ง พี่เอ็งไม่ใช่พี่ข้านี่หว่า”
ภูมิลงมาดูก็สงสารพีท พอเห็นหนุ่มน้อยวิ่งออกไปด้วยความเสียใจ ภูมิตามมาคว้าตัวไว้เพื่อจะปลอบ แต่กลับโดนพีทตัดพ้อต่อว่าชุดใหญ่ก่อนวิ่งหนีไป มาเรียมาเห็นไวๆ ซักถามภูมินิดหน่อยก่อนถามเขาว่าจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่
“พรุ่งนี้ครับ”
“บังเอิญจัง ฉันเองก็ต้องคุ้มครองลิซ่าไปที่เมืองไทยพรุ่งนี้เหมือนกัน สงสัยต้องไฟลท์เดียวกันแน่”
“ก็ดีสิครับ ไปกันหลายคนจะได้ครึกครื้นหน่อย”
มาเรียยิ้มรับ ในใจแอบคิดถึงโอกาสดีๆที่จะได้ใกล้ชิดกับเขา...แต่เมื่อเก้ายอดรู้ว่าภูมิจะเดินทางไปพร้อมกับตนและลิซ่าด้วยก็ไม่พอใจ พูดประชดลิซ่าว่า
“คุณคงประทับใจที่ไอ้หมอนั่นช่วยคุณใช่ไหม แต่ผมกลัวว่าเขาอาจฉวยโอกาสนี้ตีสนิทกับคุณ เพื่อหวังผล อย่างอื่นมากกว่า”
“คุณระแวงเกินไปแล้วค่ะเก้ายอด ฉันไม่คิดว่าคุณภูมิจะเป็นคนแบบนั้น”
“ก็ได้ แล้วแต่คุณ ที่ผมพูดก็หวังดีกับคุณเท่านั้น” เก้ายอดทิ้งท้ายเอาไว้ สร้างความอึดอัดให้ลิซ่าไม่น้อย...
ทางด้านพีทที่ผิดหวังไม่ได้ทำงานสุจริตที่ร้านปลื้ม เขาไม่มีเงินเลยไม่มีที่ซุกหัวนอน ต้องอาศัยม้านั่งในสวนสาธารณะเป็นที่นอน ปลื้มตามมาเห็นก็ใจอ่อนด้วยความสงสาร พาพีทกลับไปที่ร้าน ทำอาหารให้กินจนอิ่มหนำและขอคำสัญญาว่าจะกลับตัวกลับใจจริงๆ ถึงจะให้โอกาสทำงานอีกครั้ง พีทดีใจมาก สัญญาทันทีว่าต่อไปนี้ตนจะเป็นคนดี
ooooooo
ที่กรุงเทพฯ จักรีได้เบาะแสที่อยู่ของคาลิด เพื่อนของอีธาน แต่พอจักรีพร้อมด้วยจ่าชัยและหมวดณรงค์พากันไปกลับไม่พบ เพราะคาลิดไหวตัวหนีไปก่อน หลังจากอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ว่าอีธานหายตัวไปอย่างลึกลับ ด้วยกลัวจะถูกสืบสาวราวเรื่องเพราะเขาเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับอีธานในวันนั้น...
ฝ่ายพั้นช์เร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เธอพยายามหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพ จนกระทั่งได้งานในบาร์โคโยตี้ในตำแหน่งผู้ช่วยแม่ครัว แต่พอสาวๆดาวเต้นของร้านขาดแคลนและที่มีอยู่ก็เต้นไม่ได้ใจลูกค้า เจ้าของร้านจึงมาบังคับเคี่ยวเข็ญพั้นช์ให้ไปเต้นทั้งที่เธอบอกว่าเต้นไม่เป็น
ปรากฏว่าการเต้นของพั้นช์แย่มาก แต่รูปร่างหน้าตาเธอถูกใจลูกค้าโดยเฉพาะชาวต่างชาติ จึงมีการชักชวนไปหลับนอนแลกกับเงินที่เขาคิดว่าเธอไม่น่าจะปฏิเสธ
แต่ผิดคาด พั้นช์ไม่สนใจแถมยังใช้มวยไทยเล่นงานลูกค้าต่างชาติสามคนจนสลบเหมือด เหตุนี้เอง พั้นช์เลยตกงานไปตามระเบียบทั้งที่เพิ่งเข้ามาทำได้แค่วันเดียว
ด้านผู้กองจักรีที่รับผิดชอบคดีด็อกเตอร์อีธาน วันนี้เขาสรุปกับสารวัตรสุเมธว่าอีธานหายตัวไปเป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ส่วนพยานที่เห็นเหตุการณ์ก็ดูเหมือนจะถูกคนร้ายตามล่าด้วยเหมือนกัน
“คุณคิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับงานด้านอาวุธชีวภาพที่ด็อกเตอร์อีธานคิดขึ้นมาหรือเปล่าผู้กอง”
“ยังไม่แน่ครับ แต่ก็มีความเป็นไปได้ เพราะพวกคนร้ายที่เราเจอมีทักษะด้านการต่อสู้ที่สูงกว่าคนร้ายทั่วไป แถมยังทำงานเป็นทีมเหมือนคนที่เคยผ่านสนามรบมาก่อน”
“ถ้างั้นคุณมีแผนยังไงต่อ”
“อย่างแรกคือต้องตามหาพยานให้พบครับ ทั้งนางสาวพรรณมณีที่ถูกตามล่า และนายคาลิดเจ้าหน้าที่สถานทูตที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ ผมเชื่อว่าทั้งคู่ต้องมีข้อมูลแน่ ส่วนคุณลิซ่าลูกสาวของด็อกเตอร์อีธานที่จะมาถึงเมืองไทยวันนี้ ผมคิดว่าเราคงต้องอารักขาเธอเป็นพิเศษ”
“ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ครับผม ผมเชื่อว่าคนร้ายต้องคอยเล่นงานเธอแน่”
“คดีนี้ไม่ใช่คดีธรรมดา ขอให้คุณทำงานนี้ให้สำเร็จ ระวังตัวด้วยนะผู้กอง”
“ขอบคุณครับ” จักรีผละจากสุเมธไปเตรียมความพร้อมเพื่ออารักขาลิซ่า โดยมีจ่าชัยกับหมวดณรงค์ร่วมทีม
เมื่อคณะของลิซ่าที่มาพร้อมปลื้มและภูมิถึงสนามบิน จักรีได้เห็นลิซ่าถึงกับตะลึงในความสวย แต่พอรู้ว่าเธอมีเพื่อนชายมาด้วยก็แอบสลด ขณะเดียวกันเก้ายอดก็รู้สึกไม่ถูกชะตาจักรีเอาเสียเลย
หลังจากล่ำลากันแล้ว ปลื้มกับภูมิแยกตัวไปจากกลุ่มของลิซ่า มุ่งหน้าสู่บ้านของภูมิที่อยู่ริมน้ำ ซึ่งบ้านหลังนี้ภูมิยังเก็บสิ่งของของฟ้าไว้ทุกอย่าง ทำให้ปลื้มอดติงไม่ได้ว่าใจคอเขาจะเก็บไว้จี้ใจดำตัวเองให้ไร้ความสุขงั้นหรือ
“เก็บหรือไม่เก็บของพวกนี้ ฉันก็ลืมฟ้าไม่ลงหรอกพี่ หรือว่าพี่ลืมน้องสาวพี่ได้แล้ว”
“ไม่ลืมโว้ย แต่ก็ไม่หมกมุ่นเหมือนเอ็งก็แล้วกัน เอาเหอะวะ เพิ่งมาถึง เราอย่าคุยเรื่องนี้กันดีกว่า”
“พี่ปลื้มเฝ้าโยงก็แล้วกัน ฉันจะออกไปจ่ายตลาดให้”
ปลื้มพยักหน้ารับรู้ ภูมิออกไปพักใหญ่ คาดไม่ถึงว่าเขาจะได้เจอพั้นช์พี่สาวของพีทที่เธอเพิ่งคุยโทรศัพท์กับน้องชายจากอัมสเตอร์ดัมมาหมาดๆ เวลานี้เธอกำลังถังแตก พีทจึงแนะนำให้พี่สาวตามหาปลื้มเจ้าของร้านอาหารไทยเผื่อจะได้มาทำงานด้วยกัน ซึ่งพีทได้บอกที่อยู่ของปลื้มให้ด้วย
เมื่อภูมิฟังเรื่องราวจากปากพั้นช์ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ยอมพาเธอมาพบปลื้มเพื่อเป็นการพิสูจน์คำพูด
ปลื้มซักถามพั้นช์จนเชื่อว่าเป็นพี่สาวพีทจริง ก็รู้สึกสงสารผู้หญิงตัวคนเดียว จึงจะให้เธออาศัยอยู่ที่นี่ด้วยแล้วค่อยคิดหาทางเรื่องทำงาน แต่กลายเป็นว่าภูมิไม่ยอมเพราะไม่ต้องการให้มีผู้หญิงเข้ามาวุ่นวายในบ้าน
พั้นช์ไม่มีที่ไปจึงวิงวอนขอร้องภูมิเป็นการใหญ่ ที่สุดภูมิก็ใจอ่อนจนได้ แต่กำชับต้องอยู่ที่นี่อย่างสงบ
ooooooo
ผู้กองจักรีและลูกน้องให้การต้อนรับลิซ่า เก้ายอด และมาเรียที่ห้องประชุมกองปราบเพื่อคุยรายละเอียดคดี ด็อกเตอร์อีธานซึ่งพวกเขายังไม่กล้าฟันธงว่าเสียชีวิต แต่พยานคนหนึ่งเห็นเขาถูกยิง
ส่วนคาลิดเจ้าหน้าที่สถานทูตนั้น ลิซ่าเห็นรูปของเขาที่จักรีให้ดูก็ปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นมาก่อน เก้ายอดฉวยโอกาสนี้ใส่จักรีทันทีว่าข้อมูลของเขาอาจผิดพลาด ในเมื่อเขาไม่เคยเจอกับพยานแล้วรู้ได้ยังไงว่าเรื่องที่ได้ยินมาเป็นเรื่องจริง
“เรากำลังสืบอยู่ครับคุณเก้ายอด”
“เหลวไหล เดาสุ่ม คุณให้เราบินข้ามน้ำข้ามทะเล มาถึงนี่ แต่กลับไม่มีข้อมูลอะไรสักอย่าง...ลิซ่า ผมว่าเราเตรียมตัวกลับบ้านกันเถอะ อยู่ไปก็เปล่าประโยชน์ ขอบคุณนะครับสำหรับการสืบคดีของด็อกเตอร์อีธาน ยังไม่ได้เรื่องเลย”
เก้ายอดแขวะตำรวจไทยแล้วพาลิซ่ากลับไป จักรีเดินบ่นมากับลูกน้องว่าเก้ายอดกันท่าสุดฤทธิ์ ณรงค์เสริมว่าขี้หึงด้วย มาเรียเข้ามาสมทบ บอกว่าตนเห็นด้วย
“อ้าว คุณมาเรียไม่กลับไปกับเขาหรือครับ”
“ฉันเป็นตำรวจ ยังไงก็ต้องอยู่คุยกับตำรวจด้วยกัน ให้รู้เรื่อง เก้ายอดพยายามทำตัวเป็นผู้ปกครองของลิซ่า เขาคอยบงการเธอมาตลอด”
“แต่ทางเราต้องรีบสืบคดีนะครับ ถ้ามีนายเก้ายอด อยู่ด้วยคงไม่สะดวก”
“ใช่ครับ เผลอๆจะมีคดีตั๊นหน้าเพิ่มอีกหนึ่งคดี”
“ฉันจะหาโอกาสพาลิซ่ามาพบ พวกคุณจะได้พูดคุยกับคุณลิซ่าตามลำพัง”
“ขอบคุณหมวดมาเรียมากที่ร่วมมือกับเรา”
“เป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว” มาเรียยิ้มให้ตำรวจไทยอย่างเป็นมิตร
ooooooo
พั้นช์คุยโวโอ้อวดว่าทำอาหารอร่อย เรียนทางด้านนี้มาโดยตรง แต่พอปลื้มยอมให้แสดงฝีมือก็เละเทะสะเปะสะปะอยู่ในครัวคนเดียว
เมื่ออาหารทุกอย่างสำเร็จเสร็จลง ภูมิเห็นหน้าตาของมันแล้วกินไม่ลง ยกให้ปลื้มเป็นคนชิม ปรากฏว่าปลื้มชิมทุกอย่าง ส่งผลให้ท้องเสียอย่างหนักวิ่งเข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่น หมดแรงและหน้าซีดเซียวจนภูมิแทบจะพาส่งโรงหมอ
แต่ถึงจะท้องเสีย ปลื้มก็ยังเมตตาต่อพั้นช์ บอกกับภูมิว่าช่วยคนต้องช่วยให้ถึงที่สุด ในเมื่อตนตัดสินใจแล้ว ว่าจะช่วยพีท ก็ต้องช่วยพี่สาวมันด้วย
คืนนั้นพั้นช์เศร้าซึม ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองจะเป็นยังไงต่อหลังจากแผนการโชว์ฝีมือการทำอาหารล้มเหลวไม่เป็นท่า ภูมิเดินเงียบๆเข้ามาเมียงมองก่อนถามว่า
“ถามจริงๆเหอะ เรียนวิชาทำอาหารมาจากที่ไหน”
พั้นช์อ้ำอึ้งก่อนจะสารภาพความจริงว่าเรียนไม่จบ เงินหมดเสียก่อน ตนเลยซื้อใบประกาศเกียรติบัตรมา
“แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก”
“ฉันอยากได้งาน ฉันอยากไปอยู่กับน้องที่อัมสเตอร์- ดัม คุณไม่เข้าใจหรอกว่าการที่ครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน ต้องบ้านแตกสาแหรกขาด มันเลวร้ายแค่ไหน ฉันไม่ได้เจอกับน้องมาสามปีแล้ว ฉันแค่อยากอยู่กับน้อง อยากให้วิญญาณของพ่อเห็นว่าฉันกับน้องมีความสุข แต่มัน...” เธอพูดต่อไม่ไหว สองมือปิดหน้ากลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ภูมิมองอย่างเข้าใจและสงสาร ดึงมือเธอออก
“ถ้าอยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่เป็นไรหรอก”
พั้นช์ปล่อยโฮทันที สวมกอดเขาไว้เป็นที่พึ่ง ภูมิไม่รู้ จะทำยังไง ได้แต่แหงนหน้ามองฟ้ายามราตรีนั้นอย่างทำใจ
ooooooo
คืนเดียวกันนี้ทอมมี่ได้รับคำสั่งจากใครบางคนให้รีดความจริงจากลิซ่าที่เดินทางมาเมืองไทย เพราะเขาสงสัยว่าในตัวเธออาจมีของสำคัญบางอย่างที่จะเป็นกุญแจไขปริศนา ซึ่งของสิ่งนั้นคืออะไร ทอมมี่ต้องเอาคำตอบมาให้ได้ แต่จำไว้อย่าให้ถึงตาย...
รุ่งขึ้นมาเรียทำตามที่รับปากจักรีไว้ว่าจะพาลิซ่าไปพบเขาโดยไม่มีเก้ายอด เธอหลอกเก้ายอดว่าจะพาลิซ่าไปช็อปปิ้งประสาผู้หญิงด้วยกัน
สองฝ่ายนัดเจอกันที่ร้านอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง จักรีมาพร้อมชัยและณรงค์ พูดคุยกับลิซ่าและมาเรียจนรู้ว่าก่อนเดินทางมาเมืองไทยลิซ่าถูกคนปองร้าย ซึ่งเจ้าตัวคาดว่าพวกมันพยายามจะลักพาตัว
ชัยกับณรงค์เห็นตรงกันว่าแปลกมาก ถึงลิซ่าจะทำงานเกี่ยวกับจิวเวลรี่ แต่ฐานะก็ไม่ได้อยู่ถึงขั้นมหา-เศรษฐี แสดงว่าคนร้ายต้องมีจุดประสงค์อื่น เมื่อจักรีถามว่าทราบหรือไม่ว่าตอนนี้พ่อของเธอทำงานให้กับใครบ้าง ลิซ่าส่ายหน้าบอกว่า
“ตำแหน่งที่ปรึกษาของกองทัพ ท่านเกษียณมานานแล้วค่ะ จะว่าไปช่วงหลังๆมานี่ฉันไม่เห็นว่าท่านจะทำงานวิจัยหรือค้นคว้าอะไรเลยด้วยซ้ำ”
“แล้วพอทราบไหมครับว่าท่านมาทำอะไรที่เมืองไทย”
“ฉันคิดว่าท่านคงมาท่องเที่ยวค่ะ เพราะสองสามปีมานี้ท่านมาที่นี่ประจำ มาครั้งนึงก็พักอยู่หลายสัปดาห์ บางครั้งก็เป็นเดือน”
“แล้วท่านพักที่โรงแรมไหน คุณทราบรึเปล่าครับ”
ลิซ่านิ่งไป...ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับบิดามากมายนัก จักรียิ่งรู้สึกว่าคดีนี้มีเงื่อนงำมากกว่าที่คิดไว้ ซึ่งจักรียังฝังใจเรื่องอาวุธชีวภาพที่อีธานถนัด หลังแยกจากมาเรียกับลิซ่าแล้ว จึงสั่งชัยกับณรงค์ให้เช็กข้อมูลว่าตอนอยู่เมืองไทยอีธานเข้าพักที่ไหนบ้าง แล้วในบ้านเรามีห้องแล็บที่ไหนบ้างที่มีขีดความสามารถถึงขั้นจะพัฒนาอาวุธเคมีหรืออาวุธประเภทอื่น
“ผู้กองมั่นใจเหรอครับว่าการหายตัวไปของด็อกเตอร์ อีธานจะเกี่ยวกับงานของเขา”
“ถึงยังไงผมก็ขอภาวนาอย่าให้สิ่งที่ผมคิดเกิดขึ้นมา เพราะถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะก็...ประเทศชาติของเรา คงวุ่นวายแน่”
ณรงค์กับชัยมองหน้ากันอย่างหวั่นใจ...ทั้งสามคนเดินออกจากโรงแรมโดยมีสายตาคมกริบของทอมมี่มองตามไปอย่างไม่เป็นมิตร
ooooooo
พั้นช์ตอบแทนปลื้มกับภูมิที่ยอมให้อยู่ต่อด้วยการทำความสะอาดบ้านแทนการทำอาหารที่ไม่ได้เรื่อง และยังหวังไกลว่าจะได้ไปอัมสเตอร์ดัมเพื่อพบน้องชาย
ขณะทำความสะอาดบ้านอยู่นั้น พั้นช์เจอหนังสือพิมพ์ เก่าๆลงข่าวร้านอาหารไทยชื่อดังในอัมสเตอร์ดัมที่มีสูตรชาววังดึงดูดใจลูกค้าจนฝรั่งยกนิ้วให้ เธอสนใจมาก
ดูมาดูไปเป็นร้านต้มข่าไก่ของปลื้ม จึงมาตื๊อถามสูตรจากเขา แต่ต้องผิดหวังเพราะปลื้มบอกว่าเป็นสูตรประจำตระกูล บอกใครไม่ได้ น้องสาวตนถ่ายทอดให้ตนกับภูมิเท่านั้น
“อ้าว ก็ไหนว่าสูตรประจำตระกูล แล้วพี่ภูมิรู้ได้ยังไง”
“ก็เราเป็นญาติกัน แล้วตอนเปิดร้านมันก็ถือหุ้นด้วย แล้วเราน่ะมีอะไรมาแลกเปลี่ยน”
“น้าพูดแบบนี้ หรือว่าจะให้หนูพลีกาย”
“เย้ย!!! ไม่เอา จะบ้าเหรอ”
“แล้วน้าจะให้หนูทำยังไง หนูอยากได้สูตรจริงๆ”
“เอ็งฟังนะ คือน้าสาบานกับฟ้าน้องสาวน้าเอาไว้ว่าจะไม่สอนให้ใครเด็ดขาด เอางี้ เอ็งลองไปง้อไอ้ภูมิมันดูก็แล้วกัน มันอาจจะบอกเอ็งก็ได้”
พั้นช์ได้ฟังก็มีความหวัง เยี่ยมหน้าไปรอรับภูมิที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จกลับมา จัดน้ำเย็นมาให้อย่างเอาอกเอาใจก่อนจะเลียบเคียงขอสูตรอาหารชาววัง แต่ต้องผิดหวังซ้ำสองเพราะภูมิไม่ยอมสอน ด้วยเหตุผลเดียวกับปลื้มที่ว่าสูตรของร้านต้มข่าไก่เป็นมรดกตกทอดของฟ้าและเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน
ooooooo
มาเรียพาลิซ่าหายไปครึ่งค่อนวันก่อนจะพากลับมาส่งยังโรงแรมที่พักแล้วแยกตัวไปพักผ่อน
เมื่อลิซ่าเข้ามาในห้องเห็นเก้ายอดนั่งจิบเครื่องดื่มรออยู่ก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ถามว่าเข้ามาได้ยังไง
“ผมหลอกแม่บ้านว่าผมลืมกุญแจ เธอคิดว่าผมเป็นสามีของคุณ ก็เลย...”
“คุณนี่แย่จริงๆ”
“ไม่เอาน่าลิซ่า เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องหงุดหงิดเลย”
“คุณก็รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันตึงเครียดแค่ไหน ฉันไม่มีอารมณ์มาล้อเล่น”
“ผมขอโทษ ผมก็แค่อยากอยู่กับคุณตามลำพัง ตั้งแต่มานี่คุณใช้เวลาอยู่กับมาเรียมากกว่าผมซะอีก”
“ช่วยเข้าใจฉันหน่อยเถอะเก้ายอด พ่อของฉันหายตัวไป และมีแนวโน้มว่าท่านอาจได้รับอันตราย”
“แล้วตำรวจไทยพวกนั้นสืบอะไรไม่ได้เลยหรือยังไง”
“กำลังสืบหาข้อมูลอยู่ค่ะ คงจะทราบสาเหตุเรื่องพ่อฉันที่หายตัวไปเร็วๆนี้แหละ” พูดแล้วลิซ่าสังเกตเห็นสีหน้าท่าทีเก้ายอดแปลกๆ เริ่มรู้สึกระแวงในตัวเขาขึ้นมา
เวลาเดียวกันนั้น มาเรียต่อสายถึงมาร์โก้ที่อัมสเตอร์-ดัม รายงานเกี่ยวกับคดีด็อกเตอร์อีธานว่า “จากข้อมูลของตำรวจไทยทำให้ฉันเชื่อว่าคนร้ายที่ปล้นบ้านคุณลิซ่า และพยายามลักพาตัวเธอ อาจเป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำร้ายด็อกเตอร์อีธาน”
“คุณรู้ได้ยังไง”
“เหตุการณ์เกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน ฉันไม่คิดว่าจะเป็นเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นกับสองพ่อลูกนั่น”
“แค่นั้นเองเหรอ”
“เราจะประมาทไม่ได้นะมาร์โก้ คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ต้องมีอิทธิพลสูงมาก มันถึงทำงานข้ามชาติได้”
“ถ้างั้นคุณก็ระวังตัวด้วยนะ เพราะคนร้ายอาจมีเส้นสายเป็นคนที่เราคาดไม่ถึง”
มาเรียรับทราบและเตือนมาร์โก้ให้ระวังตัวด้วยเช่นกันก่อนจะตัดสายไป
ooooooo
จักรีพยายามตามหาตัวพยานที่เห็นเหตุการณ์อีธานโดนทำร้ายและหายตัวไป แต่เมื่อเขากับลูกน้องมาถามหาที่บาร์โคโยตี้ก็พบว่าพั้นช์โดนไล่ออกไปแล้ว
แต่จักรีก็ยังไม่หยุดการค้นหา จนกระทั่งวันต่อมาจ่าชัยได้เบาะแสเพิ่มเติมจากตำรวจท้องที่ว่าพั้นช์ต้องการไปเนเธอร์แลนด์เพราะน้องชายอยู่ที่นั่น และบังเอิญอีธานก็เป็นคนเนเธอร์แลนด์ หากเราติดต่อน้องชายของพยานได้เมื่อไหร่ ก็จะหาตัวเธอง่ายขึ้น
ส่วนคาลิดเพื่อนของอีธานหลบหนีย้ายที่อยู่ไปนั้น นึกไม่ถึงว่าวันเดียวกันนี้พวกจักรีจะได้พบเขาโดยบังเอิญในย่านท่องเที่ยว แต่คาลิดก็พยายามหนีอีกตามเคย วิ่งข้ามถนนโดยไม่ทันระวัง โดนรถชนได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล...
ส่วนที่เนเธอร์แลนด์ โยฮันให้อีริคเข้าไปค้นบ้านลิซ่าในระหว่างที่เธอเดินทางมาเมืองไทย สิ่งที่โยฮันต้องการคือทิวลิปทองซึ่งเชื่อว่าความลับของอีธานซ่อนอยู่ในนั้น แต่อีริคตรวจค้นอย่างละเอียดพบเพียงเครื่องประดับอย่างอื่น ไม่มีดอกทิวลิปสีทอง โยฮันคาดว่าลิซ่าคงเอามันติดตัวไปด้วย
คิดได้ดังนั้นแล้ว โยฮันรีบโทร.บอกเก้ายอดต้องเอาทิวลิปทองคืนมาให้ได้ เก้ายอดจึงแอบเข้าห้องพักลิซ่าค้นกระเป๋าเดินทางอย่างละเอียดแต่ไม่พบสิ่งที่ต้องการ
เก้ายอดไม่ละความพยายามที่จะเอาทิวลิปทองมาให้ได้ เขาวางแผนให้ลิซ่าเอาเครื่องประดับทิวลิปทองมาโชว์ในงานแสดงจิวเวลรี่ครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯ อ้างว่าผู้จัดงานเชิญร้านของตนที่ลิซ่าเป็นหุ้นส่วนไปร่วมงานด้วย แต่ทางร้านของเราที่เนเธอร์แลนด์ส่งเครื่องประดับมาไม่ทันเพราะติดปัญหาหลายอย่าง ก็เลยต้องยืมทิวลิปทองของเธอ
มาเรียนั่งฟังอยู่ด้วยท้วงขึ้นอย่างเอะใจ “คุณเก้ายอดคะ เครื่องประดับที่ใช้แสดงในงานแบบนั้นต้องมีมูลค่าสูง ทำไมคุณคิดว่าคุณลิซ่าจะพกมันติดตัวมาด้วยคะ”
“ผมก็แค่เดา...คุณช่วยผมหน่อยนะลิซ่า งานนี้มันสำคัญกับธุรกิจของเรามาก”
ลิซ่าไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ มองเก้ายอดด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับมาเรียที่รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของผู้ชายคนนี้ พอลับหลังเขา สองสาวจึงพูดคุยกันตามลำพัง โดยมาเรียเป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน
“รู้สึกว่าท่าทางคุณเก้ายอดดูแปลกๆ ทำไมเขาถึง อยากได้เครื่องประดับของคุณขนาดนี้ แล้วการส่งเครื่องประดับจากทางร้านที่เนเธอร์แลนด์มาร่วมงานมันยุ่งยากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เรื่องธุรกิจฉันก็ไม่เข้าใจมากนักหรอกค่ะ บางทีงานนี้อาจจะสำคัญมาก เก้ายอดก็เลยอยากได้เครื่องประดับชิ้นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้า”
“นั่นก็อีกข้อนึง เขารู้ได้ยังไงว่าคุณจะพกเครื่องประดับชิ้นพิเศษติดตัวมาด้วย ขอโทษนะลิซ่า ฉันรู้ว่าคุณกับเก้ายอดสนิทสนมกัน แต่ฉันคิดว่ามีบางอย่าง ไม่ชอบมาพากล”
“มาเรีย ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกกับเธอ แต่เราต้องคุยกันที่อื่น”
ลิซ่าตัดสินใจเผยความจริงกับมาเรียภายในห้องพัก เธอนำทิวลิปทองออกจากช่องลับในรองเท้าที่สวมใส่ บอกว่าเป็นของสำคัญที่พ่อฝากตนไว้ก่อนมาเมืองไทย ตอนแรกตนตั้งใจจะเก็บมันไว้เป็นความลับ แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของพ่อ
“คุณไว้ใจฉันขนาดนี้เลยเหรอ”
“ในเมื่อคุณเคยช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องสงสัยคุณ”
“นี่อาจเป็นสิ่งที่พวกคนร้ายต้องการจากคุณ”
“เสียดายจริงๆ ที่ฉันไม่รู้ว่ามันมีความหมายยังไง ทิวลิปทองถึงจะมีค่า แต่ก็ไม่มากถึงขนาดต้องตามล่ากันแบบนี้”
ยิ่งฟัง มาเรียก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความซับซ้อนซ่อนเงื่อน... การหายตัวไปของด็อกเตอร์อีธานไม่ใช่เรื่องการปล้นฆ่าธรรมดาแน่ แล้วคนร้ายตามล่าทิวลิปทองเพื่ออะไร
ooooooo
คาลิดยังรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากโดนรถชนเมื่อวาน ผู้กองจักรี หมวดณรงค์ และจ่าชัยพยายามสอบสวนเรื่องการหายตัวไปของอีธาน แต่คาลิดไม่ให้รายละเอียดอื่นใด นอกจากบอกว่าอีธานตายแล้วตนไม่อยากยุ่ง สร้างความหนักใจให้ตำรวจทั้งสามนายเป็นอย่างมาก
ทางด้านลิซ่ากับมาเรีย หลังจากหารือกันดิบดีแล้ว มาเรียเชื่อว่าคนร้ายเท่านั้นที่จะรู้ว่าตามล่าทิวลิปทองไปเพื่ออะไร จึงเสนอให้ลิซ่าใช้แผนล่อเสือให้มาตะปบเหยื่อด้วยการนำทิวลิปทองไปแสดงในงานจิวเวลรี่ตามที่เก้ายอดต้องการ พร้อมทั้งนำเรื่องนี้ไปปรึกษาจักรีเพื่อช่วยกันวางแผนให้รอบคอบรัดกุม
ขณะเดียวกันนั้น เรด บลู ไวท์ และแบล็ก สมุนทั้งสี่ของทอมมี่จมูกไว ได้ข่าวคาลิดบาดเจ็บเพราะโดนรถชนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ตอนนี้อยู่ในความดูแลของตำรวจ ทอมมี่จึงสั่งสมุนไปฆ่าปิดปากคาลิด เพื่อเรื่องทุกอย่างจะได้เป็นความลับต่อไป
คาลิดรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย มีสิทธิ์เดือดร้อนทั้งนั้นไม่ว่าจะอยู่กับตำรวจหรือใครหน้าไหน จึงพยายามหนีออกจากโรงพยาบาล โดยแอบเขียนอะไรบางอย่างลงในกระดาษทิ้งไว้ก่อนหนีไป
ooooooo










