ตอนที่ 14
นาตาลีให้สมุนของทอมมี่ขนย้ายระเบิดไวรัสทิวลิปทองมาติดตั้งที่รถยนต์สำหรับทำคาร์บอมบ์ โดยระเบิดถูกตั้งเวลาไว้แล้ว และถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะมีแต่นาตาลีคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเร่งเวลาหรือหยุดมันได้
ทอมมี่ไม่ค่อยเชื่อนักว่านาตาลีจะกล้าทำอย่างนั้น เขาพูดลับหลังกับสมุนว่านาตาลีขลาดกลัว ถ้าเอาจริงป่านนี้ระเบิดลูกแรกทำงานไปตั้งนานแล้ว แต่แบล็กบอกว่าครั้งนี้เธออาจจะเอาจริงก็ได้
“แต่ฉันดูออก นังนั่นมันไม่กล้าฆ่าคน ยิ่งคนเป็นล้านมันก็ยิ่งลังเล เพราะแบบนี้ไง ถึงไม่เคยเห็นผู้หญิงเป็นแม่ทัพ”
“ถ้างั้นหัวหน้าคิดจะ...”
“ครั้งสุดท้าย ถ้ารอบนี้ยัยบ้านั่นยึกยักอีกล่ะก็ ฉันจะยึดอำนาจแล้วเดินเกมนี้เอง”
ขณะที่ทอมมี่คิดไม่ซื่อเพราะอยากให้เกมนี้จบเร็วๆ นาตาลีกับอเล็กซ์กำลังปรับความเข้าใจกันฉันพี่น้องที่เคยรักกันมากเมื่อครั้งยังอยู่ยอรัสด้วยกัน
ส่วนกลุ่มของภูมินั้นกำลังเลี้ยงส่งลิซ่ากลับเนเธอร์แลนด์ จักรีต้องการให้ลิซ่าที่กำลังตั้งครรภ์กลับไปอยู่บ้านเกิดของเธอเพื่อความปลอดภัย เพราะเขารู้ว่าที่นี่มีอันตรายร้ายแรงหากนาตาลีใช้ไวรัสทิวลิปทองที่เหลืออยู่ฆ่าคน แต่ไม่ทันจะผ่านคืนนี้ไป ลิซ่าก็รู้เห็นข่าวของไวรัสทิวลิปทองเพราะนาตาลีจงใจข่มขู่รัฐบาลไทยให้ทำตามข้อเรียกร้องของเธอ ถ้าไม่ทำตามเธอจะใช้อาวุธร้ายแรงสังหารผู้คนในกรุงเทพฯ
เมื่อรู้เช่นนี้แล้วลิซ่าอดต่อว่าจักรีไม่ได้ และเธอก็ไม่มีทางหนีไปคนเดียวแล้วปล่อยให้เขาเสี่ยงตายอยู่ที่นี่ ภูมิเข้าใจความรู้สึกของลิซ่า เขาบอกจักรีว่าอย่าเพิ่งบังคับเธอตอนนี้เลย ให้เวลาเธอสงบสติอารมณ์สักวัน อีกอย่างเรายังมีงานสำคัญต้องจัดการ จักรีเห็นด้วยจึงฝากพั้นช์ช่วยปลอบโยนลิซ่าแทน
สารวัตรสุเมธเรียกจักรี ภูมิ มาเรีย ณรงค์ และชัยเข้ามาประชุมที่กองปราบเพื่อรับทราบข้อเสนอของนาตาลีที่ส่งผ่านมาทางคลิปวีดิโอ
“แน่นอนว่าระเบิดลูกที่แล้วเป็นแค่คำขู่ แต่ลูกต่อไปมันจะเป็นคำสาปหากคุณไม่ทำตามข้อเรียกร้องของฉัน ข้อแรกฉันต้องการให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองชาวยอรัสทั้งหมดที่พวกคุณจับขังเอาไว้ ข้อสองเราต้องการเงินทุน และพาหนะสำหรับหลบหนี รายชื่อนักโทษ จำนวน เงิน และชนิดของพาหนะจะถูกส่งตามไปเร็วๆนี้ จำไว้ว่าพวกคุณมีเวลา 3 ชั่วโมงเท่านั้นสำหรับคำว่าพร้อม และอย่าคิดตุกติกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นคนนับล้านจะต้องตายเพราะความโง่ของคุณ”
หลังจากดูคลิปวีดิโอนั้นแล้ว ณรงค์สงสัยว่านักโทษการเมืองที่นาตาลีพูดถึงเป็นใคร มาเรียบอกว่าคงหมายถึงพวกกบฏชาวยอรัส ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
“แล้วมาเรียกร้องกับเราทำไม เราไม่เคยยุ่งกับคนพวกนี้สักหน่อย” จักรีข้องใจ
“BLACK SITE” ภูมิพูดโพล่งอย่างมั่นใจ ก่อนจะขยายความต่อไปเมื่อสายตาทุกคู่จ้องมา “องค์กรนิรโทษสากลเคยติดตามเรื่องนี้ ซึ่งทางเราก็ปฏิเสธผ่านสื่อไปว่ามันเป็นแค่ข่าวลือ แต่ความจริงแล้ว...มันมี”
ณรงค์เสริมว่า “ผมเคยได้ยินข่าวนี้ ประเทศมหาอำนาจสร้างคุกลับแล้วซ่อนไว้ที่ชายแดนของเรา มันมีไว้เพื่อรับมือผู้ก่อการร้ายระดับแนวหน้า แล้วก็อาชญากรระดับโลกเท่านั้น”
“แล้วคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“อย่าลืมสิครับสารวัตร ว่าผมเคยทำงานอยู่หน่วยล่าสังหารมาก่อน”
ฟังภูมิแล้วสารวัตรสุเมธนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนบอกว่า “ขอเวลาสักครู่ เดี๋ยวผมจะแจ้งทางเบื้องบนเรื่องนี้”
แต่แล้วคำตอบของสุเมธก็เล่นเอาจักรีหัวเสียหนัก ออกมาโวยวายกับทีมของตนอย่างกราดเกรี้ยว
“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง เราตามติดคดีนี้มานานแค่ไหน แล้วพอถึงเวลาตัดสินใจ เบื้องบนดันมาสั่งให้เรารอเฉยๆ แล้วเขาจัดการเองงั้นเหรอ รอบ้าอะไรวะ”
“ถ้าคุกลับที่ว่านั่นมีจริง ทางประเทศมหาอำนาจคงไม่ใจดีปล่อยนักโทษเป็นโขยงเพื่อช่วยเราหรอกครับ ดีไม่ดีคงต่อรองกันอีกยาว ไหนจะเรื่องเงิน เรื่องพาหนะอีก”
“นั่นสิครับ ถ้ายอมจ่ายกันง่ายๆแบบนี้ อีกหน่อยคนร้ายจี้ตัวประกันมีหวังได้ล้นบ้านล้นเมืองแน่”
หมวดณรงค์กับจ่าชัยคล้อยตามกัน จักรีมองมาที่ภูมิซึ่งเป็นคนเดียวที่ยังไม่ออกเสียง อยากรู้ว่าเขามีแนวคิดยังไง
“สถานการณ์ตอนนี้มันถูกยกระดับขึ้นมาก็เพราะนาตาลีเอาระเบิดไวรัสทิวลิปทองมาออกสื่อให้ทุกคนได้เห็น เบื้องบนจึงต้องรีบยุติปัญหาใหญ่ข้อนี้ด้วยตัวเองและทีมของเขาเอง ผมหมายถึงทีมที่ดูพร้อมรบ ฟิตปั๋ง และไม่ใช่ลูกผสมแถมสู้มาจนเกือบทรุดเหมือนพวกเราตอนนี้ นั่นคือเหตุผลที่เบื้องบนสั่งให้คุณรอเฉยๆ”
“แล้วพวกเขาจะทำอะไร”
“ทุกรัฐบาลทำเหมือนกันหมด ก็คือต่อรองกับคนร้าย คุยเรื่องเงิน เรื่องพาหนะ เรื่องรายชื่อนักโทษ แกล้งอู้โน่นผลัดนี่ ทำทุกอย่างเพื่อซื้อเวลา เพื่อมาหาช่องโหว่จัดการกับคนร้าย ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังเริ่มทำอยู่”
มาเรียกับณรงค์บ่นอุบว่าชักช้าไม่ทันการณ์ ป่านนี้คงอ่านแฟ้มรายงานยังไม่จบ
“เอาล่ะ ทุกคนทราบคำตอบที่ผู้กองจักรีถามทุกคนแล้วว่าทำไมเราถึงต้องรอเฉยๆ ทีนี้ตาผมถามพวกคุณและผู้กองบ้าง ถ้าไม่รอเฉยๆ พวกคุณคิดจะทำอะไร”
จักรีตอบคำถามของภูมิเป็นคนแรกว่าตนจะออกไปจับคนร้ายด้วยตัวเอง มาเรียขานรับขอไปด้วย ขณะที่ณรงค์บอกว่า
“ผมก็ไม่รู้ว่าเบื้องบนจะใช้คนเก่งแค่ไหนมาทำงานแทนพวกเรา แต่พวกเราสู้กับทอมมี่มาเป็นเดือนแล้ว ทิศทางของมัน...ยังไงเราก็ชำนาญกว่าครับ”
“ตกลง ถ้างั้นพวกเราจะออกลุยด้วยกันครับผู้กอง” ภูมิสรุปชัดเจน แล้วจับมือกับทุกคนเพื่อภารกิจนี้อีกครั้ง
ooooooo
นาตาลีมาหาชายสูงวัยคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เขาชื่อโจเซฟเป็นชาวยอรัสเช่นเดียวกับนาตาลี
“ลุงคิดอยู่แล้วว่าหนูต้องหนีออกมาได้ หลานของลุงมีพรสวรรค์เรื่องนี้เสมอ”
“ถ้าไม่มีพรสวรรค์เรื่องนี้ หนูคงจบชีวิตไปนานแล้วที่ยอรัส”
“หลานจะมาเอาของที่ฝากไว้สิท่า”
นาตาลีพยักหน้า โจเซฟทำใจนิดนึงก่อนจะลุกไปดูชั้นเก็บเครื่องเล่นดีวีดีที่นำมาซ่อมซึ่งใส่ถุงวางเรียงอยู่หลายเครื่อง เขาหิ้วถุงใบหนึ่งมาส่งให้เธอ บอกให้ตรวจสอบก่อนแต่หญิงสาวปฏิเสธเพราะเชื่อใจเขา
“แต่ลุงแก่แล้วนะนาตาลี คงอยู่ช่วยหนูได้อีกไม่นาน รีบหยุดมันเถอะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปกว่านี้”
“ค่ะลุง หนูต้องหยุดมันแน่”
โจเซฟพยักหน้าช้าๆ หันไปหยิบหนังสือพิมพ์มาส่งให้ติดตามข่าว...เมื่อออกจากร้านของโจเซฟมาแล้ว นาตาลีอ่านพาดหัวข่าวระบุว่า “หญิงลึกลับส่งคลิปขู่รัฐบาล ประกาศใช้อาวุธชีวภาพ” ถัดลงมาเป็นรูปสารวัตรสุเมธกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวว่ากองปราบยืนยันเป็นฝีมือของพวกโรคจิต
นาตาลีพลิกอ่านไปอีกหน้าหนึ่งอย่างใจเย็น คราวนี้เห็นรูปตัวเอง อเล็กซ์ เฉิน รอน ทอมมี่ เรด และแบล็กครบทีม พร้อมพาดหัวข่าวเล็ก “ตรวจสอบพบประวัติ หญิงลึกลับเชื่อมโยงแก๊งค้าอาวุธสงคราม”
หญิงสาวหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่จะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรอนในสภาพพรางหน้าตาหอบของมาใส่ท้ายรถแล้วขึ้นนั่งประจำตำแหน่งคนขับ
“เสบียงพร้อมแล้วครับคุณนาตาลี รับรองว่ากบดานได้อีกเป็นเดือนเลยครับ”
“เราไม่มีเวลาขนาดนั้นแล้วรอน อีกไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงพวกมันต้องเจอเราแน่”
รอนฟังแล้วอึ้ง นาตาลีพับหนังสือพิมพ์เก็บ ทำให้รอนสังเกตเห็นถุงใส่เครื่องเล่นดีวีดีที่วางอยู่ตรงข้างเท้าของเธอ รอนรู้สึกผิดสังเกตว่ายามหน้าสิ่วหน้าขวานนาตาลีไม่เสี่ยงมาเอาเครื่องเล่นดีวีดีแน่
พวกภูมิเริ่มค้นหาเบาะแสพวกทอมมี่โดยเริ่มจากตรงท่าเรือที่นาตาลีกระโดดน้ำหนีไป ทุกคนพยายามกันอย่างหนัก ในที่สุดก็พบแหล่งกบดานของพวกมัน แต่เมื่อสุเมธรู้เข้าก็ติติงอย่างไม่ค่อยพอใจ เพราะก่อนหน้านี้สั่งแล้วว่าให้อยู่เฉยๆ
“แต่ตอนนี้เราได้เรื่องแล้วนะครับสารวัตร ตำรวจท้องที่เจอลูกน้องไอ้ทอมมี่กบดานอยู่ที่อู่รถแถวชานเมือง”
มาเรียเร่งให้จัดกำลังบุกไปเพราะชิงลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ สุเมธอยากรู้ว่าถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ทั้งจักรี ณรงค์ และมาเรียตอบรับพร้อมเพรียงกัน ส่วนภูมิพูดอย่างสะใจว่า...วันนี้แกตายแน่ ไอ้ทอมมี่!
ooooooo
กลุ่มของภูมิมาถึงแหล่งกบดานของพวกทอมมี่แต่ยังไม่เห็นนาตาลีกับรอน จึงซุ่มดูต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันมีกี่คน ผ่านไปพักเดียวนาตาลีกับรอนกลับมารวมกลุ่ม รอนเห็นเฉินสีหน้าไม่ค่อยดีอยากรู้ว่าเป็นอะไร เฉินไม่ตอบแต่เดินนำไปทางห้องน้ำแล้วระบายความอัดอั้น
“ฉันทนไม่ไหวแล้ว นี่พวกเราจะเสี่ยงตายไปเพื่ออะไรกัน ประเทศยอรัสที่ว่าเราไม่เคยรู้จักเลยด้วยซ้ำ”
“แล้วแกคิดว่าคุณอเล็กซ์ทำเพื่ออุดมการณ์เหมือนพี่สาวหรือไง เขาก็อยากได้เงินเหมือนพวกเรานั่นแหละ แกลองคิดดูสิ ถ้าเอาไวรัสนั่นไปขาย แกก็ได้เงินแค่ร้อยล้าน แต่ถ้าเอาไปขู่รัฐบาลของพวกมหาอำนาจ แกจะได้เป็นพันล้านเชียวนะ”
“แต่งานนี้มันยากเกินไป ฉันทนไม่ไหวแล้ว ไหนจะไอ้แบล็กสมุนทอมมี่นั่นอีก ท่าทางมันเหมือนจะหาเรื่องฆ่าฉันให้ตาย”
“อย่าบอกนะว่าแกจะชิ่ง”
เฉินลังเลไม่กล้าตอบ รอนคิดแผนได้ ถามเพื่อนว่าเห็นถุงใส่ของที่นาตาลีถือมาใช่ไหม
“เห็น...ทำไมคุณนาตาลีไม่ยอมให้แกช่วยถือ”
“ฉันสงสัยว่าในนั้นมีไวรัสทิวลิปทอง ถ้าเราสองคนฉกไปขาย รับรองแค่ร้อยล้านก็รวยอื้อซ่า”
เฉินตื่นเต้น เห็นด้วยกับความคิดของรอน...เมื่อกลุ่มของภูมิจู่โจมเข้ามา แน่นอนว่ารอนกับเฉินหาทางหนีไปพร้อมกับของที่ต้องการ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีกำลังเสริมของตำรวจมาสมทบอีกมาก พวกทอมมี่สู้ยิบตา ใช้อาวุธหนักยิงตำรวจตายเป็นใบไม้ร่วง
แต่แล้วแบล็กที่พยายามจะฆ่าจักรีก็โดนยิงสิ้นใจ ทอมมี่จึงเหลือแค่เรดคนเดียวแต่ยังพยายามนำทางนาตาลีและอเล็กซ์ไปยังอู่เรือเพื่อหลบหนีออกนอกประเทศ ส่วนรอนกับเฉินก็หาทางหนี แต่รอนโดนจักรียิงตายไปเสียก่อน เฉินเห็นท่าไม่ดีสะพายกระเป๋าหลบหนี โดยมีจักรีกับมาเรียไล่บี้ไม่ลดละ
เมื่อจวนตัวเฉินใช้ปืนจ่อกระเป๋าที่สะพายมา ประกาศว่าทิวลิปทองสามยูนิตอยู่ข้างใน ถ้าตนเหนี่ยวไกเมื่อไหร่เมืองนี้จะกลายเป็นเมืองติดเชื้อ จักรีไม่กลัวคำขู่ของมัน ลอบยิงหลายนัดจนมันยกมือยอมแพ้ ยอมบอกว่าระเบิดคาร์บอมบ์อยู่ที่ไหน
ภูมิปะทะกับทอมมี่ตัวต่อตัว สู้กันทั้งอาวุธและมือเปล่า ส่วนนาตาลีกับอเล็กซ์หลบหนีไปถึงอู่เรือในสภาพที่อเล็กซ์ถูกยิงเสียเลือดมาก แต่แล้วทอมมี่ซึ่งคิดว่าตัวเองเล่นงานภูมิอยู่หมัดก็ตามมาถึงอู่เรือจนได้
ทอมมี่บาดเจ็บไม่น้อย เขาต่อว่านาตาลีที่ใจอ่อนจนพวกตำรวจกล้าบุกมาถล่ม จากนั้นบังคับให้เธอจุดระเบิดคาร์บอมบ์เพื่อให้ทั้งเมืองโกลาหลจะได้ไม่มีใครตามล่าพวกเรา
นาตาลีตกลงทำตาม แต่ระเบิดกลับไม่ทำงาน ทำให้ทอมมี่โกรธแค้นมากหาว่านาตาลีไม่กล้าเหมือนเคย
“แล้วแกจะเอายังไง”
“ส่งทิวลิปทองอีกสองยูนิตมาให้ฉัน แล้วฉันจะไว้ชีวิตแกกับน้องชาย”
“ไม่มีทาง ทิวลิปทองไม่ใช่ของแก แต่มันเป็นของพวกฉัน ด็อกเตอร์อีธาน มิสเตอร์โยฮัน ทุกคนที่ตายไปก็เพื่อสันติภาพของชาวยอรัส”
“กูไม่สนโว้ย ถ้านับถึงสามแกยังไม่บอกว่าทิวลิปทองอีกสองยูนิตอยู่ที่ไหน ฉันเป่าสมองแกแน่ หนึ่ง...”
นาตาลีหน้าเสียเมื่อทอมมี่เริ่มนับหนึ่ง...แต่กำลังจะถึงสาม อเล็กซ์ก็กัดฟันกลั้นความเจ็บปวดชักปืนยิงทอมมี่จนล้มแล้วผลักนาตาลีลงน้ำให้หนีไป ทอมมี่ถูกยิงไหล่ลุกขึ้นได้ก็ยิงอเล็กซ์พรุนไปทั้งร่างตายคาที่ ก่อนชะโงกดูข้างเรือแล้วยิงลงน้ำหลายนัด แต่ไร้วี่แววของนาตาลี
ooooooo
ภูมิกับจักรีและลูกทีมบาดเจ็บคนละเล็กละน้อย กลับมาทำแผลเรียบร้อยและได้รับคำชมจากผู้บังคับ บัญชาผ่านมาทางสารวัตรสุเมธ แต่ท่านก็มีคำถามมาด้วยว่าจะทำยังไงกับคนร้ายที่หนีไป และไวรัสทิวลิปทองที่เหลือ
จักรีตอบไม่ได้ แต่ขอรับผิดชอบเอง สุเมธไม่ค่อยพอใจนักแต่ระงับอารมณ์ บอกให้ทุกคนไปพักผ่อน แล้วอย่าทำอะไรอีกจนกว่าตนจะสั่ง
เมื่อกลับออกมา ณรงค์บ่นอุบว่าทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป ถ้าเราจับพวกมันได้สำเร็จก็คงไม่โดนต่อว่าแบบนี้ แต่มาเรียพูดอย่างเป็นกลางว่า
“แต่เราก็พลาดจริงๆนี่คะ ที่ปล่อยให้ทอมมี่กับนาตาลีหนีไปได้”
“แต่ไวรัสทิวลิปทองเหลือแค่ยูนิตเดียว ต่อให้ นาตาลีมีทางผลิตก็คงทำใหม่ไม่ทันแน่ เรายังมีเวลาตามจับพวกมัน”
จักรีเห็นด้วยกับภูมิ และเชื่อว่านาตาลียังมีเมตตาอยู่จริง ถึงไม่ได้จุดชนวนระเบิด แต่ณรงค์บอกต่อไปคงไม่แน่ เพราะตอนนี้น้องชายเธอเสียชีวิตไปทั้งคน เธออาจบ้าเลือดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้
“ตอนนี้พื้นที่ในกรุงเทพฯถูกตั้งด่านไว้หมดแล้ว พวกนาตาลีกับทอมมี่ไม่มีทางหนีพ้นแน่” จักรีมั่นใจอย่างนั้น ภูมินิ่งไปอย่างนึกเป็นห่วงนาตาลี เมื่อพั้นช์ได้ยินภูมิบ่นห่วงนาตาลีก็กระเง้ากระงอดเพราะหึงหวง...
นาตาลีหนีไปพึ่งโจเซฟ บอกว่าตนถูกหักหลัง พวกมันฆ่าอเล็กซ์...โจเซฟชั่งน้ำหนักดูแล้วคาดว่านาตาลีคงหนีไม่รอด เพราะตอนนี้ตำรวจยึดไวรัสทิวลิปทองได้สามยูนิต นาตาลีเจ็บใจเฉินกับรอนที่ฉกมันไปจนเสียท่าให้ตำรวจ
“แล้วนายทอมมี่อะไรนั่นเขาจะตามล่าเธอรึเปล่า”
“มันก็เหมือนกับฉัน ถ้าไม่มีทิวลิปทอง ก็ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว”
“พอเถอะนาตาลี เกมนี้ยิ่งสู้ ก็ยิ่งมีแต่สูญเสีย เธอสูญเสียมามากพอแล้ว”
“แต่ฉันต้องทำเพื่อประเทศชาติของเรา”
“เธอทำเพื่อความแค้นต่างหาก และความแค้นของเธอจะทำให้มีคนต้องตายอีกมาก มอบตัวกับตำรวจซะเถอะ เรื่องอื่นลุงจะรับผิดแทนหนูเอง”
นาตาลีกุมมือโจเซฟไว้อย่างตื้นตัน...ด้านทอมมี่กับเรดยังเก็บตัวอยู่ที่อู่เรือ สองคนต้องการไวรัสทิวลิปทองที่เหลืออีกหนึ่งยูนิต ซึ่งแน่ใจว่าอยู่กับนาตาลีจึงพยายามตามหาเธอให้พบ
วันถัดมานาตาลีโทร.หาภูมิและนัดมาพบที่สวน สาธารณะ บอกเขาตรงๆว่าทิวลิปทองยูนิตที่สี่อยู่กับเธอ
“ถ้าคุณอยากทำ ป่านนี้คงมีคนตายเป็นเบือแล้ว”
“ถูกของคุณ ฉันมันใจไม่ถึง”
“พอเถอะนาตาลี ยุติทุกอย่างตอนนี้ก็ยังไม่สาย เรื่องของคุณกลายเป็นข่าวดังไปทั่ว...ประเทศของคุณต้องมีคนยื่นมือเข้าช่วยเหลือแน่”
“คุณจะให้ฉันมอบตัวงั้นเหรอ”
“ถ้าคุณให้โอกาสผม ผมจะดูแลคุณเอง”
“ฉันจะหนีไปจากที่นี่ ถึงฉันจะไม่กล้าใช้ทิวลิปทองฆ่าชาวบ้าน แต่ฉันจะใช้มันฆ่าพวกทหารต่างถิ่นที่มารุกรานประเทศของฉัน”
“ไม่มีทาง ไม่มีใครปล่อยคุณทำแบบนั้นแน่”
“ฉันถึงได้มาต่อรองกับคุณอยู่นี่ไง” นาตาลีทิ้งท้ายแล้วจากไป
ส่วนภูมิกลับมาเล่าให้พวกจักรีฟัง กลายเป็นโดนจักรีต่อว่าที่ปล่อยเธอไปง่ายๆ
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง ในเมื่อเธอถือระเบิดอยู่ในมือ”
“แต่ฉันว่าเงื่อนไขของเธอก็น่าสนใจอยู่นะคะ แค่ปล่อยตัวเธอไป แล้วแลกกับไวรัสทิวลิปทองยูนิตสุดท้าย เรื่องทุกอย่างจะได้ยุติลงซะที” มาเรียพูดจบ...ณรงค์ค้านทันที
“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ ในเมื่อเธอเป็นคนร้าย เธอก็สมควรต้องรับโทษ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองจะมีกฎหมายไว้ทำไม”
“แต่ฉันว่าเรื่องนี้เราเอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้างก็ได้ เพื่อแลกกับความสุขของคนในชาติ” ลิซ่าพยายามโน้มน้าวแต่ณรงค์ก็ไม่เห็นด้วยอีก
“แต่เธอก็ไม่ได้กลับไปอย่างสันตินะครับ เธอคิดจะไปก่อสงครามต่อที่บ้านเกิด แล้วที่สำคัญสูตรผลิตไวรัสก็ยังอยู่กับเธอด้วย”
“นั่นสิ เกิดยัยนั่นผลิตไวรัสขึ้นมาใหม่ มีหวังได้บรรลัยกันทั้งโลก” จักรีสีหน้ากังวล ภูมิหนักใจไปหมด ถามเขาว่าจะรายงานเรื่องนี้กับผู้บังคับบัญชาหรือเปล่า
จักรีนิ่งเงียบเพราะตัดสินใจไม่ถูก...เวลาเดียวกันนั้นนาตาลีกลับมาที่ร้านโจเซฟ วางกระเป๋าที่เอาไปหลอกภูมิว่ามีระเบิดลงบนเตียงนอนแล้วพูดพึมพำกับตัวเอง
“อุบายตื้นๆ ไม่คิดว่าจะตบตาคุณได้สำเร็จ เหลือแต่คุณเท่านั้นที่เป็นความหวังสุดท้ายของฉันตอนนี้ อย่าทำให้ฉันผิดหวังเลยนะคุณภูมิ”
ooooooo










