ตอนที่ 12
หลังจากฟังภูมิเฉลยว่าเป้าหมายที่เขาตีสนิทกับนาตาลีเพื่อทิวลิปทอง อเล็กซ์คาดไม่ถึง ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมให้กระจ่างชัด
“สิ่งที่ฉันต้องการก็คือทิวลิปทอง ที่ผ่านมาฉันเคยช่วยตำรวจทำคดีนี้ ต้องสูญเสียคนที่ฉันรู้จักไปหลายคน แถมตัวฉันก็ต้องมาติดคุกเพราะมัน ดังนั้นมันถึงเวลาแล้วที่ฉันต้องเอาคืนบ้าง”
รอนกับเฉินไม่พอใจคำตอบนั้น พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในที่สุดมันก็เผยธาตุแท้ออกมาจนได้ มันทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์
“พวกนายจะว่ายังไงก็เชิญ แต่สำหรับฉันมันคือการแก้แค้น ไอ้ทอมมี่กับลูกน้องของมันเป็นคนฆ่าเพื่อนของฉัน ฉันไม่ยอมยกผลประโยชน์จากทิวลิปทองให้มันเป็นอันขาด”
อเล็กซ์มองหน้าภูมิอย่างชั่งใจ ก่อนลดปืนลงบอกว่าตนเข้าใจแล้ว รอนกับเฉินทำท่าจะค้านแต่โดนหัวหน้าตวาดให้หุบปาก
“ฉันไม่อยากมีปัญหากับนายหรอกนะอเล็กซ์ เพราะอย่างน้อยเราก็เคยเสี่ยงตายมาด้วยกัน แต่ฉันทนเห็นไอ้ทอมมี่มันเสวยสุขบนความแค้นของฉันไม่ได้จริงๆ”
“ก็ได้ เพื่อเห็นแก่มิตรภาพระหว่างเรา ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ แต่แกจำไว้แล้วกัน ถ้าการแก้แค้นของแกทำให้องค์กรของฉันมีปัญหาเมื่อไหร่ ฉันเอาแกตายแน่”
ภูมิพยักหน้ารับ ขณะที่เฉินกับรอนไม่สบายใจนักที่อเล็กซ์จบเรื่องเร็วเกินไป
ooooooo
ที่โรงพยาบาล ลิซ่ายังคงไม่ได้สติและหายใจด้วยเครื่องช่วย จักรีรู้สึกผิดอย่างมาก เฝ้าโทษตัวเองที่เอาแต่จมอยู่กับความทุกข์จนละเลยเธอ
เมื่อจ่าชัยพาสารวัตรสุเมธมาเยี่ยมลิซ่า จักรีถือโอกาสวิงวอนหัวหน้าช่วยทำให้ตนได้กลับมาทำคดีทิวลิปทองอีกครั้ง แต่สุเมธแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะลองดู แต่เขาต้องรับปากว่าจะไม่ทำผิดซ้ำสอง
ณรงค์กับมาเรียแอบไปสอดส่องละแวกบ้านนาตาลีจนรู้ว่าภูมิกับอเล็กซ์แหกคุกหนีมากบดานอยู่ที่นี่จริง เมื่อทั้งคู่กลับมารายงานสุเมธและอยากให้รีบจับกุมพวกมันให้หมด แต่สุเมธไม่เห็นด้วยเพราะขบวนการค้าอาวุธของนาตาลีมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก เราควรขยายผลให้มากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยลงมือ
“แล้วต้องรอถึงเมื่อไหร่คะ”
“จนกว่าจะรู้ว่าทิวลิปทองอยู่ที่ไหน และนาตาลีมีแผนการอะไรแฝงอยู่รึเปล่า”
ณรงค์กับมาเรียไม่กล้าพูดอะไรอีก แต่ไปเล่าเรื่องนี้ให้พั้นช์กับปลื้มฟังถึงบ้านริมน้ำ ปรากฏว่าพั้นช์โวยวายไม่เชื่อว่าภูมิจะไปอยู่กับพวกแก๊งค้าอาวุธสงคราม
“พั้นช์ ใจเย็นๆก่อนสิ พวกเราไม่ได้กล่าวหาว่าคุณภูมิทำงานให้พวกมันซะหน่อย เพียงแต่เขาหลบหนีออกมาพร้อมพวกมันเท่านั้นเอง”
“แล้วทำไมสารวัตรสุเมธถึงใจเย็นนักล่ะครับ รู้ทั้งรู้ว่านักโทษแหกคุกมากบดานอยู่ที่นั่น แล้วทำไมถึงไม่จับกุม” ปลื้มสงสัย
“สารวัตรไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น แล้วก็อยากสืบคดีในเชิงลึกให้มากกว่านี้...นี่พั้นช์ ที่ฉันเอาเรื่องนี้มาบอกก็เพราะอยากหารือด้วย หวังว่าเธอคงไม่เอาข่าวไปบอกนายภูมิหรอกนะ”
พั้นช์ไม่สบอารมณ์ทำเมินไม่รู้ไม่ชี้ และคิดหาทางพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้ เธอรีบไปพบจักรีที่เฝ้าลิซ่าอยู่โรงพยาบาล เล่าให้เขาฟังพร้อมแสดงความเห็นว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ
ooooooo
นาตาลีอยากได้ภูมิเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว เธอเจรจากับเขาตรงๆ แต่ภูมิมีเงื่อนไขว่าจะตกลงก็ต่อเมื่อนาตาลีต้องให้ส่วนแบ่งจากการขายทิวลิปทองแก่ตน 20 เปอร์เซ็นต์
หญิงสาวต่อรองให้ได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ภูมิพูดอีกคำเดียวว่า 15 เปอร์เซ็นต์ แล้วตนจะถวายชีวิตให้เธอ ไม่ทำให้เธอผิดหวังอย่างแน่นอน นาตาลีตกลงตามนั้น แล้วบ่ายวันเดียวกันเธอได้รับการติดต่อจากปาร์คว่าขอไถ่โทษเรื่องเมื่อวานด้วยการสั่งซื้ออาวุธสงคราม แต่ไม่บอกว่าเอาไปขายต่อให้ใครเพราะกลัวโดนแย่งลูกค้า
“มูลค่าสูงแค่ไหน”
“พอสมควร คุณต้องพอใจแน่ และถ้าคุณยอมขายทิวลิปทองให้ผมล่ะก็ ผมจะจ่ายให้เป็นสี่เท่า”
นาลาตีได้ฟังก็แค่นยิ้ม...นึกแล้วว่าปาร์คมาอ่อนข้อให้เพราะต้องการทิวลิปทอง
หลังจากนั้นเธอเรียกอเล็กซ์มาพบเพื่อเจรจาเรื่องขอตัวภูมิไว้เป็นบอดี้การ์ด แต่อเล็กซ์พูดจายียวนใส่
“แปลกนะ ตอนแรกพี่ยังระแวงเขาอยู่เลย แต่พอวันนี้จะให้เป็นบอดี้การ์ด นี่ถ้าเกิดหมอนั่นมีแผนร้ายขึ้นมา พี่จะทำยังไง”
“ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้น”
“พี่พิสูจน์มาแล้วหรือไง แล้วใช้อะไรพิสูจน์ไม่ทราบ”
“เลิกพล่าม แล้วบอกฉันมาว่าแกจะตกลงรึเปล่า”
“ถ้าฉันยอม แล้วฉันจะได้อะไร คนของฉัน ฉันไม่ยกให้ฟรีๆหรอก”
“มิสเตอร์ปาร์คจะสั่งของจากเราเร็วๆนี้ ฉันจะให้แกเป็นคนติดต่อกับเขา และถ้าเขาถูกใจ ฉันก็จะยกเขาให้เป็นลูกค้าขาประจำของแก แล้วก็ตามด้วยลูกค้าคนอื่นๆ”
“แปลว่าพี่กำลังจะคืนอำนาจให้ฉัน”
“แกเป็นหัวหน้า ทุกอย่างต้องเป็นของแกอยู่แล้ว ส่วนฉันแค่รักษาการชั่วคราว”
อเล็กซ์มองพี่สาวอย่างไม่ค่อยเชื่อใจนัก ก่อนเหลือบมองไปทางสาครที่ยืนนิ่งอยู่อย่างใจเย็น
แน่นอนว่าการกระทำของนาตาลีทำให้สาครซึ่งแอบหลงรักเธอไม่พอใจอย่างแรง จึงเลียบเคียงพูดกับเธอขณะอยู่กันสองคนว่า
“คุณทำแบบนี้พวกลูกน้องคนอื่นอาจจะไม่พอใจก็ได้นะครับ นายภูมิเพิ่งมาใหม่ แต่คุณกลับเลื่อนขั้นให้เขาก่อนคนอื่น”
“เขาเคยช่วยฉันจากมิสเตอร์ปาร์ค ฉันเชื่อใจเขา”
“แต่ว่า...”
“ถ้ายังเห็นฉันเป็นเจ้านายก็อย่าพล่ามอะไรให้มากกว่านี้ ทำตามที่ฉันสั่ง”
สาครได้แต่ก้มหน้า ขณะที่นาตาลีเดินจากไปโดยไม่เห็นเรดกับแบล็กแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง เมื่อทอมมี่รู้เข้าก็บ่นอย่างเจ็บใจ
“ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างไอ้ภูมิจะรู้จักไต่เต้ากับเขาเหมือนกัน”
“หน้าตาดีอย่างมัน รับรองว่าไต่เร็วกว่าคนอื่นแน่”
“ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ คุณนาตาลีก็คงไม่เห็นคุณค่าของพวกเราอีกต่อไป”
“ไม่ต้องห่วง ฉันเคยบอกแล้วไงว่าไม่คิดจะติดตามนังนี่ไปตลอดชีวิต รอให้ไวรัสของทิวลิปทองผลิตออกมาได้เมื่อไหร่ บรรลัยเมื่อนั้น”
“แต่รอถึงตอนนั้นมันอาจจะสายเกินไปก็ได้นะหัวหน้า”
“ผมเห็นด้วย ไอ้ภูมิมันแค้นเราขนาดนั้น มันอาจจะแว้งกัดเราเมื่อไหร่ก็ได้”
“แต่คุณนาตาลีสั่งไว้ว่าไม่ให้เรากับมันฉะกันในสามเดือนนี้”
“งั้นเราก็ต้องยืมมือคนอื่น ยืมมีดฆ่าคน” เรดนำเสนอ แบล็กสนับสนุนทันที ส่วนทอมมี่ก็นึกสนุกขึ้นมาเหมือนกัน
ooooooo
เพื่อความสมบูรณ์แบบของบอดี้การ์ดคนโปรด นาตาลีเรียกช่างมาวัดตัวตัดเสื้อผ้าให้ภูมิพร้อมกำชับว่าต้องเนี้ยบที่สุด ช่างรับปากแข็งขันและจะเร่งให้เสร็จในวันพรุ่งนี้
“ไม่ยักรู้ว่าการเป็นองครักษ์ของเจ้าแม่ ต้องพิถีพิถันขนาดนั้น” ภูมิพูดยิ้มๆ
“แน่นอน เพราะคุณคือปราการปกป้องชีวิตของฉัน แถมยังเป็นหน้าตาให้กับฉันอีกด้วย”
นาตาลีพูดจบก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง สาครเดินเข้ามาพร้อมถาดในมือ วางลงตรงหน้าเธอแล้วถอยห่างออกไปเล็กน้อย...ในถาดมีปืนพก กระสุนสำรองอีกสองแม็ก กุญแจรถ และเครดิตการ์ด นาตาลีบอกว่าสิ่งของเหล่านี้สำหรับภูมิ ซึ่งเธออยากให้เขาคุ้นเคยกับของทุกอย่างก่อนเริ่มงาน ภูมิจึงเอารถออกไปลองทันที
จักรีแอบสะกดรอยตามภูมิมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนที่สองคนจะเผชิญหน้ากันจนมีปากเสียงเพราะจักรีไม่พอใจที่ภูมิเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแก๊งค้าอาวุธ
ภูมิบอกว่าตนไม่มีทางเลือก ถ้าไม่มีคนคุ้มกะลาหัวตนก็จบเห่ จักรีไม่สนและจู่โจมจะจับเขาส่งทางการ ภูมิรับมือพร้อมเตือนไม่ให้เขายุ่งกับคดีนี้ ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของสารวัตรสุเมธ ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องเสียใจ
จักรีเชื่อซะที่ไหน พุ่งเข้าชกต่อยภูมิอย่างเอาเป็น เอาตาย แต่เพราะร่างกายตัวเองไม่เต็มร้อยจึงเป็นฝ่ายโดนภูมิตะบันหน้าจนสลบเหมือด
นาตาลีส่งอเล็กซ์กับพวกทอมมี่ไปเจรจาธุรกิจกับปาร์ค ปรากฏว่าไร้ปัญหา สองฝ่ายพูดคุยกันถูกคอจนปาร์คลองหยั่งเชิงเรื่องทิวลิปทองที่นาตาลีไม่ยอมขาย ทอมมี่ฟังอยู่ด้วยก็หูผึ่งเพราะอยากได้สิ่งนี้เหมือนกัน
ภูมิเองก็อยากรู้ว่าทำไมนาตาลีถึงไม่ยอมขายทิวลิปทอง เธอจะใช้มันทำอะไรกันแน่ แล้วภูมิก็รู้เห็นว่าแท้จริงนาตาลีกำลังพัฒนาทิวลิปทองด้วยการเพาะไวรัสเพื่อเป็นอาวุธสังหารร้ายแรง เธอพาเขาไปที่ห้องแล็บพร้อมสาคร ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยทีมนักวิทยาศาสตร์แล้ว
นาตาลีโหดเหี้ยมกว่าที่คิด เธอสั่งสาครฆ่าทีมนักวิทยาศาสตร์หลังจากพวกเขาหมดประโยชน์ ภูมิไม่เข้าใจถามว่าทำแบบนี้ทำไม
“มีไวรัสเพียงแค่สี่ยูนิตเท่านั้นที่ถูกผลิตขึ้นมา และจะไม่มีใครผลิตมันได้อีกนอกจากฉัน สูตรของไวรัสซ่อนอยู่สมองฉันนี่”
“ผมไม่เข้าใจ ถ้าคุณไม่ต้องการขายไวรัสพวกนี้ แล้วคุณจะสร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไร”
“วันนี้คุณรู้มากพอแล้วคุณภูมิ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะให้คำตอบกับคุณ แต่รับรองว่าคุณจะต้องยกย่องในอุดมการณ์ของฉัน...สงครามมันก็เป็นแบบนี้ นักรบอย่างคุณก็ฆ่าคนมามากมาย ถ้าคุณเห็นฉันเป็นปิศาจ แล้วคุณล่ะ ดีกว่า ฉันตรงไหน”
ภูมิอึ้ง รู้สึกตึงเครียดและหวาดผวาต่อความโหดเหี้ยม ของนาตาลี ขณะที่สาครรู้สึกสะใจที่เห็นภูมิวิตกกังวล
ooooooo
จักรีพาใบหน้าฟกช้ำด้วยฝีมือของภูมิกลับมาหาพั้นช์และปลื้ม เมื่อพั้นช์รู้ว่าจักรีสู้ภูมิไม่ได้ก็บ่นเป็นกระบุงว่าเพราะเขาอ่อนซ้อม วันๆเอาแต่ดื่มของมึนเมา ร่างกายเลยไม่สมบูรณ์ แล้วอย่างนี้จะทำเพื่อลิซ่าได้เหรอ ไหนว่าจะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง
พั้นช์ไม่เพียงแต่เทศนา เธอยังกระตุ้นให้จักรีตื่นตัวด้วยการฝึกซ้อมทุกอย่างเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง โดยเธออาสาเป็นพี่เลี้ยงให้ด้วยความเต็มใจ ส่วนปลื้มก็ร่วมด้วยช่วยกันอีกแรง
จักรีออกวิ่งและต่อยมวย ก่อนจะไปสู่การซ้อมยิงปืนที่เมื่อก่อนตัวเองแม่นมาก หมวดณรงค์เห็นผู้กองจักรีกลับมาฟิตซ้อมก็เข้ามาซักถามด้วยความไม่พอใจ เพราะเวลานี้ยังไม่มีคำสั่งเรียกตัวเขากลับมาทำงาน จึงดักคอว่าถ้าจะมาตั้งศาลเตี้ยเหมือนภูมิอีกคน ตนไม่ยอมแน่
มาเรียรู้เรื่องภูมิเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งค้าอาวุธสงครามก็เป็นห่วง อยากให้พั้นช์ไปเตือนสติเพื่อหยุดยั้งเขา โดยเธออาสาพาพั้นช์ลอบเข้ามาในบ้านของนาตาลี
ในระหว่างนี้ลิซ่าที่ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล เธอรู้สึกตัวแล้ว จักรีดีใจมาก ขอร้องให้เธอกลับเนเธอร์แลนด์เพราะที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเธอ ส่วนเรื่องทิวลิปทองไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะจัดการเรื่องนี้ขั้นเด็ดขาด
ด้านทอมมี่ที่วันก่อนติดตามอเล็กซ์ไปเจอปาร์คมาแล้ว วันนี้เขากับสมุนสองคนไปพบปาร์คอีกครั้ง
เพื่อเจรจาขายทิวลิปทอง วันนั้นอเล็กซ์ไม่ยอมขาย แต่อีกไม่นานทอมมี่จะนำมันมาขายให้ปาร์คโดยขอส่วนแบ่ง จากยอดขายครึ่งนึง ปาร์คคิดหนักเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ตกลงยอมเป็นพันธมิตรกับทอมมี่
มาเรียกับพั้นช์เล็ดลอดเข้ามาในบ้านนาตาลีสำเร็จ แต่เกือบถูกสมุนของนาตาลีจับได้ถ้าไม่รีบเข้าไปซ่อนตัวในกระโปรงท้ายรถที่เปิดไว้
จากนั้นไม่นานภูมิก็ขับรถคันนี้พานาตาลีไปธุระนอกเมือง สองสาวทั้งอึดอัดและร้อนแทบหายใจไม่ออกกว่าจะไปถึงปลายทาง
นาตาลีมาที่บ้านเด็กกำพร้าซึ่งเธอเคยมาทุกปีเพื่อมอบเงินและสิ่งของให้เด็กๆ ส่วนสองสาวที่อยากพบภูมิยังอยู่ท้ายรถ พั้นช์ทนไม่ไหวดิ้นรนและขย่มอย่างแรง จนสัญญาณกันขโมยดังขึ้น ภูมิกับนาตาลีจึงรีบเดินมาดู
เมื่อพบสองสาวแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในรถของตน นาตาลีสอบสวนเป็นการใหญ่ ภูมิโกหกว่าพวกเธอเป็นคู่ขาของตน แต่ชอบตามตื๊อ ตนเลยบอกเลิกทั้งคู่ พั้นช์กับมาเรียไม่ค่อยพอใจ แต่จำต้องเล่นละครตบตานาตาลีต่อไปเพื่อไม่ให้เธอสงสัย
นาตาลียอมให้สองสาวนั่งรถกลับ แต่ระหว่างทาง เธอขอให้ภูมิจอดยังจุดชมวิวสวยๆ พั้นช์มองตามทั้งคู่ไปด้วยความหึงหวงภูมิ
ขณะชมวิวบรรยากาศรอบตัวทำให้นาตาลีคิดถึงบ้านเกิด
“ที่นี่ทำให้ฉันคิดถึงที่ยอรัสบ้านเกิดของฉัน ประเทศของฉันต้องสิ้นชาติก็เพราะไฟสงครามที่พวกมหาอำนาจก่อขึ้น พวกมันแก่งแย่งอำนาจกัน จุดชนวนให้บ้านเกิดของฉันต้องลุกเป็นไฟ และฉันก็ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า”
ภูมินิ่งฟังอย่างใจเย็น นาตาลีหันมาพูดกับเขาต่อไปว่า
“ตอนที่อยู่ในห้องแล็บ มีคำถามนึงที่ฉันยังไม่ตอบคุณ ที่คุณถามว่าถ้าฉันไม่คิดจะขายทิวลิปทองแล้วฉันจะสร้างมันขึ้นมาทำไม ฉันจะใช้มันข่มขวัญพวกมหาอำนาจ ฉันจะสั่งสอนมันให้ถอนกำลังไปจากแผ่นดินเกิดของฉัน”
“คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา นี่คุณกำลังเป็นผู้ก่อการร้ายนะนาตาลี”
“ฉันไม่สน ไหนๆฉันก็เป็นคนเลว เป็นอาชญากรอยู่แล้ว แค่ทำผิดอีกสักเรื่องมันจะเสียหายตรงไหน”
“คุณไม่คิดบ้างเหรอว่าจะต้องมีคนตายเท่าไหร่ ถ้าคุณใช้ทิวลิปทอง”
“แล้วคนที่ยอรัสล่ะ มีใครสนใจญาติพี่น้องของฉันบ้างว่าพวกเขาต้องตายเพราะใคร”
ระหว่างที่โต้เถียงกันอยู่นั้น ภูมิเห็นรถจี๊ปคันหนึ่งแล่นมา บนรถมีชายฉกรรจ์หลายคนพร้อมอาวุธครบมือ เขารีบฉุดนาตาลีให้รีบไปขึ้นรถและบอกพั้นช์กับมาเรียที่รออยู่ว่ามีคนตามล่าพวกเรา
สมุนของปาร์คนั่นเอง พวกมันได้เบาะแสมาจากทอมมี่ ปาร์คต้องการเล่นงานภูมิ แต่สั่งห้ามทำร้าย
นาตาลี...เมื่อถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน มาเรียกับพั้นช์นำปืนพกออกมาช่วยภูมิยิงอีกฝ่าย นาตาลีรู้ทันทีว่าสองสาวฝีมือไม่ธรรมดา
พวกวายร้ายยิงยางรถแตกทำให้ภูมิต้องพาผู้หญิงสามคนวิ่งหนีตาย แต่พวกมันก็ไล่ล่าไม่ลดละและสามารถจับทุกคนไว้ได้ โดยนำผู้หญิงไปขังไว้คนละที่กับภูมิ
ภูมิบาดเจ็บพอสมควร เขาเผชิญหน้ากับปาร์คภายในที่คุมขัง ปาร์คต้องการทิวลิปทองมาแลกตัวกับนาตาลี ภูมิไม่มีทางเลือกเพราะเป็นห่วงพั้นช์กับมาเรียด้วย
“คุณมีเวลาไม่มากคุณภูมิ อีกสามชั่วโมง ผมจะเชือดตัวประกันทิ้งทีละคน แน่นอนว่านาตาลีเป็นคนสุดท้าย ส่วนคนแรก...คุณทายเองละกัน”
“ฉันจะรีบมาพร้อมกับของที่แกต้องการ แต่ถ้ามีใครบาดเจ็บหรือว่าตายล่ะก็ แกจะต้องชดใช้เป็นสองเท่า”
“เชิญขู่ตามสบาย เพราะผมไม่กลัว ว่าแต่คุณยังต้องการอะไรอีกมั้ย แบบว่าตัวช่วยเพื่อให้งานสำเร็จน่ะ”
“ปืน...ขอปืนกับกระสุนคืนให้ผม”
“ย่อมได้ แถมโทรศัพท์มือถือให้อีกเครื่องนึงด้วย แล้วขอเตือนไว้ก่อนนะคุณภูมิ คุณต้องกลับมาคนเดียวเท่านั้น ถ้าพาใครมาด้วยล่ะ รับรองได้เกิดโศกนาฏกรรมแน่”
ภูมิใจคอไม่ดี หลังจากได้สิ่งของที่ต้องการครบแล้วก็รีบขึ้นรถขับออกไปด้วยความเร็ว
ooooooo
มืดค่ำแล้วแต่ยังไร้เงาของนาตาลี อเล็กซ์โวยวายใส่สาครขณะมารอฟังข่าวอยู่กับเฉินและรอน
“แล้วทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ จู่ๆพี่สาวของฉันก็หายตัวไป แต่คนสนิทอย่างนายกลับไม่รู้อะไรสักอย่าง”
“คุณนาตาลีออกไปกับนายภูมิสองต่อสอง ผมเตือนเธอแล้วว่าให้เธอพาทีมบอดี้การ์ดไปด้วย แต่ว่าเธอไม่ฟัง”
“นี่นายจะโยนความผิดให้พี่ฉันหรือไง”
สาครสะกดกลั้นอารมณ์ไม่เถียงอะไรต่อ ระหว่างนั้นทอมมี่ เรด และแบล็กเข้ามาสมทบ
“ว่ายังไงทอมมี่ ได้ข่าวพี่สาวของฉันรึยัง”
“เธอหายตัวไปหลังเดินทางออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า ตอนนี้ผมกำลังให้สายข่าวตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนอยู่”
“พวกเราสงสัยว่าคุณนาตาลีอาจจะถูกลักพาตัว”
“งานนี้ต้องมีหนอนบ่อนไส้ ไม่อย่างนั้นมันจะรู้ได้ยังไงว่าพี่สาวฉันจะเดินทางไปที่ไหน”
ทันใดนั้นเสียงแตรดังขึ้นจากหน้าบ้าน ภูมิขับรถเข้ามา พอลงจากรถก็เห็นอเล็กซ์ เฉิน รอน สาคร ทอมมี่ เรด แบล็ก เดินมาหาเขาอย่างไม่พอใจ
“ภูมิ...นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา พี่สาวฉันอยู่ที่ไหน”
“เธอถูกมิสเตอร์ปาร์คจับตัวไป”
“แล้วแกรอดมาได้ยังไง อย่าบอกนะว่าแกทิ้งเธอแล้วหนีมาคนเดียว”
“เปล่า แต่นายปาร์คปล่อยฉันมาเพื่อให้ฉันเอาทิวลิปทองไปแลกกับชีวิตของเธอ”
“มันโกหก มันนั่นแหละที่จับตัวคุณนาตาลีไปมันอยากได้ทิวลิปทอง” ทอมมี่โพล่งขึ้น
“ไอ้สารเลว นึกแล้วว่าแกต้องทรยศ” เฉินพูดขาดคำก็ชักปืนเล็งใส่ภูมิ แต่อเล็กซ์รีบกดมือมันลง
“เดี๋ยวก่อน! แกยอมรับมาเถอะภูมิ พี่สาวฉันอยู่ที่ไหน แล้วฉันจะปล่อยแกไป”
“ฉันไม่ได้โกหก ฉันไม่รู้จริงๆว่าคุณนาตาลีอยู่ที่ไหน”
“ฉันเองก็อยากเชื่อแก แต่สถานการณ์แบบนี้มันเชื่อไม่ลงจริงๆ”
“ฉันรู้ แต่ฉันเองก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน ชีวิตของนาตาลีขึ้นอยู่กับทิวลิปทองสี่ยูนิตที่เก็บอยู่ในห้องแล็บ”
ทอมมี่เห็นท่าไม่ดีย่องไปบอกกับสาครเงียบๆ “อย่าเสียเวลาเลยดีกว่า เราจับตัวมันมาสอบสวน เดี๋ยวก็รู้เองว่าคุณนาตาลีอยู่ที่ไหน”
ทันทีที่สาครพยักหน้าอนุญาต ทอมมี่ก็สั่งสมุนให้จับภูมิ...เรดกับแบล็กชักปืนออกมาเล็ง แต่ภูมิว่องไวกว่า เขายิงใส่ปืนของพวกมันจนกระเด็น เฉินกับรอนพุ่งเข้าเล่นงานภูมิอย่างรวดเร็ว เฉินตะปบแขนและพยายามแย่งปืนจากมือ ส่วนรอนชักมีดจะแทง แต่ภูมิกลับเล่นงานทั้งคู่จนหมอบ แล้วล็อกคอสาครเป็นตัวประกัน
“ถ้าใครเข้ามาอีกล่ะก็ หมอนี่เจ็บตัวแน่”
เฉินไม่เชื่อ ทำท่าจะเข้าไป ภูมิลดปืนลงยิงขาสาครจนร้องจ๊าก รีบบอกคนอื่นๆให้ถอยไป อย่าเพิ่งเข้ามา
อเล็กซ์กำหมัดแน่น มองภูมิด้วยความแค้นและผิดหวัง “ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าแกจะทำแบบนี้”
“หมดเวลาอธิบายแล้วเพื่อน เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปหมายถึงชีวิตของนาตาลีกับเพื่อนๆของฉัน”
ว่าแล้วภูมิกระชากคอสาครให้พาไปหาทิวลิปทอง
ภูมิคุมตัวสาครถอยร่นเข้ามาในบ้าน โดยมีพวกของอเล็กซ์กับทอมมี่ตามมาติดๆ แต่แล้วทุกคนต้องหยุดเพราะภูมิขู่จะยิงสาครอีก ทอมมี่เจ็บใจ บอกอเล็กซ์ให้ทำตามมันไปก่อน ให้มันได้ทิวลิปทองก่อนแล้วค่อยว่ากัน
“ที่แกพูดแบบนี้ ก็เพราะอยากได้ทิวลิปทองเหมือนกันสิท่า”
อเล็กซ์มองทอมมี่อย่างไม่พอใจ แบล็กรีบแก้ตัวแทนลูกพี่
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับคุณอเล็กซ์ ผมว่าเดี๋ยวมันก็ต้องออกมาทางเก่า ถึงตอนนั้นเราค่อยดักเล่นงานมันดีกว่า”
อเล็กซ์ฟังแล้วนิ่งไปอย่างครุ่นคิด
ooooooo










