ข่าว

วิดีโอ



ตุ๊กตาผี

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-ลึกลับ-สยองขวัญ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ภาคย์รพี

กำกับการแสดงโดย: บรรจง สินธนมงคลกุล

ผลิตโดย: บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จรณ โสรัตน์,สุชาร์ มานะยิ่ง,อคัมย์สิริ สุวรรณศุข

เริงวุฒิหว่านล้อมม่านฟ้าให้ยอมกลับเข้าบ้านนวลทิพย์ไปควานหาตุ๊กตาหยกสำเร็จ แต่เพื่อความสุขสงบทั้งใจและกาย ผู้จัดการฝ่ายขายคนสวยของทิพย์พิมานก็พยายามกล่อมให้พิชิตจ้างอาจารย์สมิงไปปราบผีนวลทิพย์

พิชิตบ่ายเบี่ยงไม่อยากยอมรับว่าบ้านนวลทิพย์มีผี ม่านฟ้าเหลืออดเกือบหลุดปากพูดเรื่องผีธาดาที่เขาเคยจ้างอาจารย์สมิงมาปราบ พิชิตกระโจนปิดปากเมียเก็บคนสวยแทบไม่ทัน กลัวมีคนแอบได้ยิน

“คุณจะตะโกนให้คนรู้กันทั้งบริษัทเลยรึไง!”

 ม่านฟ้าเพิ่งรู้สึกตัว เอ่ยเสียงอ่อย “ฟ้าขอโทษ”

 พิชิตถอนใจหน่ายๆ “ที่บ้านก็ทีนึงแล้ว ฟ้าเกือบทำให้นิดรู้ว่าเราเปิดตู้เซฟได้แล้ว...รู้ตัวหรือเปล่า”

 “แต่คุณต้องเชื่อฟ้านะคะ ฟ้าไม่ได้แค่ฝันธรรมดาๆแน่ วิญญาณผีนังทิพย์ต้องแค้นที่คุณรักฟ้าไม่ได้รักมัน”

“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง”

“ฟ้ากลัวค่ะ...ฟ้าคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่ถ้ามันยังตามรังควานฟ้าแบบนี้ ฟ้าต้องบ้าตายแน่ๆ...คุณไม่ห่วงฟ้าเหรอคะ”

“ถ้าเป็นคุณทิพย์จริงๆแล้วเราจะทำอะไรได้”

“ได้สิ...เราก็สะกดวิญญาณคุณทิพย์เหมือนกับที่ทำกับ...”

ม่านฟ้ากระซิบกระซาบ พิชิตพยักหน้ารับส่งๆ เข้าใจว่าเธอหมายถึงตอนอาจารย์สมิงปราบผีธาดา พลันก็สะดุ้งทั้งคู่เมื่อได้ยินเสียงแววตาพนักงานสาวจอมสอดรู้สอดเห็นร้องทักอติรุจที่คงยืนอยู่หน้าห้องทำงานพิชิตนานแล้ว!

พิชิตกับม่านฟ้ามองหน้ากันเครียดๆ ไม่รู้ว่าอติรุจได้ยินแค่ไหนเพราะตอนไปดูหน้าห้องอติรุจก็ผละไปแล้ว

อติรุจเป็นกังวลมาก รีบไปหาเทพบอกเรื่องลับๆล่อๆ ของพิชิตกับม่านฟ้า เทพปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วได้ข้อสรุปว่าพิชิตเป็นคนจ้างหมอผีมาปราบผีธาดาและคงจะจ้างมาปราบผีนวลทิพย์ในเร็ววัน อติรุจร้อนใจแล่นไปบอกธนิดา อยากให้เธอระวังตัวและดูแลแป้งร่ำให้ดี

“คุณฟ้าคงคิดว่าเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือคุณนวลทิพย์”

“จะแย่ถึงขนาดปรักปรำคนตายเชียวเหรอ”

“แสดงว่าคุณนิดไม่เชื่อ”

ธนิดานิ่วหน้า ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองก็เคยเจอเหตุการณ์ประหลาดในบ้านนวลทิพย์

“แต่ถึงวิญญาณน้าทิพย์จะมีจริง ฉันก็ไม่เชื่อว่าน้าทิพย์จะทำร้ายคุณฟ้า”

“แล้วถ้าผมจะบอกว่าคืนที่ผมไปที่บ้านคุณ ผมกับไอ้หมวดเห็นคุณทิพย์ออกมาส่งที่หน้าบ้านคุณจะเชื่อไหม”

อติรุจยอมบอกเรื่องเหลือเชื่อที่ตนเพิ่งประสบพร้อมคมสัน ธนิดาตกใจตาโต

“คุณกับหมวดคมสันเห็นน้าทิพย์หรือคะ”

“ครับ...ตอนนี้สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคือพวกเขาต้องหาทางเล่นงานวิญญาณคุณทิพย์แน่ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจะด้วยวิธีไหน”

ooooooo

คำเตือนของอติรุจทำให้ธนิดานั่งไม่ติด รีบกลับบ้านบอกสายกับปลาให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น หากมีคนแปลกหน้าโดยเฉพาะที่พวกพิชิตนำเข้ามาให้โทร.บอกเธอทันที

สายกับปลารักและเป็นห่วงแป้งร่ำรับปากโดยดี ธนิดาเบาใจแต่ไม่วายแวะไปดูแป้งร่ำในห้องนอน และถือโอกาสเตือนวิญญาณนวลทิพย์ให้ระวังพวกพิชิต

ผีนวลทิพย์ซึ้งใจน้ำตาคลอ “โถ...ยัยนิด...ห่วงตัวเองเถอะจ้ะ ไม่ต้องห่วงน้าหรอก”

ธนิดาไม่ได้ยินเสียงน้าสะใภ้ โน้มตัวจัดท่าทางแป้งร่ำให้นอนกอดตุ๊กตาวาวาดีๆ

“พี่นิดเหนื่อยจังค่ะ แป้งร่ำต้องช่วยพี่นิดนะ...กลับมาเป็นแป้งร่ำคนเดิมของพี่นิด มาเป็นกำลังใจให้พี่นิดนะคะ”

จบคำก็จูบหน้าผากลูกพี่ลูกน้องตัวเล็ก ผีนวลทิพย์มองหลานสาวกับลูกสาวด้วยความรักสุดหัวใจ

“หนูจะต้องกลับมาเป็นแป้งร่ำคนเดิมของพวกเรา ...แม่จะอยู่ข้างหนูตลอดไป”

พิชิตกับม่านฟ้าไม่อยากเสียเวลาเตรียมแผนให้อาจารย์สมิงไปปราบผีนวลทิพย์วันรุ่งขึ้นโดยลวงธนิดากับอติรุจให้อยู่โยงทำงานด่วน ทั้งสองจะได้ไม่กลับบ้านเร็ว และขัดขวางพิธีของอาจารย์สมิงไม่ได้

ธนิดาตามเกมพิชิตไม่ทันหลงเชื่อ ยินดีทำงานเต็มที่เพราะห่วงสถานการณ์ของบริษัท

“นิดจะแจ้งทุกฝ่ายให้เร่งมือเพื่อให้ทันกำหนดค่ะ”

“ขอบใจมากนิด น้ารู้ว่าทุกคนคงต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่ลูกค้ารายนี้สนใจงานพรีเมียมที่นิดออกแบบมาก”

“ค่ะ...ทุกอย่างจะเสร็จตามกำหนดแน่นอน นิดขอตัวนะคะ ต้องรีบแจ้งลุงเทพให้ปรับตารางการทำงานใหม่”

พิชิตลอบยิ้มร้าย แสร้งทำตัวเป็นเจ้านายที่ดี

“น้าขอบใจมากนิด...ถ้าต้องทำงานกันทั้งคืนก็บอกคนงานเลยนะว่าไม่ต้องห่วงเรื่องค่าโอที ทิพย์พิมานพร้อมจ่ายเต็มที่”

ธนิดารีบผละไปทำตามคำสั่ง ม่านฟ้าเดินสวนเข้ามาในห้องพิชิต มองตามหลังธนิดาแล้วยิ้มสะใจ

“ถ้ามันรู้ว่าถูกหลอก...มันคงกระอักเลือดตาย”

พิชิตไม่ได้ยี่หระคำค่อนแคะของเมียเก็บ เปิดฉากถามถึงอาจารย์สมิง “ทางคุณเรียบร้อยใช่ไหม”

“เรียบร้อย...ทีนี้ล่ะ เฮี้ยนแค่ไหนมันไม่รอด!”

ooooooo

ทั้งอติรุจและธนิดาไม่มีใครคาดคิดว่าพิชิตกับม่านฟ้าจะฉวยจังหวะที่บริษัทวุ่นวายกับงานด่วนพาอาจารย์สมิงบุกบ้านเพื่อปราบผีนวลทิพย์ เหล่าตุ๊กตาผี ไหวตัวและเตรียมตั้งรับเต็มที่ เช่นเดียวกับผีนวลทิพย์ แต่จู่ๆผีสาวก็ถูกพลังลึกลับดูดเข้าไปในตุ๊กตาหยก!

อาจารย์สมิงย่ามใจมาก บริกรรมคาถาสะกดเหล่าตุ๊กตาผีจนอยู่หมัดแต่ยังหาผีนวลทิพย์ไม่พบ จัน พุดและพิชัยมาช่วยหาแต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่อง สายกับปลาเป็นกังวลมากโทร.บอกธนิดาให้กลับบ้านทันที

พวกพิชิตจะกำจัดผีนวลทิพย์ให้ได้ อาจารย์สมิงจึงบุกห้องนอนแป้งร่ำเพราะมั่นใจว่าผีสาวต้องอยู่ปกป้องลูกสาวคนเดียว ผีนวลทิพย์ถูกขังในตุ๊กตาหยก ทำอะไรไม่ได้นอกจากตะโกนไล่พวกพิชิต

“แกจะทำอะไรลูกฉัน ออกไปนะ ไอ้คนชั่ว ออกไปให้พ้น!”

พวกพิชิตไม่มีใครรับรู้หรือได้ยินการมีอยู่ของผีนวลทิพย์ ตั้งท่าจะเค้นถามจากแป้งร่ำ ผีนวลทิพย์กรีดร้อง

“ฉันจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายลูกฉันอีกแล้ว!”

ขาดคำผีนวลทิพย์ก็พยายามออกจากตุ๊กตาหยกอีกครั้งแต่ไม่สำเร็จ

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันออกไปไม่ได้ แป้งร่ำ...แป้งร่ำ อย่าเป็นอะไรนะลูก โอ๊ย...ใครก็ได้ช่วยลูกฉันที”

ผีนวลทิพย์คร่ำครวญอย่างหมดทาง อาจารย์สมิงไม่ได้ยิน ย่างสามขุมหาแป้งร่ำที่นอนขดบนเตียง

“แม่หนูอยู่ที่ไหน”

แป้งร่ำไม่ตอบ ม่านฟ้าเห็นดังนั้นก็ชี้กราดไปทางเหล่าตุ๊กตาในห้อง

“มันต้องสิงอยู่ในตุ๊กตาพวกนี้แน่ๆ ไอ้ตุ๊กตาพวกนี้ แหละที่ตามหลอกฟ้า อาจารย์จัดการมันเลยค่ะ”

“แต่ผมไม่สัมผัสกับวิญญาณสักดวงเลย...ไม่น่าจะใช่ที่นี่”

พิชิตไม่เชื่อ เช่นเดียวกับจันและพุดที่ปักใจว่าผีนวลทิพย์ต้องสิงอยู่แถวนี้

“ไม่งั้นผีก็ต้องสิงอยู่กับนังเด็กสติเฟื่องนี่แหละค่ะ วันๆฉันเห็นมันเอาแต่พูดคุยเล่นหัวกับตุ๊กตาพวกนี้แล้วก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องมืดๆ มีแต่พวกผีเท่านั้นแหละค่ะที่ทำตัวยังงี้”

“นั่นสิครับ...อาจารย์ช่วยกำจัดมันที เอาให้หมดสิ้นเลยนะครับ อย่าให้มันกลับเข้ามาในบ้านนี้ได้อีก”

ทั้งจันและพุดช่วยกันให้ข้อมูล อาจารย์สมิงหลับตาบริกรรมคาถาอีกรอบแต่ผลก็เหมือนเดิม

“ไม่มี...ไม่มีวิญญาณอยู่แถวนี้”

ผีนวลทิพย์ได้ยินทุกอย่างก็นิ่วหน้าสงสัย พลันก็คิดได้

“ทำไมมันหาเราไม่เจอ หรือว่า...ตุ๊กตาหยก...”

ไม่ใช่แค่ผีนวลทิพย์ที่สำเหนียกถึงพลังพิเศษของตุ๊กตาหยก อาจารย์สมิงก็สัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับแต่ไม่รู้ว่าพลังงานที่ว่านั้นมาจากไหน

พิชิตกวาดตามองรอบห้องแป้งร่ำขลาดๆ “ต้องเป็นวิญญาณคุณทิพย์แน่ๆ”

“ไม่ใช่หรอก มันเป็นแค่พลังบางอย่างไม่ใช่วิญญาณแต่ผมบอกไม่ได้ว่าเป็นพลังอะไร”

อาจารย์สมิงเอ่ยเสียงเรียบแต่ในใจร้อนรุ่มที่มีพลังมาท้าทาย พิชิตนั่งไม่ติด ยิ่งพิชัยบอกว่าสายกับปลาโทร.เรียกธนิดากลับมาแล้วยิ่งร้อนรน ม่านฟ้าทนไม่ไหวปรี่ไปกระชากแขนแป้งร่ำ ตะคอกถาม

“ผีแม่แกอยู่ที่ไหน บอกมา...ฉันถามได้ยินไหม ผีแม่แกอยู่ไหน!”

แป้งร่ำร้องไห้โฮ ส่ายหน้าไม่รับรู้เรื่องใดทั้งสิ้น ม่านฟ้าปรี๊ดแตกขู่เสียงเข้ม

“หุบปากนังเด็กบ้า! ไม่งั้นฉันจะจับแกโยนไปนอกหน้าต่าง”

คำขู่ของม่านฟ้าทำให้แป้งร่ำกลัวตัวสั่น โชคดีที่ธนิดากลับมาทันเวลา


“พวกคุณทำแบบนี้กับเด็กตัวเล็กๆได้ยังไง ใจร้าย...ออกไปนะ ออกไปให้หมด!”

ooooooo

พวกพิชิตและอาจารย์สมิงจำต้องล่าถอย ธนิดาโกรธจัดเช่นเดียวกับผีนวลทิพย์ที่ประกาศกร้าว

“แม่ต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไป”

ผีนวลทิพย์ออกจากตุ๊กตาหยกสำเร็จหลังพวกพิชิตกลับไปแล้ว เหล่าตุ๊กตาผีขยับเขยื้อนได้เหมือนเดิม ทั้งหมดเป็นห่วงแป้งร่ำมากเพราะนับวันพวกพิชิตก็ยิ่งเล่นหนักข้อขึ้นทุกที

อาจารย์สมิงเจ็บใจที่ปราบผีนวลทิพย์ไม่ได้ ได้แต่มอบสายสิญจน์ให้พิชิตกับม่านฟ้าไว้ป้องกันตัว

“คล้องไว้...สายสิญจน์นี่จะช่วยป้องกันผีร้ายได้ ผีเมียเก่าคุณยังอยู่ในบ้านนี้แหละ เพียงแต่ผมยังหามันไม่เจอ”

“หลบอาจารย์ได้แสดงว่าคุณทิพย์ก็ต้องมีฤทธิ์มากพอตัว”

“ก็อาจใช่...หรือบางทีอาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มกันมันอยู่”

“สิ่งศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอครับ”

“ใช่...คุณพอจะนึกออกไหมว่าบ้านนี้มีของขลังอะไรบ้าง”

พิชิตนิ่งคิดแต่ไม่ได้คิดถึงตุ๊กตาหยกเลย “พระหรือเปล่าครับอาจารย์”

อาจารย์สมิงส่ายหน้า มั่นใจว่าต้องเป็นของขลังอย่างอื่น “ถ้าเป็นพระผมต้องสัมผัสได้แต่นี่ผมแตะต้องมันไม่ได้ด้วยซ้ำ เอาล่ะ...วันนี้ต้องกลับก่อน ยังไงผมต้องกลับมาปราบมันแน่!”

พิชิตกับพิชัยจะไปส่งอาจารย์สมิง ธนิดาที่โกรธจัดปรี่มาขวาง

“หวังว่าคงไม่กลับมาอีกนะเพราะบ้านนี้เป็นของแป้งร่ำ และฉันเป็นผู้ปกครองแป้งร่ำ...ฉันไม่อนุญาต!”

ม่านฟ้าเบ้หน้าโต้เสียงหยัน “อาจารย์มาก็เพื่อความสงบสุขของบ้าน พวกเราหวังดีนะคุณนิด”

“ด้วยการขู่ตะคอกและทำร้ายยัยแป้งร่ำน่ะเหรอคะ ...เรียกว่าหวังดี”

พิชิตเห็นท่าไม่ดี พาอาจารย์สมิงไปขึ้นรถพร้อมพิชัย เช่นเดียวกับอติรุจที่ขอตัวกลับหลังส่งแป้งร่ำเข้านอนแล้ว ธนิดาถอนใจหนักหน่วง ย้ำกับม่านฟ้า จันและพุดเสียงเข้ม

“อย่าให้ฉันรู้อีกนะว่ารังแกแป้งร่ำ ฉันจะไม่ไว้หน้าใคร ทั้งนั้น”

พุดพยายามไกล่เกลี่ย “นี่หนูนิด...ฉันน่ะหัวหงอกแล้วนะ จะพูดจะจาก็เกรงใจกันบ้าง”

“ก็เพราะเกรงใจคนผมสองสีน่ะสิถึงไม่ไล่พวกคุณออกไปซะคืนนี้เลย”

ม่านฟ้าเหลืออดโพล่งไม่ไว้หน้า

“ไม่ว่าจะคืนนี้หรือคืนไหน...ฉันก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น คอยดูนะ...บ้านนี้แล้วก็สมบัติทั้งหมดต้องเป็นของฉัน!”


ขาดคำม่านฟ้าไฟฟ้าในบ้านก็ดับพึ่บ! ผีนวลทิพย์และเหล่าตุ๊กตาผีนั่นเองที่แผลงฤทธิ์สั่งสอนพวกพิชิต ม่านฟ้ากรีดร้องเสียงหลงเมื่อสบตาเหล่าตุ๊กตาผี แรงบีบอัดบางอย่างที่ลำคอทำให้เธอเหมือนจะขาดใจตาย พลันทุกอย่างก็หายวับพร้อมไฟฟ้าในบ้านที่สว่างไสวเหมือนเดิม

ม่านฟ้าเอะอะโวยวายว่าโดนตุ๊กตาผีหลอกแต่ไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะจันกับพุดที่คิดว่าเมียเก็บคนสวยของพิชิตลูกชายคนโตนั้นตาฝาดไปเอง...

ooooooo

 ไม่มีใครพูดเรื่องผีนวลทิพย์กับเหล่าตุ๊กตาผีอีกจนเช้าวันต่อมาเมื่อปลาอดใจไม่ไหวเม้าท์กับสายและธนิดา

“เชื่อปลาสิคะ ยัยคุณม่านฟ้าต้องเห็น...เอ่อ...วิญญาณคุณทิพย์”

ธนิดาส่ายหน้าไม่เชื่อ “ผีไม่มีในโลก เชื่อฉันเถอะ... ไม่ต้องกลัว”

“ถ้างั้นอะไรล่ะคะที่ทำให้คุณม่านฟ้าสติแตกขนาดนั้น”

“ถ้าวิญญาณน้าทิพย์มีจริงคงไม่ปล่อยให้พวกนั้นรังแกเราอยู่ได้หรอก”

“คุณทิพย์อาจไม่ใจแข็งพอที่จะทำร้ายคุณพิชิตก็ได้”

สายพูดตามที่คิดและเห็นมานาน ตลอดเวลาที่มีชีวิตนวลทิพย์รักและห่วงใยพิชิตเสมอ ไม่เคยระแวงด้วยซ้ำว่าสามีใหม่อย่างพิชิตจะหักหลังอย่างเลือดเย็นแบบนี้

พิชิตไม่ได้สะทกสะท้านความผิดที่ตัวเองก่อเพราะความโลภ กระนั้นก็รำคาญใจไม่น้อยที่ม่านฟ้าโวยวายไม่หยุด

“เมื่อคืนนังธนิดามันอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้าน ฟ้าบอกตรงๆนะคะว่าฟ้าทนไม่ได้...บ้านนี้ต้องเป็นของเราค่ะ ไม่ใช่ของนังเด็กบ้านั่น”

“ใจเย็นๆสิ...ผมขอร้อง...ถ้าปราบผีคุณทิพย์ไม่ได้ก็อย่าเพิ่งหวังอะไร”

สมาชิกทุกคนในบ้านยกเว้นธนิดากับแป้งร่ำ

มองหน้ากันเครียดๆ พิชัยอดรำพึงลอยๆไม่ได้

“ขนาดอาจารย์สมิงยังปราบมันไม่ได้พวกเราจะทำยังไงกันล่ะทีนี้...”

ธนิดาหนีความวุ่นวายในบ้านไปปรับทุกข์กับ

ระวิวรรณที่วิ่งวุ่นกับร้านกาแฟเปิดใหม่

“ทำไมคนพวกนั้นถึงก่อเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน นิดน่าจะไล่ออกไปให้หมด”

ระวิวรรณบ่นด้วยความหงุดหงิดแทนเพื่อนรัก

อติรุจที่ตามธนิดามาด้วยอดเสนอความเห็นไม่ได้

“ถ้าไม่ไล่ออกไปคุณนิดก็น่าจะย้ายออกมา”

“ที่นั่นเป็นบ้านของแป้งร่ำนะคุณ ถ้าย้ายออกมาก็เท่ากับฉันยอมยกสมบัติของแป้งร่ำให้คนพวกนั้นน่ะสิ”

ธนิดายืนกรานไม่ย้ายออก อติรุจกับระวิวรรณเหนื่อยใจมาก เช่นเดียวกับคมสันที่เครียดเรื่องความปลอดภัยของเธอกับแป้งร่ำหากยังรั้นอยู่ที่บ้านนวลทิพย์


ระวิวรรณห่วงเพื่อนรักอย่างธนิดา อาสาไปปรึกษาเริงวุฒิเพราะเชื่อว่าอาหนุ่มจะมีคำแนะนำที่ดี เริงวุฒิต้องปั้นหน้าแทบแย่ไม่ให้กระโตกกระตากและทำตัวเป็นที่ปรึกษาที่ดีของหลานสาว

“อาก็อยากช่วยแต่ว่ามันเป็นเรื่องในครอบครัวเขา อาเกรงว่าเขาคงไม่ฟังอาหรอก...อย่าลืมว่าบริษัท ของอากับของคุณทิพย์เป็นคู่แข่งกันทางธุรกิจ”

“เรื่องนั้นวิเข้าใจค่ะ แต่เรื่องคดีไม่เกี่ยวกับธุรกิจนี่คะ มีทางไหนจะทำให้คดีน้าทิพย์คืบหน้ากว่านี้ไหมคะ”

เริงวุฒิแบ่งรับแบ่งสู้ “เดี๋ยวอาจะขอให้ผู้ใหญ่ที่อาคุ้นเคยช่วยอีกแรง แต่อาไม่รับปากนะ”

ระวิวรรณพยักหน้ายอมรับก่อนเบ้หน้าเมื่อคิดถึงสถานการณ์ชวนอึดอัดในบ้านนวลทิพย์

“ตอนนี้คุณพิชิตเอายัยม่านฟ้าเมียใหม่เข้าไปอยู่ในบ้านแถมเครือญาติอีกโขยง สักวันยัยนิดคงหมดความอดทนไล่ออกไปจากบ้าน...เรื่องมันจะได้จบๆซะที!”

ooooooo

เริงวุฒิครุ่นคิดถึงคำพูดของระวิวรรณหลานสาว สำเหนียกได้ว่าพฤติกรรมน่ารำคาญของครอบครัวพิชิตอาจทำให้ธนิดาหมดความอดทนแล้วแผนการขโมยตุ๊กตาหยกของเขาจะพังไม่เป็นท่า!

พิชิตถูกเริงวุฒินัดคุยด้วยในวันต่อมาเพื่อเตือนเรื่องพาครอบครัวไปป่วนธนิดากับแป้งร่ำ

“ผมทราบว่าบ้านนั้นเป็นของแป้งร่ำ ผมขอเตือน... ถ้ายัยนิดหมดความอดทนไล่คุณออกจากบ้านทุกอย่างก็จบ”

“ไม่เกี่ยวกับคุณไม่ใช่รึ...ผมทำธุรกิจกับคุณเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับบ้านหลังนั้น”

“เกี่ยวสิ...เพราะผมต้องการตุ๊กตาหยก ส่วนคุณก็ต้องการเงิน...เงินร้อยห้าสิบล้านคุณไม่อยาก

ได้รึ...ผมเชื่อว่าตุ๊กตาหยกยังอยู่ในบ้านแต่คุณ

ไม่พยายามหามัน คิดดูสิ...ถ้าคุณต้องออกจากบ้านยังจะมีปัญญาหาตุ๊กตาหยกได้ไหม”

เริงวุฒิดักคออย่างรู้ทันเพราะรู้จักนิสัยละโมบโลภมากของครอบครัวพิชิตดี พิชิตเถียงไม่ออกต้องกลับบ้านไปนอนเครียดคิดหาทางยึดตุ๊กตาหยกเป็นของตนก่อนธนิดาจะไหวตัวแล้วหาทางป้องกัน

ม่านฟ้าเห็นพิชิตหน้าเครียดก็แอบใจไม่ดี กระนั้นก็อดบ่นกระปอดกระแปดไม่ได้

“ถ้าวิญญาณนัง...เอ่อ...คุณทิพย์ยังวนเวียนอยู่ในบ้านนี้เราไม่มีวันหาตุ๊กตาหยกเจอหรอกค่ะ”

“คุณทิพย์คงห่วงตุ๊กตาหยก”

“แบบนี้เขาเรียกหวงค่ะ ไม่ใช่ห่วง...ฮึ...ฟ้ามั่นใจว่าตุ๊กตาในห้องนังแป้งร่ำต้องเป็นตุ๊กตาผีเป็นบริวารของผีคุณทิพย์ พวกมันอาจจะบังตาให้เราหาตุ๊กตาหยกไม่เจอ ไม่มีผีตุ๊กตาแล้วตุ๊กตาหยกคงหาไม่ยาก”

คำพูดของม่านฟ้าทำให้พิชิตคิดแผนบางอย่างได้

“ถ้ากำจัดตุ๊กตาบ้านั่นได้ กับคุณทิพย์ก็ไม่ยาก!”

ม่านฟ้ามองหน้าพิชิตก่อนเหยียดยิ้ม พิชิตรีบคว้าสายสิญจน์ที่อาจารย์สมิงเคยให้มาถือ

“เอาสายสิญจน์ของทุกคนมารวมกันน่าจะยาวพอ... แล้วเอาไปมัดตุ๊กตา”

แผนของพิชิตทำให้ม่านฟ้าแสยะยิ้ม “สะกดพวกมันไว้ เสร็จแล้วเอาไปเผาไฟให้หมด...ผีนังทิพย์ก็ไม่มีบริวารคอยช่วย ถ้าจะกำจัดผีนังทิพย์ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก!”

ooooooo

ขณะที่พิชิตกับม่านฟ้าคิดแผนชั่วจะเอาเหล่าตุ๊กตาของแป้งร่ำไปเผา อติรุจปรับทุกข์กับเทพด้วยความเป็นห่วงธนิดา ทั้งเรื่องที่พวกพิชิตหาเรื่องไม่หยุดหย่อน สถานะของแป้งร่ำที่ไม่เคยมีใครยอมรับ แถมผีนวลทิพย์ก็อาละวาดหนัก หลอกพวกพิชิตจนขวัญผวาทั้งบ้าน

เทพถอนใจหนักหน่วง “ถ้าลุงเป็นคุณทิพย์ลุงก็ทำ โดนคุณพิชิตหักหลังแบบนี้...ว่าแต่รุจเชื่อเรื่องพวกนี้รึเปล่า”

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ...ผมกับไอ้หมวดเคยเห็นวิญญาณคุณทิพย์”

คำบอกเล่าของหลานชายทำให้เทพอ้าปากค้าง อติรุจยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

“ผมเคยเห็นทั้งที่โรงงานและที่บ้าน แต่คุณนิดไม่ยอมเชื่อ”

“คุณนิดเธอเป็นเด็กรุ่นใหม่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆหรอก... ไปนอนเถอะ ดึกมากแล้ว”

“คืนนี้ผมคงนอนไม่หลับหรอกครับ ขอทำงานต่อดีกว่า”

อติรุจคร่ำเคร่งกับงานด่วนที่พิชิตสั่งเมื่อวันก่อน ไม่รู้เลยว่าแป้งร่ำกำลังลำบากเพราะถูกม่านฟ้าจับมัดในห้องนอนของตัวเองโดยมีพิชิตส่งสายตาสาแก่ใจอยู่ข้างๆ

“แป้งร่ำ...เดี๋ยวอาเผาตุ๊กตาพวกนี้เสร็จอาก็จะปล่อยหนู ทำตัวดีๆล่ะ ไม่งั้นอาจะเอาหนูไปล่ามไว้ที่สวนหลังบ้านให้ยุงกินจนเลือดหมดตัวแล้วก็ตาย...ตายเหมือนไอ้ธาดาพ่อของหนูดีไหม”

ผีนวลทิพย์รับรู้ว่าลูกสาวมีภัยก็จะช่วย  แต่เพราะพิชิตเอาสายสิญจน์มัดตุ๊กตาวาวาเธอเลยทำไม่ได้

“เกิดอะไรขึ้น...ทำไมฉันขยับตัวไม่ได้”

เสียงร้องไห้ของแป้งร่ำที่ถูกมัดกับเตียงทำให้ผีนวลทิพย์หัวใจแทบสลาย กรีดร้องเสียงดัง

“อย่านะ...อย่าทำอะไรลูกฉันนะ ทำไมคุณใจร้ายยังงี้คุณพิชิต...ฮือๆ...คุณหลอกว่ารักลูกฉัน ปล่อยแป้งร่ำนะ ปล่อย...นิดช่วยด้วย ช่วยน้องด้วย ฮือๆ...รุจ...อติรุจ...ช่วยน้องด้วย”

ผีนวลทิพย์ส่งกระแสจิตเรียกอติรุจออกจากบ้านได้สำเร็จ เขาโทร.หาคมสันแต่อีกฝ่ายติดพันงานยังออกมาไม่ได้ จัน พุดและพิชิตได้ยินเสียงคนรีบไปดูเห็นพิชิตกับม่านฟ้าจะเผาตุ๊กตาของแป้งร่ำก็ลงมือช่วยอย่างแข็งขัน ผีนวลทิพย์เจ็บแค้นมากที่เห็นสภาพลูกสาว ไหนจะเหล่าตุ๊กตาที่นอนกองรวมกันกลางลานหน้าบ้านรอเวลาเผา

“ถ้าฉันรอดไปได้ฉันจะไม่ให้อภัยพวกแกแม้แต่คนเดียว!”

อติรุจขับรถไปบ้านนวลทิพย์ด้วยใจร้อนรน เขารีบโทร.หาธนิดาด้วยสังหรณ์ใจไม่ดีเป็นห่วงแป้งร่ำ ธนิดาสะดุ้งตื่นผลุนผลันไปหาลูกพี่ลูกน้องตัวเล็กถึงห้องนอน ตกใจมากเมื่อเห็นอีกฝ่ายนอนร้องไห้และถูกมัดกับเตียง

“เกิดอะไรขึ้นแป้งร่ำ ใครทำหนู บอกพี่นิดสิคะ ใครทำกับแป้งร่ำแบบนี้”

แป้งร่ำไม่ตอบแต่กรีดร้องเสียงดังจนธนิดาใจเสีย ต้องปลอบเสียงอ่อน

“แป้งร่ำ...ใจเย็นๆนะคะ บอกพี่นิดซิว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรแป้งร่ำ บอกพี่นิดเร็วค่ะ”

“พี่วาวา...ช่วยพี่วาวาด้วย คนใจร้าย...ฮือๆ”

“คนใจร้าย...คุณม่านฟ้าเหรอ คุณม่านฟ้าทำอะไรหนู... บอกพี่นิดสิคะ”

ธนิดาไม่ทันได้คำตอบ สายกับปลาก็รีบมาตามเพราะพวกพิชิตช่วยกันขนตุ๊กตาทั้งหมดของแป้งร่ำไปหน้าบ้านและจะเผาทิ้ง ธนิดาจะตามไปยับยั้งแต่ประตูบ้านก็ถูกล็อกจากด้านนอก!

พวกพิชิตเร่งมือเต็มที่ โทร.หาอาจารย์สมิงให้บริกรรมคาถาช่วยให้ไฟเผาเหล่าตุ๊กตาผีสำเร็จ ธนิดาที่เพิ่งออกจากประตูห้องครัวพยายามขวางแต่ก็ดับไฟอาคมของอาจารย์สมิงไม่ได้

อติรุจโผล่มาทันเห็นเรื่องวุ่นวาย ฉวยเครื่องดับไฟฉีดจนไฟสงบ แต่เพียงไม่กี่อึดใจไฟอาคมก็ลุกโชนอีกครั้ง พวกพิชิตสะใจมากแต่ไม่นานก็ต้องหัวเสียเมื่ออติรุจตัดสินใจใช้พระคล้องคอจุ่มถังน้ำแล้วดับไฟอาคมได้สำเร็จ

พิชิตโกรธจัด ตั้งท่ามีเรื่องเต็มที่ แต่อติรุจไม่กลัว

“พวกคุณทำแบบนี้เพื่ออะไร...ขโมยของเล่นแป้งร่ำมาเผาทิ้งมันไม่เกินไปหน่อยเหรอ”

“หุบปากซะ! นี่ไม่ใช่เรื่องของแก กลับไปได้แล้ว เสือกไม่เข้าเรื่อง คอยดูนะ...ฉันจะไล่แกออก!”

ธนิดาโพล่งขัด “คุณรุจเป็นแขกของฉัน ใครหน้าไหนก็ไล่ไปไม่ได้ทั้งนั้น!”

พิชิตหน้าตึง อ้าปากจะค้านแต่ธนิดาก็ไม่เปิดโอกาส ตัดบทเสียงเข้ม

“ฉันเตือนพวกคุณแล้วแต่พวกคุณก็ยังไม่ได้สำนึก ครั้งนี้ฉันจะไม่...”

ธนิดาคงประกาศไล่ครอบครัวพิชิตออกจากบ้านแล้วหากแป้งร่ำจะไม่กรีดร้องเมื่อเห็นสภาพตุ๊กตาวาวาที่เกือบโดนพวกพิชิตเผาไหม้เป็นจุณ!

ooooooo

เหตุการณ์วุ่นวายในบ้านนวลทิพย์ทำให้อติรุจทวีความห่วงใยที่มีต่อธนิดากับแป้งร่ำ และอดไม่ได้จะระบายกับเทพถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมถึงความร้ายกาจของพวกพิชิต

เทพถอนใจเอ่ยปลงๆ “ดีนะที่พลังพุทธคุณจากพระเครื่องช่วยไว้ได้”

“พระต้องเหนือกว่าผีหรือไสยศาสตร์แน่นอนอยู่แล้วครับ...คนชั่วก็ต้องแพ้คนดีวันยังค่ำ  ผมเชื่อยังงั้น”

“แต่กว่าคนดีจะชนะก็กลัวไอ้พวกคนชั่วมันเล่นงานจนปางตาย...เฮ้อ...น่าสงสารทั้งคนตายคนอยู่เลย”

“ผมไม่ยอมให้พวกเขาทำอะไรคุณนิดกับน้องแป้งร่ำหรอกครับ...รวมถึงวิญญาณคุณนวลทิพย์ด้วย”

“แล้วถ้าเจ้าพิชิตไล่นายออกจากงานล่ะจะทำไง”

“ถึงตกงานผมก็ต้องช่วยคุณนิดกับน้องแป้งร่ำจนถึงที่สุดครับลุง”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งให้เทพมองตาม พึมพำไล่หลังยิ้มๆ

“หึๆ...นี่แหละความรัก”

ม่านฟ้าเจ็บใจที่เผาตุ๊กตาของแป้งร่ำไม่สำเร็จ พาลเคืองถึงอติรุจที่ยับยั้งไฟอาคมของอาจารย์สมิงจนได้

“ถ้าพระในคอมันดับไฟอาคมของอาจารย์สมิงได้ก็เท่ากับวิชาของอาจารย์สมิงถูกท้าทาย...เราจะทำยังไงกัน”

พิชิตก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน โพล่งเสียงห้วน “ก็ไล่ไอ้อติรุจออกไปสิ มันจะได้ไม่มาช่วยยัยนิดกับแป้งร่ำ”

ม่านฟ้าชะงัก ติงเสียงอ่อน “สินค้าลอตใหม่เรายังต้องพึ่งพาคุณรุจ ทั้งออกแบบ ทั้งผลิต ทั้ง...”

“รับคนใหม่เข้ามาสิ คนมีฝีมือเยอะแยะไป  หรือว่าคุณเองที่มีปัญหา”

พิชิตตอกอย่างหัวเสีย ทั้งโกรธทั้งหึงพาลมั่วไปหมด ม่านฟ้ากลัวเสียแผนของเริงวุฒิและยังไม่อยากให้ไล่อติรุจออกรีบปรับอารมณ์เป็นออดอ้อน โถมตัวกอดเขาอย่างเอาใจ

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ...ฟ้าแค่กังวลว่านังนิดมันจะหาเรื่องไล่เราออกจากบ้านนี้ต่างหาก ยิ่งตอนนี้มันโกรธที่เราเผาตุ๊กตาบ้าบอนั่นด้วย...ฟ้าว่าเราอดทนอีกสักระยะ เรื่องนายอติรุจค่อยหาทางแก้ไขทีหลัง”

ผีนวลทิพย์นั่งมองแป้งร่ำนอนหลับทั้งน้ำตาด้วยท่าทางเศร้าๆ ยิ่งเห็นตุ๊กตาวาวามีรอยไหม้ยิ่งแค้นใจ

“ลูกเอ๊ย...ตัวแค่นี้ต้องผจญกับคนใจร้ายรอบตัว ลูกแม่...แม่สงสารหนูเหลือเกิน”

เหล่าตุ๊กตาผีสงสาร อาสาช่วยกำราบพวกพิชิตแต่ผีนวลทิพย์ยืนกรานปฏิเสธ “ขอบใจพวกเธอทุกคน ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องเลวร้ายยังงี้เกิดขึ้นอีก...แม่ขอโทษ...แม่สัญญาว่าต่อไปนี้แม่จะดูแลหนูให้ดีกว่านี้”

ooooooo

 ธนิดาพยายามข่มอารมณ์ไม่เสวนากับพวกพิชิตอีก  แต่เช้าวันต่อมาก็ตบะแตกเมื่อถูกพิชิตกับม่านฟ้ากวนประสาทหาเรื่องตำหนิเธอที่พาอติรุจเข้าบ้านกลางดึก

ม่านฟ้าสบโอกาสแดกดันธนิดาเพราะหมั่นไส้ที่อติรุจอยู่ข้างอีกฝ่าย ธนิดาทนไม่ไหวโต้กลับ

“ต้องหอบข้าวของมาอยู่บ้านผู้ชายเลยใช่ไหมคะถึงจะดูดี”

“อย่ามาแขวะฉันนะ...ฉันพูดตามความจริง”

“เก็บความจริงไว้แล้วพูดกันเรื่องความชั่วที่พวกคุณทำเมื่อคืนดีกว่า สนุกนักเหรอ...รังแกเด็ก เอาตุ๊กตาของเล่นเด็กไปเผา จิตใจพวกคุณทำด้วยอะไร”

น้ำเสียงแข็งกร้าวของธนิดาทำให้พิชิตใจไม่ดี พยายามไกล่เกลี่ย

“น้าทำเพื่อความสงบสุขของทุกคนในบ้าน...

เมื่อบ้านมีผีก็ต้องหาหมอผีมาปราบ น้าหวังดีต่อทุกคน จริงๆนะนิด”

ธนิดาตอกเสียงเรียบ “บ้านนี้...ไม่มีผี”

จัน พุดและพิชัยที่เคยโดนเหล่าตุ๊กตาผีหลอกจนหลอนช่วยกันเถียงแต่ธนิดาไม่ยี่หระ

“ถ้าพวกคุณหมายถึงน้าทิพย์...บ้านนี้เป็นของน้าทิพย์ ไม่ว่าคุณน้าจะอยู่ในรูปของคนหรือผี คุณน้าก็มีสิทธิ์อยู่ที่นี่ พวกคุณต่างหากที่ต้องออกไป”

จันไม่ยอม โวยวาย “ทำไม...ทำไมฉันต้องออกไปยะ”

“น่าจะแยกออกนะว่าเจ้าของบ้านกับผู้อาศัยต่างกันยังไง”

ท่าทางจริงจังของธนิดาทำให้พิชิตหายใจไม่ทั่วท้อง กระนั้นก็ไม่ยอมแพ้ตามไปต่อรอง

“ทำไมพูดกับน้าเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน”

“ความจริงก็เป็นอย่างนั้น”

“ไม่เอาน่านิด...ถ้าพวกน้าย้ายออกไปข้างนอกนิดคิดเหรอว่าวิญญาณทิพย์จะพอใจ อย่าลืมนะว่าน้าเป็นสามีของน้าทิพย์แล้วน้าทิพย์ก็รักน้ามาก...ไม่งั้นคงไม่เลือกแต่งงานกับน้าหรอก...นิดเพิ่งมาอยู่นิดจะรู้อะไร”

“แต่คุณก็ทรยศน้าทิพย์อย่างคนที่รักกันไม่ควรทำ”

“แต่ถ้าน้าออกไปจากบ้านหลังนี้นิดจะบอกตำรวจที่ทำคดีน้าทิพย์ว่ายังไง”

“มันเกี่ยวกันยังไง”

“นิดอาจตกเป็นผู้สงสัยในคดีที่ทิพย์ถูกฆาตกรรมก็ได้”

“ว่าอะไรนะ! นิดเหรอจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย คุณบ้าไปหรือเปล่า”

พิชิตเหยียดยิ้ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นต่อ “น้าเป็นนักกฎหมาย...อย่าลืมสิ...บ้านนี้เป็นของนายธาดา เมื่อนายธาดาตายก็ตกเป็นของนวลทิพย์ เธอผู้เป็นหลานสาวคนสวยเพียงคนเดียวของนายธาดาอาจจะเสียดายสมบัติจึงวางแผนฆ่าน้าสะใภ้อย่างแยบยล...มันเป็นแรงจูงใจที่สำคัญของฆาตกรเลยนะ มีน้ำหนัก ฟังขึ้นด้วย”

“มีแต่คนเลวๆเท่านั้นที่คิดอย่างนี้...น่าขยะแขยงที่สุด!”

พูดจบก็ปึงปังจากไป พิชิตมองตามยิ้มๆ...มั่นใจว่ายกนี้เขาต้องเป็นฝ่ายชนะ

ooooooo

ธนิดาหนักใจมาก ทั้งเรื่องแป้งร่ำ ความร้ายกาจของพิชิตและสถานการณ์ของบริษัท อติรุจกับระวิวรรณช่วยกันปลอบไม่ให้คิดมากเพราะสิ่งที่พิชิตข่มขู่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ กระนั้นธนิดาก็ยังไม่สบายใจ ตัดสินใจกลับบ้านเพราะเป็นห่วงแป้งร่ำกลัวจะโดนพวกพิชิตรังแกอีก

อติรุจเสนอตัวไปส่งและถือโอกาสนี้ให้กำลังใจ “คุณนิดอย่าอ่อนแอนะครับ แป้งร่ำจะได้มีกำลังใจว่าแกไม่ได้ผจญกับเรื่องร้ายๆเพียงลำพัง ยังมีพี่สาวที่เข้มแข็งคอยดูแลแกอยู่”

“ฉันจะพยายามค่ะ”

“พวกมันไม่หยุดแค่นี้หรอก คงหาวิธีเล่นงานคุณกับแป้งร่ำอีกแน่!”

การคาดการณ์ของอติรุจไม่เกินจริงเลยเพราะเวลาเดียวกันนั้น...พิชิตกับม่านฟ้าก็แวะไปคุยกับอาจารย์สมิง

“เราต้องปราบผีนังนวลทิพย์ก่อนค่ะ อย่างอื่นถึงจะทำได้สะดวก”

“สายสิญจน์ของอาจารย์ก็ไม่ได้ผล...ปราบมันไม่ได้นะครับ”

ม่านฟ้ากับพิชิตช่วยกันกดดัน อาจารย์สมิงไม่ค่อยพอใจนักที่ของขลังของตนโดนดูถูก

“ก็ดันเอาสายสิญจน์ไปมัดตุ๊กตาหมด พวกคุณก็ไม่มีอะไรป้องกันตัว...ระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน”

พิชิตกับม่านฟ้าหน้าเสีย โดยเฉพาะม่านฟ้าที่โดนอิทธิฤทธิ์ของเหล่าตุ๊กตาผีหลายครั้ง

“จริงสิ...อาจารย์ต้องหาเครื่องรางให้พวกเราป้องกันตัวด้วยนะคะ”

“ถ้าเงินถึงงานก็ดีแน่”

อาจารย์สมิงแกล้งทำเป็นไม่ง้อ พิชิตกับม่านฟ้าสบตากันนิ่งๆก่อนที่พิชิตจะส่งเงินปึกใหญ่ให้ อาจารย์สมิงตาวาวด้วยความชอบใจ คว้าสายสิญจน์ใกล้ตัวส่งให้

“เดี๋ยวเอาสายสิญจน์ไปใช้ป้องกันตัวก่อน อย่างอื่นจะบริกรรมให้ใหม่รับรองว่าผีทำอะไรพวกคุณไม่ได้แน่”

ประสบการณ์ครั้งก่อนทำให้ทั้งพิชิตกับม่านฟ้าไม่เชื่อว่าสายสิญจน์จะปกป้องพวกตนได้ แต่อาจารย์สมิงก็ยืนยันว่าสายสิญจน์ที่มอบให้วันนี้ไม่เหมือนที่ให้

วันก่อน

“ใจเย็นก่อนสิ...นี่เป็นสายสิญจน์เจ็ดสีเลยนะ บริกรรมปลุกเสกมานาน รับรองผีตนไหนก็ไม่มีทางสู้ได้!”

ooooooo

อติรุจเห็นธนิดากลุ้มใจก็อยู่เป็นเพื่อนและช่วยดูแลแป้งร่ำ แป้งร่ำมีท่าทีผ่อนคลายเมื่ออยู่กับอติรุจจนธนิดาอดน้อยใจไม่ได้ กระนั้นก็ไม่คิดขัดขวางเพราะเชื่อว่าเขาอาจช่วยให้เด็กหญิงอาการดีขึ้น

ม่านฟ้ากับพิชิตไม่ได้สนใจเรื่องแป้งร่ำ มัวถกกันอย่างเคร่งเครียดเรื่องสายสิญจน์ของอาจารย์สมิง

“สายสิญจน์เนี่ยเหรอจะปราบผีได้ มาถึงบ้านยังปราบมันไม่ได้ อ้างโน่นอ้างนี่หรือคิดจะเรียกเงินเราไปเรื่อยๆ”

“อย่าพูดยังงั้นสิฟ้า...ตอนนี้เรายังไม่มีที่พึ่งที่ไหนเราก็ต้องพึ่งเขาไปก่อน...เห็นไหมคราวไอ้ผีธาดายังไม่พลาดเลย”

พิชิตพยายามชี้ให้มองในแง่ดีเพราะอาจารย์สมิงเคยกำจัดผีธาดาได้แต่ม่านฟ้ายังไม่เชื่อใจ

“จะให้ฟ้าผูกด้ายสายสิญจน์นี่เหรอ...มันไม่ใช่เครื่องประดับจะได้ผูกโชว์ แล้วมันก็คงไม่เข้ากับชุดหรูๆของฟ้าด้วย ผูกไปคนเขาจะหาว่าฟ้าเสียสติ”

“งั้นคุณจะทำยังไงล่ะ”

“ยังไงฟ้าก็ไม่ยอมถูกผีหลอก ฟ้าต้องหาวิธีปราบมันให้ได้!”

ไม่ใช่แค่พิชิตกับม่านฟ้าที่รังควานไม่หยุด จัน พุดและพิชัยก็ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวันโดยมีละม่อมสาวใช้จอมสอพลอคนใหม่คอยช่วย อย่างเช่นวันนี้ที่ละม่อมแอบขโมยขนมที่สายเตรียมไว้ให้แป้งร่ำไปกินหมด


สายกับปลารู้ว่าละม่อมเป็นตัวการแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่เห็นคาตา ธนิดากับอติรุจก็ไม่พอใจแต่เลือกไม่ต่อปากต่อคำให้เสียอารมณ์และพาแป้งร่ำไปกินขนมข้างนอกแทน

เหล่าตุ๊กตาผีโกรธพวกจันที่แกล้งแป้งร่ำเลยแผลงฤทธิ์ใส่จนผวาทั้งบ้าน กระทั่งพิชิตกับม่านฟ้ากลับมาพร้อมสายสิญจน์เจ็ดสีของอาจารย์สมิงทั้งหมดเลย

โต้กลับ พูดจาถากถางและท้าทายเหล่าตุ๊กตาผี

สายกับปลามองสถานการณ์ในบ้านด้วยความหนักใจ เมื่อธนิดากลับมาพร้อมแป้งร่ำจึงรีบรายงาน

ธนิดาถอนใจหน่ายๆ ยิ่งถูกพิชิตค่อนแคะเรื่องผีนวลทิพย์ยิ่งรำคาญชักสีหน้าใส่

พิชิตเตือนเสียงเรียบ “น้าเตือนด้วยความหวังดีนะหนูนิด”

“ถ้าไม่คิดร้ายกับผีก็ไม่ต้องกลัวผีหลอก...หรือว่าพวกคุณคิด!”

ธนิดาตอกไม่ไว้หน้า พวกพิชิตไม่พอใจแต่ไม่กล้าทำอะไรรุนแรง ผีนวลทิพย์กลัวหลานสาวเพลี่ยงพล้ำ

ขอความช่วยเหลือจากเหล่าตุ๊กตาผีให้สั่งสอนพวกพิชิต เหล่าตุ๊กตาผีตอบรับด้วยความยินดี ไม่หวั่นกลัวสายสิญจน์ของอาจารย์สมิงแม้แต่น้อยเพราะจะเข้าไปหลอกพวกพิชิตในฝัน!

ooooooo

ครอบครัวพิชิตรวมทั้งละม่อมถูกเหล่าตุ๊กตาผีเล่นงานจนแทบไม่ได้นอนทั้งคืน ม่านฟ้าประสาทเสียมาก เช่นเดียวกับจันที่โวยวายใส่ธนิดาแต่เช้าของวันต่อมาว่าเป็นตัวการส่งเหล่าตุ๊กตาผีมาหลอกหลอน

พิชิตถอนใจหนักหน่วง ทั้งหลอนทั้งกลัวจนเครียดจัดแต่ยังไม่อยากทำใจยอมรับความจริง ธนิดาไม่สน

คำพูดแดกดันของพวกพิชิตตอกเสียงห้วน

“ฉันบอกพวกคุณแล้วไง ถ้าเราไม่คิดร้ายต่อเขา เขาก็ไม่ทำอะไรพวกคุณหรอก ดี...ต่อไปจะได้ระวัง...สิ่งที่พวกคุณโดนยังไม่เท่ากับที่แป้งร่ำโดนรังแกหรอก”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งม่านฟ้าให้มองตามก่อนกระฟัด กระเฟียดใส่พิชิต “ฟ้าบอกคุณแล้วว่าสายสิญจน์อาจารย์สมิงช่วยอะไรเราไม่ได้ คุณต้องหาวิธีปราบผีนะ ไม่งั้นเราจะอยู่ในบ้านนี้อย่างไม่มีความสุข”

สิ่งที่เกิดกับพวกพิชิตทำให้ธนิดาฉุกคิดว่าทั้งหมดอาจเป็นฝีมือนวลทิพย์จึงชวนแป้งร่ำไปทำบุญด้วยกัน หวังอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้วิญญาณน้าสะใภ้ไม่ก่อกรรมอีก  ผีนวลทิพย์ซึ้งใจความหวังดีของธนิดาแต่ไม่ละ

ความแค้นง่ายๆ

“โธ่...นิดจ๋า...พวกเขาทำร้ายน้าไว้มาก แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับพวกเขา”

ผีนวลทิพย์ไม่ได้ขัดขวางการไปวัดของธนิดากับแป้งร่ำ ตามไปด้วยแต่ก็ต้องกระเด็นออกจากตุ๊กตาวาวาของลูกสาว แป้งร่ำร้องไห้จะออกจากวัดเพราะสัมผัสได้ถึงวิญญาณของแม่แต่ธนิดาไม่รู้เรื่อง ปลอบเสียงอ่อน

“หนูอยากกลับบ้านใช่ไหม เดี๋ยวทำบุญให้คุณแม่ก่อนนะคะ เสร็จแล้วพี่นิดจะพาแป้งร่ำกลับบ้านนะคะ”

อติรุจ ระวิวรรณและคมสันแวะมาทำบุญกับธนิดาและแป้งร่ำด้วย ทั้งหมดเข้าไปทำสังฆทานในโบสถ์รำลึกถึงนวลทิพย์ให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่คาดคิดเลยว่าวิญญาณที่นึกถึงนั่งร้องไห้อยู่หน้าวัด

หลวงพ่อรับของสังฆทานและตั้งจิตสวดภาวนา ก่อนถอดจิตไปหาผีนวลทิพย์ที่หน้าประตูวัด

“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้เล่าโยม”

ผีนวลทิพย์เห็นหลวงพ่อ เห็นแววตาท่านเปี่ยมด้วยเมตตาจิตก็ก้มกราบ

“อิฉันเป็นวิญญาณเร่ร่อนเจ้าค่ะ ลูกกับหลานสาวมาทำบุญให้ แต่อิฉัน...เข้าไปไม่ได้เจ้าค่ะ”

“ได้สิ...วัดเป็นเขตอภัยทาน ขอเพียงมีจิตที่บริสุทธิ์เท่านั้น อาตมาจะสอนให้โยมทำกรรมฐานฝึกจิตให้เป็นสมาธิ วิญญาณจะได้อยู่อย่างสงบเพื่อรอวันเวลาของโยม”

“หมายความว่าท่านจะให้ดิฉันอยู่ที่วัดหรือเจ้าคะ”

“ที่วัดสงบ ปลอดภัย จะไม่มีใครทำอันตรายโยมได้อีก”

“แต่ดิฉันเป็นห่วงลูก แก...แกกำพร้าทั้งพ่อทั้งแม่”

“ถ้าคิดถึงโยมก็ไปหาได้ทุกเวลา แต่เขากับโยมอยู่กันคนละภพแล้ว จงละห่วง ขจัดความพยาบาทที่

มันก่อตัวขึ้นในใจโยมทิ้งไปซะ...เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร”

“หลวงพ่อทราบ...”

“เข้าไปในวัดกับอาตมาก่อนเถอะ อย่าเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ตรงนี้เลย”

ooooooo

หลวงพ่อถอดจิตกลับมาที่ร่างในโบสถ์ พอใจเมื่อเห็นผีนวลทิพย์ตามมารับบุญด้วย ท่านยิ้มให้พวกธนิดาแล้วเปรยกับผีนวลทิพย์ หวังเตือนสติให้ปล่อยวางจากความแค้น

“บุญกุศลจะคุ้มครองโยมจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น หากตั้งอยู่ในบุญแล้วบุญย่อมคุ้มครองให้พ้นจากอุปสรรค”

พวกธนิดาไม่มีใครคาดคิดว่าหลวงพ่อจะตั้งใจพูดกับผีนวลทิพย์ ก้มกราบและพากันกลับไป ผีนวลทิพย์มองตามยิ้มๆก่อนเริ่มหัดฝึกกรรมฐานตามคำสอนของ

หลวงพ่อ แต่จนเย็นย่ำผีสาวก็ปลดระวางความแค้นไม่ได้

“ดิฉันยังว้าวุ่นเหลือเกินเจ้าค่ะ ห่วงทั้งลูก ทั้งงาน ทั้ง...”

หลวงพ่อยิ้มอย่างมีเมตตาให้กำลังใจผีสาว

“ค่อยเป็นค่อยไป...อะไรที่ไม่ใช่ของเรามันก็ไม่ใช่ของเรา ทุกสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง”

“เจ้าค่ะ...อิฉันสงสัยว่าเมื่ออิฉันสิ้นลม เหตุใดวิญญาณถึงไปสิงอยู่ในตุ๊กตาหยกได้เล่าเจ้าคะ”

“จิตของโยมผูกพันอยู่กับลูกสาว เมื่อวิญญาณออกจากร่างจึงวนเวียนอยู่ใกล้เขา”

“แล้วทำไมถึงต้องเป็นตุ๊กตาหยกล่ะเจ้าคะ”

หลวงพ่ออธิบายอย่างใจเย็น “นอกจากลูกสาวแล้วจิตโยมยังผูกพันกับตุ๊กตาหยกโบราณซึ่งมีพลังในตัวมหาศาลถึงสามารถปกป้องโยมจากหมอผีได้ยังไงเล่า”

“หลวงพ่อทราบ...”

ผีนวลทิพย์ทึ่งมาก อยากถามเพิ่มแต่หลวงพ่อก็ตัดบท “ทำจิตให้เกิดสมาธิ พิจารณาให้ถ่องแท้...จิตโยมก็จะสงบลง ขอให้โยมรู้ไว้ว่าที่วัดนี้เป็นที่หลบภัยของโยมได้ หากทุกข์ใจนักก็มาที่นี่ได้ตลอดเวลา...”

ooooooo

ระหว่างที่ผีนวลทิพย์ตามหาความสงบให้ตัวเอง ธนิดาพลุ่งพล่านด้วยความโกรธจัดเมื่อรู้เรื่องจากอติรุจว่างานด่วนที่พิชิตมอบหมายให้เธอกับพวกคนงานทำตลอดคืนเมื่อวันก่อนเป็นเรื่องโกหก!

ธนิดาเริ่มเอะใจเมื่อไม่มีใครรู้เรื่องวันนัดพบของลูกค้ารายใหญ่ที่พิชิตแอบอ้าง กระทั่งเธอพยายามปะติด ปะต่อกับเหตุการณ์ที่ตุ๊กตาของแป้งร่ำถูกเผาเลยมั่นใจว่าทั้งหมดเป็นแผนลวงของพวกพิชิต

ความจริงทั้งหมดทำให้ธนิดาโกรธจัดบุกไปเอาเรื่องพิชิตถึงห้องทำงาน

ม่านฟ้ายืนฟังอยู่ด้วย ไม่สะทกสะท้านแถมยิ้มเยาะ “ก็ฝีมือออกแบบของคุณนิดยังไม่เข้าขั้น ลูกค้าไม่ชอบก็ไม่เห็นแปลก หรือคิดว่างานของตัวเองสวยเลอเลิศจนใครเห็นก็ต้องอยากได้คะ”

ธนิดาโมโหสวนกลับ “กล้าพูดได้ไม่อายปาก...ไม่มีลูกค้าเข้ามาที่นี่แม้แต่คนเดียวทั้งเสาร์ทั้งอาทิตย์ แล้วคุณบอกได้ยังไงว่าลูกค้าไม่พอใจผลงานของเรา”

อติรุจที่ตามธนิดามาพยายามไกล่เกลี่ย ส่วนพิชิตทำเฉไฉไม่รู้เรื่อง

“นิดจะโวยวายทำไมก็ลูกค้าเขายกเลิกนัด”

“ยกเลิก...จะให้นิดเชื่อเหรอคะ ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกคุณจะงมงายเรื่องตุ๊กตาผีถึงขนาดกุเรื่องงานขึ้นมา”

ธนิดาฟิวส์ขาด โพล่งเสียงดังจนอติรุจต้องปรามเสียงอ่อน

“พอเถอะคุณ...ใจเย็นแล้วค่อยมาคุยกันใหม่... นะครับ”

“ไม่! คุณคิดบ้างไหมว่าทิพย์พิมานจะเสียหายยังไง พนักงานต้องเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ค่าโอทีอีกตั้งเท่าไหร่ หรือว่าคุณอยากจะให้ทิพย์พิมานเจ๊งๆไปซะ”

ม่านฟ้าหมั่นไส้โต้ว่างานขายเป็นหน้าที่ตน เลยถูกธนิดาตอกหน้าหงาย

“แน่ใจนะว่าจะมีปัญญาขาย ตั้งแต่เข้ามา ฉันไม่เห็นคุณทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง”

อติรุจเห็นท่าไม่ดี เตือนธนิดาอีกครั้งแต่เธอไม่สน หันหาม่านฟ้าแล้วยกมือชี้ศีรษะตัวเอง

“ทำงานต้องทำด้วยนี่...ไม่ใช่ด้วยปาก นี่ถ้าไม่ได้เป็นเมียน้อยคุณพิชิต อย่างดีคุณก็คงทำได้แค่ชงกาแฟ”

ม่านฟ้าปรี๊ดแตกจนพิชิตเหลืออดไล่ทุกคนออกจากห้อง ธนิดาไม่ยี่หระประกาศกร้าว

“ฉันไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบง่ายๆแน่”

“ทำไม...แกจะทำอะไร”

“ก็ถ้าคุณม่านฟ้าไม่อายุสั้นเพราะถูกผีน้าทิพย์หักคอตายก่อนล่ะก็ คุณต้องได้เห็นแน่ว่าฉันจะทำอะไร!”

ธนิดาประสาทเสียมากกับเรื่องที่พวกพิชิตก่อ

อติรุจกับเทพอาสาช่วยเต็มที่ด้วยการหาลูกค้าใหม่เพื่อระบายสินค้าที่ล้นโกดัง ส่วนม่านฟ้าทนอยู่กับเรื่องแบบนี้ไม่ไหวตัดสินใจโทร.นัดเริงวุฒิมาพบเพื่อยกเลิกภารกิจ

พิชิตติดต่อม่านฟ้าไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังนัดเจอเริงวุฒิในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โอดครวญเรื่องต้องผจญพวกผีนวลทิพย์ไม่เว้นแต่ละวัน เริงวุฒิส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย

“ผมไม่ได้อยากฟังเรื่องผี หน้าที่คุณคือทำให้ไอ้พิชิตมันหมดหนทางจนมันต้องเอาตุ๊กตาหยกมาขายผมให้ได้”

ม่านฟ้าหน้าเจื่อน น้ำเสียงดุดันของเขาทำให้ต้องปรับท่าทีเป็นออดอ้อนออเซาะ

“ฟ้าก็ทำตลอด ป่วนจนงานไม่เดิน ตอนนี้ฟ้าก็แกล้งให้พวกมันทำชิ้นงานใหม่ หลอกมันว่าลูกค้าต้องการ คนงานเร่งผลิตจนเต็มโกดังแต่ไม่มีลูกค้าสักคน ถ้าคุณก๊อบปี้สินค้าอีกคงเจ๊งล่ะค่ะ ยิ่งนังนิดหลานไอ้ธาดาน่ะนั่งไม่ติดเลย”

เริงวุฒินิ่งฟังแต่ไม่ได้รู้สึกดีไปกับวีรกรรมของม่านฟ้า เพราะเขาไม่ได้อยากให้ทิพย์พิมานหรือธนิดาเดือดร้อน แค่อยากได้ตุ๊กตาหยกมาครอบครองเท่านั้น...

ooooooo


ละครตุ๊กตาผี ตอนที่ 4 อ่านตุ๊กตาผีติดตามละครตุ๊กตาผี ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย จรณ โสรัตน์,สุชาร์ มานะยิ่ง,อคัมย์สิริ สุวรรณศุข 5 ม.ค. 2562 09:29 2019-01-09T03:46:31+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ