ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่ไร่ตะวัน...พีระกลับมาอาละวาดและจะโทรศัพท์ฟ้องปู่ณรงค์ว่าตะวันทำให้โรสรินเดือดร้อนจะเป็นจะตายนับครั้งไม่ถ้วน แต่น้ำค้างยื้อแย่งโทรศัพท์อย่างไม่ยอม ขณะที่ปู่ชาญก็ไม่ยอมเช่นกัน พีระเลยหาว่าพวกเขาช่วยกันปกป้องคนผิด

“ข้าไม่ได้ปกป้อง แต่ข้าเชื่อว่าตะวันไม่มีทางให้หนูโรสต้องเป็นอันตราย อย่าทำให้เรื่องมันใหญ่ เชื่อข้า”

“ผมไม่เชื่อ” พีระสะบัดตัวหลุดออกจากน้ำค้างและอึ่ง...อุษาวดีช่วยพี่ชายเต็มที่เพราะคิดว่าปู่ณรงค์ของโรสรินควรรู้เรื่องนี้ อย่างน้อยจะได้ช่วยกันแก้ปัญหา

“แต่ถ้ารู้ ปู่ณรงค์มารับตัวพี่โรสกลับกรุงเทพฯแน่ๆ”

“นั่นแหละที่ฉันต้องการ” พีระพูดใส่หน้าน้ำค้างอย่างสะใจ แล้วตั้งท่าจะกดโทรศัพท์ พลันเสียงแย้ดังโหวกเหวกเข้ามาว่ามีข่าวดี

โรสรินกับตะวันประคองกันตามหลังแย้เข้ามา ทุกคนกรูเข้าไปหา พีระห่วงแต่โรสรินถามไถ่ว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ตนเป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ

“คนที่เจ็บไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตะวัน รีบพาตะวันไปหาหมอก่อน ตะวันบาดเจ็บ”

“ผมไม่เป็นอะไร แค่ฟกช้ำ”

“ถ้าแค่นั้นนายไม่ป่วยไข้ขึ้นจนสลบไปหรอก”

“หา!!” พวกปู่ชาญตกใจอุทานเป็นเสียงเดียว

“จะเจ็บมากเจ็บน้อยก็ต้องหาหมอ อย่าดื้ออย่าเถียง” โรสรินมองตะวันด้วยสายตาที่เป็นห่วง ชายหนุ่มยอมรับในความหวังดีนั้น

“ถ้าไม่ยอมไปหาหมอก็ให้หมอมาหา ไอ้แย้รีบไปตามหมอมา”

แย้ทำทะเล้นนิดหน่อยก่อนปฏิบัติตามคำสั่งปู่ชาญ โรสริน อึ่ง และน้ำค้างช่วยกันประคองตะวันไปพักผ่อนในห้อง พีระกับอุษาวดีจับสังเกตได้ถึงความห่วงใยที่โรสรินมีต่อตะวัน ถึงกับหน้าเครียดไปด้วยกัน ก่อนจะแยกตัวออกมาบ่นกันสองคนพี่น้องอย่างหวั่นใจ

พีระรักชอบโรสรินมานาน ขณะที่อุษาวดีเพิ่งมีใจให้ตะวัน ทั้งคู่กลัวผิดหวัง โดยเฉพาะพีระที่ดูเฮิร์ตมากเป็นพิเศษ...อีกครู่ต่อมา หมอกิตติทัตมาถึง สองพี่น้องปรี่เข้าไปหาทันที

“ได้ข่าวว่าคุณตะวันเจ็บ อาการเป็นยังไงบ้าง”

“ช่างหัวตะวันเถอะหมอ รีบไปตรวจอาการยัยโรสก่อน หลงป่าทั้งวันทั้งคืนอาจจะบาดเจ็บหรือติดโรคในป่ามาก็ได้ วินิจฉัยละเอียดยิบเลยนะ ผมจะได้เอาไปรายงานปู่ณรงค์”

“ไม่ต้อง” เสียงโรสรินดังขึ้น “ถ้ารายงานปู่ พีกับโรสเป็นเรื่องกันแน่...โรสไม่ได้เป็นอะไร ตะวันต่างหากที่เป็น เอวแดงเป็นจ้ำน่ากลัวมาก กระดูกทิ่มกระดูกหักรึเปล่าก็ไม่รู้ ไปเร็วทัต”

โรสรินจูงมือลากกิตติทัตไปเลย พีระยืนอึ้งอ้าปากค้าง อุษาวดีจะตามไปดูอาการตะวันอีกคนแต่พีระไม่ยอม คว้าแขนน้องสาวไว้ทันที

“ไม่ต้อง! โรซี่นะโรซี่ จะห่วงมันมากเกินไปแล้ว พี่ล่ะอยากรู้จริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นในป่า”

อุษาวดีนิ่งเงียบ อยากรู้เหมือนกัน...

หมอกิตติทัตเข้ามาตรวจอาการตะวัน บริเวณเอวมีรอยช้ำมากกว่าเดิม พวกปู่ชาญเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด และเห็นท่าทีโรสรินห่วงใยตะวันมากแค่ไหน ทุกคนจับสังเกตอาการของเธอ พอเธอรู้สึกตัวก็เลยวางหน้าไม่ถูก

“น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ ไอ้แย้ ออกไปได้แล้วให้หมอเขาได้รักษาคนไข้ตามลำพัง” ปู่ชาญต้อนทุกคนที่เอ่ยชื่อออกจากห้อง

“บอกแล้วว่าไม่เป็นอะไรๆ ลำบากหมอแย่” ตะวันบ่นเบาๆ

“นี่นายขาโก่ง จ่ายยาแก้ดื้อให้นายตะวันด้วย ดื้อที่สุด ทำเหมือนไม่รู้ว่าคนเขาเป็นห่วง”

โรสรินชะงักที่พูดความในใจที่มีต่อตะวันออกไป กิตติทัตรู้สึกได้ถึงความสัมพันธ์บางอย่างที่แปรเปลี่ยนไปของคนทั้งคู่ โรสรินกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องถามหมอว่าตกลงตะวันเป็นอะไรมากไหม

“ไม่มาก แค่มีเลือดออกใต้ผิวหนัง แล้วก็มีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อเล็กน้อยเลยทำให้อักเสบ ทัตจะให้ยาไว้ แล้วหมั่นประคบเย็นจะช่วยทำให้เลือดไหลซึมออกมาลดลง และยังลดการอักเสบอีกด้วย”

“ไหนบอกไม่เป็นอะไรไง ถ้าดื้ออีกจะโดนตี ต่อไปนี้ฉันจะเป็นพยาบาลส่วนตัวให้นายเอง”

ตะวันยิ้มรับบางๆ รับรู้ถึงความห่วงใยของโรสริน กิตติทัตยิ่งแน่ใจในสิ่งที่รู้สึก แล้วเดินตามโรสรินออกจากห้องพร้อมกำชับเธอว่าวันนี้ทั้งวันอย่าให้ตะวันขยับร่างกายบริเวณที่อักเสบมากนัก พักได้เลยยิ่งดี

“ขอบใจมาก ส่งแค่นี้นะ ขอไปดูนายตะวันก่อน”

“เดี๋ยว! ยัยเหยิน เธอห่วงคุณตะวันมากเลยนะ รู้ตัวรึเปล่า”

โรสรินชะงัก รู้สึกวูบวาบขึ้นมา กิตติทัตยิ้มแซว แย้กับอึ่งชะโงกหน้าแอบมองจากมุมหนึ่งใกล้ๆอย่างอยากรู้อยากเห็น ได้ยินโรสรินบอกว่าไม่มีอะไรก็ดูแลเป็นปกติ แต่กิตติทัตยังจับผิดอีกว่าปกติเธอไม่เคยดูแลเขาเลย หรือว่าที่เธอกับเขาหลงป่าด้วยกันมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

แย้กับอึ่งหูผึ่ง...โรสรินสะอึก บ่ายเบี่ยงว่ามีอะไรที่ไหน ไม่มีอะไรทั้งนั้น พูดแล้วรีบเดินหนีทันที ทิ้งความสงสัยไว้ให้หมอทัต ส่วนแย้กับอึ่งรู้สึกได้ว่าโรสรินมีพิรุธมาก ยังไงพวกตนต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในป่า

ใช่แต่แย้กับอึ่ง...น้ำค้างกับปู่ชาญก็อยากรู้เหมือนกัน ทุกคนย่องมาแอบฟังหน้าห้องพักตะวันที่โรสรินเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ได้ยินเสียงฝ่ายหญิงบังคับให้คนป่วยกินยาแล้วก็ได้ยินการพูดจาแปลกๆ ตีความไปในทางจู๋จี๋กัน ปู่ชาญชอบอกชอบใจ บอกว่าความฝันของตนท่าทางจะเป็นจริงเสียแล้ว

ขณะทุกคนกำลังเงี่ยหูแนบประตู โรสรินเปิดพรวดออกมาจนทุกคนเซถลาแต่ไม่ยอมรับว่ามาแอบฟัง อ้างว่าจะมาดูตะวันว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ท่าทางจะสบายดีแล้ว งั้นพวกเรากลับดีกว่า...

คืนนั้น โรสรินกลับบ้านพักตัวเอง นั่งคิดถึงเหตุการณ์วาบหวามหัวใจที่ผ่านมาที่ตะวันจูบปากเธออย่างนุ่มนวล สักครู่อุษาวดีเข้ามาซักถามหลังจากพีระวางแผนให้เธอมาล้วงความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในป่าระหว่างโรสรินกับตะวัน

อุษาวดีตะล่อมไปมาเกือบจะได้ความจริงอยู่แล้วถ้าโทรศัพท์มือถือของพีระไม่ดังขึ้นเสียก่อน แผนเลยแตก โรสรินเคืองสองพี่น้องไม่ยอมบอกอะไรทั้งนั้น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ตะวันอาการดีขึ้นมากลุกมาทำข้าวต้มให้โรสริน น้ำค้างรู้เห็นและฟันธงได้เลยว่าพี่ชายของเธอกำลังอินเลิฟแน่ๆ

ตะวันแอบเอาข้าวต้มร้อนๆพร้อมกุหลาบหนึ่งดอกไปวางหน้าบ้านพักโรสรินแล้วออกไปทำงานตามปกติ

สักพักน้ำค้างนำทีมพวกแย้ อึ่ง อาทิตย์ และปู่ชาญมาร้องรำทำเพลงแซวตะวันที่ดูมีความสุขจนออกนอกหน้า

“แมนๆเลยตะวัน บอกมาว่าแกกับหนูโรสเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม” ปู่ชาญรุกเร่ง ตะวันอึกอักว่าไม่มี ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

แย้พูดลับหลังกับทุกคนว่าตะวันเป็นผู้ร้ายปากแข็ง ปู่ชาญแน่ใจว่ายังไงก็ต้องมากกว่าเพื่อนแน่ๆ ถึงยังไม่ใช่แฟนก็เถอะ...

โรสรินคิดตอบแทนน้ำใจตะวันที่นำข้าวต้มกับกุหลาบมาให้ด้วยการจัดช่อดอกไม้จะเอาไปให้เขา แต่มือหนักไปหน่อยดอกไม้เลยคอหัก แล้วรีบซุกซ่อนเมื่อสองศรีพี่น้องเข้ามาเห็น แต่ก็ไม่อาจรอดสายตาพวกเขาไปได้ จำต้องโกหกว่าจะเอาไปให้ปู่ชาญ พีระกับอุษาวดีไม่เชื่อเด็ดขาด มั่นใจว่าเป็นตะวันแน่นอน

ตะวันควบคุมลูกน้องทำงานที่แปลงดอกไม้ โรสรินเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้แต่ยังไม่ให้เขาเห็น ถามว่าทำไมไม่นอนพัก หายเจ็บแล้วหรือถึงลุกมาทำข้าวต้มให้ตนกิน

“รู้ด้วยเหรอว่าผมเป็นคนทำ”

“ก็ลองเดาดู เพราะรสชาติมันแปลกๆ แต่อร่อยดีนะ”

“ถ้าคุณชอบผมทำให้ทานทุกเช้าก็ได้นะ”

“พูดแล้วห้ามคืนคำนะ”

หนุ่มสาวยิ้มให้กัน พอเธอยื่นช่อดอกไม้ให้เขาบอกว่าจัดเองกับมือ ตะวันถึงกับอมยิ้ม

“ผมเชื่อว่าคุณจัดเอง เพราะทุกคนในไร่ตะวันไม่มีใครจับช่อแล้วคอหักแบบนี้สักคน”

โรสรินงอนหน้าง้ำ ขอดอกไม้คืน แต่ตะวันไม่ยอม บอกว่าสวยแปลกๆแบบนี้ตนชอบที่สุด พูดพลางส่งความหมายทางสายตาจนอีกฝ่ายสะเทิ้นเขินอาย พีระกับอุษาวดีแอบมองอย่างไม่ชอบใจ พีระจะเข้าไปแทรกกลางแต่ถูกน้องสาวปรามไว้

“อย่าพี่พี ขืนพี่ออกไปโวยวายพี่ได้กลายเป็นผู้ร้ายในสายตาโรสแน่ พี่ต้องอดทน”

“พี่เป็นคนไม่มีความอดทน”

“แต่พี่ต้องอดทน ถ้าพี่อยากได้โรส”

พีระฮึดฮัดขัดใจจ้ำเดินออกไปจากตรงนั้น อุษาวดีมองตะวันอย่างใจร้อนรน หันหลังจากไปเพราะทนดูไม่ได้ เหมือนกัน

แสงแดดเริ่มแรง ตะวันถอดหมวกที่หัวตัวเองใส่ให้โรสรินเพราะกลัวเธอจะไม่สบาย

“ถ้าเป็นตอนที่คุณมาอยู่ไร่ใหม่ๆ แดดแรงขนาดนี้คุณไม่มีทางออกมาเดินแน่”

“นั่นสิ ฉันไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าคนอย่างฉันจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้ ไม่ต้องนอนห้องแอร์เย็นๆ ไม่ต้องเดินห้างหรู ไม่ต้องถือกระเป๋าแบรนด์เนม แต่ฉันก็อยู่ได้ มันน่าแปลก...แปลกมาก”

“แปลกยังไงครับ”

“ฉันคิดว่าถ้าให้ฉันอยู่ที่นี่ตลอดไป ฉันก็คงอยู่ได้ ฉันลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเมื่อก่อนฉันใช้ชีวิตยังไง”

ตะวันยิ้มมีความสุข ถามเธอว่ามีความสุขที่อยู่ไร่ตะวันโดยที่ไม่ต้องพยายามแล้วใช่ไหม โรสรินยิ้มให้แทนคำตอบ ตะวันหัวใจพองโต พูดจากใจจริงว่า “ผมก็อยากให้คุณอยู่ที่นี่ตลอดไป”

ขณะที่ตะวันกับโรสรินรู้สึกดีๆต่อกัน พีระกำลังจะอกแตกตาย เขากลุ้มใจไม่รู้จะขัดขวางสองคนนั้นยังไงดี น้ำค้างรู้เห็นและเดาได้ จึงหางานให้พีระทำเพื่อให้ลืมความทุกข์ด้วยการวานเขาขับรถไปส่งดอกไม้กับเธอที่ตลาดแทนแย้ที่ยังหาตัวไม่เจอ

แต่ขณะที่พีระออกรถไม่ทันพ้นไร่ เกือบชนอุษาวดีที่เดินเหม่อออกมา อุษาวดีอยู่ในอารมณ์เดียวกับพีระเพราะแอบชอบตะวัน ท่าทางเธอเหมือนคนอกหัก ขอนั่งรถไปกับพีระและน้ำค้างด้วย

ถึงหน้าตลาด อุษาวดีแยกตัวไปนั่งซึมในร้านกาแฟ ส่วนน้ำค้างสั่งงานพีระให้ยกเข่งดอกไม้ไปส่งตามร้าน ระหว่างนี้เองมีนักเลงเดินเข้ามาตรงพีระและโดนเข่งดอกไม้กระแทกโดยไม่ตั้งใจ แต่นักเลงก็จะเอาเรื่องพีระให้ได้ สองฝ่ายจึงวางมวยกันครู่หนึ่งก่อนที่น้ำค้างจะกลับออกมาเห็น

นักเลงเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อน้ำค้างกางกั้นปกป้องพีระ แต่พีระไม่ยอมให้หญิงสาวโดนรังแก เข้าต่อสู้กับสองนักเลงอย่างสุดชีวิตจนตัวเองได้รับบาดเจ็บจากคมมีด และอาจจะเจ็บมากกว่านั้นถ้าตำรวจสายตรวจไม่ขับรถผ่านมาพอดี

ตำรวจไล่ตามไปจับสองนักเลง ส่วนน้ำค้างเช็ดแผลให้พีระแล้วเอาปลาสเตอร์แปะเพราะแผลไม่ลึก ไม่ต้องถึงมือหมอเย็บแผลอย่างที่พีระกลัว

ด้านอุษาวดีที่อยู่ในร้านกาแฟ เธอเจอกิตติทัตโดยบังเอิญ ทั้งคู่นั่งคุยกันพักหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงชาวบ้านเอะอะเอ็ดอึงเพราะมีเด็กคนหนึ่งเป็นลมบ้าหมูชักดิ้นชักงอกัดลิ้นตัวเอง อุษาวดีกับหมอรีบวิ่งออกไป และไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะช่วยเด็กชายด้วยการง้างปากแล้วเอามือตัวเองให้เด็กกัด ก่อนจับหัวเด็กให้นอนหนุนตักตนเองอย่างไม่รังเกียจ

กิตติทัตอึ้งกับการกระทำของอุษาวดี นึกชื่นชมเธอเหลือเกิน จากนั้นเขาหันไปหยิบช้อนกาแฟใส่เข้าปากเด็กแล้วดึงมืออุษาวดีออกมา

“หมอ...น้องเขาจะปลอดภัยรึเปล่า”

อุษาวดีร้อนใจเป็นห่วงเด็ก หมอยังไม่ทันตอบก็เห็นเด็กหายเกร็งและหยุดชัก เขาอุ้มเด็กไว้ในอ้อมแขน

“ไม่ต้องกลัวนะคะ หมออยู่นี่แล้ว”

กิตติทัตมองอุษาวดีอย่างปลื้มๆ ไม่คาดคิดว่าจิตใจดีงามจะซ่อนอยู่ในตัวสาวสังคมเมืองสุดมั่นคนนี้

“ผมต้องรีบพาเขาไปโรงพยาบาล และคุณก็ต้องไปโรงพยาบาลกับผมเหมือนกัน”

อุษาวดีชะงักเล็กน้อย มองมือตัวเองที่ห้อเลือดแล้วหน้าเสีย...

ooooooo

เดชาส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือตะวันนัดเจอตรงทางเข้าไร่เพื่อเคลียร์กับเขาอย่างลูกผู้ชาย...ตะวันตัดสินใจไปพบโดยไม่รู้ว่าโรสรินแอบตามมาซุ่มดูอยู่เงียบๆ

เดชามาพร้อมสมุนสองคนที่ก่อเรื่องตัดสายเบรกรถตะวัน เขาสั่งให้ทั้งคู่ขอโทษและสารภาพความจริงก่อนจะพูดถึงโรสรินว่าไม่ต้องการให้ตะวันใช้วิธีสกปรกใส่ร้ายและกีดกันเพื่อให้เธอเกลียดตน ตะวันโต้ว่าตนแค่พูดความจริง แล้วก็ขอสาบานด้วยว่าถ้าตนยังมีลมหายใจ ตนจะปกป้องโรสรินด้วยชีวิตของตน

“แล้วคุณโรสเคยบอกว่าอยากให้แกปกป้องรึเปล่า...ในเมื่อคุณโรสไม่เคยพูด ฉันก็ยังมีโอกาส และฉันก็มั่นใจว่าความจริงใจของฉันที่มีให้คุณโรสจะทำให้คุณโรสมีความสุขที่สุดในชีวิต มาวัดกันสักตั้ง ไอ้ตะวัน!”

โรสรินได้ยินทุกคำ ใจคอไม่ดีกลัวทั้งคู่จะมีเรื่องชกต่อยกัน แต่แล้วก็โล่งใจเมื่อเดชาพาสมุนกลับไปโดยดี ส่วนตะวันสีหน้าเคร่งเครียดกลับเข้ามาในไร่ ก่อนจะชะงัก แปลกใจที่จู่ๆโรสรินเดินมาดักหน้าถามเขาว่าเมื่อสักครู่ไปสาบานอะไรไว้ ชายหนุ่มไม่ตอบ ถามเธอว่าตามตนไปหรือ

“ฉันเป็นห่วง ก็เลยตามไปดู ฉันรู้ว่านายไม่กลัวใคร แต่นายยังไม่หายดี ออกไปเจอเดชาตามลำพังแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเดชามองนายเป็นศัตรู วันนี้ไม่ได้ตั้งใจตัดสายเบรกเพื่อฆ่านาย แต่ครั้งหน้าถ้าตั้งใจล่ะ ฟังฉันนะ ยิ่งนาย ปกป้องและหวงแหนฉันเท่าไหร่ นายก็จะเดือดร้อนมากเท่านั้น”

“ผมไม่กลัว”

“แต่ฉันกลัว ฉันกลัวนายเป็นอะไร แค่คิดว่านายจะตาย ฉันก็...ก็ใจสั่นแล้ว”

โรสรินน้ำตาคลอ ตะวันไม่คิดว่าเธอจะห่วงเขามากขนาดนี้ ขยับเข้ามาเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ และบอกว่าตนไม่มีทางตายง่ายๆ เพราะตนต้องอยู่เพื่อดูแลเธอ

ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นไปในทางที่ดี พวกปู่ชาญก็พากันลุ้นตัวโก่งอยากให้ทั้งคู่ลงเอย และอดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มสาวน่าจะเคยหอมแก้มหรือจูบกันบ้างแล้ว พอตะวันกลับมาที่บ้าน ทุกคนจึงคาดคั้นและต้อนไปต้อนมาจนตะวันจนมุมยอมบอกว่าตนกับโรสรินจูบกัน แต่เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้เพราะไม่รู้จะเริ่มยังไง แล้วตนก็ไม่มั่นใจว่าโรสรินจะคิดเหมือนกับตนหรือเปล่า

ปู่ชาญยิ้มร่า บอกหลานชายว่าขนาดนี้ไม่ต้องคุยแล้ว ลุยไปเลย น้ำค้างเห็นด้วย ให้พี่ชายบอกรักโรสรินแล้วขอเป็นแฟน เพราะผู้หญิงชอบความชัดเจน

แย้แอบฟังทุกคนคุยกันแล้วนำความไปโพนทะนาที่ตลาดให้มาลัยกับมาลีฟังว่าตะวันกับโรสรินรักกัน สองคนต้องแต่งงานกันแน่ มาลัยรับไม่ได้ถึงกับกรี๊ดกระจาย ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนมาลีต้องปลอบโยนให้ใจเย็น จากนั้นเริ่มวางแผนให้มาลัยทำทีจะฆ่าตัวตายแล้วโทร.ตามตะวันมาที่ห้องเช่าภายในครึ่งชั่วโมงนับจากนี้

ตะวันเพิ่งได้รับสร้อยจี้รูปกุหลาบจากปู่ชาญเพื่อเอาไว้มอบให้โรสรินเป็นการแสดงความรักและตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกัน ตะวันเตรียมการอย่างดีในค่ำนั้น แต่ไม่ทันได้บอกรักและให้สร้อยแก่โรสรินก็มีอันต้องรีบร้อนออกจากไร่เพราะมาลัยโทร.มาร้องห่มร้องไห้บอกลาจะฆ่าตัวตาย

แผนการของมาลีไม่สำเร็จเพราะตะวันรู้ทัน เขาต่อว่ามาลัยหลายคำก่อนจะย้ำกลายๆว่าเขารักโรสริน และไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับมาลัย...เมื่อแผนแรกไม่สำเร็จ สองแม่ลูกจึงใช้แผนสองด้วยการโปะยาสลบตะวันจนแน่นิ่ง

แต่ก่อนจะหมดสติ ตะวันรู้ตัวว่าโดนกระทำอะไรยังไง แต่เพราะฤทธิ์ยาแรงมากเขาจึงไม่มีแรงจะขัดขืน หลังจากนั้นมาลัยก็จัดฉากว่าตนได้เสียกับตะวัน แถมยังเอาสร้อยที่เขานำติดตัวมาห้อยคอตัวเองแล้วส่งข้อความตามโรสรินมาดูผลงาน โดยอ้างว่าตะวันกำลังตกอยู่ในอันตราย

ตอนแรกโรสรินไม่เชื่อ พูดดักคอไปมาเพื่อจับพิรุธ แต่มาลัยก็ฉลาดพอตัว เล่นละครได้แนบเนียนจนโรสรินหลงกล วิ่งร้องไห้ออกจากห้องไปด้วยความเสียใจ โดยที่ตะวันยังนอนหลับเป็นตายไม่รู้เรื่องราว

โรสรินกลับมานอนร้องไห้อย่างหนักที่บ้านพัก คนในไร่ไม่ใครรู้เรื่อง ปู่ชาญยังดี๊ด๊าโทร.ไปเล่าความคืบหน้าระหว่างหลานของตนกับหลานของเพื่อนรัก แต่พอเช้ามืดวันใหม่เห็นณรงค์โผล่มาถึงไร่ก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ณรงค์รีบร้อนมาเพราะเมื่อก่อนฟ้าสางโรสรินโทร.ไปบอกให้มารับเธอกลับกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้บอกสาเหตุ ทุกคนงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ที่สำคัญตะวันหายไปจากบ้าน โทรศัพท์มือถือก็ปิดเครื่องติดต่อไม่ได้

โรสรินไม่บอกกับใครทั้งนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น เอาแต่เร่งปู่ให้รีบกลับกรุงเทพฯ เมื่อเธอและปู่ขึ้นรถ อาทิตย์ที่ไม่เคยปริปากพูดกับใครมาก่อนกลับตะโกนเรียกโรสรินขอร้องไม่ให้เธอจากไป...ทุกคนพากันตะลึง แม้แต่โรสรินก็คาดไม่ถึง ลงจากรถมากอดอาทิตย์ด้วยความรักและอาลัย...

ขณะเดียวกัน ตะวันตื่นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงกับมาลัยในสภาพเกือบเปลือย เขาลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนจำได้ว่าตัวเองโดนมาลัยโปะยาสลบ มาลัยได้ฟังถึงกับหน้าถอดสี แต่ยังไม่ยอมรับ

“มาลัยไม่ได้ทำ พี่ตะวันอย่ามาใส่ร้าย หลักฐานฟ้องขนาดนี้ยังจะปฏิเสธ ยังไงพี่ตะวันก็ต้องรับผิดชอบ มาลัยเป็นเมียพี่แล้ว”

“ไม่!! พี่จะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น เพราะพี่ไม่ได้ทำ” พูดจบตะวันกระชากสร้อยจากคอมาลัยคืนมาแล้วรีบแต่งตัวคว้าโทรศัพท์มือถือมาเปิดเครื่องโทร.หาน้ำค้างแล้วมีท่าทีตกใจ มาลัยไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ยื้อยุดฉุดดึงจะให้เขารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น

“ปล่อยพี่ พี่ต้องรีบไป”

“รีบไปอธิบายให้นังคุณหนูนั่นฟังน่ะเหรอ อธิบายไปเขาก็ไม่เชื่อหรอก เพราะเมื่อคืนยัยนั่นเห็นกับตาตัวเองแล้วว่าเราขึ้นสวรรค์อย่างมีความสุขแค่ไหน”

ตะวันโมโหมาก แกะมือมาลัยออกแล้วเดินจ้ำเดินออกไปทันที โดยมีเสียงมาลัยตะโกนไล่หลังอย่างมาดหมาย

“พี่กับนังนั่นจะไม่มีวันได้รักกัน ฉันต่างหากที่จะต้องเป็นเมียพี่”

ooooooo

โรสรินไม่เปลี่ยนใจ บอกปู่ณรงค์ว่ายังไงตนก็ต้องกลับกรุงเทพฯ น้ำค้างจะให้เธอรอตะวันก่อน ขณะที่อาทิตย์ก็อ้อนวอนว่าอย่าทิ้งตนไป...แต่ไม่มีใครทำให้เธอเปลี่ยนใจได้จริงๆ แม้อาทิตย์จะร้องไห้วิ่งตามรถที่แล่นออกจากไร่จนล้มลุกคลุกคลานก็ไม่เป็นผล

จนกระทั่งตะวันขับรถกลับมาถึงหน้าไร่สวนกับรถของณรงค์ เขาตัดสินใจขับปาดหน้าเพื่อหยุดรถคันนั้น ณรงค์จึงให้หลานสาวลงไปเคลียร์กับตะวัน

เพียงเห็นหน้าเธอ ตะวันก็พูดโพล่งว่าตนไม่ได้มีอะไรกับมาลัย โรสรินตบหน้าเขาอย่างแรง พร้อมกับระเบิดความรู้สึกทั้งหมดที่มีอยู่ในใจออกมาทั้งน้ำตา พลางทุบอกเขาไปด้วย

“ฉันเห็นคาตาว่านายนอนกับมาลัย นายยังจะกล้าปฏิเสธอีก นายทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ฉันไว้ใจนาย เชื่อใจนาย แล้วทำไมนายถึงทรยศต่อความรู้สึกของฉัน ใจคอนายมันทำด้วยอะไร มันทำด้วยอะไร”

ตะวันยืนนิ่งไม่ปัดป้อง โรสรินค่อยๆเบามือเริ่มหมดแรง สะอื้นจนตัวโยน ตะวันจับมือเธอแน่น ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ

“หยุด!! ฉันไม่อยากฟังนายอีกแล้ว พอกันที หลังจากวันนี้เราจะไม่เจอกันอีก ฉันจะถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน”

โรสรินหันหลังจะเดินหนีแต่ตะวันรวบตัวเธอมากอดแน่นไม่ยอมให้ไป และหยิบสร้อยจี้รูปกุหลาบจากกระเป๋ากางเกงยื่นมาตรงหน้าเธอ

“สร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยที่พ่อให้แม่ผม มันเป็นตัวแทนของความรักที่ผมมีให้กับคุณ”

หญิงสาวจำได้ว่าเมื่อคืนเห็นสร้อยเส้นนี้อยู่ที่คอมาลัย เธอเสียใจมาก ตะโกนใส่หน้าเขาว่า “ฉันเกลียดนาย” ตะวันไม่เชื่อ เธอจึงย้ำคำเดิมอีกหลายครั้งแล้วเดินลิ่วไปขึ้นรถ สั่งคนขับให้ออกรถทั้งที่ตะวันยังยืนนิ่งขวางหน้ารถ

ณรงค์หวาดเสียว คนขับก็ไม่กล้า แต่โรสรินตวาดสั่งให้ออกรถ คนขับต้องทำตามและที่สุดก็หักหลบเพราะตะวันไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ก้าวเดียว

โรสรินไปแล้ว...ตะวันเหลียวมองจนลับตา หัวใจสลาย น้ำตาเอ่อล้นอย่างกลั้นไม่อยู่...เมื่อกลับเข้ามาในไร่ รู้ว่าอาทิตย์พูดได้แล้ว ตะวันดีใจมาก

“อาทิตย์พูดตอนที่พี่โรสกำลังจะไป แล้วอาทิตย์ก็วิ่งตามรถพี่โรสจนหกล้มเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้”

“พี่ตะวันจะไม่ตามพี่นางฟ้ากลับมาจริงๆเหรอ สงสารคุณทิตย์”

น้ำค้างกับอึ่งเว้าวอนและรอคำตอบ แต่ตะวันกลับบอกว่าจะช้าจะเร็ววันหนึ่งเขาก็ต้องไปอยู่ดี “อย่าเสียใจไป เลยนะอาทิตย์  ยังมีคนที่รักเราอีกตั้งเยอะ  แล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้อง เงียบกับพี่แล้วนะ  บอกความรู้สึกให้พี่รู้  พี่จะได้ทำสิ่งที่อาทิตย์ ต้องการได้นะครับ”

“ถ้ารักกันพี่โรสก็จะไม่หนีเราไปไหน...อาทิตย์จะรอ รอวันที่พี่โรสกลับมา”

ตะวันลูบหัวอาทิตย์ด้วยความสงสาร แล้วผละไปคุยกับปู่ชาญด้วยเรื่องมาลัย ทุกคนโมโหมากกับการกระทำของมาลัย ปู่ชาญกับแย้จะแจ้นไปเอาเรื่อง แต่ตะวันไม่เห็นด้วย

“อย่าเอาตัวไปแลกกับคนพวกนี้เลยครับปู่ เขาทำได้ทุกอย่างโดยไม่สนว่าจะดีหรือเลว ผมไม่อยากให้ปู่ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”

“พี่ตะวันพูดถูกค่ะ คนพวกนี้เหมือนหมาจนตรอก ทำได้ทุกอย่าง”

“เฮ้อ...แต่หนูโรสนะหนูโรส ทำไมเขาถึงไม่ฟังเอ็งบ้างวะเจ้าตะวัน”

“ไม่แปลกหรอกครับ เห็นกับตาขนาดนั้น เขาคงไม่มีทางเชื่อผมอีกแล้ว ในสายตาเขา...ผมกลายเป็นคนชั่วไปแล้ว” ตะวันพูดเหมือนจะถอดใจ ทุกคนพากันจ๋อยไปหมด...

เพียงแค่โรสรินจากไปไม่กี่ชั่วโมง ปู่ชาญรู้สึกได้ถึงความเงียบเหงา แต่ตะวันทำใจแข็งบอกว่าสักวันทุกคนก็จะลืม ปู่เลยยอกย้อนว่า “แต่คนที่จะไม่ลืมเห็นจะมีแต่เอ็ง จริงไหม” ตะวันถอนใจไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

“ส่วนเรื่องนังมาลัย ในเมื่อยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเอ็งบริสุทธิ์ ในฐานะลูกผู้ชายก็คงต้องรับผิดชอบ แต่สำหรับหนูโรส ปู่เตือนเอ็งเอาไว้ก่อนนะว่าถ้าไม่รีบเยียวยา ความสัมพันธ์มันจะไม่กลับมาประสานกันเหมือนเดิมอีกเลยนะ”

“จะมีประโยชน์อะไรครับ ในเมื่อโรสก็มาอยู่ที่นี่แค่ชั่วคราวตั้งแต่แรก สักวันก็ต้องไป แล้วอีกอย่างผมดูแลโรสไม่ดีพอ เธอต้องเป็นอันตรายไม่รู้ต่อกี่ครั้ง การที่เธอไม่อยู่ที่นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดกับชีวิตเธอแล้ว”

“โกหกใจตัวเอง ไม่เหนื่อยเหรอวะ” ชาญพูดให้คิด ตบไหล่หลานชายแล้วเดินออกไป...

เมื่อโรสรินไปแล้ว พีระกับอุษาวดีก็เตรียมตัวกลับ พีระบอกลาน้ำค้างด้วยความรู้สึกดีๆ แต่ยังปากดีอาฆาตตะวันที่ทำให้โรสรินร้องไห้ น้ำค้างโกรธแทนพี่ชาย แล้วพาลทุ่มเถียงกันใหญ่เรื่องที่เขาหลอกเธอว่าหมอทัตชอบเธอ

“มันช่วยไม่ได้ อยากฉลาดไม่ทันฉันเอง หลอกแค่นี้ก็เชื่อ คนอย่างพีระจับไม่ได้ไล่ไม่ทันนะจ๊ะ ฮ่าๆๆ ขนาดหมอทัตโดนฉันสับขาหลอกว่าอุษาชอบหมอ หมอจะได้เลิกยุ่งกับโรซี่ หมอก็ยังไม่รู้ว่าเป็นแผนของฉัน โคตรฉลาดเลยว่ะ”

“เวรกรรมมีจริง ซวยแล้วนายพี” น้ำค้างอุทาน มองไปด้านหลังที่หมอกิตติทัตยืนอยู่

พีระเอะใจหันไปเห็นกิตติทัตก็ตกใจหน้าซีด หมอบอกน้ำค้างว่าตนมาดูอาการตะวัน แล้วพูดกับพีระว่า

“ตกลงคุณอุษาไม่ได้คิดอะไรกับผมเลย ทุกอย่างเป็นแผนของคุณ”

“เอ่อ...ผมต้องรีบไป บ๊ายบายครับหมอ” พีระตัดบทวิ่งแจ้นไปขึ้นรถที่อุษาวดีนั่งรออยู่ หมอมองตามอย่างสับสน แต่ต้องยุติไว้ก่อนเมื่อน้ำค้างบอกเล่าเรื่องโรสรินกลับกรุงเทพฯไปแล้ว...

หมอเข้ามาตรวจอาการบาดเจ็บที่เอวของตะวันแล้วถือโอกาสให้กำลังใจเขาว่า

“น้ำค้างเล่าเรื่องโรสกับคุณให้ผมฟังแล้ว ผมรู้จักนิสัยโรสรินดี เขาเป็นคนโกรธง่ายแต่หายเร็ว แล้วเวลาที่โมโหก็จะไม่ฟังใคร”

“ขอบคุณที่ให้กำลังใจ”

“ผมไม่ได้พูดเพื่อให้กำลังใจ แต่นี่เป็นความจริง อย่าเพิ่งหมดหวังเรื่องโรสนะครับ ผมดูออกว่าโรสรู้สึกดีกับคุณ”

ตะวันนิ่ง...นึกย้อนไปตอนที่โรสรินบอกว่าเกลียดตน เขาพูดคำนั้นออกมาหน้าเศร้าจนหมอกิตติทัตชะงักไปด้วยความเห็นใจ

ooooooo

กลับไปถึงบ้านที่กรุงเทพฯ โรสรินเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องร้องไห้อย่างเจ็บปวดเพราะเข้าใจว่าตะวันมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมาลัยจริงๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น พีระมารับโรสรินไปช็อปปิ้งเพื่อให้เธอผ่อนคลายสบายใจ แต่เอาเข้าจริงโรสรินก็ยังเครียดและเซ็งอยู่ดี ช่วงหนึ่งเดินผ่านร้านกล้วยไม้ก็อดคิดถึงตะวันและคนที่ไร่ไม่ได้ พอกลับถึงโรงแรมของปู่จึงไล่พีระกลับไปบอกว่าตนอยากอยู่คนเดียว

ตะวันเองก็คิดถึงโรสริน แต่ทำปากแข็งใจแข็งบอกพวกน้ำค้างว่าตอนไม่มีโรสรินเราก็อยู่กันได้ เราต้องทำหน้าที่ของเราและใช้ชีวิตของเราต่อไป...

ณรงค์เป็นห่วงหลานสาว ปลอบใจและให้ไตร่ตรองสิ่งที่ผ่านมาดีๆ หากเลือกที่จะเดินออกมาเองก็จงลืมให้ได้ แต่จะทำวิธีไหนเพื่อให้ลืม หลานต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง

เพียงวันถัดมา โรสรินก็ทำให้ณรงค์กับยุนอาประหลาดใจเป็นอย่างมาก

“โรสพร้อมที่จะเป็นว่าที่ผู้บริหารโรงแรมควีน–

โรสแล้วค่ะ โรสยอมฝึกงานตั้งแต่ระดับล่างสุดเพื่อเข้าใจคน และเข้าใจงานทั้งหมดเพื่อไต่เต้ามาถึงวันที่จะได้เป็นผู้บริหารโรงแรมให้ได้”

“รู้ใช่ไหมว่าล่างสุดมันเริ่มตั้งแต่ถูพื้น ขัดห้องน้ำ ทำความสะอาด ทิ้งขยะ กว่าจะได้เลื่อนขั้นขึ้นมาปูเตียงไม่ใช่เรื่องง่ายนะโรส”

“กระจอกมาก แล้วโรสจะทำให้ดู”

“แล้วโรสไม่อาย?”

“โรสจะมาบริหารโรงแรม ไม่ได้มาทำหน้าบางให้ใครเห็น โรสอยากทำตัวให้มีประโยชน์ ให้มีคุณค่า หมดเวลาสำหรับคุณหนูโรสรินคนเดิมแล้วค่ะ” โรสรินกล่าวจริงจัง สีหน้ามุ่งมั่นมาก ณรงค์และยุนอาถึงกับตะลึงคาดไม่ถึง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"รหัสริษยา" ตอนจบ "ศิวา" จำใจยอมทำตามคำสั่งของ "พาไล" ด้วยความเจ็บปวด

"รหัสริษยา" ตอนจบ "ศิวา" จำใจยอมทำตามคำสั่งของ "พาไล" ด้วยความเจ็บปวด
25 ม.ค. 2564

03:18 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 19:10 น.