กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไม่ทันข้ามวันที่คณะของพีชมาถึงไร่ตะวันก็เกิดเหตุการณ์ให้เจ้าของไร่เข้าใจผิดจนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต!

ตะวันเห็นลูกทีมของพีชเด็ดกลีบกุหลาบเพื่อนำไปประกอบฉาก นึกว่าเป็นกุหลาบในไร่ของตนจึงโวยวายเอากับโรสรินและให้ยกเลิกการถ่ายแฟชั่น ไล่ตะเพิดพีชและทีมงานออกจากไร่ภายในสิบนาที

แต่เมื่อทราบที่มาที่ไปของกุหลาบที่ถูกเด็ดกลีบเหล่านั้นว่าพีชซื้อมาเองไม่ใช่ในไร่ของตน ตะวันหน้าแตกยับ รีบขอโทษพีชและยอมให้ดำเนินงานทุกอย่างไป ตามเดิมทั้งหมด แต่พอพีชจะเริ่มทำงาน ปรากฏว่านายแบบที่ยังมาไม่ถึงโทร.มาบอกว่าตนเกิดอุบัติเหตุรถชนหัวแตกแขนหักมาไม่ได้ พีชเลยต้องหาคนใหม่โดยด่วน

ตะวันกลายเป็นนายแบบอย่างไม่คาดฝัน! หลังจากพีชเห็นซิกแพ็กของเขาเข้าเต็มตา แต่โรสรินเหมือนจะไม่โอเค ก็พอดีมาลัยโผล่พรวดมาพร้อมแม่มาลี ประกาศปาวๆว่าตะวันจะถ่ายแบบคู่กับใครไม่ได้ทั้งนั้น นอกจากตนคนเดียว ถึงตนไม่ใช่แฟนแต่ก็ไม่อนุญาต
โรสรินเห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าให้ตะวันเป็นนายแบบ สู้ไม่ต้องมีเลยดีกว่า แต่พีชแย้งทันทีว่าไม่ได้ เพราะคอนเซปต์ของคอลเลกชั่นนี้เป็นคู่รัก ถ้าไม่มีคู่ก็ตอบโจทย์คอนเซปต์ของตนไม่ได้

“คุณพีชครับ ผมว่าคุณหาคนอื่นเถอะ ผมไม่ถนัดจริงๆ”

“รู้ตัวก็ดี คนอย่างนายเหมาะที่จะใช้แรงงานเท่านั้น ขืนมาเป็นนายแบบมีแต่พังกับพัง...โรสว่าคุณพีชโทร.ไปที่โมเดลลิ่งให้เขาส่งคนใหม่มาดีกว่าค่ะ”

“แต่กว่าจะมามันจะทำงานไม่ทันน่ะสิคะคุณโรส”

“ทำงานไม่ได้ ก็ยังดีกว่างานเจ๊งเพราะคนคนเดียว” โรสรินเหล่ไปทางตะวัน

คำพูดดูแคลนของโรสรินทำให้ตะวันเกิดลูกฮึด บอกพีชว่าตนเปลี่ยนใจแล้ว ตนจะเป็นนายแบบให้และยินดีช่วยเหลือเต็มที่ พีชเลยยิ้มแฉ่ง แต่มาลัยยังคงวี้ดว้ายไม่ยอม พีชรำคาญวานใครก็ได้ช่วยจับเธอโยนออกไป แย้กับคนงานจึงอุ้มสองแม่ลูกไปทิ้งนอกไร่ แล้วสำทับว่าอย่ากลับเข้ามาอีก ถ้าไม่เชื่อเจอช็อตด้วยไฟฟ้าแน่

มีหรือคนอย่างมาลัยจะยอมแพ้ง่ายๆ เธอพาแม่กลับเข้ามาในช่องทางหมาลอด และทำดอกไม้อันโตที่ติดผมหล่นไว้แถวนั้นโดยไม่รู้ตัว...

ด้านพีระที่ยังคงถูกน้ำค้างใช้ไถนาอยู่ท้ายไร่ เขาสู้อุตส่าห์ทำไปเพราะต้องการอยู่ในไร่นี้เพื่อโรสริน แต่วันนี้มีลุงคนหนึ่งเอาอาหารและน้ำมาให้กิน แล้วขอบอกขอบใจพีระยกใหญ่ โดยไม่ได้บอกว่าตนเองเป็นเจ้าของแปลงนา ส่วนน้ำค้างก็ไม่พูดอะไร ได้แต่แอบดีใจที่พีระยิ้มปลื้มใจและมีเรี่ยวแรงทำงานต่อไป

ตอนพักกินข้าว พีระยอมรับกับน้ำค้างว่าตนรู้สึกดีที่ได้ยินคำขอบใจของลุง น้ำค้างจึงบอกว่ามันเป็นความสุขที่เกิดจากการทำความดี
“จริงด้วย แต่แปลกนะ ความสุขที่ฉันรู้สึกวันนี้เป็นความอิ่มเอม ปลื้มปีติ ไม่เหมือนความสุขเวลาที่ฉันไปเที่ยวผับหรือซื้อของแพงๆ”

“นั่นน่ะมันเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราว แต่ความสุขที่นายได้รับวันนี้เป็นความสุขที่แท้จริง มันจะอยู่ในความทรงจำของนาย นึกถึงทีไรก็ทำให้นายยิ้มได้”

“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ ขอบใจที่ทำให้ฉันพบความสุขแบบนี้ ทำให้รู้ว่าการทำเพื่อคนอื่นมันดียังไง”

“โกหกรึเปล่าเนี่ย”

“ฉันไม่ได้โกหก ดูตาฉันสิ เห็นอะไรมั้ย”

“ขี้ตา”

“ไม่ได้ให้ดูขี้ตา ความจริงใจต่างหากที่อยู่ในแววตาของฉัน” พีระยิ้มบางๆ จ้องหน้าจนอีกฝ่ายรู้สึกแปลกๆ

ooooooo

ปู่ชาญ อึ่ง และอาทิตย์รู้เรื่องตะวันเป็นนายแบบก็พากันลงความเห็นว่าตะวันต้องชอบโรสรินแน่ๆ ถึงยอมทำอะไรที่ไม่ถนัดอย่างนี้ได้ ว่าแล้วทุกคนก็แห่กันไปดูการทำงานของทั้งคู่แถวสวนดอกไม้

พีชต้องการให้โรสรินกับตะวันใกล้ชิดกันมากๆให้สมกับคอนเซปต์คู่รัก การถ่ายแบบจึงต้องมีกอดกันด้วย พวกปู่ชาญเลยได้เฮชอบอกชอบใจ อยากให้หนุ่มสาวคู่นี้รักกันจริงๆเสียที

มาลัยและมาลีย้อนกลับมาแอบดูด้วยความไม่พอใจ ครั้นเห็นทีมงานคนหนึ่งของพีชถือชุดดิ้นทองราคาเป็นแสนเข้ามา ซึ่งจะเป็นชุดสุดท้ายที่โรสรินต้องใส่ แล้วได้ยินพีชบอกลูกทีมให้เอาไปเก็บก่อน นั่งเฝ้าไว้ด้วย สองแม่ลูกถึงกับตาโต

“มาลัยมีแผนเล่นงานนังโรสแล้วค่ะ ในเมื่อมาลัยไม่ได้ถ่ายแบบคู่กับพี่ตะวัน ใครหน้าไหนก็ต้องไม่ได้ถ่าย”

มาลัยยิ้มร้าย แล้วชวนแม่ถอยร่นออกมาอย่างมาดหมาย...ในระหว่างนี้ โรสรินกับตะวันยังคงถ่ายแบบชุดอื่นๆกันต่อไป ถึงชุดหนึ่งที่คล้ายเจ้าบ่าวเจ้าสาว ปู่ชาญถึงกับยิ้มกริ่ม ขณะที่อึ่งบอกว่าถ่ายแบบเสร็จทั้งคู่น่าจะแต่งงานกันไปเลย

“เห็นอย่างนี้แล้วก็หมดห่วง สบายใจ ข้าไปเอนหลังพักซักหน่อยดีกว่า ไปอึ่ง...กลับ”

ปู่ชาญลากอึ่งกลับไปพร้อมอาทิตย์ ส่วนแย้ให้คอยดูแลทางนี้ต่อไป อย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง

อุษาวดีแอบมองการถ่ายแบบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแจ้นไปบอกพีระถึงแปลงนาว่าตะวันถ่ายแบบคู่กับโรสริน พีระหึงหวงจนอยู่เฉยไม่ได้ ละทิ้งการไถนากลับไปที่ไร่อย่างเร่งด่วนพร้อมอุษาวดีโดยมีน้ำค้างวิ่งตามไปด้วย

ด้านสองแม่ลูกที่มีแผนเล่นงานโรสริน ทั้งคู่พากันย่องไปที่จุดเก็บชุดดิ้นทองแล้วหลอกให้คนเฝ้าออกห่าง โดยมาลีแกล้งปวดท้องร้องขอความช่วยเหลือ แล้วให้มาลัยฉวยโอกาสเข้าไปเอาชุดออกมาเผาทิ้ง ก่อนสองแม่ลูกจะพากันหนีออกจากไร่ไปโดยไม่มีใครรู้เห็น

ตะวันเผอิญผ่านมาเห็นควันไฟ รีบวิ่งเข้าไปดูแต่ชุดก็เสียหายไปแล้วบางส่วน เขาสงสัยว่าชุดของใคร เป็นจังหวะที่โรสรินเดินหน้าตึงเข้ามาหลังทราบจากทีมงานของพีชว่าชุดดิ้นทองหายไป เมื่อเห็นตะวันถือชุดนั้นในมือ และสภาพถูกไฟไหม้ โรสรินตกใจและโกรธมาก ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ก่อนคำรามใส่ด้วยความเสียใจ

“นายเกลียดฉันมากจนต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ”

ตะวันก้มมองเสื้อในมือ รู้ทันทีว่าโรสรินหมายถึงอะไร

“ผมไม่ได้ทำ...”

“โกหก!! เห็นคาตายังจะปฏิเสธ ตั้งแต่แรกนายก็ไม่ได้เต็มใจจะให้ฉันถ่ายแบบที่นี่ นายพยายามทำลายงานนี้ นายก็เลยแกล้งฉัน โดยการยอมเป็นนายแบบ ทำไมฉันจะไม่รู้ แต่ครั้งนี้นายทำเกินไป คุณพีชจะมองฉันยังไง ความฝันของฉันต้องมาพังทลายเพราะนายคนเดียว”

“โรสริน คุณต้องเชื่อผม ผมไม่ได้ทำจริงๆ”

“ฉันไม่เชื่อนาย ไม่เชื่อ! ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าถ้างานนี้พังฉันจะไปจากที่นี่ และข้อตกลงทุกอย่างก็เป็นโมฆะ ลาก่อนนายตะวัน”

ตะวันได้แต่ยืนตัวชาอยู่กับที่ มองตามโรสรินเดินจากไปทั้งน้ำตา อีกครู่ต่อมาเขานำชุดดิ้นทองมายังกลุ่มของพีช พอเห็นชุดถูกไฟไหม้เสียหาย พีชแทบช็อก รับชุดมาดูด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะเป็นลมหมดสติ ทีมงานกับพวกแย้ต้องรีบเข้าประคอง

พีระกับอุษาวดียืนมองเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่ง รู้สึกเป็นห่วงโรสรินที่หายไป จึงชวนกันไปตามหา ส่วนตะวันหน้าจ๋อยกลับมาที่บ้าน บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พวกปู่ฟัง

“ในเมื่อเอ็งไม่ได้เผาชุดนั้น แล้วเอ็งจะปล่อยให้หนูโรสไปแบบนี้งั้นเหรอ”

“ผมไม่ได้อยากให้โรสรินไป แล้วปู่จะให้ผมทำยังไง ในเมื่อโรสรินไม่ฟังผม”

ระหว่างนั้น น้ำค้างกับแย้ตามเข้ามาสมทบ หลังจากช่วยเหลือพาพีชไปพักผ่อนแล้ว

“น้ำค้างให้คุณพีชพักที่บ้านพักรับรองแขกค่ะ ตอนนี้ยังไม่ฟื้น”

ตะวันพยักหน้ารับรู้ ปู่ชาญเข้ามาจับไหล่หลานชายให้หันมาเผชิญหน้า สำทับว่า

“เอ็งต้องทำให้หนูโรสฟังแกให้ได้ ถ้าไม่อยากเสียหนูโรสไป เอ็งต้องทำให้เขารู้ว่าเอ็งเป็นผู้บริสุทธิ์”

คนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย ยกเว้นอาทิตย์ที่ทำมากกว่านั้น เด็กชายเดินเข้ามาถึงตัวตะวัน สะกิดแขนแล้วชูสองนิ้วขึ้น แต่ตะวันนิ่วหน้าไม่เข้าใจ อึ่งจึงขยายความให้ฟังว่า

“คุณทิตย์บอกให้พี่ตะวันสู้จ้ะ”

ตะวันกราดสายตามองทุกคน สีหน้าคิดหนัก ไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่าจะทำได้หรือเปล่า

ooooooo

เมื่อรู้ว่าโรสรินจะกลับกรุงเทพฯ พีระสนับสนุนเต็มที่ แต่ตะวันไม่ยอมให้เธอไปทั้งที่ยังเข้าใจผิดในตัวเขา จนกว่าเขาจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

“จะพิสูจน์ทำไม ในเมื่อนายเป็นคนทำอย่างไม่ต้องสงสัย”

“ผมกล้าสาบานว่าผมไม่ได้ทำ”

“คำสาบาน ใครก็พูดได้” พีระสวนทันควัน แต่พอได้ยินตะวันพูดต่อไปว่า ถ้าตนโกหกขอให้ตายภายในสามวัน...ทั้งพีระ โรสริน และอุษาวดีต่างก็อึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

“ถ้าเป็นพี่ พี่จะกล้าสาบานแบบนี้ไหม” คำถามของอุษาวดีทำเอาพีระพูดไม่ออก

“ไม่มีประโยชน์ที่จะทำแบบนี้ ยังไงฉันก็จะไป ฉันทนอยู่ที่นี่ต่อไปอีกไม่ได้”

“มันต้องแบบนี้สิโรซี่ เราไปเก็บของกันดีกว่า” พีระเริงร่าตามประกบโรสรินด้วยความดีใจ

ทันใด ตะวันร้องเรียกโรสริน เขาขอพูดอะไรสักอย่างก่อนที่เธอจะไป หญิงสาวหันกลับมาและให้เวลาเขาห้านาที

“จำวันแรกที่คุณมาอยู่ไร่ตะวันได้ไหม คุณคือคุณหนูอารมณ์ร้าย ไม่เคยให้โอกาสคนอื่น ไม่มีเหตุผล ทำอะไรก็ไม่เป็น จนคุณแทบจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ แต่พอเวลาผ่านไปผมกลับได้เห็นมุมดีๆของคุณมากขึ้นทุกวัน จนผมนึกว่าคุณเปลี่ยน...แต่ผมคิดผิด คุณก็ยังเป็นคุณหนูโรสริน เป็นยัยกุหลาบจอมร้ายกาจคนเดิม”

“ไม่จริง ฉันไม่ได้เป็นแบบที่นายพูดอีกแล้ว”

“ถ้างั้นก็ให้โอกาสผมสิ ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ ทำให้ผมเห็นว่าคุณเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ”

โรสรินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจให้โอกาสตะวันพิสูจน์ตัวเอง พวกปู่ชาญรู้เรื่องก็ชื่นชมตะวันเก่งมากที่กล่อมโรสรินสำเร็จ แต่ปู่ชาญยังอยากรู้ว่าใครกันที่เผาชุดของพีช เมื่อจับมือใครดมไม่ได้ก็เลยพนมมือท่วมหัวสาปแช่งให้คนทำเจอวิบากกรรม กินข้าวติดคอ ดื่มน้ำก็สำลักน้ำ และขอให้โดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ

ปรากฏว่า คำสาปแช่งของปู่ชาญบังเกิดผลทันตา มาลีกับมาลัยติดคอและสำลักน้ำแทบแย่ แถมเกือบโดนฟ้าผ่าต้องวิ่งหลบเข้าตลาดจนเป็นเป้าสายตาและถูกซุบซิบนินทาจากบรรดาเพื่อนพ้องแม่ค้าด้วยกันว่าคงไปทำอะไรผิดไว้แน่ๆ

ที่ไร่ตะวัน...พีชฟื้นแล้วแต่ยังร่ำไห้เสียดายชุดราคาแพงที่ถูกเผาเสียหาย ตะวันรับปากจะช่วยซ่อมให้โดยได้รับความร่วมมือจากสมาชิกทุกคนในบ้านอย่างแข็งขัน ที่สำคัญได้ชุดของน้ำค้างที่มีส่วนคล้ายกันและยังค่อนข้างใหม่มาตัดต่อกับชุดดิ้นทอง โดยตะวันลงมือตัดเย็บด้วยตัวเองจนมือโดนเข็มตำแดงเถือกไปหมด

เมื่อทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ไม่ช้าไม่นานชุดนั้นก็เสร็จและสวยงามพร้อมให้โรสรินใส่ถ่ายแบบชุดสุดท้ายก่อนที่ตะวันจะตกดิน พร้อมกันนี้แย้ก็นึกขึ้นได้ว่าใครเป็นคนเผาชุด รีบพาตะวันไปยังจุดที่โยนสองแม่ลูกออกจากไร่แล้วพบดอกไม้ติดผมอันใหญ่ของมาลัยตกอยู่

ตะวันไม่พอใจอย่างมาก รีบไปพบสองแม่ลูกถึงตลาดพร้อมหลักฐาน แต่มาลีกับมาลัยยังปากแข็งไม่รู้ไม่เห็น จนกระทั่งตะวันพูดขึงขัง มาลัยถึงกับหน้าเสีย

“โกหกได้หนึ่งครั้งก็ต้องมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และครั้งต่อไปตามมา พี่ไม่อยากนั่งเดาว่าเรื่องไหนมาลัยพูดจริงหรือพูดไม่จริง เพราะฉะนั้นหลังจากวันนี้อย่ามาเจอพี่อีก ให้คิดว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จำไว้ว่าพี่เกลียดคนโกหก”

ตะวันหันหลังจากไป มาลัยลนลานวิ่งตามและยอมไปสารภาพต่อหน้าโรสรินว่าตนเป็นคนเผาชุดดิ้นทองนั้นเอง เพราะไม่อยากให้เธอได้ถ่ายแบบ โรสรินโกรธจี๊ดพุ่งเข้าบีบคอมาลัยจนหายใจไม่ออก แต่ครู่เดียวก็ต้องยอมปล่อยมือเพราะกลัวอีกฝ่ายตายแล้วตัวเองต้องติดคุกหัวโตอย่างที่ตะวันบอก

หลังจากรู้ตัวคนทำผิดแล้ว โรสรินหายโกรธเคืองตะวัน แถมยังรู้สึกสงสารด้วยซ้ำที่เขาซ่อมชุดเสียจนโดนเข็มทิ่มมือเจ็บระบมไปหมด ถามเขาว่าทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย

“จำได้ไหมที่คุณบอกว่าผมเป็นคนที่ไม่เคยมีความฝัน ไม่ใช่หรอกนะ จริงๆแล้วผมมีความฝัน...ฝันอยากเห็นคุณมีความสุข และถ้าคุณมีความสุข คุณก็จะไม่อยากไปจากที่นี่”

โรสรินอึ้ง เพราะตะวันพูดกลายๆว่าไม่อยากให้เธอไป พอเห็นรอยยิ้มอบอุ่นของเขาก็ยิ่งเขินจนไม่รู้จะพูดอะไร

“ก็ไม่ต้องพูดอะไร แค่เห็นคุณยิ้มได้อีกครั้ง ผมก็ดีใจแล้ว”

ตะวันยิ้มกริ่ม แล้วทันใดนั้นเสียงท้องโรสรินร้องดังออกมา หญิงสาวอายมาก พูดเสียงอ่อยว่าวันนี้ทั้งวันตนยังไม่ได้กินอะไรเลย ตะวันจึงจัดอาหารมาให้เธอกินเต็มคราบในค่ำนั้น ต่างคนต่างพูดจาหยอกเย้ากันอย่างมีความสุข และมีช่วงหนึ่งที่ตะวันพลาดตกเก้าอี้ โรสรินลุกมาช่วยดึงแต่กลับเสียหลักล้มลงทับตัวเขา หน้าเกือบชนหน้าจนทั้งคู่ชะงัก เคลิ้มกันไปครู่หนึ่งก่อนจะผละออกจากกันด้วยอาการเขินๆ

กินข้าวเสร็จ โรสรินอยากเดินย่อยอาหาร ตะวันจึงไปเป็นเพื่อน พอทั้งคู่คล้อยหลัง พีระกับอุษาวดีเดินมาจากอีกด้าน พีระหอบหิ้วอาหารมาเต็มสองมือเพื่อบำรุงบำเรอโรสริน พอไม่เห็นเธอในบ้านพักจึงไปร้องเรียกตะวันอยู่พักหนึ่งก่อนที่น้ำค้างจะออกมาบอกว่าพี่ชายตนไม่อยู่

“พี่ชายเธอพาโรซี่ไปไหน”

“ไม่ได้พาไปไหน พี่ตะวันไปทานข้าวกับพี่โรส เสร็จก็เดินไปส่งที่บ้านพี่โรส”

พีระหน้าเจื่อน อุษาวดีมองอาหารในมือพี่ชายแล้วถามว่าใครจะกินล่ะเนี่ย?

“เธอโกหก ฉันเพิ่งมาจากบ้านโรส ไม่มีใครอยู่”

“งั้นก็แสดงว่าเขาออกไปที่อื่นด้วยกัน คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง บรรยากาศโรแมนติกซะด้วยสิ” น้ำค้างยักคิ้วกวนๆ พีระหันมองอุษาวดีด้วยสีหน้ากังวลใจ

ooooooo

คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงสวยไม่แพ้ดวงหน้าของโรสริน...ตะวันมองเธอบ่อยครั้งแต่ไม่กล้าชมซึ่งหน้า ได้แต่ย้ำไปย้ำมาว่าพระจันทร์สวยมาก โรส-รินค่อนข้างแปลกใจกับท่าทางของเขา แต่พอเขาเล่าเรื่องในวัยเด็กก็เลิกคิด หันมาฟังอย่างสนใจ

“ตอนเด็กๆ เวลาที่ผมร้องไห้ พ่อชอบพาผมออกมาดูพระจันทร์ พ่อบอกว่ามีกระต่ายอยู่บนนั้นให้ผมหาให้เจอ ผมตั้งใจหามาก จนหยุดร้องไห้ไปเลย”

“พ่อนายนี่น่ารักเนอะ”

“ครับ พ่อผมท่านเป็นคนดีมาก น่าเสียดายที่ท่านมาด่วนจากไปเร็ว”

“นายบอกได้ไหมว่าพ่อนายเสียเพราะอะไร”

“ใครๆบอกว่าพ่อประสบอุบัติเหตุรถชน แต่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่...พ่อผมถูกฆาตกรรม”

“นายรู้รึเปล่าว่าใครเป็นคนทำ”

“พ่อของเดชา...พ่อของเดชาเป็นมาเฟียท้องถิ่น

ทุกคนที่นี่ให้ความเกรงใจ ถ้าเขาไม่พอใจใคร คนคนนั้น ก็จะถูกกำจัดออกไปโดยที่ไม่มีใครกล้าเอาผิด ผมพยายามจะหาหลักฐานเรื่องพ่อของผม แต่จนป่านนี้ผมก็หาไม่เจอ”

“นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นายกับเดชาไม่ถูกกันใช่ไหม”

“เป็นส่วนหนึ่ง แต่ความขัดแย้งของผมกับเดชาเริ่มมาจากการที่พ่อของเดชาเข้าใจว่าพ่อผมโกงที่ดินของพ่อเขาไป แล้วไม่นาน...พ่อผมก็เสีย แต่กรรมสมัยนี้มันติดจรวด หลังจากนั้นพ่อเดชาก็ตาย    เดชาจึงเข้ามาสานต่องานจากพ่อเขา”

“ซึ่งก็คือการค้าไม้เถื่อน”

“และอาจจะมีกิจการที่ผิดกฎหมายอื่นๆอีกที่เราไม่รู้ ได้ฟังอย่างนี้แล้วคุณก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้น อย่าอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้น ผมเป็นห่วง”

เขาจับแขนเธอ มองอย่างเป็นห่วงจริงๆ โรสรินรู้สึกดี พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย...แต่ในขณะเดียวกันนั้น เดชากำลังกระสับกระส่าย นอนก่ายหน้าผากตาเบิกโพลงเพราะคิดถึงโรสริน ผู้หญิงที่เขาชอบจริงๆจังๆจนหยุดคิดถึงไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว

เช้าวันถัดมา เดชาอดรนทนไม่ไหวขับรถมาถึงไร่ตะวันเพื่อชวนโรสรินไปทานอาหาร หญิงสาวไม่ปฏิเสธเพราะมีบางอย่างอยากคุยด้วย เธอออกไปกับเขาโดยที่ตะวันไม่รู้เห็น พีระก็เช่นกัน เที่ยวตามหาโรสรินแต่ก็โดนน้ำค้างสกัดให้ยุติ เพราะเขายังต้องทำงานตามข้อตกลง โดยวันนี้ต้องพาเจ้าเฉาก๊วยควายตัวเก่งไปอาบน้ำ

ที่ร้านอาหาร โรสรินนั่งตรงข้ามเดชาที่โปรยยิ้มแทบตลอดเวลาอย่างอารมณ์ดี

“นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่ผมมีเพื่อนทานข้าวเช้า คุณโรสทานอะไรดีครับ”

“ที่โรสตกลงมากับคุณเพราะมีเรื่องอยากคุย...

โรสขอพูดตรงๆเลยนะคะ โรสไม่อยากให้คุณติดต่อโรสอีก”

“ตะวันคงบอกคุณหมดแล้วว่าผมทำอาชีพอะไร” โรสรินเงียบไม่ตอบ เดชาจึงอธิบายเพิ่มเติม “ผมยอมรับว่าผมทำอย่างที่ตะวันบอก แต่ผมจำเป็นต้องทำ เพราะมันเป็นธุรกิจของครอบครัว และถึงผมจะทำอาชีพที่ผิดกฎหมาย แต่ผมก็ไม่เคยทำร้ายใคร”

“ถึงอย่างนั้นสิ่งที่คุณทำมันก็ไม่ถูกต้อง ฉันขอโทษนะคะ แต่อยู่กับคุณแล้วฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย”

เดชาฟังแล้วถึงกับผงะพูดไม่ออก

“ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่คุณมีให้ฉัน” เธอพูดประโยคสุดท้ายแล้วลุกเดินออกไปทันที เดชากำมือแน่นด้วยความโกรธและเสียใจ...

ตะวันเริ่มกระวนกระวายที่โรสรินยังไม่มาทำงาน หรือว่าจะตื่นสาย เขากำลังจะไปตามที่บ้านก็พอดีอุษาวดีเดินสวนมาพร้อมกล่องอาหาร อยากให้เขากินแซนด์วิชฝีมือของเธอที่เพิ่งหัดทำ ตะวันรับมากินแล้วบอกว่าอร่อย แค่นี้หญิงสาวก็ยิ้มแป้นด้วยความดีใจ และจัดแจงเช็ดปากให้เขาด้วยทิชชู โรสรินกลับมาเห็นภาพนั้น ตะวันเองก็เห็นเธอ กลัวจะเข้าใจผิด รีบวางแซนด์วิชแล้วเดินตามเธอไปทันที

อุษาวดีน้อยใจ มองแซนด์วิชที่ทำมามากมายก่อนจะคิดได้ เอาไปให้หมอกิตติทัตที่โรงพยาบาล หมอรู้สึกดีกับเธออยู่แล้ว กินไปชมไปว่าอร่อยที่สุดในโลก และอยากทานแบบนี้ทุกวัน อุษาวดียิ้มรับ แต่ในใจอดคิดไม่ได้ว่าอยากให้ตะวันพูดแบบนี้บ้างจัง

ฝ่ายตะวันกับโรสรินอยู่ที่ไร่ พอฝ่ายชายรู้ว่าเธอไปหาเดชามาก็หงุดหงิดโมโหใส่

“ตกลงที่เมื่อคืนผมพูดไปทั้งหมด เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ได้ฟัง?”

“นี่!! ฟังก่อนแล้วค่อยว่าได้ไหม ฉันไปหาเขาเพื่อบอกไม่ให้เขามาเจอฉันอีก”

ตะวันเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน ขอบใจเธอที่เชื่อฟัง แล้วชวนกันไปทำงาน แต่อารามดีใจดันเดินนำผิดทางเลยโดนเธอแซวอย่างขำๆ

ooooooo

เดชาคิดมากเรื่องโรสรินตัดรอนจนเครียดจัดไปกินเหล้าเมามายกลับเข้าบ้านเอาดึกดื่นและสบถอาฆาตแค้นตะวันออกมาให้ล่ำกับแหลมได้ยิน

สมุนคู่ใจสงสารเจ้านายถึงขนาดพากันเล็ดลอดเข้าไปที่ไร่ตะวันในคืนนั้นแล้วจัดการกับสายเบรกรถของตะวันก่อนจะหนีกลับออกมาโดยไม่มีใครล่วงรู้ แม้แต่เดชาก็ไม่รู้เรื่อง

เช้าขึ้น ตะวันขี่จักรยานไปรับโรสรินที่บ้านพักเพื่อออกไปทำงานด้วยกันในที่สวนกล้วยไม้ ระหว่างทางหนุ่มสาวเย้าแหย่กันไปอย่างมีความสุข และช่วยกันทำงานโดยมีแย้และคนงานอีกจำนวนหนึ่งร่วมแรง

ตอนกลางวันฝนกระหน่ำลงมา และตะวันอาจจะไม่ได้ใช้รถยนต์ถ้าผู้ใหญ่บ้านไม่โทร.มาแจ้งข่าวว่าฝายกั้นน้ำในป่าแตก น้ำป่าไหลเข้าหมู่บ้านที่อยู่ติดกับไร่ของเขา ตอนนี้ตนกำลังระดมคนไปช่วยซ่อมฝาย

ตะวันรีบร้อนไปพร้อมแย้และโรสรินที่เต็มใจช่วยชาวบ้าน ระหว่างทางรถประสบอุบัติเหตุเพราะเบรกใช้งานไม่ได้ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต มีเพียงตะวันที่ถูกแรงกระแทกขณะรถพุ่งชนต้นไม้ข้างทางบาดเจ็บที่เอวแต่ไม่ได้บอกโรสรินกับแย้เพราะคิดว่าไม่น่าเป็นอะไรมากมาย

เมื่อรถไปต่อไม่ได้ ตะวันให้แย้พาโรสรินกลับไร่แล้วตามคนมาลากรถ ส่วนตนจะเข้าไปช่วยชาวบ้าน แต่โรสรินไม่ยอมกลับ ดึงดันไปกับตะวันโดยให้แย้กลับไปคนเดียว

ตะวันกับโรสรินเดินฝ่าสายฝนไปตลอดทาง ยิ่งลึกก็ยิ่งน่ากลัวเพราะมีแต่ต้นไม้หนาทึบ และไม่คิดว่าเบื้องหน้าจะมีเหว โรสรินพลาดพลั้งกลิ้งตกลงไป ตะวันตกใจมากลนลานลงไปตามหาทั้งที่รู้สึกเจ็บบริเวณเอว เปิดดูเห็นรอยช้ำสีม่วงคล้ำ แต่ไม่ได้สนใจตัวเอง ห่วงแต่โรสรินที่ต้องเร่งหาเธอให้เจอ

โรสรินหมดสติไปครู่หนึ่ง พอรู้สึกตัวก็พบว่าตามแขนขามีรอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อย เธอพยุงตัวออกเดินได้สองสามก้าว ก็พอดีได้ยินเสียงตะวันตะโกนเรียก

สองคนโผเข้ากอดกันแน่น โรสรินร้องไห้อย่างเสียขวัญ จากนั้นหยุดพักกันครู่หนึ่งก่อนจะเดินทางต่อเพราะฝนเริ่มซาแล้ว...ฝ่ายแย้ที่กลับไปถึงไร่รีบเกณฑ์คนงานมาลากรถ ล่ำกับแหลมย้อนกลับมาสังเกตการณ์เพราะโดนเดชาอาละวาดที่ทำอะไรโดยพลการ แม้ตนอยากให้ตะวันตายแต่ต้องไม่ใช่วิธีที่ทำให้ตนรู้สึกหมดศักดิ์ศรีแบบนี้

ล่ำกับแหลมได้ยินแย้พูดกับคนงานว่ารถตะวันเกิดอุบัติเหตุอัดกับต้นไม้แต่ตะวันกับโรสรินไม่เป็นไร พอทั้งคู่กลับมาเล่าให้เดชาฟัง ก็เลยโดนดุด่าอีกยก เพราะเดชาเป็นห่วงโรสรินมาก

บ่ายคล้อย ตะวันกับโรสรินเดินหลงป่า ตะวันจะใช้โทรศัพท์มือถือก็ไม่มีสัญญาณ จึงต้องเร่งหาทางออกจากป่าให้ได้ก่อนที่จะมืดค่ำ ส่วนแย้ที่พาคนงานไปลากรถและช่วยกันตามหาตะวันกับโรสรินอยู่พักหนึ่งแต่ไม่พบ แย้รีบกลับมาบอกน้ำค้างที่ควบคุมพีระไถนาอยู่ พีระได้ยินว่าโรสรินหายไปกับตะวันก็เป็นฟืนเป็นไฟ โวยวายต่อหน้าปู่ชาญว่าถ้าโรซี่ของตนเป็นอะไรตนจะแจ้งความให้ตำรวจจับตะวันข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว

“เลิกบ้าได้แล้ว พี่ชายฉันไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วอีกอย่างพี่โรสก็เต็มใจไปกับพี่ตะวัน”

“เต็มใจเหรอ ไม่มีทางที่คนอย่างโรซี่จะเข้าป่าเข้าดงแบบนั้น ถ้าพี่ชายเธอไม่บังคับ ไอ้ตะวันมันต้องพาโรซี่ไปทำมิดีมิร้ายในป่าแน่ๆ”

“พี่ชายของฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”

“ถ้าไม่ใช่ แล้วไอ้ตะวันกับโรซี่จะหายไปไหน”

“หยุดได้แล้ว!! หัวข้าไม่ใช่สะพาน จะได้เถียงข้ามไปข้ามมา” ปู่ชาญตวาดจนพีระกับน้ำค้างเงียบเสียงลง

อุษาวดีนิ่งคิดแล้วโพล่งขึ้นมาว่าสองคนนั้นอาจจะหลงป่า ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะพีระที่ลนลานจะออกไปตามหาโรสริน แม้ต้องบุกน้ำลุยไฟลุยป่าน่ากลัวแค่ไหนตนก็ต้องไป อุษาวดีกับน้ำค้างช่วยกันห้ามเขาก็ไม่ฟัง ดึงดันไปขึ้นรถ น้ำค้างเลยโดดขึ้นนั่งไปด้วย ช่วยปลอบใจเขาตลอดทางเพื่อให้คลายความเป็นห่วงและหวาดกลัวว่าโรสรินจะเป็นอันตราย

ooooooo

ท้องฟ้าสีทองเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม ตะวันใช้แสงจากโทรศัพท์มือถือส่องทางพาโรสรินเดินไปเจอน้ำตกแล้วหยุดพักเอาแรง ก่อไฟกันด้วยวิธีธรรมชาติก่อนที่ตะวันจะออกไปหากล้วยป่ามาแบ่งกันกินแก้หิว

โรสรินหวาดกลัวมากแต่พอเห็นตะวันปากสั่นไข้ขึ้นตัวร้อนจัด เธอสลัดความกลัวช่วยเหลือดูแลเช็ดตัวให้เขาด้วยผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำเพื่อให้ไข้ลด จึงเห็นรอยแดงช้ำบริเวณเอว ต่อว่าเขาทำไมไม่บอกแต่แรก จากนั้นพร่ำพูดกับเขาตลอดเวลาว่าต้องอดทน ห้ามเป็นอะไรอย่างเด็ดขาด

ตะวันไข้ขึ้นจนหมดสติ โรสรินกอดให้ไออุ่นและดูแลเขาทั้งคืน เช้าขึ้นเห็นเขายังหลับสนิทและไข้ลดลง

เธอผละไปล้างหน้าตาที่น้ำตกและเปลื้องผ้าลงแหวกว่ายอย่างสบายใจ ไม่คิดว่าตะวันจะโผล่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

เธอร้องเสียงหลง ขณะที่ตะวันเองก็ตกใจรีบหันหลังจะเดินหนีแต่กลับลื่นหงายหลังตกน้ำ โรสรินยิ่งตกใจ ทั้งด่าทั้งวักน้ำสาดใส่เขาไม่ยั้ง

“ไอ้คนบ้า ไอ้ลามก เสียแรงที่ฉันดูแลนายทั้งคืน ไอ้ทุเรศ”

“เฮ้ย...เดี๋ยว...ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“หันหลังไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ฟังผมก่อนได้ไหม”

“ก็หันหลังไปก่อนสิ...หันไป”

ตะวันหันหลัง โรสรินรีบว่ายน้ำไปคว้าเสื้อผ้าแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แล้วถามตะวันอย่างอายๆว่าเมื่อสักครู่เห็นอะไรหรือเปล่า ชายหนุ่มบอกเห็นแต่นิดเดียว แค่นี้หญิงสาวก็กรี๊ดสนั่น สั่งห้ามเขาบอกใครเด็ดขาด ถ้าบอกตายแน่!

ทั้งคู่ออกเดินทางกันต่อ ตะวันมั่นใจว่าต้องออกจากป่าได้แน่เพราะไม่มืดเหมือนกลางคืน เดินกันมาสักพักเจอทุ่งดอกไม้ โรสรินชอบมาก บ่นเสียดายถ้ามีกล้องมาด้วยก็ดีจะได้ถ่ายรูปกับดอกไม้พวกนี้ ตะวันนึกอะไรได้บอกว่าตนมีกล้อง ว่าแล้วก็ทำมือเป็นกล้องถ่ายรูปให้โรสรินโพสท่ากับมวลดอกไม้เล่นกันอย่างสนุกสนาน

มีช่วงหนึ่งที่สองคนใกล้ชิดกันมากจนรู้สึกหวั่นไหวห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ตะวันบรรจงจูบปากโรสรินอย่างนุ่มนวล แต่ไม่นานทั้งคู่ก็ถอนริมฝีปากออกจากกันอย่างเก้อเขิน ตะวันคิดในใจว่าตัวเองทำอะไรลงไป ขณะที่โรสรินก็อดคิดไม่ได้ว่ายอมเขาได้ยังไง

สองคนไม่รู้จะทำยังไง หันหลังให้กันแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกันจนต่างฝ่ายต่างชะงัก...และยังไม่ทันจะพูดอะไร ก็ได้ยินเสียงแย้ตะโกนเรียกดังโหวกเหวกมา

“ลูกพี่...คุณโรส”

หนุ่มสาวหันไปเห็นแย้โบกมือไหวๆ แล้วหันมามองหน้ากันเอง อึ้งๆอายๆอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มังกร” หลอนหนัก ฝันถึงสาวสไบชุดแดงเรียกหา!

“มังกร” หลอนหนัก ฝันถึงสาวสไบชุดแดงเรียกหา!
9 ธ.ค. 2562 1
7:03 น.