ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ตะวันกับแย้มองซ้ายขวาหาทางหนี แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเพราะสมุนของเดชากำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

เดชายิงปืนขู่หลายนัดพร้อมตะโกนสั่งให้ตะวันโผล่หัวออกมา พอเห็นเงาความเคลื่อนไหวจากมุมหนึ่งก็เร่งสมุนให้กระจายกันโอบล้อม อย่าให้มันหนีไปได้

พวกเดชาไล่ล่าตะวันกับแย้อย่างกระชั้นชิด เพราะถ้าตะวันหลุดรอดไปได้พร้อมหลักฐาน  พวกตนเดือดร้อนแน่ และถ้าครั้งนี้กำจัดตะวันได้ก็เท่ากับเดชาหมดเสี้ยนหนามทางธุรกิจแล้วยังกำจัดศัตรูหัวใจของตนกับโรสรินได้อีกด้วย

ตะวันกับแย้วิ่งหนีไปท่ามกลางความมืดสลัวในป่า แย้ร่างกายอวบอ้วนทำให้ไม่คล่องตัว เหนื่อยหอบจนตะวันต้องช่วยพยุง เหตุนี้เองทำให้พวกเดชาไล่ตามมาทัน แล้วใช้ปืนยิงโทรศัพท์มือถือของตะวันที่ถ่ายคลิปหลักฐานการลักลอบตัดไม้ไว้จนแตกละเอียด

จากนั้นเดชาสั่งสมุนค้นตัวตะวันกับแย้ที่ถูกเตะต่อยล้มคว่ำอยู่กับพื้น เพียงครู่เดียวโทรศัพท์มือถือของแย้ก็ถูกทำลายอีกเครื่อง แถมมีดและปืนของตะวันก็ถูกล่ำกับแหลมริบเอาไว้ด้วย

เดชายิ้มอย่างเหนือกว่า ก้าวไปยืนค้ำร่างตะวันไว้ด้วยรอยยิ้มแสนสะใจ

“ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะฆ่าแกหรอก ต่างคนต่างอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว แต่แกยังแส่หาเรื่อง”

“ฉันทำเพื่อความถูกต้อง”

“เพื่ออะไรกันแน่ เพื่อแลกกับความตายต่างหากมั้ง ตะวัน...แกกับฉันรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ฉันรู้สึกเศร้านิดๆ ที่แกจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ลาก่อนเพื่อน”

เดชากำลังจะลั่นไก ตะวันไม่ยอมแพ้ พุ่งตัวออกไปกระแทกเดชาล้มลง ล่ำตั้งท่าจะยิงตะวันแต่โดนเขาเตะปืนในมือกระเด็นไป ส่วนแย้กระโดดชาร์จแหลมจนล้มกลิ้งไปด้วยกัน แต่ไม่มีใครขวางเดชาได้ เขาลุกพรวดขึ้นเล็งปืนใส่ตะวันที่สีหน้าช็อกสุดขีด ไร้หนทางสู้

แต่เกิดสิ่งไม่คาดฝันในพริบตา ตะวันรอดตายอย่างหวุดหวิดเพราะกระสุนปืนเดชาหมด สองหนุ่มชกต่อยกันชุลมุนวุ่นวาย ในขณะที่แหลมพยายามจัดการแย้ให้อยู่หมัด และพอมีจังหวะก็หันไปโยนมีดให้เดชาจัดการตะวัน

ตะวันสู้ยิบตา แต่สุดท้ายโดนคมมีดถากเข้าที่แขนเลือดไหล ตามด้วยแข้งของเดชาที่อัดเข้ามาจนตะวันคว่ำลงกับพื้น แต่เขายังฮึดสู้ กำดินที่พื้นปาใส่หน้าเดชาแล้วรัวหมัดใส่อีกหลายที จากนั้นหันไปช่วยแย้อัดแหลมกับล่ำจนล้มพับหมดสภาพ

“ไปแย้ รีบออกจากที่นี่” ตะวันหิ้วปีกแย้ออกไป

เดชาไม่เลิกรา ลุกขึ้นวิ่งนำหน้าสมุนไล่กวดตะวันกับแย้ไปแต่ไม่ทัน ได้แต่มองสองคนนั้นขึ้นรถจากไปอย่างรวดเร็ว เดชาทั้งเจ็บใจทั้งหัวเสีย คว้าปืนในมือสมุนมายิงขึ้นฟ้าหลายนัดระบายอารมณ์ ก่อนจะย้อนกลับมายังจุดตัดต้นไม้ สั่งบรรดาสมุนเก็บของให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือหลักฐาน

“เสร็จแล้วพวกแกหนีไปกบดานก่อน อย่าเพิ่งติดต่อฉัน ถ้ามีงานฉันจะเรียกอีกที...เร็ว เร่งมือ”

“เสี่ยครับ ถ้าไม่ส่งของเราเสียหายหลายล้านนะครับ”

“จริงด้วย”

ล่ำกับแหลมแสดงความเห็นทั้งที่ยังเจ็บและจุกกันไม่หาย กลายเป็นว่าทำให้เดชายิ่งโมโห ด่าลั่น

“ไอ้โง่!! จะรอให้ตำรวจแห่กันมารึไง”

“ตะวันมันจะกล้าบอกตำรวจได้ไง หลักฐานก็ไม่มี”

“แล้วไอ้ที่มันกองอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หลักฐานรึไง เก็บของให้หมดเดี๋ยวนี้”

ล่ำ แหลม และบรรดาลูกสมุนกุลีกุจอเก็บอุปกรณ์เครื่องมือตัดไม้เป็นการใหญ่ เดชาสีหน้าโมโหโกรธาตะวันเป็นที่สุด

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงไร่ ตะวันเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ที่มีอยู่ในรถแล้วกำชับแย้ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าที่พักว่าถ้าใครถามหายไปไหนมาให้บอกว่าไปกรุงเทพฯ กับตนแล้วมีเรื่องกับแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์

ส่วนเรื่องเดชาตะวันไม่แจ้งตำรวจเพราะไม่มีหลักฐาน และถ้าเดชาดิ้นหลุดทุกคนที่ไร่จะเดือดร้อน มันต้องราวีไม่เลิกแน่ แต่ยังไงเรื่องนี้ตนกัดไม่ปล่อยแน่

ขณะตะวันเดินผ่านหน้าบ้านพักโรสรินเห็นไฟในห้องยังเปิดสว่าง เขาบ่นงึมงำว่าป่านนี้ยังไม่นอนมัวทำอะไรอยู่ พลันโรสรินก็โผล่มาทางด้านหลังมีไม้ค้ำยันเพราะยังเดินไม่ถนัด เธอมองเขาอย่างจับผิด คาดคั้นว่าหายไปไหนมา ตะวันตอบเหมือนที่นัดแนะกับแย้ไว้แต่โรสรินยังไม่วายสงสัยเปรยว่าพูดเหมือนเขียนคริปต์

“ถ้าไม่เชื่อก็ช่วยอะไรไม่ได้” พูดแล้วตะวันจะเดินหนี โรสรินรีบดักหน้าบอกว่าทุกคนเป็นห่วงกันหมด เขาควรพูดความจริงว่าไปไหนมา “คุณไปนอนซะ ขาเป๋แล้วยังจะซ่า เจียมตัวซะมั่ง เจ็บอยู่แทนที่จะพักผ่อน เดี๋ยวก็ได้พิการตลอดชีวิต”

“แช่งเหรอ” เธอแว้ดใส่และทุบเข้าที่ต้นแขนเขาเบาๆ แต่เขากลับร้องลั่นเพราะเจ็บแผลที่โดนเดชาใช้มีดฟันมา “นั่นเลือดนี่ นายไปทำอะไรมากันแน่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”

โรสรินโวยวายเห็นเลือดซึมที่เสื้อสีขาวของตะวัน ชายหนุ่มหลบตาไม่อยากบอกความจริง แต่พอเธอพาเข้าไปทำแผลในบ้านก็หมดทางเลี่ยง จำต้องพูดความจริงว่าไปหาหลักฐานเพื่อจะจับเดชาเข้าคุก

“เดชาเป็นหัวหน้าขบวนการค้าไม้เถื่อน คนแถวนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเดชาเพราะกลัวอิทธิพลมืด คุณคงรู้เหตุผลแล้วใช่ไหมว่าทำไมผมถึงไม่อยากให้คุณยุ่งกับมัน”

“ฉันนึกว่านายกับเขาแค้นกันเพราะเรื่องส่วนตัว”

“ป่าไม้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร แต่เป็นเรื่องส่วนรวมของทุกคน ในเมื่อไม่มีใครกล้าเปิดโปงมัน ผมก็อยู่เฉยไม่ได้”

“นายมันบ้าที่เอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยง ไม่ห่วงทุกคนที่อยู่ข้างหลังนายรึไง”

“ห่วงสิ ถึงต้องพยายามเอาตัวรอดกลับมาให้ได้ไง”

เขามองตาเธออย่างสื่อความหมาย ถามว่าเป็นห่วงกันบ้างหรือเปล่า โรสรินปฏิเสธทั้งที่ความจริงก่อนหน้านี้ไหว้พระภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเขา โดยที่อึ่งกับอาทิตย์ก็แอบเห็น

โรสรินทำแผลเสร็จ ตะวันยังอ้อยอิ่งและอ้อนวอนให้เธอเช็ดตัว อ้างว่าอาบน้ำตอนดึกเดี๋ยวไม่สบาย หญิงสาวใจอ่อน ทำไปเขินไป ตะวันเลยยิ่งแกล้งด้วยการถอดเสื้อออกบอกว่าจะได้เช็ดตัวให้ทั่วถึง หรือจะให้ถอดกางเกงด้วย โรสรินร้องลั่นขอเช็ดแค่ครึ่งบนเท่านั้นพอ

ความใกล้ชิดทำให้ต่างคนต่างหวั่นไหว แต่สักพักตะวันก็ผล็อยหลับไปบนเตียงนอนของเธอ เจ้าของเลยต้องปูเสื่อนอนที่พื้น พอตะวันรู้สึกตัวจึงอุ้มเธอขึ้นมานอนบนเตียงก่อนที่ตัวเองจะออกจากห้องไปเงียบๆ

ooooooo

เช้าขึ้น ตะวันถูกสมาชิกในบ้านรุมเร้าถามว่าเมื่อคืนหายไปไหนมา ตะวันไม่ทันตั้งตัวตอบไม่ตรงกับแย้ว่าตนไปทำธุระที่กรุงเทพฯแล้วมีเรื่องกับพวกขี้เมา พอโดนทักท้วงก็เลยเอาตัวรอดว่าขี้เมาเป็นแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์

“แล้วไป ปู่ก็นึกว่าแกเข้าป่าไปหาหลักฐานจับเดชาเข้าคุกซะอีก”

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ”

“ดีแล้ว เพราะทุกคนจะเดือดร้อนกันไปหมด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า”

ฟังปู่ชาญแล้วตะวันหน้าเครียด น้ำค้างสังเกตเห็นจึงเดินตามไปคาดคั้นพี่ชายจนทราบความจริง แต่สัญญาว่าจะไม่บอกใคร แล้วเธอยังเล่าเรื่องที่อึ่งแอบเห็นโรสรินไหว้พระขอพรให้ตะวันปลอดภัย แสดงว่าเธอต้องห่วงเขามากๆ ตะวันดีใจแต่ทำเฉไฉเก็บอาการไม่ให้น้องสาวเห็น

หลังจากนั้นตะวันนำข้าวต้มร้อนๆไปให้โรสรินที่ยังนอนไม่ตื่น เขากระเซ้าเย้าแหย่เธออย่างอารมณ์ดี ให้เธอลองเดินให้ดูโดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำยัน ปรากฏว่าเธอไม่ค่อยเจ็บขาแล้ว

“ยาของหมอทัตดีจริงๆเลย สงสัยต้องเลี้ยงขอบคุณซะแล้ว นี่ถ้าไม่ได้คนเก่งๆอย่างหมอทัตช่วย จะหายรึเปล่าก็ไม่รู้ โอ๊ยหิวแล้ว กินเลยนะ เดี๋ยวค่อยแปรงฟันทีเดียว”

โรสรินเริงร่าแต่ตะวันกลับหน้าจ๋อย ไม่อยากได้ยินเธอพูดถึงหมอทัตเอาเสียเลย...

ที่บ้านปู่ชาญ ทุกคนสบายใจที่สองศรีพี่น้องพีระกับอุษาวดีกลับไปประชุมที่บริษัทตั้งแต่เช้า ตะวันมาสมทบ พูดคุยกันได้ครู่เดียวก็มีรถคันหรูแล่นมาจอด

ยุนอานั่นเอง เธอมาพบโรสรินเพราะมีธุระสำคัญมาก แย้เห็นยุนอาก็กระดี๊กระด๊าเพราะแอบชอบตั้งแต่เห็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ แต่เพราะครั้งนี้เธอมีธุระสำคัญจึงยังไม่ตอแย ปล่อยเธอไปพบโรสรินที่บ้านพักโดยมีตะวันตามมาด้วย

ยุนอาแปลกใจมากที่เห็นโรสรินทำงานบ้านราวกับนังแจ๋ว โรสรินนึกอายเหมือนกันแต่ทำกลบเกลื่อนให้เลขาของคุณปู่พูดธุระมา แต่ไม่ลืมไล่ตะวันออกไปก่อน ขอคุยกันแค่สองคนเท่านั้น

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ยุนอาเริ่มสาธยายว่าท่านประธานงานยุ่งมากปลีกตัวมาไม่ได้ก็เลยให้ตนมาเป็นธุระแทน ซึ่งเรื่องนี้โรสรินต้องตัดสินใจว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธ โรสรินสีหน้าสงสัย แต่พอได้ดูภาพการเดินแฟชั่นโชว์ต่างประเทศบนหน้าจอไอแพดของยุนอาก็ชื่นชอบอย่างเห็นได้ชัด

“นี่คือผลงานคุณพีช ดีไซเนอร์ชาวไทยที่กำลังดังเป็นพลุอยู่ในยุโรปค่ะ”

“พีช...ฉันนึกออกแล้ว ฉันเคยเจอเขาที่โรงแรมควีนโรสในงานเปิดตัวสินค้าอะไรสักอย่าง”

“ค่ะ คือตอนนี้คุณพีชกำลังจะเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ที่กรุงเทพฯ ก็เลยติดต่อมาที่ออร์แกไนซ์ของโรงแรมควีนโรสของเราให้ช่วยจัดแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ให้น่ะค่ะคุณโรส”

“เหรอ...แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันตรงไหน”

“พอดีคุณพีชมีความสนิทสนมกับท่านประธาน แล้วคุณพีชก็มีความประทับใจในตัวคุณโรสมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากให้คุณโรสมาเดินชุดฟินาเล่ให้

คุณโรสคนเดียวเท่านั้น ยุนอารับคำสั่งจากท่านประธานให้ทำหน้าที่คอยประสานงานให้ เพราะตอนนี้คุณพีชยังอยู่ที่แพรีส อ้อ คุณพีชออกแบบชุดมาเพื่อคุณโรสโดยเฉพาะเลยนะคะ”

“ทุกคนรู้อยู่ว่าฉันไปจากที่นี่ไม่ได้ ฉันจะเดินแบบให้ได้ยังไง”

“ค่ะ ท่านประธานได้บอกคุณพีชแล้วว่าถ้าอยากให้คุณโรสเดินแบบให้จริงๆ ก็คงต้องมาจัดแฟชั่นโชว์ที่ไร่ตะวัน ท่านประธานรู้ว่าการได้เดินแบบในงานแฟชั่นโชว์คือความฝันเล็กๆของคุณโรส ท่านก็เลยอยากให้คุณโรสตัดสินใจด้วยตัวเองน่ะค่ะ”

“น่าสนุกดี ตกลงฉันรับงานนี้”

“ยุนอาประสานงานจนกว่างานนี้จะสำเร็จเรียบร้อยนะคะ ขอลานะคะคุณโรส”

หลังจากยุนอากลับไปแล้ว โรสรินนำเรื่องไปบอกเล่าให้ตะวันฟังเพื่อขออนุญาตจัดงานที่นี่แต่เขาตอบปฏิเสธทันทีจนเธอหน้าจ๋อย

“ทำไมล่ะ ก็นายบอกให้ฉันหาทางอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข แล้วการที่ได้ทำอะไรแบบนี้มันก็คือความสุขของฉัน”

“แฟชั่นโชว์มันของเล่นของคนรวย แต่ตอนนี้คุณก็เหมือนชาวไร่ชาวสวนคนหนึ่ง ทำไมไม่หาความสุขจากตรงนี้ ดันกลับเข้าไปวงจรเดิมหาความสุขปลอมๆที่ไม่ได้ช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลงอะไรดีๆขึ้นได้เลย”

“แต่ถ้านายอนุญาต ฉันสัญญาว่าจะทำให้แฟชั่นโชว์นี้มีสาระ ไม่ใช่สนุกสนานอย่างเดียว”

“มีสาระ ตัวคุณยังไม่มีสาระเลย จะหาสาระจากไหน”

“เมื่อไหร่จะเลิกดูถูกฉันซะทีฮึนายตะวัน” โรสรินแสร้งตีหน้าเศร้า ตัดพ้อเสียงอ่อย “ทำให้คนเสียใจมีความสุขมากใช่มั้ย ฉันจะคิดจะทำอะไรมันดูปัญญาอ่อนไปทั้งหมดในสายตานายใช่มั้ย”

ตะวันนิ่งคิด แล้วหายไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาพร้อมกระดาษตารางการทำงานยาวเป็นหางว่าวให้โรสรินทำในวันนี้

“ฉันไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนะ ฉันทำไม่ได้ จะบ้าเหรอ”

“แต่ถ้าคุณทำได้ตามนี้ ผมจะยอมให้เพื่อนคุณจัดแฟชั่นโชว์ที่นี่ แล้วคุณอยากจะเดินแบบอะไรของคุณก็ตามใจ”

“จริงเหรอ” เธอคว้ากระดาษจากมือตะวันกลับคืนมาอ่านทวนอีกที

“แสดงให้เห็นหน่อยว่าคุณมุ่งมั่นแค่ไหน ถ้าทำไม่สำเร็จเราไม่ต้องคุยเรื่องนี้กันอีก” ตะวันสำทับแล้วเดินจากไป โรสรินยิ้มมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ จะพยายามทำให้สำเร็จจนได้

ตกเย็น ปู่ชาญรู้เรื่องก็ติงหลานชายว่าที่ผ่านมาเขาพยายามขัดเกลานิสัยโรสรินมาตลอด แต่นี่เหมือนผลักให้เธอกลับไปสู่โลกเดิมๆ ของเธอ ทำแบบนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลยต่างหาก แย้เห็นด้วย บอกว่าตะวันตามใจโรสรินทั้งที่แต่ก่อนชอบว่าคนอื่นตามใจ

“ใครว่าล่ะ ฉันก็แค่อยากให้รางวัลยัยโรสบ้าง แต่ยัยนั่นจะได้รางวัลรึเปล่าขึ้นอยู่กับเธอมีความพยายามมากแค่ไหน แล้วปู่ไม่ต้องห่วงว่าผมจะทำให้ยัยโรสเสียคน เพราะผมเปลี่ยนนางมารให้เป็นนางฟ้าได้แน่ๆ”

ตะวันกล่าวมั่นใจ...เช่นเดียวกันโรสรินที่มั่นใจว่าตัวเองต้องทำตามเงื่อนไขของตะวันให้จงได้ เธอทำงานสารพัดอย่างตั้งแต่เช้ายันเย็นโดยไม่หยุดพักกินข้าว ตะวันมาตามไปกินก็ไม่ยอม และเน้นย้ำให้เขารู้ว่าที่ตนทำงานทุกอย่างไม่ใช่ว่ายอมทำตามคำสั่งของเขา แต่เพราะคุณค่าในตัวเอง

ตะวันพอใจแต่ไม่แสดงออก เดินกลับไปเอาข้าวมาบังคับให้เธอกินก่อนที่จะเป็นลมไปเสียก่อน พอกินเสร็จโรสรินก็เร่งมือต่อ จนค่ำงานก็ยังไม่เสร็จ ตะวันแอบสังเกต–

การณ์ด้วยความเป็นห่วง เอายาทาแก้เคล็ดขัดยอกมาให้แล้วบอกให้หยุดพักแค่นี้ก่อน เพราะพรุ่งนี้ยังมีงานหนักให้ทำอีก ถ้าเธอทำทั้งหมดตามเงื่อนไขไม่ได้ ข้อตกลงของเราเป็นอันยกเลิก

ooooooo

โรสรินไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่! วันรุ่งขึ้นเธอทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง จนมาถึงงานสุดท้ายคือล้างคอกหมู ซึ่งเธอขยะแขยงเป็นที่สุด แต่ก็ต้องฝืนใจทำ พร่ำบอกตัวเองว่าหมูน่ารัก ขี้หมูก็น่ารัก...

ตะวันกับแย้เกาะติดการทำงานของโรสรินอย่างขำขัน บางช่วงตอแยเธอมากไปหน่อยก็เลยโดนเธอวีนเหวี่ยงไปบ้างเล็กน้อย เพราะเธอต้องสะกดใจเพื่องานสำคัญที่คาดหวังไว้

เสร็จงานสุดท้ายแล้วโรสรินได้ไฟเขียวจากตะวันให้จัดงานเดินแฟชั่นโชว์ โดยบอกเหตุผลที่แท้จริงว่าเขาไม่อยากให้เธอเดินแฟชั่น แต่ที่ยอมเพราะอยากเห็นเธอมีความสุข

“แต่สิ่งที่คุณกำลังจะทำ ผมก็อยากให้มันมีประโยชน์ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระบำเรอความฟุ้งเฟ้อ คุณคิดเองแล้วกันว่าจะทำยังไง”

“ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระเหรอ” โรสรินครุ่นคิด พอดี บ่ายนั้นยุนอาส่งชุดเสื้อผ้าหลายหลากแบบมาให้ดูทางไอโฟนของโรสริน ก่อนจะโทร.มาเล่าว่าตอนนี้คุณพีชกำลัง เดินทางมาเมืองไทย ยังไม่สะดวกคุยกับเธอ เลยส่งแบบเสื้อมาให้ดูก่อน ซึ่งทางเขากำชับด้วยว่าให้เธอฟิตหุ่นให้เริ่ด หน้าตาต้องเป๊ะรอถึงวันงาน

“เรื่องหน้ากับเรื่องหุ่นน่ะ ฉันโอเคอยู่แล้ว แต่ว่าฝากบอกดีไซเนอร์ด้วยว่าฉันอยากเปลี่ยนแบบผ้าใหม่ให้ใช้ผ้าไหมไทยทั้งหมด และธีมของงานนี้ต้องเกี่ยวข้องกับดอกไม้เท่านั้น”

น้ำค้างนั่งฟังอยู่ด้วย มองหน้าโรสรินอย่างคาดไม่ถึง ขณะที่ยุนอายังถือโทรศัพท์ค้างไปหลายวินาที

“ผ้าไหมไทย ธีมดอกไม้ เอ่อ คุณโรสขา...ทุกฝ่ายเขาดำเนินการของเขาหมดแล้ว อยู่ๆจะมาเปลี่ยน เกรงว่าจะไม่ได้นะคะ ถ้าจะเปลี่ยนแบบนี้ยุนอาว่าเปลี่ยนนางแบบง่ายกว่านะคะ”

“ไม่!! ฉันไม่ให้เปลี่ยน ฉันอยู่ของฉันดีๆ เธอมาชวนฉันจนฉันอยากทำงานนี้ แล้วถ้าฉันไม่ได้เดินแบบฝ่ายออแกไนซ์ทั้งหมดต้องตกงาน ฉันจะไล่ออกให้หมดเลย”

น้ำค้างท้วงโรสรินเบาๆว่าแรงไปหรือเปล่า?

“แค่นี้เหรอเรียกว่าแรง พี่ยังแรงได้มากกว่านี้” ว่าแล้วคุยโทรศัพท์กับยุนอาต่อ “ฉันอยากให้งานแฟชั่นมันมีสาระมากกว่าแค่โชว์ความสวยๆงามๆอย่างเดียว ฝากถามคุณพีชดีไซเนอร์ด้วยว่าไม่อยากนำเสนอเอกลักษณ์ของผ้าพื้นถิ่นและความงามของดอกไม้ไทยเหรอ คิดดูสิถ้านำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาโลกมันจะเท่แค่ไหน ส่วนเรื่องการตกแต่งเวทีฉันกับทางไร่ตะวันจะช่วยเอง”

“ที่คุณโรสพูดมันก็มีเหตุผลนะคะ แต่ว่างานเดินแฟชั่นอีกไม่กี่วันก็จะเริ่มแล้ว ถึงคุณพีชยอมออกแบบใหม่เพื่อคุณโรส แต่ด้วยเวลาคงไม่น่าจะทัน”

“มันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ยุนอา! เธอต้องทำให้ฉันเดินแบบผ้าไทยให้ได้ แล้วเจอกัน”

โรสรินตัดสายทันที ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะโต้เถียงยังไง น้ำค้างชูนิ้วโป้งว่าแจ๋วไปเลย โรสรินยิ้มกริ่มคาดหวัง จะให้ตะวันช่วยตกแต่งเวทีด้วยดอกไม้ไทย แต่พอเธอไปขอร้องเขากลับบอกว่า

“มันไม่ใช่งานของผม คุณอยากทำงานนี้ผมก็อนุญาตแล้ว คุณจะใช้ดอกไม้เท่าไหร่ก็ได้ จะให้คนงานช่วยกี่คนก็ได้ แต่คุณต้องทำเอง”

“ฉันออกแบบไม่เป็น งานตกแต่งประดับด้วยดอกไม้มันเป็นงานถนัดของนาย ขอแค่นี้ช่วยไม่ได้รึไง”

ตะวันยืนยันไม่ช่วย และแอบกระตุ้นโรสรินว่าอย่ากลืนน้ำลายตัวเอง ให้รักษาคำพูดที่เคยบอกว่าคนอย่างเธอไม่เคยยอมแพ้ เธอทำได้ทุกอย่าง...น้ำค้างรู้เห็นพี่ชายใจแข็งก็พลอยหนักใจไปกับโรสริน

ไม่ทันข้ามวัน มาลัยตั้งใจมาหาตะวันแต่โดนน้ำค้างสกัดเพราะตะวันขอร้อง มาลัยต่อปากต่อคำกับน้ำค้างครู่เดียวก็เดินดุ่ยไปทางบ้านพักโรสรินเพราะคิดว่าตะวันอาจอยู่แถวนี้ แต่กลายเป็นว่ามาเห็นโรสรินกับอึ่งกำลังซ้อมเดินแบบ ก็เลยเยาะหยันว่าแดดร้อนเกินไปเลยฟั่นเฟือนลุกขึ้นมาทำอะไรเพี้ยนๆ

โรสรินตอบโต้ว่าตนไม่ได้บ้า เธอนั่นแหละบ้า บ้าผู้ชาย...มาลัยโกรธแทบเต้น แต่พอได้ยินโรสรินกับอึ่งพูดเรื่องการเดินแฟชั่นที่สุดแสนอลังการที่นี่เร็วๆนี้ ถึงกับชะงัก ตาพองก๋าขึ้นมาทันทีทันใด

ooooooo

เดชายังคงเดินหน้าทำชั่วอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย วันเดียวกันนี้เขาไปที่ร้านซ่อมรถซึ่งเจ้าของแอบสั่งเลื่อยไฟฟ้าตัวใหม่มาขายให้

“เลื่อยตัวนี้เพิ่งนำเข้าจากเมืองนอก เป็นรุ่นที่ดีที่สุด ใช้เวลานิดเดียวรับรองป่าเหี้ยนเป็นแถบๆ แต่ราคาสูงหน่อยนะครับเสี่ย”

“เท่าไหร่ฉันก็สู้ ขอให้มันดีจริงก็แล้วกัน”

หลังจากตกลงราคากันเรียบร้อยแล้ว เดชากำชับให้อีกฝ่ายเอาของไปส่งให้ที่ไร่แล้วระวังตัวให้ดี ตอนนี้มีหมาลอบกัดจ้องเล่นงานตนอยู่...ครั้นออกจากร้านมาแล้ว ล่ำกับแหลมบอกเดชาว่าจะมัวปล่อยให้ตะวันแว้งกัดเราทำไม หาทางตัดไฟแต่ต้นลมชิงเก็บมันก่อนดีกว่า ครั้งที่แล้วมันทำเราเสียหายไปหลายล้าน

“แต่จะแน่ใจได้ไงว่าตำรวจจะสาวตัวไม่ถึงฉัน พวกแกไม่ต้องห่วง ถ้าถึงโอกาสเหมาะจริงๆ ฉันแก้แค้นมันแน่” เดชามาดหมาย สีหน้าเหี้ยมเกรียม...

เย็นนั้น แย้ขับรถพาน้ำค้างไปส่งดอกไม้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง น้ำค้างเข้าไปคนเดียวแล้วไปเจอหมอกิตติทัต เธอแวะทักทายก่อนจะมอบดอกไม้หนึ่งดอกให้เขาอย่างมีนัย แต่หมอกลับไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย แถมยังนำดอกไม้นั้นให้อุษาวดีที่นัดเขามากินข้าว

น้ำค้างไม่รู้เห็นเพราะมัวไปจัดการธุระของตน แต่พอออกมาขึ้นรถนึกได้ว่าลืมรับเงินค่าดอกไม้จึงย้อนกลับเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้เจอหมอกับอุษาวดีเต็มสองตา ตรงเข้าไปต่อว่าหมอเป็นการใหญ่

“นี่มันหมายความว่ายังไงคะ หมอทำแบบนี้ได้ยังไง”

“ใจเย็นๆก่อนนะน้ำค้าง” อุษาวดีห้ามทั้งที่งงๆ

“ทำไมหมอให้ดอกไม้คุณอุษาด้วย หมอเอาดอกไม้ของน้ำค้างให้คุณอุษาได้ยังไง”

แขกในร้านอาหารหันมองเป็นตาเดียว กิตติทัตลุกขึ้นจับมือน้ำค้างจูงออกไปคุยข้างนอก บอกว่าตนงงไปหมดแล้ว ถามหญิงสาวว่าเป็นอะไรกันแน่ คิดอะไรอยู่

“ต้องถามหมอมากกว่าว่าคิดอะไรอยู่”

“คุณอุษาอยากเลี้ยงตอบแทนที่หมอช่วยรักษาตอนที่เธอไม่สบาย”

“แล้วทำไมต้องให้ดอกไม้กัน”

“น้ำค้าง...หมอผิดอะไร หมอจะทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของหมอไม่ใช่เหรอ”

“ไม่คิดเลยว่าหมอจะทำกับน้ำค้างแบบนี้ ถ้าอยากจะรักจะชอบคนอื่นแล้วหมอชอบน้ำค้างทำไม ทำให้น้ำค้างมีความหวังเพื่ออะไร”

“ชอบน้ำค้างเหรอ...ฟังหมอให้ดีนะ หมอไม่เคยคิดอะไรกับน้ำค้างเลย หมอมองน้ำค้างเป็นน้องสาวที่น่ารักของหมอมาตลอด”

น้ำค้างช็อกมาก พูดทั้งน้ำตาว่ามีคนยืนยันกับตนว่าหมอชอบตน กิตติทัตถามว่าใคร จะมีใครรู้ดีกว่าใจหมอได้ยังไง...เพียงเท่านี้ น้ำค้างน้ำตาร่วงพรู รู้ตัวว่าโดนคนคนนั้นหลอกมาตลอด

“หมอเสียใจด้วยนะ น้ำค้างไม่โกรธหมอใช่ไหม”

“น้ำค้างตาสว่างแล้ว ขอโทษหมอที่น้ำค้างทำตัวไม่น่ารักนะคะ ขอโทษจริงๆ”

เธอร้องไห้วิ่งหนีออกไปทันที กิตติทัตมองตามด้วยความสงสาร พอแย้เห็นน้ำค้างร้องไห้มาก็ตกใจ ถามระรัวว่าใครทำอะไร ร้องไห้ทำไม น้ำค้างปฏิเสธทั้งที่ยังสะอื้นฮักๆว่าไม่ได้ร้อง แค่ฝุ่นเข้าตา

“ฝุ่นเข้าตา ไม่มั้ง เขื่อนแตกขนาดนี้”

“ก็บอกว่าฝุ่นเข้าตาก็เข้าตาสิ ไปได้แล้ว น้ำค้างอยากกลับบ้าน”

แย้ชะงักกึก ไม่กล้าตอแยอีก ทั้งที่งุนงงและเป็นห่วง อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!

ooooooo

กลับถึงไร่ สิ่งแรกที่น้ำค้างทำก็คือตบหน้าพีระหลายฉาดต่อหน้าโรสรินที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนพีระนั้นรู้แน่แก่ใจก็ต่อเมื่อได้ยินน้ำค้างสบถอย่างแค้นใจว่า

“ฉันเกลียดนาย!!”

ตะวันเดินมาเห็นตอนน้ำค้างตบหน้าพีระซ้ำอีกทีแล้ววิ่งร้องไห้น้ำตานองหน้าจากไป โดยที่พีระยังคงก้าวตามมาคว้ามือเธอไว้

“เดี๋ยวก่อน เรื่องหมอทัตใช่ไหม นี่เธอคงจะได้ข่าวอะไรผิดๆมาแน่ หมอทัตน่ะเขาบอกฉันว่าชอบเธอจริงๆนะ เธอต้องเชื่อฉันสิ”

“ล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นมันสนุกมากใช่ไหม” น้ำค้างสะบัดมือออก พีระยังแก้ตัวว่าตนไม่ได้โกหก เธอเลยแว้ดใส่อย่างเหลืออด “พอได้แล้ว แค่นี้ฉันก็รู้สึกทุเรศตัวเองมากพอแล้ว เห็นฉันโง่มากรึไง เห็นฉันเป็นตัวอะไร ฉันทำอะไรให้นาย นายถึงเอาความรู้สึกฉันเป็นของเล่น เอาความรักมาล้อเล่นกับฉันได้ยังไง”

พีระไม่กล้าสบตาเธอ แต่ยังพยายามจะแก้ตัวว่าเธอเข้าใจผิด เลยโดนเธอ

ด่าว่าเลว ยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า แล้วจะตบหน้าซ้ำแต่ตะวันเข้ามาคว้ามือน้องสาวเอาไว้

“ต่อไปนี้ ฉันไม่ใช่หุ่นที่นายจะชักจะเชิดได้ตามใจชอบอีกแล้ว” น้ำค้างตะโกนใส่หน้าพีระแล้ววิ่งกลับบ้าน เข้าห้องร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนตะวันชี้หน้าคาดโทษพีระก่อนจะตามมาปลอบน้องสาวและขอให้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น

เพียงเช้าวันใหม่ เรื่องนี้รู้ถึงหูปู่ชาญ พีระจึงโดนไล่ตะเพิดออกจากไร่โดย

ที่โรสรินก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่แล้วน้ำค้างกลับทำให้ทุกคนอึ้งไปตามกัน เธอให้พีระอยู่ต่อ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน!

น้ำค้างคิดแก้แค้นเอาคืนพีระด้วยการให้เขาเป็นคนงานในไร่ แต่ถ้าไม่รับข้อเสนอนี้ก็ไสหัวออกไปได้เลย แล้วถ้าเขาไม่อยู่ ตนสาบานเลยว่าจะทำให้ตะวันกับโรสรินรักกันให้ไวที่สุด

ปรากฏว่าพีระยอมทันทีเพราะรักโรสรินมาก น้ำค้างให้เขาเริ่มงานแรกที่แปลงนาท้ายไร่ โดยให้ใช้ควายไถนาทั้งที่พีระไม่เคยทำ นับเป็นการทรมานเขาได้สาสมที่สุด!

ด้านโรสรินที่ตรากตรำทำงานมาหลายวัน ค่ำนี้เธอรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวจึงมาขอยาจากตะวันและเผอิญได้เห็นเขาร่างแบบเวทีเดินแฟชั่นโชว์เอาไว้ แต่พอเธอซักไซ้ เขาก็แก้เก้อว่าแค่ออกแบบไว้เล่นๆ ไม่ได้จะช่วยอะไรเธอสักหน่อย

“โธ่เอ๊ย ใจอ่อนละซี้...แอบชอบฉันรึเปล่าเนี่ย แอบชอบฉันแน่ๆใช่ไหม”

โรสรินยิ้มระรื่น ถามอย่างไม่คิดอะไร แต่ทำเอาตะวันชะงักไปเลย

ชายหนุ่มพยายามเก็บอาการแต่ไม่มิด เดินไปหยิบขวดยามายื่นให้เธอ

“ไปกินยานอนได้แล้วไป” พูดจบก็ปิดโคมไฟที่โต๊ะทำงานแล้วเดินหนีทันที

“ถามเล่นๆแค่นี้ทำเสียอารมณ์ไปได้ เป็นบ้าอะไรเนี่ย” โรสรินเดินบ่นงึมงำจากไป ไม่รู้ว่าบัดนี้ตัวเองเข้าไปอยู่ในใจเขาเสียแล้ว...

ooooooo

หลายวันผ่านไป ยุนอามาพร้อมคุณพีช  ดีไซเนอร์ชื่อดัง หลังจากแนะนำตัวกันแล้วโรสรินก็ต้องเร่งตกแต่งเวทีให้สำเร็จตามแบบที่ตะวันร่างไว้ โดยมีแย้ อึ่ง และน้ำค้างคอยช่วยเหลือ ยกเว้นตะวันคนเดียวที่ใจแข็ง

แต่ความจริงตะวันคอยป้วนเปี้ยนดูความเรียบร้อยอยู่ตลอด เมื่อใดที่เกิดการผิดพลาดก็จะเข้ามาเตือนและสั่งให้ทำใหม่ จนงานสำเร็จลุล่วงสวยงามได้อย่างใจ

ส่วนพีระยังคงถูกน้ำค้างใช้งานไม่เว้นวัน เนื้อตัวปวดระบมไปหมดก็ต้องทน...ทนและทนมันลูกเดียว!

ด้านมาลัยซึ่งรู้เรื่องงานเดินแฟชั่นที่ไร่ตะวัน เธอเตรียมพร้อมสำหรับงานนี้เป็นพิเศษทั้งที่ไม่ได้รับเชิญ เช่นเดียวกับเดชาที่ทราบข่าวจากล่ำและแหลมที่แอบไปส่องกล้องสำรวจความเคลื่อนไหวภายในไร่ตะวันมา

“งานเดินแบบของคุณโรสใกล้จะเริ่มแล้วครับ”

“เสี่ยเดจะให้พวกผมทำอะไร สั่งมาได้เลย”

“แกสองคนไปแต่งตัวหล่อ เตรียมไปงานนี้พร้อมกับฉัน”

ล่ำกับแหลมมองหน้ากันอย่างงงงวย แล้วแหลมก็ถามขึ้นว่า

“เราจะเข้าไปทำอะไรกันครับเสี่ย ถ้าจะเก็บไอ้ตะวัน เราคอยซุ่มไม่ให้ใครรู้จะดีกว่า”

“ยัง...ฉันยังไม่อยากให้มันตายตอนนี้ แต่มันต้องตายทั้งเป็น!!”

เดชาเหยียดยิ้มร้ายกาจ จ้องจองล้างจองผลาญตะวันให้ถึงที่สุด

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น