ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อโรสรินรู้ว่าพีระกับอุษาวดีมีเรื่องด่วนต้องกลับไปก่อนโดยไม่ทันได้บอกกัน เธอตัดสินใจจะขับรถกลับเอง เธอลาปู่ชาญบอกว่าจะคุยกับปู่ณรงค์ให้เข้าใจเอง

ปู่ชาญยื่นโทรศัพท์ให้  บอกให้โทร.คุยกันต่อหน้าเลย อยากรู้เหมือนกันว่าปู่ณรงค์จะว่าอย่างไร โรสรินไม่รับโทรศัพท์ ปู่ชาญย้ำว่า

“ปู่จะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย หนูรู้ใช่ไหมถ้าละเมิดข้อตกลงที่ปู่ทำไว้กับปู่ของหนู จะเกิดอะไรขึ้น”

“จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นครับ ปู่จะหาว่าผมเป็นหลานอกตัญญูผมก็ยอม ครั้งนี้ผมขอที่จะไม่เชื่อปู่ หวังว่าปู่คงเข้าใจเหตุผลของเรานะครับ” ตะวันตอบแทน ปู่ยังพยายามหว่านล้อมอย่างจริงจังว่า

“แล้วแกกับหนูโรส เคยเข้าใจเหตุผลของปู่บ้างไหมว่ารักและหวังดีมากแค่ไหน นี่มันไม่ใช่เล่นขายของนะ นึกอยากจะเลิกข้อตกลงเมื่อไหร่ก็งุบงิบเอาเอง สองคน!!”

ตะวันตัดบท หันไปเร่งโรสรินว่าไปได้แล้ว ที่เหลือตนจัดการเอง เธอจึงลาปู่ชาญแล้วเดินออกไป ปู่เดินกลับไป ทุกคนเดินไปส่งเธอ เว้นแต่ตะวันที่ยืนเฉย น้ำค้างถามว่าไม่ไปส่งหรือ เขาตอบห้วนๆว่า “ไม่!! มีธุระต้องทำ”

ปู่ชาญถูกตะวันถามประชดว่าไม่ไปส่งว่าที่หลานสะใภ้หรือ ปู่ตอบอารมณ์ดีว่าจะไปส่งทำไม ไม่เกินห้านาทีเธอก็ต้องกลับมาแล้ว ไม่เชื่อก็คอยดู ปู่ยิ้มอย่างมีแผน

โรสรินสตาร์ตรถไม่ติด บอกแย้ให้ช่วยตามช่างให้ที ปรากฏว่าช่างที่เก่งที่สุดในไร่ตะวันคือปู่ชาญนั่นเอง

ปู่มาก้มๆเงยๆอยู่พักใหญ่ โรสรินร้อนใจถามว่าตนจะได้กลับก่อนค่ำไหม ปู่บอกว่าเกือบเสร็จแล้วอีกแป๊บเดียวเอง แต่พอผ่านไปแป๊บหนึ่ง ปู่ก็พูดอย่างโล่งใจ ว่า โอเค เสร็จเรียบร้อย โรสรินดีใจถามว่าเสร็จเรียบร้อย?

“พังเรียบร้อย” ปู่พูดหน้าตาเฉย แล้วชี้แจงว่า “ต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ สงสัยวันนี้หนูคงไม่ได้กลับแล้วล่ะ” พอโรสรินจะพูดอะไรอีก ก็ถูกปู่ขัดขึ้นว่า “รังเกียจที่นี่มากรึไง อยู่ต่ออีกสักวันสองวันไม่ได้หรือ ปู่เสียใจนะ”

ตะวันบอกว่าไม่ต้องหรอกเดี๋ยวตนจะไปส่งเองบอกโรสรินให้รอแป๊บเดียวแล้วเดินออกไป

ปู่ร้อนใจว่าคงเสียแผนแน่ พลันก็ร้องอย่างตกอกตกใจ...“เฮ้ยยย...วันนี้แล้วนี่หว่า!!” แล้วก็สั่งทุกคนให้รีบไปอาบน้ำแต่งตัวด่วน ตะวันสงสัยว่าปู่จะมาไม้ไหนอีก จะให้พวกตนออกไปไหน?

พอทุกคนแต่งตัวอย่างพร้อมออกงานมากันพร้อมหน้าแล้ว ปู่จึงเฉลยว่า วันนี้เป็นวันแต่งงานรอบที่ 3 ของเพื่อนปู่ เพื่อนบอกว่า งานนี้ถ้าปู่ไม่ไปก็ไม่ต้องมาเผาผีกันเลย โรสรินยืนเหวอถามว่าแล้วตนล่ะ

“กว่าปู่จะกลับก็คงอีกนาน นี่ก็แต่งกันข้ามจังหวัดด้วย หนูโรสกลับพรุ่งนี้แล้วกันนะลูก” พูดแล้วปู่ก็ต้อนทุกคนไปขึ้นรถตู้ออกไปเลย ทิ้งโรสรินยืนเหวอ พอได้สติก็ตะโกนให้กลับมาก่อน แต่รถตู้ก็แล่นออกไปแล้ว

ที่แผงขายผลไม้ในตลาดของมาลีกับมาลัย มีการเลี้ยงฉลองกันอย่างครื้นเครง เดชาเข้าไปถามว่าเลี้ยงฉลองอะไรกัน มาลีบอกว่าฉลองที่ต่อไปนี้ความรักของมาลัยจะไม่มีขวากหนามแล้ว เดชาทำหน้างงถามว่า หมายความว่ายังไง?

“ยัยคุณหนูหน้าวอกมันจะไปจากไร่ตะวันแล้ว” มาลัยบอก เดชาตกใจถามว่าจริงเหรอ “ฉันได้ยินจากคนงานไร่ตะวัน คราวนี้ไปแล้วไปลับไม่กลับมาด้วย” มาลัยดี๊ด๊าหน้าบานแล้วเฮฮาปาร์ตี้กันต่อ เดชาหน้าเครียด ล่ำเข้ามากระซิบถามว่า

“เอาไงดีครับเสี่ยเด?!!”

ooooooo

สายตาทุกคู่ในรถตู้มองปู่ชาญด้วยความสงสัย กดดันจนปู่อึดอัดทนไม่ไหวเลยทำเป็นถามติดตลกว่า มองอะไร ทำอย่างกับไม่เคยเห็นคนหล่อ

“ไม่ตลกเลยปู่” ตะวันพูดหน้านิ่ง

“โธ่เว้ย...เออ...ข้านี่แหละทำรถหนูโรสเขาพัง จะได้ไม่ต้องไปกรุงเทพฯ พอใจรึยัง”

จำเลยรุ่นลายครามสารภาพอย่างท้าทายเพราะรู้ว่าไม่มีใครทำอะไรได้  ตะวันซักต่อ  ถามว่าแล้วเรื่องงานแต่งเพื่อนรักปู่ล่ะ? ปู่ทำเสียงแข็งบอกว่า “อันนี้ไม่ได้โม้  ของจริงเว้ย เลิกจับผิดกันได้แล้ว”

แต่โชคไม่เข้าข้าง  เมื่อมือถือของน้ำค้างดังขึ้น  เป็นสายจากปู่ดำเพื่อนสนิทของปู่ชาญนั่นเอง  ปู่ชาญสั่งให้เอาโทรศัพท์มาจะคุยเอง  ตะวันรู้ทันจับปู่ชาญตรึงไว้กับที่แล้วคว้าโทรศัพท์ไปพูดเอง

“ปู่ดำครับ นี่พวกเรากำลังรีบไปงานปู่กันนะครับ...

หา!...ก็งานแต่งรอบสามของปู่ไง...อะไรนะ!...ไม่ได้แต่ง...ไม่ได้มีจัดงานอะไรเลยเหรอครับ!!”

ทุกคนมองขวับไปที่ปู่ชาญ  ปู่นั่งคอย่นจนแทบจะเหลือแต่หัววางอยู่บนบ่า แต่รุ่นลายครามระดับปู่รักษาอาการได้นิ่งบ่นงึมงำ “ไอ้บ้าเอ๊ย...ร้อยวันพันปีไม่โทร.มา ดั๊นนน...โทร.มาวันนี้!”

ตะวันยังคุยโทรศัพท์  บอกว่าถ้าปู่ชาญสะดวกแล้วจะโทร.กลับ วางสายแล้วสั่งเสียงเข้ม “ไอ้แย้!! กลับไร่!!!”

ปู่ชาญนั่งเงียบกริบ รู้ว่าทุกคนมองอยู่ก็ทำเป็นพูดตลกหน้าตาย “มองไรวะ...หล่อใช่ม้า...”

“ไม่ขำ!!!” ทุกคนพูดพร้อมกัน ปู่หันมองหน้าตะวันหัวเราะแหะๆอย่างญาติดีด้วย...

ooooooo

โรสรินนั่งเหงาๆกลัวๆอยู่หน้าบ้าน  ตามองเป๋งไปที่ถนนเข้าบ้านบ่นเบื่อๆ

“เมื่อไหร่จะกลับมาซะที  ทิ้งให้เราอยู่คนเดียวได้ยังไง...” แต่พอลุกขึ้นจะเข้าบ้าน แสงไฟหน้ารถก็สาดเข้ามาตามถนน เธอร้องดีใจ “กลับมาแล้ว!!”

กลายเป็นรถกระบะเข้ามาจอด  เธอเขม้นมอง เห็นเดชาลงจากรถ  เดินยิ้มเข้ามา  เขามองไปรอบๆ  ถามว่าทิ้งให้นางฟ้าแสนสวยของตนอยู่คนเดียวแบบนี้ได้ไง  เธอบอกว่าไปงานแต่งกันหมด ไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่

เดชาถามว่า  ได้ยินว่าเธอจะกลับกรุงเทพฯจริงหรือ เธอบอกว่าจริง  เดชาอึ้งไปถามว่าหมายความว่าตนจะไม่ได้เจอเธออีกใช่ไหม?

“คงงั้น  บางทีฉันอาจจะกลับอังกฤษก็ได้ ไม่มีธุระอะไรใช่ไหม  ฉันขอตัวแล้วกัน” พลางลุกจะเข้าบ้าน เดชาคว้ามือหมับ เธอมองขวับ เดชาเอ่ยเสียงอ่อนว่า

“ก่อนคุณจะกลับ ให้เกียรติไปเลี้ยงอำลากับผมได้ไหมครับ”

“ไม่ได้ แล้วก็ปล่อยมือฉันด้วย” เดชาปล่อยมือแต่ยังตื๊อขอให้ได้เลี้ยงส่งเธอ  ย้ำเตือนความจำว่าเธอยอมรับตนเป็นเพื่อนแล้วไม่ใช่หรือ หว่านล้อมว่าแค่เลี้ยง อำลา ดีกว่าที่เธอจะถูกทิ้งให้อยู่ในไร่เปลี่ยวคนเดียวอย่างนี้ มันอันตราย  แล้วอ้อน นะครับ  ผมขอร้อง  พอเห็นเธอนิ่ง คิดท่าทีอ่อนลง  เดชาแอบยิ้มอย่างมีแผนอะไรบางอย่าง

ooooooo

รถตู้ของไร่ตะวันกลับมาแล้ว...บ้านมืดสนิท เคาะประตูก็ไม่มีเสียงตอบรับ  ตะวันเปิดประตูพรวดเข้าไปเปิดไฟพึ่บ! ไม่มีใครอยู่ แต่กระเป๋าเดินทางยังอยู่

เรียกคนงานมาถามก็ไม่มีใครเห็นโรสริน  ตะวันเริ่มร้อนใจถามว่าแล้วมีใครเข้ามาที่ไร่หรือเปล่า  คนงานไม่รู้อีก

ปู่ชาญร้อนใจเดินบ่นงุ่นง่านว่าในไร่ก็ไม่อยู่  ดึกป่านนี้ไปไหนของเขา!  น้ำค้างติงว่าไปไหนไม่สำคัญแต่ออกไปกับใครนี่สิสำคัญกว่า! ทุกคนเลยยิ่งตึงเครียด

“โธ่เว้ย! ใครพาหนูโรสออกไปวะเนี่ย!!” ปู่สบถงุ่นง่าน

ooooooo

เดชาพาโรสรินไปห้องคาราโอเกะ วีไอพี ปล่อย ให้ล่ำกับแหลมร้องเพลงกัน ส่วนตัวเองพะเน้าพะนอ โรสรินที่นั่งเบื่อๆ

“ดื่มหน่อยไหมครับ เผื่อจะทำให้คุณสนุกขึ้น”

“ต่อให้อาบไวน์ทั้งถัง ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ฉันสนุกขึ้น เพราะว่ามัน...น่า-เบื่อ-มากกกก!!!!” เธอแผดเสียงจนทุกคนตกใจ เดชายื่นแก้วไวน์ให้อีก เธอถามว่าคิดจะมอม กันหรือ เดชายิ้มอย่างเป็นต่อถามว่าถ้าตนคิดจะทำอะไร เธอจริงๆ คิดหรือว่าจะรอด โรสรินเริ่มกลัวแต่เก็บอาการทำกล้าถาม “แล้วนายคิดจะทำอะไรฉัน”

“ผมพาคุณมาเลี้ยงอำลา ผมก็อยากเห็นคุณสนุก... จริงๆนะครับ...” พูดแล้วยื่นแก้วไวน์ให้อีก โรสรินจำต้องรับ เพื่อลดแรงกดดัน เดชายิ้ม มองเธอเหมือนลูกไก่ในกำมือ

โรสรินถูกมอมจนเมา พอเธอเมาเดชากลับต้อง เป็นฝ่ายขอให้พอ ขณะเดียวกันก็ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเธอ โรสรินหาทางเลี่ยงขอไปฉี่ เดชาจะประคองพาไป เธอเสียงเข้มว่า

“มีขา เดินเองได้...” ชี้หน้าปราม “อย่าตามมานะ!!” แล้วเดินเป๋ออกไป

แต่ไปเจอจิ๊กโก๋จับมือลวนลาม เธอสะบัดมือถาม “แกรู้ไหมฉันเป็นใคร ไอ้จิ๊กโก๋กระจอก!”

มันหัวเราะขำที่ถูกด่า หนึ่งในนั้นเดินเข้าหา “ปากจัด อย่างนี้ พี่ต้องจับมาจูบๆๆๆซะให้เข็ด” โรสรินตบหน้า มันฉาดหนึ่ง ถูกมันจับเหวี่ยงไปหัวกระแทกผนังอย่างแรง เธอร้องอย่างเจ็บปวด เอามือกุมหัวตาลอยจะล้ม แต่เดชา เข้ามาประคองไว้ทัน พอจิ๊กโก๋เห็นเดชาเท่านั้น มันตกใจสุดขีดยกมือไหว้ใส่ตีนหมาโกยแน่บไปเลย

“ลากไปสั่งสอนให้มันรู้ซะ!!” เดชาสั่งล่ำกับแหลม แล้วเขย่าตัวโรสรินในวงแขนที่หมดสติไปแล้ว...เดชาตัดสินใจอุ้มโรสรินออกไป

ooooooo

น้ำค้างเอาโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทร.บอกปู่ณรงค์เรื่องโรสรินหายตัวไป ปู่ชาญห้ามเสียงหลงบอกว่าให้ ปู่ณรงค์รู้ไม่ได้ ตะวันบอกว่าหลานสาวหายไปอย่างนี้ ยังไงก็ต้องบอกให้ทราบ

ปู่ชาญบอกว่าถึงรู้ปู่ณรงค์ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตะวันบอกให้น้ำค้างโทร.หาตำรวจ ปู่ชาญกระโจนเข้าแย่งโทรศัพท์ ไม่ให้โทร. กลัวเรื่องถึงปู่ณรงค์ ตะวันพูดอย่างเป็นห่วงโรสรินว่า “ความปลอดภัยของโรสต้องมาก่อนนะปู่”

ขณะนั้นเอง ที่หน้าบ้านมีเสียงร้องรำทำเพลงกันครึกครื้น ปู่ชะโงกดูบ่น “หมาที่ไหนมาเห่าหอนวะ!”

พวกมาลัยกับมาลีสองแม่ลูกตัวแสบนั่นเอง พากัน มาฉลองที่โรสรินจะไม่อยู่ ความรักของมาลัยจะได้สิ้นเสี้ยนหนาม

ตะวันเดินออกมาเห็นมาลัยกำลังเมาแอ๋ก็ไล่ให้กลับไปนอนเสียและอย่าทำตัวแบบนี้อีก มาลัยหาว่าตะวัน ใจร้ายกับตนเพราะรักโรสริน ถามว่าโรสรินอยู่ไหนจะไปตบ แย้บอกว่าไม่รู้โรสรินหายไปไหนกำลังหากันวุ่นอยู่

“ไม่อยู่เหรอ! ป่านนี้ยัยโรสคงลัลลามีความสุขไปแล้ว เผลอๆอาจจะขึ้นสวรรค์ไปแล้วก็ได้”

ตะวันเอะใจถามว่าเธอรู้หรือว่าโรสรินอยู่ที่ไหน มาลัยขอข้อแลกเปลี่ยน ตะวันให้บอกมาตนยอมทุกอย่าง มาลัยให้จูบตนแล้วจะบอกให้ว่าโรสรินอยู่ไหน ตะวันไม่ยอมจูบ ถูกปู่ชาญผลักเข้าไป  ปากเลยไปจุ๊บแก้มมาลัยพอดี๊พอดี ตะวันให้มาลัยบอกมาว่าโรสรินอยู่ไหน มาลัยบอก ทั้งที่ยังเคลิ้มว่า

“ที่จริงฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ฉันแค่บอกพี่เดชาว่ายัยโรส จะกลับกรุงเทพฯ พี่เดชาอาจพายัยโรสไปเที่ยวก่อนกลับก็ได้”

“ไอ้เดชา!!” ตะวันคำรามยิ่งเป็นห่วงที่โรสรินไปกับเดชา หว่านล้อม คาดคั้น กระทั่งขู่เข็ญว่าเดชาพาโรสรินไปไหนจนมาลัยบอกว่าเดชาชอบไปคาราโอเกะที่ไหน จึงพากันไป แต่พอไปถึงพนักงานบอกว่าเดชามากับหญิงสาวสวยจริง แต่เพิ่งกลับไปเมื่อครู่นี้เอง

“ป่านนี้คงกลับไปถึงไหนถึงไหนแล้วล่ะครับ ผู้หญิงเมาหลับคอพับคออ่อนซะขนาดนั้น” พนักงานพูดขำๆแต่ทำให้ทุกคนตึงเครียดยิ่งขึ้น

ooooooo

เดชาพาโรสรินไปที่บ้านเขาในไร่เดชา อ้างว่าพามาพักฟื้น บอกกับแหลมและล่ำที่ยุยงให้ฉวยโอกาสว่า ตนจะไม่ฉวยโอกาสกับผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด

เดชาใช้สายตาโลมเลียโรสรินที่นอนไม่ได้สติอยู่จนอดใจไม่ไหว แต่ขณะกำลังจะเลยเถิดนั้น พวกตะวันก็มาถึง แม้ไม่มีอาวุธ แต่ก็ต่อสู้กับล่ำ แหลมและลูกน้องของเดชาที่มาดักปากทาง จนสามารถตะลุยเข้าไปถึงบ้านเดชาได้

ตะวันถีบประตูเข้าไปในห้องนอน เป็นเวลาที่มันกำลังปลดกระดุมเสื้อโรสรินพอดี!

ตะวันต่อยและเตะเดชากระเด็น ระหว่างนั้น โรสรินรู้สึกตัวขึ้นมา ทั้งสองหันมอง เธอพยายามลุกขึ้น ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่อ่อนแรงจะทรุด ตะวันรีบเข้าประคองกอดเธอไว้ เดชามองอย่างแค้นใจ

เดชาชิงบอกว่า โรสรินถูกทำร้ายจนสลบตนจึงพาเธอมาที่นี่ ถ้าตนไม่ช่วยไว้ป่านนี้เธอคงเละไม่มีชิ้นดีแล้ว

“พอได้แล้ว จบกันแค่นี้เถอะ กลับได้แล้ว” โรสริน พยายามลุกเดินนำออกไป พวกตะวันเดินตามไป ท่ามกลางความเจ็บแค้นของเดชา

ส่วนมาลัยที่เป็นคนพาพวกตะวันมานั้น เจอเหตุการณ์แบบนี้ก็หายเมาเป็นปลิดทิ้ง ถูกเดชาขู่ว่า

“ฉันไม่คิดจะทำอะไรคุณโรสหรอก ก็แค่เสียดายโอกาสที่จะได้พัฒนาความสัมพันธ์ แต่ถ้าคราวหน้าไอ้ตะวันมันเข้ามาขัดขวางโอกาสนั้นอีกครั้งละก็...แกต้องรับผิดชอบ!!”

มาลัยยืนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

ooooooo

พีระกับอุษาวดีกลับไปเป่าหูปู่ณรงค์ใส่ไคล้ทางปู่ชาญว่าดูแลโรสรินไม่ดี กระทั่งทารุณปล่อยให้อดอยากต้องขุดมันขุดเผือกกินประทังชีวิตไปวันๆ

ปู่ณรงค์โกรธมาก บอกทั้งสองให้พอแล้ว ประกาศลั่นว่า

“งานนี้ไอ้ชาญกับฉัน มันต้องมีเคลียร์!”

ส่วนปู่ชาญฟังพวกแย้ที่ไปลุยบ้านเดชากลับมา ปู่บอกว่าเรื่องนี้มันไม่เคลียร์ ไม่เชื่อว่าเดชาจะพาโรสรินไปดูแลจริงๆ งานนี้ต้องเอากฎหมายมาเล่นงาน แย้ติงว่าพวกนี้เราต้องใช้กฎหมู่ อึ่งกับน้ำค้างสนับสนุนเต็มที่ แต่ตะวันกลับเสนอว่า

“ผมว่าให้เรื่องมันจบไปเถอะปู่ อย่างน้อยก็ไม่มีใครเป็นอันตราย”

“ถ้าเรื่องเมื่อคืนสรุปว่า จริงๆแล้วเดชาเป็นคนมอมยาพี่โรส พี่ตะวันจะให้เรื่องมันจบแบบนี้จริงๆ เหรอ” น้ำค้างติง

ตะวันจึงจะพาโรสรินไปหาหมอ เธอไม่ยอมไปตามเคย ยืนยันว่าเดชาไม่ได้ทำอะไรตน เขาเองต่างหากที่มีอคติกับเดชาเกินไป ตนจะไม่ไปไหนจะอยู่ที่นี่จนกว่าพีระจะมารับกลับบ้าน ตะวันไม่โต้ไม่กล่อม แต่จับแบกขึ้นบ่าเดินออกไปเลย

หมอกิตติทัตตรวจโรสรินเบื้องต้นแล้วบอกตะวันว่า

“ความดันปกติดี แต่นิสัยยังเหมือนเดิม”

“หมอครับ ตกลงที่คุณโรสสลบเป็นเพราะแอลกอฮอล์ หัวกระแทกหรือว่าโดนยาสลบกันแน่” ตะวันยังติดใจสงสัย หมอกิตติทัตจึงตรวจเลือดให้

กว่าจะเจาะเลือดไปตรวจได้ ทั้งหมอและตะวันก็ถึงกับเหงื่อแตกเพราะเธอทั้งแผดเสียงโวยวายไม่ยอมให้เจาะเลือด ทั้งร้องไห้ลั่นโรงพยาบาล พอเจาะเลือดไปได้ ตะวันบอกเธอว่า

“ถ้าผลออกมาว่าคุณไม่ได้โดนมอมยาก็แล้วไป แต่ถ้าใช่ล่ะก็...ผมไม่เอาไอ้เดชาไว้แน่!”

ความโกรธแค้นเดชาของตะวัน ทำให้โรสรินรับรู้ถึงความห่วงใยของเขา แต่ความขี้วีนเอาแต่ใจตัว เธอก็ยังโทษว่าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่มีแต่เรื่องเจ็บตัวตลอด ทำให้ตะวันรู้สึกตัวเองผิด ขอโทษที่ดูแลเธอไม่ดีพอ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของตะวันทำให้โรสรินแปลกใจเพราะนึกว่าจะโดนเขาด่าที่ตนไปกับเดชาเสียอีก

“ด่าในใจไปหมดแล้ว...อีกอย่าง คุณรอดจากเดชามาได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว”

ขณะนั้นเอง เดชา ล่ำ แหลม พากันเดินกร่างเข้ามามีกระเช้าของบำรุงมาเยี่ยมด้วย เดชาได้ยินตะวันพูดพอดี เข้ามาถึงก็ประชดว่า “ขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณตะวัน” ตะวันลุกประจันหน้าทันที โรสรินขอร้องอย่ามีเรื่องกันอีกเลย

“ผมไม่ได้มาหาเรื่องหรอกครับ พอดีรู้ว่าคุณมาหาหมอ ก็เลยตามมาหาด้วยความเป็นห่วง เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ”

“ฉันพายัยโรสมาตรวจเลือดว่าเมื่อคืนโดนแกวางยารึเปล่า” พูดแล้วมองเดชาอย่างจับผิด

“ฉันก็ยังคงเป็นคนเลวในสายตาแกไม่เคยเปลี่ยน แล้วถ้าผลออกมาไม่ใช่อย่างที่นายคิดล่ะ” เดชาท้าทาย

“ฉันยอมก้มหัวขอโทษนาย!”

พอดีพยาบาลเข้ามาบอกว่าหมอทัตให้ไปฟังผลเลือดได้แล้ว ทั้งหมดจึงพากันไปห้องตรวจ หมอกิตติทัตแจ้งว่า

“ไม่พบสารเสพติด ยากล่อมประสาท หรือยาสลบในเลือดของโรสริน”

เดชายิ้มสะใจ ขยับไปสะกิดตะวัน “เฮ้ย อย่ามัวแต่มึน สัญญาไว้ว่าไงจำได้ไหม!!”

ตะวันกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจตัดสินใจก้มหัว “ฉันขอโทษ” เดชาถือโอกาสนี้ทำคะแนนบอกโรสรินว่าถึงตนจะไม่ใช่คนดีนัก แต่กับเธอตนจะไม่มีวันทำเรื่องเลวๆแน่ ตะวันไม่รอให้โรสรินพูดอะไร คว้ามือเธอได้ก็ลากออกไปเลย

ooooooo

โรสรินถูกกระชากถลามาจนหน้าเกือบชนกัน เธอตะโกนให้ปล่อยตน ปล่อย!

“ทำไม??อยากไปอยู่กับไอ้เจ้าพ่อนั่นนักรึไง”

“เออ! ใช่!! ไปอยู่กับเจ้าพ่อก็ยังดีกว่าอยู่กับเจ้าของไร่ขี้อิจฉา ชอบหาเรื่องชาวบ้านอย่างนายก็แล้วกัน”

ตะวันฟังแล้วทั้งเจ็บทั้งจุก พูดอย่างผิดหวังว่า “ถ้ารู้ตั้งแต่แรก ผมคงจะไม่ต้องเป็นห่วงคุณขนาดนี้” เธอแว้ดถามว่า นายว่าไงน่ะ! ตะวันรู้สึกตัว วางฟอร์มตามเดิมตัดบทว่า “ช่างเถอะ ผมจะว่าอะไรมันก็เรื่องของผม”

“เออ! เหมือนกัน!! ต่อไปนี้ นายก็อย่ามายุ่งกับเรื่องของฉันอีก”

“อย่างกับอยากยุ่งนักนี่ ต่อไปนี้อยากจะทำอะไร อยากจะไปไหนกับใครก็เชิญ!”

“เออ!! ฉันไปแน่ ไปเร็วด้วย จะไปวันนี้ เดี๋ยวนี้เลย!!”

ทั้งคู่โต้เถียงกันไฟแล่บ แต่พอตะวันได้ยินเธอพูดประโยคสุดท้ายเขาถึงกับอึ้งพูดไม่ออก จนเมื่อโรส–รินเดินออกไป เขาคว้ามือไว้ถามว่าจะไปไหน เธอย้อนถามว่าความจำสั้นรึไงก็เพิ่งบอกเองว่าจะไปไหนก็ไป

ตะวันยืนมึน โรสรินด่าว่า นอกจากเขาจะความจำสั้นแล้วยังความจำเสื่อมด้วย ทบทวนข้อตกลงให้ฟังว่า

“นายคงลืมไปแล้วสิว่าถ้าฉันจัดการเรื่องกล้วยไม้ของนายเสร็จเมื่อไหร่ ฉันก็จะไปจากไร่ตะวันของนายทันที และตอนนี้ฉันก็จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น... ฉันก็จะไปจากนายเสียที!”

ตะวันอึ้ง มองหน้าเธออย่างใจหาย...

ooooooo

โรสรินเข้าไปในห้องแล็บเพาะกล้วยไม้ ดูกล้วยไม้ที่ตนเพาะกับมือเหมือนจะจำจดไว้เป็นครั้งสุดท้าย หยิบขวดหนึ่งขึ้นมามองอึ้งเมื่อเห็นกระดาษเขียนแปะไว้ว่า “โรสริน”

เมื่อตะวันมาตามให้เตรียมตัวเดินทาง เธอถามว่าเขาไม่ชอบตนและตนก็ทำลายกล้วยไม้สุดที่รักของเขา แล้วทำไมเขาจึงยังเอาชื่อตนมาตั้งเป็นชื่อพันธุ์กล้วยไม้ของเขาอีก

ตะวันไม่ตอบคำถาม แต่กลับย้อนถามเธอว่า แล้วอนุญาตหรือเปล่า โรสรินเกี่ยงให้เขาตอบก่อน ตะวันมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ตอบนิ่งๆ ด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน

“ระลึกถึง...ว่าครั้งหนึ่งคุณได้ทำให้ชีวิตเงียบๆ ของผมที่นี่มีสีสันขึ้นมาบ้าง...แต่ต่อไปนี้มันคงไม่มีอีกแล้ว”

โรสรินอึ้งถามอะไรไม่ออกอีก

ส่วนพวกแย้กับอึ่งก็วางแผนกันที่จะไม่ให้โรสรินกลับไป แย้ทำเป็นถูกผีเข้าชักตาตั้ง แต่พอตะวันกับ

โรสรินมาดูก็ดัดเสียงถามว่า

“ไหน!! นังคนไหนมันชื่อโรสริน”

โรสรินตกใจบอกตะวันว่าแย้ถูกผีเข้าให้ช่วยด้วย แย้โต้ทันทีว่า “ข้าไม่ใช่ผี! ข้าคือเจ้าแม่ตะเคียนทอง!”

ตะวันรู้สึกถึงความผิดปกติทันที เพราะที่ไร่ตนไม่มีตะเคียนทองแม้แต่ต้นเดียว แย้แก้ปัญหาได้ทัน ชี้มือไปที่ป่าบอกว่าตนมาจากป่าโน้น ตะวันถามว่า เจ้าแม่ต้องการอะไร แย้ชี้ไปที่โรสรินบอกว่า “นังคนนี้จะไปจากที่นี่ไม่ได้”

“ทำไมถึงไปไม่ได้ล่ะ ถ้าไปแล้วจะทำไม” โรสรินโผล่มาถามกลัวๆ กล้าๆ

“ถ้าคุณโรส...เอ๊ย...ถ้าเอ็งหนีไปชีวิตจะต้องถึงฆาต ชะตาชีวิตของเอ็งถูกกำหนดไว้แล้ว ทางเดียวที่จะช่วยชีวิตเอ็งได้ก็คือ เอ็งต้องอยู่ที่นี่ อยู่กับลูกพี่...เอ๊ย...กับไอ้ตะวันเท่านั้น”

เจ้าแม่แย้พูดถูกพูดผิด พิรุธเพียบ! โรสรินรู้สึกแปลกๆ แต่ตะวันส่ายหน้าแบบ...ชัดเลย!!

โรสรินถามอีกว่าให้อยู่กับตะวันหรือ อยู่ทำไม อึ่งตอบแทนเจ้าแม่ว่าอยู่เพื่อรักกัน อึ่งยํ้าให้โรสรินเชื่อที่เจ้าแม่ตะเคียนทองบอกเถิด แย้ทำเสียงเจ้าแม่ยํ้าว่า “ถ้าเอ็งไม่เชื่อข้า ชีวิตเอ็งจะต้องถึงฆาต ฮ่าๆๆ”

“ถ้าเจ้าแม่ออกจากร่าง ฉันจะซื้อเสื้อผ้าแพงๆ จากอังกฤษมาให้ หรือว่าจะเอารองเท้า นาฬิกา กระเป๋า รับรองว่าถ้ามีของพวกนี้ สาวทั้งอำเภอมองจนเหลียวหลังเลยล่ะ ว่าไง” โรสรินติดสินบนต่อรอง

“ถ้าข้าออกจากร่างไอ้อ้วนนี่ แล้วข้าจะได้ทุกอย่างที่พูดมาจริงหรือ”

“จริง!!”

สิ้นเสียงรับรองของโรสริน เจ้าแม่ก็ออกจากร่างแย้ทันที แย้ทำกระตุกแหง็กๆ ลงไปนอนฟุบ พอฟื้นขึ้นมาก็มองทุกคนงงๆ ถามว่า “แย้มาอยู่ที่นี่ได้ไง มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” โรสรินเซ็ง หันหลังเดินไปเลย

“อ้าว...คุณโรส แล้วกระเป๋า รองเท้า นาฬิกาล่ะ คุณโรสสสส...” แย้ร้องทวงของลั่น ถูกตะวันเบิ๊ดกะโหลกถามว่า

“มีอะไรจะสารภาพไหม”

แย้สารภาพทันที แต่โทษว่า “สองแสบให้แย้ทำแบบนี้ คุณโรสจะได้ไม่ต้องจากไร่ตะวัน อย่าเตะแย้นะ”

ตะวันส่ายหน้า ถอนใจ แล้วเดินตามโรสรินไป

อึ่งตามมาขอร้องโรสรินอย่าไปเลย โรสรินถามว่ามีเหตุผลอะไรดีๆ ที่จะให้ตนอยู่ต่อไหมล่ะ อึ่งบอกว่าเพราะอยากให้เธอกับตะวันรักกัน เป็นคำตอบที่ทำให้โรสรินหันสบตากับตะวันต่างมองกันนิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์

พลันก็สะดุ้งเมื่อเสียงแตรรถลั่นเข้ามาแบบยาวเหยียด ทุกคนหันมองพร้อม กันสงสัยว่าใครมา?

ooooooo

ปู่ชาญนั่นเอง! ปู่ลงจากรถก็สั่งแย้ให้ไปเอาปืนมา ในรถยังมีพีระกับอุษาวดีนั่งมาด้วย สองพี่น้องไม่เห็นโรสรินก็หาว่าใครเอาเธอไปซ่อน ปู่ชาญบอกว่า เราไม่เห็นโรสรินแสดงว่าเธอไม่อยากกลับ

ทันใดนั้น ตะวัน โรสริน เดินนำพวกเด็กๆออกมา พีระบอกทันทีว่าจะมารับเธอกลับบ้าน ถ้าลากันเสร็จก็ขึ้นรถรีบกลับเลย โรสรินลังเลนิดหนึ่ง แต่พอจะก้าวขึ้นรถ ปู่ชาญก็พรวดเข้าคว้ามือไว้ พูดเสียงเข้มเด็ดขาดว่า

“ไม่! ฉันไม่ยอมให้หนูโรสไปไหนทั้งนั้น!!!” พอโรสรินหยุด ปู่พูดขึงขัง “เมื่อไหร่จะเข้าใจเสียทีว่าหนูละเมิดสัญญาไม่ได้ ไอ้ณรงค์ปู่หนูไม่มีวันยอม!”

“เสียใจด้วยครับ คุณปู่ณรงค์ท่านรู้เรื่องนี้แล้ว” พีระพูดอย่างเป็นต่อ แถมเยาะเย้ยว่า “ท่านโกรธมากบอกงานนี้มีเคลียร์ ขอโทษที่ผมต้องบอกความจริงทุกอย่างว่า อยู่ที่นี่โรซี่ต้องเจอกับอะไรบ้าง พวกคุณดูแลโรซี่ไม่ได้ดีเท่าที่ท่านดูแล”

ตะวันจับมือปู่ออกจากโรสรินบอกปู่ให้ปล่อยเธอเสีย แล้วบอกโรสรินว่า เธอเป็นอิสระแล้ว

ทันใดนั้น มีรถหรูคันหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างแรงทุกคนชะงักหันมอง ปรากฏว่าปู่ณรงค์มา!

พอลงจากรถปู่ณรงค์เดินมาเผชิญหน้าปู่ชาญพูดหน้าเครียด

“ได้ข่าวว่าไร่ตะวันดูแลหลานฉันไม่ดีเหรอวะ”

ปู่ทั้งสองเข้าไปเคลียร์กันในบ้าน ปู่ณรงค์เสียงเข้มกับปู่ชาญว่า ตนส่งหลานมาให้ช่วยขัดเกลานิสัยไม่ได้ส่งมาเสี่ยงตาย ปู่ชาญชี้แจงว่ารู้อยู่ไม่ใช่หรือว่าอยู่ไร่ไม่ได้สุขสบายเหมือนอยู่คฤหาสน์

“ไม่สุขสบายกับเสี่ยงตายมันเหมือนกันที่ไหนวะ” ปู่ณรงค์เสียงดัง

โรสรินรอนานจนทนไม่ไหวเดินเข้ามาถามปู่ณรงค์ว่าจะกลับกันได้หรือยัง ปู่ณรงค์บอกว่ายังเคลียร์กับปู่ชาญไม่เสร็จ ปู่ชาญบอกปู่ณรงค์ว่า โรสรินอยู่ที่นี่นิสัยดีขึ้นตั้งเยอะ ถามตะวันว่าจริงไหม ตะวันเกี่ยงให้เจ้าตัวตอบเองดีกว่า เธอตอบทันทีว่า

“โรสไม่เคยเปลี่ยน โรสเคยบอกคุณปู่แล้วว่าไม่มีใครเปลี่ยนแปลงโรสได้”

ปู่ณรงค์ถามว่า หมายความว่าการมาอยู่ที่นี่เธอเห็นว่าไม่มีประโยชน์ โรสรินพยักหน้า ปู่ถามอีกว่า โรสพร้อมที่จะเดินทางจากไร่ตะวัน? เธอพยักหน้าอีกบอกว่าไม่มีเหตุผลต้องอยู่อีกแล้ว ปู่ณรงค์หันถามตะวันว่า เขายอมให้เธอไปโดยไม่คิดจะรั้งไว้อีกแล้วใช่ไหมตะวันนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า โรสรินมองเขาลุกพรวดขึ้นอย่างน้อยใจบอกปู่ณรงค์ว่า

“จบไหมคะปู่? ถ้างั้นเรารีบกลับกันเลยค่ะโรสไปรอ ที่รถนะคะ” พูดแล้วเดินออกไปเลย ปู่ณรงค์บอกปู่ชาญว่า

“ข้าหมดเรื่องที่จะเคลียร์กับเอ็งแล้ว” พูดแล้วก็ลุกเดินออกไปทันที มาถึงรถก็สั่งพีระให้ไปเดี๋ยวนี้เลย ปู่ชาญเดินตามมาถามว่าธุรกิจยุ่งนักรึไง จะรีบกลับไปไหน ปู่ณรงค์ตอบเสียงดังฟังชัดว่า “กลับโรงแรม ไปเตรียมจัดงานแต่งงาน!!” โรสรินตกใจถามว่างานแต่งของใคร? “จะงานใครได้ ก็งานโรสกับตะวันไงล่ะ”

ทุกคนที่เกี่ยวข้องช็อก พีระโวยวายว่าไม่ได้!โรสรินจะแต่งงานกับใครไม่ได้ โรสรินตัดพ้อว่านึกว่าปู่จะมาพากลับ

“ปู่แค่มาเคลียร์ว่า ทางไร่ตะวันยังคิดจะดูแลรับ ผิดชอบโรสหรือเปล่า แต่ถ้าโรสจะกลับก็เท่ากับยอมแต่งงาน สัญญาของปู่กับไอ้ชาญจบลงแล้ว!!” ปู่ณรงค์หันบอกปู่ชาญว่า “ฝั่งเอ็งเตรียมตัวให้พร้อม พร้อมแล้วให้ยกขันหมากไปเลย”

“โอเคเพื่อน” ปู่ชาญทำมือโอเคอย่างวัยรุ่น โรสรินบอกปู่ณรงค์ว่าตนยอมปู่มาครั้งหนึ่งแล้วจะไม่มีครั้งที่สองอีก ถูกปู่สั่งให้เงียบ ยืนยันจะจัดงานแต่งให้เร็วที่สุดไม่มีข้อยกเว้นใดๆทั้งสิ้น

ส่วนปู่ชาญก็เหล่ไปทางตะวันสั่ง “ตามนั้น!! ไปจดทะเบียนสมรสกันเดี๋ยวนี้เลยไหมหลานข้า”

ooooooo

โรสรินแผลงฤทธิ์กับปู่ณรงค์ ประกาศกร้าวว่าไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนใจตนได้

ปู่ตามใจ แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะต้องหาเงิน 100ล้านใช้หนี้ปู่ชาญแทนและต้องได้มาด้วยสองมือของเธอเองด้วยถามว่าทำได้ไหม โรสรินถึงกับช็อกกับเงื่อนไขที่เธอไม่มีทางเลือกเลย!

ส่วนปู่ชาญกับปู่ณรงค์ คุยกันอย่างเพื่อนเก่าเกลอ

รักด้วยความหวังว่าตะวันจะเปลี่ยนแปลงโรสรินได้ แต่ถ้าตะวันเกิดถอดใจขึ้นมา เรื่องหนี้สินก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะถ้าตะวันกับโรสรินรักกันขึ้นจริงๆ ต่อให้เงินท่วมฟ้าปู่ณรงค์ก็ไม่ต้องการ

สองปู่จับมือสัญญากันว่า ปู่ชาญจะไม่ส่งโรสรินกลับ และปู่ณรงค์ก็จะไม่รับโรสรินกลับถ้ายังไม่ครบปี

ตะวันรับรู้สัญญาของปู่ทั้งสอง คิดจะทำให้โรสรินอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อรักษาสัญญาของปู่ทั้งสอง

พีระแทบจะคลั่งเมื่อรู้ว่าโรสรินต้องอยู่ที่นี่ต่อไปประกาศว่าตนจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้พาโรสรินกลับไปด้วยกัน ส่วนงานที่กรุงเทพฯก็ให้อุษาวดีจัดการ ป้อยอน้องสาวว่า “เรื่องงานน้องแก้ปัญหาเก่งกว่าพี่ แต่เรื่องหัวใจพี่แก้ปัญหาเก่งกว่าน้อง”

ooooooo

เมื่อต้องอยู่ที่ไร่ตะวันต่อไป โรสรินคิดหนักหาทางที่จะอยู่อย่างเต็มใจไม่ใช่ต้องทนอยู่

“ไม่ว่ายังไง คุณก็ไปจากไร่ตะวันไม่ได้อีกแล้วแต่จะอยู่ที่นี่แบบไหนถึงจะไม่ต้องทนอยู่ มันอยู่ที่ตัวคุณตัดสินใจ แต่ถ้าถามผม ผมอยากให้คุณอยู่อย่างมีความสุข”

โรสรินคิดหนัก เฝ้าถามตัวเองว่าแล้วเราจะอยู่ยังไงให้มีความสุข...สงสัยต้องสะกดจิตตัวเองแล้วมั้ง...

ตะวันยังติดตามดูแลโรสรินอย่างใกล้ชิด เมื่อเธอเครียด คิดไม่ออกว่าจะอยู่อย่างไรให้มีความสุข เขาบอกว่า

“ถ้าคิดไม่ออก ให้ช่วยคิดไหมล่ะ ผมมีวิธี”

ตะวันพาเธอนั่งรถไปตามเส้นทางที่จะไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โรสรินถามว่าจะพาไปไหน เขาไม่ตอบ จนมาถึงหมู่บ้านในชนบทแห่งหนึ่ง พอจอดรถ พวกเด็กๆในหมู่บ้านก็กรูกันเข้ามาห้อมล้อมร้องบอกกันอย่างดีใจสุดว่า

“น้าตะวันมาแล้ว เฮ้...”

เด็กๆเข้ามาไหว้ตะวันอย่างน่ารัก ตะวันเอาลังขนมจากท้ายรถให้เด็กๆ บอกว่าเอาไปแบ่งๆกัน ให้อึ่งช่วยจัดการด้วย อึ่งให้เด็กๆ เข้าแถวให้เป็นระเบียบ อย่าแย่งกันเด็กพากันเข้าแถวยาวเหยียด

ระหว่างนั้น มีชาวบ้านแบกกระสอบข้าวโพดสดมาให้ บอกว่า

“ฝากให้ปู่ชาญด้วยนะ เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ หวานๆกรอบๆ เลยรับรอง”

“ขอบคุณครับ เยอะแบบนี้ ปีนึงจะกินหมดรึเปล่าก็ไม่รู้” ตะวันพูดขำๆ แล้วยกกระสอบข้าวโพดแบกไปไว้ที่รถ

โรสรินยืนมองบรรยากาศใหม่ๆนี้ อึ้งๆทึ่งๆแต่ก็อดหมั่นไส้ตะวันไม่ได้ที่ดูจะเป็นที่รักของชาวบ้านและเด็กๆมาก พูดลอยๆเมื่อเดินผ่านว่า

“ดูนายเป็นที่รักของคนที่นี่นะ”

“ผมกับปู่ช่วยให้ชาวบ้านที่นี่มีงานทำที่ไร่ตะวัน คนต่างจังหวัดน่ะต้องพึ่งพาอาศัยกันก็เป็นธรรมดา น้ำใจมีก็หยิบยื่นให้กันบ้าง”

ขณะนั้นเองเด็กๆที่ได้รับแจกขนมแล้ววิ่งมาถามตะวัน ว่าพาใครมาด้วย สวยเหมือนนางฟ้าเลย ตะวันแกล้ง หยอกเด็กแหย่โรสรินว่า “ใครบอก เนี่ยนางร้ายต่างหาก!!”โรสรินทำหน้าง้ำสั่งให้ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้

“ไม่ถอน เพราะผมว่าเด็กๆไม่เข้าใจผิดแน่ๆ”

“ตกลงนายพาฉันมาที่นี่ทำไม” โรสรินถามเสียงอ่อน

ตะวันมองหน้าเธอนิ่ง แล้วยิ้มอย่างมีแผน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ตูน" ยืนช็อกเจองูเห่าแผ่แม่เบี้ย "ยุ้ย" ออกโรงป้องเอาตัวเข้าขวาง

"ตูน" ยืนช็อกเจองูเห่าแผ่แม่เบี้ย "ยุ้ย" ออกโรงป้องเอาตัวเข้าขวาง
24 ม.ค. 2563
07:15 น.