กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อชาญรู้เรื่องนี้จากณรงค์ก็ตกใจเช่นกัน ไม่คิดไม่ฝันว่าคุณหนูโรสจะยอมทำงานเป็นแม่บ้านในโรงแรม แถมแข็งขันทำตลอดทั้งวันไม่หยุดหย่อน ไม่ต่างจากตะวันเลยที่ทำงานในไร่ตั้งแต่เช้ายันมืด ทำตัวเองให้ยุ่งเข้าไว้เพื่อจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดเรื่องอื่น

สองคุณ ปู่ทราบดีว่าหลานๆของพวกตนรู้สึกดีต่อกันแต่เพราะมีเรื่องมาลัยเข้ามาแทรก ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดรอยร้าว ชาญจึงคิดหาวิธีที่จะทำให้โรสรินรู้ความจริงและปรับความเข้าใจกับตะวัน ก็พอดีมาลัยกับมาลีหอบกระเป๋าเสื้อผ้าจะเข้ามาอยู่ในบ้านฐานะเมียของตะวัน

สอง แม่ลูกต้องการความรับผิดชอบ แต่ก่อนหน้านี้พวกเธอทำทีไปขอให้เดชาเป็นตัวช่วยเพราะรู้ว่าเขากับตะวันไม่ ค่อยถูกกัน แต่เดชาไม่เล่นด้วย เพราะกำลังยุ่งเรื่องตำรวจเจอไม้เถื่อนของตนที่ตัดไว้ที่ชายป่า

เมื่อ ตะวันได้ยินมาลัยพูดถึงเดชา ถามว่าไปหาเขาทำไม หรือว่าจะไปบอกเรื่องโรสรินกลับกรุงเทพฯ มาลัยอึกๆอักๆ แล้วนึกได้พูดเรื่องตำรวจจับไม้เถื่อนของเดชาให้ตะวันฟัง

ตะวันผลุน ผลันออกไปทันที ไปสมทบกับตำรวจแล้วชี้จุดซ่อนไม้เถื่อน เดชากับสมุนไม่ยอมมอบตัว ต่อสู้กับตำรวจและตะวันจนเกือบพลาดท่าถูกจับถ้าไม่มีสมุนคนหนึ่งขับรถเข้ามา รับเดชาหนีไปได้อย่างหวุดหวิด...เดชาแค้นตะวันมาก แต่ยังไม่มีเวลาคิดบัญชี เพราะตอนนี้เขาต้องหาแหล่งกบดานที่ไหนสักแห่งก่อน

ส่วนที่โรงแรม ควีนโรสของณรงค์...พีระเพิ่งมารู้เห็นว่าโรสรินทำงานเป็นแม่บ้าน ไม่เข้าใจตะวันทำอะไรถึงทำให้เธอเปลี่ยนไปขนาดนี้ แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงชวนเธอไปเที่ยวไกลๆสักสองสามเดือนจะได้สบายใจ แต่เธอพูดโพล่งว่าไม่ไปไหนทั้งนั้น!

ที่ร้านกาแฟบ่ายวันนั้น กิตติทัตนัดเจออุษาวดีเพื่อเอาตุ๊กตาหมีที่ได้จากพีระมาฝากไปคืน อุษาวดีแปลกใจเพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน ซ้ำไม่รู้ด้วยว่าพีระไปหลอกหมอเกี่ยวกับเธอไว้ยังไงบ้าง จนกระทั่งกลับถึงบ้านเอาตุ๊กตามาให้พี่ชาย แล้วคาดคั้นความจริงกันจนหมดเปลือก!

หลังจากนั้น อุษาวดีโทร.หากิตติทัตเพื่อขอโทษแทนพี่ชายที่หลอกหมอว่าตนชอบเขา หมอบอกกลับมาว่าไม่เป็นไรแต่ความจริงในใจแสนเศร้าอย่างบอกไม่ถูก เพราะรู้สึกรักชอบอุษาวดีไปแล้ว...

ทางด้านมาลัยกับมาลีที่หอบ สัมภาระตั้งใจมาอยู่บ้านตะวัน แต่ตะวันผลุนผลันออกไปเรื่องเดชา พวกปู่ชาญจึงต้องรับหน้าก่อนจะวางแผนทำดีกับสองแม่ลูกเพื่อให้ได้หลักฐานเอา ไปยืนยันกับโรสรินว่าตะวันไม่มีอะไรเกินเลยกับมาลัย

คืนนั้นสองแม่ ลูกถูกแย้มอมเหล้าเมามายแล้วเผลอพูดความจริงว่าพวกตนโปะยาสลบตะวันแล้วจัด ฉากว่าเขาได้เสียกับมาลัย ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะตะวันสลบไสลไม่ได้สติด้วยฤทธิ์ยา

แย้ให้อึ่งแอบถ่ายคลิปเอาไว้แล้วเปิดให้สองแม่ลูกดูในเช้าวันถัดมา พอจนด้วยหลักฐานทั้งคู่ก็เลยด่ากราดทุกคนว่ารวมหัวกันแกล้งพวกตน

“ก็น้ากับมาลัยอยากมาหลอกพี่ตะวันก่อนทำไม”

“ฉันกับมาลัยไม่ได้หลอก”

“แล้วไอ้หมาตัวไหนมันสารภาพออกมาจนหมดวะ” ปู่ชาญพูดโพล่ง...มาลัยอึ้งแล้วร้องไห้โฮออกมา

“โถๆๆลูกแม่ แม่จะทวงความยุติธรรมคืนให้กับลูกเอง แม่จะให้สังคมตัดสินเรื่องนี้”

“น้ามาลีจะทำอะไร”

มาลีหันไปจ้องตะวันอย่างไม่กลัว “แจ้งความจับเอ็งข้อหาข่มขืนลูกสาวข้า”

ปู่ชาญท้าทายให้ไปแจ้งเลย ตนก็จะได้แจ้งความกลับว่าสองแม่ลูกบุกรุกบ้านตน มาลีเถียงว่าบุกรุกที่ไหน เขาเป็นคนเชิญตนเข้ามาเอง

“ไอ้แย้...เอ็งเห็นข้าเชื้อเชิญมันสองคนเข้ามาเหรอวะ”

“ไม่เห็นเลยจ้ะปู่”

“ข้าว ของของเอ็งอยู่ในบ้านข้า หลักฐานมีให้เห็น ส่วนเอ็งไม่มีหลักฐาน มีแต่คำพูด แล้วเอ็งคิดว่าตำรวจจะเชื่อข้าหรือเอ็งมากกว่ากัน ข้าทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ไอ้ตะวันพ้นมลทิน ถ้าเอ็งสองคนฉลาดก็ควรจะล้มเลิกความตั้งใจ และออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ”

มาลี กับมาลัยหน้าซีดหน้าเสียไม่กล้าหืออีก ได้แต่เก็บความโกรธแค้นไว้ในใจ พากันกลับไปพร้อมคำอาฆาตลับหลังทุกคนว่า คิดเหรอว่าแค่นี้จะกำจัดพวกตนได้ สักวันตนจะกลับมาเอาคืน!

ooooooo

แล้วคลิปคำสารภาพความจริง ของมาลีกับมาลัยก็ถูกตะวันส่งเข้ามือถือโรสรินในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่จังหวะนั้นเธอฝากมือถือไว้กับพีระเพราะตัวเองต้องไปล้างกาแฟที่หกรด กระโปรง พีระจึงลบคลิปนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปค่อนข้างนานโรสริน ยังไม่โทร.กลับมา พวกปู่ชาญพากันสงสัย แล้วจะให้ตะวันส่งซ้ำไปอีกครั้งเผื่อเธอยังไม่ได้เปิดดู แต่หลานชายปฏิเสธเพราะคิดว่าเธอไม่สนใจมากกว่า

ปู่ชาญขัดใจคว้ามือ ถือตะวันมากดจะส่งเองแต่เพราะทำไม่เป็นเลยกดมั่วไปโดนปุ่มลบทิ้ง หลักฐานชิ้นสำคัญเลยหายวับในพริบตา ปู่ตกใจรีบขอโทษหลานชายเป็นการใหญ่ ขณะที่น้ำค้างช่วยปลอบใจพี่ชายอย่าเพิ่งท้อ แนะนำให้เขาไปหาโรสรินจะดีกว่า ผ่านมาสองสามวันเธอน่าจะใจเย็นลงแล้ว ทุกคนเห็นด้วย แต่ตะวันยังเกี่ยงว่าเธอเกลียดตน เธอไม่มีทางให้อภัยตนแน่

“แค่เขา บอกว่าเกลียด ก็ท้อซะแล้วเหรอวะ คนเราเกลียดกันได้ ก็เลิกเกลียดได้ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่ที่เอ็งว่าจะทำให้หนูโรสเลิกเกลียดเอ็งได้ไหม”

“ในเมื่อเขาไม่เชื่อใจผม ต่อให้ทำยังไงเขาก็ไม่เชื่อ”

“เอ็ง ยังไม่ทันได้ลอง แล้วจะรู้ได้ยังไง ข้าล่ะเบื่อไอ้พวกชอบคิดไปเอง ถามใจตัวเองให้ดีว่าชีวิตเอ็งขาดหนูโรสได้รึเปล่า ถ้าคำตอบคือไม่ได้ เอ็งก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้หนูโรสมอบหัวใจให้กับเอ็ง”

ปู่ชาญพูดทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป ตะวันหน้าเครียดคิดหนัก น้ำค้างมองอย่างเห็นใจ...

ค่ำ นั้น พีระเล่าเรื่องคลิปสองแม่ลูกให้อุษาวดีฟัง ซึ่งเป็นสาเหตุให้โรสรินตัดสินใจกลับกรุงเทพฯเพราะเข้าใจว่าตะวันกับมาลัย นอนด้วยกัน

“พี่เห็นคลิปที่ตะวันส่งมา เป็นคลิปสารภาพบาปของสองแม่ลูกนั่น โชคดีที่พี่เห็นก่อน พี่ก็เลยลบทิ้ง”

“แสดงว่าโรสยังไม่เห็น”

“ไม่เห็น และไม่มีวันได้เห็น นั่นเท่ากับว่าโรซี่จะเข้าใจตะวันผิดไปตลอดชีวิต เฮอะๆๆ ฉลาดจริงๆเลยเรา”

พีระหัวเราะอย่างมีความสุข อุษาวดีแอบดีใจลึกๆ เพราะเท่ากับเธอยังมีความหวังในตัวตะวัน

ooooooo

ตะวัน เก็บคำพูดของปู่มาครุ่นคิดก่อนตัดสินใจเดินทางไปหาโรสรินที่กรุงเทพฯ สร้างความตื่นเต้นยินดีให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก แย้จะไปด้วยเพราะอยากเจอยุนอา แต่ปู่ชาญไม่อนุญาต

ตะวันไปถึงโรงแรม ควีนโรสในฐานะลูกค้า เข้าพักแล้วระบุให้โรสรินมาดูแล เพราะเธอยังทำงานเป็นแม่บ้าน โรสรินเห็นตะวันก็ตกใจ ถามเขาว่ามาทำไม

“ผมมาใช้บริการของทางโรงแรม ก็ต้องเป็นลูกค้าสิครับ มันน่างงตรงไหน”

“มันน่างงตรงที่คนอย่างนายเนี่ยเหรอจะยอมออกจากไร่ตะวัน ทั้งๆที่เมื่อก่อนหัวเด็ดตีนขาดยังไงนายก็ไม่มีวันออกมา”

“ไร่ตะวันไม่ต้องมีผมก็อยู่ได้ แต่ถ้าผมไม่มีคนบางคน ผมคงอยู่ไม่ได้”

โรส รินอึ้ง รู้ว่าตะวันหมายถึงเธอ จึงเปลี่ยนเรื่องส่งผ้าขนหนูกับน้ำที่เขาขอไว้ แล้วหันกลับออกไปทำงานต่อ ตะวันมองตามแววตาไม่ย่อท้อ ย้ำกับตัวเองว่า...มาถึงนี่แล้วตนไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก

ตอนบ่าย โรสรินต้องเข้ามาในห้องพักตะวันอีกครั้งเพราะเขาระบุต้องเป็นเธอคนเดียว เท่านั้น โรสรินหน้าหงิกเข้ามาถามตะวันว่า คิดจะแกล้งกันเหรอ?

“ผมไม่ได้แกล้ง ผมรู้จักแต่คุณ ผมไม่ไว้ใจคนอื่น”

“จะให้ฉันทำอะไร”

ตะวัน อมยิ้ม เดินไปชี้ที่กระจกแต่งตัวบอกว่ามีรอยเปื้อน โรสรินจัดการเช็ดให้แล้วกลับออกมาได้ครู่เดียวก็ได้รับแจ้งจากคุณศรีหัวหน้า แม่บ้านอีกว่าแขกห้องเดิมให้เธอเอาน้ำแข็งไปให้

โรสรินปฏิบัติตามทั้งที่เริ่มจะจี๊ด ถามตะวันตรงๆว่าทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่ วันนี้ทั้งวันตนไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย

“ไม่ ได้ต้องการอะไรจริงๆ เชื่อสิ” ว่าแล้วตะวันเดินมาที่เตียงนอนบอกเธอว่าผ้าปูเตียงหลุดออกมา โรสรินจัดการให้แต่กว่าจะเรียบตึงถูกใจตะวันก็เล่นเอาเหนื่อยแทบลิ้นห้อย ออกไปบ่นกับตัวเองว่าถ้าตนยังทำงานตำแหน่งแม่บ้านตะวันต้องเรียกใช้ตลอดเวลา แน่

ไม่นานจากนั้น เธอเข้าไปพบปู่ณรงค์ในห้องทำงาน พอดีปู่มีเรื่องอยากคุยกับเธอด้วยเหมือนกัน

“ให้โรสพูดเรื่องของโรสก่อนค่ะ โรสอยากขอเปลี่ยนงาน โรสไม่อยากเป็นแม่บ้าน คุณปู่จะอนุญาตไหมคะ”

ณรงค์ดีใจที่เป็นไปตามแผนที่ร่วมมือกับตะวัน แต่ไม่แสดงออกให้เป็นพิรุธ

“อนุญาตสิ ก็นี่แหละเรื่องที่ปู่จะพูดกับโรส ปู่มีตำแหน่งใหม่ให้โรสทำแล้ว”

“ขอบคุณค่ะปู่”

“ไม่อยากรู้เหรอว่าตำแหน่งอะไร”

“ตำแหน่ง อะไร โรสก็ทำได้ทั้งนั้นค่ะ” เธอดีใจเดินยิ้มออกไป แต่ปู่ณรงค์สีหน้าไม่สบายใจ กังวลว่าถ้าหลานสาวรู้ว่าต้องทำงานกับตะวันแล้วยังจะอยากทำอยู่ไหม?

ถอด ชุดแม่บ้านออกได้สักพัก โรสรินถูกยุนอาตามตัวมาพบปู่อีกครั้งโดยไม่รู้ว่าตะวันในชุดสูทหล่อเหลานั่ง อยู่ก่อนแล้ว พอเห็นเข้าก็อดตะลึงในลุคใหม่ของเขาไม่ได้ แต่จะให้เขาออกไปก่อนเพราะต้องการคุยกับปู่สองคน

“ตะวันออกไปไม่ได้ เพราะตะวันจะเข้ามาทำงานในตำแหน่ง Organizer manager ให้กับทางโรงแรมของเรา”

โรสรินตกใจ ถามว่าปู่กับตะวันคิดจะทำอะไร แล้วที่ปู่พูดมามันตำแหน่งอะไรกันตนไม่เคยได้ยินมาก่อน

“เรียก ง่ายๆก็คือฝ่ายจัดการ ตะวันจะมาช่วยดูแลเกี่ยวกับการจัดการในโรงแรมของเรา เช่น การจัดดอกไม้ในงาน การออกแบบตกแต่งสถานที่ อะไรแบบเนี้ย และตำแหน่งที่ปู่บอกว่าจะให้โรสทำก็คือตำแหน่งผู้ช่วยตะวัน”

“ทำไมปู่ไม่บอกโรสก่อนว่าตำแหน่งที่ปู่จะให้โรสทำคือตำแหน่งนี้”

“ปู่ถามหนูแล้ว หนูบอกว่าตำแหน่งอะไรหนูก็ทำได้...จำได้ไหม”

หญิง สาวทำหน้าไม่ถูก หันมองตะวันอย่างหัวเสีย แล้วหันกลับมาบอกปู่ว่าตนขอคุยกับปู่แค่สองคน...หลังจากตะวันกลับออกไป โรสรินพูดกับปู่ตรงๆว่า

“ปู่คิดว่าทำแบบนี้แล้วโรสจะอภัยให้ตะวันง่ายๆ เหรอคะ”

“ปู่ ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยนะโรส ปู่เห็นตะวันเป็นคนมีความสามารถ ถึงขอยืมตัวมาช่วยงาน ปู่สาบานก็ได้เอ้า ว่าปู่พูดความจริง” ณรงค์แอบทำมืออุ๊บอิ๊บข้างหลังแต่หลานสาวไม่รู้เห็น...

สรุปว่าโรส รินยืนยันไม่ทำงานตำแหน่งผู้ช่วยของตะวัน ณรงค์กลุ้มใจ พูดกับตะวันลับหลังหลานสาวว่าตนจนปัญญาไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แต่ตะวันกลับไม่มีท่าทีหนักใจ บอกว่าตนรู้แล้วว่าต้องทำยังไงโรสรินถึงจะตกลง

ตะวันเผชิญหน้าโรสริน แกล้งยั่วยุด้วยการถามเธอว่าที่ปฏิเสธไม่ทำงานร่วมกับตนเพราะกลัวหรือเปล่า

“คนอย่างฉันเนี่ยนะกลัว เฮอะ!! ไม่มีทางซะละ”

“ถ้าไม่กลัวทำไมถึงไม่ทำ อ๋อๆๆ รู้แล้วคุณกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ให้ตกหลุมรักผมไม่ไหว ถ้าเราได้ใกล้ชิดกันอีกครั้งใช่ไหม”

หญิงสาวหน้าถอดสี รีบปฏิเสธ “แหวะ...หลงตัวเอง ฉันไม่ได้นึกรักนายซักนิด”

“งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับผม”

โรส รินชะงักกึก แล้วที่สุดก็ตกปากรับคำเพราะอยากเอาชนะ พอพวกน้ำค้างรู้จากตะวันโทร.มาส่งข่าวต่างพากันดีใจ อย่างน้อยตะวันกับโรสรินก็ได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง ซึ่งปู่ชาญหวังว่าจะไม่มีเรื่องร้ายๆอะไรอีกแล้ว...

ooooooo

หลังจากตกปากรับคำตะวันไปแล้ว โรสรินอดหงุดหงิดโมโหตัวเองไม่ได้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปเห็นกิตติทัตเดินยิ้มเผล่เข้ามา

ทันทีที่กิตติทัตรู้ว่าตะวันมาทำงานที่โรงแรมก็หัวเราะชอบใจราวกับฟังเรื่องตลก

“นายหัวเราะอะไร”

“ไม่นึกว่าคุณตะวันจะตื๊อเก่งขนาดนี้ นี่แสดงว่าเขารักโรสจริงๆ”

“เขาไม่ได้รักฉัน เขามาเพราะเรื่องงาน ว่าแต่หมู่นี้มากรุงเทพฯบ่อยจังนะ”

“ทัตว่าจะย้ายกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯแล้ว วันก่อนที่ทัตมาที่นี่ทัตเจออาจารย์ เขาชวนให้มาทำงานที่โรงพยาบาลเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ”

“นี่เป็นข่าวดีที่สุดตั้งแต่โรสกลับมา”

สอง คนจับมือกันแสดงความดีใจ ทันใดนั้นพีระเดินมาเข้ามาเห็น อารมณ์หึงหวงพลุ่งพล่านเดินเข้าแทรกกลางพูดจาเสียมารยาทกับหมอก่อนขอคุยกัน เป็นการส่วนตัว

เมื่ออยู่กันสองคน พีระใส่อารมณ์กับหมอหาว่าเขาคิดจะเอาคืนตนใช่ไหม กิตติทัตไม่เข้าใจว่าเอาคืนเรื่องอะไร

“เรื่องที่ผมหลอกหมอเรื่องยัยอุษ หมอก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับโรซี่ แล้วหมอมายุ่งกับโรซี่ของผมทำไม”

“ผมบริสุทธิ์ใจกับโรส ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าเพื่อน”

“ไอ้ที่พูดออกมา หมอแน่ใจ?”

กิตติทัตชกเปรี้ยงเข้าที่ปากพีระแล้วสำทับว่า “ถ้าไม่ให้เกียรติผมก็ควรให้เกียรติโรสรินบ้าง และที่สำคัญผมไม่ใช่คนชอบหลอกคนอื่นเหมือนกับคุณ”

“หมอด่าผมเหรอ”

“ผมพูดความจริง ถ้าคุณรักโรสคุณก็ควรพิสูจน์ให้โรสเห็น ไม่ใช่คอยกันคนนั้นคนนี้ไม่ให้เข้าใกล้โรสเพราะสุดท้ายถึงคุณจะไม่เหลือคู่แข่ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าโรสรินจะหันมารักคุณ”

พีระโกรธจัดชกหน้าหมอเต็มหมัดจนเขาปากแตกเลือดซึม โรสรินตกใจวิ่งเข้ามาต่อว่าพีระก่อนจะประคองกิตติทัต จังหวะนี้ตะวันผ่านมาเห็น เดินเข้ามาเรียกโรสริน... พีระตะลึง ถามตะวันว่าทำไมมาอยู่ที่นี่

“ผมทำงานที่โรงแรมนี้...หมดเวลาสนุก ไปทำงานได้แล้ว” ตะวันดึงแขนโรสรินจะพาออกไป พีระรีบขวางถามว่าจะพาโรสรินไปไหน แต่พอได้ฟังคำตอบจากตะวันก็ยิ่งอึ้งงงไปกันใหญ่ “โรสรินเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผม ผมไปไหน โรสรินก็ต้องไปด้วย”

ตะวันพาโรสรินออกไปแล้ว ทิ้งพีระยืนเหวอ ฮึดฮัดขัดใจที่ศัตรูหัวใจไม่หมดสักที!

ooooooo

โรสรินถูกตะวันบังคับให้ออกไปข้างนอกด้วยกันโดยเอางานมาอ้าง ส่วนพีระหัวเสียกลับไปออฟฟิศตัวเอง บ่นให้อุษาวดีฟังเรื่องตะวันมาทำงานที่โรงแรมควีนโรสและมีโรสรินเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ตนเกรงว่าความใกล้ชิดจะทำให้ทั้งคู่ตกลงปลงใจกันขึ้นมา ดังนั้นต้องรีบหาทางตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

พีระโทร.ไปหาน้ำค้างสั่งให้บอกตะวันกลับไร่เดี๋ยวนี้ เพราะนายนั่นกำลังทำให้โรสรินยุ่งยากใจ น้ำค้างยืนกรานไม่บอกและยอกย้อนว่าคนที่ทำให้โรสรินยุ่งยากใจคือเขาต่างหาก...พีระอ้าปากจะเถียงแต่น้ำค้างวางสายไปเสียก่อน จากนั้นหญิงสาวมาบ่นให้พวกปู่ชาญฟัง ก่อนลงความเห็นกันว่าตะวันลุยคนเดียวไม่ได้แล้ว ต้องใช้ตัวช่วยเพื่อที่เขาจะได้ปรับความเข้าใจกับโรสรินเร็วขึ้น และเด็กชายอาทิตย์ก็คือตัวช่วยคนสำคัญ

ตะวันพาโรสรินไปที่ร้านอาหาร ทำทีพูดคุยเรื่องงานก่อนจะโยงเข้าเรื่องส่วนตัวจนฝ่ายหญิงเริ่มหวั่นไหว แล้วยิ่งอึ้งไปกันใหญ่เมื่อเขาเซอร์ไพรส์ด้วยการขอทางร้านร้องเพลงบอกรักเธอแถมด้วยมอบกุหลาบ 15 ดอกแทนความหมายว่าเขารู้สึกเสียใจจริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอจะอภัยให้เขาได้ไหม

ปรากฏว่าโรสรินไม่ใจอ่อน บอกเขาว่าเรื่องบางเรื่องก็อภัยยาก...อุษาวดีจับตามองอยู่ตลอดเพราะเธอพาลูกค้ามาเลี้ยงอาหารที่ร้านเดียวกันนี้ เมื่อเห็นตะวันกับโรสรินลุกออกจากร้าน เธอรีบบอกลาลูกค้าแล้วเดินตามคนทั้งคู่ออกไป แต่ทำทีเป็นการเจอกันโดยบังเอิญ

โรสรินกำลังต้องการหนีหน้าตะวันจึงวานอุษาวดีพาไปส่งบ้าน ระหว่างทางอุษาวดีพูดหยั่งเชิงว่าโรสรินกับตะวันดูแปลกๆ เหมือนแฟนทะเลาะกัน

“ฉันกับเขาไม่ใช่แฟนกัน และไม่มีวันเป็นด้วย”

“ดีแล้วที่เธอคิดได้ เพราะคุณตะวันมีมาลัยอยู่แล้วทั้งคน และเท่าที่ฉันสังเกต ฉันว่าคุณตะวันกับมาลัยดูจะลึกซึ้งกันอยู่” อุษาวดีตอกย้ำเพื่อให้รสรินไม่ใจอ่อนอภัยให้ตะวัน แล้วมันก็ได้ผล เพราะโรสรินเชื่อในสิ่งที่เธอพูด ถึงกับเก็บเอาไปนอนครุ่นคิดและบอกตัวเองว่าอย่าใจอ่อน จำไว้ว่าเขาทำอะไรไว้กับตนเอง...

เพื่อไม่ให้ตัวเองใจอ่อนกับตะวัน วันรุ่งขึ้นโรสรินไปทำงานที่โรงแรมจึงใช้พีระเป็นโล่กำบัง แต่แล้วน้ำค้างกับแย้พาอาทิตย์มาพบเธอ โดยวางแผนให้อาทิตย์อ้อนโรสรินพาไปเที่ยวแล้วลากเอาตะวันไปด้วยเพื่อให้สองคนใกล้ชิดและปรับความเข้าใจกัน แต่ไม่ง่ายอย่างใจคิดเพราะพีระติดสอยห้อยตามไปด้วย

งานกร่อยอย่างแรงส์!! พีระพยายามแทรกกลางระหว่างตะวันกับโรสรินตลอด น้ำค้างเลยต้องวางแผนด้วยการดึงพีระออกจากกลุ่มไปเข้าคิวซื้อน้ำที่แถวยาวเหยียด เพื่อถ่วงเวลาให้สองคนนั้นได้อยู่ด้วยกัน ส่วนอาทิตย์ก็คอยพูดจาเป็นกาวใจ แต่แล้วอาทิตย์เกิดพลัดหลงกับตะวันและโรสรินในห้างสรรพสินค้า โรสรินเป็นห่วงและเฝ้าโทษตัวเองดูแลอาทิตย์ไม่ดี ตะวันจึงมีโอกาสใกล้ชิดปลอบโยนเธอก่อนจะช่วยกันตามหาเด็กชาย

โชคดีที่อาทิตย์เดินไปเจอน้ำค้างกับพีระ น้ำค้างกำลังปวดท้องเพราะโรคกระเพาะกำเริบ พีระดูแลเธออย่างดี จึงได้รับคำขอบคุณจากเธอจนทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาอย่างประหลาด

เมื่อทุกคนกลับมาเจอกันครบแล้ว พวกน้ำค้างจึงบอกลาตะวันกับโรสรินกลับไร่ในเย็นนั้น ตกกลางคืนตะวันโทร.หาน้ำค้างบอกให้รู้ตนยังไม่ได้คุยเรื่องคลิปกับโรสริน แต่คิดว่าเธอคงยังไม่เห็น

“ถ้างั้นก็แย่น่ะสิคะ คลิปก็ถูกลบไปแล้วด้วย แล้วแบบนี้จะทำยังไงให้พี่โรสเชื่อว่าพี่เป็นผู้บริสุทธิ์”

“พี่จะใช้ความจริงใจทำให้โรสรินกลับมาเชื่อใจพี่อีกครั้งให้ได้”

“น้ำค้างจะเอาใจช่วยค่ะ แต่อย่าปล่อยไว้นานนะคะ บอกตามตรงน้ำค้างไม่ไว้ใจนายพีระนั่นเลย”

จริงดังคำน้ำค้าง เพราะเวลานี้พีระกำลังบอกน้องสาวว่านับจากวันนี้ไปพี่จะไม่ตามตื๊อโรสริน แต่พี่จะทำให้เธอเห็นว่าพี่เป็นสุภาพบุรุษที่สามารถปกป้องดูแลเธอได้ แล้วสักวันเธอจะต้องรักพี่

“แล้วเธอก็ต้องช่วยพี่ ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนพี่ คอยจับตาดูโรสกับตะวัน”

“ค่ะ อุษาจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด” อุษาวดียิ้มพราย มีแผนบางอย่างในใจ...

ooooooo

เพียงเช้าวันถัดมา อุษาวดีก็มาพบตะวันที่โรงแรม ทำทีมาปรึกษาเรื่องการจัดงานขอบคุณลูกค้า ซึ่งปกติเธอจ้างบริษัทออร์กาไนซ์ แต่ปีนี้ทางบริษัทอยากประหยัดงบ เธอจึงต้องจัดการด้วยตัวเอง แต่เพราะความไม่ถนัดเลยอยากขอให้ตะวันช่วย

“สบายมากครับ ผมถนัดเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ว่าแต่คุณอุษามีไอเดียหรือยังว่าจะจัดงานยังไง”

“ยังไม่มีเลยค่ะ” อุษาวดีลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ ช่องทางใกล้ชิดตะวันมาถึงแล้ว!

หลังจากพูดคุยเรื่องงานกันเรียบร้อย ตะวันเดินออกมาส่งเธอ ระหว่างนี้อุษาวดีแสร้งทักถามเขาว่าไม่สบายหรือเปล่าหน้าตาดูอิดโรย

“นอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ”

“เพราะโรสใช่ไหมคะ”

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนยอมรับ อุษาวดีได้ทีทำเป็นพูดหยั่งเชิง

“บางครั้งอุษาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับสิ่งที่โรสทำหรอกนะคะ ทั้งๆที่คุณตะวันส่งคลิปที่มาลัยสารภาพความจริงมาให้โรสดูแล้ว โรสก็ควรจะอภัยให้คุณ”

“โรสรินเห็นคลิป?”

“ค่ะ โรสยังเอามาให้อุษาดูเลย”

“แล้วทำไมเขาถึงทำเหมือนไม่รู้เรื่อง”

“คงเป็นเพราะ...” เธอเว้นวรรคพลางตีสีหน้าลำบากใจ แล้วบอกว่าไม่พูดดีกว่า

“คุณอุษาพูดมาเถอะครับ ไม่มีอะไรที่ผมรับไม่ได้”

“ตอนนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณตะวันมีอะไรกับมาลัยจริงหรือไม่จริง แต่มันอยู่ที่ว่าโรสไม่ต้องการเจอคุณอีกแล้วต่างหาก โรสเคยบอกว่าคุณทำให้เธอยุ่งวุ่นวาย เธอต้องการกลับมาใช้ชีวิตตามเดิม”

ตะวันแทบล้มทั้งยืน อุษาวดีลุ้นเหมือนกันว่าตะวันจะเชื่อหรือไม่ แล้วก็สมดังใจเมื่อโรสรินเดินมาทักแล้วตะวันมีท่าทีโกรธเคืองเดินดุ่มหนีไป

โรสรินข้องใจว่าเขาเป็นอะไร ตามมาซักถามแต่กลับโดนเขาย้อนเข้าให้ว่าเขาต่างหากที่ต้องถามเธอ เธอโกหกเขาทำไม

“ฉันโกหกนายเรื่องอะไร”

“เลิกทำเป็นไม่รู้ซักที ผมรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว คุณต้องการให้ผมไปจากชีวิตคุณมากขนาดนี้เลยเหรอ ตอบผมมาสิโรสริน...ตอบผมมา” ตะวันกระชากแขนสองข้างของเธออย่างระงับความเสียใจไม่อยู่

“ฉันไม่เข้าใจที่นายพูด ปล่อยฉันไปได้แล้ว”

“ตกลง...ผมจะปล่อยคุณไป ผมมันโง่เองที่คิดว่าเรา...ช่างมันเถอะ ลาก่อนโรสริน”

โรสรินงงเป็นไก่ตาแตก...ตะวันหันหลังจากไปด้วยความเสียใจ แล้วโทร.เล่าให้น้ำค้างฟัง ก่อนสรุปว่าตนจะไปจากชีวิตโรสรินจะกลับไร่โดยเร็วที่สุด  น้ำค้างไม่เห็นด้วย ตัดสินใจโทร.ขอความช่วยเหลือจากปู่ณรงค์

ณรงค์กำลังคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่ต้องการให้โรงแรมควีนโรสจัดงานแต่งงานหลานสาว...พอฟังเรื่องราวจากน้ำค้างจึงตอบตกลงเพื่อนไป จากนั้นเรียกตะวันกับโรสรินมาพบในห้องทำงาน

“ที่ปู่เรียกเธอสองคนเข้ามาเพราะปู่อยากให้เธอสองคนช่วยกันจัดงานแต่งงานให้กับหลานสาวของเพื่อนปู่ งานนี้ห้ามปฏิเสธ ปู่รับปากเขาไปแล้ว และงานจะมีขึ้นอาทิตย์หน้า”

“ผมทำไม่ได้ครับ คุณปู่หาคนอื่นแทนเถอะ”

“ถือว่าปู่ขอร้อง ช่วยปู่ก่อนเถอะ ปู่หาใครไม่ทันจริงๆ”

ตะวันปฏิเสธไม่ออก รับปากจะช่วยแต่ถ้างานเสร็จเมื่อไหร่ตนจะกลับไร่ทันที...โรสรินฟังแล้วชะงัก มองตะวันอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

บุกกอง “Teeใครทีมันส์” เผือกเรื่องลับ “นาย, จีน่า, อเล็กซ์, โม” ใน “เผือกร้อน..ตอนบ่าย”

บุกกอง “Teeใครทีมันส์” เผือกเรื่องลับ “นาย, จีน่า, อเล็กซ์, โม” ใน “เผือกร้อน..ตอนบ่าย”
13 ธ.ค. 2562
10:01 น.