ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

โรสริน หรือโรส หลานสาวสุดสวย จอมเหวี่ยงไม่เลือกหน้าของณรงค์ เจ้าของโรงแรมควีนโรสถึงกับปรี๊ดแตกกลางที่ประชุมกรรมการบริหารของโรงแรม เมื่อรู้ว่าปู่ของตัวเองจะไม่ยอมมอบตำแหน่งประธานบริหารโรงแรมให้ จนกว่าเธอจะได้ฝึกงานตั้งแต่ระดับล่างขึ้นมาเสียก่อน เธอให้โอกาสปู่เปลี่ยนใจ แต่เขายืนยันคำเดิม

“คุณปู่รู้ตัวไหมว่านี่คือครั้งแรกในชีวิตที่คุณปู่กล้าขัดใจโรส”

“ก็เพื่อตัวโรสเอง โรสคือความหวังของปู่ แต่โรสจะไม่มีวันแบกรับความรับผิดชอบนี้ได้ ถ้าโรสไม่มีประสบการณ์ไม่เคยทำงานหนัก ไม่รู้จัก ไม่เคยสัมผัสงานทุกขั้นตอน ทุกแผนกของโรงแรมเรา”

คุณหนูจอมเหวี่ยงขู่ ถ้าขืนให้ตนเองทำงานในตำแหน่งแม่บ้านประจำโรงแรมจะกลับอังกฤษและจะไม่กลับมาที่นี่อีก แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างหัวเสีย...

บรรดาพนักงานของโรงแรมเห็นโรสรินเดินหน้าบอกบุญไม่รับมาตามโถงทางเดิน พากันหลบให้วุ่นวาย เพราะรู้ฤทธิ์เดชของเธอดี แต่พีระหนุ่มคนสนิทของเธอกลับไม่เกรงกลัว ปราดเข้ามาหาพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้

“กลับมาคราวนี้เราคงจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ เสียทีนะครับ ที่รัก”

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกโรสว่าที่รัก โรสไม่ใช่ที่รักของคุณ” โรสรินแหวลั่น ก่อนจะคว้าช่อดอกไม้ปาลงพื้น เหยียบย่ำอย่างไม่ไยดี แล้วเดินสะบัดจากไป พีระตามไปง้อสุดฤทธิ์ แต่เธอกำลังอารมณ์บูด ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น เขาปลอบให้ใจเย็นๆก่อน ถ้ามีอะไรที่ทำให้เธอหายหงุดหงิดได้ เขายินดีทำให้ทุกอย่าง

“ถ้าอย่างนั้นทำอย่างไรก็ได้ให้โรสบินกลับอังกฤษเดี๋ยวนี้”

พีระยอมให้เธอกลับไปที่นั่นอีกไม่ได้ เพราะทนความคิดถึงไม่ไหว โรสรินมัวแต่เหวี่ยงไม่ทันเห็นช่างไฟฟ้ากำลังซ่อมไฟอยู่ เดินเข้าไปใกล้ๆ เป็นจังหวะที่เขาทำหลอดไฟหลุดมือพอดี เฉี่ยวหัวเธอไปเส้นยาแดงผ่าแปด เธอถึงกับกรีดร้องลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ไล่เขาออกจากงานทันที โดยไม่ฟังคำแก้ตัวหรือขอโทษใดๆ ช่างไฟฟ้าได้แต่ยืนอึ้ง มองตามโรสรินที่เดินจากไปอย่างอาฆาตแค้น พีระจะตาม แต่เธอหันมาตวาดใส่

“โอ๊ย...อย่าตามมาได้ไหม รำคาญ”

ooooooo

ครู่ต่อมา โรสรินมาถึงหน้าห้องบอลรูม เห็นแย้กับคนงานกำลังช่วยกันประดับประดาดอกกล้วยไม้อยู่ พาลอาละวาดใส่ สั่งให้เอาดอกกล้วยไม้พวกนี้ไปให้พ้นจากโรงแรมของเธอ แย้ตกใจ ละล่ำละลักว่าลูกพี่ของเขาสั่งห้ามเปลี่ยนแบบเด็ดขาด โรสรินไม่พอใจมาก

“ใหญ่มาจากไหนถึงกล้าขัดคำสั่งฉัน ระหว่างยอมเปลี่ยนดอกไม้ให้ฉัน กับไม่มีงานทำจะเลือกอะไร”

“ถ้าอย่างนั้นเคลียร์กับลูกพี่ผมเองแล้วกันนะครับ” แย้พูดจบ หันไปทางตะวันที่เดินหอบดอกกล้วยไม้นานาชนิดเข้ามา โรสรินวีนใส่แบบไม่ให้เขาทันตั้งตัว

“ฉันเป็นหลานสาวคนเดียวของคุณปู่ที่เป็นเจ้าของโรงแรมนี้ ฉันเกลียดดอกกล้วยไม้ นายคิดว่านายจะทำอย่างไรกับมัน”

แทนที่ตะวันจะดึงดอกกล้วยไม้ออกอย่างที่โรสรินสั่ง กลับยียวนกวนประสาทด้วยการปักมันเพิ่มเข้าไปอีก เธอด่าไม่เลี้ยงแถมยังไล่ทุกคนออกจากงาน แล้วสั่งให้เอาดอกไม้ห่วยๆ พวกนี้กลับไปให้หมด ยิ่งเห็นเธอโกรธเกรี้ยวตะวันยิ่งแกล้งต่อปากต่อคำไม่มีลดราวาศอก โรสรินสติแตกปัดดอกกล้วยไม้ที่ตกแต่งเสร็จ กระจายเกลื่อนพื้นเผลอเหยียบย่ำโดยไม่ได้ตั้งใจ แย้ถึงกับถอยกรูด เพราะรู้ดีว่าลูกพี่ตัวเองรักดอกไม้เท่าชีวิต

“เอาเท้าของคุณออกจากดอกไม้เดี๋ยวนี้” ตะวันเดือดปุดๆ

โรสรินยั่วโมโหคืนบ้างด้วยการย่ำดอกไม้จนแหลก ตะวันทนไม่ไหวแบกเธอพาดบ่า หญิงสาวกรี๊ดสนั่น สั่งให้เขาปล่อย ตะวันรำคาญจัดที่เธอดีแต่บงการจับตัวเหวี่ยงไปรอบๆ หลายครั้งก่อนจะปล่อยเธอลง โรสรินหัวหมุนทรงตัวแทบไม่อยู่ ไม่วายผวาจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่ขาขวิดกันเสียก่อน เซเสียหลักปากชนกับปากชายหนุ่มพอดิบพอดี ทั้งคู่ประกบปากกันอยู่อึดใจ โรสรินได้สติผลักเขาออกแล้วกรีดร้องสุดเสียง...

ด้านณรงค์ซึ่งนั่งอยู่ในห้องทำงานกำลังดูรูปหลานสาวสุดเลิฟ พลางบ่นว่าอยากจะได้ใครสักคนที่มาปรามพยศเธอ พลันได้ยินเสียงร้องกรี๊ดๆ ของหลานสาวถึงกับสะดุ้งโหยง ทำรูปหลุดมือ ยุพาหรือยุนอาที่ตัวเองตั้งตามชื่อนางเอกซีรีส์เกาหลีคนโปรด เลขาฯ ส่วนตัวของณรงค์พลอยตกใจไปด้วย ต่างหันขวับไปทางเสียงร้อง...

เสียงกรี๊ดของโรสรินยังคงดังต่อเนื่องโรงแรมแทบแตก อีกทั้งชี้หน้าจะเอาเรื่องตะวันให้ได้ฐานลามกขโมยจูบตนเอง เขาพยายามขอร้องให้เธอตั้งสติ และทบทวนดูอีกครั้งหนึ่งว่าใครจูบใครกันแน่ เขายืนเฉยๆ เธอต่างหากที่พุ่งเข้ามาจูบเขาเอง

“ฉันจะไปฟ้องคุณปู่ ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาอนาจาร นายตายแน่ นายไม่รอดแน่คอยดู” โรสรินวิ่งไป ชี้หน้าด่าตะวันไปด้วย เขาไม่ยอมให้ถูกเล่นงานโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด รีบวิ่งจะตามไปคุยกันให้รู้เรื่อง แย้ใจคอไม่ดีเกรงจะเกิดเรื่องใหญ่โตรีบตามลูกพี่ไปอีกทอดหนึ่ง ด้านโรสรินจ้ำพรวดๆ จะไปฟ้องณรงค์ แต่ถูกช่างไฟฟ้าที่เธอไล่ออกเมื่อครู่คว้าตัวเอาไว้ แล้วดึงไขควงออกมาจี้เอว ตะวันกับแย้ที่ตามมาถึงกับหยุดกึก

“กรี๊ด...แก ปล่อยนะจะทำอะไรฉัน”

“หุบปากอย่ากรี๊ดโว้ย...ไม่อย่างนั้นจะฆ่าให้ตายเดี๋ยวนี้” ช่างไฟฟ้าซึ่งตาขวางเหมือนคนบ้าขู่ โรสรินกลัวจัด ละล่ำละลักถามว่าต้องการอะไร จะเอาเงินเท่าไหร่ขอให้บอก เธอยินดีจ่ายให้แต่ต้องปล่อยเธอก่อน เขาไม่สนใจเรื่องเงิน แค่ต้องการให้เธอหุบปาก โรสรินหันมาสั่งให้ตะวันกับแย้และพนักงานที่ยืนตะลึงรีบเข้ามาช่วย ตะวันทำทีหาเรื่องทะเลาะกับเธอเพื่อเบนความสนใจจากช่างไฟฟ้า พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ทีละนิดๆ

พอได้ระยะ ตะวันยุให้ช่างไฟฟ้าแทงโรสรินให้รู้แล้วรู้รอด คนถูกยุถึงกับงง ทำอะไรไม่ถูก ตะวันสบช่องพุ่งเข้าไปจับข้อมือเขาบิดจนไขควงร่วงพื้น โรสรินดิ้นหลุด รีบโผไปกอดณรงค์ที่มาทันเห็นเหตุการณ์พอดี ช่างไฟฟ้าตั้งหลักได้ชกหน้าตะวัน แต่เขาหลบทัน สวนด้วยเข่าเข้าเต็มท้องถึงกับตัวงอ แล้วสับศอกซ้ำสลบเหมือด

แย้และทุกคนที่อยู่แถวนั้นพากันตบมือเป่าปากให้กับความเก่งกล้าสามารถของตะวัน มีเพียงโรสรินเท่านั้นที่เบ้ปากให้ ทั้งๆที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอมาแท้ๆ

ooooooo

ณรงค์อยากจะตอบแทนบุญคุณตะวันที่ช่วยชีวิตหลานสาวเอาไว้ แต่โรสรินกลับคัดค้าน หาว่าเขาแกล้งเป็นฮีโร่เพราะต้องการเรียกเงินตอบแทน แถมยังด่าว่าต่างๆ นานา ตะวันไม่พอใจกับความคิดด้านลบของเธอบอกปัดว่าไม่ต้องการอะไรเป็นการตอบแทน แค่อยากให้เธอไหว้ขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้

“ไหว้นายเนี่ยนะ...ชาติหน้าเถอะย่ะ”

“โรส...ขอโทษแล้วก็ขอบคุณคุณตะวันเถอะลูก” ณรงค์เสียงเข้ม แต่โรสรินไม่กลัว ยืนกรานไม่มีวันทำอย่างที่ตะวันต้องการเด็ดขาด ชายหนุ่มหมดความอดทน

“ผมไม่ต้องการแล้ว เชิญคุณอยู่กับศักดิ์ศรีโง่ๆ ของคุณไปแล้วกัน ผมกลับไร่ตะวันของผมดีกว่า” ตะวันว่าแล้วหันไปไหว้ลาณรงค์ที่ถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำว่า “ไร่ตะวัน”...

คํ่าวันเดียวกัน ณ ไร่ตะวัน อาทิตย์เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่แววตาเต็มไปด้วยความเศร้ากำลังคัดแยกดอกไม้อยู่กับอึ่ง เด็กหญิงจอมซนที่นั่งคัดดอกไม้ไปหาวไป ตาจะปิดเสียให้ได้ นํ้าค้างนำกระจาดสำหรับใส่ดอกไม้มาวางตรงหน้าเด็กชาย พยายามชวนคุย แต่เขากลับก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ตอบคำถามอะไรสักอย่าง

“ยังกะคุณอาทิตย์แกจะตอบ ตั้งแต่เห็นกันมายังไม่เคยได้ยินคุณอาทิตย์พูดสักกะแอะ จะถามทำไมให้เหนื่อยคะคุณนํ้าค้าง” อึ่งพูดจบหาวอีกครั้ง นํ้าค้างบอกให้เธอไปนอนถ้าทำต่อไปไม่ไหว ที่เหลือตนจะจัดการเอง อึ่งยืนยันว่าทำไหว ยังไม่ง่วง พูดยังไม่ทันขาดคำก็หงายหลังม่อยหลับไปบนแคร่นั่นเอง

อาทิตย์เองก็ง่วงจนจะลืมตาไม่ขึ้น นํ้าค้างจึงบอกให้นอนตรงนี้ก่อน เสร็จเมื่อไหร่จะปลุก เขาวางมือจากงานที่ทำแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆ อึ่ง ชาญปู่ของตะวันเข้ามาหยิบผ้าห่มที่วางแถวนั้นมาคลุมให้เด็กทั้งสองคนแล้วหันไปบ่นให้นํ้าค้างฟังว่า สงสารอาทิตย์ที่ต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเล็ก หนําซํ้ายังเห็นพ่อตัวเองถูกยิงตายต่อหน้าต่อ ตา นับจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่ยอมพูดยอมจาอะไรอีก

“แล้วปู่ไม่คิดจะพาไปส่งคืนแม่แท้ๆของเขาแล้วหรือ”

“เอาไปให้ถูกเฉดหัวทิ้งอีกน่ะสิ ปู่จะเลี้ยงมันจนวันตายนั่นแหละ แม่มันไม่รักก็ช่าง ยังไงไอ้อาทิตย์มันก็หลานในไส้ปู่คนหนึ่ง แล้วสักวันมันต้องสืบทอดตำแหน่งผู้จัดการไร่ตะวัน เหมือนพ่อของมันให้ได้” ชาญพูดจบเป็นจังหวะเดียวกับตะวันเดินหน้าบูดเข้ามากับแย้ เขาเห็นสีหน้าของหลานชายแล้วอดทักไม่ได้ว่าเป็นอะไร

“ลูกพี่ผมเจอฤทธิ์ไฮโซสาวแสนสวยเข้าให้น่ะครับ แถมมีบู๊กันยังกับหนังแอ็กชั่น” แย้ชิงเล่าตัดหน้า

“ยัยนั่นน่ะโรคจิตชัดๆ แค่นึกถึงก็แทบจะคลั่งตายด้วยความเกลียด” ตะวันเข่นเขี้ยว ชาญและนํ้าค้างต่างสงสัยว่าไฮโซสาวคนนั้นเป็นใครถึงได้ทำให้ตะวันเดือดได้ขนาดนี้

ooooooo

พีระรู้ข่าวเรื่องที่โรสรินถูกช่างไฟฟ้าสติแตกจับเป็นตัวประกันก็รีบมาหาเธอที่บ้านแต่เช้า เสนอตัวจะพาไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลเผื่อมีตรงไหนบอบชํ้าจะได้ให้หมอรักษาได้ทันท่วงที เธอปฏิเสธว่าไม่ต้องไม่ได้เจ็บปวดตรงไหน แล้วไล่เขากลับ พีระหน้าเสีย ถามเสียงอ่อยทำไมต้องไล่กันด้วย

“รำคาญไง โอ๊ย...ตั้งแต่กลับมามีแต่คนทำให้โรสอยากกลับอังกฤษวันละ 3 รอบ แล้วถามจริงเถอะ เป็นอะไรมากไหม โดนโรสเหวี่ยงใส่ตลอด ยังจะตื๊ออยู่ได้”

“รักไง...รักตั้งแต่แรกพบ โรซี่สวยอย่างกับนางฟ้า”

โรสรินอารมณ์บูดที่พีระถูกไล่ซึ่งหน้ากลับไม่รู้สึกรู้สม จึงเดินหนี เขาตามไม่ลดละ หญิงสาวหยุดกึกเมื่อเห็นณรงค์นั่งดูเอกสารสีหน้าเคร่งเครียด เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่าเครียดเรื่องที่เธอจะกลับอังกฤษหรือ

“นั่นก็ใช่ ปู่คงช้ำใจตายถ้าโรสกลับตอนนี้ แต่เรื่องที่ทำให้ปู่เครียดมากกว่าไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก” ณรงค์วางแฟ้มเอกสารของตะวันลงบนโต๊ะ แล้วชี้ให้หลานสาวดู “เรามีเรื่องต้องสะสางกับตระกูลของผู้ชายคนนี้เดี๋ยวนี้”

ขณะชาญกำลังนอนให้อึ่งบีบนวดอย่างสบายอารมณ์อยู่บนระเบียงบ้านภายในไร่ตะวัน ยุนอาเลขาฯส่วนตัวของณรงค์โทร.มาเชิญให้เขาไปพบเจ้านายของเธอที่โรงแรมควีนโรส ชาญโวยวายเสียงลั่น

“ผมไม่ไป...ไปบอกให้ไอ้ประธานโรงแรมมันมาหาผม ถ้ามันอยากเจอ ผมไม่ไปหามัน...อะไรนะ มันถึงขั้นขอร้องเลยหรือ” ชาญวางสายสีหน้าครุ่นคิด ตะวันอดเป็นกังวลไม่ได้ ถามว่ามีเรื่องอะไร ได้ความว่าณรงค์อยากจะสะสางปัญหาด้วย น้ำค้างงง ชาญไปรู้จักไฮโซพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

“ฮึ...ไฮโซ สมัยก่อนปู่วิ่งไล่เตะมันบ่อยไป”

“ปู่ครับ ผู้หญิงโรคจิตที่มีปัญหากับผมเมื่อวานคือหลานสาวของคุณณรงค์ที่ปู่พูดถึง”

ชาญนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจำโรสรินได้ หันไปสั่งให้ตะวันพาเข้ากรุงเทพฯทันที...

ในเวลาต่อมาระหว่างที่ตะวันเดินเตร่อยู่แถวหน้าห้องทำงานของณรงค์ภายในโรงแรมควีนโรส คุณหนูจอมเหวี่ยงผ่านมาเจอถึงกับปรี๊ดแตกปรี่เข้าไปหาเรื่อง ทั้งสองคนมีปากเสียงกันเช่นเคย ก่อนเรื่องราวจะบานปลายมีเสียงชาญเอ็ดตะโรดังออกมาจากในห้อง

“เฮ้ย ไม่ได้นะโว้ย ถ้ายังเถียงข้าอีก ข้าเอาเลือดหัวเอ็งออกเดี๋ยวนี้”

ทั้งตะวันและโรสรินต่างตกใจรีบเข้าไปในห้อง เห็นณรงค์กับชาญยืนประจันหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ทั้งคู่รีบเข้าไปหาปู่ของตัวเอง ณรงค์บอกให้ชาญคิดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ตัวเองยืมไปจะได้ใช้คืนให้ครบถ้วนทั้งดอกทั้งต้น

“นั่นมันก็ยี่สิบปีผ่านมาแล้ว ข้าถือว่าข้าทำทานให้ เงินน่ะข้าไม่อยากได้คืนหรอก ข้าดีใจที่เห็นเอ็งเอาเงินไปต่อยอดธุรกิจจนได้ดิบได้ดีร่ำรวย...รวยจนตามันฝ้าฟางมองไม่เห็นหัวเพื่อน” ชาญแดกดัน

ณรงค์ไม่พอใจปรี่เข้าไปชกหน้า แต่โรสรินดึงไว้ทัน ขณะที่ตะวันเองก็ดึงตัวชาญไว้เช่นกัน ณรงค์ไม่เคยไม่เห็นหัวเพื่อน เพียงแต่คิดว่าเขาตายไปแล้ว ในเมื่อเขาเองเป็นฝ่ายย้ายที่อยู่แล้วไม่บอก จะมาโทษกันได้อย่างไร ชาญยังน้อยใจไม่หายต่อว่าว่าถ้าเป็นเพื่อนกันจริงก็ต้องเสาะหากันจนเจอ แล้วด่าเขาว่าไอ้คนลืมเพื่อน ณรงค์ไม่เคยเป็นอย่างที่ชาญว่า ยังจำได้แม่นยำที่ตนเองมีอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะเขา

“ข้าดีใจว่ะที่โลกมันกลมจนส่งหลานเอ็งเป็นตัวเชื่อมพาเราพบกันอีกครั้ง”

ชาญหายเคืองเมื่อได้รู้ความจริงจากปากเพื่อนรัก โรสรินยังสงสัยไม่หาย นี่คุณปู่ยืมเงินคนอื่นสร้างโรงแรมควีนโรสของเราจริงหรือ

“คนอื่นที่ไหนล่ะ ชาญน่ะเพื่อนรักเพื่อนตายปู่เลยนะ อ้าว...ไหว้ปู่ชาญหรือยังล่ะ”

โรสรินจำใจทำตามที่ปู่ตัวเองบอก ตะวันไม่วายแขวะที่เธอไหว้คนอื่นเป็นด้วย เธอไม่พอใจตะคอกใส่หน้า ขืนอยู่ในห้องนี้ต่อไปคงต้องเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายแล้วเดินเชิดหน้าคอตั้งออกจากห้อง ณรงค์ทึ่งมากที่ตะวันไม่กลัวโรสริน หันไปบอกเพื่อนรักว่าหลานชายของเขาเป็นคนเดียวที่เอาหลานสาวของตนเองอยู่ แล้วกระซิบแผนการบางอย่างให้ฟัง ตะวันมองสงสัยทั้งคู่มีเรื่องลับลมคมในอะไรกันแน่

ooooooo

ระหว่างเดินกลับไปที่รถ ตะวันเห็นชาญอมยิ้มไปตลอดทาง อดถามไม่ได้ว่าเมื่อครู่นี้กระซิบกระซาบ อะไรกับณรงค์ ถึงทำให้เขาดูอารมณ์ดีขึ้นทันตา ชาญกลับย้อนถามว่าช่วงนี้ตะวันแอบไปชอบใครอยู่หรือเปล่า เขาอยู่กับดอกกุหลาบและดอกกล้วยไม้ทั้งวันจะเอาเวลาที่ไหนไปรักใครชอบใครได้

“อืม แกรู้ใช่ไหมว่าปู่กับณรงค์ถึงจะงอนกันนิด เคืองกันหน่อยแต่ก็รักกันมาก”

“ครับ แต่คงไม่ได้รักกันถึงขนาดสัญญาให้หลานแต่งงานกันเหมือนในละครใช่ไหมครับ” ตะวันยิ้มขำ  แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อปู่ของเขายอมรับว่าเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ แล้วหัวเราะชอบใจ ตะวันปฏิเสธลั่นว่าไม่มีวันจะแต่งงานกับยัยคุณหนูนรกนั่นเด็ดขาด

“ตะวัน...ถามจริงๆ แกจำแฟนคนแรกในชีวิตแกไม่ได้หรือวะ...แม่กุหลาบน้อยของแกไง ลืมแล้วหรือ” ชาญเอาแต่หัวร่องอหาย ผิดกับตะวันที่หน้าเครียด ยัยคุณหนู นรกนั่น ต้องไม่ใช่กุหลาบน้อยของเขาแน่ๆ

ตะวันเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องโรสรินจนเก็บเอาไปฝันร้าย เห็นตัวเองกับกุหลาบน้อยในวัยเด็กกำลังนั่งชิงช้ากันอยู่ในสนามเด็กเล่น เขาปลอบเธอที่ร้องไห้คิดถึงพ่อกับแม่ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับว่าจะไม่มีวันทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด พลันกุหลาบน้อยน่าทะนุถนอมของเขากลับกลายเป็นยัยโรสรินกุหลาบร้ายคนนั้น จิกแขนเขาไว้จนเลือดซิบ ตะวันตกใจตื่น ลุกพรวดร้องลั่นว่าไม่ พอได้สติมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองแค่ฝันไป

“กุหลาบน้อย ยัยโรส กุหลาบน้อยกลายมาเป็นกุหลาบร้ายได้อย่างไรวะ...ไม่จริง ไม่...”

ooooooo

น้ำค้างทักท้วงปู่ตัวเองว่าคิดดีแล้วหรือที่จะจับพี่ตะวันคลุมถุงชน เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่คลุมถุงชน แต่กำลังช่วยให้ตะวันได้เดินกลับไปหาหัวใจของตัวเองต่างหาก  ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าโรสรินคือคู่แท้ของตะวัน

“แล้วอะไรทำให้ปู่มั่นใจอย่างนั้นคะ”

“ไม่เคยสงสัยหรือน้ำค้างว่าพี่ชายแก หล่อก็หล่อ ปู่รึก็รวย  แถมยังเป็นถึงเจ้าของไร่ ทำไมมันถึงไม่มีแฟนกับเขาสักที ของแบบนี้มันมีที่มา” แล้วเรื่องผู้หญิงในอดีตของตะวันก็พรั่งพรูออกจากปากชาญ เริ่มตั้งแต่เขาริจีบผู้หญิงครั้งแรกตอนอยู่ ม.ปลาย โดยไม่ดูตาม้าตาเรือว่าเธอมีแฟนเป็นทอมอยู่ก่อนแล้ว

คนถัดมาชื่อใบเตย ตอนนั้นตะวันเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย คนนี้ได้เป็นแฟนกัน แต่ต้องกินแห้วเพราะหลังจากเรียนจบ ฝ่ายหญิงต้องย้ายตามครอบครัวไปตั้งรกรากที่อเมริกาและไม่กลับมาเมืองไทยอีก

ส่วนคนล่าสุดชื่อนต ตอนจีบกันตะวันคุมกิจการที่ไร่แห่งนี้แล้ว แต่ระหว่างที่เขาพาเธอมาชมไร่เจอมาลัยลูกสาวแม่ค้าเข้ามาอ้างตัวเป็นแฟนและแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอย่างออกนอกหน้า นตคิดว่าถูกหลอกจึงตบหน้าตะวันฉาดใหญ่  ก่อนจะจากไปโดยไม่ฟังคำอธิบายว่ามาลัยเป็นแค่เพื่อน เขาไม่ได้คิดอะไรด้วย

ชาญเชื่อว่าตะวันต้องซดน้ำแห้วมาจนทุกวันนี้ก็เพราะอาถรรพณ์จากคำสัญญาที่ให้ไว้กับโรสรินเมื่อตอน เด็กๆว่าจะไม่ทอดทิ้งเธอ ทำให้เขาไม่ได้ลงเอยกับใครสักที

“เพราะฉะนั้น ที่ปู่จับคู่ให้มันกับหนูโรสเนี่ยแหละ จะเป็นการแก้จากสาเหตุ เท่ากับช่วยให้มันได้ทำตาม คำสัญญา มันจะได้มีคู่กับเขาสักที” ชาญสีหน้าเชื่อมั่นมาก

ทางฝ่ายโรสรินหลงดีใจ คิดว่าณรงค์ยอมให้นั่งแท่นประธานบริหาร ถึงได้ขอร้องไม่ให้กลับอังกฤษ แต่เขากลับยื่นข้อเสนอ ถ้าเธอตกลงใจแต่งงานกับหลานของชาญ ตามคำสัญญาที่เขากับชาญเคยตกลงกันเอาไว้ทันทีที่แต่งงานกัน ทั้งคู่จะได้ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารโรงแรมแห่งนี้ร่วมกัน โรสรินคิดว่าปู่ล้อเล่น แต่เขายืนยันว่าพูดจริง เธอพุ่งเข้ามามองปู่อย่างพิจารณา

“โอเคค่ะ โรสนึกแล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ คนเราพออายุมากขึ้นก็เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดา สมองของปู่อาจจะกระทบกระเทือน หรือไม่ก็สมองฝ่อ เดี๋ยวโรสจะพาปู่ไปหาหมอเอง”

“โรส...ปู่ไม่ได้ป่วย ปู่ไม่ไป...ไม่ไปๆๆๆ อย่าทำให้ปู่จี๊ดนะ”

“แต่โรสกำลังจี๊ด ถ้าปู่ไม่ป่วย แล้วปู่ก็ไม่ได้ล้อเล่น แล้วปู่ไม่ยอมไปหาหมอ ถ้าอย่างนั้นโรสไปเอง” โรสรินผลุนผลันออกจากห้องทำงานของปู่ วิ่งไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าโรงแรม ซิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วนึกอะไรบางอย่าง ขึ้นมาได้ โทร.นัดตะวันให้มาพบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง...

แทนที่โรสรินจะพูดคุยหาทางออกเรื่องนี้กับตะวันดีๆ  กลับคิดจะใช้เงินฟาดหัว แลกกับการที่เขากับปู่ของเขาเลิกมาเป่าหูปู่ของเธอด้วยความคิดบ้าๆที่จะให้เธอแต่งงานกับเขา แค่ปู่ของตะวันให้ปู่ของเธอยืมเงิน อย่านึกว่าจะมาชุบมือเปิบเอากิจการของเธอไปได้ง่ายๆ ตะวันโกรธที่ถูกดูหมิ่น โวยเสียงลั่นร้าน

“ถ้าคุณกลัวว่าผมจะอยากแต่งงานกับคุณ เพราะอยากฮุบโรงแรม ลืมไปได้เลย อย่างคุณน่ะ ต่อให้แถมอีกสิบโรงแรม ผมก็ไม่เอา” เขามองเธออย่างเหยียดๆก่อนจะออกจากร้าน ผู้คนในร้านต่างมองโรสรินเป็นตาเดียวกัน แล้วพากันซุบซิบนินทาอย่างสนุกปาก เธอโกรธมากรีบตามตะวันจนทัน

“นายตะวัน ไอ้ผู้ชายเลี้ยงหมาไว้ในปาก จะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายอย่างนาย ผู้หญิงสวยๆเริดๆอย่างฉันอย่าว่าแต่จะแต่งงานด้วยเลย แม้แต่มองฉันก็ไม่อยากจะมองให้ระคายสายตา”

พีระวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทันได้ยินพอดี ถามเสียงสั่นว่าใครจะแต่งงานกับใคร โรสรินเล่าเรื่องคำสัญญาระหว่างปู่ตัวเองกับปู่ของตะวันให้ฟัง พีระมาแนวดูถูกเช่นเดียวกับโรสรินไม่มีผิดเพี้ยน ไล่ให้ตะวันกลับไปเพราะคนอย่างเธอไม่สนใจคนระดับเขา ตะวันไม่ยอมแพ้ด่ากลับ

โรสรินโกรธ สั่งให้พีระจัดการสั่งสอนตะวัน เขาจำต้องเหวี่ยงหมัดใส่อีกฝ่ายทั้งๆที่ไม่ได้อยากมีเรื่องด้วยตะวันเบี่ยงตัวหลบเขาถึงกับหน้าคะมำ พีระฝีมืออ่อนชั้น ไม่สามารถต่อยเข้าเป้าแม้แต่หมัดเดียว ตะวันรำคาญผลักเขากระเด็น แล้วขยับจะไป โรสรินด่าเพื่อนชายว่าทำไมถึงไม่เอาไหนแบบนี้ พีระเกิดฮึดขึ้นมาพุ่งเข้าหาตะวันอีกครั้ง เขาหันขวับมามองด้วยสายตาพิฆาต อีกฝ่ายตกใจ สะดุดขาตัวเองหน้าคว่ำ พยายามจะลุกแต่เจ็บมากต้องกลับลงไปนอนอย่างเดิม ตะวันรู้สึกไม่ชอบมาพากล สั่งให้เขาหยุดเคลื่อนไหวถ้าไม่อยากพิการ

“นี่นาย...ใครใช้ให้...”

“ด่าอีกคำสิ ถ้าลุกผิดท่างานนี้แฟนคุณหลังหักแน่” ตะวันขู่โรสรินชะงักเมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของพีระ...

ตะวันได้ที ออกคำสั่งให้โรสรินช่วยเขาหาอะไรมาดามตัวพีระไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนร่างกายผิดท่าและสามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย หมอถึงกับออกปากชมที่เคลื่อนย้ายคนเจ็บถูกวิธี  ทำให้ไม่กระทบ กระเทือนมาก เหลือแค่อาการอักเสบนิดหน่อยเท่านั้น กินยาไม่กี่วันก็หาย...

ทางด้านณรงค์รีบโทร.ไปเล่าให้ชาญฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า ตอนที่เจ้าของร้านกาแฟที่เป็นคนเก่าแก่ของเขาโทร.มาเล่าให้ฟังว่าตะวันสั่งให้โรสรินช่วยกันเคลื่อนย้ายพีระไปโรงพยาบาล เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าบนโลกนี้จะมีคนจัดการหลานของเขาอยู่หมัด

“ตะวันก็ไม่เคยพูดถึงผู้หญิงคนไหนมาตั้งนานแล้ว แต่นี่มันพูดเรื่องหนูโรสแทบทุกวัน” ชาญโม้ไปเรื่อย

“ยัยโรสถึงจะทำเป็นปฏิเสธ แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่ถ้าได้อยู่ใกล้ผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งแมน แถมยังกำราบตัวเองอยู่หมัดขนาดนั้นแล้วจะไม่หวั่นไหว ข้ามั่นใจนะ อีกไม่นานหลานของเราสองคนนี้ มันต้องโป๊ะเชะแอนด์เป๊ะแน่ๆ” ณรงค์ฝันกลางวัน เพราะความจริงแล้ว โรสรินและตะวันเหมือนน้ำมันกับน้ำไม่มีวันเข้ากันได้

ooooooo

ทั้งชาญและณรงค์ต่างตระหนักแล้วว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเกลี้ยกล่อมให้หลานของตัวเองแต่งงานกัน เพราะยิ่งพูดยิ่งทำให้ทั้งคู่เกลียดขี้หน้ากันมากขึ้น สองคุณปู่ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี จึงนัดมาปรึกษากันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ต่างนั่งถอนใจเฮือกๆ ผิดหวังที่แผนจับหลานแต่งงานพังไม่เป็นท่า

“คิดแล้วก็เสียดาย ถ้าตอนเด็กๆไม่ได้จากกันไป ตอนนี้คงมีลูกหัวปีท้ายปีกันแล้ว...เฮ้อ มันไม่น่าแยกกันไปเลยนะ” ณรงค์บ่นไปถอนใจอีกเฮือก ชาญของขึ้นทันที

“ก็หมาตัวไหนมันหายหัวไปทำธุรกิจ ไม่คิดจะมาเยี่ยมเพื่อน”

สองคุณปู่ทำท่าจะวางมวยกัน ยุนอาต้องรีบเข้ามาขวาง เตือนว่านัดกันเพื่อจะมาปรึกษา ไม่ใช่นัดมาตีกัน ทั้งคู่คิดได้ ถอนใจพร้อมกันอีกคนละหนึ่งเฮือกโดยมิได้นัดหมาย แต่แล้วชาญฉีกยิ้มปากเกือบถึงรูหูเมื่อคิดแผนการบางอย่างที่จะทำให้หลานทั้งสองคนของพวกตนลงเอยกันได้...

แผนการที่ว่านั่นก็คือจะให้ณรงค์ทำเป็นอ่อนข้อให้หลานสาว ถ้าไม่อยากแต่งงานกับตะวันก็ไม่ต้องแต่งแต่มีข้อแม้ เธอจะต้องไปทำประโยชน์ให้ไร่ตะวันเป็นเวลา 1 ปี ชดเชยที่ปฏิเสธการแต่งงาน และจะถือว่าเป็นการหาประสบการณ์การทำงานไปในตัว ถ้าทำได้ครบตามกำหนด สัญญาเรื่องแต่งงานเป็นอันพับไป

โรสรินตบโต๊ะปังไม่ยอมรับข้อเสนอ ตนเองจบปริญญาโทจากอังกฤษ จะให้ไปปลูกถั่วปลูกงาได้อย่างไรแล้วทำท่าจะชิ่งหนี ณรงค์ต้องรีบเปลี่ยนกลยุทธ์ กดอินเตอร์คอมฯพูดกับเลขาฯ

“คุณยุนอา มิสเฮเลนจากเดอะวันโฮเทล ที่ผมขอให้คุณนัดไว้ เรื่องถึงไหนแล้ว ผมว่ามันถึงเวลาแล้วโรงแรมเราต้องการผู้บริหารคนใหม่ 1 ตำแหน่ง ด่วน” ณรงค์วางสาย โรสรินหันกลับมาโวยว่านั่นเป็นตำแหน่งของตน ปู่ไม่สน ตราบใดที่เธอยังขาดประสบการณ์ จะให้ปู่ฝากโรงแรมควีนโรสไว้ในมือเธอได้อย่างไร ขอให้เธอตรองดูดีๆก็แล้วกัน ถ้าปล่อยให้ธุรกิจของครอบครัวไว้ในมือคนอื่น มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียทุกอย่าง

“นี่ปู่ขู่โรสหรือคะ นึกหรือคะว่าแค่นี้คนอย่างโรสจะยอม” โรสรินโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง...

ทางด้านชาญเองทั้งเกลี้ยกล่อมทั้งขู่ ตะวันต้องยินยอม ให้โรสรินมาทำประโยชน์ที่ไร่ของเราเป็นเวลา 1 ปี แต่ชายหนุ่ม เชื่อว่ายัยคุณหนูจอมเหวี่ยงนั่นไม่มีวันยอมมาอยู่ที่นี่แน่

“แล้วถ้าหากว่าเธอเกิดยอมขึ้นมาจริงๆล่ะ”

“ถ้ายัยคุณหนูนั่นกล้ายอมรับข้อเสนอนี้ ผมก็ไม่ขัดข้อง”

ooooooo

เช้าวันถัดมา โรสรินขับรถสปอร์ตคันหรูมาจอดหน้าทางเข้าไร่ตะวันอันกว้างใหญ่ ถึงกับบ่นอุบเมื่อเห็นถนนเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหลุมบ่อยิ่งกว่าผิวดวงจันทร์ ระหว่างที่เธอรีๆรอๆไม่กล้าเสี่ยงขับรถเข้าไปเอง มีรถอีแต๋นคันหนึ่งแล่นผ่านมา เธอร้องถามว่าจะเข้าไร่ตะวันใช่ไหม คนขับรถรับคำ

“ฉันจะเข้าไร่ตะวันเหมือนกัน แต่ถนนแย่แบบนี้ขับรถเข้าไม่ได้หรอก ฉันจะติดรถนายไปด้วย ช่วยขนของหน่อยสิ” โรสรินสั่งเสร็จเปิดฝากระโปรงท้ายรถที่อัดแน่นไปด้วยกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนม คนงานมองงงๆแต่ก็ทำตามสั่ง ขณะเขาจะหยิบกระเป๋า เธอคว้าเจลทำความสะอาดมือมาให้เขาใช้ ป้องกันไม่ให้ทำกระเป๋าสกปรก

จังหวะนั้น เดชาขับรถโฟร์วีลผ่านมาเห็นเข้า สะดุด ตาในความสวยเปรี้ยวของโรสริน ขับรถมาจอดเทียบถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เธอไม่ชอบใจนักที่เขาจ้องตาไม่กะพริบ ถามเสียงเขียวว่ามองอะไร

“มองผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา”

โรสรินไม่ได้ปลื้มกับคำชมแสนจะเลี่ยนของชายแปลกหน้า แถมไล่ตะเพิดไปให้พ้นๆ เดชายังหน้าทนอาสาจะไปส่งให้ถึงที่ เธอไม่สนใจรีบวิ่งไปขึ้นรถอีแต๋น เขามองตามอย่างพึงพอใจในตัวหญิงสาว...

การมาถึงของโรสรินทำให้คนงานในไร่ตื่นตะลึง เพราะเธอมาในชุดจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม สวมรองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ด พร้อมด้วยกระเป๋าเดินทางนับสิบใบ ตะวันไม่วายแขวะว่าจะมาเดินแฟชั่นโชว์หรือ โรสรินไม่พอใจปรี่เข้าไปหาแต่ส้นสูงจมดิน ก้าวขาไม่ออกพยายามจะดึงแต่ไม่ขึ้น สุดท้ายต้องถอดรองเท้า แล้วดึงสุดแรงจนหงายหลังรองเท้าลอยไปตกใส่หัวตะวันถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เธอสั่งให้เขาเอารองเท้ามาคืน แล้วบ่นใส่หน้า

“หลังเขา นรกชัดๆ หัดปรับปรุงทางเข้าไร่บ้างนะ มีแต่โคลนสกปรก ฉันไม่มีวันให้รถสปอร์ตของฉันแปดเปื้อนแน่ๆ อ้อ...ให้คนของนายไปเอารถของฉันมาจอดในที่ปลอดภัยด้วย”

“เดี๋ยว...คุณมาที่นี่ทำไม”

“ฉันมาตามข้อตกลง ทำประโยชน์ให้กับไร่ของนาย 1 ปี เพราะยังไงก็ดีกว่าที่จะต้องแต่งงานกับนาย”

ตะวันปรามาสว่าคุณหนูอย่างโรสรินจะทนอยู่บ้าน นอกได้สักกี่วันกัน เธอตั้งใจจะมาอยู่ให้ครบตามกำหนดเวลาที่ตกลงกับปู่ของเธอเอาไว้ แล้วสั่งให้เขาไปบอกเด็กรับใช้มาขนกระเป๋าเดินทางของเธอไปเก็บ ตะวันไม่มีเด็กรับใช้ คนในไร่นี้เท่าเทียมกัน และที่สำคัญเธอมาในฐานะคนงานไม่ใช่คุณหนู บอกให้เธอขนกระเป๋าไปเก็บเอง โรสรินไม่ยอมแพ้ง่ายๆหยิบธนบัตรหนึ่งพันบาทขึ้นมาโบก

“ใครอยากได้เงินก็รีบมาช่วยฉันขนกระเป๋าเดี๋ยวนี้”

คนงานที่ยืนอยู่แถวนั้นไม่มีใครขยับ ตะวันสั่งโรสรินหยุดเอานิสัยเสียๆมาแพร่ใส่คนงานของตน ชาญเดินนำน้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ และแย้ มาหยุดดูอยู่ห่างๆ อึ่งประทับใจในความสวยของโรสริน ชมไม่หยุดปากว่าสวยเหมือนนางฟ้า แย้ยอมรับว่าสวยจริง แต่จะเป็นนางฟ้าหรือเปล่ายังไม่แน่ใจ

ตะวันไม่พอใจที่โรสรินชอบใช้เงินฟาดหัว สั่งให้คนงานขนกระเป๋าไปทิ้ง แล้วเข้าไปยกกระเป๋าลงจากท้ายรถอีแต๋น เธอตรงเข้ายื้อแย่ง กระเป๋าเปิดผลัวะเครื่อง สำอางสารพัดชนิดตกเกลื่อนพื้น อึ่งตาวาวทันที กุลีกุจอเข้าไปช่วยขนกระเป๋า โรสรินจะตามไปห้ามแต่ส้นรองเท้าจมดินก้าวขาไม่ได้ โกรธที่ตะวันจงใจกลั่นแกล้ง จึงแก้เผ็ดคืนบ้าง ผลักเขาล้มลงในบ่อโคลน น้ำค้างเห็นฤทธิ์เดชว่าที่สะใภ้ของไร่ตะวันแล้วถึงกับอึ้ง...

ทันทีที่รู้ข่าวว่าโรสรินต้องไปอยู่ที่ไร่ตะวันหนึ่งปีเต็ม พีระแทบคลั่ง พยายามตามตื๊อให้ณรงค์บอกว่าไร่ตะวันอยู่ที่ไหน นอกจากเขาจะไม่ยอมบอกแล้วยังสั่งห้ามพีระตามไปวุ่นวาย ถ้ารักและหวังดีกับเธอจริง ชายหนุ่ม ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ วานอุษาวดีน้องสาวของตนช่วยหาข้อมูลไร่ตะวันทางอินเตอร์เน็ต

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะโรสรินกำลังเดินหากระเป๋าของตัวเองที่คนงานเอาไปทิ้งอยู่แถวแปลงกุหลาบ ตะวันซึ่งอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย โยนรองเท้าบูตสำหรับใส่ในไร่ตกลงข้างตัว บอกว่ารองเท้าส้นสูง ที่เธอใส่ทำให้เดินไม่ถนัด เธอด่าสวนทันทีว่าไม่มีมารยาท โยนของให้คนอื่นแบบนี้เขาเรียกว่านิสัยเสีย

“กับคนนิสัยเสียมันก็ต้องทำแบบนี้” ตะวันยอกย้อน

“ฉันไม่ใส่รองเท้าของนาย...เอากระเป๋าฉันคืนมา”

ตะวันไม่สนใจ เดินหนี โรสรินเดินตาม แต่เดินลำบากเพราะส้นสูงจมดิน ตัดสินใจขึ้นไปเดินบนแปลงกุหลาบเนื่องจากเดินง่ายกว่า เขาสั่งให้ลงมา เธอไม่ยอมให้ใครมาออกคำสั่งยังคงเดินต่อไปหน้าตาเฉย ตะวันโกรธจัดอุ้มเธอตัวลอย จะเอาทิ้งในบ่อโคลนใกล้ๆ โรสริน รู้ทันเกาะคอเขาไว้แน่น ทั้งคู่ดูนัวเนียราวกับรักกันมาก มาลัยเดินถือต้นแก้วยิ้มเริงร่าเข้ามาเห็นภาพบาดตา ร้องกรี๊ดๆ สั่งให้ตะวันปล่อยผู้หญิงคนนั้น

“ถ้านายปล่อยฉันลงตรงนี้ นายตาย” โรสรินกอดคอ ตะวันแน่นขึ้นอีก

มาลัยทนไม่ไหว พุ่งเข้าไปกระชากแขนเธอออก ตะวันไม่ทันระวังตัวถึงกับเซเสียหลัก ทำให้โรสรินหลุดมือ สองสาวพากันล้มกลิ้งไปบนแปลงกุหลาบ มอมแมมเปื้อนโคลนไปทั้งตัว โรสรินปรี๊ดแตก ไม่ขออยู่ที่นี่อีกต่อไปจะกลับกรุงเทพฯ ตะวันขวางไว้ เตือนว่าถ้าทำผิดสัญญาหนีกลับบ้านก่อนกำหนด เราสองคนจะต้องแต่งงานกัน มาลัยทำท่าจะกรีดร้องอีกรอบ โรสรินชี้หน้า ห้ามส่งเสียงร้อง ยืนยันไม่มีวันจะแต่งงานกับตะวัน

“ถ้าคุณก้าวเท้าออกจากไร่ตะวันเมื่อไหร่ คุณมีผมเป็นสามีแน่ ผมไม่ยอมให้คุณหนี เพราะผมไม่อยากแต่งงานกับคุณเหมือนกัน ปู่คุณกับปู่ผมเอาจริงแน่ เอ๊ะ...หรือว่ามันเป็นแผนจับผู้ชายดีๆ อย่างผมกันแน่...โอเค ถ้าอยากนักล่ะก็ ผมยอมทำหน้าที่ของสามีสนองให้คุณจนหนำใจก็ได้”

“ฝันไปเถอะ เรื่องนี้ไม่มีวันเกิดขึ้น”

ในเมื่อโรสรินเปลี่ยนใจไม่กลับกรุงเทพฯ ตะวันสั่งให้เธอรับผิดชอบแปลงกุหลาบที่ถูกย่ำเสียหาย เธอโยนความผิดให้มาลัยที่เป็นคนเริ่มก่อน ตะวันไม่สนใจ ยืนยันให้โรสรินรับผิดชอบ เพราะถ้าเธอไม่ขึ้นไปเดินบนนั้นก็ไม่เกิดเรื่อง คุณหนูจอมเหวี่ยงอ้าปากจะเถียง เขาชิงขู่เสียก่อนว่าถ้าไม่รับผิดชอบ จะไปเร่งรัดให้เกิดงานแต่งงานเร็วขึ้น เธอไม่กล้าหือ จำต้องจับเสียมขุดดินเป็นครั้งแรกในชีวิต เพื่อทำให้แปลงกุหลาบกลับมาใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด ตะวันเห็นเธอโดนแดดเผา จัดแจงถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกของตนเองคลุมหัวให้

“เดี๋ยวจะเอาชีวิตไม่รอดก่อนครบ 1 ปี”

โรสรินชะงัก แววตาเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ทันที แสร้งจะเป็นลม แอบเหลียวหาพื้นที่มีหญ้านุ่มๆ แล้วล้มฟุบลงไปตรงนั้น ชายหนุ่มหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กของตัวเอง ไปจุ่มน้ำแล้วนำมาบิดใส่หน้า เธอลุกพรวดโวยลั่น

“นี่ฉันเป็นลมนะ ทำไมใจอำมหิตแบบนี้”

“คนเป็นลมที่ไหนเลือดฝาดยังเต็มหน้าแบบนี้ หลอกเด็กมันยังไม่เชื่อเลยคุณ ไปขุดดินต่อเดี๋ยวนี้”

โรสรินเจ็บใจสุดๆ กลับไปขุดดินอย่างเสียไม่ได้ เหวี่ยงดินกระเด็นกระดอนไปทั่ว คนงานต้องหลบกันจ้าละหวั่น ชาญยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่งกับน้ำค้าง ยิ้มพอใจที่ตะวันช่วยดัดนิสัยเสียๆให้โรสริน

ooooooo

กว่าโรสรินจะจัดการแปลงกุหลาบเสร็จดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว ขณะที่เธอกำลังเช็ดตัวที่สกปรกไปด้วยดินอยู่หน้าบ้านพักตัวเอง ชาญเดินนำตะวัน น้ำค้างและอึ่งที่ถือถาดใส่น้ำเข้ามา

“พักผ่อนนะหนูโรส ปู่ขอโทษแทนเจ้าตะวันมันด้วย ถ้ามันทำอะไรขัดใจหนูไปบ้าง”

“ไม่บ้างหรอก บ่อยเลยล่ะค่ะ”

อึ่งรีบประจบประแจงหยิบน้ำให้โรสรินพร้อมกับแนะนำตัวเอง แล้วชมเธอว่าเก่งมากที่ขุดดินกลางแดดแบบนั้นได้ ขนาดคนงานยังสู้แดดไม่ไหวต้องสวมหมวกบังแดด โรสรินได้ทีที่มีคนเห็นใจ เปลี่ยนโหมดเป็นดราม่าคร่ำครวญว่านี่ไม่ใช่ชีวิตในแบบของเธอ ตะวันสั่งให้หยุดดราม่าได้แล้ว ในเมื่อเธอเลือกเอง ก็ต้องยอมรับให้ได้ แล้วส่งผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้าให้ เธออยากจะกรี๊ดให้บ้านแตก แต่เกรงใจชาญ ตะวันรู้ทันชิงพูดขึ้นก่อน

“ขอให้คุณรู้ไว้ว่าต่อไปนี้ลืมชีวิตเดิมๆของคุณหนูโรสรินได้เลย” พูดจบ ตะวันดึงมือชาญกับน้ำค้างออกไป โดยมีอึ่งตามไปติดๆ โรสรินหงุดหงิดมาก จะเดินเข้าบ้านพัก แต่ต้องชะงักเมื่อเหลือบเห็นเด็กชายคนหนึ่งแอบมองอยู่ พาลตวาดใส่ว่ามองอะไร อาทิตย์ได้แต่จ้องหน้าไม่พูดอะไรสักคำ เธอเดินเข้าบ้านไม่สนใจอะไรเขาอีก...

ค่ำวันเดียวกัน โรสรินเห็นสภาพตัวเองในชุดผ้าถุงเสื้อคอกระเช้าแล้ว ถึงกับน้ำตาซึมไม่นึกว่าตัวเองจะตกต่ำขนาดนี้ อยากจะกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอด พลันมีเสียงหมาหอนดังขึ้น สักพักมีเสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าบ้าน แล้วตามมาด้วยเสียงดังตุ้บ โรสรินขวัญผวา คิดว่าผีหลอก สวดมนต์ขอให้พระคุ้มครอง

ทันใดนั้น ประตูห้องพักเปิดผัวะ อึ่งคลานเข้ามาในสภาพสวมรองเท้าส้นสูงเนื่องจากเดินไม่ถนัด หน้าตาเปรอะไปด้วยเครื่องสำอาง ติดขนตาปลอมเป็นแพ แถมทาปากแดงแจ๊ด เหมือนเพิ่งไปกินเลือดไก่มา

“อึ่งเห็นเครื่องสำอางของพี่นางฟ้าตกอยู่ก็เลยเอามาคืนให้ แต่อดใจไม่ไหวขอแต่งสวยนิดนึง”

“สวยแล้วหรือ ฉันนึกว่าแต่งหน้าไปงานฮาโลวีน...

แต่เธอแอบไปเอาของพวกนี้มาคืนฉัน ถ้านายตะวันบ้านั่นรู้เข้าเดี๋ยวเธอก็โดนดุหรอก” โรสรินพูดจบ นึกสนุกขึ้นมา เช็ดเครื่องสำอางออกจากหน้าอึ่งแล้วแต่งหน้าให้ใหม่ ด้วยความชำนาญดุจเมกอัพอาร์ติสของเธอทำให้อึ่งได้สวยสมใจ แล้วสอนว่าเป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย...

หลังจากอึ่งกลับไปพร้อมกับลากรองเท้าส้นสูงคู่นั้นกลับไปด้วย โรสรินเหลือบเห็นจุดดำเล็กเท่ามดบนใบหน้าตัวเองในกระจกเงา สติแทบแตก วิ่งออกจากบ้านพักตรงไปยังรถสปอร์ตของตัวเอง ปากก็บ่นพึมพำ

“หมอ...หมออยู่ไหน หน้าฉัน...ไม่ๆๆๆ” เธอสตาร์ตรถแล้วขับออกไปอย่างเร่งรีบ เฉียดเล้าไก่ เล้าเป็ดกระจาย คนงานที่อยู่แถวนั้นต้องมาช่วยกันไล่จับเป็ดไก่วุ่นวาย ครู่ต่อมาโรสรินขับรถมาถึงประตูรั้ว ซึ่งเป็นคนละทางกับที่เคยมา เห็นล็อกกุญแจแน่นหนา เข้าเกียร์ถอยหลัง เร่งเครื่องเต็มที่หวังจะพุ่งชน แต่เกิดเปลี่ยนใจเหยียบเบรกเสียก่อน เพราะนึกขึ้นได้ถ้าเกิดประตูรั้วพังทับตัวเอง รับรองได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แน่ๆ

ขณะที่โรสรินรีๆรอๆไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดีรถของเดชาแล่นมาจอดหน้าประตูรั้วอีกฝั่งหนึ่ง เดชา ล่ำ และแหลมเดินเข้ามาดู เธอจำเดชาได้ ปรี่เข้าไปขอร้องให้ช่วยพังประตูรั้วให้ เขาชักปืนออกมาจะยิงกุญแจ หญิงสาวฉุกคิดถึงข้อตกลงซึ่งทำไว้กับปู่ตัวเองที่ระบุว่าหากเธอหนีกลับบ้านก่อนครบกำหนด 1 ปี จะต้องแต่งงานกับตะวัน คิดได้ดังนั้น ร้องห้ามเดชาเสียงหลง

“ไม่ต้องแล้ว ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ” โรสรินพูดจบ เดินไปขึ้นรถแล้ววกกลับทางเดิม

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ตะวันยืนหน้าหงิกดูความพินาศย่อมๆ จากฝีมือของโรสรินอยู่กับชาญ น้ำค้างและแย้ชาญขอร้องหลานชายอย่าลงโทษเธอหนักมือนัก เอาแค่เบาะๆก็พอ

“ไม่ต้องห่วงครับปู่ เดี๋ยวผมกับไอ้แย้จะออกไปเยี่ยมลูกคนงานที่ไม่สบาย แล้วพอกลับมาเมื่อไหร่ยัยกุหลาบร้ายได้ชดใช้อย่างหนักแน่” ตะวันว่าแล้ว เดินไปขึ้นรถกับแย้ ก่อนจะเร่งเครื่องออกไปอย่างอารมณ์เสีย

ไม่นานนัก ตะวันขับรถมาถึงถนนเลียบชายป่าอยู่ๆ ก็เบรกกะทันหันจนแย้หัวทิ่ม แล้วชี้ให้ดูรถของเดชาที่จอดแอบๆ ไว้ไม่ห่างจากทางเข้าป่าที่รกและเปลี่ยว เขามั่นใจว่าพวกนั้นต้องมาทำชั่วอะไรสักอย่าง ดับเครื่องยนต์คว้าปืนจากช่องเก็บของหน้ารถ แล้วพุ่งไปที่ทางเดินเข้าป่า แย้จะห้ามแต่ไม่ทัน ตัดสินใจวิ่งตาม

ตะวันเดินลึกเข้าไปในป่ากระทั่งเห็นแสงจากไฟฉาย ค่อยๆ ย่องไปแอบหลังต้นไม้ใหญ่ เห็นเงาตะคุ่มของคนกลุ่มหนึ่งกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ เขาหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่เห็นไม่ถนัด กระซิบบอกแย้ให้เอาเถาวัลย์ที่เกะกะออกไปให้พ้น ลูกน้องคนสนิทไม่ดูตาม้าตาเรือว่าสิ่งที่จับไม่ใช่เถาวัลย์แต่เป็นงู ตกใจร้องลั่น ตะวันรีบหันมาอุดปากเขาไว้ แต่ไม่ทัน เดชากับพวกรู้ตัวเสียก่อน ตะโกนถามว่าใคร

ล่ำใจร้อนไม่รอคำตอบ ยิงกราดไปยังต้นเสียงตะวันรวบตัวแย้พุ่งหลบกระสุนได้อย่างหวุดหวิด แล้วพากันวิ่งหนี โดยมี เดชา ล่ำ แหลมกับสมุนอีกสองคนไล่ตาม สองเจ้านายกับลูกน้องวิ่งหนีจนเกือบจะถึงถนนใหญ่ แต่ถูกเดชากับพวกดักหน้าไว้ พร้อมกับส่องไฟฉายใส่พอเห็นตะวันชัดๆถึงกับแสยะยิ้ม

“ตะวัน...แกนั่นเอง ทิ้งปืนซะ ฉันอาจจะปรานีไม่ให้พวกแกต้องเป็นศพ ทิ้งปืน” เดชาตะคอก

ตะวันเป็นห่วงความปลอดภัยของแย้ จำต้องทำตามสั่ง แล้วถามเดชาว่ามาทำอะไรแถวนี้ เขาอ้างว่าแค่มาหาของป่า จากนั้นก็คว้ามือถือไปจากตะวัน กดดูคลิปที่ถ่ายไว้ ก่อนจะโยนทิ้งแล้วยิงซ้ำ ตะวันแดกดัน แค่ มาหาของป่าทำไมต้องทำลายหลักฐาน

“ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครแอบถ่าย”

ตะวันเห็นสมุนของเดชาอีกกลุ่มหนึ่งแบกลังไม้มีผ้าคลุมออกมาจากป่ารก จะขอดูของข้างใน ถ้าเป็นแค่ของป่าก็ไม่น่ามีอะไรต้องปิดบัง เดชาไม่ยอมให้ดู ตะวันผลักเขาพ้นทางแล้วพุ่งไปกระชากผ้าคลุมลังออก

“หาของป่า เขาคงไม่ต้องใช้เลื่อยกันแบบนี้หรอก” ตะวันชะงักไม่มีเลื่อยในลังมีเพียงมีดพร้า 3 เล่ม

“ถ้าปรักปรำกันมากกว่านี้ ฉันไม่ใจดีแบบเมื่อครู่นี้แน่” เดชาจ้องตะวันเขม็ง

“ไม่มีก็แล้วไป แต่ถ้าใครลอบตัดไม้ในเขตนี้ ฉันจะเอามันเข้าคุก” ตะวันจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว เดชาไม่พอใจที่เตือนแล้วไม่ฟัง สั่งสมุนขยี้ทั้งคู่ให้เละ ล่ำ แหลมกับพวกสมุน ล้อมกรอบตะวันกับแย้ไว้

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"โหน" อ้อนก่อนบวช ฝากละคร "ตะกรุดโทน"

"โหน" อ้อนก่อนบวช ฝากละคร "ตะกรุดโทน"
14 พ.ย. 2562
07:01 น.