ข่าว

วิดีโอ



กุหลาบร้ายของนายตะวัน

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

หลังทราบข่าวร้ายของโรสริน พวกปู่ชาญรีบตามไปโรงพยาบาล ส่วนปู่ณรงค์ก็รีบเดินทางจากกรุงเทพฯมาอย่างเร่งด่วน

อาการของโรสรินเป็นตายเท่ากัน หมอผ่าตัดเอากระสุนออกแล้วแต่ชีพจรเต้นอ่อนมาก ทุกคนได้แต่ส่งกำลัง

ใจและช่วยกันภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคนดีอย่างเธอ

ตะวันทนรอนอกห้องไม่ไหว ผลุนผลันเข้าไปในห้องผ่าตัด เป็นเวลาที่โรสรินชีพจรหยุดเต้นพอดี ตะวัน

จับมือเธอจูบทั้งน้ำตา พูดพร่ำรำพันท่ามกลางความตกตะลึงของหมอและพยาบาล

“ผมรักใครไม่ได้อีกแล้ว ฟื้นนะคุณโรส ฟื้นกลับมาเป็นเจ้าสาวของผม ผมขอร้อง เราต้องไม่แยกจากกัน...ไม่จากกัน”

พยาบาลช่วยกันดึงตะวันออกไป พลันเสียงสัญญาณชีพจรดังขึ้น ตะวันยิ้มทั้งน้ำตา ยอมกลับออกไปอย่างมีความหวัง พวกข้างนอกรู้เข้าก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตะวันกับโรสรินเกิดมาเป็นคู่แท้กันจริงๆ

สักพักหมอออกมาจากห้องผ่าตัด ทุกคนคาดหวังต้องได้ฟังข่าวดี ตะวันชิงถามหมอก่อนว่า

“ว่าที่เจ้าสาวของผมจะหายดีเมื่อไหร่ครับ”

“ผู้ป่วยพยายามหายใจเอง นั่นหมายความว่าสมองของผู้ป่วยทำงานได้แล้ว แต่ระยะนี้ยังต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจอยู่บ้าง แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ...แม้หายใจได้ แต่ผู้ป่วยจะยังคงไม่มีสติ หรือบางทีต่อจากนี้ไปอาจไม่มีอาการตอบสนองใดๆอีกเลย”

ทุกคนหน้าเจื่อน รอยยิ้มจางลง ตะวันสีหน้าเครียดจัด ขอร้องทั้งหมอเจ้าของไข้และหมอกิตติทัตให้ช่วยโรสรินด้วย ทำให้เธอหายเป็นปกติ

“ผมปรึกษากับนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองแล้วนะครับ เขาแนะนำว่าคนที่ช่วยผู้ป่วยได้คือคุณ”

“หมอทัตหมายความว่ายังไง ตะวันจะช่วยโรสได้ยังไง” ณรงค์สงสัย

“ปกติแล้วการกระตุ้นและซ่อมแซมสมองส่วนที่ยังหลงเหลือทำได้ด้วยการสัมผัสทางกายและทางเสียงวิธีนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายประสาทขึ้นใหม่ครับ ซึ่งจะช่วยให้โรสรินฟื้นฟูสภาพร่างกายได้เร็วขึ้น”

“สัมผัสจากคนที่โรสรินรักงั้นเหรอ” ณรงค์ทวนคำและยิ้มกับตะวันอย่างมีความหวัง

“ผมขอให้โรสอยู่ที่ไร่ตะวันนะครับ ผมจะดูแลโรสอย่างดีที่สุด ผมจะไม่ยอมห่างโรสไปไหนอีกแล้ว”

“ตอนนี้อาการของโรสรินปลอดภัยแล้ว อีกไม่นานก็ถอดเครื่องช่วยหายใจได้ ไม่ต้องส่งตัวไปกรุงเทพฯก็ได้ครับ” หมอทัตบอกทุกคน

ณรงค์จับมือตะวัน เอ่ยอย่างเชื่อมั่นว่าตนฝากชีวิตโรสรินหลานสุดที่รักไว้กับเขาได้ ปู่ชาญได้ยินเช่นนั้นก็ผสม

โรงว่า ถ้าหนูโรสหายเมื่อไหร่เราจัดงานแต่งงานทันทีเลย...

ขณะที่โรสรินยังไม่ฟื้น พีระรักษาตัวอยู่อีกห้อง โดยมีน้ำค้างคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อาการพีระไม่หนักหนาสาหัสแต่ต้องเข้าเฝือกแทบทั้งตัว ยามนี้เลยมีโอกาสออดอ้อนน้ำค้างเรียกคะแนนสงสารได้ไม่ยาก

ooooooo

หลายวันผ่านไป ตะวันพาโรสรินกลับมาอยู่ที่ไร่ ดูแลเอาใจใส่เธอตลอดเวลาทั้งที่เธอยังไม่รู้สึกตัวแต่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแล้ว ตะวันทำทุกอย่างเพื่อเธอ บีบนวดมือและเท้าทำกายภาพบำบัดให้ เล่นกีตาร์ร้องเพลงให้ฟัง จัดแต่งห้องด้วยดอกกุหลาบที่เธอโปรดปราน

กิตติทัตกับอุษาวดีจับคู่มาเยี่ยมและแนะนำให้ตะวันจ้างพยาบาลพิเศษแต่เขาไม่ยอม ฝ่ายพีระที่ยังไม่ถอดเฝือกที่ขาก็มาพักฟื้นที่ไร่ตะวันเช่นกัน อุษาวดีเห็นสภาพพี่ชายแล้วหนักใจแทนน้ำค้าง ความจริงอาการไม่น่าเป็นห่วง แต่ความสำออยนี่สิน่าหมั่นไส้

ตะวันอยู่กับโรสรินทั้งกลางวันและกลางคืน ดูแลเอาใจใส่ไม่ขาดตกบกพร่อง พยายามพูดเรื่องราวที่ผ่านมาแม้ไม่แน่ใจว่าเธอจะได้ยินและรับรู้หรือเปล่า

“คุณรู้อะไรไหม วันแรกที่ผมเจอคุณ ผมยังจำได้ไม่มีวันลืมเลย คุณสวย สวยอย่างที่ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสวยเท่าคุณมาก่อน แล้วเชื่อไหม ผมไม่เคยเจอใครเหวี่ยง วีน ร้าย และจี๊ดได้เท่าคุณเลย ผมยังไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่ผมไม่อยากแม้แต่จะคบหาอย่างคุณ สุดท้ายจะกลายเป็นผู้หญิงที่ผมรัก รักหมดหัวใจ”

ตะวันจูบหน้าผากโรสรินอย่างแสนรัก แล้วหยิบถุงเท้ามาใส่ให้เพราะอากาศเริ่มหนาว หญิงสาวเหมือนรับรู้จับมือเขาไว้ แค่อาการตอบสนองเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ตะวันดีใจจนบอกไม่ถูก รุ่งขึ้นรีบบอกข่าวดีนี้กับทุกคนแล้วร่วมกันทำบุญใส่บาตรเพื่อให้ผลบุญหนุนนำให้โรสรินหายไวๆ

ผ่านไปอีกค่อนวัน โรสรินรู้สึกตัว ทุกคนดีใจสุดๆ โดยเฉพาะตะวันประชิดตัวเธอตลอดเวลา แต่ไม่ลืมให้อึ่งไปตามหมอทัตมา โรสรินยังมีท่าทีเหนื่อยๆ มองมือตะวันที่กุมมือตัวเองพลางสั่งให้เขาปล่อยด้วยเสียงแหบแห้ง

ตะวันแปลกใจ ทำไมโรสรินมีท่าทีห่างเหินชอบกล เมื่อหมอทัตมาถึงรีบตรวจร่างกาย คนอื่นๆยิ้มดีใจที่โรสรินฟื้นหลังจากนอนนิ่งอยู่หลายวัน แต่ตะวันกลับใจคอไม่ดี สงสัยและคาใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนรัก

“อาการดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลย อีกหน่อยก็เดินได้สบายแล้ว” หมอทัตเอ่ยขึ้นหลังจากตรวจเช็กอาการ

“เธอสลบไปนานเลยนะโรส พวกเราดีใจมากที่เธอกลับมานะ”

โรสรินมองหน้าอุษาวดีแล้วพึมพำเหมือนจำไม่ได้ว่าตัวเองสลบไป

“ที่อาการดีได้แบบนี้คงเป็นเพราะได้กำลังใจดีจากตะวันน่ะสิ เอาแล้วเว้ย เตรียมตัวตัดชุดหล่อชุดสวยไปงานแต่งกันได้แล้วพวกเรา”

ปู่ชาญเริงร่า แต่พอได้ยินโรสรินพูดขึ้นมาก็ชะงักกึก

“แต่งงาน? ฉันนี่นะจะแต่งงานกับหมอนี่”

“อ้าว ไม่แต่งกับตะวันแล้วโรซี่จะแต่งกับใคร”พีระพูดโพล่ง โรสรินบอกไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ใช่นายตะวันแน่นอน ...คราวนี้ทุกคนอึ้งไปกันใหญ่ ปู่ชาญบอกตนงงไปหมดแล้ว

ตะวันเดินเข้ามานั่งข้างโรสริน มองตาแล้วถามว่า “คุณโรส...คุณจำผมไม่ได้จริงๆเหรอ”

“นี่ ฉันสลบไปก็จริง แต่ฉันก็ไม่ได้ความจำเสื่อมนะ”

“ไม่จริง คุณจำผมไม่ได้”

“ทำไมฉันจะจำคนปากเสีย บ้าอำนาจเผด็จการอย่างนายไม่ได้ล่ะ ฉันต้องมาอยู่ที่นี่เพราะสัญญาบ้าๆที่ปู่เราตกลงกัน เคลียร์มั้ย”

“คุณจำไม่ได้เลยเหรอว่าเรารักกัน”

“รัก? ฉันเนี่ยนะ รักนาย”

“เรารักกัน คุณเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตผม”

“ไม่ ฉันไม่เคยรักใคร ฉันไม่เคยรักนาย ปล่อยฉัน ...ปล่อย”

ทุกคนเหวอกันไปหมดกับอาการของโรสริน ตะวันยังพยายามฟื้นความจำให้เธอ

“คุณจำผมได้ แต่จำไม่ได้ว่าเรารักกัน เรารักกันนะโรส เรากำลังจะแต่งงานกัน ผมรักคุณ คุณกำลังจะเป็นเจ้าสาวของผม”

“ไม่! เราแค่รู้จักกัน แค่คนรู้จักกัน” โรสรินสับสนอย่างหนักจนปวดหัวขึ้นมา ร้องขอความช่วยเหลือจากหมอทัต

“ถ้าแค่รู้จักกันคุณจะยอมตายแทนผมได้ยังไง คุณต้องจำได้สิว่าเรารักกันโรส เรารักกัน”

ตะวันเร่งเร้าคาดคั้น โรสรินยิ่งปวดหัว หมอทัตจึงขอร้องให้ตะวันออกไปจากห้องก่อน ตอนนี้โรสรินเครียดมาก ยังไม่ควรคาดคั้นกันตอนนี้...

หลังจากนั้นไม่นาน ชาญโทร.ไปเล่าอาการของ โรสรินให้ณรงค์ฟังว่าเธอฟื้นแล้ว แทบจะหายดีแต่เธอจำไม่ได้ว่าเคยรักตะวัน...ณรงค์ตกใจ ย้อนถามว่าเป็นไปได้ยังไง ถ้าเธอจำไม่ได้แล้วหลานของเราจะได้แต่งงานกันเหรอ

“นี่แหละปัญหา...เฮ้อ!” ชาญถอนใจแล้วตัดสายไปอย่างกลัดกลุ้ม...

ขณะเดียวกันภายในห้องพักโรสริน กิตติทัต พีระ น้ำค้าง และอุษาวดีนั่งล้อมเตียงนอน แต่ละคนพยายามย้อนเหตุการณ์ที่ท่าเรือก่อนถามโรสรินว่าจำอะไรได้บ้าง

“เดชา...เดชาบอกให้ไปหา แล้วฉัน...ฉันจำไม่ได้” พูดแล้วกุมหัวหน้าตาเหยเก บ่นอยากกลับบ้าน วานใครก็ได้โทร.บอกปู่ให้หน่อย ให้มารับเดี๋ยวนี้เลย

“คุณตะวันไม่ยอมให้เธอกลับแน่ๆยัยโรส”

“นายนั่นไม่มีสิทธิ์บังคับฉัน”

“โรสจำเรื่องราวของตัวเองกับคุณตะวันไม่ได้เลยเหรอ”

โรสรินมองหมอทัตแล้วส่ายหน้า บอกว่าคิดแล้วปวดหัวทุกที ขอร้องอย่าพูดถึงเขาอีกได้ไหม แต่หมอทัตยังเน้นย้ำว่าตะวันเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตเธอ

“แค่ความผูกพัน โรสยังไม่รู้สึกกับเขาเลย”

“แต่ตะวันเป็นผู้ชายคนแรกที่โรซี่รัก”

“เลิกพูดแบบนี้ซะที” โรสรินตวาดใส่ทั้งพีระและหมอทัต “ทุกคนพูดเรื่องอะไร โรสกับเขาไม่ได้รักกัน จะให้โรสกลับมารักเขาทั้งๆที่ไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลยเหรอ พอได้แล้ว โรสไม่อยากฟังเรื่องนายตะวันอีกแล้ว”

ตะวันยืนอยู่หน้าประตูห้อง ได้ยินทุกคำของเธอ...โรสรินมองแหวนที่นิ้วมือตัวเองแล้วทำท่าจะถอด น้ำค้างรีบห้าม บอกว่าพี่ตะวันเป็นคนให้

“ฉันไม่อยากได้ ฝากคืนเค้าด้วยนะ” โรสรินถอดแหวนส่งให้น้ำค้าง ตะวันสีหน้าเครียดจัดกับความทรงจำของคนรักที่หายไป หมอทัตเหลือบไปเห็นรู้สึกสงสารและเห็นใจ ครุ่นคิดหาทางช่วยแก้ปัญหา

กิตติทัตอธิบายให้ตะวันและพวกปู่ชาญฟังว่าตอนนี้โรสรินจำได้แค่บางช่วงเวลาเท่านั้น เธอรู้ว่าตะวันคือใครแต่ความทรงจำบางอย่างที่มีกับเขาหายไป ซึ่งความทรงจำที่หายไปนั้นอาจจะไม่ได้หายไปจริงๆ มันยังคงถูกเก็บไว้อยู่ หลักการทำงานของระบบสมองมันซับซ้อนมาก ความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนไว้อาจเกิดจากเพราะความกลัวหรือสาเหตุใดๆก็ตาม และการที่จะทำให้ความทรงจำส่วนนั้นกลับคืนมาอาจจะง่ายเหมือนแค่เปิดก๊อกน้ำ เพียงแต่ว่าเรารู้วิธีเปิดหรือเปล่าเท่านั้นเอง

ตะวันฟังหมอแล้วคิดตาม ขณะที่คนอื่นๆพากันนิ่วหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่แล้วพีระก็ปิ๊งไอเดียตอนน้ำค้างนำแหวนมาคืนตะวันแต่เขาไม่รับ น้ำค้างเลยเก็บไว้กับตัว...พีระเชื่อว่าคนที่จะเปิดก๊อกความทรงจำของโรสรินได้คือตะวันเพียงคนเดียว

“ในฐานะที่นายเป็นคนรักของโรสริน นายรู้ใช่ไหมว่าโรซี่กลัวอะไรมากที่สุด”

“ความรัก”

“โรซี่ปิดกั้นตัวเองจากความรักมาตลอด แล้วพอวันหนึ่งโรซี่เปิดใจรับความรักจากนาย แต่มันก็มีหลายครั้งที่ความรักทำให้เธอต้องเจ็บปวด บางทีมันอาจเป็นสาเหตุให้โรซี่กลัว...กลัวจนเลือกที่จะไม่จดจำมัน”

“ต่อให้ผมต้องบอกรักเธอซ้ำๆร้อยครั้งพันครั้งทุกวันทุกนาที ผมก็จะทำจนกว่าเธอจะจำความรักของเราได้”

“แต่น้ำค้างว่าถ้าพี่ตะวันทำแบบนี้ พี่โรสก็จะยิ่งปิดกั้นไม่รับฟังเลยนะคะ ของแบบนี้คงต้องค่อยเป็นค่อยไป”

“ฉันกับน้ำค้างเป็นกำลังใจให้นาย สู้เว้ยเฮ้ย” พีระชูสองนิ้วขึ้นมา ตะวันยิ้มอย่างมีกำลังใจ เอ่ยจริงจัง หนักแน่นว่า

“ผมทำให้เธอรักได้แล้ว...จะทำให้เธอรู้ว่ารักอีกครั้งคงไม่ยากจนเกินไป”

ooooooo

โรสรินโทร.บอกปู่ณรงค์ว่าตนอยากกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธอรับไม่ได้ที่ตะวันบอกว่าเธอกับเขารักกัน

“โรสกับตะวันรักกันจริงๆนะลูก ถ้าไม่รักหนูคงไม่ยอมตายแทนเขาหรอก ที่เจ็บหนักนี่ก็เพราะช่วยชีวิตเขาไว้”

“แต่โรสจำเรื่องราวตรงนี้ไม่ได้เลย โรสจะรักเขาได้ยังไงคะปู่ ไม่รู้ล่ะ มารับโรสเดี๋ยวนี้”

“ปู่ให้สัญญาลูกผู้ชายกับตะวันไว้แล้วว่าจะให้เขาดูแลโรสจนกว่าโรสจะหายดี เอาไว้ถ้าโรสหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่เราค่อยว่ากันอีกที...ตามนี้”

ณรงค์วางสายทันใด โรสรินหงุดหงิดรีบกดโทร.ออกอีกครั้งแต่ปู่ใจแข็งไม่รับสาย นั่นหมายความว่าเธอต้องอยู่ที่ไร่ตะวันต่อไป

ตะวันพยายามจะฟื้นความทรงจำให้โรสรินแต่ กลายเป็นว่าทำให้เธอรำคาญไล่ตะเพิดเขาออกห่าง น้ำค้างสงสารพี่ชายเหลือเกิน ชวนพีระเข้ามาพูดคุยกับโรสรินแล้วคืนแหวนของตะวันให้เธอเก็บไว้ เผื่อจะจำช่วงเวลาดีๆของกันและกันได้บ้าง

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วันตะวันไม่เคยท้อถอย...วันนี้เขาคิดได้ว่าถ้าเขาทำให้โรสรินจำได้ว่าความรักครั้งแรกของเธอเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ ดังนั้นความรักของเราอาจจะกลับมาได้อีกครั้ง

ตะวันวางแผนให้ตัวเองกับโรสรินไปติดอยู่ในป่าด้วยกันโดยขอความร่วมมือจากพวกพีระนำพาเธอไป แล้วทิ้งเธอไว้เพียงลำพังก่อนตะวันจะปรากฏตัวออกมา ส่วนคนอื่นๆหนีกลับบ้าน น้ำค้างมั่นใจว่าวิธีนี้ต้องสำเร็จ เพราะตะวันกับโรสรินจูบกันครั้งแรกที่นั่น มันเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก แต่กิตติทัตไม่มั่นใจ เกรงว่าถ้าโรสรินรู้ว่าพวกเรารวมหัวกันหลอก เธออาจจะไม่ยอมรับว่าเธอกับตะวันรักกันจริงๆ

อุษาวดีฟังแล้วขุ่นมัว ระแวงว่ากิตติทัตพูดแบบนี้เพราะมีใจให้โรสริน ก็เลยงอนหนีไป กิตติทัตเดินตามมาเห็นท่าทีเธอแปลกๆ แถมยังถามคำตอบคำก็แปลกใจ ถามว่าไม่สบายหรือเปล่า พลางยื่นมือมาแตะหน้าผากแต่เธอถอยห่างอย่างตกใจ

“ขอโทษครับ ผมจะดูว่าคุณเป็นไข้รึเปล่า”

“อุษาไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

“ถ้าคุณอุษารู้สึกไม่ดี รีบโทร.หาผมเลยนะครับ”

หญิงสาวรับคำสั้นๆ ชายหนุ่มไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่บอกลาแล้วเดินจากไป โดยมีสายตาผิดหวังเสียใจของอุษาวดีมองตาม พีระแอบเห็นโดยตลอด ตัดสินใจเข้ามาถามน้องสาวว่าชอบหมอทัตใช่ไหม ปรากฏว่าเธอวางฟอร์มปฏิเสธพัลวันว่าไม่ได้ชอบ

“อย่าโกหก พี่เป็นพี่ชายเธอ เธอคิดอะไรทำไมพี่จะไม่รู้”

“ถึงอุษาชอบเขา แล้วไงคะ ในเมื่อเขาไม่ได้ชอบ อุษา”

“แต่เท่าที่พี่ดู พี่ว่าหมอทัตเขามีใจให้เธอเหมือนกัน”

“พี่พีดูผิดแล้ว หมอทัตชอบโรส พี่พีไม่สังเกตเหรอว่าเขาเป็นห่วงโรสมาก”

“เขาเป็นเพื่อนกัน”

“จากเพื่อนก็เปลี่ยนเป็นคนรักได้นี่คะ”

“อย่าคิดเอง พี่ว่าหมอต้องมีใจให้เธออยู่บ้างไม่งั้นตอนที่เกิดเรื่องเดชาเขาไม่ช่วยเธอจนตัวเองเจ็บหรอก”

“เขาทำเพราะมันเป็นหน้าที่ เขาไม่ได้ทำเพราะรักอุษา พี่พีเลิกพูดถึงหมอได้แล้ว อุษาไม่อยากฟังอุษาจะพยายามตัดใจจากเขาไห้ได้” พูดจบเธอเดินหนีทันที พีระมองตามด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

ในป่า ตะวันพยายามพูดเรื่องเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วยชาวบ้านทำฝายกั้นน้ำ หรือเรื่องที่หลงป่าและเขาได้รับบาดเจ็บ แต่โรสรินจำได้บางส่วน ซ้ำแสดงความไม่ไว้ใจหากต้องอยู่กับเขาตามลำพังในป่า

“ฉันไม่ไว้ใจนาย นายชอบแกล้งฉัน ใช้ให้ฉันเลี้ยงหมู ทำสวน ใช้แรงงานสารพัด”

“แต่ตอนนี้ผมไม่ใช่คนแบบนั้นอีกแล้ว ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่าผมรักคุณ เรารักกัน”

“หยุด ไม่ต้องพูด ฉันไม่เชื่อ นายอาจจะมีแผนร้ายซ่อนอยู่ก็ได้ หรือว่านายคิดจะทำให้ฉันหวั่นไหว ขอโทษนะ เสียเวลาเปล่า ยังไงก็ไม่สำเร็จ นายไม่ใช่คนที่ฉันรัก”

พล่ามจบเธอก้าวเดินต่อแต่เจ็บแปลบที่ขาจนเกือบล้ม ตะวันพุ่งเข้ามาประคอง เธอกลับแว้ดใส่เขาเสียงขุ่น

“ทำอะไร”

“ทำให้คุณรู้ไงว่าผมจริงใจกับคุณ”

“เนี่ยนะจริงใจ ฉวยโอกาสมากกว่า”

“คิดให้ดีนะโรส ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่ช่วย”

โรสรินอึ้งกิมกี่ ยอมให้เขาอุ้มเดินต่อไป แต่สักพักก็บอกให้วาง เพราะเห็นถึงความเหนื่อยล้าของเขา

“ไม่เป็นไร”

“นายไม่เมื่อยแขนหรือไง”

“แค่นี้ผมทนได้”

หญิงสาวอึ้งไปอีก เริ่มลังเลว่าตะวันอาจหวังดี กับเธอจริงๆ ตะวันอุ้มเธอไปที่บ้านกลางป่า หยิบเสื้อผ้าเตรียมให้เธอเปลี่ยน

“นี่ ทำไมนายรู้จักบ้านหลังนี้ดีจัง”

“ผมเคยมาสองครั้งแล้ว รีบไปอาบน้ำเถอะเย็นแล้ว”

“ห้องน้ำอยู่ไหน”

“ลำธารด้านหลัง”

“ลำธาร? แล้วจะให้ฉันอาบยังไง”

“มีผ้าถุงไว้ใส่อาบน้ำ ผมไปหาฟืนมาก่อไปก่อนนะ” ตะวันตัดบทแล้วเดินลิ่วออกไป โรสรินหยิบผ้าถุงขึ้นมาอย่างจำยอม...

ตะวันย่องมาแอบดูโรสรินแหวกว่ายในสายน้ำอย่างเพลิดเพลิน ได้ยินเธอฮัมเพลงแสดงว่าอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นแล้ว ก็เลยขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแต่ดันลื่นไถลตกลงน้ำดังตูม หญิงสาวร้องกรี๊ดตกใจ รีบใช้มือปิดบังอกตัวเองพร้อมกับร้องด่าตะวันพัลวัน

“คนบ้า คนลามก คนฉวยโอกาส ออกไปให้พ้นเลยนะ ออกไป”

“ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

โรสรินยังโวยวายไม่หยุด พลันเห็นภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว ครั้งหนึ่งเธอเคยเจอเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ แต่ไม่พูดอะไรออกมา ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้คนเดียว

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว โรสรินผมเปียกชื้นไปทั้งหัว ตะวันเอาผ้าขาวมาเช็ดผมให้อย่างเบามือ จากนั้นย่างปลาให้กิน ตกกลางคืนเธอนอนไม่หลับ ก็ร้องเพลงกล่อม โรสรินหลับตาแล้วเห็นภาพตัวเองกับตะวันที่ร้านอาหาร วันนั้นเขาร้องเพลงนี้ให้เธอ

เธอพยายามทบทวนแต่กลายเป็นปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนทนไม่ไหว ตะวันเป็นห่วง ปลอบเธอให้ใจเย็น หายใจเข้าและออกช้าๆ ไม่ต้องกลัว โรสรินทำตามแล้วทุเลาลง ผล็อยหลับไปในที่สุด ส่วนตะวันฟุบหลับข้างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

เช้าขึ้นโรสรินตื่นก่อน เห็นตะวันนอนหลับทั้งที่ มือยังจับมือเธออยู่ เธอพึมพำกับตัวเองว่าภาพที่เห็นเมื่อคืนคืออะไร แต่พอตะวันขยับตัว เธอรีบหลับตานอนนิ่ง ได้ยินเขาพูดเบาๆ แต่ชัดเจนว่า

“ผมอยากให้คุณจำได้เหลือเกินว่าผมรักคุณมากแค่ไหน”

ตะวันไม่พูดเปล่า ก้มลงหอมหน้าผากเธออย่างแสนรักก่อนเดินออกไป...โรสรินลืมตาขึ้นช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ครั้นอีกครู่ต่อมาออกเดินทางกันต่อเพื่อกลับบ้าน เธอจำภาพที่ตัวเองเคยจูบกับตะวันที่ทุ่งดอกไม้ขึ้นมาได้ ถึงกับยืนอึ้งตัวชา ตะวันจับสังเกตด้วยความสงสัย

“คุณจำอะไรได้บ้างแล้วใช่ไหมโรสริน”

โรสรินยืนนิ่ง แววตาสั่นระริก ไม่แน่ใจในสิ่งที่เห็น

“คุณจำได้แล้วใช่ไหมว่าเรารักกัน ตอบผมสิโรส” เขาจับแขนเธอเขย่า...เธอได้สติรีบถอยห่างพร้อมปฏิเสธว่าจำไม่ได้ จากนั้นก็เดินจ้ำต่อไป โดยมีสายตาของตะวันมองตามอย่างสงสัย

ในที่สุดสองคนกลับถึงไร่ด้วยความปลอดภัย ทุกคนที่เฝ้ารอต่างเซ็งไปตามกันเมื่อตะวันบอกว่าแผนไม่สำเร็จ และคงโดนโรสรินเล่นงานแน่ๆ แต่ผิดคาด เธอไม่ว่าพวกน้ำค้างสักคำที่ทิ้งเธอไว้กลางป่า แต่รีบเดินกลับบ้านพักแล้วคิดหนักว่าตัวเองกับตะวันอาจจะรักกันจริงๆ

อาทิตย์ตามเอาข้าวไข่เจียวฝีมือตัวเองมาให้โรสรินถึงบ้าน เธอกินแล้วชมว่าอร่อยมาก เด็กชายเลยคุยอวดว่าตอนที่พี่โรสกลับไปกรุงเทพฯ ตนให้พี่อึ่งสอน เพราะอยากทำให้พี่โรสกินเวลากลับมาที่ไร่อีกครั้ง

“พี่พอจะจำได้ว่าวันที่พี่กลับบ้าน เป็นวันที่อาทิตย์ยอมพูดเป็นครั้งแรก”

“ใช่ครับ หลังจากพี่โรสกลับไป พี่ตะวันสัญญากับอาทิตย์ว่าจะพาพี่โรสกลับมา แล้วพี่ตะวันก็ทำตามสัญญาจริงๆ”

“อาทิตย์...พี่กับนายตะวันรักกันจริงๆเหรอ”

“อาทิตย์ไม่รู้ อาทิตย์รู้แต่ว่าพี่ตะวันกับพี่โรสยอมตายแทนกันได้ แบบนี้เรียกว่ารักรึเปล่าครับ”

โรสรินอึ้งไปทันที หลังจากนั้นเธอโทร.ตามกิตติทัตมาพบ เผอิญอุษาวดีเห็นเข้าพาลเข้าใจผิดว่าหมอมีใจให้โรสริน แม้ไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกันแต่ท่าทีหมอเป็นห่วงเป็นใยโรสรินเหลือเกิน

“โรสสีหน้าไม่ดีเลย เป็นอะไร หรือว่าไม่สบาย”

“โรสสบายดี แต่โรสมีเรื่องร้อนใจอยากถาม โรสเห็นว่าทัตเป็นคนเดียวที่ไม่เคยโกหกโรส และโรสก็ไว้ใจทัตมากที่สุด ตอนนี้โรสสับสนมาก โรสเห็นภาพบางอย่างระหว่างโรสกับนายตะวัน”

“แสดงว่าโรสเริ่มจำทุกอย่างได้แล้วใช่ไหม”

“ก็ไม่เชิง มันเป็นภาพที่ไม่ปะติดปะต่อ เห็นเป็นห้วงๆ โรสพยายามจะนึกให้ออก แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว”

“ใจเย็นนะโรส ของแบบนี้จะรีบไม่ได้ มันต้องใช้เวลา”

“ภาพที่โรสเห็นแสดงว่าโรสรักนายตะวัน โรสกลัวจังเลยทัต เพราะโรสแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เห็นมันคือเรื่องจริงหรือโรสคิดไปเอง”

โรสรินสีหน้าตื่นกลัว กิตติทัตดึงเธอเข้ามากอดปลอบใจ แต่ภาพนั้นกลับทำให้อุษาวดีเจ็บปวดถึงกับทนดูต่อไปอีกไม่ได้ รีบหันหลังเดินออกไป

“ตอนนี้สิ่งที่โรสต้องทำก็คือโรสต้องมีสติ และถ้าโรสอยากรู้ว่าอะไรคือเรื่องจริง โรสต้องอยู่ใกล้ชิดกับคุณตะวัน เพราะแค่โรสติดอยู่ในป่ากับคุณตะวันคืนเดียวก็ทำให้โรสเริ่มเห็นภาพอะไรบ้างแล้ว”

“เอ๊ะ ทัตรู้ได้ไงว่าโรสติดอยู่ในป่ากับนายตะวัน”

กิตติทัตหน้าถอดสี พูดอึกๆอักๆว่าอุษาวดีโทร.บอก...แล้วยิ่งหน้าซีดไปกันใหญ่เมื่อโรสรินโพล่งขึ้นว่าอุษาวดีไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ตนกลับมากับตะวัน แล้วจะรู้ได้ยังไง

“นี่เป็นแผนนายตะวันใช่ไหม บอกโรสมา บอกมา”

กิตติทัตมองหน้าโรสรินอย่างจนหนทาง ต่อมาโรสรินมาเอาเรื่องตะวันต่อหน้าพีระและน้ำค้าง

“ฉันเองก็สงสัยอยู่แล้ว ตั้งแต่แรกที่ชวนฉันไปเดินป่า แล้วก็ทิ้งฉันเอาไว้จนนายโผล่มา เจอบ้านกลางป่า มันบังเอิญจริงๆ”

“ผมยอมรับว่าทุกอย่างเป็นแผน แต่ถ้าผมพูดตรงๆขอให้คุณไปกับผม คุณจะไปเหรอ ผมขอโทษ แต่ผมอยากให้คุณจำได้ซักทีว่าเรารักกัน”

“คนรักกันเขาไม่ทำกันแบบนี้ เนี่ยนะที่บอกว่าจริงใจกับฉัน คนหลอกลวง นายทำทุกอย่างเพราะต้องการแกล้งฉันใช่ไหม นายมันใจร้าย นายเล่นกับความรู้สึกของฉันแบบนี้ได้ยังไง”

“ใจเย็นก่อนโรซี่”

“พีไม่ต้องมาพูด พวกเธอทุกคนรวมหัวกับนายตะวันหลอกฉัน เนี่ยเหรอเพื่อน ฉันจะกลับกรุงเทพฯ”

ทุกคนตกใจ พีระทัดทานแต่โรสรินไม่ฟัง ขอกุญแจรถจากเขา ถ้าไม่ให้ก็จะหาทางกลับเอง ตะวันตัดสินใจในนาทีนั้นจับแขนโรสรินไว้มั่น ไม่ยอมให้เธอไป

“ฉันจะไป ต่อให้ต้องเดินกลับ ฉันก็จะทำ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว ปล่อย!”

“ผมขอร้อง อย่าเพิ่งตัดรอนผม ผมอยากให้คุณให้โอกาสผม ให้โอกาสตัวเอง คิดให้ดีดีว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม”

“ความรู้สึกเดียวที่ฉันมีต่อนายในตอนนี้ก็คือฉันเกลียดนาย”

“งั้นมาดูกันว่าคุณเกลียดผมจริงรึเปล่า”

ขาดคำ ตะวันดึงโรสรินเข้ามาประกบปาก พีระกับน้ำค้างถึงกับตะลึงตาค้าง ลุ้นระทึกว่าจูบนี้จะทำให้โรสรินจำความหลังได้หรือไม่ กระทั่งตะวันถอนริมฝีปากออกแล้วโรสรินตบหน้าเต็มแรง ก็ได้คำตอบโดยไม่ต้องมีใครพูดอะไร

“มั่นใจได้แล้วนะว่าฉันเกลียดนาย” โรสรินแผดเสียงแล้วหันหลังเดินหนี ตะวันไม่ยอมแพ้ พุ่งไปรวบตัวเธออุ้มขึ้นพาดบ่าพาเข้าไปในห้อง พีระถึงกับหลุดปากว่านี่มันละครตบจูบชัดๆ อยากทำแบบนี้บ้างจัง แต่พอโดนน้ำค้างหันมาจ้องตาเขียวก็ซีดจ๋อยไปตามระเบียบ

ตะวันทนเจ็บยอมให้โรสรินทุบตีจนหนำใจ ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงกับพื้นวิงวอนขอร้อง

“คุณจะต่อว่า จะดุด่า จะทำยังไงกับผมก็ได้ แต่ได้โปรดอย่าไปจากผม”

โรสรินอึ้ง นึกถึงคำพูดกิตติทัตที่ว่า ถ้าเธออยากรู้ว่าอะไรคือความจริงก็ต้องอยู่ใกล้ชิดกับตะวัน...นี่เองทำให้โรสรินตัดสินใจไม่จากไป แต่จะอยู่เอาคืนตะวันให้สาสม!

พีระกับน้ำค้างยืนรีรออยู่หน้าบ้านพัก อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน อุษาวดีเดินมาทัก พอได้ยินว่าโรสรินรู้แล้วเรื่องเดินป่าเป็นแผนของตะวัน เธอนึกถึงกิตติทัตทันที บอกทั้งคู่ว่าตนรู้ว่าใครบอก แต่ไม่ยอมพูดออกมา ได้แต่เดินจ้ำหนีไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

เมื่อตะวันกลับออกมาจากบ้าน บอกพีระกับน้ำค้างว่าโรสรินไม่กลับกรุงเทพฯ สองคนดีใจมาก แต่ผ่านไปไม่นานก็กลายเป็นหนักใจ ห่วงตะวันจะโดนคุณหนูโรสแผลงฤทธิ์จนเดี้ยงคาไร่

ตะวันต้องทำตามคำสั่งโรสรินทุกอย่างเพื่อแลกกับการที่เธอยกเลิกเรื่องกลับกรุงเทพฯ ซึ่งตะวันบอกทุกคนว่าตนทนได้ และดีใจที่สุดแล้วที่เธอไม่จากไป

ฝ่ายอุษาวดีที่โมโหและเสียใจเรื่องกิตติทัต เธอกำลังมุ่งหน้ามาพบเขาที่แปลงกุหลาบตามนัด หมอหนุ่มท่าทางร้อนรน บอกให้เธอรู้ว่าตอนนี้โรสรินรู้ ความจริงเรื่องแผนของตะวันแล้ว

“อุษารู้แล้ว อุษารู้ว่าหมอบอกโรสเรื่องนั้น คงสมใจหมอแล้วสินะคะ ที่ทำให้เขาสองคนมีปัญหากัน”

“คุณหมายความว่ายังไง”

“อุษารู้ว่าหมอไม่อยากให้โรสกับคุณตะวันคืนดีกัน เพราะว่าหมอยังรักยัยโรสอยู่”

“ไม่ใช่นะครับ ฟังผมอธิบายก่อน”

“ไม่ฟัง! อุษาเห็นหมอกอดโรส”

“ที่ผมกอดโรสเพราะต้องการให้กำลังใจเขา คุณอุษาต้องเชื่อผมนะครับ ผมไม่ได้รัก...”

“อุษาไม่เชื่อ ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้อุษาเห็นหน้าอีก” อุษาวดีเดินปาดน้ำตาจากไป กิตติทัตทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

โรสรินเริ่มปฏิบัติการทรมานตะวันด้วยการสั่งให้ทำงานหนักทุกอย่างในไร่ โดยที่ใครๆก็ไม่กล้าต่อรองหรือช่วยเหลือตะวันเพราะเธอเข้มมาก กลัวจะโดน
หางเลขไปด้วย

ขณะที่ทุกคนเป็นห่วงตะวัน แต่ตะวันกลับไม่ปริปากบ่นสักคำ ทำงานงกๆตามคำสั่งของเธออย่างเข้มแข็ง แม้เหนื่อยก็อดทน แต่ผ่านไปหลายวันร่างกายเขาเริ่มไม่ไหว เพราะข้าวปลาอาหารกินไม่ตรงเวลา แถมงานทั้งหนักและอยู่ท่ามกลางแสงแดดแผดร้อน ถึงกระนั้นตะวัน

ก็ยังไม่ยอมปริปาก มุ่งมั่นทำได้ทุกอย่างเพื่อให้โรสรินกลับมาเป็นคนเดิม

แล้วเช้าวันหนึ่งตะวันเริ่มมีไข้แต่ก็ยังอุตส่าห์ออกไปทำงานตามคำสั่งโรสรินที่ต้องการให้เขาตัดกุหลาบทั้งหมดคนเดียว โดยให้คนงานหยุดพักผ่อนหนึ่งวัน แย้เห็นแล้วเป็นห่วงตะวันเหลือเกิน อยากช่วยเหลือแต่โรสรินไม่ยอม ไล่ตะเพิดแย้ไปไกลๆ

ตะวันตัดกุหลาบได้จำนวนมาก เหนื่อยจนเหงื่อโซมกายและหน้าซีดมากขึ้นกว่าเดิม โรสรินเดินมาเช็กงาน สนใจแต่กุหลาบในตะกร้าไม่ได้มองหน้าเขาเลยสักนิดเดียว

“สมกับเป็นเจ้าของไร่กุหลาบ ฝีมือการตัดเนี้ยบ รีบไปทำต่อได้แล้ว วันนี้นายต้องตัดให้หมดทั้งไร่”

ตะวันรับคำแต่โดยดี หยิบตะกร้าใบใหม่แต่รู้สึกเจ็บจี๊ดที่นิ้วมือซึ่งแดงเถือกไปหมด โรสรินเห็นแล้วนึกถึง

อดีตที่ตะวันเคยซ่อมชุดถ่ายแบบให้เธอจนโดนเข็มตำมือเจ็บระบม...ภาพวันนั้นทำให้เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาเธอรักตะวันจริงอย่างที่เขาและใครๆพยายามบอกหรือเปล่า

ด้านอุษาวดีที่เข้าใจกิตติทัตผิด เธอตัดสินใจกลับกรุงเทพฯไปแล้ว พอน้ำค้างรู้จากพีระว่าหมอเป็นต้นเหตุ น้ำค้างจึงให้พีระโทร.หาหมอซึ่งกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯแล้วเช่นกัน

พีระถามตรงๆว่าหมอทำอะไรน้องสาวของตน เธอถึงไม่รอกลับพร้อมตน หมอบอกว่าเธอเข้าใจผิดคิดว่าตนชอบโรสริน แต่ความจริงหมอรักเธอต่างหาก พีระกับน้ำค้างได้ยินคำยืนยันอย่างนี้จากหมอจึงคะยั้นคะยอให้ไปสารภาพกับเธอตรงๆ แค่พูดว่ารักไม่ใช่เรื่องยาก

กิตติทัตไม่รอช้า รวบรวมความกล้าไปพบอุษาวดี

ที่บริษัทแล้วบอกความในใจพร้อมทั้งอธิบายถึงความรู้สึกที่เขามีต่อโรสรินว่าคือเพื่อน แต่กับเธอคือความรัก อุษาวดีซาบซึ้งถึงกับน้ำตาคลอ โผเข้ากอดเขาด้วยความรักและความเข้าใจ

พีระกับน้ำค้างได้รับรายงานพลอยโล่งใจที่ลงเอยไปได้อีกคู่ เหลือแต่ตะวันกับโรสรินเท่านั้นที่ยังลูกผีลูกคน เพราะฝ่ายหญิงยังทรมานฝ่ายชายไม่เลิก ตะวันกัดฟันขุดดินในไร่ท่ามกลางแดดจ้า โรสรินยืนมองห่างๆ หยิบแหวนที่ได้จากน้ำค้างออกจากกระเป๋ากางเกงมาดู ระหว่างนั้นพีระกับน้ำค้างเดินเข้ามาเห็น โรสรินเห็นทั้งคู่ก็หน้าถอดสี รีบเก็บแหวนไว้อย่างเดิม

พีระรู้จากแย้ว่าตะวันไม่สบายจึงขอให้โรสรินเลิกทรมานตะวันเสียที เธอกลับพูดหน้าตายว่าไม่ได้ทรมาน เขาพูดเองว่าจะยอมทำตามทุกอย่างที่เธอสั่ง

“เลิกใจร้ายกับตะวันได้แล้ว ตะวันรักโรซี่มาก แล้วโรซี่ก็รักตะวันมากเหมือนกัน”

“พีอย่ายุ่งกับเรื่องนี้ดีกว่า”

“ความจริงโรซี่จำเรื่องอะไรระหว่างตัวเองกับตะวันได้แล้วใช่ไหม”

โรสรินผงะ อึกอักพูดไม่ออก พีระรีบดักคอ

“อย่าปฏิเสธ เพราะพีเห็นโรซี่เอาแหวนแต่งงานที่ตะวันให้มาด้วย ตอนนั้นโรซี่อยากคืนแหวนแทบเป็นแทบตาย แต่วันนี้โรซี่พกมันติดตัว แสดงว่าต้องจำอะไรได้บ้างแล้ว ตอบพีมาสิโรซี่”

“โรสเริ่มจำได้แล้ว แต่ความรู้สึกของโรสมันยังคลางแคลงไม่แน่ใจ  ไม่มั่นใจว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่โรสรักจริงๆ

มันทำให้โรสไม่กล้าที่จะรักเขาหมดใจ...เข้าใจหรือยัง”

“การที่พี่ตะวันยอมทำขนาดนี้ ยังทำให้พี่โรสไม่มั่นใจอีกเหรอคะ”

โรสรินไม่ตอบ เมินหน้าหนีไปทางอื่น

“แล้วตะวันต้องทำแค่ไหน โรซี่ถึงจะเชื่อ”

โรสรินเอาแต่เงียบ ทันใดนั้นได้ยินเสียงบางอย่างที่แปลงกุหลาบ ทุกคนหันมองไม่เห็นตะวันจึงเดินเข้าไปดู ปรากฏว่าเขาหมดสติอยู่กับพื้น โรสรินหน้าเสียรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

หมอมาตรวจอาการตะวัน บอกว่าร่างกายเขาอ่อนเพลียเพราะสูญเสียน้ำและพักผ่อนไม่เพียงพอ หมอให้ยาไว้กินแล้วให้พักสองสามวันร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงตามเดิม โรสรินอาสาเฝ้าตะวันเพราะรู้สึกผิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุให้เขาเป็นแบบนี้ พีระกับน้ำค้างพอใจ คิดว่าเธอเริ่มเปิดใจให้ตะวัน และหวังว่าเรื่องร้ายจะกลายเป็นดี

ooooooo

โรสรินดูแลเอาใจใส่ตะวันทุกอย่าง ทำอาหารมาป้อน เช็ดตัวให้ นั่งเฝ้านอนเฝ้าไม่ยอมไปไหน และคอยพยุงพาเขาเข้าห้องน้ำ

การกระทำของเธอทำให้ตะวันรู้สึกดีมากๆ และค่อนข้างมั่นใจว่าเธอจำเรื่องราวที่ผ่านมาได้บ้างแล้ว ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่บอกว่า

“ฉันเคยพยาบาลนายมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉันทำได้ ไม่ต้องห่วง ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเป็นนางฟ้าของนาย”

ตะวันมองโรสรินตาเป็นประกายดีใจ มั่นใจว่าเธอจำได้แล้ว หญิงสาวเงยหน้าเห็นเขายิ้มก็ชะงัก ถามว่ายิ้มอะไร

“ผมมีความสุขน่ะ”

โรสรินนิ่วหน้า แก้เก้อด้วยการป้อนข้าวให้เขาต่อไป...

หลังจากนั้นตะวันเล่าให้น้ำค้างกับพีระฟังลับหลังโรสรินว่า

“พี่มั่นใจว่าโรสจำได้แล้วว่าเราสองคนรักกัน เพียงแต่เธออาจจะยังจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ครั้งนี้พี่จะไม่ถามตรงๆ เพราะโรสไม่มีทางยอมรับ”

“แล้วพี่ตะวันจะทำยังไง”

ตะวันยิ้มกริ่มมีแผนบางอย่างในใจ แล้วคืนนั้นตะวันก็เซอร์ไพรส์โรสรินด้วยการจัดฉากแสนโรแมนติกท่ามกลางแปลงกุหลาบที่ออกดอกสะพรั่ง

“ผมอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาเขียนว่าความจริงคนเราเกิดมาพร้อมหัวใจครึ่งดวง ผมหัวเราะและไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเขียน ถ้าหัวใจมีแค่ครึ่งดวง เราคงไม่มีชีวิตอยู่ แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่หนังสือเล่มนั้นบอกมันเป็นเรื่องจริง ทั้งๆที่ผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจ เอาแต่ใจ แต่กลับมีมุมที่น่ารัก และความน่ารักของเธอก็เห็นชัดมากขึ้น จนทำให้หัวใจของผมเต้นแรงเมื่อได้เจอ และอยากอยู่ใกล้เธอคนนั้นตลอดเวลา ผมไม่รู้ว่าผมรักเธอคนนั้นตั้งแต่ตอนไหน แต่ผมแอบเก็บภาพของเธอตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินเข้ามาในชีวิตผม”

โรสรินนิ่งฟัง น้ำตารื้นขึ้นมา รู้ว่าตะวันหมายถึงเธอ

“อย่างนี้เรียกว่ารักหรือเปล่าครับ...โรสริน ผมรักคุณ”

โรสรินน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้ง ตะวันเดินมายืนตรงหน้าเธอ

“ตะวัน...นายรักฉันเพราะอะไร”

“ผมตอบคุณไม่ได้ว่าผมรักคุณเพราะอะไร เพราะมันมีเป็นร้อยเป็นพันคำตอบ”

“ผมชอบเสียงเพราะๆของคุณ ผมชอบรอยยิ้มที่ทำให้โลกสดใส ผมชอบความเย่อหยิ่งถือตัวแต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยน ผมชอบทัศนคติของคุณที่ไม่คิดจะยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ผมเคยไม่ชอบคุณ แต่วินาทีนี้ผมรักทุกสิ่งทุกอย่างในตัวคุณ นั่นแหละคือเหตุผลของผม แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลเลยถ้าคุณจะไม่ใช่คนสุดท้ายที่ผมรัก ผมอยากอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตของผม”

โรสรินจำทุกคำที่เขาพูดออกมาได้หมด และพูดไปพร้อมกับเขาได้ตรงเป๊ะ ตะวันยิ้มกว้างดีใจ

“คุณจำได้”

“ฉันจำได้ว่าฉันรักนาย ถึงแม้ฉันจะยังจำเรื่องราวของเราได้ไม่ทั้งหมด แต่ฉันพร้อมที่จะสร้างความทรงจำระหว่างเราขึ้นมาใหม่” เธอหยิบแหวนที่ตะวันให้ออกมายื่นไปตรงหน้าเขา “ฉันอยากให้นายสวมมันให้ฉันอีกครั้ง”

“กุหลาบร้ายของผม แต่งงานกับผมนะ คุณคือหัวใจอีกครึ่งหนึ่งของผม”

โรสรินพยักหน้า ตะวันสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอก่อนจะจูบมืออย่างแผ่วเบา แล้วสวมกอดกันแน่น ทันใดเสียงเฮดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของทุกคน รวมทั้งปู่ณรงค์และยุนอาด้วย ทุกคนปลาบปลื้มยินดี โดยเฉพาะสองคุณปู่ถึงกับหลั่งน้ำตาที่หลานๆลงเอยกันได้เสียที

หนึ่งเดือนต่อมา งานแต่งงานระหว่างโรสรินกับตะวันถูกจัดขึ้นที่ไร่ตะวันอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหายที่ใกล้ชิด บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขเพราะมีคู่รักหลายคู่มาร่วมงาน สองคุณปู่ดีใจถึงขนาดเปรยกันว่าหลังจากนี้ไปก็เตรียมตัวเลี้ยงเหลน

ตะวันกับโรสรินขอบคุณสองคุณปู่ที่ทำให้พวกตนมีวันนี้ หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาของความสนุกสนาน

ทุกคนดื่มกินและเต้นรำกันอย่างสุดเหวี่ยง

ooooooo

-อวสาน­­-


ละครกุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านกุหลาบร้ายของนายตะวัน ติดตามกุหลาบร้ายของนายตะวัน ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 8 เม.ย. 2557 18:06 2014-04-08T11:06:46+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ