ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ปาร์คจุนจีที่เคยมีอคติเรื่องคุณย่า จนปฏิเสธทุกอย่างที่เป็นไทย แต่เมื่อกรรัมภาหว่านล้อมกล่อมเกลาจนยอมเปลี่ยนใจที่จะช่วยสืบหาฆาตกรที่ฆ่า คุณย่าแล้ว ความรู้สึกต่อเมืองไทยก็เปลี่ยนไป

ยิ่งเมื่อหนีแฟนคลับจนพลัด หลงไปที่ตลาดน้ำอัมพวา เสน่ห์ของวิถีชีวิตแบบไทยและความจริงใจน่ารักของกรรัมภาทำให้จุนจี เพลิดเพลินกับตลาดน้ำอัมพวาจนลืมเรื่องคุณย่าไปชั่วขณะ

แต่ที่บ้านพง อินทร์ เหตุการณ์ยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เมื่อกรรณายอมทำงานให้พงอินทร์ เธอจะอ่านสมุดบันทึกของพิมพิลาส พงอินทร์บอกว่ายาวเป็นร้อยๆหน้า ตนเล่าให้ฟังดีกว่าเพราะอ่านจบแล้วตั้งแต่ตอนที่นอนรอเธอ

“เล่าแต่เนื้อๆนะ ไม่เอาน้ำ แล้วก็อย่าลีลาฉันมีความอดทนต่ำ”

“ใน นี้...” พงอินทร์เคาะนิ้วที่ปกสมุดแล้วเริ่มเล่า... “พี่พิมบันทึกเอาไว้ถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อช่อเพชร”  กรรณาถามว่าเกี่ยวข้องอะไรกับด็อกเตอร์แผนยุทธหรือเปล่า พงอินทร์ยักคิ้วแผล็บพูดเป็นนัย “เป็นเลขาสาว คิดดูเอาเองแล้วกัน”

ทันที ที่พงอินทร์เอ่ยชื่อช่อเพชร ที่หน้าบ้านก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาด จู่ๆก็มีลมพัดแรงจนทุกอย่างปั่นป่วนไปหมดแล้ววิญญาณช่อเพชรก็ปรากฏขึ้นลางๆ ตรงมาที่บ้านราวกับลอยมา...แต่ถูกวิญญาณพิมอรออกมาเผชิญหน้าสกัด!

พงอินทร์ยังคงเล่าต่อไปว่า ตนอ่านเจอชื่อผู้หญิงคนนี้ในบันทึกลงวันที่ราวๆเกือบสองเดือนก่อนพิมอรจะ เสียชีวิต พิมอรหัวใจแทบสลายเมื่อจับได้ว่าแผนยุทธมีอะไรกับช่อเพชร กรรณาอยากฟังรายละเอียด พงอินทร์จึงอ่านบันทึกให้ฟัง...แต่พอพงอินทร์อ่านประโยคแรกว่า “ช่อเพชรมาหาฉันที่บ้าน!” เท่านั้น กรรณาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของพิมอรแว่วมา เธอรู้ว่าวิญญาณพิมอรอยู่ตรงไหนแต่ไม่บอกพงอินทร์ หากแต่ส่งกระแสจิตคุยกับพิมอรโดยตรง...

“เกิดอะไรขึ้นในวันนั้น? เล่าให้ฉันฟังซิคะคุณพิมอร...”

พิมอรเล่าว่า วันนั้นช่อเพชรมาหาตนที่บ้าน แนะนำตัวเองว่าเป็นเมียแผนยุทธ และเป็นเมียที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วย ช่อเพชรเอาทะเบียนสมรสให้ดู ตนจึงรู้ว่าแผนยุทธแอบจดทะเบียนสมรสซ้อน! ช่อเพชรพูดใส่หน้าตนในวันนั้นว่า...

“แจ่มแจ้งแล้วใช่ไหมว่าคุณแผนยุทธ เขาไม่ได้รักเธอ เขาไม่ได้อยากอยู่กับเธออีกแล้ว เขาบอกฉันว่าอยากจะเลิกกับเธอ แต่เธอไม่ยอมหย่าให้เขา”

อีกด้านวิญญาณพิมอรที่เผชิญหน้ากับวิญญาณช่อเพชรอยู่ข้างนอก พิมอรใช้ความสงบสยบความโลภะ โมหะ โทสะ และกามารมณ์ของช่อเพชร แผ่เมตตาและส่วนกุศลให้จนช่อเพชรค่อยสงบลงและเลือนหายไป

กรรณาซักถามพิมอรว่าหลังจากช่อเพชรมาวันนั้นแล้วเกิดอะไรขึ้นอีก แต่พงอินทร์นึกว่าถามตน จึงเล่าจากสมุดไดอารี่ต่อว่า

ตั้งแต่ มีเรื่องกันวันนั้น ก็มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับพิมอรอย่างเช่น มีโทรศัพท์โทร.เข้ามาแล้วไม่ยอมพูด มีจดหมายลึกลับส่งมาให้ที่บ้าน เมื่อเปิดก็พบซากหนูตาย เท่านั้นไม่พอ ยังมีผู้หญิงใส่ฮู้ดคลุมหัวสะกดรอยตามคุกคามขณะออกไปข้างนอก พิมอรตกใจวิ่งหนีจนรองเท้าส้นสูงพลิกข้อเท้าเจ็บ
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อผู้หญิงใส่ฮู้ดคนนั้นตามทันยังชักมีดจะแทง พิมอรตกใจพลัดตกบันไดหนีไฟไปสลบที่ชั้น 1 ใกล้ประตูทางออก รปภ.มาเจอจึงช่วยไว้

แล้วพงอินทร์ก็เล่าต่อว่า “พี่พิมเครียดมาก หมดความอดทนที่ถูกฝ่ายโน้นตามราวี เลยตัดสินใจจ้างนักสืบตามย้อนรอยผู้หญิงคนนั้นบ้าง...จนถึงหน้าสุดท้าย... พี่พิมเขียนบันทึกมันเป็นวันเดียวกับที่พี่พิมหายตัวไป...”

“คุณพิมเขียนว่ายังไงคะ” พงอินทร์ยื่นสมุดบันทึกให้เธออ่านเอง บันทึกเขียนว่า....

“ฉัน เบื่อ...เบื่อที่จะเล่นสงครามกับผู้หญิงคนนั้นเต็มทน กว่าจะมีใครแพ้ใครชนะ...คงต้องมีใครสักคนที่เป็น บ้าไปเสียก่อน...เพราะฉะนั้น พอกันที ในเมื่อเขาอยากจะเจอฉัน ฉันก็จะไปเจอเขา...ไปคุยกันให้รู้เรื่อง ให้มันจบสิ้นกันเสียที”

อ่านหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกจบ แผนยุทธก็เข้ามาพอดี กรรณารีบเอาสมุดบันทึกซ่อน แผนยุทธไม่พอใจถามว่า มาทำอะไรที่นี่ดึกๆดื่นๆตำหนิว่า

“ในฐานะที่คุณมา ทำงานให้ผม ผมไม่สบายใจเลย ที่เห็นคุณมาอยู่บ้านน้องเมียผมดึกดื่นมืดค่ำ ผมอุตส่าห์จัดห้องหับให้คุณพักอย่างดี ทำไมคุณถึงไม่รีบกลับไปพักผ่อนล่ะครับ”

พงอินทร์แกล้งเข้าไปโอบกรรณายั่ว แผนยุทธ บอกว่าตนชวนเธอมาระลึกความหลังกัน ประชดว่าเขาช่างนกรู้จริงๆ ที่มาไล่กรรณาให้ไปนอน เพราะพรุ่งนี้เธอก็จะเก็บของกลับบ้านแล้ว แผนยุทธตกใจถามว่าเธอจะกลับได้ไงเมื่องานยังไม่เสร็จ

“ก็ในเมื่อฉันเก็บ ข้อมูลที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์จากบ้านหลังนี้ได้หมดแล้ว ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ กลับไปทำงานต่อที่ออฟฟิศได้แล้วค่ะ”

แผนยุทธทำหน้าเศร้าถามว่า แล้วตนจะอยู่กับใคร จะทิ้งให้ตนอยู่กับผีตามลำพังหรือ

“ถึงฉันอยู่ คุณก็ต้องอยู่กับผีอยู่ดี เพราะผีตัวนี้ตามติดคุณเป็นตังเมไปทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่เวลาที่คุณเข้าห้องน้ำ”

ระหว่าง ที่กรรณาพูดกับแผนยุทธนั้น ได้ยินช่อเพชรแผดเสียงด่าทอตลอดเวลา กรรณาจึงขอตัวไปนอน วิญญาณช่อเพชรจึงหยุดอาละวาด โผเข้ากอดแผนยุทธไว้อย่างหวงแหน จนเขารู้สึกหนาวเยือก...

ooooooo

ฝ่าย จุนจี เมื่อได้อยู่อย่างคนที่ไม่มีใครรู้จักก็ติดใจ ไม่อยากกลับไปเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ต้องใส่หน้ากากในสังคม จึงว่าจ้างลุงชาวบ้านพายเรือไปดูหิ่งห้อยและพักที่โฮมสเตย์ ลุงที่พาไปแอบถ่ายรูปทั้งคู่ไปอัพเฟซบุ๊กเพื่อโปรโมตโฮมสเตย์ของตน

ที่โฮมสเตย์นี่เอง วิญญาณเจ้าของที่มาขอให้กรรัมภาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บ้าง เพราะต้องอยู่อย่างอดอยาก

กรรัมภามีความสุขมาก ที่นอกจากจะได้ท่องเที่ยวใกล้ชิดกับจุนจีซุปเปอร์สตาร์ในดวงใจแล้ว ระหว่างพักที่โฮม สเตย์ยังได้นอนเตียงเดียวกันอีกด้วย แม้จุนจีจะเหน็ดเหนื่อยจนหลับเป็นตาย แต่แค่นั้นกรรัมภาก็มีความสุขแล้วเธอบอกกับตัวเองว่า “ฉันจะจำไปจนวันตายว่าครั้งหนึ่งเคยนอนข้างๆจุนจี”

รุ่งขึ้น กรรัมภาปลุกจุนจีไปใส่บาตรพระที่พายเรือมาบิณฑบาต เพื่อทำบุญให้ยายเมื่อคืน เธอเตือนจุนจีอย่าลืมทำบุญให้คุณย่าเขาด้วย หลังจากใส่บาตรร่วมกันแล้ว กรรัมภาจะเช่ารถกลับ ปรากฏว่าจุนจีติดใจที่นี่จนไม่ยอมกลับ

ooooooo

เมื่อกรรณาเอาสมุดบันทึกของพิมอรกลับมาให้ทุกคนที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ดู ณัฐเดชตื่นเต้นมาก บอกว่านี่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ เบาะแสที่นำไปสู่การเสียชีวิตของพิมอรแต่ณัฐเดชก็ไม่เป็นอันได้ทำงาน เพราะถูกสุพิชชาโทร.ออดอ้อนรบกวนตลอดเวลา เมื่อณัฐเดชรู้ว่าเธอไปนั่งรอเขาอยู่ที่ห้องผู้การฯ ก็รีบไปหา ปดทุกคนที่กำลังคุยงานกันว่ามีเรื่องสำคัญต้องรีบไป

เนตรสิตางศุ์รู้ทันกระซิบกับหมอวรวรรธว่า “คุณพีช โทร.จิกขนาดนี้เลยเหรอคะ”

“ธุระอะไรของพี่ณัฐถึงได้ทิ้งประชุมกับพวกเราไปกลางคัน” สุคนธรสอดสงสัยไม่ได้

เมื่อณัฐเดชไปถึงที่หน่วยงาน เขาไม่พอใจที่เห็นสุพิชชาคุยอยู่กับตำรวจสองสามนายอย่างเป็นกันเอง เขาไล่ตำรวจพวกนั้นไปทำงาน และเรียกสุพิชชาไปบ่นเรื่องที่เธอมาที่ทำงานตนและไปคุยกับผู้การฯในห้องด้วย แต่พอเห็นสุพิชชาบีบน้ำตาก็กลับตามโอ๋ตามง้อ

ผู้การฯจับตาดูอยู่ ตำหนิณัฐเดชอย่างรุนแรงว่าเพราะเอาเวลามาง้อสาวอย่างนี้นี่เองคดีที่ให้รับผิดชอบถึงไม่คืบหน้า ชี้ว่า

“ผู้หญิงคนนี้ป่วย ควรจะได้รับการแนะนำและเยียวยาจากหมอเฉพาะทาง คงไม่ต้องให้ผมบอกนะว่าหมออะไร ส่วนคุณ...ผมจะรายงานเรื่องคุณกับท่านผู้บัญชาการ!”

ณัฐเดชอึ้ง คอตกยืนมองผู้การฯที่เดินหัวเสียผละไป

ooooooo

ส่วนรีสอร์ตที่เมืองกาญจน์ ญาณินกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ลึกลับที่ทำเรือนไทยให้เป็นเหมือนสถานขายบริการที่แฝงมาในรูปสปา

วันนี้มีรถตู้ขนาดใหญ่สองคันเข้ามาในรีสอร์ต เบญจาแต่งตัวดีออกมาต้อนรับ คุณหลวงแปลกใจที่มีรถตู้ใหญ่มาถึงสองคันแต่เห็นมีเจ้าสัวมากันเพียง 2-3 คน

คุณหลวงกับกุมาริกามองอย่างสังเกตจึงเห็นว่าที่เห็นเจ้าสัวยืนอยู่ 2-3 คนนั้น แต่ที่พื้นมีเงาคนอยู่นับสิบ! อีกทั้งเมื่อเบญจาพาเจ้าสัวพวกนั้นไป แทนที่จะไปทางห้องพักของรีสอร์ต กลับพาไปที่เรือนไทย!

เบญจาที่เดินนำเจ้าสัว 2-3 คนไปแต่ใช้อาคมบังตาอีกนับสิบบ่ายหน้าไปที่เรือนไทยนั้น รู้ว่าถูกคุณหลวงกับกุมาริกาจับตาดูอยู่แต่ทำเป็นไม่รู้

จิตของญาณินก็ติดตามการเคลื่อนไหวนี้ เธอตั้ง

ข้อสังเกตกับคุณหลวงว่า สิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงปรารภว่า

“แปลกมาก แม้แต่วิญญาณอย่างคุณตาหรือโกลเด้นก็โดนมันหลอกได้ แสดงว่ามันต้องเป็นอาคมชั้นแอดวานซ์มากมาย...ไม่น่าเป็นไปได้ ณินจะลองใช้มนต์ล้างอาคมที่ยัยรสสอนไว้ดูนะคะ”

ญาณินพนมมือท่องมนต์ล้างอาคมจึงเห็นว่าเรือนไทยของคุณหลวงนั้น ถูกเปลี่ยนเป็นสปามีผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยคอยต้อนรับกลุ่มเจ้าสัวหน้าตาหื่นกลัดมันที่เบญจาพาไป

“เรือนไทยของคุณหลวงถูกเปลี่ยนเป็นสปาจนได้” ญาณินพึมพำเครียด คุณหลวงโวยวายว่าแล้วทำไมตนไม่รู้ ญาณินบอกว่า “พวกเราถูกอาคมชั้นสูงบังตาไว้จนไม่เฉลียวใจค่ะคุณหลวง”

“หนูณิน ตามเจ้าติณห์มาดูผลงานมอมมี่ของมัน!” คุณหลวงเครียดจัด

เมื่อติณห์มาถึง ญาณินบอกเขาว่า “พวกเราพลาดแล้ว พวกเราถูกหลอกล่อให้มัวแต่ไปสนใจเรื่องเบญจา จนถูกปิดหูปิดตาไม่รู้ว่าเรือนไทยได้ถูกดัดแปลงเป็นสปาไปแล้ว”

ติณห์โวยวายว่าแล้วทำไมตนไม่เห็น ญาณินบอกว่าเพราะเราถูกอาคมบังตาไว้

ขณะกำลังคุยกันอย่างตึงเครียดนั่นเอง กุมาริกาโดดผลุงลงมาตัวดำปี๋มีเขม่าจับเต็มไปหมด กระหืดกระหอบบอกว่า

“รีบไปเร็วๆเถอะเจ๊จีจ้า คุณหลวงจะไปไล่เขา ปัดโธ่เอ๊ย...กลับเจอเขาไล่แทน”

ทั้งสามวิ่งออกไปทันที ไปเจอคุณหลวงกำลังพยายามจะเข้าไปในเรือนไทยแต่ถูกลูกไฟราวกับพลุแตกพุ่งออกมา ดีแต่คุณหลวงหลบทัน กระทั่งลูกไฟอีกลูกพุ่งเข้าปะทะหน้าอกจนฟุบไป แต่ยังลุกขึ้นจะลุยอีก

“พอเถอะคุณหลวง...อย่าพยายามเลย ตอนนี้เรือนของคุณหลวงมีรัศมีของอาคมแก่กล้ามากปกคลุมไปทั่วบริเวณ”

ติณห์เชื่อว่าต้องเป็นฝีมือมิรันตีเอาใครมาทำอาคมแน่ จะต้องไปถามให้รู้เรื่อง

“ไว้เป็นหน้าที่ณินจัดการเองนะคะ คุณหลวงกับโกลเด้นรออยู่ข้างนอกนี่แหละอย่าพยายามฝ่าอาคมไปให้พลังวิญญาณถูกทำร้ายจนอ่อนแอลงเลย”

ooooooo

ญาณิน ติณห์ และป้าออ ลุยเข้าไปในสปาถูกพนักงานในสปากรูกันออกมาขวางพัลวัน บอกว่าที่นี่ไม่รับแขกแปลกหน้า แต่ทั้งสามก็ฝ่าเข้าไปจนได้

พอเข้าไปในสปา ทุกคนตะลึงเมื่อเห็นพวกเจ้าสัวกลัดมันตัณหากลับ บ้างกำลังให้นวด บ้างนั่งรอคิว มีพนักงานแต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อยคอยเสิร์ฟเครื่องดื่ม สภาพไม่ต่างกับสถานบริการ!

ติณห์ถามหาห้องทำงานของมิรันตี แต่ไม่มีใครยอมบอก เขาจึงเดินดุ่ยๆ ลุยหาเองมีป้าออตามติดๆ เจอเบญจาออกมาขวาง บอกว่ามิรันตีมีแขก ติณห์ผลักเบญ-จากระเด็น ถูกทนายสมชาติเข้ามาติงหน้าตึงว่า

“ผมว่าพวกคุณติณห์ทำกับคุณเบญจาเกินไปนะครับ คราวก่อนก็จับส่งตำรวจทีนึงแล้ว ทุกอย่างคุณมิรันตีเป็นคนสั่งให้ทำนะครับ คุณเบญจาเป็นแค่คนรับคำสั่งปฏิบัติตาม พวกคุณทำอะไรคุณมิรันตีไม่ได้ ทำไมต้องมารังแกเด็ก”

ติณห์มองทนายสมชาติอย่างผิดหวัง จูงมือญาณินเดินฝ่าเบญจาเข้าไป ป้าออตามไปติดๆ

เมื่อเจอมิรันตี ติณห์ต่อว่าที่เอาเรือนไทยของคุณหลวงที่ยกให้ตนมาทำสปาผิดเจตนารมณ์ของแกรนด์ปา มิรันตีบอกให้เขาเซ็นยกให้ตนเสีย ติณห์ไม่ยอมเซ็น บอกมิรันตีอย่างโกรธจัดว่า

“เลิกทำสปา แล้วให้คนของมัมออกไปจากเรือนไทยให้หมด”

“สองแม่ลูกโต้เถียงกันอย่างรุนแรงไม่มีใครยอมใคร ต่างท้าให้ไปพบกันที่ศาล มิรันตีไล่ตะเพิดให้ทุกคนออกไปจากสปาของตนเดี๋ยวนี้ ติณห์เดินนำออกไปอย่างหัวเสีย ญาณินมองไปรอบๆ ติงเขาว่า

“ถ้าเรากลับออกไปจากเรือนไทยมือเปล่า วิญญาณของคุณหลวงต้องหมดโอกาสกลับเข้ามาในเรือนของท่านตลอดไป”

ติณห์ถามว่าแล้วอะไรที่ทำให้แกรนด์ปาเข้ามาไม่ได้ ญาณินบอกว่ายังหาไม่เจอ ให้เขากับป้าออช่วยถ่วง เวลาไว้สัก 5 นาที ตนจะหาของนั้นให้พบ ติณห์กับป้าออจึงลงมือป่วนทันที ต่างป่วนตามวิธีที่ตนถนัด ระหว่างนั้นเบญจาถามว่าญาณินหายไปไหน พวกพนักงานจึงกระจายกันออกตามหา

ญาณินมองสำรวจแต่ไม่เจออะไร เห็นพนักงานออกตามหาตนจึงหลบเข้าไปในห้องหนึ่ง ฉุกคิดได้ว่า อย่าใช้แต่ตา ต้องใช้สติ คิดได้ดังนั้น ญาณินนั่งเข้าสมาธิที่ตั่ง...

“อะไร...ที่ทำให้วิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นเข้าบ้านไม่ได้ อะไร...ที่ซ่อนอยู่จนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อะไร...ที่เหมือนไม่มีตัวตน อะไร...ที่ฝังตัวอยู่ในเรือนจนเป็นเนื้อเดียวกัน” พอนึกถึงตรงนี้ ญาณินมองเห็นทะลุปลายอุโมงค์ เธอลืมตาผึง! ต้องใช่แน่ๆ พึมพำ “เขียนยันต์ด้วยผง! ผู้มีวิชาสูงจะเขียนแล้วลบ มองด้วยตาไม่เห็นต้องใช่แน่ๆ”

เมื่อมองเห็น...คิดออก...ญาณินจึงล้วงเอาเหล็กน้ำพี้ในกระเป๋าสะพายออกมา คิดว่า “เหล็กจารน้ำพี้ ใช้ขีดอักขระลงบนโลหะจารสร้างเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล คงช่วยได้” คิดแล้วญาณินพนมมือท่องมนต์บูชาครูทันที...

ญาณินปักเหล็กจารไว้กับพื้นไม้ลุกขึ้นมองหมุนรอบตัวเห็นกับตาพึมพำว่า...

“พื้นเรือนถูกเขียนยันต์ลงอาคมไว้หมดทั้งหลัง ซ่อนไว้เนียนแบบนี้ใครจะไปรู้” พริบตานั้นอักขระเริ่มกะพริบ ญาณินรีบเอามือถือถ่ายรูปไว้ได้ทัน ส่งไปให้สุคนธรสดูถามว่าเป็นยันต์อะไร สุคนธรสบอกว่าไม่รู้จริงๆ รู้แต่ว่าคนที่เขียนยันต์นี้ขึ้นมา ต้องมีวิชาอาคมเข้าขั้นปรมาจารย์

ญาณินขอให้สุคนธรสมาที่รีสอร์ตโดยเร็ว เกรงว่าช้ากว่านี้ทุกอย่างจะสายเกินไป ไตรรัตน์งอแงขอตามไปด้วยจนได้

ทันใดนั้น ก๊องที่จ้องไอแพดอยู่ร้องขึ้นจนทุกคนหันมองว่า มีรูปกรรัมภากับปาร์คจุนจีโผล่ในเฟซบุ๊ก!

หมอวรวรรธชะโงกดูบอกว่ารูปลงไว้ว่าที่อัมพวา บอกเนตรสิตางศุ์ให้รีบโทร.บอกลีจองกุ๊ก

พอลีจองกุ๊กได้ข่าวก็เตรียมเอารถตู้ไปรับทันที ครวญเครียดว่า

“อุตส่าห์โกหกกองถ่ายแทบตายว่าไม่สบาย ไปถ่ายละครไม่ได้ แต่ดันมีรูปหลุดไปนั่งเรือกับสาวอยู่ที่อัมพวา โธ่...จุนจีขยันมีแต่เรื่อง กุ๊กจะกลายเป็นไก่ถูกถอนขนหมดตัวก็คราวนี้แหละ...”

ooooooo

อติเทพเห็นปาร์คจุนจีกับกรรัมภาในเฟซบุ๊ก เขาพาลูกน้อง 4 คนนั่งรถไปที่อัมพวาทันที

จุนจีกับกรรัมภายังไม่รู้ตัว พากันนั่งเรือเที่ยว และชวนกันไปเที่ยวสวนผลไม้ แต่ขณะพายเรือจะลอดใต้สะพาน อติเทพที่เดินตระเวนหาเห็นเขาพอดี จิกตามองพึมพำ

“อยู่นี่เองไอ้ปาร์คจุนจี!”

การตามไล่ล่าเริ่มทันที! อติเทพเรียกลูกน้องทั้ง 4 คนดักจุนจีกับกรรัมภาที่สวนผลไม้ พูดอย่างคุกคามว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน จุนจีเล่นแง่ว่า

“ถ้าจะคุยกับปาร์คจุนจี ต้องติดต่อนัดคิวผ่านผู้จัดการส่วนตัวก่อน  ไปเถอะคุณแก้ม” พลางจูงกรรัมภาจะผละไป

มีหรือที่อติเทพจะปล่อยเหยื่อที่ตามล่ามาอย่างยากลำบาก! ลูกน้องทั้ง 4 ปรี่เข้าหาจุนจีอย่างรู้งาน กรรัมภาร้องบอกจุนจีให้รีบหนี อติเทพมองลูกน้องที่ไล่ตามจุนจีไป พึมพำเลือดเย็น...

“วันนี้ถ้ามรดกไม่เป็นของกู มึงถูกกองอยู่ที่นี่แน่ ไอ้จุนจี!”

แต่จะเคี้ยวจุนจีไม่ใช่เรื่องง่าย จุนจีมีวิชาป้องกันตัวที่ฝึกมาจากโรงเรียนและคิวบู๊เพื่อการแสดงต่อสู้กับลูกน้องอติเทพทั้ง 4 แม้จะถูกรุมแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ แม้พวกมันจะใช้ปืน แต่มันก็ไม่กล้าฆ่าเพราะอติ–เทพต้องการให้จุนจีไปเซ็นยอมรับพินัยกรรมใบสุดท้ายที่ตกหล่น

อติเทพเห็นลูกน้องทำอะไรจุนจีไม่ได้ เขาลงมือเองเอาปืนไปจ่อขู่ แต่ก็ถูกจุนจีใช้ยุทธวิธีประชิดตัวแย่งปืนไปได้ เขาแกล้งยิงลงพื้นใกล้เท้าอติเทพ พวกลูกน้องพากันหนีเอาตัวรอด

“ฮ่ะๆๆ แกกับฉันมาซัดกันตัวต่อตัวดีกว่า” จุนจีร้องท้า

“ได้ ถ้ากูชนะมึงต้องเซ็นให้กู”

“โอเค!” สิ้นเสียง จุนจีก็พุ่งเข้าเสยคางอติเทพก่อน แม้อติเทพจะเป็นฝ่ายรับแต่ก็สู้สุดฤทธิ์หมายชนะ จะเอาลายเซ็นของจุนจี แต่สุดท้ายก็ถูกจุนจีกระโดดเสยปลายคางหลับกลางอากาศ

“จุนจีของฉัน...เก่งที่สุดเลย มายไอดอล” กรรัมภากระโดดโลดเต้นดีใจ จุนจีเดินมาจูงเธอเดินไปอย่างเท่เดินไปไม่ทันไร ก็เจอลีจองกุ๊กที่เอารถตู้มารับ จึงต้องกลับกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

ooooooo

เช้านี้ ขณะที่เสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิงกำลังดูแผนผังการจัดตลาดใหม่กันอยู่นั้น เคธี่กับทิพย์ก็พากันเข้ามาโดยไม่ได้นัดไว้ก่อน จนเสี่ยกับเจ๊งงทักว่ามากันแต่เช้าเชียว

“ธไร้ส์ล่ะคะ” เคธี่ถามพลางกวาดตามองหาไตรรัตน์ เสี่ยบอกว่าตี๋น้อยไม่อยู่

“อุ๊ย...คุณพี่จำเริญทำอะไรเหรอคะ” ทิพย์สอดตาไปที่แผนผังบนโต๊ะ เสี่ยบอกว่ากำลังจัดแผงตลาดใหม่ “เหรอคะ...แผงตลาดใหม่ น่าสนใจจัง”

เคธี่ขัดคอแม่ว่าร้านที่ LA กับ NY ยังไม่พออีกหรือ? ทิพย์รับมุกไม่ทันงงไปอึดใจ เห็นเคธี่หลิ่วตาไปที่ฟีเจอร์บอร์ดที่หนีบรักแร้มาจึงนึกได้ ทำเสียงตื่นเต้นว่าลืมไป แล้วจัดแจงเอาฟีเจอร์บอร์ดมากางทับบนแผนผังตลาดของเสี่ยทันทีทำเอาเสี่ยสะดุ้ง

“นี่เลยค่ะคุณพี่ ที่ที่เชียงใหม่ของเราไงคะ”

เคธี่บรรยายโปรเจกต์ซุปเปอร์เมกะช็อปปิ้งมอลล์คอมเพลคว่า รับรองรายได้กระฉูด ทิพย์เสริมว่างานนี้ตนจ่ายเงินค่าออกแบบไปเป็นล้าน ถ้าเราไม่รีบสร้างเดี๋ยวมีใครมาสร้างตัดหน้าก่อนจะเสียดาย

สองแม่ลูกพรีเซนต์กันจ๋อยๆ เสี่ยกับเจ๊หญิงดูแล้วบอกว่ารูปช็อปปิ้งมอลล์นี้ดูคุ้นๆ คล้ายพารากอน เสี่ยพึมพำว่า

“พารากอน...ไปอยู่กลางดอย...อืมม”

“ก็ดีนะ...เฮีย...จะได้เอาไว้ให้ชาวดอยได้มาช็อปกันไง” เจ๊หญิงเหน็บในที สองแม่ลูกทำหน้าไม่ถูก เคธี่ทำหน้าซื่อตาใสฉอเลาะ “ดีใช่ไหมคะม้า...งั้นม้าช่วยเซ็นเช็คให้หนูเลยนะคะ 15 ล้าน หนูจะได้รีบเอาไปจองผู้รับเหมาเขาเลย โปรเจกต์จะได้เริ่มเสียที นะคะม้า”

เคธี่ดีใจจับมือทิพย์ดีอกดีใจกัน พอหันมาอีกทีเสี่ย จำเริญกับเจ๊หญิงก็หายไปแล้ว สองแม่ลูกนั่งรอกันอยู่นานจนเคธี่บ่นว่าหายไปไหนไม่กลับมาเสียที ทิพย์ฉวยโอกาสให้เคธี่พาเดินสำรวจห้องโน้นห้องนี้อย่างมีเป้าหมาย

เคธี่พาไปดูห้องพระบอกว่าเสี่ยสะสมพระดีไว้มากมาย บางองค์ราคาเป็นสิบๆล้าน ทิพย์ตาโตถามว่าองค์ไหน เคธี่บอกว่าไม่รู้เพราะธไรส์ไม่ได้บอกไว้จึงถ่ายรูปไว้เผื่อวันหลังจะได้มาเอาได้ถูกองค์

ทั้งสองเดินสำรวจไปจนถึงห้องของโบตั๋น เจอดีจนได้ เมื่อโบตั๋นถามเสียงเย็นเยียบว่า “เห็นของขวัญหนูไหม...” สองแม่ลูกมองเข้าไปในห้องเห็นเงาลางๆของเด็กหญิงผมยาวยืนอยู่ ถามว่าใคร? หนูอยู่ห้องนี้คนเดียวหรือ? ก็ได้ยินเสียงพูดอยู่ประโยคเดียวว่า “เห็นของขวัญหนูไหม?”

จนกระทั่งสองแม่ลูกเห็นเท้าของเด็กหญิงลอยจากพื้น ต่างตะลึงขนหัวลุกชัน พากันวิ่งหนีไปขวัญหนีดีฝ่อวิ่งลงมาเจอเสี่ยกับเจ๊หญิงถามว่าหนีอะไรมา ทั้งสองบอกเสียงสั่นหน้าซีดเป็นไก่ต้มว่า หนีผี...

“โบตั๋น...” เจ๊หญิงมองขึ้นไปชั้นบน

“หา!...ขออย่าให้เป็นจริง...” เสี่ยจำเริญภาวนาหน้าเครียด

ooooooo

สปาที่มิรันตีทำนั้น มีคณะทัวร์มาใช้บริการมากมาย เจ้าตัวหน้าบานดีใจที่กิจการไปได้ดี มีคณะทัวร์จองล่วงหน้าจนข้ามเดือน

เบญจาประจบเอาใจมิรันตีเต็มที่ ส่วนสมชาติก็คอยรับใช้มิรันตีแม้จะขัดกับเจตนารมณ์ของคุณหลวง

“เออ...แล้วนี่ตาติณห์กะยัยแม่มดนั่นไม่มายุ่งแล้วใช่ไหม” มิรันตีถามเบญจา เมื่อเบญจาตอบค่ะ มิรันตีพอใจ ชมว่า “ดีมาก แสดงว่าคุณสมชาติจัดการที่บอกไปแล้วซินะ”

“ครับเรียบร้อยแล้วครับ พอดีคุณเบญจาช่วยจัดการ”

“แต่ยังไง ฉันจะไม่ปล่อยให้เรื่องเจ้าติณห์กับยัยนั่นลอยนวลต่อไปอีกแน่ มันต้องเด็ดขาดเสียทีไป  คุณทนาย”

มิรันตียิ้มกริ่มเดินนำทนายสมชาติออกไป เบญจา มองตามด้วยแววตาพอใจยิ่งกว่า

เมื่อไปถึงบ้านติณห์ มิรันตีนั่งที่ห้องรับแขก บอกทนายสมชาติว่าตนต้องการเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทุกอย่างโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะทองที่อยู่ในธนาคารทั้งหมด ย้ำว่า “ทำให้ได้นะ เข้าใจไหม”

“แต่...สิทธิ์เป็นของคุณติณห์โดยสมบูรณ์ตามพินัยกรรม ถ้าคุณติณห์ไม่ยอมก็เป็นไปยากนะครับ ยกเว้นมีเหตุผลดีพอยื่นร้องกับศาล” มิรันตีถามว่าอะไรคือเหตุผลที่ดีพอ

พอดีติณห์พรวดเข้ามาต่อว่าอย่างรุนแรงว่ามิรันตีทำเกินไป เปลี่ยนแปลงทุกอย่างโดยพลการแล้วยังห้ามตนกับญาณินเข้าไปในสปาด้วย หมายความว่ายังไง

“ก็หมายความอย่างที่แกเห็น แกเห็นอะไรก็เป็นไปตามนั้น เพราะจากนี้ไปฉันจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แกกับยายหมอผียิปซีนั่นมาวุ่นวายกับเมกะโปรเจกต์ของฉันอีกเด็ดขาด ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ติณห์ลูกก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่ามันเวิร์กแค่ไหน”

ติณห์ยืนยันว่ามิรันตีต้องเลิกทำสปาสกปรกนั่นเสีย มิรันตีหัวเราะเยาะว่าคนที่จะต้องเลิกไม่ใช่ตนแต่คือเขาต้องเลิกกับญาณิน ยื่นคำขาดให้เลือกว่าจะเลิกกับญาณินหรือจะให้ตนไล่ทั้งสองคนออกไปจากรีสอร์ตนี้ ตอกย้ำกับติณห์ว่า

“ฉันจะเข้ามาดูแลจัดการทรัพย์สินของคุณตาแกแทนแกทั้งหมดไม่อย่างนั้นฉันจะยื่นเรื่องกับศาลว่า แกกำลังมีสภาพจิตบกพร่องที่ไม่สามารถควบคุมสติความคิดได้แบบคนปกติ เพราะตอนนี้แกกำลังโดนยัยหมอผียิปซีนั่นใช้การสะกดจิตหมู่ควบคุมบงการอยู่ แค่นี้ศาลก็ต้องรีบยกสิทธิ์กลับมาให้ฉันดูแลแทนแกภายใน 24 ชั่วโมง นับจากวินาทีนี้ ฉันต้องไม่เห็นยัยนั่นอยู่รีสอร์ตนี้!”

เจอไม้นี้เข้า ติณห์ถึงกับมึน

ooooooo

เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ จุนจีพากรรัมภาไปสัมผัสสิ่งของของพิมพิลาสที่คฤหาสน์ ทีแรกจุนจีก็พูดอย่างไม่เชื่อถือว่าเธอทำเหมือนในหนังเกินไป แบบนี้ก็ไม่ต้องมีตำรวจพิสูจน์หลักฐานอีกต่อไปแล้ว

กรรัมภาท้าให้พิสูจน์กัน บอกให้เขาหาของที่พิมพิลาสรักมากเช่นสร้อยคอ หรือเสื้อผ้ามาตนจะสัมผัสให้ดู

จุนจีพากรรัมภาเข้าไปในห้องทำงาน พอเธอได้สัมผัสเก้าอี้ของพิมพิลาสก็สะดุ้งตาโต เมื่อเห็นภาพในอดีตชัดเจน!

กรรัมภาเห็นอติเทพมายืนขอเงินอยู่หน้าโต๊ะทำงานเมื่อไม่ได้ก็โวยวายและผลักพิมพิลาสเซล้มลง พิมพิลาสคว้าแจกันทุ่มใส่จนอติเทพวิ่งหนีไป กรรัมภายังเห็นอารมณ์ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดของพิมพิลาสเมื่องานที่อรวีทำไม่ได้ดั่งใจ เมื่อทนายสมชายมาแก้ต่างช่วยอรวีก็ถูกไล่ตะเพิดออกไปทั้งสองคน

เห็นอดีตของพิมพิลาสแล้ว กรรัมภาก็จะเป็นลมเสียเองจนจุนจีต้องเข้าประคอง

ขณะนั้นเอง ทนายสมชายขับรถเข้ามากับอรวีเห็นรถของกรรัมภาเขาถามคนสวนว่านั่นรถใคร คนสวนบอกว่าเป็นรถเพื่อนหญิงของคุณจุนจี สมชายและอรวี มองหน้ากันอย่างแปลกใจ

จุนจีถามกรรัมภาว่าไหวไหม เธอบอกว่าไหวนี่มันแค่ปฏิกิริยาเล็กๆน้อยๆ แล้วชวนไปจับอย่างอื่นต่อ ตนกำลังจะได้เงื่อนงำของการฆาตกรรมแล้ว แต่พอจุนจีถาม เธอบอกว่ายังสรุปไม่ได้ ขอไปดูอย่างอื่นที่ลึกซึ้งกว่าห้องทำงานได้ไหม

จุนจีจึงพาไปที่ห้องนอนของพิมพิลาสที่ใหญ่โตเกินกว่าจะเป็นห้องนอนของคนทั่วไป บอกเธอว่าจะทำอะไรก็รีบทำเสีย ถ้าอติเทพกลับมาจะเป็นเรื่อง

แต่เมื่อกรรัมภาสัมผัสสิ่งของภายในห้องก็ไม่พบอะไรเป็นพิเศษ จุนจีนึกได้หากุญแจตู้เซฟในกระเป๋าสตางค์ตัวเองเอาไปเปิด หยิบสร้อยทับทิมที่พิมพิลาสใส่ในวันที่เธอเสียมาให้ดู แต่กรรัมภาสัมผัสแล้วพบแต่ความว่างเปล่า เธอขอดูอย่างอื่นต่อ

ทันทีที่ได้สัมผัสสร้อยเพชรรูปหยดน้ำ กรรัมภาตัวสั่นรัวขึ้นทันที บอกว่าตนเห็นร้านเพชรใหญ่มากมีลูกค้าแน่นร้านไปหมด แต่ชื่อร้านเป็นลายมือเขียนตวัดๆ อ่านได้ไม่ชัด ทันใดนั้นสร้อยเพชรที่จับอยู่ร้อนฉ่าขึ้นมาจนกรรัมภาต้องวางลง

“ฉันรู้สึกว่า มีความเกลียด ความโกรธอยู่กับสร้อยนี่ด้วย”

“ย่าผมก็โกรธเกลียดใครๆ อยู่ตลอดเวลาแหละ” จุนจีพูดอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา

ทันใดนั้น ประตูห้องเปิดออก จุนจีหันมองเห็นอติเทพโผล่พรวดมา ทั้งจุนจีและกรรัมภาผงะหน้าเผือด!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 16:59 น.