ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จารุณีไขกุญแจดอกใหญ่มหึมาที่ประตู ผลุบเข้า ไปในห้องปิดม่านหน้าต่างหมด แต่กรรณาก็มองลอดช่องใต้หน้าต่างเห็นจารุณีตรงไปดึงกล่องจากใต้เตียงมาไข กุญแจเปิดฝากล่อง เอากล่องที่กอดมาใส่ในกล่องนั้นใส่กุญแจดันเข้าใต้เตียง

“คุณแม่บ้านพักอยู่ที่นี่หรือ...ห้องตัวเอง ทำไมต้องล็อกซะเว่อร์ ซ่อนอะไรไว้แน่ๆโดยเฉพาะกล่องนั่น... อะไรอยู่ในกล่อง?”

กรรณา จะต้องรู้ให้ได้ว่าจารุณีเอาอะไรมาและซ่อนอะไรไว้ใต้เตียง แอบดูจนเห็นจารุณีวางกุญแจพวงโตที่โต๊ะ หยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ จึงแอบย่องไปเปิดประตู โชคดีที่ประตูไม่ได้ล็อก แต่พอจะหยิบกุญแจ ก็มีมือลึกลับมาคว้าแขนหมับ!

กรรณาตกใจคว้ากระป๋องสเปรย์ที่เอวฉีดใส่หน้าเจ้าของมืออย่างแม่นยำ

“โอ๊ย!!” เจ้าของมือร้องลั่น พอหันมองกลายเป็นพงอินทร์!

พง อินทร์แสบตาโวยวายลั่น กรรณากลัวจารุณีได้ยิน เธอล็อกคอเขาลากออกจากบ้านไป เมื่อจารุณีโผล่มาดูว่าเสียงอะไรจึงไม่เห็น เลยปิดประตูอาบน้ำต่อ

กรรณาลากพงอินทร์ไปถึงบริเวณสวน เขายังโวยวายไม่หยุด เธอเลยขู่

“หุบปาก! รู้ไหมว่าที่นายโดนเข้าไปมันคือสเปรย์ยาพิษร้ายแรง ถ้านายร้องฉันจะปล่อยให้นายตาบอด แต่ถ้านายเงียบฉันจะให้ยาถอนพิษได้ ผล! พงอินทร์เงียบกริบ แต่ครู่เดียวก็ถามว่าร้องได้หรือยัง กรรณาบอกว่าร้องได้เมื่อไรจะบอก จนเมื่อเดินมาถึงหน้าเรือนเขา พงอินทร์ถามว่าร้องได้หรือยัง พอกรรณาอนุญาต เขาก็แผดเสียงร้องจนดูเกิดเหตุถามถึงยาถอนพิษ บอกให้รีบเอามาเลย ตาตนจะบอดอยู่แล้ว

“ได้! เดี๋ยวนี้เลย” กรรณาวิ่งผละไปทันที อึดใจเดียวก็ลากสายยางรถน้ำต้นไม้มาฉีดใส่หน้าเขา พงอินทร์โวยวายว่าเปียกหมดแล้ว กรรณาหยุดฉีดหัวเราะสะใจที่ได้เอาคืน
เมื่อ พากันเข้าไปในเรือน กรรณาถูกเขาซักไซ้ว่าเธอเข้าไปในบ้านจารุณีทำไม กรรณาไม่ยอมบอก แต่พอเขาขู่ว่าถ้าไม่บอกจะฟ้องจารุณีว่าเธอแอบเข้าไปในบ้าน กรรณาจึงเล่าว่า

“ฉันเห็นคุณแม่บ้านเดินลับๆล่อๆ ออกมาจากห้องบนบ้านใหญ่ท่าทางน่าสงสัย ฉันก็เลยตามมาดู แค่นั้นเอง”

พง อินทร์ถามจนรู้ว่าจารุณีออกมาจากห้องพิมอร บอกเธอว่าไม่ต้องสงสัยเพราะจารุณีมีกุญแจเข้าออกทุกห้องในบ้านหลังใหญ่ได้ พูดประชดว่าเธอมีตาแต่หามีแววไม่ คนที่น่าสงสัยกลับไม่สงสัย กรรณาคาดคั้นจนรู้ว่าคนนั้นคือแผนยุทธ


“บอกไปคุณคงไม่เชื่อ เอาเป็นว่าอดใจรออีกหน่อยเถอะนะ รอไว้ให้ผมได้หลักฐานเด็ดจากรถพี่พิม ผมจะกระชากหน้ากากคนให้ดู” แต่พอกรรณาถามว่ารถพิมอรมีอะไร
กลับถูกพูดกวนประสาท ครั้นเธอจะกลับเขาไม่ยอมให้กลับอ้างว่าเธอต้องอยู่ดูแลจนกว่าจะแน่ใจว่าตน ไม่เป็นอะไร เธอเป็นคนทำฉะนั้นต้องรับผิดชอบชีวิตตนทั้งหมด

กรรณาจึงต้อง อยู่ดูแล นั่งพัดให้พงอินทร์ที่นอนบนโซฟาจนหลับ จนถึงตีหนึ่งเธอจึงค่อยย่องจะออกไป พลันหูก็แว่วเสียงเพลงกล่อมเด็ก กรรณาชะงักกึก หันมองก็เห็นพง
อินทร์นอนหนุนตักพิมอรอย่างมีความสุข พิมอรเอามือลูบผมน้องชายเบาๆขณะร้องเพลงกล่อม พอร้องเพลงกล่อมจบก็ร้องไห้ หันมามองกรรณา

“ใครคะ...คุณคือพิมอร...พี่สาวนายโจ้ใช่ไหม?” กรรณาถาม มองหน้ารอคำตอบ แต่...เงียบ...

ooooooo

นับ วันเบญจาก็ยิ่งกลายเป็นคนโปรดของมิรันตี จนติณห์สงสัยว่า เธอเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงทำให้มิรันตียอมรับได้แกล้งถามว่า นึกออกหรือยังว่าตัวเองเป็นใคร

เบญจาบอกว่ายังนึกไม่ออก ติณห์ถามว่า “อยากตามหาพวกเขาไหมล่ะ ผมจะช่วย”

“หนู เคยได้ยินพี่ณินพูดว่า คนเราต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันถึงจะมีความสุข ตอนนี้ เวลานี้ หนูกำลังมีความสุขกับการเป็นเบญจาของทุกคน หนูไม่อยากรบกวนให้พี่ๆต้อง
เหนื่อยกับการตามหาว่าหนูเป็นใคร แค่พี่ๆช่วยดูแลหนู หนูก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ถ้าหนูมีครอบครัว สักวันพวกเขาก็จะต้องตามหาหนูเจอเอง”

คำตอบที่ฉลาดฉะฉานของเบญจา อีกทั้งการปรนนิบัติดูแลตนอย่างดี ทำให้ติณห์ยิ่งสงสัย...และจะ ต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นใคร!?

ooooooo

เช้า วันนี้ ณัฐเดชกับหมอวรวรรธเข้าไปหาผู้การที่ห้องทำงาน ณัฐเดชถูกผู้การตำหนิเรื่องคดีพิมพิลาสที่เขารับผิดชอบอยู่ไม่คืบหน้าเพราะ มัวเอาเวลาไปจีบสาว

ณัฐเดชปฏิเสธว่าตนแค่กำลังพยายามเท่านั้น ผู้การบอกว่างั้นก็เพิ่มความพยายามเข้าไปอีก ไล่ทั้งสองออกไปตนจะใช้ความพยายามบ้าง แล้วผู้การก็เพ่งออกไปนอกหน้าต่าง หมอวรวรรธถามว่าผู้การพยายามอะไรอยู่หรือ

“ใช้พลังจิตยกรถนั่น” ผู้การตอบโดยไม่ละสายตาจากรถที่ถนน สองหนุ่มดูแล้วส่ายหน้า...

ขณะ กำลังเดินออกจากสำนักงานตำรวจนั่นเอง ณัฐเดชก็ได้รับโทรศัพท์จากติณห์ ถามว่าอยากสืบประวัติคนคนหนึ่งต้องทำอย่างไรบ้าง ณัฐเดชแนะให้จ้างนักสืบก็ไม่เอา
เพราะดูซีเรียสเกินไป เสนอว่าถ้าณัฐเดชสืบให้เองจะดีมาก

“ส่งวันเดือนปีเกิดมาให้ฉัน” ติณห์บอกว่าไม่มี ณัฐเดชบอกให้เอารูปมาก็ได้ ติณห์ถามว่าแค่ดูรูปก็ได้เลยหรือ “ไม่ขนาดนั้น...แต่อย่างน้อยก็จะได้รู้หน้าตา รูปพรรณ
สัณฐานของคนคนนั้น ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน ว่าแต่นายจะสืบประวัติใครล่ะ” ติณห์ไม่ตอบ

เวลา เดียวกัน มิรันตีก็เรียกทนายสมชาติมาสั่งให้โอนสิทธิ์ทั้งหมดของติณห์มาให้ตน ทนายสมชาติถามว่านี่เป็นความประสงค์ของติณห์หรือตัวเธอเอง มิรันตีบอกว่าเป็น
ความประสงค์ของตนเอง ย้อนถามทนายอย่างหัวหมอว่า

“ใน เมื่อมันเป็นสมบัติของพ่อฉัน แล้วฉันก็ยังไม่ตาย จะข้ามเจเนอเรชั่นไปให้ติณห์ มันจะใช่หรือ ฉันเป็นลูก เป็นผู้สืบสายเลือดโดยตรง ฉันควรเป็นผู้จัดการมรดกสิ”
ทนายสมชาติติงว่า ตอนแรกเธอสละสิทธิ์ไปแล้ว มิรันตีโต้ว่าสละไปแล้วก็เปลี่ยนใจได้ สั่งแกมขู่บังคับให้ทนายจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยโดยเร็ว ถ้าต้องสู้ถึงชั้นศาลก็จะสู้ ตนมั่นใจว่าจะชนะด้วย ย้ำว่า

“ยังไงฉันจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือของนังยิปซีร้อยเล่ห์ที่หวังจะมาใช้การสะกดจิตหมู่เพื่อมาฮุบสมบัติฉันแน่”

ทนายสมชาติซีด พูดไม่ออก

ooooooo

ลี จองกุ๊กไปที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์เพื่อติดต่อให้ ห้าสาวช่วยเรื่องคุณย่าของจุนจี ขณะกำลังนั่งคุยกับสุคนธรสและเนตรสิตางศุ์อยู่นั้น กรรัมภากลับมาพร้อมกระเป๋าชาแนลใบใหม่ถือเข้ามาอย่างต้องการอวดเพื่อนๆ

พอ ลีจองกุ๊กเห็นกรรัมภาก็ทักทายแต่เธอกลับเดินหนี ถูกเจ้าที่ตำหนิว่าเดินหนีลูกค้าเสียมารยาท เธอไม่สนใจบอกเจ้าที่ให้หลบไป เจ้าที่ไม่หลบยืนดักจนกรรัมภาเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาก็ไปไม่ได้ ลีจองกุ๊กที่เห็นแต่กรรัมภาก้าวยักซ้ายย้ายขวาอยู่ไปมาก็เกาหัวงงว่าทำอะไร สุคนธรสเห็นลีลาของเพื่อนก็เข้าไปบอกว่า

“คืออย่างนี้แก้ม...คุณลีจองกุ๊กเป็นตัวแทนจากคุณจุนจีมาขอให้เราไปช่วยติดต่อกับวิญญาณของคุณย่าคุณจุนจี”

กร รัมภาถามอย่างยังไม่หายเจ็บปวดว่าทำไมจุนจีไม่มาเอง ลีจองกุ๊กอ้างว่าจุนจีติดถ่ายละครกำลังยุ่งมาก เธอเล่นตัวว่าพวกตนก็งานเยอะยุ่งมากเหมือนกัน สุคนธรสเห็น
ทีปล่อยให้กรรัมภาตีรวนไปแบบนี้เรื่องไม่จบแน่จึงตัดบทว่า

“อย่าไปฟังมันนะคะ พวกเราว่างค่ะ ยินดีรับเคสของคุณจุนจี และจะเริ่มงานเร็วที่สุดเพราะยัยแก้มว่างอยู่”

แก้ม หรือกรรัมภาสวนไปทันทีว่าตนไม่รับงานนี้ เนตรสิตางศุ์อ้างว่าพวกตนสามคนเห็นด้วยกันแล้ว รวบรัดว่าสามในห้าถือว่าคะแนนเป็นเอกฉันท์ กรรัมภาก็ยังดันทุรังว่า
“เอกฉันท์ แต่ฉันไม่ทำ!”

ขณะบรรยากาศกำลังตึงเครียดนี่เอง ณัฐเดชกับหมอวรวรรธมาถึงพอดี กรรัมภาโผเข้าเกาะแขนณัฐเดชให้ช่วยด้วยตนไม่ได้รับความยุติธรรม หมอวรวรรธบอกให้มาหา
ตนดีกว่าเพราะณัฐเดชกำลังอารมณ์ไม่ดีเพิ่งถูกผู้การ ตำหนิเรื่องคดีพิมพิลาสไม่คืบหน้าเพราะเอาเวลาไปจีบสาว

ณัฐเดชเสียงเข้ม ใส่หมอวรวรรธว่าไม่ต้องเล่า มองไปที่รถของลีจองกุ๊กถามว่านั่นรถใคร เนตรสิตางศุ์บอกว่ารถของลีจองกุ๊กผู้จัดการส่วนตัวของปาร์คจุนจีมาขอให้พวก
ตนช่วยเคลียร์ปัญหาคุณย่าของปาร์คจุนจี

งานฝ่ายวิทยาศาสตร์ของตำรวจกับงานฝ่ายจิตวิญญาณของห้าสาวกลายเป็นงานเดียวกัน กรรณาดีใจมากบอกทุกคนว่า

“เป๊ะ เลยค่ะ คุณจองกุ๊กบอกว่า วิญญาณคุณย่าปาร์คจุนจีพยายามบอกจุนจีว่าให้ช่วยเธอ ถ้ารับงานนี้ก็เท่ากับว่าเรายิงปืนนัดเดียวได้ช่วยนกสามตัว ช่วยบริษัทให้มีราย
ได้ ช่วยงานพี่ณัฐและช่วยปาร์คจุนจี”

“ไอ้แก้ม...ถ้าแกรักพี่ณัฐ รักพวกเรา แกต้องรับทำคดีนายจุนจีแล้วล่ะ” สุคนธรสรวบรัด กรรัมภาทำหน้าหนักใจ

แต่ในที่สุด เธอก็แถลงความรู้สึกส่วนตัว หลังจากบรรยายความเจ็บปวดที่ถูกจุนจีทำร้ายจิตใจแล้ว เธอสรุปในตอนท้ายอย่างน่าชื่นชมว่า

“นับ จากวันนี้เป็นต้นไป กรรัมภากับปาร์คจุนจี จะขอยุติความสัมพันธ์ดังกล่าวข้างต้นลง เพื่อตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไปให้หมด นับว่าเป็นเรื่องดีๆอีกเรื่องนึง แล้วชีวิตของเราก็จะได้ก้าวต่อไป ดังนั้น...กรรัมภาจึงพร้อมแล้วที่จะยินดีรับผิดชอบภารกิจพิชิตมารให้กับนาย จักร สุขใจนิยม ให้สำเร็จลุล่วงนับจากนี้ไป”

ทุกคนเฮดีใจ กรรัมภาย้ำว่าตนรับงานนี้อย่างมืออาชีพจริง หมอวรวรรธขอบคุณที่เธอจะทำให้งานของพวกตนง่ายขึ้น ถามณัฐเดชว่าจริงไหม ณัฐเดชตอบว่าจริง ก็พอดีมีเสียงโทร.เข้ามือถือ จึงเดินเลี่ยงไปรับสายแล้วกลับมาบอกทุกคนด้วยสีหน้าสดชื่นมีความสุขว่า

“เออ...เรียบร้อยแล้วนะ หมอแกจะอยู่ต่อก็อยู่เถอะ ฉันต้องไปก่อนล่ะ ตามสบายนะทุกคนบ๊ายบาย...จุ๊บๆ”

อากัปกิริยาแปลกๆของณัฐเดชที่เคยจริงจังเคร่งขรึมเครียดกับงาน กลายมาเป็นคนกุ๊กกิ๊กๆทำเอาทุกคนงง...

ooooooo

เพื่อเอารูปของเบญจาให้ณัฐเดชไปสืบประวัติ ติณห์ซื้อกล้องซูมได้คุณภาพสูงมาเตรียมถ่ายรูปเบญจา แต่ระหว่างนั้นก็มีเรื่องกวนใจ เมื่อทนายสมชาติเอาเอกสารมาให้เซ็นยกสิทธิ์ทั้งหมดเกี่ยวกับรีสอร์ตและ เรือนไทยให้มิรันตีจัดการ

ติณห์งงมากไปถามมิรันตี ก็ถูกดุว่าให้ทำตามนั้นไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพราะแม่ทำเพื่อลูกอยู่แล้ว ถ้าสิทธิ์อยู่ที่แม่ทุกอย่างก็จะปลอดภัย อ้างว่า...

“แกมันหน้ามืดตา มัว หลงอีพวกหลอกลวงสะกดจิตหมู่หัวปักหัวปํา ขืนแม่ไม่รีบตัดใจทำเรื่องนี้สิ สมบัติทั้งหมดของคุณตาจะละลายหายไปอยู่กับแม่นั่น”

ติณห์พยายาม ชี้แจงว่าญาณินไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิด แต่เขาถูกทั้งมิรันตีและทนายสมชาติเร่งรัดให้รีบเซ็นเสียเรื่องจะได้จบ ทนายสมชาติแอบกระซิบติณห์ว่า
“คงต้องทำตามที่เราคุยกันไว้เมื่อกี๊” แต่ติณห์ก็ยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมเซ็น

ขณะ นั้นเอง เบญจาเข้ามาแทรกทำทีเอาลูกประคบมาประคบขาให้มิรันตี แต่เงี่ยหูฟังการตอบโต้กันของทั้งสาม พอได้จังหวะก็พูดแทรก ขอให้ติณห์เห็นแก่มิรันตี ถ้าเขาไม่ยอมเซ็นจะทำให้คุณแม่เสียใจ ติณห์จึงเสนอเงื่อนไขว่า

“ถ้าผมเซ็นเอกสารนี่ มันต้องไม่ยุ่งกับเรือนไทยของแกรนด์ปาเด็ดขาด ผมจะทำเรือนไทยให้เป็นมิวเซี่ยมของแกรนด์ปาและตระกูลของเราเท่านั้น” มิรันตีไม่ยอมถามว่าทำแบบนั้นมันจะทำกำไรให้ไหม? ติณห์ตัดบทว่าถ้างั้นก็ จบข่าว! แล้วเดินออกไปเลย

ญาณินปลอบติณห์ให้ใจเย็นๆ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน พอดีติณห์เหลือบเห็นเบญจากำลังเดินผ่านไปอย่างรีบเร่ง เขาสะกิดให้ญาณินดู  เธอคาดว่ามิรันตีคงใช้ให้ไปทำอะไรกระมัง ติณห์บอกว่าเหมาะเลย แล้วคว้ากล้องตามเบญจาไป

ติณห์ร้องเรียกเบญจาอ้างว่าตนจะถ่ายรูป เพื่อโปรโมตรีสอร์ต ให้เบญจาช่วยเดินผ่านไปเหมือนเมื่อกี๊หน่อย เบญจาทำท่าลังเล แต่ทนติณห์รบเร้าไม่ได้จำต้องเป็นแบบให้ถ่ายแต่ก็พยายามเบี่ยงๆใบหน้าจาก กล้อง

แต่พอเอารูปไปดู ทุกอย่างสวยงามหมด แต่ใบหน้าของเบญจากลับมืดบ้าง ขาวจ้าบ้าง เบลอๆเหมือนถ่ายวัตถุเคลื่อนที่เร็วๆ บ้าง เมื่อเอาให้ญาณินดู ทั้งสองมองกันอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น!

ooooooo

เคธี่กับทิพย์ สองแม่ลูกที่มาเอาเงินจากเจ๊หญิงไป 5 ล้านอ้างว่าเอาไปมัดจำซื้อที่เพื่อสร้างรีสอร์ตแล้ว วันนี้ก็มาอ่อยอีก คราวนี้เอารูปภูมิประเทศมาให้ดู

เป็นภูมิประเทศที่สวยงามมาก มีทั้งภูเขา ธารน้ำ จนเสี่ยจำเริญบอกว่าสวยเหมือนอุทยานแห่งชาติเลย เคธี่บรรยายสถานที่และโครงการที่จะทำเงินได้มหาศาล แต่เวลานี้มีคนหมายตาไว้มาก  ถ้าเราตัดสินใจช้าอาจถูกตัดหน้า

บรรยาย เสียจนคอแหบแห้ง แล้วทิพย์ก็เสนอให้เจ๊หญิงโอนเงินให้ตนอีก 10 ล้าน เพื่อเอาไปมัดจำไว้ทั้งภูเขาเลยจะได้ตัดหน้าคู่แข่งได้ทันเวลา เคธี่แนะนำว่าจะออกเป็นเช็คหรืออะไรก็ได้

สองแม่ลูกมองตากันอย่างคาด หวังเต็มที่ว่าจะได้เงินจากเจ๊กับเสี่ยไป 10 ล้าน  แต่จู่ๆเสี่ยจำเริญก็อุทานตกใจบอกว่าลืมไปยังไม่ได้ให้อาหารปลาคาร์พเลยแล้ว รีบเดินไปหลังบ้าน เจ๊หญิงรีบเดินตามไปบ่นว่าเดี๋ยวปลาตายหมด

“หา! คุณพี่เลี้ยงปลาคาร์พตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ทิพย์งง

ขณะนั้นเอง เคธี่เห็นไตรรัตน์ถือโทรศัพท์เดินหน้ามุ่ยผ่านไป เธอรีบตามไป จังหวะที่ไตรรัตน์ยกมือถือจะโทร.ออกเธอก็เข้าไปขัดจังหวะ

เคธี่ ที่แอบได้ยินไตรรัตน์ยอมรับกับบรรดาผู้ใหญ่ในบ้านที่รบเร้าอยากได้หลานว่า นับแต่แต่งงานมาตนกับสุคนธรสยังไม่ได้มีอะไรกันเลย จึงวางแผนเป่าหู
ไตรรัตน์ สบโอกาสวันนี้เธอเข้าประกบทันที

“ไธร์ส คะ อย่าว่างั้นงี้เลยนะ คือเคธี่มีอะไรอยากจะพูดถึงยายจอมขมังเวทของไธร์สหน่อย...ความจริงเคธี่ก็ ไม่อยากถามเรื่องส่วนตัวหรอกนะคะ ว่าไอ้ที่เคธี่สงสัยมาตลอดจะเป็นจริงขึ้นมาจนได้”

เรียกความสนใจจาก ไตรรัตน์ได้แล้ว เคธี่เป่าหูเขาว่า สุคนธรสไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่ชอบแต่งตัวอ่อนหวานและเลือกซื้อเลือกอ่าน หนังสือเกี่ยวกับความงามและการบ้านการเรือนแต่สุคนธรสผิดกับผู้หญิงทั่วไป เธอแต่งตัวทอมบอย ชอบอ่านหนังสือพระเครื่อง หนังสือแปลกแต่จริง ชอบเข้าโรงยิมในชุดเทควันโด รับสักยันต์และแจกพระแก่สาวๆ ที่มาใช้บริการ เป็นต้น

“และที่สำคัญ ผู้หญิงปกติจะชอบผู้ชายทั้งแท่งน่ะค่ะไธร์ส” ไม่เพียงเท่านั้นยังบอกว่าตนเจอกับสุคนธรสครั้งแรกยังถูกเธอแต๊ะอั๋งด้วย เธอพูดๆๆ จนไตรรัตน์ขอให้พออย่าใส่ร้ายภรรยาตนเลย บอกว่าตนมีธุระแล้วขอตัวไปเลย

แม้ไตรรัตน์จะแสดงว่าไม่เชื่อ แต่เคธี่อ่านใจเขาออก มองตามอากัปกิริยาที่ขุ่นเคืองของเขาไปอย่างสมใจ

ไตรรัตน์โทรศัพท์ถามสุคนธรสว่าตอนนี้เธออยู่ไหนให้บอกมาเดี๋ยวนี้!

ปรากฏ ว่า กรรัมภาที่รับงานของลีจองกุ๊กแล้ว ขอให้สุคนธรสแต่งตัวแนวทอมบอยขอยืมควงเข้าไปในกองถ่ายที่จุนจีกำลังถ่ายละคร อยู่ แอบแต่งตัวกันเสร็จ กรรัมภาที่แต่งสวยเซ็กซี่ก็ควงแขนสุคนธรสเข้าไปในกองถ่ายอย่างเท่

ทิพย์ กับเคธี่ยังตื๊อหวังจะได้เงิน 10 ล้านจากเจ๊หญิงกับเสี่ยจำเริญอีก แต่ทั้งสองเกี่ยงว่าขอให้ได้พาไตรรัตน์ไปดูด้วยกันก่อนค่อยตัดสินใจแล้วลุก ไปดื้อๆเลย

ขณะนั้นเอง ไตรรัตน์เดินอ้าวออกมา เจ๊หญิงถามว่าจะออกข้างนอกหรือ แล้วชวนไปด้วยกันเลย ทิ้งให้สองแม่ลูกนั่งงงกันอยู่ในห้องรับแขก

ooooooo

กร รัมภาควงสุคนธรสเดินเลี่ยงพวก รปภ. เข้าไปในกองถ่าย เพราะมัวแต่กลัวจะมีใครเห็น เลยเดินชนเข้ากับซองซู กรรัมภาถลำเข้าไปในวงแขนซองซู

ทันทีที่ซองซูเห็นหน้ากรรัมภาในวงแข นก็ปิ๊งทันที กรรัมภาเองก็ถอดแว่นเพื่อดูให้ชัดว่าเขาคือใคร พอเห็นเป็นซองซูก็กรี๊ดกร๊าดขึ้นมาทันที ซองซูยิ่งปลื้มที่เธอรู้จักตน

ถามว่าเธออยู่ในวงการบันเทิงไทยหรือ เป็นดาราหรือนางแบบ?

“เปล่าค่ะ ฉันเป็น...หมอผีน่ะค่ะ ฉันนัดกับคุณลีจองกุ๊กไว้แล้วน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าเห็นคุณจองกุ๊กไหมคะ”

ซอง ซูชวนกรรัมภาให้อยู่ดูตนถ่ายละครก่อนบอกให้เพื่อนเธอกลับไปก่อนก็ได้ แล้วทำทีสนใจถามว่าหมอผีคือคนที่ดูดวงชะตาทายชีวิตคนใช่ไหม แล้วยื่นมือตัวเองให้ช่วยดูลายมือว่าชีวิตตนวันนี้จะได้พบเนื้อคู่หรือเปล่า ก่อน แล้วจะเรียกลีจองกุ๊กมาให้

กรรัมภาจึงจับมือซองซูดูลายมือทำนา ยมั่วๆ แบบที่ชีวิตใครก็ต้องเจอเช่นแต่ก่อนคุณเคยเป็นเด็กมาก่อนใช่ไหม ฝ่ายซองซูจอมกะล่อนก็ทำทีตื่นเต้นว่าทายแม่นมาก ทั้งคู่ดูลายมือหัวเราะขำกันคิกคัก

จุนจีในชุดจะเข้าฉากเดินผ่านมา เห็นซองซูกับกรรัมภากำลังจับมือหัวเราะกันคิกคักก็จี๊ดขึ้นมาทันที ตรงดิ่งเข้าไปถาม

“คุณ มาทำอะไรที่นี่ นี่มันกองถ่ายไม่ใช่บาร์โฮสต์นะ จะได้ให้พวกแขกสาวๆ มาเที่ยวเลือกหาผู้ชายไปบริการเอาอกเอาใจ ผมไม่เล่นด้วยกับพวกคุณ เลยจะหาเรื่องมาตามตื๊อเพื่อนผมแทนงั้นหรือ อ๋อสงสัยนิยมชอบสะสมดาราชายเกาหลี”

กรรัมภาเลือดขึ้นหน้า สุคนธรสเข้าไปโอบแก้มจุนจีถามว่าแรงไปไหมนี่ ส่วนซองซูด่าจุนจีว่าเป็นเด็กมีปัญหามากๆ เลยนะ

กรรัมภาพูดใส่หน้าจุนจีแต่เรียกเขาว่านายจักร  ว่า

ตนไม่ต่ำอย่างที่เขาพูด ที่มานี่ก็เพื่อทำงานตามที่ลีจองกุ๊กติดต่อและขอร้องไป จุนจีชะงักถามว่าเธอเรียกใครไม่ทราบ

กรรัมภาพูดใส่หน้าอีกครั้งว่า “คุณนั่นแหละ นายจักร สุขใจนิยม”

จุน จีตะคอกไม่ให้เรียกตนเช่นนั้น กรรัมภายิ่งเรียก “จักรๆๆๆๆๆ สะดือจุ่น” จุนจีตกใจถามว่ารู้ได้ไง?! ส่วนสุคนธรสปรบมือหัวเราะชอบใจ เสียงทะเลาะเอะอะโวยวายทำให้คนทั้งกองถ่ายพากันหันมาสนใจ ปาริฉัตรนางเอกในเรื่องมองกรรัมภาแต่หัวจรดเท้าคิดว่าเป็นตัวประกอบ พูดดูถูกว่าใครไปหาได้มาจากไหนหน้าตาท่าทางซื่อบืิ้อขี้เหร่หุ่นก็แย่ แล้วถามหาผู้กำกับเพื่อจะบอกว่าตนจะเป็นคนเลือกตัวประกอบเอง

ooooooo

พี่ป๋องร้องบอกทุกคนว่าไม่มีอะไร แค่ลูกค้าของจุนจีเข้ามาแล้วเข้าใจผิดกันเท่านั้น แล้วเอกชัยก็สั่งจุนจีกับซองซูให้เตรียมเข้าฉาก

แต่ พอเอกชัยสั่งเอาจริงแล้วนะ ไตรรัตน์มาจากไหนไม่มีใครเห็น เดินทะเล่อทะล่าผ่านหน้ากล้องไปปรากฏในมอนิเตอร์เต็มจอ! เอกชัยร้องลั่นถาม “ใครวะ!” แล้วสั่งคัต

ทันที ครู่เดียวพี่ป๋องก็ตะโกนเรียก รปภ.ให้มาด่วน

และ ที่หน้าเซต ทีมงานมากมายกำลังช่วยกันจับลากไตรรัตน์ไปมา ทีมงานบางคนถามว่ามาจากไหนแล้วไล่ให้ออกไปเลย ไตรรัตน์ตะโกนลั่นว่า “เฮ้ย! อะไรเนี่ย ผมมาดี จะมาจับตัวผมทำไม”

เกิดโต้เถียงกันกับพี่ป๋องที่ บอกว่าที่นี่กำลังถ่ายละครเข้ามาได้ยังไง ไตรรัตน์ไม่สนใจบอกว่าตนมาตามหาเมีย กวาดตามองถาม “เมียผมอยู่ไหน?” พอดี รปภ. 3 คนมาถึงช่วยกันลากตัวไตรรัตน์ที่กำลังโวยวายอย่างบ้าคลั่งออกไป

กรรัมภากับสุคนธรสได้ยินเสียงโวยวาย โผล่มาดู ทั้งคู่ตกใจอุทานเสียงดัง ไตรรัตน์หันมาเห็นเขาชี้ตะโกนบอก

“นั่น...นั่นเมียผม ปล่อยๆ บอกให้ปล่อย!”

ไตรรัตน์ดิ้นสุดแรง กรรัมภากับสุคนธรสตกใจพากันวิ่งมุดหายไปในกลุ่มทีมงาน พอไตรรัตน์ดิ้นหลุดก็ตะโกน

“เมีย จ๋า...สามีมาแล้ว...” ไตรรัตน์วิ่งไล่ตามไป กรรัมภาพูดอย่างรู้สึกผิดว่า  ตนทำให้เพื่อนซวยอีกแล้ว...แล้วพากันวิ่งหนี ปรากฏว่าไตรรัตน์หันมาเห็น จึงวิ่งไล่ตาม ผลักจุนจีที่ขวางทางจนเซ จุนจีหันมองเคืองๆ ตะโกนเรียก

“เฮ้ๆ...นี่อะไรกันนี่...หน้าคุ้นๆ...”

ไตรรัตน์วิ่งไล่ตามผ่านรถสุขาที่จอดอยู่ พอไตรรัตน์วิ่งผ่านไป กรรัมภากับสุคนธรสก็โผล่ออกมาอย่างโล่งใจ

ooooooo

ที่ช็อปปิ้งมอลล์ ณัฐเดชพาสุพิชชามาเดินซื้อเครื่องประดับ หมอวรวรรธกับเนตรสิตางศุ์เดินหาซื้อหนังสือ สองคู่มาเจอกันโดยบังเอิญ

ณัฐ เดชตีหน้าไม่ถูกที่ทั้งสองมาเห็นตนควงพีชมา พีชฉอเลาะว่าตนกับณัฐเดชมาเดินกันตั้งนานได้แค่แหวนกันคนละวง ทำให้เนตรสิตางศุ์ยิ่งรู้สึกไม่ดีต่อพี่ชายหมอวรวรรธเห็นบรรยากาศไม่ดีจึง ขอตัวกลับอ้างว่าหิ้วหนังสือหนัก

“เดี๋ยวสิคะตาหนู เดี๋ยวสิคะน้องเนตร อะไรกันพอเห็นหน้าเราก็วงแตกกันหมดเลยเหรอ หมอตาหนูก็อีกคน เรื่องอะไรมันแล้วไปแล้ว ก็พยายามลืมกันหน่อยได้ไหมคะ เรื่องที่ผ่านมาแล้วพีชยอมรับว่าพีชเป็นคนผิด พีชขอโทษ ขอโทษหมอตาหนู ขอโทษน้องเนตรด้วย ทั้งสองคน...จะยอมรับให้พีชกลับมาเป็นเพื่อน...เพื่อนจริงๆค่ะ ได้ไหมคะ”

พีช พูดเสียจนทั้งสองยอมไปทานไอศกรีมด้วยกัน ณัฐเดชพยายามสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย เนตรสิตางศุ์ถามว่าทั้งสองกลับมาคบกันใหม่นานแล้วหรือ พีชแกล้งพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อน  แต่ณัฐเดชมองหน้าน้องสาวด้วยแววตาน่าสงสาร มากจนเนตรสิตางศุ์ไม่กล้าถามอีก

พีช เป็นฝ่ายพูดเคลียร์ความสัมพันธ์ว่าดีใจที่ทั้งสองมาเห็นพวกตนจะได้ไม่ต้อง คอยหลบๆ ซ่อนๆ เพราะกลัวว่าเด็กน้อยสองคนนี้จะรับเราไม่ได้

“ถ้าพี่ณัฐมีความสุข คุณ...เอ๊ย...พี่พีชมีความสุข พวกเราก็ต้องรับได้สิคะ”

พีช ยังคร่ำครวญถึงชีวิตที่โดดเดี่ยว ตกต่ำของตนว่า ในยามนี้มีแต่ณัฐเดชเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างตน เรียกร้องความเห็นใจและให้อภัยตน ขอให้หมอวรวรรธทิ้งอดีตไป เราทุกคนจะอยู่กับปัจจุบันและก้าวไปข้างหน้า พูดแล้วถามหมอวรวรรธว่าได้ไหม

“ได้สิครับ พีช”

“ถ้าอย่างนั้น เนตรก็ขออวยพรให้พี่ณัฐกับพี่พีชมีแต่ความสุขมากๆนะคะ”

“ใช่ ครับ เราสองคนขอแสดงความยินดีให้พี่ณัฐกับพีชด้วยนะครับ” หมอวรวรรธเอ่ยกับทั้งสอง มือจับมือเนตรสิตางศุ์บีบอย่างให้กำลังใจ แต่ไม่พ้นสายตาพีช แววตาเธอวาบขึ้นมา แต่ไม่มีใครเห็น!

ooooooo

ไตรรัตน์เข้าไปอาละวาดในกองถ่าย เล่นงานกรรัมภาหาว่ามาเป็นมือที่สามทำให้ตนไม่อาจมีชีวิตครอบครัวเยี่ยงสามีภรรยากับสุคนธรสได้

กอง ถ่ายเกิดวุ่นวายกันขึ้น ทีมงานที่บังคับเครนมือไปปัดโดนคันบังคับทำให้เครนเหว่ียงอย่างไม่มีทิศทาง และล้มลง นักข่าวยกกล้องขึ้นยิงระรัว

ต่อมาภาพนิ่งในหนังสือพิมพ์และทีวีคือ กรรัมภายื่นกระเป๋าที่หิ้วอยู่ปิดตรงน้องชายจุนจีที่ยืนหน้าเหวอ!

ooooooo

คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นคืนแห่งพลังชีวิตของสรรพสิ่ง และสัมผัสพิเศษของ 5 สาว ไม่เว้นแม้แต่ภูตผี!!

ญาณิ นนั่งสมาธิเพิ่มพลังให้ตัวเองอยู่ในห้องเรือนรับรอง ไตรรัตน์นั่งสมาธิอยู่ในห้องพระ เนตรสิตางศุ์นั่ง สมาธิอยู่ในห้องนอนที่บ้าน กรรัมภานั่งสมาธิอยู่กลาง    ห้องหรูหราของตัวเอง และกรรณานั่งสมาธิอยู่ในสวนที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์

เกิดปรากฏการณ์อัศจรรย์เมื่อจิตของติณห์ปล่อยวางจากทุกสิ่ง มุ่งสู่สมาธิ ก็ปรากฏแสงเรืองรองรอบตัวเขาขึ้นมา

แต่ ที่นอกรีสอร์ตก็มีปรากฏการณ์น่าสยอง มีกลุ่มควันลอยต่ำๆมาตามพื้นป่าครอบคลุมไปทุกทิศทุกทาง แล้วปรากฏร่างตะคุ่มๆมากมายเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางหมอกควันนั้น มันเคลื่อนไหวแข็งทื่อไม่เหมือนมนุษย์!

ญาณินลืมตาพึ่บ! รู้สึกได้ถึงสิ่งชั่วร้ายที่กำลังมาเยือน! ป้าออตื่นตระหนกเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น!

ติณ ห์รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขาสะพายปืนมา เรียกญาณินที่ห้องบอกว่าได้ยินเสียงแปลกๆ เธอได้ยินไหม ญาณินบอกว่าได้ยิน  แต่แปลกใจที่ติณห์ถึงกับต้องแบกปืนมา

คุณหลวงและกุมาริกาต่างได้ยินเสียงแปลกๆนั้น กุมาริกาบอกว่าเสียงแบบนี้ตนไม่คุ้นหูเลย

แล้วก็ตระหนกกันแทบช็อกเมื่อจู่ๆ ติณห์ก็ร้องบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“ผะ...ผม...ผมเห็นแล้ว เห็นยืนอยู่ข้างๆญาณิน” ชี้ให้ดูพลางบอก “แกรนด์ปากับโกลเด้นเบบี้!”

ญาณิ นดีใจมากที่ติณห์มองเห็นวิญญาณแล้ว คุณหลวงดีใจกว่าเพื่อน โผเข้ากอดติณห์ ชูนิ้วถามเช็กกันให้ครื้นเครงว่ากี่นิ้ว พอติณห์ตอบถูกก็หัวเราะกันอย่างปลื้มปีติ

พลันทุกคนก็หยุดกึก เมื่อป้าออเห็นคนเดินผ่านหน้าต่างไป ป้าออนึกว่าเป็นทนายสมชาติมาเพราะเป็น ห่วงตน แต่พอเปิดประตูดู ร่างนั้นเดินผ่านไปมีกลิ่นเหม็นหึ่งโชยมา

ที่แท้ มันคือซอมบี้ที่จอมขมังเวทปลุกขึ้นมาเพื่อฆ่าญาณินและติณห์ คุณหลวงบอกติณห์ให้สาดลูกตะกั่วใส่มันเลย แต่ลูกตะกั่วทำอะไรมันไม่ได้ โดนยิงมันก็แค่ชะงักหรือล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่

“จะฆ่ามันยังไงล่ะคะ มันถึงจะตาย” ญาณินถาม ไม่ทันสิ้นเสียง กุมาริกาก็โวยวายขึ้นว่า

“แย่แล้วคุณตา พวกเราถูกล้อมไว้หมดแล้ว”

“นั่นคุณติณห์ มันมากันเป็นฝูงเลย” ญาณินชี้ให้ดู ทุกคนเห็นเงาดำของซอมบี้มาอยู่ที่ริมรั้วเต็มไปหมด!

ooooooo

ที่บ้านไตรรัตน์...สุคนธรสกำลังนั่งสมาธิ เธอได้กลิ่นบางอย่าง พึมพำอย่างไม่อยากเชื่อว่า...

“เป็น ไปได้ยังไง บ้านนายไตวายยังมีวิญญาณซ่อนอยู่อีก 1 ดวง กลิ่นของความเหงา ความน้อยใจ ความโกรธที่ถูกทอดทิ้ง...ทำไมเราเพิ่งจะได้กลิ่น...” สุคนธรสรีบออกจากสมาธิ แล้วลุกเดินไปตามกลิ่นนั้น!

“กลิ่นวิญญาณแรง ขึ้น...แรงขึ้น...อยู่แถวๆ ห้องนอนเรานี่เอง...เป็นไปไม่ได้” แต่พอเดินผ่านห้องนอนตัวเองก็ได้ยินเสียงโครมใหญ่เหมือนของหนักๆตกลงมาจน สะเทือนไปทั้งบ้าน เธอชะงักตกใจ

พอเปิดประตูห้องเข้าไป เห็นไตรรัตน์ที่ต้องใส่เฝือกคอเพราะเจ็บจากมีเรื่องที่กองถ่าย ตกจากเตียงร้องครวญครางพอเห็นหน้าสุคนธรสก็ตัดพ้อว่าเห็นหายไปนานเลยจะไปตาม หา สุคนธรสถามว่าในบ้านนี้ยังมีวิญญาณใครที่เหงา เศร้า น้อยใจ โกรธอยู่ไหม

“ก็ผมนะซิ ที่เหงา เศร้า น้อยใจ ไม่โกรธเท่าไหร่แต่มันว้าเหว่มากๆ”

สุคนธรสหมั่นไส้เลยหยิกหยอกๆที่แก้ม ไตรรัตน์โวยว่าซ้ำเติมตน

“คุณชอบเรียกร้องความสนใจทำไมล่ะ รู้ไหมฉันไปนั่งสมาธิ แล้วได้กลิ่นอย่างที่บอก กำลังพยายามหาอยู่ว่ามันมาจากวิญญาณตนไหน”

ระหว่าง นั้นเอง ทั้งอาม่า อาอี๊ เจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญพากันมาที่ห้องเพราะได้ยินเสียงร้องของตี๋น้อย พอรู้ว่าตี๋น้อยตกเตียง อาม่าบ่นสุคนธรสว่าชอบทิ้งขว้างไม่ดูแลผัว

“รส เขาไม่ผิดหรอกครับ ผมแค่อยากลุกเดินไปไหนมาไหนได้เอง เดินได้ด้วยขาตัวเอง ไม่ต้องไปรบกวนเขา ผมเกรงใจจริงๆเลย” ไตรรัตน์ทำเป็นปกป้องแต่แอบจิกกัด

อา อี๊ดูสภาพของไตรรัตน์แล้วเสนอว่า เข้าเฝือกแบบนี้ต้องมีไม้ค้ำยันช่วยจึงจะเดินได้สะดวกปลอดภัย อาม่านึกได้บอกให้เอาไม้ค้ำยันของอากงมาใช้แต่ไม่รู้ว่าเก็บไว้ที่ไหน เสี่ยจำเริญจึงให้สุคนธรสไปหา ตี๋น้อยจะได้เดินออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันบ้าง สุคนธรสจึงอาสาจะไปหาให้พลางจะเดินออกไป

“เดี๋ยวหนูรส! หนูจะไปหาได้ยังไง นี่...เอากุญแจ ไปด้วย ฉันไม่แน่ใจว่าไม้ค้ำอยู่ห้องไหน” เจ๊หญิงส่งกุญแจพวงใหญ่ให้ โดยมีเขียนกำกับไว้ว่าดอกไหนเป็นของห้องไหน

สุคนธรสเดินไล่ไปทีละห้อง จากห้องพระ ห้องอาอี๊ ห้องอาม่า ห้องนอนเจ๊ ห้องนอนตัวเอง...แต่ยังเหลืออีกดอกหนึ่งที่ไม่บอกว่าเป็นกุญแจห้องไหน เธอมองกุญแจและกวาดตามองหาห้องอย่างสงสัย...

ขณะนั้นเอง มีกลิ่นสาบของวิญญาณโชยมา เธอสูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอดถึงกับสำลัก

“กลิ่นวิญญาณอีกแล้ว...กลิ่นอยู่แถวๆนี้แหละ!” แล้วเธอก็เดินตามกลิ่นไปจนถึงห้องสุดท้ายของชั้น หน้าห้องมีป้ายติดไว้ว่า “ห้องเก็บของ” เธอหยุดดู กลิ่นโชยมาแรงมากจนเธอเชื่อว่าต้องเป็นห้องนี้แน่ ลองจับลูกบิดประตูหมุน ปรากฏว่าประตูล็อก เธอจึงหยิบกุญแจที่เขียนไว้ว่าห้องเก็บของมาไข เธอเตรียมใจที่จะเผชิญกับวิญญาณที่ไม่รู้ว่าจะเป็นรูปแบบไหน

พอเปิดประตูเข้าไป เห็นหลังประตูมีผ้ายันต์สีดำรูปอีกาของหมอสมคิดแปะอยู่ กลิ่นวิญญาณโชยมาปะทะใบหน้าอย่างแรง! พอเธอเดินเข้าไปก็สะดุ้งเฮือก เมื่อประตูปิดเองอย่างแรงปัง! ทันใดก็เห็นหัวดำๆผมยาวๆของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาในเงามืด แต่พอเพ่งมองก็หายวับไป เธอเดินหารอบๆพลางบอกกล่าว

“ฉันรู้นะ...ว่าคุณอยู่ในห้องนี้ กำลังเศร้า กำลังโกรธอะไรสักอย่าง บอกฉันได้ไหม คุณเป็นใคร ฉันช่วยคุณได้นะ...” ไม่มีเสียงตอบแต่มีหัวดำๆของเด็กผู้หญิงโผล่อีกทีแล้วหายไป “คุณอยู่ตรงนั้นใช่ไหม ฉันมาดีนะ ออกมาเถอะ ฉันไม่ทำอะไรคุณหรอก คุณเป็นใคร เข้ามาอยู่ในบ้านเสี่ยกับเจ๊นานแค่ไหนแล้ว”

แต่ก็ไม่มีเสียงตอบมีแต่การเคลื่อนไหวที่ผลุบโผล่ เธอมองหาจนเจอไม้ค้ำยันของอากงที่พื้น เธอพยายามยื่นมือไปหยิบไม้ค้ำยันที่อยู่ใต้กองเก้าอี้ ขณะกำลังจะหยิบถึง กองเก้าอี้ก็ถูกผลักล้มทับลงมาจนเธอหมดสติ วิญญาณเด็กยืนมองร่างหมดสติของสุคนธรสหัวเราะฮิๆวิ่งไปที่ประตู เปิดผางแล้ววิ่งออกไป พอร่างนั้นพ้นห้องประตูก็ปิดโครม! ล็อกกลิ๊ก! ขังสุคนธรสที่นอนสลบไว้ในนั้น!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ยุ้ย เครียด! ทุ่มสุดตัวปล่อยโฮ ถ่ายทอดบทชีวิตดราม่าใน “ตะวันตกดิน”

ยุ้ย เครียด! ทุ่มสุดตัวปล่อยโฮ ถ่ายทอดบทชีวิตดราม่าใน “ตะวันตกดิน”
12 มิ.ย 2564

12:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 14:17 น.