ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ติณห์ ไตรรัตน์ หมอวรวรรธ และณัฐเดช สี่หนุ่มที่เป็นทั้งเพื่อนและกำลังจะเป็นญาติ นั่งจิบน้ำชาคุยแลกเปลี่ยนเรื่องชีวิตรักของแต่ละคนกันอยู่ที่บริษัทซิกซ์ เซ้นส์

ติณห์หนักใจเรื่องแกรนด์ปากับแม่ที่ขัดแย้งกันเรื่องเรือนไทย แต่ที่หนักใจกว่านั้นคือ เรื่องมิรันตีไม่ชอบหน้าญาณิน ซ้ำหาว่าถูกญาณินแกล้งทำให้ปวดท้องแทบเอาชีวิตไม่รอด ดังนั้นเขาจึงต้องรู้ให้ได้เร็วที่สุดว่าคนที่ทำแม่ตนนั้นเป็นใคร

ไตรรัตน์ มีเรื่องน้ำท่วมปากที่แต่งงานกับสุคนธรสเกือบสี่เดือนแล้วแต่ยังไม่ได้แอ้ม เธอเลย จำต้องทำเป็นหน้าชื่นอกตรมบอกว่า “ชีวิตแต่งงานนี่มันดีจริงๆ ใครไม่ลองไม่รู้”

หมอวรวรรธฟังแล้วอยากแต่งบ้าง หันไปขอความเห็นณัฐเดชพี่ชายที่หวงน้องสาวราวไข่ในหินว่าอีกสักสองปีตนจะเป็นผู้ใหญ่พอหรือยัง

แต่ ณัฐเดชที่นั่งเหม่อมองไปข้างหน้า บางทีก็ถอนใจหนักๆ บางทีก็ยิ้มตาเชื่อม บางทีก็หัวเราะแล้วทำหน้าเศร้า ไม่ได้ฟังใครพูดอะไรเลย พอทุกคนเรียกดังๆ ก็สะดุ้งบอกว่า “เอาไงเอากัน พวกแกว่าไงฉันเอาด้วย”

พอพรรคพวกรุมกันให้เล่าบ้างก็ปฏิเสธวุ่นวายแถมพาลเว่อร์ว่า

“ไม่มีเว้ย...บอกว่าไม่มี้...ไม่มี...มองทำไม มองมากเดี๋ยวโดนเตะเรียงตัวจนได้”

ooooooo

พอ ไตรรัตน์กลับถึงบ้าน ก็ถูกเสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิงพ่อกับแม่และอาม่าอาอี๊ รุมกันทวงถามว่าแต่งงานมา 4 เดือนแล้วทำไมยังไม่มีวี่แววจะมีหลานให้อุ้ม
ไตรรัตน์น้ำท่วมปากอีกตามเคย ถูกอาม่าหาว่า บ่มิไก๊ ทุกคนพากันมองว่าเขาบ่มิไก๊ ไตรรัตน์เลยจำต้อง บอกว่า

“ป๊า ม้า อาม่า อาอี๊ จะน้ำยา น้ำพริก น้ำเงี้ยว ผมมีครบ แต่ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังเข้าใจไหมครับ”

“ม้าจะไม่ยอมให้ลื้อย่ำยีเกียรติของตระกูลเราอีกต่อไป อาเฮียช่วยตี๋น้อยด้วยนะ” เจ๊หญิงสั่งเสี่ยจำเริญ

คืนนี้ เสี่ยจึงเอายาโป๊ขวดหนึ่งให้ไตรรัตน์บอกว่าเป็นยาบำรุงกำลังสูตรจากจีน สูตรเดียวในเอเชียให้ดื่มเสียแล้วกลับไปหาหนูรสเลย เจ๊หญิงรับรองสรรพคุณว่า “ใช้ได้ดีเลยล่ะ ดีมาก ดีสุดๆ”

ไตรรัตน์ถูกคุมให้ดื่ม ระหว่างนั้นเสี่ยก็บรรยายสรรพคุณให้ฟังว่ายานี้จะทำให้เขาได้ทั้งลูกและ คะแนนนิยมจากเมียแน่ๆ พอดูอีกทีไตรรัตน์ดื่มยาโป๊หมดขวดไปแล้ว เสี่ยตกใจโวยลั่น

“ไอ๊หยา! อั้วบอกว่าแค่จิบเดียวพอ ลื้อดื่มหมดทำไม!”

ไตรรัตน์ พูดอย่างคะนองว่าไหนๆก็ดื่มแล้วเอา ให้มันสุดๆไปเลย พลันก็ทำหน้าตื่นบอกว่าเลือดลมสูบฉีดแล้ว ยาออกฤทธิ์เร็วมาก แล้วขอตัวรีบวิ่งอ้าวร้องหาสุคนธรสลั่นบ้าน พวกป๊า ม้า อาม่าและอาอี๊ยิ้มกันตาหยีมีความหวังจะได้อุ้มหลานอุ้มเหลนกันก็คราวนี้ แหละ!

พอวิ่งเข้าห้อง ไตรรัตน์ไปเร่งสุคนธรสที่หน้า ห้องน้ำโอดครวญว่าทนไม่ไหวแล้ว...ทนไม่ไหวแล้ว... ตะโกนน่าสงสาร “คุณอย่าแกล้งให้ผมทรมานได้ไหม ออกมา ...ออกมา...ถ้าไม่ออกผมจะพังประตูเข้าไปนะ!”

พอสุคนธรสเปิดประตู ไตรรัตน์ก็สวนพรวดเข้าไปปิดประตูล็อก ครู่เดียวก็มีเสียงชักโครกดังออกมา

สุคนธรสถอนใจอย่างโล่งอกที่รอดตัวไปได้ อีกวัน...

พวกเสี่ย เจ๊หญิง อาอี๊ที่มาแอบฟังเสียงอยู่หน้าห้อง เห็นข้างในเงียบก็ดีใจกันว่าคราวนี้ได้อุ้มหลานแน่แล้ว

ooooooo

ที่บ้าน ณ เวียงทับ กรรณาพยายามทบทวนข้อมูลให้ก๊องฟังเพื่อจะได้ทำงานประสานกันได้ดีว่า

“ข้อมูล ที่เรามีตอนนี้ก็คือ วิญญาณที่ตามด็อกเตอร์แผนยุทธ ไม่ใช่คุณพิมอร เป็นผู้หญิงปากจัดสักคน และเท่าที่ฟังคำด่าของเธอ เธอจะต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับด็อกเตอร์แผนยุทธแน่ แต่ด็อกเตอร์กลับบอกว่าไม่รู้จัก อันนี้คือประเด็นที่น่าสงสัยมาก ส่วนเรื่องการเสียชีวิตของคุณพิมอรว่าเป็นอุบัติเหตุหรือการฆาตกรรม อันนี้เป็นประเด็นรอง และคนที่ น่าสงสัยที่สุดตอนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก...”

กรรณาเล่าอย่างตั้งใจมาก แต่ก๊องกลับสนใจเรื่องอื่นจนกรรณาบอกก๊องช่วยทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อย ตนอยากรีบปิดเคสนี้ให้เร็วที่สุดจะได้ไม่ต้องทนอยู่ในบ้านนี้นาน

พลัน ทั้งสองก็สะดุ้งรีบพากันหลบเมื่อเห็นจารุณีเดินมาไล่ล็อกประตูทีละห้องแล้ว ลงไปข้างล่าง กรรณาจึงค่อยๆ ออกจากที่ซ่อน ส่วนตรงที่ก๊องซ่อนอยู่มีเก้าอี้โบราณตัวหนึ่ง จู่ๆ มันก็โยกเอง ก๊องผงะจ้ำอ้าวออกไปบอกกรรณา ไม่ทันไรก็มีเสียงเปียโนโบราณดังขึ้นมองไปที่เปียโนมันดังและขยับได้เหมือน มีคนกดอยู่!

“พี่กรรณ ทำอะไรสักอย่างสิ” ก๊องขนลุกไปทั้งตัว

“พวกเขา ก็แค่วิญญาณที่ยึดติดอยู่กับสิ่งของ ของเขา จิตสุดท้ายที่ไม่ปล่อยวาง คิดแต่ ของฉัน ตัวฉัน อยู่อย่างนี้ส่งผลให้วิญญาณไม่สามารถจากไปไหนได้”
ก๊อ งไม่อยากฟังอะไรแล้ว ยิ่งเมื่อมีน้ำหนองจากศพหญิงสาวที่ห้อยตัวอยู่กับโคมไฟระย้าหยดลงมาโดนตัว ต่างก็โกยแน่บแบบตัวใครตัวมันไปคนละทาง
กรรณาวิ่งมาหยุดที่หน้ารูปพิมอร เธอหยุดมอง ใบหน้าสวย...เศร้านั้น พึมพำ

“คุณพิมอร...คุณเป็นคนสวยมากเลย ดูเป็นภรรยาที่ประเสริฐ สมบูรณ์แบบ คุณน่าจะได้มีชีวิตครอบครัวที่ดี”

พลัน กรรณาก็ได้ยินเสียงเพลงกล่อมเด็กแว่วมา เธอเดินตามเสียงเพลงนั้นไป ผ่านสวน ผ่านดงไม้ ไปจนถึงบ้านไม้หลังหนึ่ง บรรยากาศวังเวง เธอสงสัยว่าเป็นบ้านใคร แต่ได้ยินเสียงเพลงกล่อมเด็กดังออกมาจากบ้านนี้

“วิญญาณที่ร้องเพลง มาที่บ้านหลังนี้ ทำไม...ที่นี่บ้านใคร?” ตัดสินใจผลักประตู เสียงเพลงกล่อมเด็กหยุดทันที! กรรณาฮึดขึ้นมาตัดสินใจ “เอาวะ เจอผีมาเกือบทุกยี่ห้อแล้ว คราวนี้จะเจออะไรอีก อยากจะรู้นักฮึ่ม!”

พอ ผลักประตูเข้าไปยืนกลางบ้าน มองไปรอบห้องที่ประดับด้วยหน้ากากผีต่างๆ และหัวสัตว์ปลอมมากมาย แต่บ้านสะอาดเรียบร้อยเป็นระเบียบ เหมือนมีคนอยู่

จู่ๆ มีเสียงเพลงดังขึ้นอีกเหมือนนำให้เธอไปพบรูปของพิมอรที่ถ่ายคู่กับพงอินทร์ ในวัยหนุ่ม กรรณามองผ่านไปเพราะจำพงอินทร์ไม่ได้ ดูไปอีก เจอรูปถ่ายหมู่นักเรียนทั้งชายหญิงชั้นประถมต้นสมัยที่เธอเรียน

“เฮ้ย ทำไมมีรูปนี้อยู่ที่นี่ด้วย”

ความ ทรงจำในวัยเด็กกลับมาทันที ด.ช.พงอินทร์เพื่อนร่วมชั้นคนนี้นี่เอง ที่เป็นตัวการเล่าให้เพื่อนๆฟังเรื่องเธอได้ยินเสียงผีมีอยู่ทั่วไปหมด จนเพื่อนๆ มองเธอเป็นตัวประหลาด ชอบคุยกับผี เวลานั้นพงอินทร์ถามเพื่อนๆ ว่า “นี่พวกนายเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ ฉันคนนึงล่ะที่ไม่เชื่อ ใครเชื่อยัยบ๊องนั่นก็บ้าแล้ว”

ครั้งนั้น ด.ช.พงอินทร์เลยถูก ด.ญ.กรรณา ซัดหมัด ใส่จนหน้าหงาย

ooooooo

พงอินทร์กลับมาเจอกรรณาอยู่ในบ้าน เขาพุ่งเข้าจับ คิดว่าเป็นขโมย กรรณาต่อสู้เอาหัวกระแทกจมูกเขาจนเลือดกำเดาออก

กรรณา วิ่งหนีออกจากห้อง พงอินทร์ไล่ตามเลยถูกเธอคว้าแจกันฟาดใส่หน้าจนล้มทั้งยืน พอลุกขึ้นมาเธอก็หายไปแล้ว กรรณาวิ่งไปที่บ้าน ณ เวียงทับ พงอินทร์ตามไปจับตัวไว้ได้ โชคดีที่แผนยุทธกลับมาเจอพอดี เขาสั่ง

“ทำอะไรน่ะ...ปล่อยคุณกรรณเดี๋ยวนี้นะนายโจ้! อย่าเสียมารยาทกับเธอ นี่คือคุณกรรณาแขกของฉัน”

นี่เอง ทำให้ทั้งพงอินทร์และกรรณาต่างชะงักกับชื่อที่ได้ยิน แต่พงอินทร์ไม่ติดใจเขาระแวงว่ากรรณาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของแผนยุทธ จนแผนยุทธต้องชี้แจงว่า

“คุณกรรณ เป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีส่วนตัวของผม นอกจากนี้ นายไม่ต้องมาวุ่นวายรับรู้อะไรอีก ไปครับ อย่าไปสนใจเลยครับคุณกรรณา เข้าบ้านกันเถอะ”
พงอินทร์มองตามทั้งสองพึมพำอย่างแค้นใจ...

“หึ...พี่ พิมตายไม่ถึงเดือนก็คิดจะเอาเมียใหม่เข้าบ้านแล้วเหรอ ไอ้พี่เขยหน้าหื่น ฝันไปเถอะ ฉันจะฉีกหน้ากากแกออกมาให้ได้...ไอ้ฆาตกร!”

พงอินทร์ติดใจ เรื่องกรรณา รีบกลับไปที่บ้านตัวเอง หยิบรูปที่กรรณาดูเมื่อครู่นี้ขึ้นจ้องที่หน้ากรรณา จำได้ทันทีว่านี่คือกรรณาแว่วเสียงผีนั่นเอง พึมพำอย่างหงุดหงิดว่า “ดันมายุ่งอะไรกับนายแผนยุทธ?!”

กรรณาเดินไปนั่งหงุดหงิดที่ห้องรับแขก แผนยุทธแอบดูกิริยางอนๆ ของเธอตาเป็นมัน เดินหน้าเครียดเข้าไปตำหนิพงอินทร์ให้ฟังว่า ไร้มารยาท แต่ตนก็ไล่เขาออกจากบ้านไม่ได้ เพราะตนรักพิมอรมากจึงต้องอดทน พูดอย่างสะเทือนใจว่า

“พิมอรกับพงอินทร์ มีกันอยู่สองพี่น้องเท่านั้น ผมคือส่วนเกิน ที่มาแย่งความรักพี่สาวเขาไป ไอ้เจ้าเด็กติสต์รับประทานนั่นมันก็เลยอิจฉาผมมาตลอดๆๆ”

“ใช่ค่ะ นายโจ้มันขี้อิจฉาจริงๆ”

“พิมอรเขารักมันน่ะครับ” แผนยุทธทำเนียนร้องไห้ออกมา “แต่มันก็ร้ายใส่พิมอร ทั้งหนีไปไกลๆ ทีละนานๆ แกล้งให้พิมอรไม่สบายใจ บางทีก็ทำเย็นชา ประชดประชัน ไม่ยอมพูดด้วย พิมอรต้องเสียน้ำตาเพราะน้องคนนี้มามาก ตอนนี้ผมมันเหลือตัวคนเดียว...”

กรรณาปลอบใจว่าไม่ต้องกังวลอย่างน้อยพวกตนก็อยู่ช่วยเขา แผนยุทธทำตาละห้อยอ้อนถามว่าเธอจะอยู่นานแค่ไหนกัน

“อยู่ จนกว่าจะแก้ปัญหาให้คุณสำเร็จน่ะค่ะ” แผนยุทธถามว่าแล้วถ้าไม่สำเร็จล่ะ “ต้องสำเร็จสิคะ พวกเราทำสำเร็จมาทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ไม่น่าจะยากอะไร”

แผนยุทธถามวัดใจว่าต่อให้พงอินทร์กวนประสาทอย่างไรเธอก็จะไม่ถอดใจใช่ไหม เธอบอกว่าถ้าเขาท้าทายแบบนั้นตนจะสั่งสอนให้หลาบจำไปเลย

“สัญญา นะครับ” แผนยุทธแบมือออกมา กรรณาเผลอเอามือวางในมือเขารับสัญญา เขาจับมือเธอเขย่า “ดีใจที่สุดเลยครับ ชื่นใจมากๆเลย” พูดแล้วยกมือขึ้นจูบอย่างเร็วจนกรรณาตั้งตัวไม่ทัน เธอตกใจดึงมือกลับแต่เขาไม่ยอมปล่อยยังคงจูบๆๆที่หลังมือไม่หยุด

พอดีก๊อ งเดินมา กรรณากระชากมือออกอย่างแรงจนแผนยุทธแทบคะมำ เธอกระโดดกอดก๊อง แกล้งทำเป็นหิวขนมชวนก๊องออกไปซื้อขนมปากซอยกินกัน แล้วลากก๊องที่ยังงงๆ ออกไป

แต่แผนยุทธไม่งง มองตามอย่างรู้ทัน

ooooooo

เช้านี้ ญาณินขับรถเข้ามาจอดที่บ้านพักติณห์เงียบเชียบ ป้าออออกมาบอกว่าทางสะดวก ไม่มีใครอยู่ ทั้งสองจึงช่วยกันถือถุงกระสอบลายสวยใบโตลงจากรถอย่างระแวดระวัง

แล้ว ทั้งสามก็แยกย้ายกันเร่งมือทำงานตามแผนทันที ติณห์เอาทรายไปโรย พนมมืออ่านคาถาที่จดมา ป้าออเอาผ้ายันต์ไปแปะตามมุมลับต่างๆตามตัวบ้าน ญาณินเอาชอล์กไปว่าคาถาแล้วขีดรอบบ้าน กระบวนการป้องกันคุณไสยดำเนินไปอย่างเร็ว

แต่พอสายๆ มิรันตีก็มาดึงผ้ายันต์ออกกองที่พื้นเป็นสิบผืน สายสิญจน์อีกกองโต โวยวายว่า

“ใคร หน้าไหนเอาของบ้าๆปัญญาอ่อนพวกนี้มาทำรกบ้านฉัน ต้องเป็นพวกนังแม่มดหมอผีสิบแปดมงกุฎหวังจะมาหลอกขายของให้คนดีๆเขาหลงงมงาย ล่ะสิ อยากจะได้นักใช่ไหม ทรัพย์สินของคนอื่นน่ะ”

ติณห์ขอให้ใจเย็นๆ เพราะของพวกนี้จะช่วยปกป้องแม่ เลยถูกด่าว่าบ้าไปอีกคนแล้วหรือ ด่าญาณินว่าแม่มดจอมเสี้ยมไล่ให้ไปไกลๆอย่ามายุ่งกับครอบครัวตน

“พวกเรา ไม่มีใครคิดร้ายกับคุณแม่ เราเห็นว่าคุณแม่อาจตกเป็นเป้าของมือที่สามที่ไม่หวังดี...ที่เขาใช้วิชามาร มากลั่นแกล้งทำร้ายคุณแม่ พวกเราก็แค่อยากช่วยป้องกัน”

ญาณินพยายาม ชี้แจง ติณห์เข้ามาช่วย บอกมิรันตีว่าตนเคยเจอควายธนูจะเอาชีวิต โดนทำเสน่ห์ยาแฝดจนเป็นบ้าเกือบตาย ก็ได้ญาณินและทุกคนช่วยไว้ ถูกมิรันตีหาว่าเขาบ้าไปแล้ว พอดีเบญจาโผล่มาสอดรู้สอดเห็น มิรันตีจึงใช้ให้เอาผ้ายันต์กับสายสิญจน์ไปทิ้งถังขยะเสีย ป้าออมองหน้าญาณินเชิงถามเธอ  ให้นิ่งเสีย เรื่องจะได้จบๆไป

ooooooo

วัน นี้ หมอวรวรรธกับเนตรสิตางศุ์ช่วยกันทำอาหารรอกินพร้อมณัฐเดช เธอห้ามหมอแตะต้องทุกอย่างจนกว่าพี่ชายจะมาลงมือก่อน เพราะกลัวพี่ชายจะน้อยใจ

แต่รอแล้วรอเล่าจนเลยเวลานัดไปแล้วณัฐเดชก็ยังไม่มาทั้งที่ปกติเขาเป็นคนตรงต่อเวลา พอหมอวรวรรธบ่นหิว เธอขอให้รออีกสิบห้านาที พูดอย่างเกรงใจหมอว่า

“อดทนนิดนึงนะคะ ไม่งั้น ถ้าพี่ณัฐมาถึงเห็นเรากินกันไปก่อนไม่รอ เดี๋ยวพี่ณัฐจะแอบเคือง นะคะ...นะคะ”

หมอ วรวรรธบอกว่าปกติณัฐเดชไม่เคยผิดเวลา ถามว่าหรือเราจะโทร.ถาม เนตรสิตางศุ์รีบห้ามกลัวพี่ชาย จะหาว่าเราจิกเขา ให้อดทนรออีกนิดถ้าไม่มีอะไรเดี๋ยวเขาคงโทร.มาเอง

หารู้ไม่ว่า ณัฐเดชได้รับโทรศัพท์จากพีชให้ไปหาที่บ้าน เมื่อเขาไปถึงเจอเธอเล่นละครตบตาทำเป็นถือรูปคุณพ่อไปนั่งเศร้าเหม่อลอยอยู่ ที่แปลงบานไม่รู้โรย เมื่อเขาไปถึงเธอคร่ำครวญว่าบานไม่รู้โรยของพ่อทำไมมันเฉาๆ ทั้งที่ความจริงต้นบานไม่รู้โรยออกดอกชูช่อสดชื่นสวย งามมาก

สุพิชชา หรือพีช ทำมารยาเหมือนคนสติเลื่อนลอย พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ณัฐเดชที่ยังรักเธออยู่ สงสารเป็นห่วงจนลืมที่นัดกินข้าวกับเนตรสิตางศุ์ และหมอวรวรรธปล่อยให้ทั้งสองรอจนเลยเวลาเป็นชั่วโมงทนไม่ได้จึงลงมือกินกัน

พอนึกได้เขารีบส่งข่าวถึงเนตรสิตางศุ์ เธอเปิดวอทส์แอพอ่านเบาๆ

“น้องจ๋า...พี่ขอโทษท่ีไปตามนัดไม่ได้ พอดีมีภารกิจด่วนจ้ะ รักนะ พี่ณัฐ”

เนตรสิตางศุ์วางมือถือลงหน้ามุ่ย จนหมอวรวรรธต้องปลอบว่า “มีพี่เป็นตำรวจก็แบบนี้แหละต้องเข้าใจนะคะ”

“พี่ก็เป็นตำรวจ แฟนก็เป็นตำรวจ...เซ็ง....” เธอพึมพำทำหน้างอน หมอวรวรรธหัวเราะขำๆอย่างเอ็นดู

ooooooo

ก๊องกับกรรณา พยายามสำรวจหาหลักฐานข้อมูลที่บ้าน ณ เวียงทับอย่างเร่งรีบ ระมัดระวัง

ก๊อ งตกใจที่ขึ้นไปชั้นบน เจอแม่บ้านจารุณี เลยแกล้งทำเป็นลม จารุณีที่หน้าตายเหมือนรูปปั้นไร้ความรู้สึกแต่หัวใจแอบปิ๊งก๊อง เมื่อเจอก๊องแกล้งเป็นลม ก็บอกว่าก๊องขาดน้ำตาลเดี๋ยวจะชงน้ำตาลมาให้แล้วกุลีกุจอผละไป

ก๊อง ตัดสินใจจะลุกหนี ถูกกรรณาพรวดมากดให้นอนลง บอกให้นอนอยู่ตรงนี้ ต้องจ้าง 300 บาทก๊อง จึงยอม กรรณาจึงรีบเข้าไปในห้องนอนของแผนยุทธเพื่อค้นหาหลักฐาน เจอแต่อัลบั้มรูปมากมาย

ในบรรดาอัลบั้มเหล่านั้น มีรูปที่พิมอรถ่ายกับแผนยุทธน้อยมาก แต่ที่ทำให้กรรณาโยงเรื่องราวได้เลาๆ คือ รูปสมัยเรียนหนังสือของพิมอร มีจารุณีถ่ายอยู่ด้วยเกือบทุกรูป บางรูปที่ไม่ได้ถ่ายร่วม ก็จะยืนให้เห็นอยู่แถวๆ นั้น แต่ใบหน้าของจารุณีเมื่อก่อนกับปัจจุบันไม่ต่าง กันเลยคือ ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ทุกรูปหน้านิ่งเหมือนหุ่น

กรรณาดูรูปในอัลบั้มอย่างละเอียด อินจนเกิดมโนภาพ เห็นภาพในอัลบั้มลอยออกมาเป็นเรื่องเป็นราว...

เธอ เห็นจารุณีเอารูปพิมอรไปฉีกเผาทิ้งในครัว...เห็นจารุณีริษยาพิมอรที่ได้ทุก อย่าง ในขณะที่ตนเป็นเพียงตัวประกอบ...เห็นแผนยุทธแอบส่งสายตาและจับแก้มจารุณีขณะ ทำความสะอาดบ้าน...เห็นจารุณีในชุดนอนวาบหวิวเดินเข้าห้องนอนของแผนยุทธ... เห็นจารุณีมองอย่างริษยาเมื่อพิมอรกลับจากต่างประเทศและโผเข้าสู่อ้อมกอดของ แผนยุทธอย่างมีความสุข...และ...เห็นจารุณีในชุดดำแอบไปตัดสายเบรกรถของพิมอร จนเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และสุดท้าย...เห็นความเจ็บแค้นชอกช้ำใจบนใบหน้าที่เรียบเฉยของจารุณีที่ เมื่อพิมอรเสียชีวิตแล้วเธอก็ยังคงทำหน้าที่แค่ “แม่บ้าน” ตามเดิม!

ที่ ทำให้กรรณาสะดุ้งจากภวังค์คือ รู้สึกเหมือนถูกจารุณีมาบีบคอตนเพราะคิดว่าเธอคือผู้หญิงคนใหม่ของแผนยุทธ พอสะดุ้งรู้สึกตัว ก็เอามือคลำคออย่างหวาดกลัว...

ก๊องยอมเป็นลมต่อ เพื่อแลกกับเงิน 300 บาทจากกรรณา เมื่อจารุณีเอาน้ำมาให้และพาไปนั่งพิงผนังที่โถง แล้วนั่งพัด เอายาดมรอจมูกจนก๊องจาม

ขณะนั้นเองมือถือก๊องมีข้อความเข้าสองครั้ง ก๊องเลยแกล้งจามจนตัวงอแล้วแอบกดดูข้อความ “เสร็จแล้ว” และ “เคลียร์พื้นที่ได้แล้ว” ก๊องหนักใจไม่รู้จะทำอย่างไร พอจารุณีถามว่าเขาเป็นโรคภูมิแพ้หรือ ก๊องเลยรับสมอ้างขอออกไปสูดอากาศข้างนอก จารุณีที่กำลังเคลิ้มกับการสัมผัสหนุ่มที่ถูกใจ จึงพยายามช่วยประคองก๊องออกไป

เป็นจังหวะที่พงอินทร์กลับมาพอดีแต่ เดินเข้าออกกันคนละทางจึงไม่เห็นกัน พงอินทร์เห็นบ้านเงียบๆจึงเดินขึ้นไปจ๊ะเอ๋กรรณาที่กำลังจะลงมาพอดี!

พง อินทร์พูดกระแนะกระแหนกรรณาว่ามาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของแผนยุทธ เธอพยายามชี้แจงก็ถูกเขาพูดกวนประสาทเลยจะสั่งสอนกลับถูกพงอินทร์รวบตัวไว้ แทน กรรณากรี๊ดลั่นร้องให้ปล่อย แต่ถูกพงอินทร์กอดแน่นเข้าไปอีก กรรณาเลยกระทืบเท้าเขาอย่างแรงจนปล่อยมือ เธอรีบวิ่งหนีไปทันที

ooooooo

ทนายสมชายกับอรวี เอาเอกสารไปให้จุนจีเซ็นถึงกองถ่ายละคร จุนจีพูดอย่างไม่พอใจว่าตนคงมีเวลาให้ครู่เดียว

“เซ็นเอกสารที่เหลืออีกไม่กี่แผ่น แล้วเราจะไม่รบกวนคุณจุนจีอีกเลยครับ” ทนายสมชายพูดอย่างขอร้อง

เอกสาร แปลเป็นภาษาเกาหลีและอังกฤษมาแล้ว จุนจีขอเวลาอ่านเอกสารให้เข้าใจก่อน บอกทนายสมชายให้รอตนเข้าฉากนี้ก่อน พูดแล้วผละไปเข้าฉากเลย

ที่มุมมืดหนึ่ง พิมพิลาสจ้องกระเป๋าใส่เอกสารพินัยกรรมตาไม่กะพริบ

ที่ ห้องซ้อม ซองซูที่แสดงเป็นพระรอง กำลังสอนปาริฉัตรหรือเป้ยนางเอกในเรื่องเต้นอยู่ พอเธอเห็นจุนจีเดินผ่านมาก็เรียกให้ไปซ้อมบทกัน ทำให้ซองซูที่แอบพอใจเป้ยไม่พอใจที่เธอแคร์จุนจีมากกว่าตน

ทนายสมชาย กับอรวีนั่งรอจุนจีอยู่หลังต้นไม้ อรวีเอาเอกสารออกมาตรวจ ทนายสมชายกำชับอรวีให้จุนจีเซ็นให้ครบทุกแผ่น อรวีตรวจเอกสารจนถึงหน้าสุดท้าย ก็เกิดมีลมพัดมาวูบใหญ่จนเอกสารใบสุดท้ายปลิว เธอรีบวางแฟ้มวิ่งไปเก็บ

เก็บเอกสารแล้วมองไปที่เซ็ตเห็นจุนจีกำลังซ้อมเข้าฉากกับปาริฉัตร มีซองซูเดินมาร่วมซ้อมด้วย

อรวีดูการซ้อมแสดงเพลิน เอกสารที่วางอยู่ มีมือซีดๆเส้นเลือดปูดดำ ผอมเกร็ง เอื้อมมือมาดึงโพสอิทหลุดออกมาจากแฟ้มหนึ่ง แล้วตกปลิวไป

ทนาย สมชายเอาเอกสารให้จุนจีเซ็นที่หน้าเซ็ตกองถ่ายนั่นเอง เขาชี้จุดที่ต้องเซ็นหลังจุนจีอ่านเสร็จ จุนจีเซ็นจนหมด ถามว่ามีอะไรที่ตนต้องทำอีกไหม

“เรียบร้อยค่ะ พินัยกรรมของคุณพิมพิลาสเป็นอันรับทราบโดยสมบูรณ์ นี่ค่ะ เป็นกุญแจตู้เซฟคุณพิมพิลาสและเอกสารที่เหลือของคุณทั้งหมด”  อรวีส่งซองให้ ทนายสมชายบอกว่าตนผนึกซองมาเรียบร้อย แล้วย้ำว่าทุกอย่างเป็นความลับ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้คิดอะไรมาก ของที่คุณย่าให้มา ผมคงส่งต่อให้พ่อผมไป”

ทนายสมชายบอกให้จุนจีรับไว้เสีย ตนอยากให้ทุกอย่างตรงไปตรงมาที่สุด จุนจีทำท่าลังเล

ทุก การเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาของพิมพิลาสที่จ้องอยู่ พอเธอยกแขนก็เกิดลมหอบใหญ่พัดฝุ่นและใบไม้ใบหญ้าฟุ้งกระจาย ฟ้าร้องครืนๆทั้งที่ไม่มีเค้ามาก่อน ทั้งสามพากันหลบฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย

อรวีเร่งให้จุนจีรับซองทุกอย่างจะได้เรียบร้อยเพราะฝนกำลังจะมาแล้ว จุนจีจึงรับซองไว้แล้วแยกกัน

ที่หน้าเซ็ต พี่ป๋องเรียกให้นักแสดงมาถ่ายซีนนี้ให้จบก่อนฝนจะมา ซองซูเหล่ใส่จุนจีพูดดังๆอย่างไม่พอใจ

“ถ้าถ่ายไม่ทันก็เซ็งเลยนะ ที่มันเสียเวลาไปก็เพราะคนบางคนเอาธุระส่วนตัวมาทำในกองถ่ายนี่ล่ะ”

ooooooo

ทีม งานถ่ายต่อทั้งที่มีลมพัดฝุ่นฟุ้งตลบ นักแสดงทั้งจุนจี ซองซู และปาริฉัตรเข้าฉาก ทุกคนเล่นได้ไม่ติดขัด แต่เอกชัยที่นั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์กลับสั่งคัต ถามตากล้องว่าภาพเป็นอะไร

ทุก คนงุนงง ที่การถ่ายทำทุกอย่างไม่มีอุปสรรคแต่ใบหน้าจุนจีที่ปรากฏในมอนิเตอร์กลับ เบลอดำวูบหายไปครึ่งหน้า เมื่อถ่ายใหม่ ฉากที่จุนจีเผชิญหน้ากับซองซู จุนจีกลับเห็นหน้าซองซูเป็นหน้าพิมพิลาส ตกใจจน

ผลักซองซูกระเด็นก้นกระแทก จุนจีโมโหเดินเข้าหาตะคอกถาม “ไอ้จุนจี มึงจะเอาไงกะกู!”

แต่จุนจีกลับเห็นหน้าซองซูเป็นหน้าพิมพิลาสที่จ้องหน้าถามเขา “ทำไมแกไม่ช่วยย่า ทำไม!”

จุน จีตะโกนไล่  “ไป๊...ไอ้ปีศาจ”  แล้วต่อยหน้าซองซูกระเด็นล้มลง ทุกคนตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่จุนจียังเห็นหน้าซองซูเป็นหน้าพิมพิลาสที่ร้องบอก “จักร...แกต้องช่วยย่า...ช่วยย่า!”

เสียงพิมพิลาสดังก้องผ่านไวเลสอ อกมาที่มอนิเตอร์ได้ยินกันทั้งกองถ่าย ทุกคนตาเหลือกเผ่นกันกระเจิง จุนจีเองก็หน้าซีดตะโกนไล่แทบไม่เป็นภาษา “ไม่...ไม่...ไปให้พ้น!” พลันก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยง จุนจีหน้าซีดเผือด!

ooooooo

เมื่อ กลับถึงสำนักงาน ทนายสมชายตรวจเช็กเอกสาร ปรากฏว่าจุนจีเซ็นขาดไปใบหนึ่ง อรวีถูกอติเทพดุจนร้องไห้สั่งให้ เอาไปให้เซ็นให้ครบ จัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ตนไม่ชอบรออะไรนานๆ

ทนายสมชายให้อรวีติดต่อแม่บ้านพิสมรบอกว่ามีเอกสารรับมรดกให้เซ็น อติเทพพูดแทรกขึ้นว่าพิสมรไม่อยู่หายไปหลายวันแล้ว บอกว่าไปธุระแป๊บเดียวไม่ได้ลาไม่ได้โทร.มาขออนุญาตอะไรทั้งนั้น ทนายสมชายเอะใจว่าแบบนี้ผิดปกติ

“นี่แหละปกติของแก แกเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว...บางทีหายไปเป็นอาทิตย์ คุณพี่ตามหาให้ทั่ว แต่ที่ไหนได้งอนกลับบ้านนอก ไปคราวนี้ไม่กลับมาเลยยิ่งดี จะได้ไม่อยู่ให้รกหูรกตา” อติเทพพูดอย่างชิงชัง

ทนายสมชายทำสีหน้าไม่สบายใจ ในขณะที่กุมาริกาที่มาเกาะติดอยู่บ้านนี้ ลูบผมอรวีที่ร้องไห้อยู่อย่างสงสาร...

ooooooo

ญาณินชงชาสมุนไพรล้างคุณไสยของหลวงลุงสุคนธรส ให้เบญจาเอาไปให้มิรันตี ด้วยหวังว่ามิรันตีจะยอมดื่มเพราะเบญจากลายเป็นคนสนิทที่มิรันตีไว้ใจไปแล้ว

เบญจาเอาชาสมุนไพรเข้าไปให้ มิรันตีถามว่าสมุนไพรอะไรหรือ เบญจาเล่าฉอดๆว่า

“สมุนไพรแก้เรื่องคุณไสย มนตร์ดำ เรื่องอุบาทว์ สิ่งไม่ดีทั้งหลายที่มีใครก็ไม่ทราบเสกให้ลอยมาเข้าตัวคุณแม่ไงคะ”

มิรันตีชะงักกึกถามว่าญาณินให้เอามาใช่ไหม เบญจาบอกว่าใช่แล้วก็ต่อว่า

“เขาหวังดีนะคะ เขาบอกว่า...เขาทำชานี้ขึ้นเพื่อช่วยกวาดล้างของไม่ดีออกจากร่างกายและจิตใจคุณแม่ค่ะ”

“นี่มันหมายความว่า ฉันเป็นคนสกปรก ทั้งกายและใจงั้นเหรอ!” มิรันตีตาลุก

“พี่ญาณินเขาคงไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกค่ะ คุณแม่อย่ารังเกียจพี่ญาณินเลยนะคะ มีแม่มดแม่หมออยู่ในครอบครัวสักคนก็ดีเหมือนกันนะคะ เวลาผีมาหลอกก็มีคนมา
คุ้มครอง เวลาผีเข้าเขาก็จะมาไล่ผีให้เรา คุณแม่เกลียดใครลูกสะใภ้ก็จะเสกหนังควายเข้าท้องให้ หรือถ้าคุณแม่อยากให้ใครมารักมาชอบเขาก็จะทำพิธีเมตตามหานิยม
หรือทำเสน่ห์ยาแฝดให้ก็ได้”

เบญจาบรรยายอย่างเจตนาดีแต่มุ่งร้าย ทำให้มิรันตียิ่งเกลียดชังญาณิน ยิ่งพยายามกันติณห์ให้ออกห่างจากญาณินรังเกียจว่าเป็นพวกลวงโลกเพื่อหาประโยชน์ ให้
เบญจาไปเรียกทั้งญาณิน ติณห์และป้าออมาหาที่ห้อง สาดน้ำชาใส่ญาณินทันทีแต่ญาณินหลบทัน

ญาณินเอะใจถามเบญจาว่าบอกอะไรคุณมิรันตี เบญจาทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าตนพูดความจริง พยายามอธิบายความดีและความหวังดีของญาณินแต่คุณแม่ไม่เชื่อ

เมื่อมิรันตีมีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้ ญาณินใช้ไม้อ่อน เอ่ยขอโทษมิรันตีถ้าตนทำอะไรให้ไม่สบายใจ แต่ตนหวังดีจริงๆมิรันตีตวาดว่า ต่อไปไม่ต้องมาหวังดีกับตน ไล่ให้ออก
ไปเสียก่อนที่ตนจะทนไม่ไหว ติณห์ทำท่าจะตามออกไปด้วย ญาณินส่งสัญญาณให้เขาอยู่กับมิรันตีก่อน ส่วนเบญจาที่ดูเหตุการณ์อยู่ทำท่าสยองแทนทุกคน

พอกลับถึงห้องพักที่เรือนรับรอง ป้าออก็เก็บเสื้อผ้าจะให้ญาณินกลับกรุงเทพฯ พูดอย่างไม่พอใจว่า ในเมื่อมิรันตีเกลียดชังเราขนาดนี้ เราจะอยู่ให้เขาดูถูกดุด่าทำไม

“เขาไม่ได้เกลียดเราหรอกค่ะ เขาแค่ไม่เข้าใจเรา ป้าออลองนึกดูสิคะ กว่าป้าออจะยอมรับสัมผัสพิเศษของณินกับเพื่อนๆได้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน แล้วนี่คุณแม่เพิ่งรู้จัก
ณิน ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะมองณินเป็นตัวประหลาด”

“โธ่...คุณหนูจิตใจดีมีเมตตาช่วยเหลือใครโดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนอะไรเลย คนดีๆอย่างคุณหนูทำไมถึงเจอแต่แบบนี้นะ” ป้าออกอดญาณินทั้งรักทั้งสงสาร

ooooooo

ลีจองกุ๊กเห็นอาการของจุนจีจึงพาไปที่สำนักหมอโฉมสะคราญ หมอผีสไตล์อินเดีย

จุนจีมึนที่หมอผีมาเต้นระบำหน้าท้องวนรอบจุนจี อากัปกิริยาลูบไล้โลมเลียซุปเปอร์สตาร์เกาหลีโดยอาศัยพิธีกรรมบังหน้า

แต่หมอผีปลอมถูกผีจริงอย่างพิมพิลาสมาก่อกวนขัดขวางและเข้าสิงบอกจุนจีว่า

“จักร! ย่าต้องการความช่วยเหลือจากหลาน... ย่าต้องการความยุติธรรม”

โฉมสะคราญที่ถูกสิงยื่นมือมาหาจุนจีแล้วล้มหงายตึงหมดสติ ทั้งจุนจีและลีจองกุ๊กช็อก!

ooooooo

กรรณายังเร่งมือทำงานแข่งกับเวลา วันนี้เธอเอารูปจากอัลบั้มของพิมอรมาวางเรียงไว้บนเตียง ถามก๊องที่มาดูด้วยกันว่า

“แกเห็นอะไรไหม” ก๊องตอบทันทีว่าเห็น “ถ้าตอบว่าเห็นรูปถ่ายโดนต่อย” ก๊องรีบบอกว่างั้นไม่เห็น

กรรณาชี้ที่รูปให้ก๊องดู...

“แกดูดีๆ ทุกรูป คุณแม่บ้านจารุณีจะทำอยู่แค่สองอย่าง ถ้าไม่แอบอยู่ข้างหลัง ก็ทำหน้าบึ้ง มีแววอิจฉาริษยา”

ก๊องชะโงกไปจ้องรูปตามที่กรรณาชี้ให้ดู ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายจนเข้ามหาวิทยาลัยกระทั่งคบหากับแผนยุทธทุกรูปไม่เคยเห็นจารุณียิ้ม ก๊องบอกว่าจริงอย่างที่
กรรณาพูด แต่คิดว่าเขาอาจจะไม่ชอบถ่ายรูปก็ได้ กรรณาเติมให้ว่าหรือไม่ก็อาจไม่ชอบคุณพิมอร

“คิดมากไปรึเปล่า” ก๊องติง

“แกสังเกตแววตาของคุณแม่บ้านจารุณีเวลามองคุณพิมอรสิ เหมือนเวลายัยแก้มมองรูปปาร์คจุนจีถ่ายกับนางแบบสวยๆเปี๊ยบ”

“แล้วทำไมคุณจารุณีต้องอิจฉาคุณพิมอร เขาโตมาด้วยกันไม่ใช่เหรอ”

กรรณาลุกเดินไปมาอย่างประมวลเรื่องราว เล่าเหมือนเห็นภาพพิมอรกับจารุณีเวลานั้นว่า...

“ผู้หญิงคนนี้ เกิดมาสวย รวย เป๊ะ ส่วนคนนี้... เด็กสาวก้นครัวที่ไม่มีอะไรเทียบคุณหนูพิมอรได้เลย ความอิจฉาริษยาก่อเกิดขึ้นในใจ แถมคุณพิมอรยังได้แต่งงานกับผู้ชาย
ที่ดีมีชาติตระกูล คุณแม่บ้านอาศัยเวลาที่คุณพิมอรไม่อยู่บ้าน แทงข้างหลัง...แต่แล้วคุณพิมอรก็รู้ความจริง คุณแม่บ้านจึงวางแผนฆ่าคุณพิมอร เพื่อตัวเองจะได้ครอบ
ครองทุกอย่างเอง”

กรรณาชี้ให้ดูไวท์บอร์ดที่มีคำว่า พิมอร ลากไปที่คำว่ารถ แล้วจากรถก็ลากไปที่บ่อน้ำ...นี่คือแผนฆ่าพิมอรของจารุณี!

“แต่ผิดคาด คุณแผนยุทธกลับไม่ยกย่องเธอ ปล่อยให้เธออยู่ก้นครัวเหมือนเดิม แถมยังพาฉันเข้ามาในบ้าน คุณแม่บ้านคิดว่าฉันเป็นกิ๊กใหม่ของคุณแผนยุทธ ถึงไม่ ชอบ
ขี้หน้าฉัน”

เรียบเรียงหลักฐานและเรื่องราวแล้ว กรรณาบอกก๊องอย่างภูมิใจว่า

“ทุกอย่างชัด เคลียร์ ทีนี้เหลือแค่หลักฐานมัดตัวคุณแม่บ้าน คดีก็จะปิดได้อย่างง่ายดาย ฮ่าๆๆ ชมพี่มาได้เลยไอ้น้องพี่พร้อมฟังแล้ว” กรรณาหัวเราะอย่างผู้ชนะ เห็นก๊องเงียบหันมองปรากฏว่าหลับไปแล้ว “ไอ้ก๊อง...ปั้ดโธ่เว้ย เล่าจนคอแห้งมาหลับซะงั้น!”

ทันใดนั้น กรรณาได้ยินเสียงเปิดประตูแกร๊กที่นอกห้อง เธอชะงักหันมอง ลุกไปค่อยๆแง้มประตูดูไฟในบ้านมืดแต่จู่ๆก็มีเสียงปิดประตูกริ๊ก!

กรรณาเขม้นมอง เห็นเงาตะคุ่มๆของใครบางคนออกจากห้องพิมอรซึ่งนอนคนละห้องกับแผนยุทธ เธอนิ่วหน้าสงสัย

“อีตาแผนยุทธยังไม่กลับนี่ แล้วนั่นใคร!?”

วิญญาณนักสืบทำงานทันที กรรณาเปิดประตูย่องตามบุคคลปริศนานั้นไป...จนถึงบริเวณบันไดมีแสงมากขึ้น กรรณาอุทานเมื่อเห็นชัด “คุณแม่บ้านจารุณี!”

กรรณาเห็นจารุณีกอดกล่องอะไรบางอย่างไว้กับอกอย่างระมัดระวัง ก้าวยาวๆไปทางหลังบ้านเหมือนรีบไปกลัวใครเห็น กรรณายิ่งสงสัย “คุณแม่บ้านถืออะไร?”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 09:56 น.