ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ปาร์คจุนจีที่เป็นห่วงกรรัมภา อยากไปหาเธอแต่ ติดถ่ายละคร พอดีผู้กำกับมาบอกว่าเดี๋ยวเขาต้องถ่ายฉาก ขี่มอเตอร์ไซค์บ๊ิกไบค์ จุนจีคิดแผนบางอย่างในใจทันที

พอเข้าฉากขี่มอเตอร์ไซค์บ๊ิกไบค์ เขาขี่เตลิดออกจากกองถ่ายบ่ายหน้าไปหากรรัมภา เป็นเวลาที่พวกเธอกำลังเป็นทุกข์ใจกันว่าจะช่วยญาณินอย่างไร แต่พอเห็นหน้าจุนจีเธอก็มีกำลังใจขึ้นมา จุนจีมีแก่ใจถามว่ามีอะไรจะให้ตนช่วยไหม เมื่อไม่มีเขาจึงกลับ

ที่กองถ่าย ทุกคนรอจุนจีอยู่ถึงครึ่งวัน ผู้กำกับโมโห เรียกผู้ช่วยผู้กำกับไปสั่งว่า

“เอ็งไปบอกไอ้ผู้จัดการกุ๊กนะ ว่าถ้าวันนี้ฉันต้องยกกอง ถ่ายไม่ได้ เรื่องนี้จะต้องถึงหูสรยุทธ”

ผู้กำกับชี้แจงว่าที่ไม่ไปฟ้องต้นสังกัดเพราะถ้าได้ออกสื่อรับรองว่าจุนจีจะ ต้องรีบไปชี้แจง ทันใดนั้น เสียงมอเตอร์ไซค์บ๊ิกไบค์กระหึ่มเข้ามา ลีจองกุ๊กดีใจบอกว่าจุนจีกลับมาแล้ว พลางก็รีบไปหาจุนจีบอกว่า รู้ไหมว่าวันนี้ทุกคนเดือดร้อนไปหมดตนไม่รู้จะแก้ตัวให้เขาอย่างไร

จุนจีตอบอย่างลูกผู้ชายว่าไม่จำเป็นต้องแก้ตัวแทนตน แล้วเดินอย่างผ่าเผยเข้าไปโค้งผู้กำกับและทีมงานทุกคน

“ผม ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ทุกคนต้องเสียงานเสียการ” ผู้กำกับถามว่าหายไปไหน อยู่ๆก็ซิ่งรถหายไปแบบนั้น “ผมไปทำธุระอย่างหนึ่ง ที่สำคัญมากน่ะครับแต่อย่าถามผมเลยครับว่าอะไร เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะเทคิวให้คุณ”

จุนจีเรียกลีจองกุ๊กมาถามว่าวันนี้ให้ คิวละครถึงกี่โมง พอรู้ว่า 5 โมง จุนจีบอกว่า ตนให้ถึงเช้าเลย ลีจองกุ๊กตกใจติงว่าพรุ่งนี้มีนัดให้สัมภาษณ์ที่คลื่นวิทยุแต่เช้าเดี๋ยว ตื่นไม่ทัน

“ให้คิวเขาไป ถ่ายดึกแค่ไหนก็ได้ ผมยินดีครับ”จุนจียืนยัน ผู้จัดการจึงยิ้มออก หันสั่งทีมงาน

“เอ้า...ลุกๆ พระเอกให้คิวแล้ว ลุยเลย!!”

เรื่องนี้กลายเป็นเหยื่อให้ซองซูตำหนิติเตียนจุนจีให้เพื่อนนักแสดงฟังอย่างสนุกปาก

“จุน จีก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง เอะอะก็แกล้งป่วยเดี๋ยวก็โวยวายว่าผีหลอก วันนี้ก็หนีออกจากกองไปซะเฉยๆ ไม่รับผิดชอบ” นักข่าวถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนคุณจุนจีจริงๆหรือเปล่า ซองซูถล่มจุนจีว่าเป็นคนชอบสาวๆสวยๆมาก ภาษาไทยเรียกว่าเจ้าชู้ และพูดออกตัวว่า “เขาไม่ได้มาทำอะไรให้เราเห็นต่อหน้า ผมก็คอนเฟิร์มไม่ได้ แต่รู้ว่าสนิทกันมากๆ”

นักข่าวถามย้ำว่าแล้วสองคนเป็นแฟนกันหรือเปล่า ลีจองกุ๊กพยายามดึงจุนจีออกไป แต่เขาไม่ยอมไปร้องบอกนักข่าวว่า

“อยากรู้เรื่องแก้ม...ถามผม ผมอยู่นี่ ว่าไงครับนักข่าว ผมพร้อมจะบอกความจริงแล้ว”

บรรดานักข่าวกรูมาหาจุนจี ลีจองกุ๊กยืนฟังใจไม่ดีว่าจุนจีจะตอบนักข่าวว่าอย่างไร

จุนจีตอบนักข่าวอย่างผ่าเผยว่า

“หวัด ดีครับ ผมปาร์คจุนจี ข่าวที่ว่าผมกับคุณแก้มแอบคบกันลับๆ ผมขอยืนยันด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเกาหลีว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงครับ! คุณแก้มเธอเป็นกุลสตรีไทย มีน้ำใจ ช่วยเหลือผมมาตลอดเวลาที่ผมมาถ่ายละครที่เมืองไทย”

ลีจองกุ๊กโล่งใจที่จุนจีตอบแบบนั้น จุนจียังชี้แจงต่อว่า

“คุณ พ่อของคุณแก้มเป็นเจ้าของเครื่องสำอางชื่อดังที่เมืองไทย เร็วๆนี้เราจะมีโปรเจกต์ร่วมกันเพราะฉะนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นตนไป คุณแก้มจะมาทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้จัดการคอยดูแลผมที่เมืองไทยร่วมกับคุณลี จองกุ๊ก”

“หา!” ลีจองกุ๊กอุทาน อ้าปากค้าง...

ooooooo

ขณะอติเทพดูข่าวที่ถูกปล่อยออกมาเผยแพร่จากแท็บเล็ตอย่างเร็วนั้น เจอข่าวจุนจีกล่าวกับแฟนคลับว่า

“ขอ ความกรุณาแฟนคลับของผม ถ้าเห็นคุณแก้มไปไหนมาไหนกับผมติดตามผม ช่วยให้เกียรติเธอด้วยเหมือนกับที่ให้เกียรติปาร์คจุนจี” แล้วทำมือชนกันเป็นรูปหัวใจ “ซารางเฮโย...ขอบคุณครับ” จุนจียกมือไหว้ปิดท้าย

“ไอ้บ้าเอ๊ย...มันออกมาออดอ้อนข่าวยกมือไหว้แค่ นี้ คนเข้ามาตอบกระทู้เป็นพันๆคน ตอบออฟฟิเชียลไลน์อีกเป็นหมื่น ไอ้พวกหลงดาราเกาหลี ไอ้พวกติ่งไร้สมอง โง่งมงาย ไปเชื่อมันได้ยังไงวะ”

อติเทพจะขว้างแท็บเล็ตทิ้ง อรวีถือถ้วยกาแฟจะมารีบร้องห้าม วางถ้วยกาแฟจับแขนอติเทพที่เงื้อจะขว้างแท็บเล็ตไว้เตือนสติว่า

“อย่า ค่ะ...ทำลายข้าวของไป คุณก็ไม่ชนะปาร์คจุนจีหรอกค่ะ” อติเทพคำรามว่าตนเหนื่อยเครียด เดี๋ยวก็ฆ่าเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปหรอก “อย่านะคะ อย่าให้มีคนต้องตายอีกเลย” อรวีห้ามตัวสั่นอย่างตระหนก

ขณะนั้นเอง กุมาริกามาถึงหน้าห้อง พอรู้ว่าอติเทพอยู่ในห้องกับอรวีก็ไม่พอใจ เดินผ่านประตูเข้าไป ทันใด

นั้นที่มุมทางเดินวิญญาณพิมพิลาสก็โผล่จากเงามืด เธอตามกุมาริกามาถึงคอนโดฯของอรวี มายืนอยู่ตรงประตูแล้ว

อติเทพพล่ามอย่างสับสนกับอรวีว่าคนอย่างตนไม่ใช่โง่ กว่าจะมีวันนี้...เป็นนายอติเทพผัวเศรษฐีนีพันล้านต้องอดทนลำบากกล้ำกลืนแค่ ไหน ระบายอารมณ์อย่างคับแค้นใจว่า

“ฉันต้องลงทุนทำให้นังแก่นั่นตายใจ ต้องตามใจมันทุกอย่าง ทนปรนเปรอความหวานให้กับมัน ทั้งๆที่ฉันรักเธอคนเดียว”

“ถึง ไม่ได้มรดกของคุณพิมพิลาส แต่ก็ยังมีสมบัติอื่นในบ้านอีกเยอะแยะ ทำไมเราไม่เอาสมบัติพวกนั้นไปขาย แล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศด้วยกันล่ะคะอติเทพ ตอนนี้ปาร์คจุนจีก็กลายเป็นศัตรูเราแบบเปิดเผยแล้ว มันไม่มีทางแบ่งอะไรให้คุณหรอก”

แต่อติเทพไม่ยอมแพ้ บอกว่าถ้าจุนจีเซ็นยอมรับเมื่อไรตนก็จะเป็นผู้ชายที่รวยเละ หมดหนี้หมดสิน อ้อนอรวีว่า

“เธอ ต้องอย่ายอมแพ้สิ เราต้องอดทนไปด้วยกัน เธอต้องไม่ทิ้งฉันเข้าใจไหม” พูดพลางกอดลูบไล้ให้ใหลหลง อ่อยว่า “แล้วเราจะแต่งงานกัน เรื่องต่างประเทศน่ะเรื่องสิวๆฉันจะพาเธอไปฮันนีมูนให้ทั่ว ฉันไปมาแล้วกับยัยแก่แร้งทึ้งทุกๆเมืองที่ว่าหรู ทุกๆโรงแรมดังห้าดาวในโลก”

“คุณพูดจริงๆนะอติเทพ” อรวีหลงคำหวานตามเคย

กุมาริกาเอามือปิดหน้าอย่างรับไม่ได้เฝ้าบอกอรวีว่าอย่าไปเชื่อมั่น มันหลอกใช้เธอ แต่อรวีไม่รับรู้

พิมพิลาสที่ฟังอยู่ตรงประตู ลอยผ่านเข้ามาในห้องยืนมองทั้งสองอย่างโกรธแค้นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนพึมพำ

“อรวี...ฉันเคยนึกว่า เธอน่ะน่าสงสาร ใสๆ แต่ที่แท้เธอมันเนรคุณ เธอเป็นงูพิษอีกตัวที่ลอบกัดฉันข้างหลัง”

วิญญาณ พิมพิลาสอาละวาดเข้าผลักอติเทพแล้วบีบคออรวียกขึ้นสูง อรวีดิ้นกระแด่วๆกลางอากาศพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่พูดไม่ออก อติเทพตกใจตาเหลือก ส่วนกุมาริกาแผดเสียงกรี๊ดตะโกน

“อย่าทำน้องหนู...ปล่อยน้องสาวหนูเดี๋ยวนี้นะคุณย่า อย่าฆ่าน้องสาวหนู อย่า!”

“น้องสาวแกมันร่าน มันแย่งผัวฉัน แกตายซะเถอะ ตายยยย!”

กุมาริกาพยายามช่วยอรวีแต่ทำอะไรไม่ได้ วิญญาณพิมพิลาสโกรธจนเลือดไหลออกจากตา ทำให้อติเทพ

เห็นเป็นครั้งแรก เขาตาเหลือกกระถดหนีจนหลังชนฝา ในขณะที่กุมาริกายังพยายามแก้ต่างให้อรวีว่า

“น้องสาวหนูถูกหลอกใช้ ก็เหมือนกับคุณย่านั่น

แหละ หลงไอ้เทพบุตรจากนรกตัวนี้จนหูหนวกตาบอด ไม่เคยรู้ว่ามันอยากได้สมบัติแต่ไม่เคยรักคุณย่าเลย คุณย่าถูกหลอกจนตาย!”

“ฉัน ถูกหลอก...ฮือๆๆ” พิมพิลาสร้องไห้คร่ำครวญอย่างอ่อนแอ ทำให้พลังอ่อนลงไปด้วย มือปล่อยจากคออรวี ร่างอรวีร่วงลงมา หายใจเฮือกอย่างหมดแรง

พิมพิลาสหันมองอติเทพน้ำตาเป็นสายเลือด ถามอย่างเจ็บปวดว่าทำไมทำกับตนอย่างนี้ ทำไมทรยศตน อติเทพแผดเสียงร้องโหยหวนขอให้พิมพิลาสไปผุดไปเกิดเถิด อย่ามาหลอกหลอนกันอยู่เลย...

ooooooo

อติเทพขับรถพาอรวีไปที่สำนักอาจารย์คง อาจารย์ถามทันทีว่าสองคนโดนวิญญาณตามมาล่ะสิ พออติเทพยอมรับ อาจารย์คงพูดราวกับเห็นว่า

“วิญญาณ เมียเก่าเมียแก่ก็เป็นแบบนี้ ธรรมดา อยากมีเมียใหม่เต็มทีแล้วล่ะสิ” อาจารย์คงชี้ไปที่อรวี อติเทพชมว่าอาจารย์แม่นจริงๆ

“อ้าว...ไอ้นี่ ไม่แม่นได้ไง เพื่อนเอ็งโทร.มาบอกตะกี๊” อติเทพถามว่าตกลงอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือเปล่า อาจารย์คงคุยโวว่า ถ้าไม่ศักดิ์สิทธิ์ป่านนี้วิญญาณพิมพิลาสตามมาบีบคอเขาแล้ว ย้ำว่า

“อีนี่มันเฮี้ยนมาก พวกเอ็งสองคนไปจองเวรจองกรรมมันไว้ วิญญาณตายโหง ถูกคนฆ่าตาย มันเลยจะเอาคืน”

อติเทพติงว่าอาจารย์พูดเหมือนตนสองคนฆ่าเขา อาจารย์คงบอกว่าตนไม่พูดไปหรอก ตนแค่คุยตกลงกับผีเท่านั้น รับรองว่าไม่มีอะไรที่ต่อรองกันไม่ได้ถ้าเงินถึง อติเทพถามว่าอาจารย์ต้องการเท่าไร

อาจารย์คงบอกว่ามี 3 ราคา แล้วแต่ระดับความเฮี้ยน แต่เฮี้ยนระดับสุดโค่ยอย่างพิมพิลาสต้องหนึ่งแสน เดี๋ยวจะจับถ่วงน้ำให้เลย อติเทพถามว่าแล้วตนต้องทำอย่างไรบ้าง

“แค่มีข้าวของเครื่องใช้เมียเก่าเอ็งมาสักชิ้นก็พอแล้ว” อาจารย์คงบอก

ooooooo

เพราะใช้พลังในการช่วยญาณินไปมาก ทำให้กรรณาร่างกายอ่อนแอถึงกับอ้วก แต่ก็ได้พงอินทร์ดูแลเย้าแหย่ให้ผ่อนคลาย

เนตร สิตางศุ์ก็อ่อนเพลีย ดีที่ได้หมอวรวรรธดูแลวัดชีพจรเต้นปกติ แต่ต้องวัดความดันเพื่อความแน่ใจ ณัฐเดชเป็นห่วงน้องแต่ก็เบาใจที่ได้หมอดูแล

ส่วนอติเทพกลับไปเอาผ้าพันคอ ของพิมพิลาสมาให้อาจารย์คงทำพิธี อาจารย์คงเรียกวิญญาณพิมพิลาสมาหน้าสำนัก แล้วเรียกวิญญาณโหงพรายมาสองตัวให้ไปจับพิมพิลาส แต่โหงพรายถูกพิมพิลาสเล่นงานร่างกายเหวอะหวะซมซานกลับมา

อรวีถามว่าเกิดอะไรขึ้น อาจารย์เจ้าเล่ห์บอกว่าวิญญาณพิมพิลาสสุดโค่ยจริงๆ อติเทพตกใจถามว่าต้องทำอย่างไรต่อไป อาจารย์คงให้คำมั่นว่า

“เอาอยู่ๆๆ คนอย่างข้าเอาอยู่อยู่แล้ว แต่...แบบนี้ต้องขอขึ้นราคา” อติเทพถามว่าเท่าไร “2 แสน!”

พอ อติเทพโวยวาย ก็ถูกอาจารย์คงขู่ว่าถ้าไม่ยอมจ่ายตนก็คงต้องถอนตัว เพราะเสี่ยงมาก เสี่ยงถึงชีวิต ถามว่าจะจ่ายไม่จ่าย ถ้าไม่ตกลงสองแสนจะได้หยุดทำพิธี

“ให้เขาไปเถอะค่ะคุณอติเทพ เงินสองแสนเราหาใหม่ได้ ถ้าวิญญาณคุณพิมพิลาสหลุดเข้ามา เราคงไม่มีชีวิตไปหาเงินได้อีกแม้แต่บาทเดียวนะคะ”

“ก็ได้ๆสองแสนก็สองแสน” อติเทพยอมอย่างเจ็บใจ อาจารย์คงหัวเราะพอใจ พอเริ่มทำพิธีต่อก็ตะโกน

“นังผีเมียหลวง เก่งจริงแกเข้ามาในสำนักซิมาสู้กับฉันตัวต่อตัว”

ได้ผล! อึดใจเดียววิญญาณพิมพิลาสก็เข้ามายืนกลางห้องชี้หน้าด่าอาจารย์คงอย่างโกรธเกรี้ยว

“ไอ้คนหยาบช้า หลอกหากินบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน แกกล้ามาลามปรามปีนเกลียวกับฉันงั้นรึ!”

“ก็แกอยากมาหลอกหลอนผัวแกกับนังเมียน้อยทำไม ตายไปแล้วยังคิดว่าเขาจะรักแกลงอีเรอะ ตอนเป็นเขายังกลืนไม่ลง ตายแล้วนี่ใครเขาจะหอมซากผีของแก”

ลูกศิษย์อาจารย์คงสองคนที่นั่งอยู่หูตาเหลือกเปิด ประตูหนีออกไป ส่วนอติเทพกับอรวีนั่งมองตาค้างตกใจสุดขีด ถูกพิมพิลาสชี้หน้าด่าว่ากล้าเอาหมอผีมาจับตนหรือ ถูกอาจารย์กำข้าวสารเสก ท่องคาถาอย่างเร็วแล้วซัดใส่พิมพิลาสจนเธอร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดสาหัส อาจารย์คงไม่สะใจ เอาน้ำมนต์สาดใส่อีก คราวนี้เกิดควันฟู่เหมือนเนื้อสดถูกน้ำกรด

พิมพิลาสกรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด ท้าอาจารย์คงว่าแน่จริงอย่าใช้อาคม ให้มาสู้กันตัวต่อตัวด้วยบุญบารมี อาจารย์คงไม่เล่นด้วย เสกเชือกไปพันกายพิมพิลาสที่พุ่งเข้ามาจะเล่นงาน เชือกกลายเป็นงูเหลือมสีทองรัดร่างพิมพิลาสทันที

ในที่สุด วิญญาณพิมพิลาสถูกจับใส่ขวด ได้แต่ร้อง “จักร...ช่วยย่าด้วย...” แต่ถูกอาจารย์คงใช้จุกผ้ายันต์สีดำปิดฝาขวดผนึกแน่นทันที!

ooooooo

หลังจากช่วยญาณินจนปลอดภัยแล้ว สุคนธรสขอนอนเป็นเพื่อนญาณินกับกรรัมภา ป้าออขอนอนด้วยอีกคน แต่พอนอนจริงๆ ญาณินก็อดคิดเป็นห่วงติณห์ไม่ได้ สุคนธรสก็คาดเดาไม่ออกว่าสมคิดจะเอา อย่างไรต่อไป

แต่เพราะพรุ่งนี้ยังต้องเตรียมรับศึกหนัก สุคนธรสบอกให้รีบนอนเอาแรงไว้ก่อนเชื่อว่าสมคิดต้องตามมาเอาคืนพวกเราแน่ๆ และถ้าพวกเรายังเดี้ยงกันคนละนิดละหน่อยอยู่แบบนี้เราจะเสร็จมันแน่

“ป้าว่าเรามาช่วยกันสวดมนต์ให้พระพุทธคุณคุ้มครองคุณติณห์กันเถอะค่ะ” ป้าออเสนอ

ทุกคนจึงพนมมือสวดมนต์พร้อมกันติณห์จำต้องเฝ้าเบญจาอยู่ในห้องนอน เขาเป็นห่วง พวกญาณิน คิดจะโทร.ถาม พอย่องออกมาก็เจอกรกฎยืนจ้องเขม็งเลยฝืนยิ้มบอกว่าเบญจาหลับแล้วตนจะกลับห้อง แต่ถ้ามีอะไรให้ตามได้ทันที

แต่ไม่ว่าติณห์จะไปไหนก็ถูกกรกฎตามแจ จนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น สบโอกาสเมื่อไม่เห็นกรกฎ ติณห์จึงชวนคุณหลวงหนี

“ฉันไปไม่ได้ ธูปล่ะจุดหรือยัง?” คุณหลวงถาม พอติณห์จุดธูปบอกกล่าว “ผมขอให้วิญญาณของแกรนด์ปาติดตามผมออกไปจากบริเวณนี้ด้วยเทอญ สาธุ” คุณหลวงก็เร่งให้รีบไปก่อนที่พวกมันจะตามมาจับ

เพราะกลัวสตาร์ตรถเสียงดังจะทำให้ใครๆตื่น ติณห์จึงให้คุณหลวงขึ้นนั่งในรถแล้วตัวเองเข็นรถออกไป คะเนว่าไกลพอแล้วจึงขึ้นรถสตาร์ตขับออกไปทันทีโล่งใจว่าหนีพ้นแล้ว

หารู้ไม่! กรกฎโผล่มามองรถติณห์ที่ขับไปจนลับตาแล้วสะบัดคอกรึ๊บๆ หักนิ้วกร๊อบๆ อย่างมันมือ!

ooooooo

ก๊องยังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิชาไสยศาสตร์ในโลกนี้อย่างจริงจัง ไตรรัตน์บอกว่าให้ปริ๊นต์ออกมาเลย เพราะเราต้องรู้ให้ได้ว่าอาคมที่เบญจาใช้มาจากแหล่งไหนกันแน่

ไตรรัตน์บอกสุคนธรสว่า จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับไสยศาสตร์ต่างๆ ในโลกมาให้เธอดูเพื่อเอาไปเทียบเคียงกับวิชาชั่วต่างๆที่สมคิดเอามาทำกับพวกเรา

สุคนธรสสงสารเห็นใจไตรรัตน์ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับพวกตนด้วย แต่ไตรรัตน์กลับมองว่า ติณห์เป็นเพื่อนตนและสมคิดก็เป็นศัตรูของบ้านตน พวกเธอต่างหากที่ต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ พวกนี้เพราะมาช่วยตน บอกสุคนธรสว่า

“ถ้าเราอยู่ด้วยกันต่อสู้ข้างๆกันผมไม่กลัวอะไร ทั้งนั้น”

ทั้งสองกอดกันอย่างซึ้งใจ และค่อยๆ จูบกันด้วยความรัก...

กรรณายังอยู่ที่บ้านพงอินทร์ เธอเข้าครัวทำอาหารเช้าเตรียมกินกัน แต่จู่ๆก็มีโทรศัพท์จากน้ำหนึ่งเรียกพงอินทร์ไปพบบอกว่าเจอเรื่องน่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับการตายของพิมอรที่บ่งชี้ว่าช่อเพชรคือคนที่เกี่ยวข้องอย่างมาก พงอินทร์รีบออกไปทันที กรรณามองอาหารสอง ที่บนโต๊ะที่บรรจงทำสุดฝีมือเซ็งๆ

ooooooo

ติณห์ขับรถพาคุณหลวงมาถึงบริษัทซิกซ์เซ้นส์ ญาณินกับป้าออมองตะลึงอย่างคาดไม่ถึง ติณห์กับญาณินโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ

ต่างถามอาการและสภาพของกัน ญาณินบอกว่าตนดีขึ้นแล้ว ถามว่าเขามาได้ยังไง แล้วคุณแม่เขาล่ะ หันเห็นคุณหลวงถามว่าไปโดนอะไรมา!

“สถานการณ์มันเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะรับไหวแล้ว...ผมเลยตัดสินใจ ต้องออกมาก่อนแล้วค่อยไปช่วยมัม อยู่แบบนั้นทุกอย่างมันจะแย่ลง ผมเหมือนถูกมัดแขนมัดขาทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ที่สำคัญผมเป็นห่วงคุณมากเหลือเกิน”

“ฉันก็ห่วงคุณ ติณห์...ไอ้หมอสมคิดมันน่ากลัว มันจะฆ่าใครเมื่อไหร่ก็ได้”

“ผมโอเค...ที่รัก ยิ่งผมได้มาอยู่กับคุณแบบนี้ยิ่งโอเค ญาณิน คุณคงไม่รู้ว่า ผมคิดถึงคุณแค่ไหน ยิ่งได้รู้ว่าคุณมีอาการเหมือนเกือบจะตายไปแล้ว ผมก็แทบจะเป็นบ้าไม่เอาแล้วนะญาณิน ผมจะไม่ยอมให้เราแยกจากกันอีกแล้ว พอ กันที ผมไม่เอาอีกแล้ว”

ญาณินกอดติณห์แน่นร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ คุณหลวงกับป้าออยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความปลื้มปีติกับทั้งสอง

ooooooo

พงอินทร์รีบไปพบน้ำหนึ่งที่ร้านกาแฟตามนัด น้ำหนึ่งเปิดมือถือให้ดูหน้าจอ บอกว่านี่คือเบอร์ของช่อเพชรติดต่อมาเมื่อคืน

เห็นพงอินทร์ตื่นเต้น น้ำหนึ่งเล่าว่า “เธอพยายามถามเรื่องโจ้และอยากจะคุยกะโจ้ เธอบอกให้หนึ่งโทร.หาเธอทันทีที่เจอโจ้” พงอินทร์บอกให้เธอโทร.เลย น้ำหนึ่งจึงกดโทร. พอปลายสายรับ เธอบอกว่าให้คุยกันเลย แล้วยื่นมือถือให้พงอินทร์

“คุณช่อเพชร...” พงอินทร์พูดได้แค่นั้น ปลายสายก็พูดแทรกขึ้นว่า

“คุณพงอินทร์ ฉันรู้ว่าคุณตามหาตัวฉันอยู่ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามากนัก ขอให้คุณตั้งใจฟัง ฉันกำลังอยู่ในอันตรายต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในที่แห่งหนึ่งไม่อาจเปิดเผยตัวได้ แต่ฉันมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับนายแผนยุทธกับ

คุณพิมอรพี่สาวคุณ ที่อยากจะบอกคุณ...ภายในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า ฉันจะรอพบคุณ แค่นี้ก่อนนะคะ” แล้วเสียงก็ขาดหายไปเลย

น้ำหนึ่งถามว่าเธอวางสายไปแล้วหรือ พงอินทร์พยักหน้างงๆ น้ำหนึ่งถามว่าคุยกันอย่างไรเล่าให้ตนฟังได้ไหมพงอินทร์มองน้ำหนึ่งแล้วถอนใจ...

ที่แท้ เป็นแผนของน้ำหนึ่ง เธออัดเสียงตัวเองที่ดัดให้คล้ายช่อเพชรพูดใส่เครื่อง เมื่อโทร.เข้าจึงตอบรับอัตโนมัตินั่นเอง!

พงอินทร์รีบโทร.บอกหมอวรวรรธบอกว่ามีเรื่องด่วน ตนกำลังจะไปพบช่อเพชร อีกครึ่งชั่วโมงมาเจอกัน หมอวรวรรธขอให้เขาถ่วงเวลาไว้สักนิด ตนจะรีบไปแล้วบอกเนตรสิตางศุ์ว่า

“ผมจะไปช่วยคุณโจ้พงอินทร์สืบคดีพี่สาวเขานะ มีผู้หญิงที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเมียน้อยของพี่สาวเขา และอาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของคุณพิมอรด้วยติดต่อมา”

แต่พอออกไปถึงรถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ เจอสุพิชชามาแย่งกุญแจรถ แกล้งไม่ให้เขาไปไหนยื้อแย่งกันจนเสียหลักเซซบเหมือนกอดกัน ทำให้เนตรสิตางศุ์ไม่พอใจ หมอ เลยต้องวกกลับไปง้อตามเคย

ooooooo

พงอินทร์ไปถึงชุมชนเปลี่ยวข้างทางรถไฟ บริเวณที่เดินเข้าไปเป็นพงหญ้ากว้างรกร้าง มีซอยตัดไปมาแต่ไม่พบผู้คนเลย

เดินเข้าไปยืนดูสภาพแล้วโทร.หาหมอวรวรรธ ปรากฏว่า หมอไม่รับสาย พงอินทร์จึงตัดสินใจเดินเข้าไปเอง เดินไปจนถึงบ้านร้างเก่าๆ หลังหนึ่ง บ้านเงียบสงัดเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย เขาจึงส่งเสียง

“มีใครอยู่ไหมครับ”

ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนมีใครจ้องเขาอยู่ แต่พอหันไปก็ไม่เห็นใคร ที่แท้พิมอรตามมาเตือนน้องชายให้รีบออกไปจากที่นี่ แม้พงอินทร์จะไม่รับรู้ แต่ก็สังหรณ์ใจบางอย่างจึงรีบออกจากตรงนั้นไป

ขณะกำลังออกไปนั้น พงอินทร์ถูกวัยรุ่นสองคนตรงเข้ามาจะทำร้าย เขาวิ่งหนีมันไล่ตามอย่างมุ่งร้าย พอวิ่งไปถึงทางแยกกลับมีวัยรุ่นอีกสองคนมาดัก! พงอินทร์ ถูกวัยรุ่นทั้ง 4 ไล่ไปจนมุมในตรอกตัน เขาซุกตัวหลบเงียบกริบ ระหว่างนั้นมือถือเขาดังขึ้น ดูหน้าจอเป็นสายจากน้ำหนึ่ง เขากดทิ้งทันที

พวกวัยรุ่นทั้ง 4 ใช้ไม้หน้าสามฟาดไปตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าพงอินทร์จะซ่อนอยู่ พอเห็นพวกมันเดินห่างออกไปพงอินทร์ลุกวิ่งสุดฝีเท้าไปอีกซอยหนึ่ง พวกมันไล่ตามใช้ไม้หน้าสามฟาด มีท่อนเหล็กลอยมาฟาดใส่จนล้มกลิ้ง

พงอินทร์ถูกทำร้ายสาหัส พิมอรได้แต่ร้องไห้ที่ช่วยน้องไม่ได้

พวกวัยรุ่นรุมทำร้ายพงอินทร์จนสะบักสะบอม แล้วหัวหน้ามันก็สั่งลูกน้อง และปรามพงอินทร์ก่อนเดินออกไปว่า

“เอาแค่นี้ก่อน แต่คราวหน้า ถ้าเอ็งยังเสือกมาวุ่นวายเรื่องของคุณช่อเพชรอีกรับรองได้ว่าเอ็งไม่ได้กลับไปนอนบ้านอีกต่อไป ไปเว้ย!”

คนที่เป็นหัวหน้าเตะเสยหน้าพงอินทร์อีกทีก่อนเดินไป ทำให้พงอินทร์ถึงกับสลบอยู่ตรงนั้น

แก๊งวัยรุ่นพวกนั้น เดินไปรับค่าจ้างจากน้ำหนึ่งแล้วแยกย้ายกันไป

ooooooo

ขณะที่ติณห์กับญาณินต่างดีใจมีความสุขที่ได้มาอยู่ด้วยกันอีกครั้งนั้น วิญญาณคุณหลวงกลับกำลังจะสลาย

ติณห์เห็นคุณหลวงยืนโงนเงนร่างพร่าเลือน เขาถามคุณหลวงว่าเป็นอะไร ทำไมร่างเหมือนทีวีจะดับ

“ใช่...ดูเหมือนวิญญาณฉันใกล้จะหมดพลังแล้ว โอ๊ะ!” คุณหลวงเข่าอ่อนทรุดลง

“วิญญาณคุณหลวงกำลังจะโดนสลายพลังงาน ต้องรีบให้ยัยรสช่วย ไม่อย่างนั้นวิญญาณคุณหลวงจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ต้องหลงอยู่ในความมืด ติดอยู่ระหว่างภพภูมิไปอีกชั่วกัปชั่วกัลป์” ญาณินบอก

ทุกคนช่วยกันทำพิธีบริกรรมคาถา สุคนธรสใช้ปลายธูปที่เป็นถ่านดำ ขีดเขียนชื่อคุณหลวงลงในกระดาษแล้วยื่นให้ญาณิน

“เร็ว! รีบเผาแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้วิญญาณคุณหลวง ก่อนที่วิญญาณคุณหลวงจะถูกทำลายพลังไปเสียก่อน”

ญาณินรับไปเอาไฟแช็กจุดแต่ไม่ติด วิญญาณคุณหลวงจางลงทุกที ทุกคนยิ่งตึงเครียด ญาณินจึงเสนอติณห์ว่า

“ติณห์คะ คุณเป็นหลาน คุณลองตั้งใจอธิษฐานแล้วลองจุดดูเองซีคะ”

“โอเค” ติณห์รับไม้ขีดจากกรรณาแล้วพนมมืออธิษฐาน “บุญกุศลที่ผมได้สะสมตั้งแต่อดีตตลอดจนถึงปัจจุบัน และบุญกุศลของผมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตขอส่งบุญทั้งหมดนี้ให้แก่คุณตาผมด้วยเถิด”

ติณห์จุดไม้ขีดติด เผาชื่อคุณหลวงทิ้งลงไปในขัน ปรากฏว่า วิญญาณคุณหลวงหายไปแล้ว! สุคนธรสเร่งให้ทุกคนรีบกรวดน้ำ เผื่อกุศลที่พอมีจะช่วยรวบรวมวิญญาณคุณหลวงกลับมาทัน

ขณะที่ทุกคนกรวดน้ำนั้น สุคนธรสก็พนมมือสวด–มนต์เรียกวิญญาณไปด้วย กรวดน้ำจนหมดขัน ยังไม่มีวี่แวววิญญาณคุณหลวง ทุกคนหมดหวังนั่งเศร้าเสียใจ

“เฮ้ย...เศร้าอะไรกันไอ้ติณห์ หนูณิน” คุณหลวงทักเสียงแจ่มใส ทุกคนหันมอง ภาพคุณหลวงค่อยๆชัดขึ้น... ชัดขึ้นคุณหลวงหัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ ฉันกลับมาแล้วว่ะ...ไอคัมแบ็กว่ะ ฮ่าๆๆ”

คุณหลวงขอบใจทุกคนที่ช่วยตนได้กลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะติณห์ที่แบ่งบุญให้ตนแล้วบอก “ไอเลิฟยูที่สุด จุ๊บๆ” ติณห์ตอบ “ไอเลิฟยูทู จุ๊บๆ” พูดบอกคุณหลวง แต่ปากหันไปจุ๊บญาณินแทน เลยถูกเพื่อนฮิ้วกันจนเขิน

ooooooo

เมื่อติณห์เล่าเรื่องที่สมคิดกำลังครอบงำมิรันตีและใช้เบญจามาก่อกวน ทั้งหมดจึงประชุมวางแผนแก้ปัญหา

ไตรรัตน์กับติณห์มีความเห็นตรงกันว่า สมคิดเหมือนงูพิษที่ถูกเราตีหลังหักแต่ไม่ตาย มันจึงกลับมาแก้แค้นแบบเก่งกว่าเดิมและจัดหนักกว่าเดิม

สุคนธรสและกรรัมภาเชื่อว่า เบญจาได้รับการถ่ายทอดวิชาจากสมคิดมาอย่างดีแถมเป็นคนที่มีซิกซ์เซ้นส์เหมือนพวกเรา คุณหลวงบอกว่าวิชาของมันแปลกมาก เหมือนมันเอาวิชาไสยศาสตร์ของทุกสาขามาประยุกต์ใหม่และมันยังมีวิชาเก่าๆแบบระดับบูรพาจารย์ ชนิดที่ไม่มีใครสู้มันได้ด้วย

“วิชาหลวงลุงทุกสิ่งอย่าง ฉันได้งัดออกมาประลองกะมันจนแทบจะหมดไส้หมดพุงแล้ว” สุคนธรสเอ่ย ก๊องถามว่าเอาตำรวจมาจับเลยไม่ได้หรือ

“ถ้าตำรวจเป็นคนธรรมดาๆไม่มีคาถาอาคม เชื่อแน่ว่าทำอะไรมันไม่ได้ แต่ที่สำคัญมันมีตัวคุณมิรันตีคุณแม่ของติณห์เป็นตัวประกันด้วย” ญาณินชี้

ปรึกษากันแล้ว ลงความเห็นร่วมกันว่า ต้องช่วยมิรันตีให้ออกจากเงื้อมมือพวกมันก่อนแล้วค่อยแจ้งตำรวจจากนั้นก็ปิดประตูตีแมว เอาคุณหลวงไปจัดการมันเลย แต่ต้องทำทุกอย่างอย่างเร็วที่สุด

“ใช่...ไม่งั้นมัมเสร็จแน่” ติณห์เห็นด้วย

ระหว่างนั้นคุณหลวงถามว่าทำไมมาคราวนี้ไม่เจอกุมาริกาเลย กรรัมภาเล่าว่า พักนี้กุมาริกาไม่ค่อยอยู่ให้ใช้งาน แต่เวลาตนไปปฏิบัติการมักชอบมาก่อกวนขัดขวาง และมีท่าทีแปลกไปด้วย คุณหลวงเลยร้องเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆเลย

ooooooo

อรวีอยู่ในสภาพขวัญไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สะดุ้งผวาตลอดเวลาจนไม่รู้ว่าตื่นหรือฝัน โดยมีกุมาริกาติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

ขณะอรวีกำลังสับสนนั่นเอง สมชายโทรศัพท์มาตามถามว่าบ่ายโมงแล้วทำไมยังไม่มาทำงาน อรวีรีบลุกแต่งตัวไปทำงาน ก่อนออกไป เธอเปิดลิ้นชักหยิบรูปใบหนึ่งออกมาดู เป็นรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งผูกหางเปียยืนจูงมือผู้หญิงที่เป็นแม่ ที่น่าตกใจคือ เด็กหญิงในรูปนั้น หน้าเหมือนกุมาริการาวกับเป็นคนคนเดียวกัน

“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้” อรวีร้องไห้พึมพำออกมาอย่างหวาดกลัว

ขณะอรวีขับรถไปทำงานนั้น กุมาริกานั่งอยู่เบาะหลังไปด้วย ระหว่างทางเธอขับรถชนหญิงบ้านนอกคนหนึ่งที่ถือนามบัตรเหมือนหาบ้านตามที่อยู่ในนามบัตรนั้น

อรวีลงไปดู เธอตกใจผงะเมื่อหญิงคนนั้นคือแม่ตัวเอง! ทั้งสองโผกอดกันร้องไห้โฮ

เมื่อพากันกลับขึ้นมาที่คอนโด แม่ลูกต่างรำพึงรำพันถึงความหลังกันอย่างเศร้าเสียใจ อรวีขอโทษที่ตนทิ้งแม่มาเป็น 10 ปีโดยไม่ได้กลับไปหาเลย พูดอย่างสำนึกผิดที่คิดแต่จะหนีความลำบากในชนบทมาหาความสบายในกรุงเทพฯ

“แต่แกก็สบายกว่าอยู่กับแม่จริงๆ ดูแกตอนนี้สิ แกสวยขึ้น มีคอนโดอยู่สุขสบาย แกมีอนาคตอย่างที่แกฝันไว้แล้ว แม่ดีใจกับแกด้วย”

“หึ...อนาคตเหรอ อนาคตที่เป็นเมียน้อยเขาน่ะสิ แถมยังต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือทำความชั่วกับนายอติเทพจะโกงสมบัติคนอื่นเขาด้วย” จู่ๆอรวีก็เงียบไป แล้วถามว่า “หนูถามจริงๆ แม่ หนูเคยมีพี่น้องกับเขาไหม”

แม่จึงเล่าความจริงให้ฟังว่า เธอมีฝาแฝดแต่แฝดพี่ตายไปตั้งแต่เกิด อรวีพึมพำว่า

“มิน่า...หนู...หนูคงไม่ได้ประสาทหลอน ที่เห็นผีเด็กมาเรียกหนูว่าน้อง แล้วทำไมฝาแฝดเขาต้องมาหาหนูตอนนี้ด้วยล่ะแม่...ทำไม”

แม่ร้องไห้เมื่อเล่าว่าได้เอาร่างของแฝดพี่ที่ตายให้หลวงปู่ไปทำพิธีที่วัด ป่านนี้คงไปผุดไปเกิดแล้วกระมัง

“เกิดอะไรล่ะแม่ หนูนั่งหัวโด่อยู่นี่ไง แต่ก็ดีแล้วที่แม่คิดอย่างนั้นแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงหนู” กุมาริกาเอ่ยแต่ไม่มีใครได้ยิน

แม่เห็นอรวีหน้าตาซีดเซียวและมีอาการผวาบอกลูกให้เข้าวัดไปถวายเพลทำบุญทำกุศลชาติหน้าจะได้ไม่ต้องลำบาก และถ้าอยู่กรุงเทพฯ ไม่สบายใจกลับไปขายข้าวแกง กับแม่ก็ได้ อรวีรับปากว่าจะลองปรึกษาพ่อดู เพราะตอนนี้ตนทำงานอยู่กับพ่อ

“หึ...ตามใจ พ่อเอ็งเขาสบายดีซินะ อาชีพทนายก็คงทำให้เขาสุขสบายมากกว่ามาอยู่กับแม่ค้าขายข้าวแกงอย่างแม่ โดยเฉพาะทนายชนิดนั้นตายไปจะตกนรกขุมไหน แม่ไม่กล้าจะคิดด้วยซ้ำ”

“สุขสบายเพราะโกงสมบัติเขากินน่ะซีแม่รู้ไหมว่าหนูกลุ้มใจอยู่เนี่ย พ่อทำแบบนี้ หนูไม่รู้จะช่วยพ่อยังไงเฮ้อ...”

กุมาริกาบ่นกลุ้ม ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครรับรู้เหมือนเคย

วิญญาณพิมพิลาสถูกขังอยู่ในขวด แต่ยังพยายามดิ้นรนต่อรองกับอาจารย์คงเพื่อจะหลุดพ้นจากการถูกกักขัง โดยยินดีที่จะจ่ายหรือแม้กระทั่งเอาคอนโดแลกก็ยอม

อาจารย์คงสนใจ ถามว่าแล้วพิมพิลาสจะเอาสิ่งเหล่านั้นมาให้ตนได้อย่างไร

“ฉันติดต่อกับหลานฉันได้ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันบอกเขาให้”

“ติดต่อกับหลานได้ ฮ่าๆๆ ฉันว่าฉันมีวิธีหาเงินได้มากกว่าที่แกบอกมานะ” อาจารย์คงหัวเราะอย่างสะใจแล้วเดินออกไป

ooooooo

อรวีเล่าเรื่องที่ตนกับอติเทพถูกวิญญาณพิม-พิลาสอาละวาดและตนก็ถูกบีบคอจนเกือบตายให้ทนายสมชายฟัง

“ไม่น่าเชื่อว่าผียัยพิมพิลาสจะเฮี้ยนขนาดนี้ หึ...

แต่ก็ไม่น่าแปลกหรอก ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ยัยนี่ก็ร้ายยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก ขนาดฉันทำงานรับใช้นังนี่มาเป็นสิบปีมันยังไม่เคยเห็นความดีฉันเลย ใช้งานทีก็โขกสับจิกหัวใช้ตลอดเวลา เงินเดือนก็ให้แค่หยิบมืออย่างกับขอทานมันกิน หึ...ถึงทีฉันเอาคืนมันบ้างแล้ว” สมชายพูดอย่างอาฆาตแค้น

“นี่แปลว่า ทั้งสองคนร่วมมือกับสามีคุณพิมพิลาสหมดเลยเหรอเนี่ย!” กุมาริกาตกใจอ้าปากค้าง

ขณะนั้นเอง อติเทพพรวดพราดเข้ามาบอกทนายสม– ชายว่าจุนจีสื่อสารกับผีพิมพิลาสได้ อรวีตกใจถามว่าจริงหรือ!

“ฉันจะโกหกทำไม ไอ้อาจารย์คงมันโทร.มาเล่าว่า วิญญาณยัยพิมพิลาสคุยว่า มันติดต่อกับหลานของมันได้ไม่ต้องห่วง!!” อติเทพนึกได้บอกทนายสมชายว่า “ผมจ้างให้หมอผีจับวิญญาณอีแก่นั่นใส่หม้อไว้แล้ว”

กุมาริกาเลยรู้ว่าเพราะวิญญาณพิมพิลาสถูกจับใส่หม้อนี่เองถึงได้หายเงียบไป

“ถ้านี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องแหกตา ก็ลองให้หมอผีมันบอกให้วิญญาณนังย่ามันต่อรองให้ไอ้จุนจีรีบเซ็นพินัยกรรมให้คุณเลยซิ” ทนายสมชายกระหยิ่ม อรวีพยายามจะทักท้วง แต่อติเทพชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“ใช่...ถูกเลย ไป...อรวี ออกไปหาเอกสารแผ่นนั้นให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย” พูดแล้วดึงอรวีออกไปหันตบบ่าทนายสมชายพูดอย่างผยองว่า “คราวนี้ล่ะ ต้องสำเร็จแน่คุณทนาย”

ทนายสมชายดูแผ่นซีดีในมือยิ้มร้าย พึมพำ

“ฉันก็หวังเช่นนั้นนะนายอติเทพ แต่ถ้าแกหักหลังลูกสาวฉันละก็...แกได้ตายในคุกแน่ หึๆ!”

ooooooo

กรรณาโทรศัพท์ถึงเนตรสิตางศุ์ จึงรู้เรื่องพงอินทร์เธอรีบไปที่โรงพยาบาลทันที

พงอินทร์บาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ในห้องพิเศษ

กรรณาโผเข้าไปหาด้วยความตกใจเป็นห่วงไม่มองแม้แต่เนตรสิตางศุ์และหมอวรวรรธที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

“นายโจ้...นายเป็นยังไงบ้าง ฉันไม่น่าเอาแต่นอยด์ น้อยใจ คิดมากบ้าบอ จนปล่อยให้นายออกไปหาคุณน้ำหนึ่งตามลำพังเลย ฉันขอโทษ”

กรรณากุมมือพงอินทร์อย่างลืมตัว พงอินทร์ที่นอนเจ็บอยู่ลุกขึ้นดึงกรรณาไปกอด แม้กรรณาจะชะงักแต่ก็รู้สึกดีกับอ้อมกอดของคนที่ตนเป็นห่วง

เนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธนั่งกระสับกระส่าย เพราะรู้ว่าน้ำหนึ่งอยู่ในห้องน้ำ และเมื่อน้ำหนึ่งออกมาก็แสดงความห่วงใยใกล้ชิดพงอินทร์ ทั้งยังขอโทษ

กรรณาที่เป็นต้นเหตุให้พงอินทร์ต้องเจ็บตัว

“เอ่อ...ปละ...เปล่านะคะคุณน้ำหนึ่ง ฉันไม่ได้โทษคุณ”

“มันก็เป็นความผิดของฉัน ที่บอกโจ้ว่าคุณช่อเพชรอยู่ที่ไหน โจ้ก็เลยตามไปจนถูกทำร้าย หนึ่งขอโทษนะโจ้ หนึ่งไม่ควรจะมายุ่งกับเรื่องนี้เลย”

พงอินทร์พูดให้น้ำหนึ่งสบายใจว่าตนไม่ได้โทษ น้ำหนึ่งเลย น้ำหนึ่งต่างหากที่มีน้ำใจช่วยสืบเรื่องพิมอรจนต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย กรรณาเองก็ปลอบน้ำหนึ่งอย่าร้องไห้ อย่าคิดมากเลย ตำหนิตัวเองว่า

“ฉันเองที่พลาดพูดไปอย่างนั้น ฉันมันปากไม่ดี ขอโทษด้วยนะคะคุณหนึ่ง”

“ค่ะฉันไม่ถือโทษโกรธคุณ” น้ำหนึ่งลุกขึ้นยืนมองหน้ากรรณานิ่ง จนกรรณารู้สึกหน้าชา

หมอวรวรรธเห็นบรรยากาศไม่ดีจึงชวนเนตร–สิตางศุ์กลับ พงอินทร์ขอบคุณทั้งสอง แต่พอในห้อง

เหลือแค่ตัวเองกับน้ำหนึ่งและกรรณาที่ยืนเผชิญหน้ากัน พงอินทร์ก็กุมหัวกับบรรยากาศที่อึดอัดนั้น...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ยุ้ย เครียด! ทุ่มสุดตัวปล่อยโฮ ถ่ายทอดบทชีวิตดราม่าใน “ตะวันตกดิน”

ยุ้ย เครียด! ทุ่มสุดตัวปล่อยโฮ ถ่ายทอดบทชีวิตดราม่าใน “ตะวันตกดิน”
12 มิ.ย 2564

12:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 13:34 น.