ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ติณห์มองไปตามที่เบญจาบอก เห็นญาณินก็แปลกใจว่าเธอมาได้อย่างไร แม้จะเป็นห่วงแต่ก็จำต้องข่มไว้ แกล้งไล่ตะเพิด จริงจังเสียจนญาณินสงสัยว่า เขาไล่จริงหรือเล่นละคร

เบญจาบอกติณห์ที่จะเข้าไปลากญาณินออกไปว่าปล่อยให้ตนจัดการดีกว่า ติณห์พยายามขัดขวางแต่เบญจาไม่ยอมก้าวตัดหน้าติณห์เข้าไปหาญาณินกับสุคนธรส

สุคนธรสบอกให้ญาณินกับไตรรัตน์หลบไปบอกว่า “ขอฉันแก้สงสัยหน่อยซิ”

บรรยากาศตึงเครียดทันที เมื่อเบญจากับสุคนธรสมายืนเผชิญหน้ากัน เกิดลมพัดแรง ท้องฟ้าแปรปรวน เดี๋ยวฟ้าเปิด เดี๋ยวฟ้าปิด ในที่สุดเมฆดำก้อนใหญ่ก็เคลื่อนมาบดบังพระจันทร์จนมิด อีกาตัวหนึ่งบินมาเกาะบริเวณนั้นร้อง กา...กา...กา...

เบญจายิ้มมุมปากอย่างรู้ดีว่าสุคนธรสจะมีพลังเมื่อพระจันทร์เต็มดวง ทำปากขมุบขมิบ อึดใจเดียววิญญาณซอมบี้ก็พุ่งพรวดมาบีบคอสุคนธรสหมับ! ญาณินกับไตรรัตน์เห็นอาการผิดปกติของสุคนธรสแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่ห้องรับรองในรีสอร์ต สมคิดกับมิรันตีแยกไปนั่งในมุมพักผ่อนคุยกันเรื่องการลงทุนในรีสอร์ต ระหว่างนั้น สมคิดเงยมองฟ้าขวับรับรู้ถึงเรื่องไม่ดีเมื่อเมฆทะมึนเคลื่อนมาปกคลุมทุกอย่างและมีอีกาบินโฉบผ่าน

“กรกฎ” สมคิดเรียก พริบตาเดียวกรกฎก็ปรากฏกาย มิรันตีถามงงๆว่ากรกฎมาได้อย่างไร สมคิดไม่ตอบ แต่หันไปสบตากับกรกฎ เพียงเท่านั้นกรกฎก็รับทราบคำสั่งเดินออกไป สมคิดบอกมิรันตีหน้าเครียดๆว่า “ไว้เราค่อยคุยเรื่องร่วมหุ้นทีหลังนะครับ” พูดแล้วลุกไปเลย

“อ้าว...” มิรันตีทั้งงงทั้งงอน

ooooooo

สุคนธรสที่ถูกซอมบี้บีบคอ เธอพยายามดิ้นสุดกำลังจนสามารถจับแขนทั้งสองข้างของซอมบี้ได้ ทำให้ซอมบี้ผงะแข็งเป็นหินแล้วร่วงกราวลงไปกองที่พื้น!

สุคนธรสต่อสู้กับเบญจาด้วยอาคมที่เก่งกาจไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ญาณินเข้าไปช่วยใช้สองมือประกบหลังสุคนธรสเกิดพลังแห่งความว่าง ความดีแสงสว่างจากญาณินถ่ายทอดสู่สุคนธรสเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ เบญจาเซแซดๆไปต้านทานไม่ไหวกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ จนกระอักเลือด ทรุดลงกับพื้น

ติณห์มองอย่างสะใจ แต่ไม่ทันไร กรกฎก็พุ่งเข้ามาถอนเสาโทเทม รอยสักที่หลังคอเรืองแสงขึ้น กรกฎพุ่งเสาใส่สุคนธรสกับญาณิน ดีที่ทั้งสองหลบทัน ขณะที่สองสาวยืนงงอยู่นั้น กรกฎพุ่งเข้าเอาไหล่กระแทกสุคนธรสอย่างแรงจนเธอกระเด็นไปไกล แล้วจะตามซ้ำ

“แกทำแฟนฉัน แกตาย!!” ไตรรัตน์คำราม พุ่งเข้าชกไม่ยั้ง กรกฎยืนให้ชกไม่สะดุ้งสะเทือนจนไตรรัตน์เหนื่อยต้องหยุดไปเอง แต่พอไตรรัตน์หยุดกรกฎซัดเปรี้ยงเดียวไตรรัตน์ก็กระเด็นไปร่วงใกล้สุคนธรสต่างสะบักสะบอมมองกันด้วยความเป็นห่วง

ระหว่างที่เบญจาใช้อาคมต่อสู้กับสุคนธรสและญาณินนั้น ติณห์ได้แต่มองดูด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่อาจช่วยญาณินได้ เป็นความทุกข์ทรมานใจอย่างสาหัสที่ต้องทนดูคนรักต่อสู้และถูกทำร้ายโดยไม่อาจช่วยอะไรได้เลย แม้แต่ความห่วงใย! หากแต่กลับต้องแสดงความห่วงใยเอาใจเบญจาประหนึ่งรักกันแทบจะกลืนกิน!

สมคิดมาถึง ถามว่านี่มันอะไรกัน ติณห์จำต้องทำเป็นชี้ไปที่พวกสุคนธรสบอกว่า

“พวกมัน...พวกมันทำเบญจา...”

ในการต่อสู้ ทั้งสุคนธรสและไตรรัตน์เพลี่ยงพล้ำ ไตรรัตน์ถูกกรกฎทุบจนทรุดกองกับพื้น ส่วนสุคนธรสก็ถูกแรงอัดจากอากาศที่กรกฎรวมพลังผลักใส่กระเด็นกระแทกผนังจนแตกร้าว

ติณห์จำต้องหาทางช่วยพวกญาณินด้วยการแสดงความเป็นห่วงเบญจา เข้าไปกอดเธอบอกว่าเธอเลือดออกมากแล้วให้หยุดและรีบไปหาหมอ ถูกเบญจาสะบัดหลุด แต่ไม่ทันทำอะไรมิรันตีก็วิ่งมาเจอ ร้องโวยวายว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเบญจาเลือดออก ตะโกนให้คนเรียกรถพยาบาล

กรกฎขยับจะเข้าเล่นงานสุคนธรสอีก สมคิดดีดนิ้วเป๊าะ กรกฎก็ชะงัก ติณห์ฉวยโอกาสทำเป็นตะโกนไล่พวกญาณิน

“ไปเลย นี่เป็นการสั่งสอน ถ้ายังกล้าโผล่หน้ามาเหยียบที่นี่อีก พวกเธอตายแน่!” ปากตะโกนไล่แต่ตามองพวกญาณินด้วยความเป็นห่วงสงสารจับใจ ไตรรัตน์รีบประคองสุคนธรสกับญาณินออกไป

“ไอ้ไตรรัตน์ สุคนธรส...ถึงเวลาของแกแล้ว!” สมคิดจิกตามองคำรามในคอ

เมื่อเบญจาในสภาพสะบักสะบอมกลับมาถึงห้องพัก สมคิดบอกมิรันตีว่าไม่ต้องเรียกรถพยาบาล เดี๋ยวตนจัดการเอง

เบญจาปวดท้องดิ้นทุรนทุรายร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา ถูกสมคิดสั่งเหี้ยม

“ไม่ต้องร้อง ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวเอง...อย่าอ่อนแอ! อดทนแล้วตั้งสติเดี๋ยวนี้!!”

เบญจากัดฟันคุกเข่ายกมือชูรับพลังเหนือหัว บริกรรมคาถาถอนอาคมของตัวเอง แต่ทำไม่ได้เพราะเจ็บปวดเกินทนงอตัวร้องครวญคราง กระนั้นก็ยังถูกสมคิดสั่ง

“ถ้าอยากหาย เจ้าต้องทำให้ได้ ตั้งสติเร็ว!!”

เบญจาพยายามยืดตัว คุกเข่า หลังตรง ชูมือทั้งสองขึ้นด้วยสีหน้าทุกข์ทรมาน

ที่บ้านกำนันพงษ์ ป้าออตกใจมากเมื่อเห็นไตรรัตน์ประคองสุคนธรสกับญาณินเข้ามา ผวาเข้าไปถามว่าคุณหนูเป็นอะไร

“ยัยเจ๊โดนอาคม” สุคนธรสพยายามฝืนตัวเอง บอกป้าออ ขอธูปทำพิธีช่วยญาณิน ไตรรัตน์บอกให้เธอทำแผลก่อน “มันจะไม่ทันการณ์ ปล่อยฉัน” สุคนธรสผลักไตรรัตน์ออกแล้วนั่งสมาธิบริกรรมคาถาพยายามช่วยญาณินที่หน้าซีดลงทุกที

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ หลังจากเนตรสิตางศุ์เล่าเรื่องราวของช่อเพชรให้หมอวรวรรธฟังแล้ว หมอ

บอกว่านึกไม่ออกเลยว่าช่อเพชรในวัยแค่นั้นรับมือกับโศกนาฏกรรมของพ่อแม่ตัวเองได้ยังไง

เนตรสิตางศุ์ไม่สนใจประเด็นนั้น แต่ที่สงสัยคือช่อเพชรมีน้องสาวชื่อพลอยที่สติไม่ค่อยดี อยากรู้ตอนนี้พลอยอยู่ที่ไหน ทำอะไร แล้วบอกหมอว่าต้องหาข้อมูลเรื่องพลอยให้ได้ ถ้าทำสำเร็จตนจะทำอาหารให้ทานทุกมื้อทุกวันเลย แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ ตนจะไม่ทำอะไรให้ทานอีกเลย

จู่ๆกุมาริกาก็ตาโตเมื่อเห็นกรรัมภามา รีบหลบแว้บไปเลย

กรรัมภาพาจุนจีกับลีจองกุ๊กมาที่บริษัท เพราะนัดณัฐเดชมาพบที่นี่ ขณะนั่งรอณัฐเดช กรรัมภาเห็นกุมาริกาก็ขอตัวจากสองหนุ่มจะไป “จัดการ” กุมาริกา แต่พอดีณัฐเดชมาถึง กุมาริกาเลยรอดตัวไป

หลังจากณัฐเดชฟังจุนจีเล่าแล้ว เขาสรุปว่า

“เท่าที่ผมฟังคุณเล่ามา มีสามประเด็น นายอติเทพเอาเครื่องเพชรแท้คุณพิมพิลาสไปขาย แล้วเอาของที่ทำเลียนแบบมาหลอกตา นายอติเทพติดการพนันจนเป็นหนี้ และนายอติเทพมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณอรวีผู้ช่วยทนาย”

“ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าคุณคงจะพอช่วยปะติดปะต่อเรื่องราวได้นะครับว่าใครคือฆาตกรที่ฆ่าคุณย่า” จุนจีเอ่ย

“ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคดีมาก แต่ผมขอ...อย่า ทำอะไรเสี่ยงอย่างนี้อีก ทั้งแก้มทั้งคุณจุนจี มันอันตรายมากนะ”

“คุณย่าผมยังวนเวียนอยู่ ไปไหนไม่ได้แล้วคุณจะให้ผมอยู่เฉยๆ งั้นเหรอ”

“ไม่ได้ให้เฉย แต่ให้รอบคอบกว่านี้ คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองกว่านี้ คุณคือทายาทนะครับ ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมาแล้วใครจะเดินเรื่องสืบคดีนี้ต่อ”ณัฐเดชชี้แจง

กรรัมภาบอกณัฐเดชว่ายังมีอีกเรื่องที่เขาต้องรู้ คือเรื่องอรวี แล้วเล่าให้เขาฟังว่า

“แก้มสงสัยว่าคุณอรวีมีอะไรกับนายอติเทพเพื่ออะไร รักจริงหรือหวังผล เพราะที่เราไปเห็นมา เหมือนกับว่าคุณอรวีไม่ได้มีอะไรกับนายอติเทพคนเดียว ทนายสมชายด้วย...น่าแปลกไหมคะ ที่คุณอรวี มีอะไรกับคนใกล้ชิดคุณพิมพิลาสทั้งสองคน”

กุมาริกาตกใจเมื่อกรรัมภาเอ่ยถึงอรวี แกล้งป่วนทำให้ไฟดับๆ ติดๆ ทั้งยังตะโกนว่าทำไมไม่มีใครถวายของเซ่น! อาละวาดทำข้าวของล้ม กระดาษปลิว ไฟดับวุ่นวายไปหมด

“จุนจี ก้มหน้าไว้ หน้านี้คือทรัพย์อย่าเอาไปรับของแข็ง” ลีจองกุ๊กปกป้องจุนจีแล้วชวน “เราไปกันก่อนเถอะ”

พอจุนจีกับลีจองกุ๊กไปแล้ว กรรัมภาจะคิดบัญชีกับกุมาริกา แต่หาตัวไม่เจอ กุมาริกาไปซุกอยู่มุมหนึ่งพูดกับตัวเอง

“หนูจำเป็นต้องทำเพื่ออรวี แต่พี่แก้มอย่าฟ้องพี่รสนะ”

ooooooo

สุคนธรสยังนั่งบริกรรมคาถาช่วยญาณินอยู่ที่บ้านกำนันพงษ์ แต่อาการของญาณินไม่เพียงไม่ดีขึ้น หากแต่กลับทรุดลงจนป้าออเสนอให้พากลับกรุงเทพฯ แต่สุคนธรสบอกว่าถ้าตนหยุดตอนนี้กลัวว่าทุกอย่างจะไม่ทันการณ์

ส่วนกรรณาก็นอนป่วยอยู่ที่บ้านพงอินทร์ เพราะถูกขังอยู่ในเมืองหิมะหนาวเยือกแล้วออกมาเจอแดดเปรี้ยง ไข้สูงจนนอนซม ระหว่างนั้นพงอินทร์ดูแลกรรณาอย่างใกล้ชิด เป็นห่วง สงสาร จารุณีหมั่นไส้พูดประชดว่า สงสัยจะเป็นไข้แดดจริตมากกว่า

เมื่อกรรณารู้สึกตัว พอรู้ว่าอยู่บ้านพงอินทร์ก็ลุกขึ้น แต่เสียหลักจะล้มเลยลงนั่งตามเดิม พงอินทร์เอาข้าวต้มมาให้คะยั้นคะยอให้กินไม่พอ ยังลงมือป้อนบังคับให้กิน

ไม่นาน กรรณาก็ได้ยินเสียงพิมอรฮัมเพลงแว่วมา กรรณาบอกพิมอรว่า

“คุณรู้ใช่ไหมว่าเราไปตามช่อเพชรที่สวนสนุกมา แต่เราพลาด ช่อเพชรหลอกเราไปติดกับ”

“ไม่ใช่ คนที่เธอไปตาม...ไม่ใช่ช่อ...เพชร...”

อาการป่วยทำให้กรรณาได้ยินเสียงพิมอรติดๆ ขัดๆ พยายามถามแต่ก็ฟังไม่ชัด ซ้ำน้ำหนึ่งยังเข้ามาขัดจังหวะ นอกจากทำให้การคุยไม่สะดวกแล้วยังถูกน้ำหนึ่งแกล้งพูดเสียงดังรบกวนด้วย

น้ำหนึ่งมาเล่าให้พงอินทร์ฟังน้ำตาคลอว่า ตนได้รับข้อความในมือถือข่มขู่ต่างๆนานา แล้วเอามาเปิดให้ดู

“หยุดขุดคุ้ยเรื่องช่อเพชร ไม่อย่างนั้นเธอตาย”

นอกจากนี้ ยังได้รับโทรศัพท์ขู่ด้วยข้อความแบบเดียวกันนี้มากมาย ทำให้พงอินทร์รู้สึกผิดที่ตนเป็นตัวการให้เธอต้องเจอปัญหาเหล่านั้น แต่กรรณาสงสัยว่าทำไมจึงมีคนไม่อยากให้เราขุดคุ้ยเรื่องช่อเพชร?

ระหว่างนั้น พิมอรบอกกรรณาว่า “ช่อเพชรตายแล้ว วิญญาณเขาอยู่ที่นี่ คนนั้นเป็นฆาตกรตัวจริง”

แต่ถูกน้ำหนึ่งคร่ำครวญเสียงดังกว่า และพงอินทร์ ก็เฝ้าปลอบใจกันอย่างใกล้ชิด ทำให้กรรณาไม่มีสมาธิในการฟัง สุดท้ายก็จับใจความอะไรไม่ได้เลย

ooooooo

อติเทพสั่งให้อรวีส่งภาพของกรรัมภากับจุนจี จากกล้องวงจรปิดตามที่ต่างๆ ที่มองจากมุมกล้องเหมือนทั้งคู่กำลังคร่อมกันบ้าง แนบชิดกันบ้าง กอดกันบ้าง ลงในเว็บไซต์จั่วหัวข้อว่า

“โจ๋งครึ่ม ปาร์คจุนจีกับติ่งไทยแฟนตัวจริง”  มีทั้งภาพและข้อความยั่วยุแฟนคลับของจุนจีให้ไม่พอใจกรรัมภา

เป็นจังหวะที่กรรัมภาไปหาจุนจีที่กองถ่ายพอดีถูกเป้ยที่แอบชอบจุนจียั่วยุแฟนคลับเล่นงานกรรัมภาเสียจนยับเยิน

พฤติกรรมของอติเทพกับอรวี อยู่ในสายตาของกุมาริกาและพิมพิลาส พึมพำอย่างไม่พอใจอติเทพมากว่า

“ทำไมเธอทำร้ายจักรแบบนี้ ฉันหลงโกหกตัวเองมาตลอดว่าเธอเป็นคนดี”

ขณะนั้นเอง แม่บ้านเข้ามาบอกอติเทพว่ามีตำรวจมาขอพบ อติเทพชะงักไปนิดหนึ่งแล้วจึงออกไปกับอรวี

ตำรวจที่มา คือณัฐเดชนั่นเอง ณัฐเดชมาสอบถามอติเทพว่ารู้จักบ่อนเฮียอ๋าไหม? รู้จักคอนโดที่อยู่แถว สุขุมวิทไหม? พลางเอาภาพคอนโดให้ดู บอกอติเทพว่าตนได้ภาพเหล่านี้จากกล้องวงจรปิด

ทั้งอติเทพและอรวีต่างอึ้งไป แต่ยังเล่นลิ้นว่า

“สารวัตร...จะสืบเรื่องพี่พิม คุณก็สืบไป แต่อย่ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของผม”

“แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวของคุณมันเกี่ยวกับคดี ผมจำเป็นต้องยุ่งครับคุณอติเทพ คุณคงไม่ติดพนันแล้วต้องการเงินจำนวนมากจากกองมรดกคุณพิมพิลาสไปใช้หนี้ใช่ไหมครับ และคุณกับคุณอรวีคงไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากไปกว่าเจ้านายกับลูกจ้าง?”

“ไอ้จุนจี...มันสร้างฉากมาปะติดปะต่อเพื่อใส่ความผม”

พิมพิลาสฟังอยู่พึมพำอย่างคาดไม่ถึงว่า “เทพ...นี่เธอกับอรวี...เธอสองคน...ทรยศฉันเหรอ!”

ส่วนอติเทพ เมื่อรู้ชัดว่าณัฐเดชได้ข้อมูลจากจุนจีแล้ว ทำเป็นหัวหมอว่า ตนไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น ถ้ามีหลักฐานแน่นหนาพอก็ไปฟ้องร้องแล้วไปเจอกันที่ศาล ไล่ณัฐเดชออกจากบ้านไป แต่ก่อนกลับณัฐเดชเอารูปสองใบให้อติเทพ ใบหนึ่งเป็นสร้อยเพชรจริงที่อติเทพเอาไปขายคืนร้านเพชร และอีกใบคือสร้อยเพชรปลอมที่อติเทพทำขึ้นตบตา พูดทิ้งท้ายว่า

“คุณทราบไหมครับว่า สร้อยเพชรสองเส้นนี้ต่างกันยังไง ลองเอาไปพิจารณาเล่นๆยามว่างสิครับ”
พอณัฐเดชคล้อยหลังไป อติเทพจ้องจิกพึมพำ

“มันรู้ทุกอย่างแล้ว!!”

ooooooo

อติเทพว้าวุ่นใจมากเมื่อรู้ว่าทางตำรวจรู้เรื่องของตนลึกมาก อรวีเสนอว่าเมื่อตำรวจรู้เรื่องหมดแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรต่อไป

“จะให้ฉันยอมสารภาพว่าฉันขโมยสร้อยพี่พิมไปขายใช้หนี้งั้นเหรอ หยุดความคิดโง่ๆของเธอไว้เลย” อติเทพตวาดแล้วเดินออกจากห้องไป อรวีตามไปชี้แจงว่าตนหมายถึงเรื่องของเรา ถ้าตำรวจรู้แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องหลบๆซ่อนๆอีกต่อไปถูกอติเทพตวาดให้หยุดพูด อรวีถามอย่างเจ็บปวดว่า

“ทำไม...คุณกลัวอะไร หรือว่าคุณไม่ได้รักฉันจริงๆ”

อติเทพไม่ตอบ พิมพิลาสที่ยืนอยู่ข้างอติเทพพึมพำอย่างเจ็บปวดว่า...

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกับอรวี...แอบคบกันมาตลอด แล้วที่เธอทำดีกับพี่ บอกว่ารักพี่...ก็คงเพราะหวังสมบัติของพี่ เธอไม่ได้รักพี่เลยสักนิด...” พิมพิลาสก้มหน้าเจ็บปวด แต่พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งสีหน้า
แววตาเธอก็กลายเป็นอาฆาตแค้น ตะโกน “แกมันเลว!! ฉันอุตส่าห์ดึงแกขึ้นมาจากกองขยะ แต่แกมันชั้นต่ำ ทำยังไงก็ไม่สะอาด แก...อติเทพ!!”

ความอาฆาตแค้นของพิมพิลาสพลุ่งพล่านจนแจกันและกรอบรูปบริเวณนั้นสั่นสะเทือน

อรวีขอคำตอบจากอติเทพอีก ถูกเขาตวาด “หยุดงี่เง่าเสียที!”แล้วตบอรวีที่ยังตามเซ้าซี้

กุมาริกาถลาเรียก“อรวี!”แล้วจ้องหน้าอติเทพตวาด“ทำร้ายน้องสาวหนูทำไม!!”

อติเทพโทษว่าถ้าอรวีเอาเอกสารไปให้จุนซีเซ็นครบเสียแต่วันนั้นเรื่องก็จบไปนานแล้ว นั่นเป็นเพราะความโง่เง่าของเธอ อรวีย้อนถามว่าเพราะตนคนเดียวหรือ อติเทพหันขวับจะตบอีกตวาดว่ากล้าขึ้นเสียงกับตนหรือ

กุมาริกาพุ่งเข้าขวางประจันหน้าท้า“ลองทำอะไรอรวีอีกสิ!!” อติเทพยั้งมือหุนหันขึ้นบันไดไป

พิมพิลาสแค้นใจ แกล้งทำรองเท้าของอรวี ร่วงไปขัดขาอติเทพจนตกบันไดแต่มือคว้าไว้ทัน พิมพิลาสไม่หนำใจทำกรอบรูปหล่นมุมกรอบรูปที่แหลมคมไถลไปเกือบแทงถูกอติเทพดีที่เขาหลบทันจึงแค่เฉี่ยวต้นแขนเท่านั้น

“หยุดสร้างกรรม!!”กุมาริกาเตือนสติ พิมพิลาสระงับความโกรธยืนเหนื่อยหอบ“พี่รสเคยสอน...กรรมคือบ่วงที่ทำให้คนมีความทุกข์ ทำให้ผีไม่ได้ไปสู่ที่ชอบๆ

ถึงเราจะเป็นผี ก็ต้องเป็นผีตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนและประชาชนที่จมปลักอยู่ในกองทุกข์นะคะ”

ooooooo

จารุณีพากรรณาไปส่งที่บริษัทซิกเซ้นส์ในสภาพ หน้าตายังซีดเซียว ส่วนกรรัมภาก็กลับมาในสภาพถูกแฟนคลับของจุนจีรุมยำเสียยับเยิน

ไม่นาน รถของญาณินก็แล่นเข้ามาจอด ป้าออรีบลงมาบอกอย่างตกใจมากว่า

“ทุกคนมาช่วยกันหน่อยเร็ว!! คุณหนูแย่แล้ว”

ไตรรัตน์เรียกหมอวรวรรธกับก๊องมาช่วยกันพาญาณินลงจากรถ สุคนธรสที่ยังซีดเซียวอยู่สั่งการทันที

“ยัยเนตร แกรีบเตรียมของทำพิธีด่วน คืนนี้เป็นคืนเดือนหงายเราต้องช่วยยัยเจ๊ภายในคืนนี้เท่านั้น ไม่งั้นยัยเจ๊ไม่รอดแน่”

แม้ว่ากรรณาจะยังมีไข้ กรรัมภาจะยังบอบช้ำจากถูกแฟนคลับของจุนจียำ แต่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“เราจะช่วยกันจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง!”

คุณหลวงอยู่ที่รีสอร์ต ร้อนใจเป็นห่วงญาณิน

ฮึดฮัดขัดใจที่เห็นติณห์เอาแต่เดินไปเดินมา  ไม่ทำอะไรสักอย่าง พอคุณหลวงทักท้วงติติง ติณห์ถามว่าจะให้ตนทำอย่างไร ให้ทิ้งมิรันตีไว้กับรอบบี้ คิดส์หรือ? เป็นเรื่องอันตรายมาก ย้ำกับคุณหลวงว่า

“ไอต้องมีสติ ไอต้องไม่ทำอย่างนั้น เพราะเท่ากับว่าไอเปิดเผยตัวว่าไออยู่ข้างญาณิน แล้วสิ่งที่ไอกับญาณินอุตส่าห์วางแผนทำกันมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า”

คุณหลวงฮึดฮัดขัดใจกระแทกไม้เท้าแล้วหายตัวไปเลย ติณห์ไม่สบายใจเตือนคุณหลวงว่าอย่าทำอะไรวู่วาม แต่คุณหลวงก็หายไปแล้ว เขาจึงโทร.หาไตรรัตน์ ถามว่าญาณินเป็นอย่างไรบ้าง

“ยังไม่รู้สึกตัวเลย..แต่แกไม่ต้องเป็นห่วงนะ

ติณห์ ตอนนี้ทั้ง 4 สาวมาอยู่ที่นี่ครบแล้ว จะรีบทำพิธีช่วยถอนอาคมให้ญาณินเดี๋ยวนี้เลย ตอนแรกว่าจะรอให้พระจันทร์เต็มดวงคืนนี้เสียก่อน แต่ฉันกลัวว่า มันจะช้าไป”

พอดีหมอวรวรรธเข้ามาบอกว่า ทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ไตรรัตน์จึงวางสายจากติณห์ ติณห์ฝากไตรรัตน์ให้ช่วยดูแลญาณินด้วย สัญญาว่าถ้าช่วยให้ญาณินหาย เขาอยากได้อะไรจะประเคนให้ทุกอย่าง

ooooooo

4 สาวและ 3 หนุ่ม พร้อมที่จะทำพิธีแล้ว

ทุกคนยื่นมือจับกัน พูดเป็นเสียงเดียวกันอย่างปักใจเด็ดเดี่ยวว่า

“เดอะซิกซ์เซ้นส์ สู้ๆ!!”

ก่อนเริ่มพิธี สุคนธรสบอกทุกคนว่า...

“ยัยเจ๊ถูกอาคมไสยดำของยัยเบญจาเข้าไป แต่ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นอาคมอะไร ฉันไม่เคยเห็นคนถูกอาคมแล้วมีอาการแบบนี้มาก่อน ตอนนี้วิธีเดียวที่จะช่วยยัยเจ๊ คือพวกเราทั้ง 4 คน รวมจิตเป็นหนึ่งเดียว ใช้ญาณสัมผัสพิเศษของเราส่งพลังไปช่วยกระตุ้นจิตเจ๊ให้ต่อสู้กับอาคมที่เข้าไปอยู่ในตัว แล้วขับมันออกมาให้ได้ แต่เรามีเวลาแค่ชั่ว 1 ก้านธูปเท่านั้น แค่ 1 ก้านธูป เราต้องทำให้จิตยัยเจ๊ลุกขึ้นมาสู้ให้ได้ ไม่อย่างนั้น...ก็...หมดหวัง”

หมอวรวรรธเดินไปพันสายสิญจน์รอบมือที่พนม ของสี่สาวโยงกันเป็นทอดๆ โดยเริ่มจากเนตรสิตางศุ์ โยงไปกรรณา ไปกรรัมภาและมาสิ้นสุดที่สุคนธรสที่นั่งเป็นคนแรกแล้วโยงไปพันมือญาณินที่เตียง

สุคนธรสตั้งสมาธิส่งใจถึงดวงวิญญาณของพระอาจารย์

“ข้าพเจ้าขอโน้มกระแสของพระอาจารย์ปู่ ช่วยให้พวกลูกทำสำเร็จด้วยเถิด”

พลันพลังจากสี่สาวก็ไหลเป็นประกายตามสายสิญจน์ ไปยังญาณิน สามหนุ่มและป้าออมองอึ้ง ทันทีที่พลังสัมผัสถึงญาณิน ร่างเธอสั่นอย่างแรง พลังจิตที่ไหลสู่ร่างญาณินถูกอาคมต่อต้าน ทำให้เตียงสั่นราวกับถูกจับโยก!

ก้านธูปสั้นลงเรื่อยๆ! ปฏิกิริยาจากพลังจิตต่อสู้กับอาคมในตัวญาณิน เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ สี่สาวส่งพลังกันจนตัวเองเหงื่อแตกพลั่ก สุคนธรสเริ่มหมดแรง มีเลือดไหลออกจากจมูกข้างหนึ่ง กรรณามีเลือดไหลออกจากหู กรรัมภามีเลือดซึมออกจากเล็บและเนตรสิตางศุ์ตาขาวก็เริ่มแดงก่ำ!

ก้านธูปถูกเผาหมดแล้ว! พริบตานั้น สี่สาวก็ถูกอาคมไสยดำที่ผลักออกจากตัวญาณินมาตามสายสิญจน์จนดำมาถึงมือสุคนธรส ปะทะเข้ากับตัวล้มหงายลงไปพร้อมกับเถ้าธูปในกระถาง!

“อ๊าย!!!” สี่สาวร้องพร้อมกัน ขณะที่ไสยดำจากสายสิญจน์ก็วิ่งกลับเข้าสู่ร่างญาณินตามเดิม ทำให้ร่างญาณินเกร็งอ้าปากค้าง ตาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท!

สี่สาวลุกขึ้นนั่งหายใจเหนื่อยหอบ สีหน้าเจ็บปวดที่ช่วยญาณินไม่สำเร็จ บรรยากาศหดหู่ เศร้าหมอง...

ooooooo

ที่รีสอร์ต...ติณห์ถูกมิรันตีมาตามให้ไปดูเบญจาที่ห้อง เขาจำต้องทำเป็นตื่นตกใจรีบไปแสดงความห่วงใย สงสารเพื่อให้ทุกคนตายใจ

เบญจานอนสั่นอยู่บนเตียง หมอที่มิรันตีให้คน

ไปตาม มาถึงก็เตรียมจะฉีดยา เบญจาจ้อง พูดอย่างโกรธจัด

“จะทำอะไรฉัน อย่าฉีดนะ...อย่า!!” มิรันตีพยายามหว่านล้อม ก็ถูกตวาด “อย่ามายุ่งกับฉัน อย่า!!”

ติณห์กับทนายสมชาติช่วยกันจับเบญจาไว้ให้หมอฉีดยา แต่พอหมอจะฉีดยาก็ตกใจ เพราะเข็มแทงไม่เข้า หมอชะงักแปลกใจ ถูกทนายสมชาติเร่ง หมอบอกว่า เข็มแทงไม่เข้า!

“จะบ้าเหรอ แทงไม่เข้าก็กดลงไปซี” มิรันตีเสียงเข้ม หมอทำตามที่บอก ปรากฏว่าเข็มหัก! ตัวหมอก็เหมือนถูกพลังลึกลับผลักหงายหลังล้ม ติณห์มองเข็มที่หักคาแขนเบญจาตะลึง!

สมคิดสั่งให้ไล่หมอกลับไป กุเรื่องว่าอาการของเบญจาเกิดจากการวางยาพิษ ทนายสมชาติถามว่าสังเกตจากอะไร สมคิดอธิบายเป็นคุ้งเป็นแควว่า

“ผมเคยศึกษาค้นคว้าด้านพิษวิทยา คราวที่มอบทุนการศึกษาให้กับยูนิเวอร์ซิตี้หลายแห่งที่ประเทศคองโก” ทนายสมชาติถามว่ารู้แล้วทำไมไม่รักษาแต่แรก “ผมต้องการดูอาการให้แน่ใจก่อน คนฉลาดไม่เร่งรีบ ใช้สมองก่อนลงมือทำ มากกว่าใช้ปากทำ”

ติณห์ถามว่าแล้วจะแก้พิษให้เบญจาอย่างไร สมคิดบอกว่า “น้ำ...อุ้มเบญจาแล้วตามผมมา”

เมื่อติณห์อุ้มเบญจาตามสมคิดไปที่ห้องน้ำขนาดใหญ่มีอ่างแบบลอยตัวอยู่กลางห้อง สมคิดใช้ไม้เท้าเคาะไปที่อ่างบอกให้ติณห์วางร่างเบญจาลงในอ่างที่มีน้ำเย็นยะเยือกอยู่เต็ม แล้วสั่งติณห์ถอยไป บอกมิรันตีให้พาติณห์ออกไปตนจะช่วยถอนพิษให้เบญจาเอง

“ระหว่างที่ผมถอนพิษให้เบญจา ห้ามใครเข้ามารบ

กวนเด็ดขาด เข้าใจนะครับ” สมคิดย้ำแล้วปิดประตูทันที

ooooooo

ได้ข้อมูลจากการไปสำรวจและโดยเฉพาะได้ฟังจากคำบอกเล่าของพิมอรผ่านกรรณา ทำให้พงอินทร์บุกไปหาแผนยุทธถึงออฟฟิศ แม้จะถูกพนักงานกีดกันเขาก็ฝ่าขึ้นไปจนได้

แผนยุทธโมโหมากตวาดถามว่าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง บอกแล้วว่าตนไม่ว่างให้พบ

พงอินทร์บอกว่าตนเจอช่อเพชรแล้ว แผนยุทธตกใจ พงอินทร์เอารูปที่แผนยุทธถ่ายคู่กับช่อเพชรและอ้างคำบอกเล่าของชาวบ้านที่ช่อเพชรบอกเองว่าเขาเป็นสามี แผนยุทธย้อนถามหน้าด้านๆ ว่า ถ้าตนกับช่อเพชรจะเป็นอะไรกันมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย

“ไอ้บ้ากาม! แล้วพี่สาวฉันล่ะ แกเคยเห็นใจพิมอรมั่งไหม?!” พงอินทร์เข้าไปกระชากคอเสื้อแผนยุทธตะคอกถาม “แกยอมรับแล้วใช่ไหม ว่าแกนอกใจพี่พิม ทำให้พี่พิมเจ็บช้ำน้ำใจ”

ระหว่างนั้น วิญญาณช่อเพชรที่ติดตามแผนยุทธตลอดเวลากรี๊ดลั่น

“อย่าทำอะไรผัวฉัน...กรี๊ดดด ไม่มีใครรับรู้เลย ไม่มีใครได้ยินฉันเลยยยยย”

พนักงานคนหนึ่งวิ่งไปบอกน้ำหนึ่งว่ากำลังเกิดเรื่องที่ห้องทำงานแผนยุทธ น้ำหนึ่งรีบไปทันที

“แกมันไอ้ผู้ชายเฮงซวย หลอกลวงพี่พิมอย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด โกหกสร้างภาพจนคุณย่าคิดว่าแกเป็นคนดีรักเดียวใจเดียว หลงไว้ใจยกพี่พิมให้แต่งงานกับปีศาจอย่างแก!”

“ช่วยไม่ได้ พี่สาวแกอยากโง่มารักฉันเอง”

พงอินทร์ต่อยเปรี้ยงจนแผนยุทธล้ม แล้วขึ้นคร่อมตะคอก “แกสารภาพมาซะ ว่าแกกับยัยช่อเพชรเมียเก็บของแกรวมหัวกันฆ่าพี่พิม” แผนยุทธยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ พิมอรขับรถตกน้ำตายเอง “ไม่เป็นไร ฉันมีหลักฐานเด็ดที่วิญญาณพี่พิมบอกกับฉันที่จะทำให้ตำรวจสาวไปถึงตัวคนฆ่าพี่พิม! หลักฐานเด็ดนี้เป็นหลักฐานที่จะขยายผลไปถึงตัวคนที่อยู่บนรถกับพี่พิมในวันที่ตายได้แน่ๆ”

น้ำหนึ่งตกใจมาก ส่วนแผนยุทธจ้องอย่างอยากรู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนฆ่าพิมอร

ทันใดนั้น รปภ.ร่างยักษ์ 3 คนก็เข้ามาล็อกตัวพงอินทร์คุมตัวออกไป น้ำหนึ่ง แผนยุทธและพนักงานตามออกมาดูวิญญาณช่อเพชรยืนขวางที่ประตูร้องบอก...

“คุณโจ้...ฆาตกร!! แกมันฆาตกร ฆาตกรอยู่ที่นี่ ทำไมไม่มีใครได้ยินฉัน คุณโจ้...กลับมาก่อน”

แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องบอกของช่อเพชร...

ooooooo

ทำพิธีช่วยญาณินไม่สำเร็จ สุคนธรสเสียใจมาก เดินดุ่มๆ ไป ไตรรัตน์ตามไปปลอบใจ ให้กำลังใจ ให้ตั้งสติค่อยๆคิดพลางช่วยนวดขมับให้ผ่อนคลาย ทำให้สุคนธรสงบขึ้น นั่งคิดครู่หนึ่งจึงร้องออกมา อย่างดีใจสุดๆ

“คิดออกแล้ว!!” พลางวิ่งกลับไปบอกเพื่อนๆที่กำลังช่วยญาณินอย่างตื่นเต้น “ฉันหาทางช่วยยัยเจ๊ได้แล้ว... ลูกอม...ลูกอม...จำได้ว่าเก็บไว้ในกล่อง แต่ไม่รู้อยู่ไหน”

ทุกคนกระจายกันออกค้นหาลูกอม ใครหาเจอลูกอมก็เอามาให้ดูว่าใช่ไหม ส่วนหมอวรวรรธก็ช่วยดูแลญาณินประคองให้รอคอยเวลาที่จะเจอลูกอม

“เจอแล้ว! ลูกอมผงพรายกุมารมหาภูติ หลวงปู่ทิม!” สุคนธรสร้องบอกเพื่อนๆ เมื่อหาเจออยู่ในพานที่มี พวงมาลัยแห้งๆบูชาไว้ ไตรรัตน์พรวดไปดู ถามว่ามันคืออะไร

“เครื่องรางของขลังประเภทเครื่องอม สร้างจากเนื้อชานหมากที่พระเกจิอาจารย์เคี้ยวจนจืด นำมาปั้นผสมกับผงกะโหลกเด็กชาย ผีตายทั้งกลม แล้วนำมาปลุกเสก มีอิทธิฤทธิ์แรง เมตตามหานิยมและแคล้วคลาด สมัยโบราณนิยมอมไว้ในปากยามออกศึกสงครามมี อานุภาพมหาอุดคงกระพันชาตรี ช่วยกำบังตาล่องหนหายตัว และที่สำคัญลูกอมจะช่วยเหลือคุ้มครองรับคาถาอาคมสิ่งชั่วร้ายแทนเรา”

ลูกอมผงพรายกุมารมหาภูติ หลวงปู่ทิมวางอยู่ในพาน สุคนธรสหยิบพานท่องคาถาแล้วส่งต่อให้ไตรรัตน์ ไตรรัตน์ส่งต่อให้ณัฐเดช ณัฐเดชหยิบลูกอมขึ้นพยายามบีบปากญาณินเพื่อเอาลูกอมใส่ปากให้ทันทีที่ลูกอมเข้าปาก ญาณินก็เบิกตากว้างตัวสั่นอย่างแรงจนต้องช่วยกันจับไว้
สี่สาวอยู่ในสมาธิเพ่งจิตส่งพลังพิเศษออกมา ปรากฏเป็นพลังไหลจากตัวสี่สาวเป็นประกายไปตามสายสิญจน์เข้าสู่ตัวญาณินที่ตัวสั่นเทิ้มจนเตียงลั่น

อาคมไสยดำออกจากญาณินทางหัวลอยไป เป็นสาย ใบหน้าญาณินค่อยๆมีสีเลือด ทุกคนดีใจมาก จ้องมองจนกระทั่งไสยดำไหลออกไปหมด ญาณินเริ่มรู้สึกตัว ไอแล้วพ่นลูกอมผงพรายพรวดออกมาตกบนที่นอน ญาณินหายใจหอบแล้วค่อยๆ ลืมตามอง...

“เกิดอะไรขึ้นคะป้า” ญาณินถามป้าออ

สี่สาวถอนตัวออกจากสมาธิ ลืมตาเห็นญาณินกลับมาเป็นปกตินั่งอยู่บนเตียง ทุกคนโผเข้ากอดด้วยความดีใจ

“พวกแกทั้งสี่คนช่วยฉันไว้ใช่ไหม ขอบใจมากนะเพื่อน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ฉันตาย”

ooooooo

ที่ห้องน้ำบ้านพักของเบญจา...เบญจานั่งในท่าประสานมือเพียรภาวนาแช่อยู่ในอ่างน้ำ หมอสมคิดถือคัมภีร์คาถาภูติด้วยมือข้างเดียว อ่านนำ
คาถาภูติอยู่ข้างอ่าง มีกรกฎยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู

สมคิดอ่านคาถาแล้วภาวนา “ด้วยเวทมนตร์คาถาที่เจ้ามีกับคัมภีร์ภูติเล่มนี้ จงใช้น้ำเป็นสื่อนำ วิญญาณสูบเอาพลังผีป่า โหงพราย วิญญาณร้ายทุกดวงที่อยู่ที่นี่มายังร่างของเจ้า สูบเอาความชั่วร้ายของมัน มาต่อต้านมนต์คาถาของนังสุคนธรสออกไป!”

สิ้นเสียงสมคิด ดวงตาของเบญจาแข็งกร้าว ขึ้นปากท่องคาถาขมุบขมิบ

มิรันตีกับติณห์เฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำ ต่างใจจดจ่อรอผลการรักษาของสมคิด พลันก็มีลมแรงปะทะหน้าต่างประตูโครมคราม สองแม่ลูกตกใจ ติณห์โผกอดแม่ไว้อย่างปกป้อง มองไปที่ประตูห้องน้ำ เขาผงะเมื่อเห็นเหล่าวิญญาณผีต่างๆจากภายนอกถูกดูดเข้าไปใต้ช่องใต้ประตู ห้องน้ำเป็นสาย เสียงวิญญาณร้องโหยหวนน่าเวทนา

“เป็นอะไรไปติณห์ ลูกตกใจอะไร” มิรันตีถาม เพราะตัวเองไม่เห็นวิญญาณอย่างที่ติณห์เห็น ติณห์ไม่อยากให้แม่ตกใจ บอกว่า ไม่มีอะไร
ระหว่างที่สมคิดทำพิธีนั้น เบญจาที่ขาวซีดก็มีสีเลือด มีแรงขึ้น เพราะดูดวิญญาณเข้าไปเป็นพลัง ทันใดนั้นเองวิญญาณคุณหลวงก็ถูกดูดเข้าไปด้วย คุณหลวงต้านสุดแรง ไม่ยอมให้วิญญาณตัวเองถูกดูดเข้าไป

“ไม่มีวันเสียล่ะ ที่ฉันจะยอมให้แกใช้พลังวิญญาณของฉัน อึ๊บบบบบ” คุณหลวงยันตัวเองไว้เต็มกำลัง

สมคิดหัวเราะเยาะว่า เพราะคุณหลวงหวงสมบัติ ถึงไม่ได้ไปผุดไปเกิดเสียที

คุณหลวงด่าสมคิดว่าไม่ต้องมาสามหาวไอ้ผีไร้วิชาที่คิดจะหลอกใช้อาคมของเบญจามาแก้แค้นหลานชายตน

สมคิดหัวเราะเยาะว่า ทำไมตนต้องหลอก ในเมื่อเบญจาเป็นคนที่ตนถ่ายทอดวิชาให้กับมือ คุณหลวงจึงรู้ว่าเบญจาเป็นลูกศิษย์ของสมคิด ประกาศจะไม่ยอมให้สมคิดทำพิธีสำเร็จเด็ดขาด

เมื่อเห็นเบญจาใกล้จะรักษาตัวเองหายจากอาคมของสุคนธรส คุณหลวงเงื้อไม้เท้าตีอ่าง สมคิดรู้ทันตะโกนบอกกรกฎ

“มันจะเล่นงานเบญจา!กรกฎ”

กรกฎถลาเข้าเอาตัวรับไม้เท้าของคุณหลวงเลยถูกตีเข้าที่ตัว อิทธิฤทธิ์ยันต์ที่กรกฎสักไว้กับตัวแผ่รัศมี ออกมาเป็นหางจระเข้ อ้าปากขู่เหมือนจระเข้ คุณหลวงสงสัยว่ากรกฎสักยันต์อะไร

“สักยันต์จระเข้นารายณ์อวตารเว้ยไอ้ผีแก่ ส่วนนี่..ยันต์หมูทองแดงเหลียวหลัง”

กรกฎพุ่งเข้าชนคุณหลวง ตามซ้ำจนวิญญาณ คุณหลวงถูกเหวี่ยงกระเด็นไปรอบห้อง คุณหลวงถูกเล่นงาน สะบักสะบอมจนต้องหนีทะลุกำแพงออกไป กรกฎจะตาม แต่สมคิดห้ามไว้

เบญจาแข็งแรงจนลุกก้าวออกจากอ่าง มองสมคิดที่ยืนถือไม้เท้าอยู่ด้วยสีหน้ากระหยิ่ม

“เป็นยังไง ตอนนี้พลังวิญญาณที่แกได้รับ เข้าไปในร่าง ไม่ได้แค่ช่วยชีวิตแกเท่านั้น แต่ยังทำให้แกแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม”

“ขอบคุณมากค่ะพ่อ ที่ช่วยชีวิตหนู”

“ฮ่าๆๆ”สมคิดหัวเราะอย่างลำพองใจ

ooooooo

ประตูห้องน้ำเปิดออก ติณห์กับมิรันตีมองขวับ เห็นเบญจาเดินออกจากห้องน้ำยืนตัวเปียกโชก แต่สีหน้าหายเป็นปกติดีแล้ว

“โอ้ว...เบญจาหายแล้ว แท้งก็อด ไม่ใช่สิ ต้องขอบคุณมิสเตอร์รอบบี้ ยูจีเนียส ยูเหมือนพระเจ้าที่ช่วยชีวิตเบญจาได้”

สมคิดที่เดินออกมากับกรกฎยิ้มเต็มหน้า มิรันตีหันมาเร่งติณห์อย่างตื่นเต้นว่า

“เอ๊า! อึ้งอะไรอยู่ติณห์ หยิบผ้านั่นมาห่ม ให้หนูเบญจาสิ ดูซิตัวเปียกหนาวสั่นไปหมดแล้ว”

ติณห์ที่แอบผิดหวังแต่จำต้องทำเป็นดีใจ เดินไป หยิบผ้าคลุมของเบญจาที่วางอยู่ เดินไปโอบคลุมให้ พูดอย่างยิ้มแย้มอ่อนหวาน

“ผมดีใจที่คุณปลอดภัย ทีหลังอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกนะ ผมไม่อยากเสียคุณไป”

“ไม่มีวันที่หนูจะเสียพี่ไปเหมือนกัน พี่เป็นของ หนู...พี่ติณห์”เบญจาโผเข้ากอดติณห์แน่น กระซิบย้ำ ที่ข้างหูเขา“ได้ยินไหม! พี่ต้องเป็นของหนูคนเดียว!!! หนูไม่มีวันยอมให้นังญาณินแย่งพี่ไปจากหนู หนูจะฆ่ามันให้ได้!!”

ติณห์ฟังแล้วสยองจนสะท้าน แต่จำต้องกอดตอบ เบญจา มองไปเห็นสมคิดกับกรกฎจับตาดูอยู่อย่างเคลือบแคลงสงสัยในตัวเขา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 15:08 น.