ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สุพิชชารุกไปอีกก้าว เข้าไปทำอาหารที่บ้านณัฐเดช อ้างว่าเพื่อแบ่งเบาภาระของเนตรสิตางศุ์

เนตรสิตางศุ์ทนไม่ได้ที่ณัฐเดชให้สุพิชชาเข้ามาวุ่นวายในบ้าน ซํ้ายังคลอเคลียนัวเนียกับณัฐเดช จนเนตรสิตางศุ์กลายเป็นส่วนเกินไป แต่เพราะณัฐเดชให้ท้ายสุพิชชา เนตรสิตางศุ์จึงจำต้องนั่งทานอาหารที่สุพิชชาทำ แต่เธอถูกเบียดกระเด็นจากที่นั่งประจำของตัวเอง และสุพิชชาเข้านั่งคู่กับณัฐเดชแทน!

หมอวรวรรธจะมาทานอาหารด้วยตามนัด เนตร-สิตางศุ์ชวนออกไปทานข้างนอกกันดีกว่า ถูกทั้งณัฐเดชและสุพิชชาชวนแกมบังคับให้ทานเสียด้วยกัน หมอวรวรรธจึงจำต้องนั่งลงอีกคน

สุพิชชาทำทีวานหมอให้ไปช่วยทุบนํ้าแข็งในห้องครัว ระหว่างนั้นก็เข้านัวเนียอ่อยหมายให้ณัฐเดชไม่พอใจ และห้ามมาเจอเนตรสิตางศุ์อีก และถ้าเนตรสิตางศุ์ รู้เธอก็จะไม่เชื่อใจหมออีกต่อไป

หมอวรวรรธรู้ทันพยายามจะเบี่ยงตัวออก ก็พอดีเนตรสิตางศุ์ไม่พอใจณัฐเดชที่ตำหนิตนว่าเอาแต่ใจนิสัยเสียจะให้สุพิชชามาดัดนิสัยและจัดระเบียบบ้านใหม่

ลุกจากโต๊ะไปหาหมอที่ห้องครัว ชวนออกไปข้างนอกกัน ณัฐเดชตามเข้ามาสั่งให้ทานเสร็จก่อนค่อยไป เพราะสุพิชชาอุตส่าห์ตั้งใจมาทำอาหารให้อย่าเสียมารยาท

“เนตรไม่ทาน”

“ยัยเนตร!!” เดี๋ยวนี้ฤทธิ์มากขึ้นเยอะ พี่ขอโทษด้วยนะคะพีช” ณัฐเดชดุน้องเอาใจแฟน

สุพิชชากระหยิ่มที่ณัฐเดชอยู่ข้างตน มองเนตร-สิตางศุ์อย่างสะใจ!

ooooooo

ที่รีสอร์ต...ติณห์โยนกระเป๋าใส่รถจะออกไปจากรีสอร์ต มิรันตีมาขวางไม่ยอมให้ไป ถามว่าจะไปง้อยัยยิปซีใช่ไหม

“มัม...มัมห้ามผมไม่ได้หรอกครับ” ติณห์ไม่ฟังเสียง มิรันตียื้อยุดติณห์และเรียกทนายสมชาติให้มาช่วยอีกคน พลันก็เกิดลมแรงฟ้าแลบกลุ่มเมฆเคลื่อนมาอย่างเร็ว ทุกคนแปลกใจกับปรากฏการณ์ฉับพลันนั้น พริบตานั้นเกิดฟ้าผ่าเปรี้ยง! ทุกคนตกใจ ติณห์อาศัยจังหวะนั้นขึ้นรถจะขับออกไป แต่สตาร์ตรถไม่ติด เครื่องรวนไปหมด

ติณห์มองไปนอกรถเห็นหมอกเมฆมืดไปหมด มิรันตีกับทนายสมชาติก็หายไปแล้ว แต่กลับเห็นเบญจาเยื้องย่างเข้ามาอย่างยั่วยวน ติณห์มองตะลึงหลงใหลในทันที โผเข้ากอดพรํ่าบอกอย่างคลั่งไคล้เหมือนโดนของ

“เบญจา...พี่รักเบญจา...รักมาก...ชีวิตพี่ขาดเบญจาไม่ได้...” พลางดึงเบญจาเข้าไปกอด...จูบอย่างดูดดื่ม ปรากฏการณ์นี้ทำให้คุณหลวงกับกุมาริกามึน

ถามกันว่า ทำไมมันกลับตาลปัตรแบบนี้...เขาไปรักกันตอนไหน??

วันต่อมา ติณห์พาเบญจาขี่ม้าตัวเดียวกันนั่งโอบพาเธอชมวิวหยอกล้อหัวเราะกันอย่างมีความสุข มิรันตีรีบเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปพูดกับทนาย

สมชาติอย่างสมใจว่า สองคนนี้เหมาะสมกัน น่ารักมาก ทนายสมชาติพึมพำว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดูแปลกๆ

คุณหลวงที่ดูอยู่ เชื่อว่าติณห์จะไม่มีวันรักใครนอกจากญาณิน กุมาริกาโกรธ ตะโกนอย่างขัดใจว่า

“หนูเกลียดพี่ติณห์” แล้วก็ฉุกคิดว่าติณห์เคยหลงเพนนีแบบนี้ กุมาริการ้อง “เฮ้ย!! ใช่! อาการหลงหัวปักหัวปํา อย่างนี้มันเหมือนตอนที่พี่ติณห์ถูกยัยเพนนีทำเสน่ห์!”

สองตาหลานมองหน้ากันตาโตเมื่อนึกถึงเรื่องติณห์ถูกทำเสน่ห์อีก!!

ooooooo

ญาณินเป็นห่วงติณห์ยกมือถือจะโทร.หาเขา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไม่โทร. กรรณาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงติณห์ เพราะติณห์เป็นคนดีและเขาก็รักเธอมาก ที่สำคัญเธอก็สอนติณห์นั่งสมาธิแล้วด้วย

“ใช่ สมาธิจะทำให้เขามีสติมีปัญญาที่จะช่วยคุ้มครองเขา” ญาณินมั่นใจขึ้น

ฝ่ายติณห์แสดงความคลั่งไคล้ใหลหลงเบญจาจนคุณหลวงกับกุมาริกาเชื่อว่าติณห์ถูกทำเสน่ห์แน่ๆ

“ไอ้ติณห์...มีสติหน่อย เอ็งปฏิบัติสมาธิจนสื่อสารกับข้าได้แล้ว กะอีแค่เสน่ห์มนต์ดำชั้นต่ำ เอ็งต้องเอาชนะมันได้สิ” คุณหลวงพยายามเตือนสติติณห์

เบญจาเข้าครัวกับติณห์นัวเนียกันทำอาหารจนเสร็จ เบญจาบอกให้ติณห์ไปตามมิรันตีมาทานข้าวด้วยกัน ติณห์รีบออกไป แต่พอเดินไปถึงหลังบ้าน ติณห์ก็แอบโทร.หาญาณิน

ญาณินดีใจมากที่ได้รับโทรศัพท์จากติณห์ เธอตกใจเมื่อเขาบอกว่าถูกเบญจาทำเสน่ห์ใส่ แต่ก็พูดให้เธอสบายใจว่า

“ต้องขอบคุณผ้ายันต์ของคุณรสที่ช่วยคุ้มครองผม แต่ก็ไม่รู้จะรอดไปได้อีกนานแค่ไหน” ติณห์แกล้งยั่ว ญาณินขอให้เขาอดทนเล่นละครต่อไปอย่าให้เบญจาจับได้และที่สำคัญ อย่าอินมากไป! “ผมทำไม่ได้หรอก เว้นแต่คุณจะลงของให้ผมเพิ่ม...รักผมไหม?”

ติณห์อ้อนจนญาณินตอบว่ารัก พอดีมีสายเข้าเธอจึงขอวางสายก่อน ย้ำให้เขาดูแลตัวเองดีๆ

วางสายแล้วติณห์ยังยิ้มค้าง ต้องพยายามอยู่อึดใจจึงทำหน้าเป็นปกติ เดินกลับเข้าไปหาเบญจา

ooooooo

เป็นสายจากสุคนธรสที่ส่งรูปผ้ายันต์ที่ได้จากประตูห้องโบตั๋นมาให้ญาณินดู บอกว่ามันคล้ายกับผ้ายันต์ที่ญาณินถ่ายรูปมาจากสปาของมิรันตี

สุคนธรสบอกว่าผ้ายันต์ที่ตนเจอนั้นเป็นฝีมือของหมอสมคิด และเวลานี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าหมอสมคิดหายไปไหน ชีวิตเป็นอย่างไร ย้ำว่า “โลกของไสยศาสตร์อะไรๆมันก็เป็น ไปได้ทั้งนั้น!” แต่ญาณินก็ยังเชื่อว่านั่นเป็นฝีมือของเบญจา

“จะเป็นเบญจาหรือหมาแมวที่ไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ฉันแน่ใจมากก็คือ มันมีอาคมระดับเดียวกันกับหมอสมคิด แกต้องระวังตัวให้มากๆ เลยนะ” สุคนธสเตือน

“ฉันไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก แต่ติณห์น่ะสิ” ญาณินตอบแววตาเป็นกังวล

ติณห์ยังทำเป็นคลั่งไคล้ใหลหลงเบญจา บอกเบญจาให้ไปอาบน้ำเดี๋ยวจะพาไปเดินเล่นกันริมน้ำตก พอเบญจาไปอาบน้ำติณห์ลงรีบไปค้นกระเป๋าของเธอเพื่อหาหลักฐาน แต่ไม่ทันไรเบญจาก็ใส่เสื้อคลุมออกมาสั่งอย่างไม่พอใจว่า

“วางกระเป๋าหนูลงเดี๋ยวนี้นะพี่ติณห์” ติณห์ตัดสินใจไม่วาง ถือกระเป๋าจะเดินออกไป เบญจาทำปากขมุบขมิบ พริบตาเดียวประตูห้องปิดปังลงกลอนกริ๊ก! เบญจาถามอย่างเป็นต่อว่า “พี่คิดจะทำอะไรคะ”

ติณห์ยังดื้อแพ่งไม่ยอมวางกระเป๋าทำเป็นหึงว่าเบญจาซ่อนรูปผู้ชายไว้ในกระเป๋าจึงหวงไม่ยอมให้ตนดู รำพันว่าชีวิตตนขาดเธอไม่ได้ ใครที่มายุ่งกับเธอมันต้องตาย แต่เพราะเกรงว่าดื้อแพ่งต่อไปเบญจาจะจับได้ ติณห์จึงทำเป็นยอมคืนกระเป๋าให้ เบญจาปรามว่า “ทีหลังอย่ายุ่งกับกระเป๋าของหนูอีก”

ติณห์เข้ากอดเบญจาไว้ พอดีมิรันตีโผล่มาเห็นดีใจดี๊ด๊าว่าสองคนรักกันแล้ว บ่นตัวเองว่าไม่น่ามาขัดจังหวะเลย แล้วรีบถอยกลับไป ส่วนติณห์กับเบญจาผละจากกันเขินๆ

ติณห์ถอนใจโล่งอก ที่กอดนี้กอดเดียว ทำให้คนตายใจได้ถึงสองคน

ooooooo

จุนจีกับกรรัมภายังเดินหน้าสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับ การตายของพิมพิลาส โดยเอาเครื่องเพชรของเธอไปให้ร้านที่ผลิตเครื่องเพชรเหล่านั้นดู เจ้าของร้านเอาเครื่องเพชรไปพลิกดูอย่างละเอียดแล้วปฏิเสธว่า เพชรพวกนี้ไม่ได้ผลิตที่ร้านตน

จุนจีเอาใบเสร็จมายืนยัน เจ้าของร้านรับว่าพิมพิลาสซื้อเครื่องเพชรจากร้านตนไปจริงและเป็นของแท้ แต่ที่เอามานี้เป็นของปลอมทั้งหมด กรรัมภาจึงขอดูของจริง

เมื่อได้สัมผัสเครื่องเพชรชุดจริง กรรัมภาก็เบิกตา

กว้าง จุนจีถามว่าเห็นอะไรบ้าง...เธอตกใจมากแทบวิ่งออกจากร้าน จุนจีรีบตามมาถามว่าเธอเห็นอะไรบ้าง?

“ย่าของคุณ รักสร้อยเพชรชุดนั้นมาก เพราะนาย

อติเทพซื้อให้ด้วยเงินคุณย่าคุณ แต่นายอติเทพร้อนเงินคุณพิมพิลาสไม่ยอมเซ็นเช็คให้ นายอติเทพเลยเอาปืนขู่...”

จุนจีสรุปทันทีว่าอติเทพเป็นฆาตกรฆ่าคุณย่า

กรรัมภาติงว่าอย่าเพิ่งสรุป จุนจียืนยันว่า ที่อติเทพทำเพชร ปลอมขึ้นมาเพื่อสับเปลี่ยนของจริง ถามเธอว่าคนที่กล้าเอาปืนขู่กรรโชกทรัพย์ทำไมมันจะไม่กล้าฆ่าคน

“แต่ภาพสุดท้ายที่คุณย่าคุณเห็นก่อนสิ้นใจ ท่านบอกว่ามีผู้หญิสวมรองเท้าคัทชูสีแดงยืนมองท่านสิ้นลมต่อหน้าต่อตา แล้วมันจะเป็นนายอติเทพได้ยังไง” กรรัมภาบอกว่าตนเห็นแต่ภาพไม่รู้เหตุผลของภาพที่เกิดขึ้น ย้ำว่า “บางทีอาจจะมีอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่เห็นก็ได้”

จุนจียังตะแบงว่าคนที่ฆ่าคุณย่าต้องเป็นอติเทพ

กรรัมภาด่าว่าคิดอะไรตื้นๆตอกย้ำกับเขาว่า

“ภาพที่คุณย่านายเห็นต้องเป็นความจริง ฆาตกรเป็นผู้หญิง ส่วนนายอติเทพอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”

จุนจียังไม่เชื่อ จะไปแจ้งความ กรรัมภาหว่านล้อมว่าเราต่างมั่นใจสิ่งที่ตัวเองคาดคิด เสนอให้มาหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์กัน ท้าเดิมพันว่า “หาหลักฐานให้ได้ ใครถูกคนนั้นชนะ ใครผิดก็ต้องเต้นควีโยมีดีไหม”

“ตกลง!!” จุนจีรับคำท้าอย่างมั่นใจในความเชื่อของตัวเอง

ทางนิติเวช...หมอวรวรรธนำผลตรวจสภาพรถของพิมอรมาบอกพงอินทร์ว่า

“สภาพรถของพิมอรยังดี ยางล้อรถไม่แตก ด้านข้างไม่มีรอยบุบชน เพราะฉะนั้น คุณพิมอรไม่ได้ขับรถมาแล้วยางแตกรถชนต้นไม้  ชนฟุตปาท  ทำให้เสียหลักพุ่งลงไปในน้ำแน่นอน” หมอเล่าถึงช่วงล่างของรถว่า “ไม่มีร่องรอยกระแทก ทั้งๆที่ขอบสระน้ำที่พบรถมีหินก้อนใหญ่ๆอยู่ ถ้ารถคุณพิมพุ่งลงไปในบึง มันก็น่าจะมีรอยกระแทกอยู่บ้าง แต่นี่ไม่มี แสดงว่ารถค่อยๆขับลงไปในบึง แต่หลักฐานพวกนี้ยังบอกเราไม่ได้อยู่ดีว่าฆาตกรเป็นใคร”

พอดีเนตรสิตางศุ์กับกรรณาเข้ามา พงอินทร์รู้ว่ากรรณาไปหาช่อเพชรมาแต่ไม่บอกเขาทั้งที่ตกลงกันว่าจะช่วยกันสืบ กรรณาอ้างว่าที่ไม่บอกเพราะยังไม่มีความคืบหน้า แล้วถามหมอวรวรรธว่าทางนี้มีอะไรคืบหน้าไหม หมอบอกว่าทุกอย่างสนับสนุนสิ่งที่เธอเห็น พงอินทร์ถามทันทีว่า “คุณแก้มเห็นอะไร? ” เนตรสิตางศุ์ตอบแทนว่า

“แก้มเคยแตะรถคุณพิมอร แล้วเห็นภาพผู้หญิงอยู่กับคุณพิมอร ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนเข็นรถคุณพิมอรลงไปในน้ำ แต่เสียดายที่แก้มไม่เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

“คุณแก้มเห็นอะไรอีก” พงอินทร์ตื่นเต้น

กรรณาบอกว่า เห็นพิมอรไม่อยากตาย พยายามจะหนีออกจากรถแต่ติดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ก็ประตูเปิดไม่ได้ สภาพพิมอรกลัวตาย ทุกข์ทรมานมาก

พงอินทร์ฟังแล้วสะเทือนใจจนทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้เดินหนีออกไป กรรณามองตามด้วยความเป็นห่วง...

ooooooo

พงอินทร์ไปยืนเศร้าสงสารพิมอร แต่พอรู้ว่ากรรณาตามมาเขาก็สลัดความรู้สึกนั้นออกทำเป็นเข้มแข็งกวนประสาทเหมือนเดิม เขาขอให้เธอพาไปบ้านช่อเพชรเดี๋ยวนี้เลย

กรรณาบอกว่าไม่มีประโยชน์ เพราะตนทิ้งเบอร์ไว้เธอยังไม่โทร.กลับเลย เมื่อเธอไม่อยากเจอ เราไปหาเธอก็ต้องหลบ พงอินทร์ถามว่า เมื่อเธอได้ยินพิมอรพูดจริงๆ ทำไมไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราจะได้หาหลักฐานไปจับฆาตกรได้เร็วขึ้น

กรรณาบอกให้พงอินทร์นอนเสียพิมอรจะได้มากล่อม พงอินทร์จึงพากลับไปที่บ้านเขา กรรณาเกาหลังและกล่อมพงอินทร์จนหลับ ครู่หนึ่งที่ด้านนอกปรากฏลมพัดอ่อนๆเข้ามาในบ้าน พลันก็ได้ยินเสียงพิมอรร้องเพลง กรรณาถามทั้งที่ไม่เห็นตัวพิมอรว่า...

“คุณพิมคะ ฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณ...วันที่เกิดอุบัติเหตุรถตกน้ำ เกิดอะไรขึ้นกับคุณคะ”

“ถามทำไม”

“ตอนนี้เพื่อนฉันได้หลักฐานแล้วว่าคุณไม่ได้เกิดอุบัติเหตุรถตกน้ำ แต่มีคนผลักรถคุณลงไปในน้ำ ถ้าฉันรู้ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณ จะได้ช่วยจับฆาตกรให้เร็วขึ้นไงคะ”

พิมอรจึงเล่าว่า...“ช่อเพชรโทร.มานัดเจอฉัน

บอกว่าอยากเคลียร์ปัญหาเรื่องคุณแผนยุทธ ฉันเองก็เบื่อเต็มทนแล้วไปคุยกับมันให้รู้เรื่องก็ดีเหมือนกัน”

นัดพบกันที่ถนนเปลี่ยวแห่งหนึ่ง เธอนั่งรอในรถจนเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งมาจอด ผู้หญิงคนหนึ่งลงจากรถเดินมาที่รถตนแต่มองไม่เห็นหน้าว่าเป็นใคร พิมอรเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

“ฉันไม่เคยคิดว่าจะโกรธจะเกลียดใครได้มากเท่านี้ ฉันอยากให้เขาตาย จะได้ไม่ต้องมีใครมาแย่งความรักของคุณแผนยุทธไปจากฉันอีก ฉันนึกอยากจะฆ่าเขาเอง แต่ฉันต้องข่มใจ เตือนตัวเองว่าจะไม่ทำลายชีวิตตัวเอง ฉันจะคุยกับเขาดีๆ ถ้าเขาอยากจะได้อะไรฉันจะให้เขา ขอให้เรื่องจบก็พอ”

ขณะนั้น เธอเห็นรองเท้าส้นสูงคู่หนึ่งเดินมาที่รถ แต่พอเปิดประตูก็แปลกใจ  เพราะ “มันไม่เป็นอย่างที่ฉันคิด เพราะเขาไม่ใช่...”

พลันทุกอย่างก็ชะงักเมื่อพงอินทร์ละเมอว่าเจอกระทิงป่า เด้งขึ้นมาควานหากล้อง พิมอรจึงเลือนหายไปทันที กรรณาฉุนขาด เสยหมัดเข้าที่คางเขาเต็มๆ จนล้มตึงหลับไปอีกรอบ

ooooooo

ติณห์หลบไปยืนเศร้าใจที่ไม่ได้อยู่กับผู้หญิงที่ตนรัก ซ้ำยังต้องแกล้งรักผู้หญิงที่ตนอยู่ด้วยเพื่ออะไรบางอย่าง เขามองตะกรุดสามกษัตริย์ในมือ ตัดสินใจต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแม่ เพื่อคุณหลวงและญาณิน

เบญจาตามมาถึง ติณห์รีบเอาตะกรุดในมือซ่อนข้างหลัง เบญจาจะขอดูให้ได้ เขาวิ่งหลอกล่อไปในสวนที่ซับซ้อน เบญจาโมโหที่ไม่ได้ดั่งใจ เลยหลับตาท่องคาถาเกิดควันสีขาวลอยรอบตัว พอเธอลืมตาเป่าพรวด กลุ่มควันก็ลอยไปในสวนแล้วเธอก็วิ่งเข้าไปในสวน

ติณห์วิ่งล่อเบญจาเข้าไป เบญจาตามทันยื้อจะดูของที่ติณห์ซ่อนอยู่ข้างหลังให้ได้ พอเธอโกรธก็เกิดพลังปะทะติณห์จนติณห์เจ็บเหมือนเจอคลื่นแม่เหล็ก

ญาณินกำลังเข้าฌานอยู่ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ รู้ว่าติณห์เจออาคมของเบญจา เห็นเขากำลังตกอยู่ในอันตราย เธอถอดจิตไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง

เบญจาเดินเข้าหาติณห์ขอดูของในมือเขา แต่พอเห็นของในมือติณห์ใบหน้าที่ร้ายกาจของเธอก็เปลี่ยนไป เพราะของในมือติณห์คือกล่องกำมะหยี่ พอเบญจาหายโมโห อาคมของเธอที่ควบคุมติณห์ก็หายไปทันที

เมื่อเปิดกล่องกำมะหยี่ดู ภายในเป็นแหวนเพชรวงเล็กๆน่ารัก ติณห์บอกว่าตั้งใจเอาแหวนนี้มาให้เธอ เบญจามองเขาอย่างซึ้งใจ อ้อนให้ติณห์ใส่แหวนให้

ญาณินที่ถอดจิตมาหาติณห์ด้วยความเป็นห่วง มองภาพนั้นอย่างเจ็บปวดสุดบรรยาย...

ติณห์ที่ทำหวานซึ้งกับเบญจา แต่พอพ้นสายตาเธอสีหน้าเขาก็กลับเป็นอึดอัด แต่จำต้องฝืนเพื่อดำเนินแผนต่อให้สำเร็จ แกล้งอ้อนเบญจาว่า อยากไปเจอพ่อแม่เธอเพื่อเจรจาสู่ขอ เบญจาบอกว่าตนจำอะไรไม่ได้ พ่ออยู่ไหนตนก็ไม่รู้ จะได้เจอพ่อก็ต่อเมื่อพ่ออยากเจอตนเท่านั้น ตนจึงต้องอยู่คนเดียวดูแลตัวเอง ไม่เคยมีใครนอกจากเขา...

เบญจาโผเข้ากอดติณห์ร้องไห้ในอ้อมอกเขา ติณห์จำต้องกอดปลอบเซ็งๆที่ทำไปเหนื่อยแทบตาย แต่ไม่ได้อะไรเลย

ooooooo

กรรณากับพงอินทร์ทำงานด้วยกัน แม้จะห่ามๆ ห้าวๆใส่กัน แต่ลึกๆแล้วความรักเริ่มก่อตัวขึ้นในใจไม่รู้ตัว

คืนนี้พงอินทร์ขับรถมาส่งกรรณาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ กรรณาทักทายกับเจ้าที่ พงอินทร์ถามว่าเธอพูดกับใคร พอเธอบอกว่าคุยกับเจ้าที่ เขาทำท่าตกใจแล้วหัวเราะ กรรณาฉุนกึกสั่งหยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้ ตนเกลียดเสียงหัวเราะเยาะแบบนี้ของเขามาก พูดอย่างไม่หายแค้นเรื่องสมัยเด็กที่เรียนหนังสือด้วยกันว่า

“สุดท้าย นายก็คิดว่าที่ฉันได้ยินเสียงผีเป็นเรื่องแหกตา”

“เปล่านะคุณ ถ้าผมคิดอย่างนั้นผมจะยอมให้คุณเกาหลังผมจนหลับ เพื่อให้คุณคุยกับพี่พิมทำไม” พงอินทร์ทำหน้าจ๋อย ถูกกรรณากระชากคอเสื้อเข้าไป ให้บอกมาว่า เชื่อว่าตนได้ยินเสียงวิญญาณจริงหรือเปล่า เขาตอบเสียงอ่อยว่า “ผมเชื่อ...”

เมื่อพูดถึงอดีต พงอินทร์ขอโทษกรรณาที่เมื่อ 20 ปีก่อน ตนเคยล้อเธอ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ไม่ว่าผมจะเคยทำอะไรเอาไว้เมื่อตอนเด็กๆ ผมต้องขอโทษคุณ ผมอยากให้คุณรู้ว่าตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้ว ดูผมสิผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็กชายโจ้ที่ทำอะไรเฮี้ยวๆซนๆ ไม่รู้จักคิดเหมือนตอนเด็กๆอีกแล้ว จากนี้ไป ไม่ว่าผมจะทำอะไร รับรองได้ว่าผมจะไม่มีวันทำร้ายจิตใจคุณเด็ดขาด”

พงอินทร์อ้อน ขอให้ตนได้อยู่ใกล้ๆเธอได้ไหม เพื่อจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน กรรณาทำหน้าเยาะบอกว่า อยู่ใกล้ตนไม่กี่วันก็เผ่นแล้ว เขาไม่มีวันทนอยู่ใกล้คนได้ยินเสียงผีอยู่ตลอดเวลาอย่างตนหรอก

“ผมไม่ใช่คนกลัวผี แล้วผมก็จะขอให้วิญญาณพี่พิมที่ตามคุ้มครองผมอยู่ ช่วยคุ้มครองคนที่ผมรักด้วยอีกคน”

กรรณาอึ้งกับคำพูดที่จริงใจของพงอินทร์ กลับถึงบริษัทคืนนี้ เข้านอนแล้ว เมื่อคิดถึงคำพูดของเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข...

ooooooo

ติณห์กลับถึงห้องนอนคืนนี้ เห็นจิตญาณินยืนมองอยู่ เขาดีใจมากโผเข้ากอดแต่วืดทะลุไป

“คุณสัมผัสฉันไม่ได้หรอกค่ะ” ญาณินบอก

ญาณินบอกว่าตนก็คิดถึงเขา ถามว่าปลอดภัยดีไหม ติณห์บอกว่า

“ผมปลอดภัยดี ญาณิน...แต่ไม่รู้ว่าศัตรูของเราเป็นคนเหมือนเราหรือเป็นอะไร มันต้องการอะไร มันมีความสามารถทำเรื่องเหนือธรรมชาติที่เราเดาไม่ได้เลย”

ญาณินถามว่าเขากลัวหรือ ติณห์ยอมรับว่ากลัวแต่ตนทิ้งแม่ไม่ได้

“เราจะไม่ทิ้งกันค่ะ จะไม่มีใครทิ้งใครทั้งนั้น ณินก็จะสู้ไปกับคุณ แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ข้างๆคุณ แต่คุณก็รู้ใช่ไหมว่า จิตใจฉันจะมาช่วยคุณเสมอ...ระวังตัวด้วยนะคะ ฉันต้องไปแล้ว คุณต้องเข้มแข็งนะติณห์...คุณจะหลงรักเบญจาหรือเปล่า?”

ติณห์ตัดพ้อว่าอย่าถามแบบนี้อีก ไม่ใช่ตนต้องเข้มแข็ง เธอเองก็ต้องเข้มแข็งและเชื่อใจตนด้วย

“ขอโทษค่ะขอโทษ ค่ะฉันจะเชื่อใจคุณ ฉันรู้ว่าคุณต้องเสี่ยงอันตราย อยู่ใต้สภาวะกดดันแค่ไหน”

ติณห์ขอกำลังใจ ญาณินบอก “สู้ๆค่ะ ไฟติ้ง” ติณห์ตอบอย่างเข้มแข็งว่า “ไฟติ้ง!!” แล้วโผเข้ากอดกันทั้งที่สัมผัสกันไม่ได้...เป็นได้แค่ความรู้สึกว่าได้กอด เท่านั้น แต่ต่างก็ได้กำลังใจ มีความสุขแล้ว...

ooooooo

คืนนี้ กรรณานอนอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงที่พงอินทร์บอกว่าขอให้พิมอรคุ้มครองคนที่ตนรักด้วย ทั้งยังได้รับโทรศัพท์จากพงอินทร์โทร.มาออดอ้อนหลายครั้ง

ขณะกำลังจะหลับ มีเสียงโทร.เข้ามาอีก เธอยิ้มลุกขึ้นรับสายคิดว่าเป็นพงอินทร์โทร.มาอีก แต่แล้วก็ตกใจผงะเมื่อเสียงปลายสายเป็นผู้หญิงพูดข่มขู่อาฆาตว่า

“ฮิๆๆเตรียมตัวไว้ให้ดี ฉันจะเอา...แก...ลงนรก!!”

ส่วนปาร์คจุนจีกลับมาเล่นละครต่อ กรรัมภาไปหาเขาขณะถ่ายละครในโรงแรมหรู เจอซองซูจึงยืนคุยกัน จุนจีเห็นกรรัมภาคุยกับซองซูอย่างสนิทสนมก็หึง บ่นอย่างหงุดหงิด

“สั่งให้มาหาเรา แต่กลับไปคุยกับคนอื่น เสียแรงที่อุตส่าห์...หึ!”

พอดีกรรัมภาหันไปเห็นจุนจี เธอผละจากซองซูวิ่งไปหาทันที ซองซูบ่นอย่างเจ็บใจว่า

“โธ่เว้ย...ไอ้ซุปเปอร์สตาร์หน้าเก๊ก แกจะโชคดีไปถึงไหนวะ ทั้งงาน ทั้งผู้หญิงแย่งซองซูสุดหล่อไปหมด! แล้วนี่เมื่อไหร่จะได้ถ่ายเสียทีเนี่ย มาตั้งแต่ไก่โห่มีแค่สองฉาก โธ่เว้ย...ซองซู เห็นทีกลับเกาหลีหนนี้ ต้องไปโมหน้าใหม่เอาให้หล่อกว่าไอ้จุนจีเลย!”

เวลาเดียวกันนี้ อรวีขับรถมาหาจุนจีมีกุมาริกาแอบนั่งรถมาด้วย เธอนั่งบ่นว่ามาหาจุนจีทีไรใจคอไม่ดีทุกที แต่เอาเถอะ เพื่ออติเทพ ยอมทนให้จุนจีโขกสับอีกสักครั้งจะเป็นไรไป

อรวีจอดรถแล้วหันไปหยิบกระเป๋าและซองเอกสาร ปรากฏว่ากุมาริกาหายไปแล้ว

จุนจีกำลังถ่ายทำละครอยู่ เขาต้องเข้าฉากรักกับเป้ย แต่ขณะกำลังจะจูบเป้ยนั้น จุนจีชะงักหน้าถอดสี เมื่อเห็นกุมาริกาขี่หลังเป้ยอยู่ ซ้ำยังทำหน้าทะเล้นหลอกเขาอยู่ไปมา

“อ้าวเฮ้ย...ทำไมไม่จูบสักที ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ อย่างกับเห็นผี คัท!” ผู้กำกับบ่น ตะโกนถาม “เป็นอะไรไปจุนจี เมื่อกี๊อารมณ์เป๊ะแล้ว ทำไมไม่เล่นต่อ”

“นั่นซิจุนจี...ทำไมไม่จูบล่ะคะ เป้ยหลับตารอตั้งนาน”

“ผม...ผม...ผมเห็นผีเด็ก!!”

กรรัมภาได้ยิน เธอถอดถุงมือจับไปที่บ่าจุนจี แล้วเธอก็เห็นกุมาริกากำลังขี่หลังเป้ยแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกจุนจีอยู่ เธอสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้  สั่งกุมาริกาให้ตามตนมา ถามว่ามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง กุมาริกาทำหน้าจ๋อยบอกว่าอยากมาเจอดารา กรรัมภาดุว่ามาทำให้ชื่อเสียงจุนจีเสียหมด ปรามว่าวันนี้จะปล่อยไปก่อน ต่อไปอย่าทำอีกไม่อย่างนั้นเจอเจ๊แซ่บเอาแน่

ooooooo

เมื่อพักการถ่ายทำ จุนจีเดินหัวเสียมาหาอรวีที่นั่งรออยู่พร้อมซองเอกสาร พอเจอหน้า เขาก็ใส่ไม่ยั้ง...

“ที่ผมพูดไปทั้งหมด ไม่เข้าใจกันรึไง ยังจะมาหาผมอีก ผมได้หลักฐานแน่นอนเมื่อไหร่ ผมแจ้งตำรวจจับพวกคุณแน่!” ลีจองกุ๊กกับกรรัมภาเห็นอรวีหน้าเสียน่าสงสาร บอกจุนจีว่าดูหน้าอรวีแล้ว เธอเองคงไม่อยากมาหรอก

จุนจีถามสวนว่า“รู้ได้ไง! คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ บางคนอาจจะพร้อมที่จะฆ่าคนทั้งๆที่ร้องไห้อยู่ก็ได้”

“ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าฉันมาเกะกะคุณอีก ก็ช่วยเซ็นเอกสารยอมรับพินัยกรรมอีกใบให้ครบซีคะ ฉันสัญญาค่ะ ว่าจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีกเลย นะคะ...ช่วยเซ็นให้ครบเสียที” อรวีอ้อนวอนน่าสงสาร

“ผม-ไม่-เซ็น” จุนจีตะโกนใส่

อรวีร้องไห้โฮ ระบายความอัดอั้นทั้งน้ำตา “ทำไมคุณถึงดื้ออย่างนี้! รู้ไหมว่าฉันอึดอัดใจแค่ไหนที่ต้องมาเจอหน้าให้คุณด่าคุณไล่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” จุนจีบอกว่า เพราะเธอทำผิดรวมหัวกันฆ่าคุณย่าตน “หา! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ฉันไม่ได้ทำ”

จุนจีโต้ว่าถ้าเธอไม่ได้ทำก็ต้องรู้เห็นแน่ๆ เพราะเธอเป็นคนเอากุญแจเซฟของคุณย่ามาให้ แต่พอตนเปิดพบแต่สร้อยเพชรปลอม คาดคั้นดุดันว่า “คุณสารภาพมาเสียดีๆ ใครเป็นคนไปเปิดตู้เซฟแล้วขโมยสร้อยเพชรคุณย่าผมไป คุณ!หรือใคร? บอกมา!”

อรวียืนยันว่าตนไม่รู้เรื่อง เธอร้องไห้อย่างหนัก จนลีจองกุ๊กกับกรรัมภาเห็นท่าไม่ดี ไปช่วยดึงจุนจีออก เตือนสติเขาว่าที่นี่มีนักข่าวเต็มไปหมด โวยวายแบบนี้เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ แต่จุนจีของขึ้นเสียแล้ว เขาไม่ยอมปล่อยแขนอรวี กรรัมภาจึงเข้าไปแกะมือเขาออกจากแขนอรวี
สัมผัสนี้เอง! ทำให้กรรัมภาเห็นภาพในอดีต...

...ที่บ้านไม้หลังซอมซ่อ มีเด็กหญิงคนหนึ่งสวมชุดนักเรียนเก่าๆ นั่งร้องไห้ที่แคร่ไม้ผุๆหน้าบ้าน พอเงยหน้าขึ้นเป็นหน้าเด็กหญิงผมยาวปล่อยรุงรัง ใบหน้าซีดขาว หน้าเหมือนกุมาริกาไม่มีผิด! เด็กคนนั้นกำลังร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน น้ำตาไหลนองแก้ม...ปากก็พร่ำเรียก...“แม่จ๋า...ฮือๆๆ”

กรรัมภายืนอึ้งตะลึงงัน!

อรวีก้มเก็บเอกสารที่ถูกจุนจีปาทิ้งแล้วรีบออกไป ลีจองกุ๊กตามไปขอโทษแทนจุนจี ถูกจุนจีตะโกนถามว่าไปขอโทษทำไมพวกเขาเป็นคนฆ่าย่าตน!

พอจุนจีหันกลับมาเห็นกรรัมภายังยืนตะลึงอยู่ เขารีบไปจับไหล่เขย่าเรียก

“เป็นอะไรไปคุณแก้ม!”

กรรัมภารู้สึกตัวกะพริบตาถี่ๆ หลุดจากภาพที่เห็น เล่าเสียงเหมือนละเมอว่า...

“เมื่อกี๊ตอนที่จับตัวคุณอรวี ฉันเห็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหน้าเหมือนผีเด็ก เอ๊ย...โกลเด้นเบบี้ที่คุณเห็นขี่หลังคุณเป้ยเมื่อกี๊ อย่างกับเป็นคนคนเดียวกันเลย”

“อ้าว...แล้วไงครับ วิญญาณผีเด็กที่เพื่อนคุณเลี้ยงไว้มาเกี่ยวอะไรกับเลขาทนายของคุณย่าผมล่ะ?” จุนจีถามงงๆ

ooooooo

เมื่อกลับมาเล่าให้สมาชิกในซิกซ์เซ้นส์ฟัง สุคนธรสบอกว่ามันคนละเรื่องกัน กุมาริกาจะไปเกี่ยวกับอรวีได้อย่างไร

จุนจีที่นั่งฟังอยู่ด้วยก็สงสัย ถามว่าอรวีกับเด็กผีที่พวกเธอเลี้ยงไว้มันเกี่ยวกับการตายของคุณย่าตนหรือเปล่า สุคนธรสตอบทันทีว่าโกลเด้นเบบี้ของตนไม่เกี่ยว กรรัมภาก็ยังยืนยันว่าตนเห็นภาพนั้นชัดมาก เด็กหญิงคนนั้นหน้าเหมือนโกลเด้นเบบี้อย่างกับแกะ

เนตรสิตางศุ์บอกว่าภาพที่กรรัมภาเห็นไม่เคยพลาดสักครั้ง เด็กคนนั้นอาจเป็นโกลเด้นเบบี้ก็ได้ สุคนธรสยังยืนกรานว่าไม่ใช่แน่

“ถ้าอย่างนั้น เด็กผู้หญิงคนนั้นที่คุณแก้มเห็นจากคุณอรวีเป็นใครล่ะครับ” จุนจีสนใจขึ้นมา เป็นคำถามที่ทุกคนตอบไม่ได้ ครู่เดียวหมอวรวรรธโพล่งออกมาว่า ถ้าอย่างนั้นเราต้องสืบเรื่องนี้จากศพ เนตรสิตางศุ์ถามว่าศพใคร?

“ก็ศพโกลเด้นเบบี้น่ะซีครับ ผมก็อยากรู้มานานแล้วว่ากำเนิดของโกลเด้นเบบี้เป็นยังไง” หมอเอ่ย

สุคนธรสติงว่าศพของกุมาริกาไม่มีเพราะหลวงปู่ทำพิธีแล้ว ญาณินถามว่าปกติพวกกุมารทองต้องมีศพเด็กก่อนไม่ใช่หรือ สุคนธรสคิดทบทวนแล้วตอบอย่างมั่นใจว่า

“ไม่ใช่...เพราะโกลเด้นเบบี้ ไม่ใช่กุมารทองแบบเก่าๆแบบนั้น กำเนิดโกลเด้นเบบี้ มันนานมากแล้วตอนนั้นฉันยังเด็กๆเพิ่งเรียนวิชากับพระอาจารย์ปู่ พระอาจารย์เล่าให้ฟังว่ากุมาริกาตัวนี้เป็นวิญญาณของเด็กที่ตายหลังจากคลอดออกมาไม่นาน...”

สุคนธรสเล่าย้อนหลังไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน... มีแม่วัยสาวคนหนึ่งที่ยากจน ทรุดโทรมและหมดแรงเพราะเพิ่งคลอดลูกมาใหม่ๆพนมมือหน้าศพทารกแรกเกิดห่ออยู่ในผ้าขนหนูเก่าๆ เมื่อหลวงปู่เดินอุ้มบาตรมา แม่วัยสาวพนมมือเอ่ย

“ลูกสาวของอิฉันมันบุญน้อยค่ะหลวงพ่อ เกิดออกมาดูโลกไม่ทันได้ลืมตาก็ตายเสียแล้ว อิฉันมันจน อยากจะทำศพให้ลูกก็ไม่มีเงิน จะฝังศพทิ้งไว้หลังบ้านเหมือนหมูเหมือนหมาก็สงสารมันเหลือเกิน หลวงพ่อช่วยเมตตามันด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

หลวงพ่อส่งบาตรให้เด็กวัดถือแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าทารกออก เห็นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู หลวงพ่อหลับตาเพ่งกรรมฐานอย่างเกจิผู้แก่กล้าวิชา ครู่เดียวก็ลืมตาขึ้นบอกแม่เด็กว่า

“ไม่ต้องห่วงนะโยม อาตมาจะช่วยทำพิธีจัดการศพลูกของโยมให้เอง”

สุคนธรสเล่าต่อว่า “หลังจากพระอาจารย์ปู่เพ่งกรรมฐานแล้วเห็นว่า วิญญาณของเด็กคนนี้ยังไม่ถึงเวลาไปเกิด จึงได้ทำพิธีอัญเชิญวิญญาณดวงนี้มาสถิตอยู่ในรูปหล่อกุมารทองเนื้อเรซิน กุมาริกาตนนี้ไม่เหมือนกุมารทองตนอื่นๆที่มักมาจากเดรัจฉานวิชา นำเด็กที่ตายท้องกลมมาทำพิธีย่างให้แห้งแล้วลงรักปิดทองปลุกเสกตามตำรา แต่สำหรับเจ้ากุมาริกาหรือโกลเด้นเบบี้ของพวกเรานั้น เกิดจากไสยขาว”

เมื่อพระอาจารย์ทำพิธีเสร็จ วิญญาณดวงน้อยก็ลอยเข้าไปที่รูปหล่อกุมาริกา พริบตานั้น รูปหล่อก็ขยับ แล้วตีลังกากลับหัวเท้าชี้ฟ้าอย่างซุกซนขี้เล่นหัวเราะคิกคักทักทายเด็กๆเสียงใส...พระอาจารย์ลืมตาขึ้นมองไปที่รูปหล่อใบหน้าฉาบยิ้ม...

ฟังสุคนธรสแล้ว หมอบอกว่าก่อนตายกุมาริกาต้องมีพ่อแม่พี่น้องเหมือนพวกเราทุกคน สุคนธรสบอกว่ามี แต่ตอนที่ตนขอกุมาริกามาช่วยงาน หลวงลุงไม่ทันได้เล่าว่าพ่อแม่กุมาริกาเป็นใครอยู่ที่ไหน เนตรสิตางศุ์เสนอให้ถามเจ้าตัวดู ญาณินเห็นด้วย บ่นว่าแต่พักนี้ไม่ค่อยได้เห็นหน้าเลย

แต่พอสุคนธรสพนมมือท่องคาถาเรียก กุมาริกาไม่มา เธอสงสัยว่า กุมาริกาหายไปไหน?

ooooooo

ที่แท้กุมาริกาตามอรวีกลับไปที่คอนโด เล่าให้อติเทพฟังเรื่องเพชรปลอมในตู้เซฟ ถามว่าเขาทำใช่หรือไม่ ทำทำไม!

อติเทพตกใจพาลโมโหอรวีไล่ตะเพิดเธอออกจากห้อง ทั้งที่เป็นห้องของเธอ อรวีกลัวจนร้องไห้วิ่งหนีออกไป

“ไอ้ผู้ชายเลว รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ หนูเกลียดดดด!” สิ้นเสียงกุมาริกา ข้าวของในห้องก็พุ่งเข้าใส่อติเทพจนต้องหลบไปอยู่หลังโซฟา แล้วค่อยๆโผล่หัวขึ้นดูอย่างมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น?

ส่วนกุมาริกาแอบขึ้นรถอรวีไป เห็นเธอขับรถเร็วอย่างขาดสติ ก็เตือนว่าระวังอันตราย อรวีได้ยินถามว่าใครพูด กุมาริกาพูดอีกว่า “หนูรู้ว่าพี่กำลังเสียใจ แต่ถ้าพี่จะทำอะไรตัวเอง หนูไม่ยอมเด็ดขาด” อรวีถามอีกว่าใครพูด! กุมาริกาบอกว่า “พี่คาดเข็มขัดเสียก่อนเถอะนะ แล้วหนูจะบอก”

อรวีเบรกรถเอี๊ยด...ก้มมองตัวเอง เห็นเข็มขัดนิรภัยดึงมาคาดให้ตน แต่ไม่เห็นว่าใครทำ เธอตกใจ

“ไม่ต้องตกใจ หนูเป็นคนคาดเข็มขัดให้พี่เอง”

อรวีหันมองเบาะหลัง เห็นกุมาริกาค่อยๆโผล่ให้เห็น เธอกรีดร้องสุดเสียง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ยุ้ย เครียด! ทุ่มสุดตัวปล่อยโฮ ถ่ายทอดบทชีวิตดราม่าใน “ตะวันตกดิน”

ยุ้ย เครียด! ทุ่มสุดตัวปล่อยโฮ ถ่ายทอดบทชีวิตดราม่าใน “ตะวันตกดิน”
12 มิ.ย 2564

12:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 14:09 น.