ข่าว

วิดีโอ



สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

จุนจีพูดโทรศัพท์ขณะนั่งแท็กซี่มาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ว่า

“คุณแก้ม ผมกลับมาแล้ว ผมกลับมาหาคุณแล้วคุณแก้ม” เสียงจุนจีตื่นเต้น กรรัมภาตื่นเต้นยิ่งกว่าถามเสียงเครือ

“จุนจี...คุณ...พูดเล่น...ใช่ไหม”

“ผมพูดจริง ตอนนี้ผมอยู่เมืองไทยแล้ว กำลังนั่งแท็กซี่ไปหาคุณ...คุณอยู่บริษัทใช่ไหมตอนนี้”

กรรัมภา พูดเสียงเครือจนเกือบเป็นสะอื้นว่า

“ไม่!...อย่ามา!! ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ...อย่ามา... ถ้าฉันต้องล่ำลาคุณอีกครั้ง เห็นคุณจากไปอีกเป็นครั้งที่ สอง...ฉัน...ไม่ไหว...”

“ผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว ผมทิ้งทุกอย่างเพื่อคุณ ชีวิตผมถูกคนอื่นกำหนดให้ทำนั่นทำนี่มาตลอด แต่ครั้งนี้ผมขอกำหนดชีวิตตัวเอง ผมทิ้งทุกอย่างในวงการบันเทิงเพื่อมาอยู่กับคุณที่เมืองไทย คุณแก้ม...ผมรักคุณ...”

กรรัมภาน้ำตาท่วม ก่อนที่จะกรี๊ดออกมาสุดเสียงจนเพื่อนๆตกใจ เนตรสิตางศุ์บอกพี่ๆว่า “ยัยแก้มบ้าไปแล้ว” ญาณินก็ถามว่า “นี่แกดีใจหรือเสียใจ”

“ดีใจสิ...แฟนฉันกลับมาแล้ว และเขาเลือกฉันโดยที่ฉันไม่ได้แย่งเขามาจากแฟนๆนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรเพื่อการยื้อเลย ฉันอยู่ของฉันเงียบๆไม่มีปากเสียง จริงไหม”

“จริงที่สุด กรี๊ดดดดด!!!” สี่สาวกรี๊ดพร้อมกันจนพวกผู้ชายต้องเอามืออุดหู ทุกคนยินดีกับกรรัมภาอย่างที่สุด

ขณะนั้น ติณห์สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สะกิดญาณินให้ดู เห็นกรรณาเดินแยกออกไป กรรัมภารีบเดินไปขอโทษกรรณาที่ตนดีใจจนลืมคิดถึงความรู้สึกของเพื่อน กรรณาฝืนยิ้มบอกว่าตนไม่มีอะไร ดีใจกับเพื่อนด้วย ตนกำลังจะไปห้องน้ำเท่านั้น

ทันใดนั้น เสียงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือของก๊องแว่วมา ทุกคนตกใจรีบวิ่งไปตามเสียง

ooooooo

ที่หน้าบริษัทซิกซ์เซ้นส์นั่นเอง ก๊องถูกชายฉกรรจ์แปลกหน้า 3 คนล็อกไว้ มีหัวหน้าที่นั่งรถเข็นบังคับด้วยรีโมตแต่งตัวด้วยเสื้อโค้ต สวมหมวก ใส่แว่นอำพรางใบหน้าคอยบงการอยู่

กรรณาตกใจร้องถามว่าจะทำอะไรน้องชายตน ชายที่นั่งรถเข็นพูดอย่างสะใจว่า เป็นน้องชายเธอก็ดีแล้วจะได้รู้ไว้เสียเลยว่า น้องชายเธอติดหนี้พนันบอลเจ้านายตน ถ้าจะให้ปล่อยก็เอาเงินมา กรรณาถามว่าเท่าไหร่

“สิบห้าล้าน! ถ้าไม่มีจ่าย น้องแกก็ต้องไปชดใช้”

เหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นเมื่อหัวหน้าสั่งลูกน้องทั้ง 3 เอาตัวก๊องไป

“คุณๆคะ แผนนี้จะสำเร็จใช่ไหมคะ” ป้าออวิ่งออกมาถามหน้าตาตื่น

“ต้องสำเร็จสิ ต้องสำเร็จ!” กุมาริการับรองแข็งขัน

ooooooo

กรรณาไล่ตามไปจะชิงตัวก๊องมาให้ได้ สุคนธรสพยายามใช้คาถาอาคมต่อสู้แต่ทำอะไรพวกนั้นไม่ได้ เธอบอกญาณินว่า สงสัยว่าพวกมันจะมีอาคมตัดสัญญาณเพื่อสลายอาคม

ทันใดนั้น กรรัมภาก็เกิดอาการหมุนๆๆแล้วกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ทรุดลง เหมือนถูกอาคมของฝ่ายนั้น สุคนธรสบอกว่าถูกมันใช้พยาธิอาคมเล่นงาน พริบตาเดียวญาณินก็ร้องลั่นว่า พยาธิตัวจี๊ดขึ้นตาแล้ว! พวกสี่สาวพากันร้องตกใจมาก

“แก...แกถอนอาคมจากเพื่อนๆของฉันเดี๋ยวนี้” กรรณาตะโกนลั่น

“พวกอวดดี เอาตัวไอ้เด็กนี่ขึ้นรถ มันจะต้องไปทำงานหาเงินสิบห้าล้านมาคืนฉัน” ตัวหัวหน้าสั่ง

กรรณาต่อรองให้เอาตนไปแทนน้องชาย หัวหน้าเลยสั่งก๊องให้จับเธอมัดมือมัดเท้าให้แน่นพาไปขึ้นรถ

“ผมขอโทษนะพี่กรรณ ที่ทำอย่างนี้เพราะผมอยากให้พี่มีความสุขนะ” ก๊องมัดกรรณาไปก็พูดไป

ขณะกรรณากำลังงงๆนั่นเอง ตัวหัวหน้าที่นั่งอยู่บนรถเข็นก็ถอดหมวก ถอดแว่น ลุกขึ้นยืนเผยตัวตนเอาดื้อๆ

“นายจิงโจ้!” กรรณาอุทาน มองหน้าก๊องและเพื่อนๆทุกคน จึงรู้ว่าที่แท้เป็นแผนของทุกคนที่อยากให้เธอมีความสุข ทั้งเขินทั้งเคืองทุกคนที่รวมหัวกันแกล้งตน แต่ก็ช้าไปแล้ว เธอถูกจับยัดเข้าไปในรถมัดไว้แน่นหนา แล้วพงอินทร์ก็ขับรถพุ่งออกไปทันที

“พวกเราทุกคนแอ็กติ้งกันขนาดนี้ ขอให้มันสำเร็จด้วยเถอะ” ญาณินพึมพำมองตามรถไปอย่างคาดหวัง บอกเพื่อนๆว่า “ยัยกรรณน่ะรักนายโจ้มาก แต่ปากแข็งก็ต้องเอาชะแลงงัด”

เมื่อเรื่องตื่นเต้นผ่านไปแล้ว กรรัมภาก็หันมาเติมหน้าเตรียมรับจุนจีที่โทร.มาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ตัวมาไม่ถึงสักที

ปรากฏว่าขณะที่จุนจีกำลังเดินทางมาหากรรัมภานั้น ถูกลีจองกุ๊กซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาตัดหน้าไม่ยอมให้เขาไปหากรรัมภา อ้างความยากลำบากและการลงทุนมากมายมหาศาลของบริษัทกว่าจะปั้นเขาให้เป็นซุปเปอร์สตาร์ขึ้นมาได้ ตนเองก็ต้องทุ่มเทเวลาเป็นสิบปี จะปล่อยไปง่ายๆได้ไง

จุนจีหว่านล้อมว่า ตนต้องการเอาชีวิตตัวเองคืนมา ส่วนลีจองกุ๊กนั้น จุนจีบอกว่าเดี๋ยวเขาไปเจอเด็กปั้นคนใหม่ก็จะลืมตนไปเอง

ในที่สุดลีจองกุ๊กเข้าใจขอลบรอยสักชื่อจุนจีออก และขอกอดเป็นครั้งสุดท้าย จุนจีไม่ให้กอด พอดีกรรัมภามาถึงเธอเอะอะว่าจะทำอะไรจุนจี

“คุณแก้ม...ไปเถอะ ไอ้กุ๊กมันบ้าไปแล้ว” จุนจีคว้ามือกรรัมภาวิ่งไปต่อหน้าต่อตา

“ไปเลย...ไป!!” ลีจองกุ๊กตะโกนไล่ ตัดใจไม่ตาม...

ooooooo

ฝ่ายมิรันตีตาสว่างเมื่อสมคิดถูกจับและถูกแฉว่าเป็นพวกหมอผีมีไสยศาสตร์ แก้เกี้ยวว่า ตนหลงเชื่อสมคิดเพราะถูกทำเสน่ห์ให้ไร้สติเห็นผิดเป็นชอบ

ส่วนปัญหากับญาณินนั้น มิรันตีก็แก้ตัวว่า ที่ทำกับญาณินไปทั้งหมดเพราะโดนคุณไสย ที่จริงแล้วตนเป็นคนมีเมตตา

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่คุณแม่เข้าใจว่าณินไม่เคยคิดร้ายกับท่านหรือกับคุณก็พอแล้ว” ญาณินรวบรัด

“โอเคๆแทงกิ้ว ขอบคุณ แต่เธอห้ามถือสาฉันนะ ก็ฉันเป็นคนซื่อ เป็นฝรั่ง ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ก็เลยถูกหลอกง่ายๆ คนไม่รู้คือไม่ผิด ถูกไหม แล้วถ้าจะให้ดี อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะฉันอาย...เป็นอันว่าเราเข้าใจกันแล้วนะ พอใจหรือยังลูก” มิรันตีถามติณห์

เห็นมิรันตีญาติดีกับญาณินแล้ว คุณหลวงที่ฟังอยู่ด้วย ถามติณห์ว่าแล้วตนล่ะ? มิรันตีบอกว่าตนก็มีเรื่องอยากคุยด้วยเหมือนกัน แต่พอคุยกันจริงๆ คุณหลวงก็พูดอย่างพ่อที่เข้มงวดด่ามิรันตีว่าลูกไม่รักดีแบบนี้ต้องโดนเฆี่ยน แต่เมื่อมิรันตีสำนึกผิด ขอโทษ คุณหลวงก็ให้อภัย แต่ก็ยังพูดอย่างไว้เชิงวางฟอร์มว่า ขอคิดดูก่อน

หลังจากเคลียร์เรื่องค้างคาใจกันแล้ว ญาณินคุยกับติณห์ว่า คุณหลวงจะได้ไปเกิดเสียที ติณห์เปรยๆว่า คุณหลวงจะไปเกิดเป็นลูกใครนะ...ญาณินบอกว่าอาจเกิดเป็นลูกเขาก็ได้

“ลูกผมก็ลูกคุณเหมือนกัน รีสอร์ตก็สร้างเสร็จแล้ว มัมก็ยอมรับในตัวคุณแล้ว ผมว่าก็น่าจะถึงเวลาของเราสักที” แล้วติณห์ก็ทวงว่า “คุณเคยรับปากว่าจะแต่งงานกับผมแล้ว ห้ามเปลี่ยนใจ ไม่อย่างนั้นผมจะจูบคุณไม่หยุดเลย”

แล้วติณห์ก็ระดมจูบจนญาณินต้องรับปากว่าจะแต่งงานกับเขา ติณห์ถามว่า “เกรท...คุณรักผมไหมครับ”

“รักสิคะ รักมากด้วย”

“ฝรั่งคนนี้จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อคุณนะ” ติณห์กอดญาณินไว้อย่างแสนรัก ญาณินกอดตอบอย่างมีความสุข

ooooooo

ไตรรัตน์กับสุคนธรสกลับถึงบ้าน ก็ถูกทั้งเจ๊หญิง เสี่ย อาอี๊ อาม่า รุมกันมาบอกว่าไปดูฤกษ์เหมาะแก่การปฏิสนธิมาแล้ว แต่กลายเป็นฤกษ์ใครฤกษ์มัน

เจ๊หญิงบอกว่าคืนนี้สองทุ่มเป็นคืนมหาเฮงเหมาะกับการปฏิสนธิ ส่วนอาอี๊กับอาม่าบอกว่าคืนนี้เที่ยงคืนคือฤกษ์มหาเฮง

ไตรรัตน์กับสุคนธรสอยู่ในห้องนอนรอจาก 19.45 น. จนถึง 19.55 น. ไตรรัตน์ก็เฝ้าถามแต่ว่า

โอเคไหม? โอเคนะ? โอเคอยู่รึเปล่า? พอได้เวลาเป๋งก็กระโดดคร่อมทันที ผลคือถูกสุคนธรสยันโครมเดียวตกเตียงไปนอนเดี้ยงที่พื้น

ไตรรัตน์ตัดใจว่าจะถือศีลไม่ทำให้ของของสุคน–

ธรสเสื่อมและพร้อมจะช่วยเธอทำทุกอย่างเพื่อช่วยคนอื่น ทำให้สุคนธรสซึ้งใจ ในที่สุดตัดสินใจ “ของจะเสื่อมก็ให้เสื่อมไป” จึงตั้งหลักกันใหม่เพราะยังมีฤกษ์รอบสองของอาม่าคือ เที่ยงคืน พอได้เวลาเป๋ง สุคนธรสบอกไตรรัตน์ “เดี๋ยวนี้! ตอนนี้! เร็ว!!”

ทุกอย่างเรียบร้อยตามฤกษ์ของอาม่า พวกเจ๊ เสี่ย อาม่า อาอี๊ที่เอาหูแนบประตูลุ้นอยู่ข้างนอกอย่างตื่นเต้นเสี่ยบอกเจ๊ว่า “ได้ลูกสาวแน่ๆ” อาอี๊บอกอาม่าว่า “สงสัยเราจะได้หลานฝาแฝดนะอาม่า”

กรรัมภาแพ้บรรยากาศโรแมนติกที่จุนจีพาไปเดินพลอดรัก ในที่สุดก็ตกลงจะแต่งงานกับจุนจี จุนจีบอกว่าต่อไปนี้จะมีแต่กรรัมภากับนายจักรเท่านั้น

ที่ยุ่งยากกว่าเพื่อนคือคู่ของพงอินทร์กับกรรณา เพราะรู้จักกันตั้งแต่เรียนชั้นประถมและเป็นคู่กัดกันมาตลอด ทำให้ความรักที่ก่อตัวขึ้นมีความรู้สึกเดิมๆ มาเป็นอุปสรรค

กรรณาฝังใจว่าพงอินทร์มีแต่แกล้งตนมาตั้งแต่เด็ก  ไม่ไว้ใจความรักของเขา  คิดว่าเขารักเพื่อเอาไว้แกล้งเท่านั้น จนกระทั่งพงอินทร์สารภาพว่า

“ฉันรักเธอตั้งแต่เด็ก แต่ไม่รู้จะพูดกับเธอยังไง มันเขิน และฉันก็กลัวด้วย กลัวว่าเธอจะรู้หรือเพื่อนๆ อาจจะแซวจนเธอไม่กล้าคุยกับฉันอีก ฉันก็เลยต้อง

คอยแกล้ง” พงอินทร์พูดอย่างรู้สึกผิดเหมือนเป็นตราบาปในใจตลอดมาว่า “ยัยกรรณา เธอรู้ไหมว่าเสียงร้องไห้ของเธอตอนเด็กๆ มันยังดังอยู่ในหัวฉันจนทุกวันนี้ ฉันขอโทษ ฉันจะไม่แกล้งเธออีกแล้ว ฉันรักเธอนะกรรณา”

ในที่สุดต่างก็ยอมรับปรารถนาแห่งหัวใจของตัวเอง เมื่อพงอินทร์ขอแต่งงาน เธอจึงพยักหน้าเขินๆ

เนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธที่ต้องฝ่าด่านพี่ชายที่หวงน้องสาวราวกับจงอางหวงไข่ของณัฐเดช แต่ในที่สุดหมอก็พิสูจน์ตัวเอง ผ่านการตรวจสอบจากณัฐเดชอย่างอดทน ณัฐเดชถามว่าหมอมีดีอะไรถึงจะมาขอน้องสาวตนแต่งงาน

หมอตั้งหลักบรรยายคุณสมบัติที่ดีของตัวเองออกยาวเหยียดว่า

“ผมไม่เจ้าชู้ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ผมเรียนเก่ง ผมเล่นกีฬาได้ทุกอย่าง รักบี้ ว่ายน้ำ ฟุตบอล แบด บาส ตะกร้อ ผมเป็นหมอเก่งมากด้วย ฐานะผมมั่นคงดูแลคุณเนตรได้”

“ดูแลน้องฉันไม่ดี แกตาย” เป็นคำตอบในคำขู่ หมอถามว่าแล้วจะไม่ให้เนตรสิตางศุ์ตอบหรือ เนตรสิตางศุ์ที่รออยู่แล้วตอบเสียงดังฟังชัดว่า

“ตกลงค่ะ!”

ooooooo

เพราะไตรรัตน์แต่งงานแล้วและเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มจึงช่วยดูแล 4 หนุ่มที่จะเป็นเจ้าบ่าวพร้อมกันวันนี้ แต่ตัวเองก็ทุลักทุเลเพราะแพ้ท้องแทนเมียอยู่ ต้องพกมะขามจี๊ดจ๊าดติดตัวคอยหยิบกินตลอดเวลา

สี่หนุ่มตื่นขึ้นมาก็วุ่นวาย เพราะเมื่อคืนปาร์ตี้กันดึก จนเกือบถึงเวลาพิธีแล้วจึงเพิ่งตื่นกัน

ความโกลาหลวุ่นวายเกิดทันที ต่างแย่งกันเข้าห้องนํ้า คว้าชุดไปใส่ก็สลับชุดกัน บ้างกางเกงรัดติ้ว บ้างหลวมโพรกแต่ไม่มีเวลามาถอดเปลี่ยนกันจึงไปกันทั้งอย่างนั้น

เจ้ากรรม! ระหว่างทางเรียกแท็กซี่ก็ไม่มีใครรับ ทางสุคนธรสที่ดูแลเพื่อนๆอยู่ในห้องแต่งตัวเจ้าสาว ก็โทร.เร่งยิกๆ ไตรรัตน์บอกว่าอีก 5 นาทีก็จะถึงแล้ว ติณห์เห็นประตูสวนสาธารณะ เสนอเพื่อนๆให้วิ่งตัดสวนไปเลย เพราะพอโผล่พ้นสวนก็ถึงโรงแรมที่จัดงานแล้ว ทั้งหมดจึงวิ่งหน้าตั้ง หัวทิ่มหัวตำเพื่อจะไปให้ทันเวลางาน ไม่อย่างนั้นมีหวังตายหมู่แน่

แต่พอวิ่งทะลุสวนไป  ทุกคนก็ผงะเมื่อเห็นแฟนคลับของจุนจีมาถือป้ายขวางถนนดักอยู่หน้างานเต็มไปหมด

“แฟนคลับใครก็จัดการเอาเองแล้วกัน ผมไปแล้วโว้ย” หมอวิ่งเอาตัวรอด ทะลวงผ่านไปได้ ติณห์ ไตรรัตน์ และพงอินทร์เห็นดังนั้นวิ่งทะลวงผ่านไปได้อีกสามคน

“เฮ้ยๆๆ” จุนจีตกใจที่เหลือตัวคนเดียว คว้าลีจองกุ๊กไว้ “แกห้ามทิ้งฉัน”

“จุนจี...ท่านประธานบริษัทมาร่วมงานด้วย ถ้าฉันไม่โผล่หัวไปต้อนรับ ฉันตายแน่”

“แล้วฉันล่ะ”

“แกไม่ใช่ศิลปินในบริษัทแล้ว เสียใจด้วย” ว่าแล้วลีจองกุ๊กก็วิ่งฝ่าแฟนคลับไป จุนจีจะวิ่งตามแต่ต้องผงะเมื่อถูกกำแพงแฟนคลับขวางไว้เลยวิ่งหนีสุดชีวิต

เห็นทีจะเอาตัวไม่รอดแน่ จุนจีตัดสินใจโทร.บอกกรรัมภาว่าตนถูกแฟนคลับกั้นไว้ที่สวนสาธารณะฝั่งโน้น เธอบอกให้เขาหาทางเข้ามาให้ได้ ทันใดนั้นก๊องโผล่เข้ามาในห้องแต่งตัวเจ้าสาวบอกว่าแขกเข้างานหมดแล้ว อีกห้านาทีได้เวลา ถามว่าพร้อมกันหรือยัง!

“ฉันออกไปตามติณห์ดีกว่า” ญาณินในชุดเจ้าสาวผละไป เนตรสิตางศุ์จะตามไปด้วย ถูกกรรณาขวางไว้บอกว่าเจ้าสาวห้ามออกไปไหน ให้กลับไปนั่งที่เดิม

“อย่าทำให้คนท้องเป็นห่วง ไม่งั้นฉันคลอดก่อนกำหนดไม่รู้นะ” สุคนธรสที่ท้องได้ 6 เดือนแล้วขู่เพื่อนๆ แล้วบอกให้ทุกคนหลับตาสงบจิตสงบใจ หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโธ

ทันใดนั้น กุมาริกาก็โผล่พรวดเข้ามาโพล่งทำลายสมาธิของทุกคนขึ้นว่า

“หนูไปสืบมาแล้ว ตอนนี้พี่ๆทุกคนกำลังวิ่งข้ามถนนมาแล้ว ยกเว้นพี่จุนจีคนเดียวที่ติดแฟนคลับมาไม่ได้”

ญาณินกับเนตรสิตางศุ์ดีใจที่คนของตนกำลังมา แต่กรรัมภาลุกพรวดประกาศก้อง

“ไม่ๆๆๆๆ ฉันต้องได้แต่งงาน โลกต้องจารึกชื่อฉันว่า “กรรัมภา หญิงผู้สึกซุปตาร์” หัวเด็ดตีนขาด วันนี้ฉันก็จะแต่งงานกับจุนจีให้ได้” กรรัมภาเด็ดเดี่ยวมาก

ขณะที่จุนจีกำลังถูกแฟนคลับล้อมกรอบเข้ามาทุกทีจนเขาไม่รู้จะหนีไปทางไหนอีก ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งแฉลบเข้ามาจอดตรงหน้าเขา กรรัมภาเปิดกระจกรถตะโกนเรียก

“จุนจี!!” จุนจีกระโดดแผล็วขึ้นรถ กรรัมภาตะบึงไปทันที มองพวกแฟนคลับของจุนจีพูดอย่างสะใจว่า “พวกหล่อนไม่มีวันหยุดยั้งงานแต่งของฉันได้หรอกย่ะ”

พวกแฟนคลับเห็นจุนจีถูกฉกไปต่อหน้าต่อตาก็พากันกรี๊ดแทบคลั่ง!

ooooooo

กรรัมภาขับรถพุ่งออกไป จุนจีดีใจมาก แต่พอมองไปนอกรถ เขาถามว่าจะไปไหนงานอยู่ทางโน้น...

“เข้าไปในงานไม่ได้ ก็ไปแต่งที่อื่น” พูดแล้วซิ่งไปราวกับเหาะจนจุนจีร้องเตือนสติ เธอบอกเขาว่า “ต้องไปให้ทันฤกษ์แต่ง”

ที่กรุงเทพฯ ทุกคนรอกรรัมภากับจุนจีอยู่ในห้องจัดงาน ญาณินบอกว่ากรรัมภาหนีไปหาจุนจีและจะไปแต่งกันที่อื่น ที่นี่จึงเหลือเจ้าสาวเพียง 2 คน แต่เจ้าบ่าวยังมาไม่ถึง!

เมื่อได้ฤกษ์ ท่าน ผอ.เขตที่เพิ่งย้ายมาวันแรกก็ได้รับหน้าที่มาเป็นประธานแต่งงานหมู่ที่นี่ ท่าน ผอ.พูดออกตัวว่า

“เจองานสมรสหมู่งานนี้ เจ้าหน้าที่เขาบอกว่างานนี้จะแปลกๆหน่อย ผม...งงครับ...ยังไม่คุ้น เห็นว่ามีเจ้าบ่าวสาม เจ้าสาวสาม อยู่ไหนกันมั่งครับ”

ความวุ่นวายเล็กๆเกิดขึ้น เมื่อณัฐเดชเดินกลางพาญาณินและเนตรสิตางศุ์เข้ามา ตามด้วยสุคนธรสและกรรณา ผอ.เข้าใจผิดว่าสี่สาวสองคู่จะแต่งงานกัน พอประกาศออกไปแขกก็พากันอึ้ง

“เอ่อ...ท่าน ผอ.คะ คือเราสองคนเป็นเจ้าสาวที่กำลังรอเจ้าบ่าวค่ะ” ญาณินชี้แจงเบาๆ

ทันใดนั้น แก๊งเจ้าบ่าวก็โผล่พรวดมาในสภาพหัวฟู เหงื่อท่วม ติณห์กับหมอวรวรรธเดินเข้ามา โดยมีไตรรัตน์ทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าบ่าว บรรยากาศจึงค่อยผ่อนคลายลง ที่งานนี้ มีทั้งเจ้าสาวที่เป็นหญิงแท้และเจ้าบ่าวที่เป็นชายทั้งแท่ง!

ooooooo

กรรัมภาขับรถพาจุนจีบ่ายหน้าไปยังชายทะเล พอไปถึงก็เร่งให้จุนจีรีบลงจากรถ จุนจีถามงงๆว่าเราจะไม่แต่งงานกันหรือ

“แต่งสิ มาเร็ว ก็เราแต่งในงานหรูท่ามกลางผู้คนไม่ได้ก็ต้องหาที่เหมาะๆที่เป็นสถานที่ในความทรงจำครั้งเดียวในชีิวิตของเรา หรือคุณไม่อยากแต่งงานกับฉันแล้ว” พอจุนจีบอกว่าอยากใจจะขาดอยู่แล้ว กรรัมภา บอกให้รีบวิ่งตามมาเลย

ทั้งสองถอดรองเท้าวิ่งไปตามชายหาดสวยงามที่มีหน้าผาใหญ่ คลื่นซัดกระจาย มีต้นไม้ใหญ่ทรงสวยแข็งแรง ทั้งสองไปยืนตรงหน้าผา ช่วยกันเด็ดดอกไม้ดอกหญ้าจัดช่อน่ารัก เดินเข้าไปใต้ร่มเงาต้นไม้ มอบดอกไม้ยิ้มให้กัน จุนจีมองหน้ากรรัมภาทำนองว่าจะทำอย่างไรต่อ

“เยส ไอ ดู” กรรัมภาเอ่ย จุนจีพูดตาม “เยส ไอ ดู” แล้วจุนจีก็หยิบแหวนที่เตรียมมาสวมให้กัน เป็นเวลาเดียวกับที่ในกรุงเทพฯก็สวมแหวนให้กันพอดี รวมทั้งไตรรัตน์กับสุคนธรสด้วย จึงเหมือนแต่งพร้อมกันทีเดียว 5 คู่...

คุณแม่ของญาณินและมิรันตีต่างอวยพรให้ลูกของตนมีความสุข คุณหลวงขอให้รีบๆมีลูก ส่วนป้าสุดใจ ขอให้รักกัน เพราะ “ถ้ารัก อะไรๆก็ทนได้หมด แต่เมื่อหมดรัก อะไรๆก็ทนไม่ได้”

“ฝากน้องสาวพี่ด้วยนะตาหนู เมื่อไหร่แกทำให้น้องสาวฉันเสียใจ แกจะเสียใจยิ่งกว่า จำไว้”

“จำสุดใจเลยครับพี่”

“รักนะ เนตรของพี่ น้องเป็นดวงตาดวงใจของพี่จริงๆ แม้ว่าน้องจะแต่งงานไป น้องก็ยังเป็นเช่นนั้นสำหรับพี่เสมอ และตลอดไป”

“พี่ณัฐก็เหมือนกันค่ะ พี่ณัฐเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นพี่ชาย เป็นเพื่อนรักของเนตรตลอดไปค่ะ”

ส่วนพงอินทร์โอบกรรณารับพรจากจารุณีว่า

“ขอให้ทั้งคู่มีความรักให้กันเสมอไปชั่วฟ้าดินสลาย ฉันจะคอยดูแลพวกเธอทั้งสองตลอดไปเหมือนกัน”

“ภรรยาเพื่อนรัก เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ” พงอินทร์ เพื่อนเก่าที่มาเป็นสามี เอ่ยกับกรรณา เธอตอบทันทีว่า “ได้เลย...สามีเพื่อนรัก ชุบุๆ”

ที่ชายหาด...จุนจีกับกรรัมภาต่างเอาดอกหญ้ามาทำเป็นมงกุฎสวมให้กันอย่างมีความสุขแบบส่วนตั๊ว...ส่วนตัว...

ooooooo

–อวสาน–


ละครสื่อรักสัมผัสหัวใจ2 ตอนที่ 26(ตอนจบ) อ่านสื่อรักสัมผัสหัวใจ2 ติดตามสื่อรักสัมผัสหัวใจ2 ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 19 พ.ย. 2556 08:40 2013-11-20T01:53:19+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ